ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช

ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช

last updateDernière mise à jour : 2026-07-15
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
103Chapitres
7.5KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

นิยายเรื่องนี้เป็นเซต / ท่านอ๋องปิศาจ / มีทั้งหมด 2 เรื่อง ไม่ต่อกันอ่านแยกกันได้ ได้แก่ ... เรื่องที่1 ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช เกริ่น ที่แท้ท่านอ๋องก็เป็นเกย์นี่เอง,เกย์คือสิ่งใด, ยุคนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ ประมาณว่าไม่ชอบสตรีมั้งเพคะ, เช่นนั้นข้าเป็นเกย์, คืนนี้พระองค์คงต้องลำบากใจหน่อยแล้ว ท่านนอนเฉย ๆเดี๋ยวที่เหลือหม่อมฉันจัดการเอง ... เรื่องที่2 นางร้ายคนนี้ขอหนีท่านอ๋องปีศาจ สตรีเช่นข้าไม่ขอมีพ่อของลูกเป็นอ๋องปากดีเช่นท่าน

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ

บทนำ

หลินอวี่ถง หญิงสาววัยยี่สิบแปดที่ชีวิตดูจะสมบูรณ์แบบตามเส้นทางที่เธอวาดฝันไว้ วิศวกรโยธาผู้เฉลียวฉลาดและหน้าที่การงานมั่นคง เพิ่งได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นเป็นหัวหน้างานในบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี ความสำเร็จที่เธอได้มาไม่ได้มาง่าย ต้องแลกกับการอดหลับอดนอนและความพยายามหลายปี แต่เมื่อถึงวันนี้หลินอวี่ถงก็ภูมิใจว่าเธอกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง

จนกระทั่งวันหนึ่ง บริษัทมีโปรเจกต์ใหม่ โดยเธอได้รับหน้าที่ในการไปสำรวจพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวงซึ่งบริษัทเพิ่งซื้อมา หลินอวี่ถงถูกมอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบเอง ในวันที่เธอก้าวเข้าสู่สถานที่นั้น ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มขึ้นอย่างฉับพลัน แสงอาทิตย์หายไปดั่งถูกมือยักษ์ปิดบัง เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงตรงหน้า

สายลมแรงพัดวูบมาพร้อมความเย็นยะเยือก ร่างของเธออ่อนแรงอย่างไม่ทันตั้งตัว สติหลุดหายไปในความมืด

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งสิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่สถานที่เธอก้าวเข้าไปสำรวจ แต่กลับเป็นสนามรบกว้างใหญ่

ตอนนี้รอบกายของหญิงสาวเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้อง เสียงเหล็กปะทะกันดังสนั่นไปทั่ว ดินฟ้าเต็มไปด้วยกลิ่นเลือดและฝุ่นควัน ร่างทหารนับไม่ถ้วนกำลังฟาดฟันกันตรงหน้าเต็มไปหมด

อย่างกับสนามรบในซีรีส์ย้อนยุคที่เคยดูแหนะ

หลินอวี่ถงหอบหายใจรุนแรงเมื่อภาพรอบตัวมันเหมือนจริงเกินไป สมองยังไม่ทันคิดหาคำตอบให้ตัวเองได้ สัญชาตญาณผลักให้มือบางก้มลงคว้าเกราะเหล็กหนักที่ตกอยู่ข้างกายขึ้นมาสวมใส่ป้องกันตัวเอง แม้มันจะหนัก ร่างเพรียวบางจนแทบขยับไม่ถนัด แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกว่ามีเกราะคุ้มภัย

ดวงตาของหลินอวี่ถงเบิกกว้างอีกครั้ง สติแตกกระเจิงกับภาพตรงหน้า มีร่างของทหารกระเด็นมาข้างหน้าแล้วสิ้นใจตายตรงหน้าเลยทีเดียว

แม้ความหวาดกลัวกัดกินในใจแต่ร่างกายกลับเคลื่อนไหว ออกตัววิ่งเพื่อออกจากที่นี่

เคร้ง!

