แชร์

9ลองวิธีเจ้า

ผู้เขียน: น้องเหม่ยเหมย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-07 18:41:34

ลองวิธีเจ้า

ดวงตาคมเข้มจับจ้องนิ่งงัน ก่อนในที่สุดชายหนุ่มเอ่ย เสียงทุ้มต่ำราวสายฟ้า “ได้...ข้าจะให้เจ้าลองวิธีเจ้าดู”

“เช่นนั้นหม่อมฉันขอเริ่มจากมัดมือของท่านอ๋องก่อน ยื่นมือมาหน่อยเพคะ”

จ้าวสี่เย่เลิกคิ้วสูงคล้ายขบขันกับความกล้าของนาง แต่ก็ไขว้แขนไปให้มัดโดยไม่เอ่ยห้าม เส้นเอ็นแข็งแรงใต้ผิวกายถูกพันด้วยผ้าแพรอย่างแน่นหนา ก่อนผ้าแพรอีกผืนจะถูกผูกปิดดวงตาคมลึกนั้นไว้ทีเดียว

บัดนี้บุรุษผู้ทรงอำนาจกลับถูกมัดมือและปิดตา ปล่อยให้สตรีเพียงน้อยยืนอยู่เหนือร่างที่สูงใหญ่เกินเอื้อม

หลินอวี่ถงหายใจถี่รัว มือเล็กค่อย ๆ ลูบไล้ลงไปตามอกกว้าง ผ่านกล้ามท้องแข็งแรงที่กระเพื่อมตามลมหายใจของเขา ก่อนหยุดนิ่งตรงส่วนลับที่นางเคยเห็นตอนมันยังหลับใหลอยู่แต่เมื่อปลายนิ้วสัมผัสจริง นางถึงกับชะงักมือ

สวรรค์...ช่างใหญ่และยาวเกินกว่าที่คิดไว้เสียอีก...

นางกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นใบหน้า มือน้อยค่อย ๆ ลูบไล้ ปลุกเร้าเจ้าอสุรกายที่ยังหลับใหลให้ค่อยตื่นขึ้นทีละน้อย ความแข็งแกร่งใต้ฝ่ามือแผ่พลังอำนาจไม่ต่างจากเจ้าของร่าง

“โปรดวางใจเพคะ...” เสียงนางแผ่วสั่นแต่หนักแน่น “หม่อมฉันจะทำให้พระองค์มีความสุขเอง”

แม้ถูกปิดตา แต่ริมฝีปากของจ้าวสี่เย่กลับยกขึ้นเล็กน้อย คล้ายหัวเราะในลำคอ “เอาสิ หากเจ้าทำได้เจ้าก็รอดตาย แต่หากไม่ข้าไม่รับรองความปลอดภัยของเจ้า”

หลินอวี่ถงกอบกุมความแข็งแกร่งที่เริ่มตื่นขึ้นในกำมือ มือน้อยขยับรูดไล้ช้าๆ จากโคนจรดปลาย ความอบอุ่นร้อนผ่าวกระทบปลายนิ้วทำให้นางหน้าร้อนวูบ แต่กลับยิ่งเร่งแรงขยับเพื่อปลุกเร้า

ร่างสูงใหญ่ที่นอนพิงหมอนขยับหายใจแรงขึ้นทุกขณะ จ้าวสี่เย่แม้ถูกปิดตาแต่ทุกสัมผัสที่ได้รับกลับชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใด ความนิ่มอุ่นร้อนจากมือเล็กทำให้สติแข็งกร้าวที่เคยควบคุมทุกสิ่งสั่นคลอน กล้ามเนื้อที่อกและท้องเกร็งสั่นเป็นจังหวะตามแรงสัมผัสที่ลากไล้

