แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: อี๋เหมี่ยว
เจียงจือเซี่ยที่อยู่ไกลถึงดาวหลวงไม่รู้เลยว่าตัวเองกลายเป็นคนดังข้ามคืน

ในงานวันเกิดของไป๋จื้ออวี้ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนอัดคลิปนั้นไว้ หลังอัปโหลดลงเทอร์มินัลก็ถูกชาวจักรวรรดินำไปเผยแพร่ต่ออย่างกว้างขวาง

ชื่อเสียงขององค์หญิงสามพลิกกลับอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ

เหล่าเพศผู้ต่างมีมุมมองใหม่ต่อเจียงจือเซี่ย แม้องค์หญิงสามจะเป็นเพศเมียไร้ค่า แต่ในบรรดาเพศเมียที่ไม่เคยเห็นสามีอสูรเป็นคน เธอก็นับว่าหาได้ยากมากแล้ว

ใครไม่อยากมีนายหญิงที่เอ็นดูตัวเองบ้าง! ต่อให้ไม่ได้รับการปลอบประโลมก็ยังยอม!

แต่ตัวเจียงจือเซี่ยเองกลับไม่รู้เรื่องเลยสักนิด กำลังถือผลึกสะท้อนพ้องอยู่ในมือ สีหน้าเคร่งเครียดราวกับมีความแค้นฝังลึก

ผลึกสะท้อนพ้องมูลค่าล้านเหรียญทอง อยู่ในมือเธอก็เป็นแค่ของประดับ เดิมทีเธอคิดจะเอาให้ลู่เจวี๋ยใช้ แต่ของสิ่งนี้ต้องใช้พลังจิตของเพศเมียปลุกการทำงานเท่านั้น...เธอมันคนไร้ค่า ทำไม่ได้

ของสิ่งนี้เอาไปขายต่อได้ไหม?

ไม่รู้ที่นี่มีแพลตฟอร์มรับซื้อของมือสองหรือเปล่า แต่นี่เป็นของหายากสภาพเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์เลยนะ!

องค์หญิงสามที่มีเงินในบัญชีเหลือเพียงเจ็ดหมื่นกว่าเหรียญทอง คิดแต่จะหาเงินเพิ่ม

จริง ๆ แล้วถ้าอยากได้เงินก็ง่ายมาก ขอแค่ก้มหัวอ้อนราชินีเพศเมีย รับรองว่ามีเงินค่าขนมก้อนใหญ่โอนเข้าบัญชีแน่นอน

แต่เธอไม่กล้า

มีความทรงจำไม่ได้แปลว่าจะสวมรอยเป็นเจ้าของร่างเดิมได้ ที่หลอกพี่รองเจียงหวยผ่านมาได้ก็เพราะช่วงหลายปีมานี้แทบไม่ได้เจอกัน

แต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับพ่อแม่ของเจ้าของร่างเดิม เธอไม่มั่นใจว่าจะไม่เผยพิรุธ

เพราะงั้นเลี่ยงได้ก็เลี่ยงก่อน เลี่ยงไม่ได้ค่อยว่ากัน

ลู่เจวี๋ยอาบน้ำเสร็จแล้ว คลำกำแพงเดินออกมา

พอเจียงจือเซี่ยได้ยินเสียงก็หันไปมอง จากนั้นก็เห็นเขาห่อชุดคลุมอาบน้ำเดินเข้ามา แล้วคุกเข่าลง เอนตัวเข้าหาขาของเธอ

เธอเบิกตากว้าง ใช้เท้ายันหน้าอกเขาไว้ “ทำอะไรน่ะ?”

สายตาพร่าขนาดนี้เลยเหรอ? ฉันนั่งอยู่ตรงนี้ตัวโตขนาดนี้ยังมองไม่เห็นอีก เดินชนเข้ามาเฉยเลย?

เธอเริ่มกังวลว่าเด็กคนนี้ยังเดินได้ตามปกติหรือเปล่า

ลู่เจวี๋ยถูกเท้าดันตรงหน้าอก ก็นิ่งค้างอยู่กับที่

สีหน้าของเขาฉายแววลังเล องค์หญิงไม่พอใจกับการแสดงของเขางั้นเหรอ?