เสียงเหล็กกระทบกันดังก้องทั่วทุ่งโล่ง ดินฟุ้งคละคลุ้งปะปนกลิ่นคาวเลือด

ปึง ปึง

เสียงกลองศึกกระหึ่มไปทั่ว หอกดาบปะทะกันสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและฝุ่นดินที่ฟุ้งกระจาย หลินอวี่ถงวิ่งขาสั่น ตัวสั่นอยู่กลางสนามรบ

นางช่างเหมือนแกะดำในที่นี้ยิ่งนัก

หลินอวี่ถงมิได้สวมชุดผ้าแพรสีเข้มย้อนยุคดังเหล่าทหารนับร้อยรอบกาย หากแต่นางสวมเป็นเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงยีนรัดรูปที่เลอะฝุ่นจนหม่นซีด รองเท้าผ้าใบขาวที่เคยดูทันสมัยกลับเปื้อนดินและเลือดแดงฉานในชั่วพริบตาเดียว ร่างของนางโดดเด่นผิดแผกยิ่งนัก ประหนึ่งแกะดำพลัดหลงมาอยู่ท่ามกลางฝูงหมาป่า

ทหารที่วิ่งผ่านหลายคนเหลือบตาเพียงแวบเดียวแล้วสบถต่ำ ๆ คิดว่าเป็นสิ่งของประหลาดสวมชุดอันใดก็ไม่รู้ หลินอวี่ถงหายใจหอบถี่ มือสั่นเทาขณะกำลังนั่งหลบอยู่ข้างกองศพไร้ชีวิตของทหาร มองภาพกลียุคเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง สมองยังไม่สามารถประมวลผลหาคำตอบได้ว่าตนมาที่นี่ได้อย่างไร

ความโกลาหลในสนามรบกึกก้องไปทั่วทุกทิศ

ขณะที่กำลังหลบอยู่ในพื้นที่ที่คิดว่าปลอดภัยชั่วคราวเนื่องจากยังไม่สามารถหาทางออกจากที่นี่ได้ สายตาของนางสะดุดเข้ากับบุรุษหนวดเคราเฟิ้มคนหนึ่งกลางวงล้อม เขาสูงสง่าในชุดเกราะหนักสีดำหม่น ดาบในมือสะบัดอย่างแม่นยำเด็ดขาด เลือดสาดกระเซ็นไปตามทางที่เขาฟาดฟัน ใบหน้าเคร่งขรึมไม่แสดงความหวั่นไหวแม้แต่น้อย

นางมองบุรุษผู้นั้นต่อสู้อย่างกล้าหาญราวกับต้องมนต์อยู่พักใหญ่ทว่าทันใดนั้น หลินอวี่ถงสังเกตเห็นคมดาบจากด้านหลังอีกฝ่ายกำลังจะพุ่งเสียบเข้ากลางแผ่นหลังอย่างหมาลอบกัด นางไม่ทันคิดอะไร สิ่งที่ทำเพราะสัญชาตญาณคนดีสั่งให้อ้าปากตะโกนสุดแรง

“ระวังข้างหลัง!”

เสียงนั้นฝ่าคลื่นเสียงเหล็กกระทบกันไปถึงหูเขาพอดี บุรุษหันกลับอย่างว่องไว ดวงตาคมกริบสบเข้ากับนางชั่วขณะก่อนดาบในมือเขาจะตวัดฟันขาดลำคอศัตรูลอบกัดในพริบตา

เลือดสาดลงพื้นแต่แววตาคมกริบของเขายังตรึงอยู่ที่หลินอวี่ถง ราวกับกำลังพยายามจดจำคนที่แม้เป็นคนแปลกหน้าแต่คือคนตะโกนเตือนเขาไว้ทำให้ไม่ตกไปในห้วงความเป็นความตาย

เพียงเสี้ยวอึดใจนั้น โลกทั้งสนามรบเหมือนจะหยุดลงชั่วขณะ เหลือเพียงสายตาสองคู่ที่สบกัน สายตาของนางเต็มไปด้วยความตกใจสับสน สายตาของเขาเยือกเย็นดุดันแต่ก็แฝงแววบางอย่างที่นางไม่ทันตีความ

