Share

บทที่ 6

Author: อี๋เหมี่ยว
เจียงจือเซี่ยมองที่ที่ครอบปากกันกัดบนปากเขาด้วยสีหน้าซับซ้อน

เมื่อคืนเจ้าสิ่งนี้ช่วยชีวิตลำคอของเธอไว้ ไม่ปล่อยให้เจ้าหมาป่าเนรคุณนี่กัดเธอเข้าเต็ม ๆ

แต่จะไม่ถอดออกก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะลู่เจวี๋ยต้องกินข้าว

สุดท้ายเธอก็ยกมือขึ้น เปิดตัวควบคุมบนเทอร์มินัล

ดังคลิกหนึ่งที ที่ครอบปากกันกัดถูกปลดออกและหล่นลงบนพื้น

ใบหน้าของเด็กหนุ่มที่คมคายเล็กน้อยยังคงมีความอ่อนเยาว์หลงเหลืออยู่ รอยสักสีเข้มปกคลุมใบหน้าไปกว่าครึ่ง เขาอ้าปากเล็กน้อยอย่างทำอะไรไม่ถูก มองเธอด้วยความงุนงง

เจียงจือเซี่ย: เหมือนสุนัขนิด ๆ แฮะ

“ตอนนี้นายพูดได้ไหม?”

ลู่เจวี๋ยขยับกรามที่แข็งค้าง หุบปากแล้วเลียริมฝีปาก ก่อนเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “...นายหญิง”

เขาถอยหลังไปเล็กน้อย ก้มตัวซุกศีรษะ “เมื่อคืนผมล่วงเกินคุณ ขอให้นายหญิงลงโทษด้วย”

มุมปากเจียงจือเซี่ยกระตุก “...มะ ไม่ต้องหรอกมั้ง”

ช่างเป็นทั้งคำพูดและคำเรียกที่มีบรรยากาศแปลก ๆ จริง ๆ

เธอเปิดผ้าห่มลุกจากเตียง เดินออกจากห้องนอน “นายหิวไม่ใช่เหรอ? กินอะไรก่อนเถอะ”

ลู่เจวี๋ยคุกเข่าอยู่บนพื้น นิ้วมือหดเกร็งเล็กน้อย

ดูเหมือนเพศเมียคนนี้จะไม่ได้คิดลงโทษเขา

ทำไมกัน?

เมื่อคืนก็เหมือนกัน ทายาให้เขา ให้เขาพักบนโซฟานุ่ม ๆ หลังถูกล่วงเกิน ทั้งที่สามารถฆ่าเขาได้ แต่กลับไม่ลงมือ

ในโลกนี้มีเพศเมียใจดีแบบนี้อยู่จริงด้วย?

ขณะกำลังคิดอยู่ กลิ่นหอมอ่อนจางที่คุ้นเคยก็กลับมาอีกครั้ง

ลู่เจวี๋ยเห็นเงาร่างพร่าเลือนเดินเข้ามาหาเขา แล้วฝ่ามือก็ถูกจับไว้อย่างอ่อนโยน

“อ้อ ฉันลืมไปว่านายสายตาไม่ดี มา ฉันพาไปกินข้าว”

ครู่ต่อมา

ลู่เจวี๋ยนั่งอยู่หน้าโต๊ะอาหารอย่างกระสับกระส่าย

เจียงจือเซี่ยเคาะจานเบา ๆ “กินสิ”

ลู่เจวี๋ยเอ่ยอย่างลังเล “นายหญิง...นี่ให้ผมเหรอ?”

ตรงหน้าเขาคือเนื้อ!