แต่เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าควรเอาใจเพศเมียเรื่องแบบนี้อย่างไร ไม่เคยมีใครสอนเขา

“ติ๊งต่อง—”

เสียงกริ่งประตูดังขึ้น

เจียงจือเซี่ยไม่ได้คิดมาก ลุกขึ้นเดินผ่านเขาไปเปิดประตู

ด้านนอกคือพัสดุ

เมื่อครู่เธอสั่งเสื้อผ้าให้ลู่เจวี๋ยผ่านเทอร์มินัลหลายชุด ต้องบอกว่ายุคดวงดาวนี่ดีจริง ๆ ระบบชอปปิงออนไลน์ล้ำกว่ายุคปัจจุบันมาก

สั่งปุ๊บจัดส่งปั๊บ ห้านาทีก็ถึง!

เธอรับพัสดุแล้วหันกลับไปจับมือลู่เจวี๋ย พาเดินไปทางห้องนอน “ฉันซื้อเสื้อผ้าให้นาย ลองเปลี่ยนดูสิ”

ลู่เจวี๋ยถูกพาเข้าห้องนอน เมื่อได้ยินว่าองค์หญิงหันหลังปิดประตูแล้วเดินออกไป เขาก็ลูบผ้าเนื้อนุ่มในมืออย่างงุนงง

องค์หญิงคิดจะเล่นกับเขาแบบไหนกันแน่?

เจียงจือเซี่ยไม่ทันสังเกตความลังเลของลู่เจวี๋ยเลย

ในจิตใต้สำนึกเธอมองอีกฝ่ายเป็นเด็ก แต่กลับลืมไปว่าร่างนี้ของเธอเองก็เพิ่งอายุสิบแปดปีเท่านั้น

“ติ๊งต่อง—”

กริ่งประตูดังขึ้นอีกครั้ง

เธอเปิดประตูอีกหน นึกว่าของตกหล่นจากรอบก่อน

แต่คนที่เห็นกลับเป็นไป๋จื้ออวี้ที่ทำหน้าบึ้งตึง

พอประตูเปิด ไป๋จื้ออวี้ก็เดินตรงเข้ามาโดยไม่รอคำเชิญ เขาถามเสียงเย็นโดยไม่หันกลับมา

“องค์หญิงสาม คุณหมายความว่ายังไง?”

เจียงจือเซี่ยตั้งตัวไม่ทัน ห้ามไม่อยู่ “นายมาทำอะไร?”

ไป๋จื้ออวี้เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “องค์หญิงจะแกล้งโง่ไปทำไม? รายการวาไรตี้กับงานพรีเซนเตอร์ที่ผมเซ็นไว้ วันนี้ถูกยกเลิกหมด แม้แต่โปรดิวเซอร์ที่เคยสนิทกันก็บล็อกบัญชีเทอร์มินัลของผมทั้งหมด องค์หญิงสาม คุณคิดจะทำอะไรกันแน่?”

เจียงจือเซี่ยงุนงง “ความสามารถตัวเองไม่พอ ไม่มีใครเอาด้วย จะมาโทษฉัน?”

“นี่ไม่ใช่ฝีมือคุณลับหลังหรือไง?” ไป๋จื้ออวี้มองเธออย่างรังเกียจ “ตอนนี้ทั้งจักรวรรดิรู้กันหมดแล้วว่าในงานวันเกิดคุณทำให้ผมขายหน้า! แถมยังใช้อำนาจบังคับให้ผมก้มหัว บังคับให้ผมมาหาคุณ ตอนนี้พอใจหรือยัง?”

เจียงจือเซี่ยกะพริบตา

เรื่องนี้ก็เกี่ยวกับเธอนิดหน่อยจริง ๆ

เมื่อครู่เธอเพิ่งดึงทรัพยากรทั้งหมดที่เคยมอบให้ไป๋จื้ออวี้กลับคืนมา

ล้อเล่นหรือไง เธอไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม จะเลี้ยงเขาต่อทำไม?

แต่ทำไมทั้งจักรวรรดิถึงรู้เรื่องแล้วล่ะ?

