Partager

8เจ้าช่างบ้าบิ่นนัก

last update Date de publication: 2026-04-07 09:18:08

บทที่สี่ เจ้าช่างบ้าบิ่นนัก

หลินอวี่ถงชุบน้ำผ้าขาวสะอาด บิดหมาดแล้วลูบไล้ไปตามแผงอกและต้นแขนแข็งแรงของจ้าวสี่เย่ ทุกสัมผัสระมัดระวังราวกับกำลังบรรเลงท่วงทำนองบนหยกเนื้อเนียน น้ำอุ่นผสมสมุนไพรช่วยชะล้างคราบเหนื่อยล้าจากร่างชายผู้ผ่านศึกหนักมานานหลายเดือน

นางเอื้อมมือเล็กนวดคลึงเบาๆ ที่ไหล่และต้นคอ รู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อที่ตึงเกร็งค่อย ๆ คลายลง ดวงตาคมเข้มหลับพริ้มชั่วขณะ เงียบสงบคล้ายเคลิ้มหลับไปกับสัมผัสนั้น

เสียงหวานของนางดังขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “หม่อมฉัน...พอจะเอ่ยถามได้หรือไม่เพคะ เหตุใดท่านอ๋องถึงมิทรงโปรดสตรี ทั้งที่ทุกคนต่างหมายปองจะได้อยู่ใกล้ชิด”

จ้าวสี่เย่ไม่ลืมตา เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาช้า ๆ “เจ้ากำลังอยากรู้สิ่งที่ไม่ควรรู้”

หลินอวี่ถงกัดริมฝีปาก กลั้นใจถามต่อ “หม่อมฉันเพียงคิดว่า หากได้รู้สาเหตุที่แท้จริง บางทีหม่อมฉันอาจช่วยท่านอ๋องได้ดีมากขึ้นเพคะ หม่อมฉันเองก็อยากมีชีวิตรอด ท่านเองก็อยากหายจากพิษร้าย ความจริงพวกเราเปรียบเสมือนลงเรือลำเดียวกันแล้ว”

สายน้ำกระเพื่อมเพียงเล็กน้อย ร่างใหญ่ที่ยังคงเอนพิงขอบอ่าง สุดท้ายเขาเปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตาคมลึกสบกับนางตรง ๆ คล้ายทะลุทะลวงเข้าไปในจิตใจ “เรื่องนั้นคืนนี้หากเจ้าพิสูจน์ได้ว่าทำให้ข้าทนสัมผัสเรือนกายเจ้าโดยมิอยากฆ่าเจ้าทิ้งไปเสียก่อน เจ้าจะได้รู้ทุกอย่างเอง”

น้ำเสียงราบเรียบ หากคำพูดกลับแฝงแรงกดดันจนหลินอวี่ถงใจสั่นสะท้าน นางก้มหน้าลงรับคำเบา “เพคะ...”

เมื่อการสรงน้ำสิ้นสุดและนางช่วยโกนหนวดของเขาออกไปจนเกลี้ยงเกลา จ้าวสี่เย่ลุกขึ้นจากอ่างหยก หยาดน้ำไหลรินไปตามกล้ามเนื้อกำยำแกร่งราวรูปสลัก เขาคลุมกายด้วยเสื้อคลุมดำเพียงชั้นเดียว อาภรณ์บางพลิ้วแนบกับเรือนกายสูงสง่า ยิ่งเผยความน่าเกรงขามในทุกย่างก้าว

เขาไม่กล่าวสิ่งใดต่อ เพียงก้าวเดินมั่นคงออกจากห้องสรงไปยังห้องบรรทมใหญ่ หลินอวี่ถงยกชายกระโปรงตามหลัง รู้สึกราวกับทุกก้าวที่เดินตามไปคือการก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งโชคชะตาที่ไม่อาจหวนกลับ

เงาร่างสูงใหญ่ของจ้าวสี่เย่ทอดตัวลงบนเตียงบรรทม เสื้อมิได้ติดกระดุม ปล่อยให้แผงอกเปียกชื้นเผยออกมา เขาทิ้งร่างสูงสง่าเอนเอกเขนกลางกลางฟูกใหญ่โดยไม่เหลียวแลสตรีที่เดินตามเข้ามาเลยแม้แต่น้อย