ในยุคดวงดาว ต้นทุนวัตถุดิบธรรมชาติสูงมาก เนื้อสัตว์ที่กินได้ก็หายาก ปกติมีแต่เพศเมียที่พิถีพิถันเรื่องรสชาติและสัมผัสเท่านั้นที่กิน เพศผู้ชนชั้นสูงส่วนน้อยก็กินอาหารธรรมชาติ แต่เพศผู้ส่วนใหญ่ใช้สารอาหารประทังชีวิต

ไม่มีเพศเมียคนไหนยกอาหารธรรมชาติให้ทาสกิน

เจียงจือเซี่ยถูกเรียกว่า “นายหญิง” จนขนลุกไปทั้งตัว จึงท่องในใจสามรอบว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม

“ใช่ กินได้เลย ถ้าไม่พอยังมีอีก”

ลู่เจวี๋ยลังเลเพียงชั่วขณะ ก่อนคว้าเนื้อยัดเข้าปากอย่างรวดเร็ว

เขาไม่ได้กินอะไรมาสามวันแล้ว หิวเกินไป ไม่ว่าเพศเมียคนนี้จะคิดทำอะไรกับเขา กินก่อนค่อยว่ากัน

เจียงจือเซี่ยมองเขากินเงียบ ๆ

เขาคงหิวหนักจริง ๆ กินอย่างตะกละตะกลาม ราวกับอยากกลืนทั้งจานลงไปด้วย

เธอมองแล้วอดปวดใจไม่ได้

ลู่เจวี๋ยในนิยายคือองครักษ์ระดับ S ที่แข็งแกร่งและเด็ดขาด แต่ลู่เจวี๋ยในตอนนี้เป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบเก้าปีที่ผ่านการสูญเสียครอบครัวและถูกทรมานมานับไม่ถ้วน

เมื่อเห็นเขากินหมดแล้ว เจียงจือเซี่ยจึงถาม “ตาของนายมองไม่เห็นเลยเหรอ?”

พอได้ยินเธอถามเรื่องดวงตา ลู่เจวี๋ยก็ตอบเสียงอู้อี้ “นายหญิง ผมมองเห็น แค่เห็นไม่ชัด”

“เริ่มเป็นตั้งแต่เมื่อไร? แล้วทำไมถึงมองไม่ชัด?”

“ประมาณหนึ่งเดือนก่อน ผมกระแทกศีรษะ พอฟื้นขึ้นมาก็มองไม่ชัดแล้ว” ลูกกระเดือกของลู่เจวี๋ยขยับ เขาอดพูดเสียงเบาไม่ได้ “นายหญิงอยากให้ผมทำอะไร ตาของผมไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานแน่นอน...”

หัวใจเจียงจือเซี่ยกระตุกวูบเล็กน้อย เธอนั่งหลังตรง เชิดคางขึ้นอย่างหยิ่งนิด ๆ “นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?”

ลู่เจวี๋ยมองเธออย่างประหม่า ก่อนส่ายหน้า

“นายน่าจะเคยได้ยินชื่อฉัน ฉันคือองค์หญิงสามแห่งจักรวรรดิ เจียงจือเซี่ย”

ลู่เจวี๋ยชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด

องค์หญิงเพศเมียไร้ค่า เจียงจือเซี่ย แน่นอนว่าเขาเคยได้ยิน ก่อนตระกูลลู่จะล่มสลาย เขาเคยได้ยินข่าวลือไม่น้อยเกี่ยวกับองค์หญิงคนนี้ที่ไล่ตามเพศผู้ไปทั่วจักรวาล

ไม่น่าแปลกใจที่พลังจิตเมื่อคืนอ่อนแอขนาดนั้น

แต่กลิ่นหอมนั่นคืออะไรกัน?

“ฉันซื้อนายมา ไม่ได้ต้องการให้นายทำอะไร ขอแค่เชื่อฟัง ฉันก็จะรักษาตาให้หายด้วย” เธอสูดหายใจลึก “เป็นคนของฉัน ฉันจะดีกับนายเอง”

เพราะงั้นอย่าเนรคุณล่ะ!

คำพูดอันทรงอำนาจของเจียงจือเซี่ยทำให้ใบหูลู่เจวี๋ยแดงขึ้นทันที

เขา...เป็นคนของเธอเหรอ?