หลินอวี่ถงสะดุ้งหลุดจากภวังค์เมื่อคมดาบอีกหลายเล่มแหวกอากาศตรงเข้ามาหาตนเองที่คิดว่าหลบในที่ปลอดภัย นางไม่ทันได้คิดอะไรมากไปกว่าหมุนตัววิ่งหนีต่อไปในทิศทางที่เห็นว่าเป็นทางเข้าไปในป่า

ขณะภาพสุดท้ายที่ติดตาคือดวงตาคมเข้มของบุรุษคนนั้นที่ยังจับจ้องนางอยู่แม้ท่ามกลางกลียุคสงคราม

หลินอวี่ถงวิ่งหนีสุดแรงเกิด ลมหายใจหอบกระชั้นจนอกแทบระเบิด ลมหายใจร้อนผ่าวผสมกลิ่นเลือดในอากาศทำให้เธอแทบอาเจียน

นางมุ่งหน้าวิ่งลึกเข้าไปในป่า แต่ยังไม่ทันเข้าไปได้ลึกเท่าไร เท้าที่อ่อนล้าก็พลันสะดุดเข้ากับรากไม้ใหญ่ที่โผล่ขึ้นจากพื้น ร่างทั้งร่างล้มไปข้างหน้ากระแทกลงไปอย่างแรง สติพลันดับวูบเข้าสู่นิทรา

หลายชั่วยามผ่านไป

เมื่อสติหวนกลับมาอีกครั้ง หลินอวี่ถงลืมตาขึ้นช้า ๆ สายตาพร่ามัวมองเห็นท้องฟ้าเหนือหัวที่มีลูกกรงเหล็กขวางกั้น นางขยับตัวก็พบว่าข้อมือถูกมัดแน่นด้วยเชือกเส้นหยาบ ขยับทีรู้สึกเจ็บแสบจนผิวถลอก

เวลานี้นางกำลังถูกขังอยู่ในกรงเหล็กบนรถม้าที่กำลังเคลื่อนไปตามทาง หันมองรอบกายก็เห็นทหารอีกหลายคนต่างนั่งนิ่งอยู่ด้วยท่าทีเหนื่อยล้าเป็นผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน ทุกคนล้วนแต่งกายในชุดฮั่นฝูโบราณ ต่างจากนางเพียงผู้เดียวที่สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินกับกางเกงยีน รองเท้าผ้าใบขาวที่เปื้อนดินยังอยู่ครบ คราบฝุ่นเลือดยังติดตามแขนเสื้อ ราวกับนางคือแกะดำที่ถูกจับโยนเข้ามาท่ามกลางฝูงโบราณชน

ตรงข้ามกับนางคือบุรุษใบหน้าเคร่งขรึมหนวดเคราเฟิ้ม สวมเกราะอ่อนสีหม่น แม้ถูกมัดแน่นเหมือนกันแต่ท่วงท่ากลับสงบนิ่ง ราวกับสิงโตที่ถูกขังแต่ยังคงอำนาจแฝงอยู่ในแววตา ข้างกายเขายังมีชายหนุ่มอีกคนที่ดูอายุน้อยกว่า คงเป็นลูกน้อง ใบหน้าเปรอะเลือดแต่สายตายังคงแข็งกร้าว

หัวใจหลินอวี่ถงกระตุกวูบ ความจริงที่ไม่อยากเชื่อเริ่มกดทับลงมาเต็มสองบ่า

“นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมฉันถึงถูกจับราวกับเป็นนักโทษอย่างนี้ พวกคุณช่วยเฉลยความจริงหน่อยเถอะว่ากำลังถ่ายหนังหรือรายการแกล้งคนกันอยู่”

ความคิดดังสนั่นอยู่ในหัวหญิงสาว ขณะสายตาของบุรุษตรงข้ามที่นางเคยช่วยไว้ในสนามรบยังจับจ้องมาที่นางไม่วางตา

“พูดจาเลื่อนเปื้อนราวกับคนบ้า หุบปากเสียที ข้ารำคาญ”

“!!”