หลินอวี่ถงยืนนิ่ง ฝ่ามือบีบกระโปรงแน่น ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ นางสูดลมหายใจลึก ก่อนคุกเข่าเบื้องหน้าแล้วเอ่ยเสียงสั่นแต่แฝงความดื้อดึง

“หม่อมฉันขอถามคำสุดท้ายเพคะ ท่านอ๋องทรงเป็นเกย์ใช่หรือไม่เพคะ”

ดวงตาคมเข้มเบิกขึ้นเล็กน้อย ขมวดคิ้วเข้ม “เกย์? คือสิ่งใดกัน”

แก้มนางร้อนผ่าว รีบอธิบายพลางก้มหน้า “ก็...ผู้ที่มิใคร่ชอบสตรีเพคะ ในยุคนี้เขาเรียกเช่นไรหม่อมฉันก็ไม่แน่ใจ”

เสียงทุ้มต่ำคล้ายหัวเราะในลำคอพลันดังขึ้นเบา ๆ “หากตามความหมายของเจ้า เช่นนั้นก็คงใช่...ข้าเป็นเกย์”

ว่าแล้ว!

ทำไมซื้อหวยไม่ถูกสักงวดนะ

หลินอวี่ถงเงยหน้าขึ้นน้อย ๆ ดวงตาสั่นระริก แต่ริมฝีปากกลับกล้ากระซิบต่อ

“เช่นนั้นคืนนี้พระองค์คงต้องลำบากใจหน่อยแล้วเพคะ ก็ไม่แปลกเป็นเกย์จะให้ใกล้ชิดกับสตรีย่อมไม่ชอบใจ แต่ในเมื่อพิษอะไรก็ไม่รู้ของพระองค์จำเป็นต้องใช้สตรี หม่อมฉันคิดว่ามีวิธีที่พวกเราจะใกล้ชิดกันโดยมือท่านอ๋องไม่เผลอหยิบดาบมาปาดคอกันเสียก่อน คืนนี้พวกเรามาลองวิธีหม่อมฉันหน่อยดีหรือไม่”

“เจ้าคิดจะทำอันใดกันแน่ พูดจาประหลาดนัก”

“เถิดน่าเพคะ ท่านเพียงนอนนิ่ง ที่เหลือหม่อมฉันจะเป็นฝ่ายจัดการเองเพคะ”

“...”

หลินอวี่ถงสูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยเสียงนุ่มแต่หนักแน่น

“ในเมื่อท่านอ๋องไม่อยากแตะต้องเนื้อตัวสตรี เช่นนั้นหม่อมฉันขอเสนอวิธีลดความรังเกียจลง”

จ้าวสี่เย่เหลือบตามองต่ำ เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบเอ่ย “วิธีลดความรังเกียจสตรีอย่างเจ้าหรือ...ไหนว่ามา”

“ท่านอ๋องต้องถูกมัดมือไพล่หลัง และปิดตาเสียเพคะ เพียงเท่านี้ก็ไม่เห็นและไม่ต้องสัมผัสสิ่งที่ท่านไม่ชอบแล้วเห็นด้วยหรือไม่เพคะ”

“เหอะ! เจ้าช่างกล้าคิดนัก หากเจ้าเป็นสายลับแฝงตัวมาข้าคงไม่แคล้วกลายเป็นหมูที่ลงไปนอนบนเขียง”

“โถ่ท่านอ๋อง ท่าทางอย่างหม่อมฉันเนี่ยนะเป็นสายลับได้ แล้วทรงจำไม่ได้หรือว่าหม่อมฉันคือคนที่ตะโกนเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือพระองค์ด้วยซ้ำ และนี่เป็นวิธีการเพื่อรักษาพิษอะไรนั่นของท่านมิใช่หรือ ในเมื่อร่างกายไม่ชอบแต่อยากหายจากพิษก็ต้องฝืนหน่อยสิเพคะ”

“เจ้ากล้าสอนข้ารึ”

“มิกล้าหรอกเพคะ”

หลินอวี่ถงอยากเหลือบตามองบนแต่ก็ทำได้แค่คิดในใจเพราะกลัวโดนบุรุษตรงหน้าควักลูกตานางออกมาเสียก่อนเลยทำได้เพียงฝืนยิ้มประจบสอพอสักหน่อย

“ทรงท่องไว้เถิดว่าต้องอดทนเพื่อถอนพิษ เดี๋ยวหม่อมฉันทำให้พระองค์มีความสุขเองไม่ได้ต้องอดทนขนาดนั้นเสียหน่อย”