ที่แท้องค์หญิงสามซื้อเขามาเพื่อความสำราญ

ก็จริง หน้าที่ของทาสนอกจากเป็นที่ระบายอารมณ์แล้ว ยังเป็นของเล่นให้ใช้งานตามใจได้ด้วย

เขาค่อย ๆ ก้มหน้าลง “...ครับ นายหญิง”

เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ยอมรับสถานะของตัวเอง

หากได้อยู่ข้างกายองค์หญิง และเธอยังดีกับเขาแบบนี้ต่อไป...เขายินดี

เจียงจือเซี่ยไม่รู้เลยว่าคำพูดของตนทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด เธอยื่นมือไปจับเขา ก่อนพูดประโยคที่ยิ่งทำให้เข้าใจผิดหนักกว่าเดิม “ไปเถอะ ฉันพานายไปอาบน้ำ”

บนตัวเขายังมีกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเน่าเหม็นจากตลาดค้าทาสติดอยู่ ค่อนข้างเหม็น...

ใบหน้าลู่เจวี๋ยร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิม

เขาถูกจูงให้ลุกขึ้น มือเรียวอ่อนนุ่มในฝ่ามือถูกเขากุมไว้หลวม ๆ เท้าก็ก้าวตามไปโดยไม่รู้ตัว

เจียงจือเซี่ยพาเขาเข้าไปในห้องน้ำ บอกตำแหน่งของใช้ต่าง ๆ แล้วหันหลังปิดประตูเดินออกไป

ในห้องน้ำ ลู่เจวี๋ยยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนเริ่มคลำทาง

เขาคลำเจอผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แล้วก้มดมอย่างละเอียด

ไม่ใช่กลิ่นเดียวกับบนตัวเธอ

เขาก้มหน้าชำระล้างร่างกายเงียบ ๆ หวังว่าองค์หญิงจะพอใจ

……

ภายในห้องบังคับการหลักของกองยานอวกาศจักรวรรดิ

ชายในชุดเครื่องแบบพลเอกยืนตัวตรงสง่างาม แสงเส้นหนึ่งทอดลงบนใบหน้า ขับเน้นโครงหน้าสมบูรณ์แบบเกือบไร้ที่ติ ดวงตาลุ่มลึกเต็มไปด้วยความเย็นชาจนน่าหวาดหวั่น

ลูกน้องด้านข้างรายงาน “องค์ชายใหญ่ ราชินีเพศเมียส่งข้อความมาว่า องค์หญิงสามกำลังคัดเลือกสามีเอก ขอให้คุณรีบกลับไปช่วยคัดเลือก”

เจียงถิงหันหน้ามาเล็กน้อย เอ่ยเรียบ ๆ ว่า “ตอบราชินีเพศเมียว่า พรุ่งนี้กลางคืนจะถึง”

“รับทราบ” ลูกน้องขานรับ ก่อนแอบมองคมดาบที่เฉียบคมที่สุดของจักรวรรดิผู้นี้

ไม่รู้จริง ๆ ว่าราชินีเพศเมียคิดอะไรอยู่ องค์ชายใหญ่เป็นเพศผู้ระดับ SS ที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ แต่กลับไม่เคยจับคู่เพศเมียให้เลย พอช่วงสงครามตึงเครียด ก็ชอบหาเหตุเรียกตัวกลับอยู่เสมอ

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป วันหนึ่งองค์ชายใหญ่ต้องสูญเสียสติจากพลังจิตปั่นป่วน และกลายร่างเป็นอสูรถาวรแน่!

เจียงถิงก้มตามองหน้าจอ ก่อนสั่งให้กองยานวางเส้นทางเดินทาง

ที่มารดาเรียกเขากลับอย่างเร่งด่วน ก็เพราะหวังดีต่อเขา

เพราะหากเขากดการปะทุของพลังจิตไม่อยู่และกลายร่างเป็นอสูร ความลับหนึ่งจะถูกเปิดเผย

เขาเป็นลูกหลานของสัตว์ประหลาด และไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกับราชวงศ์จักรวรรดิแม้แต่น้อย

เจียงถิงปิดแท่นบัญชาการแล้วเดินออกจากห้องบังคับการหลัก

เหล่านายทหารบนทางเดินกำลังรวมกลุ่มพูดคุยอะไรกันอยู่ พอเห็นเขาก็รีบทำความเคารพ “พลเอก!”

เจียงถิงพยักหน้าเล็กน้อย

“พลเอก! ขอ...ขอรบกวนหน่อยครับ!”

เขาหยุดฝีเท้า มองลูกน้องที่เดินกระดุกกระดิกเข้ามาด้วยสายตาแปลกใจ

“พลเอก คือว่า...องค์หญิงช่วงนี้กำลังเลือกสามีเอกอยู่ใช่ไหมครับ?”

เจียงถิงลังเลเล็กน้อย “...ใช่ มีอะไร?”

“องค์หญิงดูคุณความชอบทางทหารไหมครับ?” เขายิ้มเขิน ๆ “พลเอก ผมสมัครได้ไหม?”

เจียงถิง “...?”

นายทหารคนอื่น ๆ ข้าง ๆ รีบกรูกันเข้ามาทันที

“พลเอก องค์หญิงเลือกแค่สามีเอกเหรอ? สามีรองได้ไหม?”

“ใช่ ๆ สามีรองก็ได้ ผมได้ผลประเมินยอดเยี่ยมสามปีติด สมัครด้วยอันนี้ได้ไหม?”

“นั่นจะไปนับอะไร ผมสิ! ปีที่แล้วเพิ่งได้เหรียญความชอบชั้นสอง...”

เจียงถิงขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

ตั้งแต่เมื่อไรเจียงจือเซี่ยถึงเนื้อหอมขนาดนี้?

ลูกน้องเห็นสายตางุนงงของเขา ต่างทำหน้าประหลาดใจ “เอ๊ะ? คุณไม่รู้เหรอ?”

เจียงถิง: ...เขาควรรู้อะไรงั้นเหรอ?

เมื่อคิดว่าผู้บังคับบัญชาของตนไม่เคยสนใจข่าวซุบซิบในจักรวาล ใครบางคนจึงรีบหยิบเทอร์มินัลขึ้นมา เปิดวิดีโอหนึ่งให้ดู “พลเอก แต่ก่อนผมก็ไม่เคยคิดนะครับ ว่าองค์หญิงจะเป็นเพศเมียที่ดีขนาดนี้ ใครได้เป็นสามีเอกของเธอคงมีความสุขมากแน่ ๆ...”

ในวิดีโอ เพศเมียร่างเล็กพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ

“นายก็รู้ว่าพลังจิตฉันอ่อนแอ สามีเอกในอนาคตคงต้องลำบากบ้าง ถ้าฉันยังไปพัวพันกับเพศผู้อื่นไม่เลิก ก็คงทำร้ายความรู้สึกของเขา...”