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
103
เป็นนักโทษกับบุรุษหน้าหนวด
บทที่หนึ่ง เป็นนักโทษกับบุรุษหน้าหนวดกึกกัก กึกกักรถม้าสะเทือนเป็นจังหวะ กรงเหล็กที่โอบล้อมส่งเสียงครืดคราดไปตามทางที่ขรุขระนางกำลังสำรวจสถานที่แห่งใหม่เพื่อประเมินงานแล้วตอนนั้นก็เกิดสุริยุปราคาโดยไม่คาดคิด และใช่...นางก็มาโผล่อยู่ที่นี่อย่าบอกนะ...ว่านางทะลุมิติมาที่ยุคโบราณจริง ๆ หรือเนี่ย!หลินอวี่ถงที่เงียบไปพักใหญ่เพราะถูกความจริงตบหน้า สมองมีแต่ความสับสนเต็มไปด้วยความไม่เข้าสุดท้ายนางตัดสินใจถามเสียงแผ่วออกไปอีกรอบ“นี่พวกคุณ รู้ไหมว่าพวกเราจะถูกพาไปที่ไหน”เสียงของนางสั่นเครือทว่าเต็มไปด้วยความอยากรู้ แต่ไม่มีผู้ใดตอบแม้แต่คำเดียว มีเพียงสายตาเฉยชาของเหล่านักโทษร่วมกรงขังที่เหลือบมองแล้วเมินเก็บสายตากลับไป ไม่มีใครปริปากแม้แต่น้อยกลับกลายเป็นบุรุษหนวดเคราเฟิ้มที่แผ่มวลน่าเกรงขามมากที่สุดตรงหน้าหันหน้ามาสบตานาง แววตาคมดุจสัตว์ป่าทำให้นางใจหายวาบ“สงบปากเสีย ข้ารำคาญเจ้ายิ่งนัก” น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยือก กดข่มจนหัวใจนางสะท้านหลินอวี่ถงสะดุ้งเฮือก รีบเม้มปากแน่น น้ำตาคลอเอ่อ นางขยับร่างกายถอยกลับไปชิดมุมกรงอย่างหวาดหวั่น นั่งกอดเข่าเงียบงัน ทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดในหัวเองคนเด
Read More
หายไป
หายไปซุบซิบ ซุบซิบเสียงโต้เถียงดังลั่นเป็นสิ่งแรกที่หลินอวี่ถงได้ยินเมื่อสติเริ่มหวนกลับมา เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อย ๆ เปิดขึ้นปรากฎภาพตรงหน้าทำให้นางอ้าปากค้างรถม้าและกรงหายไปแล้ว ตอนนี้นางถูกพามาอยู่กลางลานกว้างอันเต็มไปด้วยศพเกลื่อนกราดพื้น เลือดนองจนกลิ่นคาวคลุ้งในลมหายใจ ทุกสิ่งไม่ต่างจากภาพฝันร้ายที่เพิ่งผ่านมาแต่สิ่งที่นางตกใจยิ่งกว่าคือบุรุษหน้าหนวดกลับมีสถานะแตกต่างออกไป เขามิได้เป็นนักโทษร่วมชะตากรรมนางเช่นกาลก่อนยามนี้บุรุษหน้าหนวดผู้นั้นกำลังนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้ที่มีคนจัดหามาให้อย่างสบายอารมณ์ ข้างกายรายล้อมด้วยทหารในชุดเกราะ อีกทั้งยังมีทหารอีกหลายคนคุกเข่าคอยรับคำสั่งของเขา บ้างยืนถืออาวุธเฝ้าระวังหน้าหลังอย่างระแวดระวังอีกด้วยเลื่อนสายตาถัดออกมาอีกหน่อย กลางลานกว้างมีชายผู้หนึ่งถูกจับมัดแน่น ถูกบังคับให้นั่งคุกเข่าอยู่ด้านหน้าบุรุษหน้าหนวด ใบหน้าเปื้อนเลือดแต่ยังพยายามเชิดศีรษะ แววตาไม่ยอมสยบนั้นเหมือนักโทษกำลังถูกสอบสวนไม่มีผิด“แม้ว่าท่านอาไม่พูดก็ใช่ว่าข้าจะไม่รู้...”อีกหลายประโยคที่พวกเขาสนทนากันซึ่งแน่นอนสตรีหลงยุคอย่างนางฟังไม่เข้าใจอยู่แล้วแต่อย่างน้