“...” สายตาที่จ้องมองกลับมาเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าเดิม

นางเผลอกลืนน้ำลาย แต่ยังฝืนเชิดคางขึ้นเล็กน้อย “โปรดวางพระทัยเพคะ แขนเล็กแค่นี้ไม่อาจทำร้ายท่านอ๋องได้หรอก อีกทั้งคนนอกห้องก็ล้วนเป็นคนของพระองค์ หม่อมฉันหนีไปไหนไม่รอดแน่เพคะ ไม่ต้องกลัว”

ร่างสูงขยับเอนหลังพิงหมอน ดวงตาคมลึกกดลงมาราวเหยี่ยว “เอาเถอะ...ข้าไม่เคยกลัวสตรีอ่อนแออย่างเจ้า”

“งั้นก็ดีเพคะ” นางรีบแทรกขึ้น น้ำเสียงหวานปนกล้า “ปล่อยให้หม่อมฉันพิสูจน์ความแซ่บ เอ้ย ความสามารถสักครั้ง...หากสำเร็จท่านย่อมได้ทั้งความสุข ทั้งวิธีแก้พิษไปพร้อมกันแน่นอนเพคะ”

จ้าวสี่เย่หัวเราะในลำคอเบา ๆ คล้ายเย้ยหยันนาง “เจ้าจงรู้ไว้ซะว่าแม้ข้าถูกมัดมือ หากข้าอยากสังหารเจ้า เชือกเหล่านั้นย่อมมิอาจยั้งมือข้าได้”

หัวใจหลินอวี่ถงสะท้านวาบ แต่ในใจแอบคิด อย่างน้อยก็ซื้อเวลาหนีได้บ้างนี่นา... นางยิ้มบางประหนึ่งไม่หวาดหวั่น

“หม่อมฉันรู้เพคะ แต่คืนนี้ขอให้ท่านอ๋องเชื่อในฝีมือหม่อมฉันเถิด”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   103บทส่งท้าย (2)

    "คุณหนูเจ้าคะ..." ชุนฮวาวางจดหมายลงบนโต๊ะข้างเตียงด้วยความระมัดระวัง "มีผู้ส่งจดหมายมาให้เจ้าค่ะ เขาบอกว่าเป็นจดหมายแสดงความยินดี"ซูซิวเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน ตัวอักษรที่เขียนด้วยหมึกดำเรียบง่ายกลับสะกดความสนใจของนางไว้ทันทีถึง คุณหนูซูซิวเหยาข้ายินดีอย่างยิ่งที่เจ้าพบคู่ครองที่คู่ควร แม้หัวใจข้าจะเคยมีเจ้าครอบครอง แต่วันนี้ข้าขอมอบเพียงคำยินดีแทนทุกสิ่งข้าหวังว่าเจ้าจะมีชีวิตที่สุขสมปรารถนาเสมอเหวินอวิ้นเฉิงซูซิวเหยามองตัวอักษรบนกระดาษเบื้องหน้า ใจของนางสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความรู้สึกในอดีตกับเหวินอวิ้นเฉิงที่เคยชอบนาง แต่เพราะนางสัมผัสได้ถึงความจริงใจในคำอวยพรของเขาในขณะที่ซูซิวเหยายังคงนั่งนิ่งกับจดหมายในมือ เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบา ๆ เผยให้เห็นร่างสูงสง่างามของฉินอ๋องหลินหยางในอาภรณ์สีแดงหรูหรา ดวงตาคมกริบของเขามองไปยังสตรีผู้เป็นเจ้าสาวอย่างแฝงความอ่อนโยน"ข้ากลับมาแล้ว" เขากล่าวเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เตียง แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นบางอย่างที่น่าสงสัยดวงตาคมของอ๋องหนุ่มเหลือบเห็นกระดาษในมือของนาง "นั่นอะไร?" เสียงต่ำของเขาทำให้ซูซิวเหยาส