เพราะเหตุใดกันไยเขาจึงไม่รู้สึกรังเกียจ

จ้าวสี่เย่คิดในใจ ความนุ่มอุ่นจากมือเล็กของสตรีตรงหน้ากลับสร้างความเสียวซ่านสะท้านกว่าครั้งใด ราวกับเปลวเพลิงค่อย ๆ เผาผลาญเกราะแข็งที่โอบล้อมหัวใจมานาน

เขาพยายามเม้มริมฝีปากแน่น แต่สุดท้ายเสียงครางต่ำพร่าเล็ดลอดออกมา “อื้ม…”

นั่นเป็นเสียงครางแรกที่หลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจ คล้ายยืนยันว่าสตรีผู้นี้สามารถสั่นคลอนกำแพงเหล็กในใจเขาได้จริง

หลินอวี่ถงยิ่งใจเต้นแรง ร่างกายเกร็ง แต่ปลายนิ้วกลับกดแน่นขึ้น กวาดไล้ช้าเร็วสลับกันราวกับกำลังวาดลวดลายลงบนผืนผ้าไหม ทุกจังหวะทำให้บุรุษที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมต้องหลุดหายใจแรง ร่างสูงเกร็งเครียดแต่แฝงด้วยความเคลิบเคลิ้ม

“อืม เริ่มต้นได้ดี...”

เสียงหอบทุ้มต่ำเอ่ยกระชั้น สะท้อนความสั่นสะท้านในอกที่แม้เขาเองยังไม่คุ้นชิน

หลินอวี่ถงขยับกายเข้าหาชายหนุ่มอีกหน่อย มือเล็กดันแผ่นอกให้ชายหนุ่มที่ถูกปิดตามัดมือไพล่หลังเอนลงนอนบนหมอนหนุน

“หม่อมฉันจะต้องพิสูจน์ให้ท่านอ๋องเห็น ว่าหม่อมฉันนั้นมีประโยชน์ สามารถช่วยท่านถอนพิษได้จริง จนพระองค์ไม่อาจฆ่าหม่อมฉันได้” นางเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น “โปรดอนุญาตให้หม่อมฉันใกล้ชิดขึ้นอีกสักหน่อยเถิดเพคะ จะได้ถนัดยิ่งขึ้น”

จ้าวสี่เย่ยังมิได้เปล่งเสียงตอบรับ ริมฝีปากเพียงขยับเล็กน้อย แต่ก่อนคำอนุญาตจะหลุดออกมา เขากลับได้ยินเสียงผ้าไหมเสียดสีกับผิวเนื้อดัง สวบสาบ ตามด้วยเสียงเบาแผ่วของเสื้อผ้าที่ร่วงลงสู่พื้น

ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย แม้ถูกปิดตา แต่ประสาทสัมผัสกลับคมชัดขึ้นทุกส่วน เขารู้ทันทีว่านางกำลังถอดอาภรณ์บางส่วนของนางเองออก

ไม่นานความอุ่นนุ่มก็ทาบทับลงบนลอนหน้าท้องแข็งแกร่ง ราวกับก้อนซาลาเปาคู่หนึ่งแนบกดลงกับกล้ามเนื้อของเขา น้ำหนักเบา ๆ จากร่างเล็กใช้สะโพกคร่อมตัวเขาทำให้หัวใจที่เคยนิ่งเฉยกลับสะท้านแรง

จ้าวสี่เย่หายใจแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกนุ่มนิ่มนั้นมิได้ทำให้เขารังเกียจเลยแม้แต่น้อย กลับกันกลิ่นกายอ่อนหวานและผิวอุ่นเนียนทำให้เลือดลมพลุ่งพล่าน แปลกใจตนเองที่ไม่ได้ผลักนางออก หากแต่ปล่อยให้สัมผัสนั้นกดทับลงมาอย่างเต็มใจ

สตรีผู้นี้...เหตุใดจึงไม่ทำให้เขาขยะแขยง กลับกันยิ่งอยากรู้สึกใกล้ชิดมากกว่านี้

ริมฝีปากเขายกยิ้มบาง แต่เสียงทุ้มต่ำกลับดังออกมาแผ่วหอบ “เจ้าช่างบ้าบิ่นนัก...หลินอวี่ถง”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   103บทส่งท้าย (2)

