로그인นิยายเรื่องนี้เป็นเซต / ท่านอ๋องปิศาจ / มีทั้งหมด 2 เรื่อง ไม่ต่อกันอ่านแยกกันได้ ได้แก่ ... เรื่องที่1 ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช เกริ่น ที่แท้ท่านอ๋องก็เป็นเกย์นี่เอง,เกย์คือสิ่งใด, ยุคนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ ประมาณว่าไม่ชอบสตรีมั้งเพคะ, เช่นนั้นข้าเป็นเกย์, คืนนี้พระองค์คงต้องลำบากใจหน่อยแล้ว ท่านนอนเฉย ๆเดี๋ยวที่เหลือหม่อมฉันจัดการเอง ... เรื่องที่2 นางร้ายคนนี้ขอหนีท่านอ๋องปีศาจ สตรีเช่นข้าไม่ขอมีพ่อของลูกเป็นอ๋องปากดีเช่นท่าน
더 보기"คุณหนูเจ้าคะ..." ชุนฮวาวางจดหมายลงบนโต๊ะข้างเตียงด้วยความระมัดระวัง "มีผู้ส่งจดหมายมาให้เจ้าค่ะ เขาบอกว่าเป็นจดหมายแสดงความยินดี"ซูซิวเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน ตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกดำเรียบง่ายกลับสะกดความสนใจของนางไว้ทันทีถึง คุณหนูซูซิวเหยาข้ายินดีอย่างยิ่งที่เจ้าพบคู่ครองที่คู่ควร แม้หัวใจข้าจะเคยมีเจ้าครอบครอง แต่วันนี้ข้าขอมอบเพียงคำยินดีแทนทุกสิ่งข้าหวังว่าเจ้าจะมีชีวิตที่สุขสมปรารถนาเสมอเหวินอวิ้นเฉิงซูซิวเหยามองตัวอักษรบนกระดาษเบื้องหน้า ใจของนางสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความรู้สึกในอดีตกับเหวินอวิ้นเฉิงที่เคยชอบนาง แต่เพราะนางสัมผัสได้ถึงความจริงใจในคำอวยพรของเขาในขณะที่ซูซิวเหยายังคงนั่งนิ่งกับจดหมายในมือ เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบา ๆ เผยให้เห็นร่างสูงสง่างามของฉินอ๋องหลินหยางในอาภรณ์สีแดงหรูหรา ดวงตาคมกริบของเขามองไปยังสตรีผู้เป็นเจ้าสาวอย่างแฝงความอ่อนโยน"ข้ากลับมาแล้ว" เขากล่าวเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เตียง แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นบางอย่างที่น่าสงสัยดวงตาคมของอ๋องหนุ่มเหลือบเห็นกระดาษในมือของนาง "นั่นอะไร?" เสียงต่ำของเขาทำให้ซูซิวเหยาส
บทส่งท้ายสิบวันล่วงเลยผ่านไป ณ จวนฉินอ๋องรุ่งอรุณยามเช้าของฤดูใบไม้ผลิ แสงอาทิตย์แรกสาดส่องผ่านม่านหมอกบางเบา ภายในจวนโออ่ายามนี้ประกอบไปด้วยสีทองของดวงตะวันแต้มแต่งทุกมุมให้เปล่งประกายราวกับโลกทั้งใบยินดีในวันสำคัญ เสียงฆ้องและกลองบรรเลงกึกก้อง ดอกไม้หลากสีถูกประดับประดาเต็มท้องพระลาน แผ่นพรมแดงยาวทอดผ่านลานกว้างตรงเข้าสู่ตำหนักใหญ่ ที่วันนี้เปรียบดั่งเวทีสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของฉินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่และคุณหนูซูซิวเหยาซูซิวเหยานั่งนิ่งอยู่ในห้องเจ้าสาว ผมยาวดำขลับของนางถูกเกล้าอย่างงดงาม ตกแต่งด้วยปิ่นทองคำและมุกน้ำงามที่แวววาว ราวกับประกายแห่งดวงจันทร์ ดวงหน้าของนางถูกแต่งแต้มให้สวยดุจภาพวาดในตำนาน ผ้าคลุมหน้าโปร่งบางสีแดงสดปักลวดลายมังกรและหงส์ด้วยไหมทองละเอียดประณีต อาภรณ์แต่งงานของนางยาวพลิ้วไหว ประดับด้วยลายดอกเหมยที่สื่อถึงความงามและความอดทนยามเผชิญกับลมหนาวนางเงยหน้ามองกระจกสำริด พลางสัมผัสผ้าคลุมหน้าเบา ๆ ใจที่เคยเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวกลับสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน"คุณหนูเจ้าคะ..." ชุนฮวาสาวใช้คนสนิทเอ่ยเรียกเบา ๆ ยิ้มบาง "ถึงเวลาแล้วเจ้าค่ะ"ซูซิวเหยาสูดลมหายใจลึก รวบร
"ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "หม่อมฉันมีเรื่องอยากถามเพคะ""ว่ามาสิ" เขาตอบโดยไม่ได้หันมอง ดวงตายังคงจับจ้องเส้นทางเบื้องหน้า"ท่านชอบหม่อมฉันจริงหรือเพคะ" ซูซิวเหยาถามเสียงเบาแต่หนักแน่นคำถามนั้นทำให้อ๋องหลินหยางยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าข้าจะมาอุ้มเจ้าออกจากจวนเช่นนี้หากข้าไม่ชอบเจ้าอย่างนั้นหรือ”ซูซิวเหยาหน้าร้อนผ่าว นางกัดริมฝีปากอย่างลังเลก่อนถามต่อ "แต่เวลานี้ฐานะทางบ้านของหม่อมฉันยามนี้ไม่ดีเลย ชื่อเสียงย่ำแย่ ท่านไม่สนใจเรื่องเหล่านี้หรือเพคะ""เจ้าคิดว่าฉินอ๋องเช่นข้าต้องการอำนาจหรือชื่อเสียงจากใครมาหนุนนำหรือ" เสียงของเขาเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความมั่นใจ "ข้ามีอำนาจในมือมากพออยู่แล้ว และชื่อเสียงของข้าก็ไม่ได้ลดลงเพียงเพราะสตรีที่ข้าชอบเป็นใครสักหน่อย"ซูซิวเหยาแอบยิ้มในใจ ทว่าเพื่อความแน่ใจนางยังคงถามต่อ "ตระกูลของหม่อมฉัน...""หุบปากเถอะ" เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ข้าตัดสินใจแล้วว่าเจ้าคือคนที่ข้าต้องการ ไม่มีคำถามของเจ้าหรือคำพูดของใครที่จะเปลี่ยนใจข้าได้"หญิงสาวถอนหายใจยาว ปล่อยให้ความอบอุ่นจากคำพูดของเขาแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ "เช่นนั้นหม่อมฉันจะเชื่อ