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   102บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายสิบวันล่วงเลยผ่านไป ณ จวนฉินอ๋องรุ่งอรุณยามเช้าของฤดูใบไม้ผลิ แสงอาทิตย์แรกสาดส่องผ่านม่านหมอกบางเบา ภายในจวนโออ่ายามนี้ประกอบไปด้วยสีทองของดวงตะวันแต้มแต่งทุกมุมให้เปล่งประกายราวกับโลกทั้งใบยินดีในวันสำคัญ เสียงฆ้องและกลองบรรเลงกึกก้อง ดอกไม้หลากสีถูกประดับประดาเต็มท้องพระลาน แผ่นพรมแดงยาวทอดผ่านลานกว้างตรงเข้าสู่ตำหนักใหญ่ ที่วันนี้เปรียบดั่งเวทีสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของฉินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่และคุณหนูซูซิวเหยาซูซิวเหยานั่งนิ่งอยู่ในห้องเจ้าสาว ผมยาวดำขลับของนางถูกเกล้าอย่างงดงาม ตกแต่งด้วยปิ่นทองคำและมุกน้ำงามที่แวววาว ราวกับประกายแห่งดวงจันทร์ ดวงหน้าของนางถูกแต่งแต้มให้สวยดุจภาพวาดในตำนาน ผ้าคลุมหน้าโปร่งบางสีแดงสดปักลวดลายมังกรและหงส์ด้วยไหมทองละเอียดประณีต อาภรณ์แต่งงานของนางยาวพลิ้วไหว ประดับด้วยลายดอกเหมยที่สื่อถึงความงามและความอดทนยามเผชิญกับลมหนาวนางเงยหน้ามองกระจกสำริด พลางสัมผัสผ้าคลุมหน้าเบา ๆ ใจที่เคยเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวกลับสั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน"คุณหนูเจ้าคะ..." ชุนฮวาสาวใช้คนสนิทเอ่ยเรียกเบา ๆ ยิ้มบาง "ถึงเวลาแล้วเจ้าค่ะ"ซูซิวเหยาสูดลมหายใจลึก รวบร

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   101มีเรื่องอยากถาม

    "ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "หม่อมฉันมีเรื่องอยากถามเพคะ""ว่ามาสิ" เขาตอบโดยไม่ได้หันมอง ดวงตายังคงจับจ้องเส้นทางเบื้องหน้า"ท่านชอบหม่อมฉันจริงหรือเพคะ" ซูซิวเหยาถามเสียงเบาแต่หนักแน่นคำถามนั้นทำให้อ๋องหลินหยางยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้าคิดว่าข้าจะมาอุ้มเจ้าออกจากจวนเช่นนี้หากข้าไม่ชอบเจ้าอย่างนั้นหรือ”ซูซิวเหยาหน้าร้อนผ่าว นางกัดริมฝีปากอย่างลังเลก่อนถามต่อ "แต่เวลานี้ฐานะทางบ้านของหม่อมฉันยามนี้ไม่ดีเลย ชื่อเสียงย่ำแย่ ท่านไม่สนใจเรื่องเหล่านี้หรือเพคะ""เจ้าคิดว่าฉินอ๋องเช่นข้าต้องการอำนาจหรือชื่อเสียงจากใครมาหนุนนำหรือ" เสียงของเขาเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความมั่นใจ "ข้ามีอำนาจในมือมากพออยู่แล้ว และชื่อเสียงของข้าก็ไม่ได้ลดลงเพียงเพราะสตรีที่ข้าชอบเป็นใครสักหน่อย"ซูซิวเหยาแอบยิ้มในใจ ทว่าเพื่อความแน่ใจนางยังคงถามต่อ "ตระกูลของหม่อมฉัน...""หุบปากเถอะ" เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ข้าตัดสินใจแล้วว่าเจ้าคือคนที่ข้าต้องการ ไม่มีคำถามของเจ้าหรือคำพูดของใครที่จะเปลี่ยนใจข้าได้"หญิงสาวถอนหายใจยาว ปล่อยให้ความอบอุ่นจากคำพูดของเขาแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ "เช่นนั้นหม่อมฉันจะเชื่อ