เมื่อเห็นเธอเงียบ ไป๋จื้ออวี้ก็คิดว่าเธอยอมรับ แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เจียงจือเซี่ย ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้”

หลังฟังจบ เจียงจือเซี่ยก็ชายตามองเขาอย่างเฉยเมย “ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่านายจะหน้าด้านขนาดนี้”

“...อะไรนะ?”

เธอยิ้มคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ฉันบอกแล้วว่าอย่าติดต่อกันอีก นายยังมาทำไม?”

“ไป๋จื้ออวี้ ฉันแค่เอาสิ่งที่เคยให้กลับคืน พอนายไม่มีของพวกนั้นก็ทำอะไรไม่เป็นแล้วเหรอ? นี่ไม่ใช่ปัญหาของนายเองหรอกเหรอ?”

ไป๋จื้ออวี้พูดไม่ออก ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้จะเถียงอย่างไร

เพราะทรัพยากรเหล่านั้น เจียงจือเซี่ยใช้อำนาจของราชวงศ์มอบให้เขาจริง ๆ

เจียงจือเซี่ยพูดอย่างหนักแน่น “ตอนนี้ฉันไม่ได้ชอบนายแล้ว องค์หญิงอย่างฉันยุ่งมาก ไม่มีเวลามาสนใจนาย เชิญอย่ามาตามตื๊อฉันอีก!”

ไป๋จื้ออวี้โกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยว

เธอบอกว่าเขาตามตื๊อเธอ?

ทั้งที่คนตามตื๊อมาสามปีคือเธอชัด ๆ!

เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นคนที่เดินออกมาด้านหลังเจียงจือเซี่ย มุมปากจึงยกเป็นรอยยิ้มเยาะ “ที่บอกว่ายุ่ง ยุ่งอยู่กับการคลุกคลีกับไอ้ของชั้นต่ำแบบนี้งั้นเหรอ?”

เจียงจือเซี่ยหันไปตามสายตาเขา ดวงตาเป็นประกายขึ้นทันที

ลู่เจวี๋ยในชุดใหม่ยืนอยู่ตรงประตู หูหมาป่าสีเงินเทาไหวเบา ๆ

เสื้อสีดำเรียบง่ายขับเน้นเอวเพรียวและแนวกล้ามเนื้อที่เห็นราง ๆ ของเด็กหนุ่ม ผมสีเงินยังชื้นเล็กน้อย แนบลงบนหน้าผากอย่างเชื่อฟัง รอยสักบนใบหน้าตัดกับผิวขาวจนดูทั้งลึกลับและเปราะบาง

สมแล้วที่เป็นตัวเลือกที่นางเอกคัดสรรมาอย่างดี! นี่มันหนุ่มหล่อสายลูกสุนัขชัด ๆ!

ลู่เจวี๋ยเพิ่งออกมาก็ได้กลิ่นเพศผู้แปลกหน้า และได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนราง ๆ เขาลังเลว่าควรออกมาขัดจังหวะดีหรือไม่

เพศผู้คนนี้...คือคนที่มีข่าวลือว่าองค์หญิงตามจีบอย่างหนักงั้นเหรอ?

เมื่อเห็นความตะลึงในดวงตาของเจียงจือเซี่ย ไป๋จื้ออวี้ก็กัดฟันแน่นก่อนหัวเราะเยาะ “หึ เมื่อคืนยังบอกว่าจะวางตัว จะดีกับสามีเอกในอนาคต วันนี้กลับไปยุ่งกับทาสสกปรกแบบนี้? เจียงจือเซี่ย หน้าของราชวงศ์จะถูกคุณทำขายหมดแล้ว!”

สีหน้าของเจียงจือเซี่ยเย็นลง “ไป๋จื้ออวี้ ระวังคำพูดด้วย! ลู่เจวี๋ยไม่ใช่ทาส เขาเป็นองครักษ์ของฉัน!”

ลู่เจวี๋ยชะงัก

องครักษ์?

“องครักษ์?”

ไป๋จื้ออวี้เหมือนได้ยินเรื่องตลก เขาชี้ไปที่รอยสักบนใบหน้าของลู่เจวี๋ย “นี่คือสัญลักษณ์ของทาสนักโทษ! คุณจะให้ทาสนักโทษเป็นองครักษ์งั้นเหรอ?”