เจียงถิงเลิกคิ้วขึ้น

นี่คือ...เจียงจือเซี่ย?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 298

    มู่หัวเย่ยังคงถูกกดอยู่บนเตียงอย่างงุนงง ผ่านไปพักใหญ่ก็ยังตั้งตัวไม่ทันนี่มันเรื่องอะไรกัน?เจียงจือเซี่ยชักมือกลับ ก้มมองเขาจากเบื้องบน“ขอโทษฉันซะ”“...อะไรนะ?”มู่หัวเย่กะพริบตา นาน ๆ ทีถึงจะเผยแววงุนงงอย่างแท้จริงออกมาเจียงจือเซี่ยพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “หนึ่ง นายแอบเข้าห้องนอนฉันตั้งหลายครั้ง มันสุภาพตรงไหน? สอง นายทำให้พ่อแม่เข้าใจผิด ทำให้ฉันต้องทำให้พวกท่านไม่พอใจ แถมยังทำให้พี่รองเป็นห่วงขนาดนั้น นายไม่ควรขอโทษฉันเหรอ?”มู่หัวเย่อ้าปาก แต่ชั่วขณะกลับไม่รู้ว่าจะเริ่มโต้แย้งจากตรงไหนดีเขาจ้องข้อมือข้างที่เธอเพิ่งชักกลับไปเรียวเล็ก ขาวเนียน ปลายนิ้วยังอมชมพูจาง ๆลูกกระเดือกของเขาขยับเล็กน้อย ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ“องค์หญิง” เสียงของเขาแหบพร่าขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ “ผมผิดไปแล้ว”เจียงจือเซี่ยพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนถอนพลังที่กดเขาไว้กลับทันที ราวกับกระแสน้ำที่ลดหายไปจนหมดกลิ่นหอมก็จางหายตามไป เหลือเพียงกลิ่นอ่อน ๆ ที่ชวนให้ใจว้าวุ่นมู่หัวเย่หอบเบา ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนเม้มริมฝีปากไม่พูดอะไรอีกเจียงจือเซี่ยอุ้มจิ้งจอกน้อยกลับไปนั่งบนโซฟาอีกครั้งตอนที่กลิ่นหอมฟุ้

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 297

    เจียงจือเซี่ยกับมู่หัวเย่ได้แต่นั่งจ้องตากันอยู่อย่างนั้นจนหมดวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น จากเย็นจนพระจันทร์ลอยสูงกลางฟ้าทั้งคู่ไม่มีใครเอ่ยปาก ได้แต่รออยู่อย่างนั้น แม้แต่ท่าทางก็แทบไม่เปลี่ยน—คนหนึ่งนั่งเท้าคางอย่างเบื่อหน่ายบนโซฟา อีกคนเอนอยู่บนเตียง เพราะติดโซ่เหล็กจึงทำได้เพียงนอนอยู่ระหว่างนั้นองครักษ์เข้ามาส่งอาหารให้องค์หญิงสองครั้ง สายตาเหลือบมองทั้งคู่สลับไปมาหลายรอบ แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรสักคำ พอวางอาหารเสร็จก็รีบเผ่นออกไปจนกระทั่งตกค่ำ ด้านนอกประตูก็มีเสียงความเคลื่อนไหวดังขึ้นองครักษ์รายงานจากด้านนอกประตู“องค์หญิง จิ้งจอกของคุณมาหาแล้วครับ”เจียงจือเซี่ยชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าที่เคร่งตึงมาตลอดทั้งวันในที่สุดก็ผ่อนลงบ้าง“ให้มันเข้ามาเถอะ”ประตูถูกผลักเปิด องครักษ์จับตามองเจ้าก้อนสีขาวราวหิมะเดินเข้าไปทันทีที่จิ้งจอกน้อยเข้ามา ดวงตาสัตว์ของมันก็กวาดมองไปรอบห้องอย่างระแวดระวัง ก่อนจะหยุดมองมู่หัวเย่ชั่วครู่จากนั้นมันก็กระโดดขึ้นตักเจียงจือเซี่ยอย่างไม่ลังเล ซุกทั้งตัวเข้าไปในอ้อมแขนของเธอ แล้วใช้หางพันรอบตัวเองจนมิดเจียงจือเซี่ยก้มลงลูบแผ่นหลังของมัน ปลายนิ้วไล้ผ่