Read More
น้าที่ตัดสินเป็นตาย
บทที่สอง หน้าที่ตัดสินเป็นตายกุบกับ กุบกับเสียงล้อรถม้าหนักบดไปบนพื้นหินกรวดเป็นระยะ กระทั่งหยุดลงหน้าประตูไม้สูงใหญ่ หลินอวี่ถงถูกทหารพาลงมา นางก้าวขาแข็งๆ ลงจากรถม้าด้วยความงุนงง สายตากวาดมองไปรอบกายภาพที่เห็นคือเรือนตากอากาศโอ่อ่าเงียบสงบ มีแสงตะเกียงแขวนเรียงรายสว่างไสว ขับให้เงาไม้เต้นระยิบระยับนี่น่ะหรือจวนพักตากอากาศของบุรุษหน้าหนวดที่นามว่าจ้าวสี่เย่ อ๋องผู้เป็นพระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน“ช่างยิ่งใหญ่สมฐานะจริง ๆ” นางพึมพำเบา ๆ ก่อนหันหน้าเอ่ยถามทหารที่เดินขนาบอยู่สองข้างมาด้วยกัน “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้านายพวกเจ้าจะให้ข้าทำสิ่งใด”ไม่มีผู้ใดตอบ ทุกคนเพียงเดินนิ่งราวกับรูปสลัก เหมือนคำพูดของนางเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่าน ทำให้หลินอวี่ถงยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นอนาคตที่ไม่อาจคาดเดายิ่งกว่าเดิมเมื่อถูกพาเดินเข้าไปลึกในจวนโอ่อ่า นางถูกผลักส่งให้บ่าวหญิงสามคนกลุ่มหนึ่งรับช่วงต่อ ใบหน้าเหล่าบ่าวช่างไร้อารมณ์ พวกนางไม่พูดไม่จา เพียงพาหลินอวี่ถงเข้าไปยังห้องอาบน้ำขนาดกว้าง เต็มไปด้วยไอระเหยอุ่นจากอ่างไม้ที่เตรียมน้ำหอมดอกไม้ไว้“นี่จะทำอะไร ข้าอาบน้ำเองได้…”หลินอวี่ถงยังพยายามขืนตัว
Read More
เรือนพักผ่อนชั่วคราว
เรือนพักผ่อนชั่วคราวในที่สุดนางก็เดินมายังเรือนพักผ่อนชั่วคราวของตัวเอง ภายในห้องกว้างสว่างด้วยตะเกียงน้ำมันเรียงราย กลิ่นกำยานหอมกรุ่นคลุ้งอยู่ในอากาศ หลินอวี่ถงนั่งตัวแข็งอยู่บนตั่งไม้ ข้างกายมีผ้าห่มแพรบางวางพาดไว้ ผมที่เพิ่งถูกหวีเรียบยาวสลวยปักด้วยปิ่นเรียบง่าย สวมชุดแพรสีขาวนวลบางเบาหัวใจของนางเต้นแรงไม่หยุด ความสับสนและความหวาดกลัวผสมกันจนแทบไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าที่ที่พวกเขาพูดถึงคือสิ่งใดกันแน่ในความเงียบงันนั้น เสียงก้าวเท้าหนักของทหารดังผ่านระเบียงด้านนอก ประกอบกับเสียงสนทนากระซิบกระซาบที่ลอดเข้ามาให้ได้ยินอย่างไม่ตั้งใจ“เจ้าเห็นแขกสตรีคนใหม่หรือไม่”“เห็นสิ นางถูกพาไปเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับรับใช้ท่านอ๋องคืนนี้เรียบร้อยแล้ว”“ก่อนหน้านี้ท่านอ๋องเคยเฟ้นหาสตรีงามอันดับหนึ่งของเมืองชิงหลินมาหนึ่งคน สตรีนางนั้นใครต่างก็คิดว่าจะช่วยท่านอ๋องได้ทว่าสุดท้ายก็เป็นอย่างไรเจ้าน่าจะรู้ดี”“ใช่ สุดท้ายก็ไร้ผลข้าได้ยินว่าสาวงามผู้นั้นถูกสังหารตายในห้องบรรทมท่านอ๋อง”“พวกเจ้าเงียบเสียงหน่อย หากมีใครได้ยินเข้า ศีรษะพวกเราจะหลุดจากบ่าโดยไม่รู้ตัว”เสียงนั้นค่อ
Read More
6 ช่วยผ่อนคลายก่อน
บทที่สาม ช่วยผ่อนคลายก่อน 18“ฉะนั้นหน้าที่แรกในคืนนี้คือการที่แม่นางหลินต้องพิสูจน์ว่าตนเองสามารถทำหน้าที่เป็นพาหนะตัวนำยาถอนพิษเข้าร่างกายของท่านอ๋องได้หรือไม่”“มะ หมายความว่าคืนนี้ข้าต้องเอากับเขาหรือท่านเจ้าคะ ท่านอู๋เจี้ยน”“วาจาตรงไปตรงมาเกินไปนัก ไม่กระดากปากสตรีอย่างเจ้าเลยรึ”แหมนั่งเงียบมาตั้งนาน เปิดปากได้ก็ด่ากันเชียวนะอ๋องหน้าหนวด หลินอวี่ถงเหลือบตามองเขาแปบนึงแล้วเก็บสายตากลับมาส่ายหน้าอย่างไม่สะทกสะเทือน “เรื่องธรรมชาติไยต้องอายด้วยเพคะท่านอ๋อง”“หึ”ชิ หึทำไม เป็นเมะหึหรืออย่างไร ช่างเหมือนผู้ชายขี้เก๊กในยุคของนางยิ่งนัก หากไม่ติดว่ากลัวตัวเองโดนบั่นคอนะ หลินอวี่ถงพูดแรงได้มากกว่านี้อีก โทษฐานทำให้นางเครียดจนจะบ้าตายหลายรอบต่อวันตั้งแต่ทะลุมิติมาโผล่ที่นี่“เอ่อ ความจริงแล้วคืนนี้แม่นางหลินไม่จำเป็นต้องถึงขนาด...เอ่อ...เอา อืม ขนาดเสพสังวาสกัน เพียงลองใกล้ชิดกับท่านอ๋องดูก่อน ดูว่าพระองค์รังเกียจแม่นางหรือไม่ก็พอ”“อ้อ สรุปทั้งหมดที่ท่านพูดมาคือหน้าที่ของข้าแลกกับการไว้ชีวิตข้าคือเอากับเจ้านายท่านเพื่อช่วยถอนพิษ หากสำเร็จข้ารอดหากไม่สำเร็จข้าตายใช่หรือไม่”“ใช่ สรุปตา
Read More
7อาจราบรื่น
อาจราบรื่นดวงตาคมวาวขึ้นเล็กน้อย “แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไร คิดว่าทำเพียงแต่นั้นจะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้หรือ”นางกัดริมฝีปาก สูดหายใจเข้าลึก “โปรดให้หม่อมฉันได้ลองเถิดเพคะ หากไม่ลองย่อมไม่รู้ มีความเป็นไปได้ว่าขั้นต่อไปอาจราบรื่นกว่าที่ผ่านมา”เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาน่ากลัวที่จ้องมานั้นทำให้นางแทบตัวแข็ง “เจ้าช่างกล้าต่อรองกับข้านัก ไม่กลัวรึ”“หม่อมฉันกลัวเพคะ” หลินอวี่ถงตอบทันควัน ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาเล็กน้อยแต่กลับแฝงความดื้อรั้นไว้ “แต่หากต้องตาย หม่อมฉันก็ขอเลือกตายหลังจากได้พยายามแล้ว ไม่ใช่ถูกฆ่าโดยไม่ทันได้ทำอะไรเลย”ความเงียบกดทับไปทั่วห้องอีกครู่ยาว ฉินอ๋อง จ้าวสี่เย่เอนกายลงเล็กน้อย เสียงหัวเราะทุ้มต่ำเอื้อนออกมาแผ่วๆ คล้ายเหี้ยมเกรียม“ในเมื่อเจ้ากล้าเสนอ ข้าก็กล้าสนอง เอาสิ”เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นสัญญาณอนุญาตแสงตะเกียงในห้องสรงน้ำส่องวูบไหวสะท้อนผิวน้ำอุ่นที่อบอวลด้วยกลิ่นสมุนไพร หลินอวี่ถงก้าวช้าๆ เข้าไป จัดเตรียมทุกสิ่งด้วยมือของนางเอง บ่าวชายที่เคยตามมาได้รับคำสั่งให้ออกไปด้านนอก เหลือเพียงนางกับจ้าวสี่เย่ในห้องกว้างมือเรียวของนางสั่นเล็กน้อยยามบรรจงหยดน้ำมันหอมลงใ
Read More
8เจ้าช่างบ้าบิ่นนัก
บทที่สี่ เจ้าช่างบ้าบิ่นนักหลินอวี่ถงชุบน้ำผ้าขาวสะอาด บิดหมาดแล้วลูบไล้ไปตามแผงอกและต้นแขนแข็งแรงของจ้าวสี่เย่ ทุกสัมผัสระมัดระวังราวกับกำลังบรรเลงท่วงทำนองบนหยกเนื้อเนียน น้ำอุ่นผสมสมุนไพรช่วยชะล้างคราบเหนื่อยล้าจากร่างชายผู้ผ่านศึกหนักมานานหลายเดือนนางเอื้อมมือเล็กนวดคลึงเบาๆ ที่ไหล่และต้นคอ รู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อที่ตึงเกร็งค่อย ๆ คลายลง ดวงตาคมเข้มหลับพริ้มชั่วขณะ เงียบสงบคล้ายเคลิ้มหลับไปกับสัมผัสนั้นเสียงหวานของนางดังขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “หม่อมฉัน...พอจะเอ่ยถามได้หรือไม่เพคะ เหตุใดท่านอ๋องถึงมิทรงโปรดสตรี ทั้งที่ทุกคนต่างหมายปองจะได้อยู่ใกล้ชิด”จ้าวสี่เย่ไม่ลืมตา เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาช้า ๆ “เจ้ากำลังอยากรู้สิ่งที่ไม่ควรรู้”หลินอวี่ถงกัดริมฝีปาก กลั้นใจถามต่อ “หม่อมฉันเพียงคิดว่า หากได้รู้สาเหตุที่แท้จริง บางทีหม่อมฉันอาจช่วยท่านอ๋องได้ดีมากขึ้นเพคะ หม่อมฉันเองก็อยากมีชีวิตรอด ท่านเองก็อยากหายจากพิษร้าย ความจริงพวกเราเปรียบเสมือนลงเรือลำเดียวกันแล้ว”สายน้ำกระเพื่อมเพียงเล็กน้อย ร่างใหญ่ที่ยังคงเอนพิงขอบอ่าง สุดท้ายเขาเปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตาคมลึกสบกับนางตรง ๆ คล้ายทะลุทะลวง
Read More
9ลองวิธีเจ้า