“เขาเป็นระดับ S ทำไมจะไม่ได้? นายเป็นแค่ระดับ A มีสิทธิ์อะไรไปตั้งคำถามเขา?”

ไป๋จื้ออวี้ไม่อยากเชื่อ เจียงจือเซี่ยกลับพูดกับเขาแบบนี้

ระดับ S แล้วไง! นั่นก็เป็นทาสนักโทษชั้นต่ำที่สุด! จะเอามาเทียบกับเขาได้ยังไง!

เจียงจือเซี่ยสีหน้าเย็นชา ยกมือชี้ออกไป

“องค์หญิงผู้นี้สั่งให้นายหายไปจากสายตาฉันเดี๋ยวนี้!”

ไป๋จื้ออวี้ไม่เห็นคำสั่งของเธอเป็นเรื่องสำคัญเลย ท่าทางยังมั่นใจเต็มที่ “คิดให้ดีนะ ถ้าวันนี้ผมเดินออกจากประตูนี้ไป ผมจะไม่กลับมาอีก และจะไม่พบคุณอีก”

เขาไม่เชื่อหรอกว่าเจียงจือเซี่ยจะยอมปล่อยให้เขาไปจริง ๆ

ที่เธอทำเรื่องวุ่นวายทั้งหมด ก็เพื่อให้เขาหันมามองเธอเพิ่มอีกสักครั้งไม่ใช่เหรอ?

ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเป็นองค์หญิง เพศเมียระดับ C แบบนี้ เขาไม่คิดจะชายตามองด้วยซ้ำ

เจียงจือเซี่ยหมดความอดทนโดยสิ้นเชิง

เธอหันไปมองลู่เจวี๋ย “โยนเขาออกไปได้ไหม?”

ลู่เจวี๋ยกำลังสงสัยอยู่พอดีว่าคำว่า “องครักษ์” เมื่อครู่เป็นเรื่องจริงหรือไม่ พอได้รับคำสั่ง เขาก็พยักหน้าทันที “ได้ครับ”

กลิ่นอายของเพศผู้คนนี้น่าจะอยู่แค่ระดับ A ไม่ต้องออกแรงมากนัก

เขาก้าวเดินไปหาไป๋จื้ออวี้

ไป๋จื้ออวี้ไม่อยากเชื่อ ถูกบีบจนต้องถอยหลังติด ๆ กัน “เจียงจือเซี่ย คุณบ้าไปแล้วเหรอ?! รีบให้มันไสหัวไป!”

เจียงจือเซี่ยกอดอก ตั้งใจดูฝีมือของลู่เจวี๋ย

ลู่เจวี๋ยคว้าไหล่ของไป๋จื้ออวี้ด้วยมือเดียว ก่อนสะบัดแขน

“อ๊าก!”

ร่างของไป๋จื้ออวี้ลอยออกจากประตูราวกับผ้าขี้ริ้ว ตกกระแทกพื้นอย่างน่าอนาถแล้วกลิ้งไปสองตลบ

เขาเจ็บจนหน้าซีด ความอัปยศถาโถมเข้ามาทั้งร่าง

“เจียงจือเซี่ย!! คุณ...คุณอย่าหวังว่าผมจะพูดกับคุณอีกแม้แต่คำเดียว!”

พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นอย่างโซเซแล้วจากไปโดยไม่หันกลับมา

เจียงจือเซี่ยอุทาน “ว้าว!”

มือเดียว...เหวี่ยงผู้ชายสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรปลิวออกไปเลย!!!

เท่มาก! สมกับเป็นตัวท็อปข้างกายนางเอกจริง ๆ!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 288