    "คุณหนูเจ้าคะ..." ชุนฮวาวางจดหมายลงบนโต๊ะข้างเตียงด้วยความระมัดระวัง "มีผู้ส่งจดหมายมาให้เจ้าค่ะ เขาบอกว่าเป็นจดหมายแสดงความยินดี"ซูซิวเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน ตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกดำเรียบง่ายกลับสะกดความสนใจของนางไว้ทันทีถึง คุณหนูซูซิวเหยาข้ายินดีอย่างยิ่งที่เจ้าพบคู่ครองที่คู่ควร แม้หัวใจข้าจะเคยมีเจ้าครอบครอง แต่วันนี้ข้าขอมอบเพียงคำยินดีแทนทุกสิ่งข้าหวังว่าเจ้าจะมีชีวิตที่สุขสมปรารถนาเสมอเหวินอวิ้นเฉิงซูซิวเหยามองตัวอักษรบนกระดาษเบื้องหน้า ใจของนางสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความรู้สึกในอดีตกับเหวินอวิ้นเฉิงที่เคยชอบนาง แต่เพราะนางสัมผัสได้ถึงความจริงใจในคำอวยพรของเขาในขณะที่ซูซิวเหยายังคงนั่งนิ่งกับจดหมายในมือ เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบา ๆ เผยให้เห็นร่างสูงสง่างามของฉินอ๋องหลินหยางในอาภรณ์สีแดงหรูหรา ดวงตาคมกริบของเขามองไปยังสตรีผู้เป็นเจ้าสาวอย่างแฝงความอ่อนโยน"ข้ากลับมาแล้ว" เขากล่าวเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เตียง แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นบางอย่างที่น่าสงสัยดวงตาคมของอ๋องหนุ่มเหลือบเห็นกระดาษในมือของนาง "นั่นอะไร?" เสียงต่ำของเขาทำให้ซูซิวเหยาส

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   102บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายสิบวันล่วงเลยผ่านไป ณ จวนฉินอ๋องรุ่งอรุณยามเช้าของฤดูใบไม้ผลิ แสงอาทิตย์แรกสาดส่องผ่านม่านหมอกบางเบา ภายในจวนโออ่ายามนี้ประกอบไปด้วยสีทองของดวงตะวันแต้มแต่งทุกมุมให้เปล่งประกายราวกับโลกทั้งใบยินดีในวันสำคัญ เสียงฆ้องและกลองบรรเลงกึกก้อง ดอกไม้หลากสีถูกประดับประดาเต็มท้องพระลาน แผ่นพรมแดงยาวทอดผ่านลานกว้างตรงเข้าสู่ตำหนักใหญ่ ที่วันนี้เปรียบดั่งเวทีสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของฉินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่และคุณหนูซูซิวเหยาซูซิวเหยานั่งนิ่งอยู่ในห้องเจ้าสาว ผมยาวดำขลับของนางถูกเกล้าอย่างงดงาม ตกแต่งด้วยปิ่นทองคำและมุกน้ำงามที่แวววาว ราวกับประกายแห่งดวงจันทร์ ดวงหน้าของนางถูกแต่งแต้มให้สวยดุจภาพวาดในตำนาน ผ้าคลุมหน้าโปร่งบางสีแดงสดปักลวดลายมังกรและหงส์ด้วยไหมทองละเอียดประณีต อาภรณ์แต่งงานของนางยาวพลิ้วไหว ประดับด้วยลายดอกเหมยที่สื่อถึงความงามและความอดทนยามเผชิญกับลมหนาวนางเงยหน้ามองกระจกสำริด พลางสัมผัสผ้าคลุมหน้าเบา ๆ ใจที่เคยเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวกลับสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน"คุณหนูเจ้าคะ..." ชุนฮวาสาวใช้คนสนิทเอ่ยเรียกเบา ๆ ยิ้มบาง "ถึงเวลาแล้วเจ้าค่ะ"ซูซิวเหยาสูดลมหายใจลึก รวบร