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 296

    เจียงหวยทำหน้าขรึม ก่อนพูดเสียงแข็ง “มู่หัวเย่ ไม่ว่านายจะบ้าจริงหรือแกล้งโง่ มีเรื่องหนึ่งที่ฉันต้องพูดกับนายให้ชัดเจน”“เรื่องอะไร?”“ไสหัวกลับสหพันธรัฐของนายไปแต่โดยดี แล้วอยู่ให้ห่างจากน้องสาวฉัน!”มู่หัวเย่พูดอย่างน้อยใจ “องค์ชายรอง ผมจริงใจกับองค์หญิงนะ”“จริงใจเหรอ? ความจริงใจของนายคือการปีนหน้าต่างห้องคนอื่นกลางดึกงั้นเหรอ?”มู่หัวเย่อ้าปาก แต่ยังไม่ทันได้พูดก็ถูกขัดขึ้นเสียก่อน“นายจริงใจกับน้องสาวฉัน ก็ทำตัวเหมือนเพศผู้ปกติแล้วจีบองค์หญิงสิ! ปีนหน้าต่างแบบนี้มันเรื่องอะไรกัน?”เจียงหวยชะงัก ก่อนกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตารังเกียจ “อีกอย่าง นายคิดจริง ๆ เหรอว่าน้องสาวฉันจะเอาเพศผู้คนไหนก็ได้? เธอเลือกมากจะตาย!”มู่หัวเย่หรี่ตาลงคำพูดนี้เขาไม่ชอบฟังเอาเสียเลยเจียงถิงเธอก็เอา ลู่เจวี๋ยเธอก็เอา แล้วทำไมถึงจะไม่เอาเขาล่ะ?ชาติที่แล้วเขาไม่เคยทำร้ายเจียงจือเซี่ย ถึงจะไม่เคยช่วยเธอ แต่เทียบกับสองคนนั้นที่เป็นเหตุให้เธอต้องตาย เขาดีกว่าตั้งเยอะแล้วทำไมถึงไม่เอาเขาล่ะ?มุมปากของเขาโค้งขึ้น ก่อนพูดเนิบ ๆ “องค์ชายรอง เชื่อไหม แค่ผมพูดคำเดียว ก็ทำให้องค์หญิงอยู

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 295

    มู่หัวเย่ถูกคุมตัวกลับไปยังเขตรับรองคราวนี้ได้รับการปฏิบัติดีกว่าครั้งก่อนมาก——ถึงจะถูกมัดเหมือนกัน แต่ครั้งนี้ยังถูกหิ้วปีกพาไป ไม่ได้ถูกลากไปกับพื้นแต่ได้รับการปฏิบัติดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะมีอิสระมากขึ้นราชินีเพศเมียออกคำสั่งเพียงคำเดียว เขตรับรองก็กลายเป็นห้องคุมขังแห่งที่สองไปเสียอย่างนั้น แม้แต่ริมหน้าต่างยังมีองครักษ์ยืนเรียงกันเป็นแถวมู่หัวเย่นอนอยู่บนเตียง ทั้งข้อมือและข้อเท้าถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนชนิดพิเศษเขาปรือตาขึ้น กวาดตามององครักษ์สี่แถวที่เพิ่มขึ้นมาตรงหน้าประตู ก่อนแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน“ต้องถึงขนาดนี้เลยเหรอ?”ไม่มีใครสนใจเขาเลยเขาก็ไม่ได้ใส่ใจ พลิกตัวแล้วซุกหน้าลงกับหมอนส่วนในตำหนักหลัก บรรยากาศกลับไม่ดีนักเจียงหลินกำรายงานการตรวจค้นไว้ในมือ อู๋จ้านยืนอยู่ข้างเธอ สีหน้าของทั้งคู่ยิ่งบึ้งตึงขึ้นเรื่อย ๆเจียงหลินตบรายงานลงบนโต๊ะดัง “ปัง” “ตั้งหลายครั้งแล้วเหรอ? มู่หัวเย่คนนี้ชอบแอบไปที่ตำหนักของเซี่ยเซี่ยอยู่เรื่อย เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?!”นี่เป็นครั้งที่สองที่มู่หัวเย่แอบบุกเข้าตำหนักข้างขององค์หญิงกลางดึกแล้วถูกจับได้ แต่พอตรวจสอบดูถึงพบว่าไม่ไ