สามสิบสองวันเดินทางวันเดินทางมาถึงเร็วเกินกว่าที่ซูซิวเหยาจะเตรียมใจ นางและซูซินอวี้กำลังจะออกเดินทางไปยังสำนักชีทางเหนือ รถม้าหลายคันจอดเรียงรายอยู่หน้าจวนตระกูลซู บ่าวรับใช้ช่วยกันขนสัมภาระขึ้นรถอย่างขะมักเขม้น ซูเหวินอี้ประมุขตระกูลซูมายืนส่งลูกสาวทั้งสองด้วยสีหน้าอาลัยอาวรณ์“เหยาเอ๋อร์ ระวังตัวนะลูก... หากมีสิ่งใดขัดสนเขียนจดหมายมาหาพ่อได้เสมอ” ซูเหวินอี้เอ่ยลาน้ำเสียงสั่นเครือ“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ” ซูซิวเหยาตอบก่อนก้าวเท้าขึ้นรถม้าขณะที่รถม้ากำลังจะเริ่มออกเดินทาง ก็มีเสียงม้าหลายตัววิ่งกุบกับมาจากถนนใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ ทหารในชุดเกราะสลักลายของฉินอ๋องควบม้าประกบล้อมขบวนรถม้าของตระกูลซู ซูซิวเหยาและคนอื่น ๆ ในจวนต่างตกใจคิดว่าเป็นโจรกลุ่มใหญ่“เกิดอะไรขึ้น!” ซูเหวินอี้ร้องถามเสียงดัง ขณะที่พ่อบ้านรีบวิ่งออกไปสอบถามเหตุการณ์ทันใดนั้น มือหนาของบุรุษในชุดดำสนิทก็เปิดม่านประตูรถม้าของซูซิวเหยาออกโดยไม่ให้ตั้งตัว ร่างของหญิงสาวถูกดึงออกจากรถม้าอย่างรวดเร็ว“เจ้าคิดว่าจะหนีข้าได้ง่าย ๆ เช่นนั้นหรือ ซิวเหยา!”น้ำเสียงเข้มและดุดันทำให้ซูซิวเหยาชะงัก นางเงยหน้าขึ้นและเห็นว่า
บทที่สิบสอง เจ้ากับข้าไม่มีสิทธิถอยเช้าวันรักษาเริ่มถอนพิษวันที่หนึ่งหลังจากโดนเลื่อนมาสามวันเพราะหลินอวี่ถงมีบาดแผลไม่สามารถโดนน้ำได้ แสงแดดแรกส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาในเรือนแขก หลินอวี่ถงค่อย ๆ ลุกจากฟูก พลันรู้สึกว่าแผลบนแผ่นหลังไม่ปวดแสบเหมือนวันก่อนอีกแล้วแม้ยังมีร่องรอยหวายทิ้งอยู่ แต่ผิ
เจ้ามองสิ่งใดอยู่หลินอวี่ถงรีบคำนับเล็กน้อย เสียงสั่นแต่กล้าเอ่ย “หม่อมฉันบังเอิญเห็นแบบแปลนเจ้าค่ะ ฝ่าบาทกำลังตรวจสอบการสร้างสะพานเลื่อนส่งน้ำหรือเพคะหรือเพคะ”ฮ่องเต้ก้าวเข้ามาข้างโต๊ะ พระพักตร์ยังคงเข้มเคร่ง “ใช่…แบบนี้ขุนนางฝ่ายโยธาเพิ่งส่งมา แต่เรามิอาจหาจุดบกพร่องได้ ทั้งที่รู้สึกว่ามีสิ่งผิ
บทที่ห้า ปากและมือเป็นอะไรหลินอวี่ถงนั่งทับบนหน้าท้องแกร่ง พลางหันแผ่นหลังให้บุรุษผู้ถูกปิดตามัดมืออยู่บนหมอน ความร้อนจากร่างกายเขาแผ่ขึ้นมาสัมผัสต้นขานางจนสั่นไหวหัวใจนางเต้นแรง ริมฝีปากแห้งผากต้องทำให้เขาพอใจและปลดปล่อยไวที่สุดหลินอวี่ถงสูดลมหายใจลึก ปลายนิ้วลูบไล้ตามความแข็งแกร่งที่เต้นตุบสอ
ลองวิธีเจ้าดวงตาคมเข้มจับจ้องนิ่งงัน ก่อนในที่สุดชายหนุ่มเอ่ย เสียงทุ้มต่ำราวสายฟ้า “ได้...ข้าจะให้เจ้าลองวิธีเจ้าดู”“เช่นนั้นหม่อมฉันขอเริ่มจากมัดมือของท่านอ๋องก่อน ยื่นมือมาหน่อยเพคะ”จ้าวสี่เย่เลิกคิ้วสูงคล้ายขบขันกับความกล้าของนาง แต่ก็ไขว้แขนไปให้มัดโดยไม่เอ่ยห้าม เส้นเอ็นแข็งแรงใต้ผิวกายถูก

