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   101มีเรื่องอยากถาม

    "ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "หม่อมฉันมีเรื่องอยากถามเพคะ""ว่ามาสิ" เขาตอบโดยไม่ได้หันมอง ดวงตายังคงจับจ้องเส้นทางเบื้องหน้า"ท่านชอบหม่อมฉันจริงหรือเพคะ" ซูซิวเหยาถามเสียงเบาแต่หนักแน่นคำถามนั้นทำให้อ๋องหลินหยางยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าข้าจะมาอุ้มเจ้าออกจากจวนเช่นนี้หากข้าไม่ชอบเจ้าอย่างนั้นหรือ”ซูซิวเหยาหน้าร้อนผ่าว นางกัดริมฝีปากอย่างลังเลก่อนถามต่อ "แต่เวลานี้ฐานะทางบ้านของหม่อมฉันยามนี้ไม่ดีเลย ชื่อเสียงย่ำแย่ ท่านไม่สนใจเรื่องเหล่านี้หรือเพคะ""เจ้าคิดว่าฉินอ๋องเช่นข้าต้องการอำนาจหรือชื่อเสียงจากใครมาหนุนนำหรือ" เสียงของเขาเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความมั่นใจ "ข้ามีอำนาจในมือมากพออยู่แล้ว และชื่อเสียงของข้าก็ไม่ได้ลดลงเพียงเพราะสตรีที่ข้าชอบเป็นใครสักหน่อย"ซูซิวเหยาแอบยิ้มในใจ ทว่าเพื่อความแน่ใจนางยังคงถามต่อ "ตระกูลของหม่อมฉัน...""หุบปากเถอะ" เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ข้าตัดสินใจแล้วว่าเจ้าคือคนที่ข้าต้องการ ไม่มีคำถามของเจ้าหรือคำพูดของใครที่จะเปลี่ยนใจข้าได้"หญิงสาวถอนหายใจยาว ปล่อยให้ความอบอุ่นจากคำพูดของเขาแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ "เช่นนั้นหม่อมฉันจะเชื่อ

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   100วันเดินทาง

    สามสิบสองวันเดินทางวันเดินทางมาถึงเร็วเกินกว่าที่ซูซิวเหยาจะเตรียมใจ นางและซูซินอวี้กำลังจะออกเดินทางไปยังสำนักชีทางเหนือ รถม้าหลายคันจอดเรียงรายอยู่หน้าจวนตระกูลซู บ่าวรับใช้ช่วยกันขนสัมภาระขึ้นรถอย่างขะมักเขม้น ซูเหวินอี้ประมุขตระกูลซูมายืนส่งลูกสาวทั้งสองด้วยสีหน้าอาลัยอาวรณ์“เหยาเอ๋อร์ ระวังตัวนะลูก... หากมีสิ่งใดขัดสนเขียนจดหมายมาหาพ่อได้เสมอ” ซูเหวินอี้เอ่ยลาน้ำเสียงสั่นเครือ“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ” ซูซิวเหยาตอบก่อนก้าวเท้าขึ้นรถม้าขณะที่รถม้ากำลังจะเริ่มออกเดินทาง ก็มีเสียงม้าหลายตัววิ่งกุบกับมาจากถนนใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ ทหารในชุดเกราะสลักลายของฉินอ๋องควบม้าประกบล้อมขบวนรถม้าของตระกูลซู ซูซิวเหยาและคนอื่น ๆ ในจวนต่างตกใจคิดว่าเป็นโจรกลุ่มใหญ่“เกิดอะไรขึ้น!” ซูเหวินอี้ร้องถามเสียงดัง ขณะที่พ่อบ้านรีบวิ่งออกไปสอบถามเหตุการณ์ทันใดนั้น มือหนาของบุรุษในชุดดำสนิทก็เปิดม่านประตูรถม้าของซูซิวเหยาออกโดยไม่ให้ตั้งตัว ร่างของหญิงสาวถูกดึงออกจากรถม้าอย่างรวดเร็ว“เจ้าคิดว่าจะหนีข้าได้ง่าย ๆ เช่นนั้นหรือ ซิวเหยา!”น้ำเสียงเข้มและดุดันทำให้ซูซิวเหยาชะงัก นางเงยหน้าขึ้นและเห็นว่า