    แววอารมณ์ที่ยากจะอธิบายพาดผ่านดวงตาของหนิงอี้เขาชักมือกลับ เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองตัวเองเส้นผมยาวสีเงินขาวทิ้งตัวลงบนไหล่ เปล่งประกายจาง ๆ ท่ามกลางความมืดสายตาเลื่อนไปหยุดที่หางฟูนุ่มด้านหลังเขาลังเลเล็กน้อย ก่อนวางหางลงในอ้อมกอดของเธออย่างระมัดระวัง แล้วใช้หางคลอเคลียแก้มเธอเบา ๆ ราวกับกำลังล่อใจชอบไหม?เจียงจือเซี่ยส่งเสียงอืออย่างงัวเงีย ยื่นมือรวบเจ้าสิ่งขนนุ่มฟูเข้ามากอดไว้เต็มอ้อมแขนหนิงอี้ชะงักหายใจไปชั่วขณะเขาก้มมองใบหน้าเล็กที่ดูพึงพอใจของคนตรงหน้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างพอใจดูท่าจะชอบสินะเขาหลุบตาลง ปล่อยให้เธอกอดอยู่อย่างนั้นจู่ ๆ คนในอ้อมกอดก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับรู้สึกว่าหางที่ขยับไปมารบกวนฝันดี จึงอ้าปากงับเข้าไปหนึ่งที“!”รูม่านตาของหนิงอี้หดลงเล็กน้อย ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นจากปลายหางขึ้นไปถึงแผ่นหลังเขาหลุดเสียงครางอู้อี้ในลำคอ ก่อนจะกลั้นสุดกำลังไม่ให้เสียงอื่นเล็ดลอดออกมาหลังกัดเสร็จ เจียงจือเซี่ยก็แลบลิ้น ก่อนผลักหางที่ “อยู่ไม่สุข” ออกไปอย่างรังเกียจ แล้วพลิกตัวนอนต่อหนิงอี้มองเธออย่างตัดพ้อ สุดท้ายก็ไม่กล้าล่อใจเธออีกแล้ว

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 287

    เพิ่งมีความสงสัยแวบขึ้นมาในใจ จู่ ๆ จิ้งจอกน้อยก็เงยหน้าขึ้น ส่งเสียง “อิง” เบา ๆ อย่างอ่อนแรง ราวกับไม่มีเรี่ยวแรงเธอรู้สึกปวดใจขึ้นมาทันที บอกเหล่าองครักษ์ว่า “ลำบากพวกนายแล้ว” ก่อนอุ้มเสี่ยวไป๋หันหลังเดินจากไปเหล่าองครักษ์มองหน้ากันด้วยสีหน้าชวนบอกไม่ถูกพวกเขายังไม่ทันได้บอกว่า จิ้งจอกตัวนี้จู่ ๆ ก็โผล่มาเองไม่เพียงไม่หลบคน ยังวางมาดราวกับเป็นนายใหญ่ เดินเอื่อย ๆ เข้ามาในวิลล่าเองอีกต่างหากพวกเขาไม่ได้เป็นคนหามันเจอสักหน่อย เห็นชัด ๆ ว่ามันกลับมาเองหนิงอี้ถูกอุ้มกลับห้องนอนไปตลอดทาง เขาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเพศเมีย สูดกลิ่นหอมที่ทำให้ทั่วร่างรู้สึกสบาย ก่อนหรี่ตาลงอย่างพึงพอใจ...ที่นี่ยังดีที่สุดอยู่ดีขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น“องค์หญิง ผมเองครับ”เสียงของซูเฉินดังมาจากด้านนอกประตูร่างของหนิงอี้แข็งทื่อไปทั้งตัวเจียงจือเซี่ยอุ้มเสี่ยวไป๋ไปเปิดประตู ซูเฉินยืนอยู่หน้าประตู ในมือถือกล่องปฐมพยาบาลใบหนึ่ง“ได้ยินว่าเจอเสี่ยวไป๋แล้ว ผมเลยมาเปลี่ยนยาให้มันครับ”ตอนนี้เขายังไม่มีสถานะอะไร แน่นอนว่าต้องคว้าทุกข้ออ้างเพื่อได้อยู่กับอง