ลองวิธีเจ้าดวงตาคมเข้มจับจ้องนิ่งงัน ก่อนในที่สุดชายหนุ่มเอ่ย เสียงทุ้มต่ำราวสายฟ้า “ได้...ข้าจะให้เจ้าลองวิธีเจ้าดู”“เช่นนั้นหม่อมฉันขอเริ่มจากมัดมือของท่านอ๋องก่อน ยื่นมือมาหน่อยเพคะ”จ้าวสี่เย่เลิกคิ้วสูงคล้ายขบขันกับความกล้าของนาง แต่ก็ไขว้แขนไปให้มัดโดยไม่เอ่ยห้าม เส้นเอ็นแข็งแรงใต้ผิวกายถูกพันด้วยผ้าแพรอย่างแน่นหนา ก่อนผ้าแพรอีกผืนจะถูกผูกปิดดวงตาคมลึกนั้นไว้ทีเดียวบัดนี้บุรุษผู้ทรงอำนาจกลับถูกมัดมือและปิดตา ปล่อยให้สตรีเพียงน้อยยืนอยู่เหนือร่างที่สูงใหญ่เกินเอื้อมหลินอวี่ถงหายใจถี่รัว มือเล็กค่อย ๆ ลูบไล้ลงไปตามอกกว้าง ผ่านกล้ามท้องแข็งแรงที่กระเพื่อมตามลมหายใจของเขา ก่อนหยุดนิ่งตรงส่วนลับที่นางเคยเห็นตอนมันยังหลับใหลอยู่แต่เมื่อปลายนิ้วสัมผัสจริง นางถึงกับชะงักมือสวรรค์...ช่างใหญ่และยาวเกินกว่าที่คิดไว้เสียอีก...นางกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นใบหน้า มือน้อยค่อย ๆ ลูบไล้ ปลุกเร้าเจ้าอสุรกายที่ยังหลับใหลให้ค่อยตื่นขึ้นทีละน้อย ความแข็งแกร่งใต้ฝ่ามือแผ่พลังอำนาจไม่ต่างจากเจ้าของร่าง“โปรดวางใจเพคะ...” เสียงนางแผ่วสั่นแต่หนักแน่น “หม่อมฉันจะทำให้พระองค์ม
Read More
10ปากและมือเป็นอะไร
บทที่ห้า ปากและมือเป็นอะไรหลินอวี่ถงนั่งทับบนหน้าท้องแกร่ง พลางหันแผ่นหลังให้บุรุษผู้ถูกปิดตามัดมืออยู่บนหมอน ความร้อนจากร่างกายเขาแผ่ขึ้นมาสัมผัสต้นขานางจนสั่นไหวหัวใจนางเต้นแรง ริมฝีปากแห้งผากต้องทำให้เขาพอใจและปลดปล่อยไวที่สุดหลินอวี่ถงสูดลมหายใจลึก ปลายนิ้วลูบไล้ตามความแข็งแกร่งที่เต้นตุบสอดคล้องกับลมหายใจหนักหน่วงของจ้าวสี่เย่ ร่างสูงใหญ่นอนนิ่งถูกมัดมือปิดตาแต่กลับยังแผ่อำนาจร้อนแรงยิ่งกว่าผู้ใดนางกัดริมฝีปากแน่น หากทำได้สำเร็จ คืนนี้เขาย่อมไม่ฆ่านาง…ร่างบอบบางค่อย ๆ โน้มกายลง เส้นผมดำปลิวไล้แผ่นท้องแข็งแรง เสียงลมหายใจอุ่นรินรดผิวเนื้อชายหนุ่มทำให้ร่างสูงสะท้านชั่วขณะ แล้วจังหวะถี่แรงของหัวใจเขายิ่งดังชัดขึ้นทุกขณะเมื่อริมฝีปากนุ่มแนบสัมผัสลงไป บุรุษผู้เคยเย็นชาอย่างภูผาก็พลันปล่อยเสียงครางต่ำแผ่ว “อืม…” เสียงทุ้มพร่าดังก้องสะท้านไปทั่วห้องเงียบหลินอวี่ถงไม่หยุดเพียงเท่านั้น นางใช้มือเล็กประคองท่อนหยกใหญ่ล้นมือนั้น ปลายนิ้วรูดลูบเป็นเส้นทางเชื่องช้าแล้วเร่งเร้าเป็นช่วง ๆ ริมฝีปากเคลื่อนเข้าหาครอบลงบนหัวบานอย่างแนบแน่นลิ้นอ่อนนุ่มสัมผัสวนเวียน เสียงสูดหายใจแรงของจ้าวสี่
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status