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   100วันเดินทาง

    สามสิบสองวันเดินทางวันเดินทางมาถึงเร็วเกินกว่าที่ซูซิวเหยาจะเตรียมใจ นางและซูซินอวี้กำลังจะออกเดินทางไปยังสำนักชีทางเหนือ รถม้าหลายคันจอดเรียงรายอยู่หน้าจวนตระกูลซู บ่าวรับใช้ช่วยกันขนสัมภาระขึ้นรถอย่างขะมักเขม้น ซูเหวินอี้ประมุขตระกูลซูมายืนส่งลูกสาวทั้งสองด้วยสีหน้าอาลัยอาวรณ์“เหยาเอ๋อร์ ระวังตัวนะลูก... หากมีสิ่งใดขัดสนเขียนจดหมายมาหาพ่อได้เสมอ” ซูเหวินอี้เอ่ยลาน้ำเสียงสั่นเครือ“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ” ซูซิวเหยาตอบก่อนก้าวเท้าขึ้นรถม้าขณะที่รถม้ากำลังจะเริ่มออกเดินทาง ก็มีเสียงม้าหลายตัววิ่งกุบกับมาจากถนนใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ ทหารในชุดเกราะสลักลายของฉินอ๋องควบม้าประกบล้อมขบวนรถม้าของตระกูลซู ซูซิวเหยาและคนอื่น ๆ ในจวนต่างตกใจคิดว่าเป็นโจรกลุ่มใหญ่“เกิดอะไรขึ้น!” ซูเหวินอี้ร้องถามเสียงดัง ขณะที่พ่อบ้านรีบวิ่งออกไปสอบถามเหตุการณ์ทันใดนั้น มือหนาของบุรุษในชุดดำสนิทก็เปิดม่านประตูรถม้าของซูซิวเหยาออกโดยไม่ให้ตั้งตัว ร่างของหญิงสาวถูกดึงออกจากรถม้าอย่างรวดเร็ว“เจ้าคิดว่าจะหนีข้าได้ง่าย ๆ เช่นนั้นหรือ ซิวเหยา!”น้ำเสียงเข้มและดุดันทำให้ซูซิวเหยาชะงัก นางเงยหน้าขึ้นและเห็นว่า

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   99ลังเลบอกความจริง

    สามสิบเอ็ดลังเลบอกความจริงรถม้าของซูซิวเหยาแล่นไปอย่างเชื่องช้าบนเส้นทางที่ทอดยาวกลับจวน ความสงบกลับถูกขัดจังหวะเมื่อรถม้าหรูหราคันหนึ่งมาจอดขวางถนน ทหารที่มากับรถม้าหรูดังกล่าวลงมาอย่างรวดเร็ว"เชิญคุณหนูใหญ่ตระกูลซูเปลี่ยนไปยังรถม้าคันนี้ขอรับ"ซูซิวเหยาขมวดคิ้วแน่น ใจของนางเต้นแรงอย่างประหลาดเมื่อนางจดจำตราประทับบนรถม้าหรูได้ทันที “ฉินอ๋องเฟิงหยาง…” นางพึมพำกับตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อเมื่อซูซิวเหยาขึ้นไปนั่งในรถม้าหรู เงาร่างองอาจของอ๋องเฟิงหยางก็นั่งอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มมองนางด้วยสายตาเย็นเยียบผสมความร้อนแรงที่คุกรุ่นอยู่ภายใน"เจ้าไปที่กระท่อมนั้นทำไม""ไปกล่าวลาคนผู้หนึ่งเจ้าค่ะ" นางตอบกลับด้วยเสียงเรียบ"กล่าวลาหรือ?" อ๋องหนุ่มตวาดถาม สายตาของเขาทิ่มแทงราวกับจะมองทะลุหัวใจของนางซูซิวเหยารู้สึกว่าบรรยากาศในรถม้าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก นางพยายามอธิบาย "เจ้าของกระท่อมนั้นเป็นบุรุษผู้หนึ่งที่ช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้ในยามยากลำบาก…""บุรุษหรือ เขาแต่งงานหรือยัง”“อืม ก็ ยังเพคะ”“นี่! เจ้านอกใจข้า ซิวเหยา เจ้า… บังอาจมาก!" เสียงของอ๋องหนุ่มดังลั่นจนรถม้าสั่นไหวซูซิวเหยาเบิกตากว้างด้วย