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 286

    เธอเปิดเทอร์มินัลอย่างไม่ลังเล แล้วส่งข้อความหาหมิงเย่ภายในอาคารหลักของถนนมืด หนิงอี้พันตัวด้วยผ้าเช็ดตัว เดินออกมาจากม่านไอน้ำเขายืนอยู่หน้ากระจก เส้นผมยาวสีเงินขาวเปียกชื้นแนบแผ่นหลัง หยดน้ำไหลลงมาตามไหปลาร้าขาวเนียนได้รูปเขาหยิบเทอร์มินัลขึ้นมาตามมือ กวาดตามองข้อความ แล้วสีหน้าก็ดูแปลกไปเล็กน้อยเจียงจือเซี่ย [นอนหรือยัง?]ดึกดื่นป่านนี้ เธอถามแบบนี้ทำไม?ปกติมีเรื่องอะไรก็พูดเรื่องนั้นตรง ๆ วางตัวเหมือนติดต่อกันเรื่องงานมาตลอดไม่ใช่เหรอ?เขาตอบกลับ [มีอะไร?]เจียงจือเซี่ย [มีเรื่องหนึ่ง อยากขอให้นายช่วยหน่อย]สุภาพขนาดนี้เลย?หนิงอี้มองข้อความที่เห็นชัดว่าอีกฝ่ายกำลังเกรงใจ จู่ ๆ ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกวินาทีต่อมา ข้อความของเจียงจือเซี่ยก็ส่งเข้ามา[จิ้งจอกของฉันหายไปตัวหนึ่ง นี่รูป]รูปภาพหนึ่งเด้งขึ้นมาเป็นภาพตอนเขาอยู่ในร่างจิ้งจอก นอนหงายแผ่พุง กางแขนขาออกเต็มที่หนิงอี้ “……”ใบหูของเขาแดงขึ้น พลางยกมือบีบหว่างคิ้วอย่างพูดไม่ออกเพศเมียคนนี้เก็บรูปเขาแบบนี้ไว้ทำไมกัน?เงียบไปหลายวินาที เขาก็ตอบกลับ [ต้องการให้ผมทำอะไร?]จริง ๆ แล้วเขาพ

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 285

    เจียงจือเซี่ยนอนคว่ำอยู่บนเตียง หน้าจอเสมือนของเทอร์มินัลลอยอยู่ตรงหน้าอีกฝั่งของหน้าจอคือคิ้วตาเย็นขรึมของเจียงถิงปัญหาของเผ่าแมลงจัดการได้ไม่ยาก แทบจะในวันเดียวกับที่กองยานจักรวรรดิลงจอด ฝั่งตรงข้ามก็ถูกโจมตีจนโกลาหล ตอนนี้เข้าสู่ช่วงเก็บงานแล้วเพราะงั้นวันนี้เธอถึงได้ติดต่อกับเจียงถิงที่ขาดการติดต่อไปหลายวันเสียทีเพิ่งแยกกันไม่กี่วัน เธอก็เริ่มคิดถึงเขาแล้วแต่ผู้ชายคนนี้กลับยังทำหน้าเย็นชาเหมือนก้อนน้ำแข็ง ดวงตาหลุบต่ำราวกับกำลังอ่านรายงานทางทหาร นาน ๆ ถึงจะเงยตาเหลือบมองเธอสักครั้ง ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าคิดถึงเธออยู่เจียงจือเซี่ยเริ่มไม่พอใจขึ้นมานิดหน่อยเธอพองแก้ม “พี่ใหญ่ พี่ไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ?”เจียงถิงเงยตาขึ้น สายตาหยุดอยู่ที่หางตาแดงระเรื่อของเธอ แต่ไม่ได้พูดอะไรเจียงจือเซี่ยยิ่งน้อยใจ มองเขาตาละห้อยเจียงถิง “……”เขาไม่ถนัดใช้คำพูดแสดงความรู้สึกจริง ๆแต่ดูเหมือนเพศเมียจะไม่ค่อยพอใจนักเมื่อเห็นท่าทางตัดพ้อของเธอ เขาก็ถอนหายใจแผ่วเบา“คิดถึง”แค่คำเดียวใบหูของเจียงจือเซี่ยแดงขึ้นทันทีกว่าจะทำให้พี่ใหญ่พูดคำนี้ออกมาได้ ไม่ง่ายเลยจริง ๆเธอพึมพำเบา