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   99ลังเลบอกความจริง

    สามสิบเอ็ดลังเลบอกความจริงรถม้าของซูซิวเหยาแล่นไปอย่างเชื่องช้าบนเส้นทางที่ทอดยาวกลับจวน ความสงบกลับถูกขัดจังหวะเมื่อรถม้าหรูหราคันหนึ่งมาจอดขวางถนน ทหารที่มากับรถม้าหรูดังกล่าวลงมาอย่างรวดเร็ว"เชิญคุณหนูใหญ่ตระกูลซูเปลี่ยนไปยังรถม้าคันนี้ขอรับ"ซูซิวเหยาขมวดคิ้วแน่น ใจของนางเต้นแรงอย่างประหลาดเมื่อนางจดจำตราประทับบนรถม้าหรูได้ทันที “ฉินอ๋องเฟิงหยาง…” นางพึมพำกับตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อเมื่อซูซิวเหยาขึ้นไปนั่งในรถม้าหรู เงาร่างองอาจของอ๋องเฟิงหยางก็นั่งอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบผสมความร้อนแรงที่คุกรุ่นอยู่ภายใน"เจ้าไปที่กระท่อมนั้นทำไม""ไปกล่าวลาคนผู้หนึ่งเจ้าค่ะ" นางตอบกลับด้วยเสียงเรียบ"กล่าวลาหรือ?" อ๋องหนุ่มตวาดถาม สายตาของเขาทิ่มแทงราวกับจะมองทะลุหัวใจของนางซูซิวเหยารู้สึกว่าบรรยากาศในรถม้าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก นางพยายามอธิบาย "เจ้าของกระท่อมนั้นเป็นบุรุษผู้หนึ่งที่ช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้ในยามยากลำบาก…""บุรุษหรือ เขาแต่งงานหรือยัง”“อืม ก็ ยังเพคะ”“นี่! เจ้านอกใจข้า ซิวเหยา เจ้า… บังอาจมาก!" เสียงของอ๋องหนุ่มดังลั่นจนรถม้าสั่นไหวซูซิวเหยาเบิกตากว้างด้วย

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   98ลูกแน่ใจ

    “ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกมีเรื่องจะขอ...”ซูเหวินอี้วางช้อนลง หันมามองบุตรสาวด้วยแววตาเป็นห่วง “ว่ามาเถอะ ซิวเหยา เจ้าต้องการสิ่งใด”“ลูกอยากไปศึกษาธรรมะที่สำนักชีทางเมืองเหนือเจ้าค่ะ” ซูซิวเหยาพูดเสียงเรียบ “ที่นั่นสงบและเหมาะแก่การพิจารณาตัวเอง นอกจากนี้ลูกอยากพาน้องซินอวี้ไปด้วย...อาจช่วยบำบัดจิตใจของน้องได้บ้าง”ซูเหวินอี้ขมวดคิ้วทันที “เจ้าอยากไปอยู่ที่นั่นทำไมกัน สำนักชีนั้นห่างไกลและลำบากนัก”ซูซิวเหยาคลี่ยิ้มที่เต็มไปด้วยเหตุผล “ชื่อเสียงของสตรีตระกูลซูตอนนี้ไม่ดีนักเจ้าค่ะ หากลูกอยู่ในเมืองหลวงต่อไม่มีผลดีอันใด ลูกคิดว่าหากอยู่ที่อื่นสักสองสามปี รอจนเรื่องซาลงแล้วจึงกลับมาก็น่าจะเหมาะสมกว่านะเจ้าคะ”ซูเหวินอี้ถอนหายใจหนัก “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะอยู่ที่นั่นได้”หญิงสาวพยักหน้า “เจ้าค่ะ...ลูกแน่ใจ”ซูเหวินอี้ลังเลอยู่นาน แต่ในที่สุดเขาก็พยักหน้า “ถ้าเจ้าแน่ใจ ข้าก็จะไม่ขัด...”ซูซิวเหยากล่าวขอบคุณ แต่ในใจของนางเต็มไปด้วยความสับสน ทั้งความโล่งใจที่แผนการของนางกำลังจะสำเร็จ และความเศร้าที่ต้องจากไปจากที่นี่ นางรู้ดีว่าเหตุผลแท้จริงไม่ใช่การศึกษาธรรมะ แต่มันคือการหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ห่า