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   98ลูกแน่ใจ

    “ท่านพ่อเจ้าคะ ลูกมีเรื่องจะขอ...”ซูเหวินอี้วางช้อนลง หันมามองบุตรสาวด้วยแววตาเป็นห่วง “ว่ามาเถอะ ซิวเหยา เจ้าต้องการสิ่งใด”“ลูกอยากไปศึกษาธรรมะที่สำนักชีทางเมืองเหนือเจ้าค่ะ” ซูซิวเหยาพูดเสียงเรียบ “ที่นั่นสงบและเหมาะแก่การพิจารณาตัวเอง นอกจากนี้ลูกอยากพาน้องซินอวี้ไปด้วย...อาจช่วยบำบัดจิตใจของน้องได้บ้าง”ซูเหวินอี้ขมวดคิ้วทันที “เจ้าอยากไปอยู่ที่นั่นทำไมกัน สำนักชีนั้นห่างไกลและลำบากนัก”ซูซิวเหยาคลี่ยิ้มที่เต็มไปด้วยเหตุผล “ชื่อเสียงของสตรีตระกูลซูตอนนี้ไม่ดีนักเจ้าค่ะ หากลูกอยู่ในเมืองหลวงต่อไม่มีผลดีอันใด ลูกคิดว่าหากอยู่ที่อื่นสักสองสามปี รอจนเรื่องซาลงแล้วจึงกลับมาก็น่าจะเหมาะสมกว่านะเจ้าคะ”ซูเหวินอี้ถอนหายใจหนัก “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะอยู่ที่นั่นได้”หญิงสาวพยักหน้า “เจ้าค่ะ...ลูกแน่ใจ”ซูเหวินอี้ลังเลอยู่นาน แต่ในที่สุดเขาก็พยักหน้า “ถ้าเจ้าแน่ใจ ข้าก็จะไม่ขัด...”ซูซิวเหยากล่าวขอบคุณ แต่ในใจของนางเต็มไปด้วยความสับสน ทั้งความโล่งใจที่แผนการของนางกำลังจะสำเร็จ และความเศร้าที่ต้องจากไปจากที่นี่ นางรู้ดีว่าเหตุผลแท้จริงไม่ใช่การศึกษาธรรมะ แต่มันคือการหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ห่า

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   10ปากและมือเป็นอะไร

    บทที่ห้า ปากและมือเป็นอะไรหลินอวี่ถงนั่งทับบนหน้าท้องแกร่ง พลางหันแผ่นหลังให้บุรุษผู้ถูกปิดตามัดมืออยู่บนหมอน ความร้อนจากร่างกายเขาแผ่ขึ้นมาสัมผัสต้นขานางจนสั่นไหวหัวใจนางเต้นแรง ริมฝีปากแห้งผากต้องทำให้เขาพอใจและปลดปล่อยไวที่สุดหลินอวี่ถงสูดลมหายใจลึก ปลายนิ้วลูบไล้ตามความแข็งแกร่งที่เต้นตุบสอ

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   9ลองวิธีเจ้า

    ลองวิธีเจ้าดวงตาคมเข้มจับจ้องนิ่งงัน ก่อนในที่สุดชายหนุ่มเอ่ย เสียงทุ้มต่ำราวสายฟ้า “ได้...ข้าจะให้เจ้าลองวิธีเจ้าดู”“เช่นนั้นหม่อมฉันขอเริ่มจากมัดมือของท่านอ๋องก่อน ยื่นมือมาหน่อยเพคะ”จ้าวสี่เย่เลิกคิ้วสูงคล้ายขบขันกับความกล้าของนาง แต่ก็ไขว้แขนไปให้มัดโดยไม่เอ่ยห้าม เส้นเอ็นแข็งแรงใต้ผิวกายถูก

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   7อาจราบรื่น

    อาจราบรื่นดวงตาคมวาวขึ้นเล็กน้อย “แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไร คิดว่าทำเพียงแต่นั้นจะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้หรือ”นางกัดริมฝีปาก สูดหายใจเข้าลึก “โปรดให้หม่อมฉันได้ลองเถิดเพคะ หากไม่ลองย่อมไม่รู้ มีความเป็นไปได้ว่าขั้นต่อไปอาจราบรื่นกว่าที่ผ่านมา”เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาน่ากลัวที่จ้องมานั้นทำให้นางแทบตั

  • ทะลุมิติไปก็หนีไม่พ้นท่านอ๋องทรราช   6 ช่วยผ่อนคลายก่อน

    บทที่สาม ช่วยผ่อนคลายก่อน 18“ฉะนั้นหน้าที่แรกในคืนนี้คือการที่แม่นางหลินต้องพิสูจน์ว่าตนเองสามารถทำหน้าที่เป็นพาหนะตัวนำยาถอนพิษเข้าร่างกายของท่านอ๋องได้หรือไม่”“มะ หมายความว่าคืนนี้ข้าต้องเอากับเขาหรือท่านเจ้าคะ ท่านอู๋เจี้ยน”“วาจาตรงไปตรงมาเกินไปนัก ไม่กระดากปากสตรีอย่างเจ้าเลยรึ”แหมนั่งเงียบ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status