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 284

    “นายจะทำอะไร?!”แต่มู่หัวเย่เพียงหยุดอยู่ตรงนั้น มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างไม่เกรงใจสายตาของเขาจาบจ้วงและตรงไปตรงมาอย่างไม่ปิดบัง“ไม่มีอะไร แค่อยากรู้ว่าคุณทำยังไงถึงปราบเจียงถิงหมอนั่นได้อยู่หมัด...”เจียงจือเซี่ยชะงักอ้อ จริงสิ หมอนี่ยังคิดว่าเธอเป็นองค์หญิงตัวปลอมอยู่เลยแววตาของเธอเย็นลง “ไม่เกี่ยวกับนาย แล้วก็อย่าพูดถึงพี่ใหญ่เหมือนเขาเป็นสิ่งของ”คนคนนี้พูดจาน่าโมโหจริง ๆปราบอะไรกัน เจียงถิงไม่ใช่สัตว์สักหน่อยมู่หัวเย่เห็นแววปกป้องในดวงตาของเธอ ก็ยิ่งยิ้มอย่างไม่เกรงใจมากขึ้น“คุณคงไม่ได้ชอบเขาจริง ๆ หรอกนะ?” เขาเอียงศีรษะ “ตั้งแต่แรกผมก็สงสัยแล้วว่า คุณสนิทสนมกับเพศผู้ที่ชาติที่แล้วส่งคุณไปเนรเทศขนาดนี้ได้ยังไง? แล้วยังมีลู่เจวี๋ยอีก คุณถูกเนรเทศไม่ใช่เพราะเขาหรือไง?”“……?”ใครส่งเธอไปเนรเทศ?ใครเป็นต้นเหตุ?เธองงไปชั่วขณะจากนั้นเธอก็นึกขึ้นได้——สิ่งที่มู่หัวเย่พูดถึงคือจุดจบของ “ตัวเอง” ในเนื้อเรื่องเดิมเนื้อเรื่องเดิมไม่ได้บอกว่าเจ้าของร่างเดิมถูกเนรเทศเพราะอะไรหรือถูกส่งไปเนรเทศอย่างไร เพียงบอกคร่าว ๆ ว่าเจ้าของร่างเดิมคิดทำร้ายเจียงเหลียน แต่ถูกเจียง

  • ทะลุมิติเป็นเพศเมียไร้ค่า เก็บสามีอสูร SSS   บทที่ 283

    เหล่าองครักษ์ถูกเสียงเอะอะดึงความสนใจ ต่างคิดว่าในที่สุดก็เจอจิ้งจอกขององค์หญิงแล้ว จึงพากันกรูเข้าไป ถูไม้ถูมือเตรียมจับจิ้งจอกหนิงอี้ถลึงตามอง 666 ที่วิ่งเข้ามาอย่างโมโห ก่อนรีบหันหลังวิ่งหนี!666 เร่งไล่ตามสุดแรง แต่ใต้ก้นของพ่อบ้านประจำบ้านอย่างมันมีแค่สองล้อ จึงไล่ไม่ทันจริง ๆเหล่าองครักษ์ตามมาดู เมื่อพบว่าไม่มีใคร ก็สบตากันอย่างผิดหวัง“พ่อบ้านนี่เสียแล้วมั้ง? ฉันก็บอกแล้วว่ามันเหมือนจะขัดข้องนิดหน่อย”“เฮ้อ ตามหามาทั้งวันแล้ว ยังไม่เจอจิ้งจอกขององค์หญิงเลย”“พูดไปก็น่าเหลือเชื่อ จิ้งจอกตัวเดียวทำไมถึงคล่องแคล่วขนาดนี้ พวกเราตั้งหลายคนเฝ้าอยู่ยังหนีไปได้อีก?”“นั่นสิ ถ้าร่างสัตว์ของเผ่าอสูรไม่ได้มีความดุร้ายและเป็นอันตราย ฉันคงสงสัยแล้วว่านั่นไม่ใช่จิ้งจอก แต่เป็นเพศผู้คนไหนที่พลังจิตพังทลายจนกลายร่าง...”หนิงอี้ที่ซ่อนตัวอยู่ไกลออกไปชะงักไปเล็กน้อยมือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวกำแน่นขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกซับซ้อนวาบผ่านในใจ——ทั้งหวั่นไหว ทั้งปวดหน่วง และยังมีความลนลานที่ยากจะสังเกตอีกเล็กน้อยเจียงจือเซี่ย...ยังตามหาเขาอยู่เหรอ?ทั้งที่เขาจากเธอไปตั้งหลายครั้ง เธอยังตามหา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status