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   8เจ้าช่างบ้าบิ่นนัก

    บทที่สี่ เจ้าช่างบ้าบิ่นนักหลินอวี่ถงชุบน้ำผ้าขาวสะอาด บิดหมาดแล้วลูบไล้ไปตามแผงอกและต้นแขนแข็งแรงของจ้าวสี่เย่ ทุกสัมผัสระมัดระวังราวกับกำลังบรรเลงท่วงทำนองบนหยกเนื้อเนียน น้ำอุ่นผสมสมุนไพรช่วยชะล้างคราบเหนื่อยล้าจากร่างชายผู้ผ่านศึกหนักมานานหลายเดือนนางเอื้อมมือเล็กนวดคลึงเบาๆ ที่ไหล่และต้นคอ ร

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   7อาจราบรื่น

    อาจราบรื่นดวงตาคมวาวขึ้นเล็กน้อย “แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไร คิดว่าทำเพียงแต่นั้นจะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้หรือ”นางกัดริมฝีปาก สูดหายใจเข้าลึก “โปรดให้หม่อมฉันได้ลองเถิดเพคะ หากไม่ลองย่อมไม่รู้ มีความเป็นไปได้ว่าขั้นต่อไปอาจราบรื่นกว่าที่ผ่านมา”เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาน่ากลัวที่จ้องมานั้นทำให้นางแทบตั

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   6 ช่วยผ่อนคลายก่อน

    บทที่สาม ช่วยผ่อนคลายก่อน 18“ฉะนั้นหน้าที่แรกในคืนนี้คือการที่แม่นางหลินต้องพิสูจน์ว่าตนเองสามารถทำหน้าที่เป็นพาหนะตัวนำยาถอนพิษเข้าร่างกายของท่านอ๋องได้หรือไม่”“มะ หมายความว่าคืนนี้ข้าต้องเอากับเขาหรือท่านเจ้าคะ ท่านอู๋เจี้ยน”“วาจาตรงไปตรงมาเกินไปนัก ไม่กระดากปากสตรีอย่างเจ้าเลยรึ”แหมนั่งเงียบ

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   เรือนพักผ่อนชั่วคราว

    เรือนพักผ่อนชั่วคราวในที่สุดนางก็เดินมายังเรือนพักผ่อนชั่วคราวของตัวเอง ภายในห้องกว้างสว่างด้วยตะเกียงน้ำมันเรียงราย กลิ่นกำยานหอมกรุ่นคลุ้งอยู่ในอากาศ หลินอวี่ถงนั่งตัวแข็งอยู่บนตั่งไม้ ข้างกายมีผ้าห่มแพรบางวางพาดไว้ ผมที่เพิ่งถูกหวีเรียบยาวสลวยปักด้วยปิ่นเรียบง่าย สวมชุดแพรสีขาวนวลบางเบาหัวใจขอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status