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 294

    เจ้าตัวเล็กนอนซึมอยู่ ดูไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เงยหน้าร้อง “อิง” แบบขอไปทีหนึ่งเสียง ถือว่าตอบรับแล้วหนิงอี้เหนื่อยจนแทบหมดสภาพเมื่อกี้เขาต้องอ้อมไปตั้งไกล กว่าจะหลบองครักษ์กับคนรับใช้แล้วแอบเข้ามาได้ช่วงนี้อย่าต้องลำบากแบบนี้อีกเลย เขาเหนื่อยแทบตายแล้วเขาหรี่ตาจิ้งจอกลง เพลิดเพลินกับสัมผัสอ่อนโยนที่ลูบแผ่นหลัง พลางคิดวางแผนอยู่ในใจคืนนี้ต้องขอค่าชดเชยจากเพศเมียสักหน่อยถ้าล่อให้เธอเป็นฝ่ายปล่อยพลังจิตออกมาเองได้...ในจินตนาการนั้นช่างสวยงามแต่ความจริงนั้นโหดร้ายตอนกลางคืน เจียงจือเซี่ยวางเจ้าจิ้งจอกน้อยลงบนเบาะนุ่มอย่างเบามือ“เสี่ยวไป๋ แผลของแกยังไม่หายดี ฉันกลัวว่าตอนกลางคืนจะเผลอนอนทับแก คืนนี้แกนอนตรงนี้ก่อนได้ไหม?”หนิงอี้ “...?”เขาเบิกตาจิ้งจอกจนกลมโต มองเธออย่างไม่อยากเชื่อสายตาไม่กอดเขานอนแล้วจริง ๆ เหรอ?ไม่ชอบเขาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?เจียงจือเซี่ยลูบหัวมัน หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็มุดเข้าผ้าห่ม ไม่นานลมหายใจก็สม่ำเสมอหนิงอี้หมอบอยู่บนเบาะ หางสะบัดไปมาทีละทีอย่างไม่พอใจเอามาก ๆในที่สุด พอเพศเมียบนเตียงหลับสนิท เขาถึงค่อย ๆ ลุกจากเบาะอย่างเงียบเชียบ

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 293

    เหล่าทหารใหม่พากันหันไปมอง เห็นร้อยตรีที่เพิ่งอัดพวกเขาจนน่วม กำลังวิ่งแจ้นไปหาเพศเมียคนหนึ่งอย่างดีอกดีใจ“อ๊ะ! นั่นองค์หญิงสามไม่ใช่เหรอ?”“นายหญิงของร้อยตรีเราเหรอ?”“ปกติเห็นเขาดุขนาดนั้น พอเห็นองค์หญิงกลับ...”หลายคนสบตากัน ต่างเห็นแววพูดไม่ออกแบบเดียวกันในสายตาของอีกฝ่ายนี่มันต่างกันราวกับคนละคนเลยนะลู่เจวี๋ยไม่รู้เลยว่าภาพลักษณ์ของตัวเองในใจเหล่าทหารใหม่พังยับไปแล้ว ทั้งสายตาและหัวใจของเขามีเพียงเพศเมียตรงหน้าเท่านั้น“องค์หญิงมาที่นี่ได้ยังไงครับ?”เขาอยากเข้าไปคลอเคลียเธอตามสัญชาตญาณ แต่พอนึกได้ว่าตัวเองเหงื่อท่วมตัว จึงฝืนหยุดฝีเท้าไว้เจียงจือเซี่ยเห็นหยาดเหงื่อบนใบหน้าเขา ก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับให้ด้วยความเป็นห่วง “ฉันออกไปทำธุระมา เลยแวะมาหานาย ช่วงนี้ฝึกเป็นยังไงบ้าง?”ลู่เจวี๋ยซุกหน้ากับผ้าเช็ดหน้า สูดกลิ่นของเธอเข้าไปเต็มปอด ราวกับถูกลูบขนจนสงบ ก่อนตอบอย่างว่าง่าย“ทุกอย่างดีครับ แค่คิดถึงคุณ”เจียงจือเซี่ยพยักหน้า “วันหยุดครั้งหน้าฉันจะมารับนายเอง”ลู่เจวี๋ยก้มมองเธออย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะย่นจมูกขึ้นมาอย่างกะทันหันเขาชะงักไป ก่อนขยับเข้าไปดมใกล้ ๆ อี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status