เข้าสู่ระบบตอนที่2 ที่ไหน
จวนแม่ทัพเว่ยหยาง สายลมเย็นพัดโชยเข้ามาภายในห้องที่อบอวลไปด้วยกำยานหอมกรุ่น ม่านแพรพลิ้วไหวตามแรงลมแผ่วเบา ไป๋หยาสะดุ้งเฮือกลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ ลมหายใจขาดช่วง ใจเต้นรัว มือเล็กรีบยกขึ้นกุมอกตนเองแน่น ก่อนจะรู้สึกได้ถึงเนื้อผ้าแปลกไปจากชุดยูนิฟอร์มบริษัท! “…หะ?” เธออึ้งไปสองวินาที ก่อนจะค่อย ๆ ก้มลงมองดูมือของตนเองที่เปลี่ยนไป มือที่เคยหยาบกลับเรียวขาวนวล ขาวเสียจนแทบมองเห็นเส้นเลือดใต้ผิวเนียนละเอียด สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ห้อง…เพดานไม้สลัก ผ้าม่านไหมปักชั้นดี โต๊ะชาจีนสลักงาช้าง ตู้ลายครามสูงเท่าคน ทุกอย่างในห้องราวกับฉากในหนังจีนย้อนยุค “ที่นี่…กองถ่ายเหรอ?” เธอพึมพำเบา ๆ อย่างไม่แน่ใจ หันมองชุดที่ตนเองสวมอยู่ เสื้อคลุมไหมปักลายดิ้นทอง ยาวกรอมเท้า ปิ่นปักผมหยกขาวสะท้อนแสงเป็นประกาย “ว้าว…ผ้าไหมชั้นดี ราคาคงแพงน่าดู…” ปากก็ว่า มือก็กระตุกชายผ้าเบา ๆ แล้วลูบอย่างหลงใหล แววตาเป็นประกาย ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็น ถาดเครื่องประดับที่ทำจาก ทองคำ เงิน หยก และไข่มุก ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สลักงดงามข้างกระจกทองเหลือง เธอเบิกตากว้างอย่างดีใจ ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวตรงเข้าไปใกล้ ๆ กับถาดเครื่องประดับเหล่านั้น แล้วนั่งลงกวาดสายตามอง “โอ๊ย ของจริงปะเนี่ย…” เธอคว้าเอาแหวนหยกวงหนึ่งขึ้นมา กัดเบา ๆ แกร็ก “ของจริง!!! อื้อ รวยแล้ว ๆ ” เธอรีบคว้าทุกอย่างมากอดไว้แน่น ตาลุกวาว พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข “ในที่สุด…ชีวิตพนักงานออฟฟิศบัดซบของฉัน ก็จะจบลงตรงนี้…” เธอหัวเราะคิก ยิ้มละไมแล้วเอียงหน้าอย่างฝันหวาน แอ๊ด! เสียงประตูบานใหญ่ค่อย ๆ เปิดออก พร้อมกับหญิงสาวในชุดจีนโบราณสีเขียวเรียบ ๆ ก้าวเข้ามาช้า ๆ พร้อมถาดน้ำชาในมือ ใบหน้านางมองมายังไป๋หยาด้วยความงุนงง “คุณหนู…ท่านทำอะไรเจ้าคะ?” ไป๋หยาหันขวับตามเสียงใสของหญิงสาวที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ มือเล็กสะดุ้งจนเครื่องประดับในมือร่วงหล่นลงพื้นสองสามชิ้น “คุณหนู…” หญิงสาวในชุดย้อนยุคโบราณรีบก้าวเข้ามา วางถาดชาลงบนโต๊ะอย่างเร่งรีบ ก่อนจะทรุดตัวลงช่วยเก็บเครื่องประดับขึ้นวางบนถาด “ท่านไม่สบายหรือเจ้าคะ? สีหน้าท่านดูไม่ดีเลย…” ไป๋หยาเงยหน้ามองนางด้วยแววตาสับสน กวาดสายตามองรอบห้องอีกครั้ง…ไม้ฉลุลายทอง เครื่องเรือนหรูหราวางเรียงรายราวกับพิพิธภัณฑ์ สิ่งเหลานี้ช่างคุ้นตาเหมือนกับฉากซีรี่ย์ย้อนยุคไม่มีผิด “เอ่อ…คือ…” เธอยิ้มแห้ง ๆ อย่างเก้ ๆ กัง ๆ รีบวางเครื่องประดับคืนลงถาด ทำตัวให้ดูเหมือนปกติที่สุด “เอ่อ…นี่…ที่ไหนเหรอ?” สาวใช้ชะงักเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาประหลาดใจ “จวนแม่ทัพเว่ยหยางเจ้าค่ะ…คุณหนูลืมแล้วหรือ?” “อืม…” ไป๋หยาพยักหน้าตอบ แต่เธอต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ “ห๊ะ…แม่ทัพ!!” ยังไม่ทันได้คิดอะไรมาก ความทรงจำบางอย่างที่ไม่ใช่ของตัวเองก็หลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำ คำสุดท้ายในความทรงจำคือ ไป๋ซูเหยา!! “ไป๋ซูเหยา!!” เสียงอุทานหลุดออกมาจากปากโดยไม่รู้ตัว ร่างของเธอผงะถอยหลัง ก่อนจะหันหลังแล้วรีบเร่งก้าวพรวดออกจากห้อง สายตากวาดมองไปรอบทางเดินยาว ในคฤหาสน์โบราณ ผู้คนในชุดย้อนยุคโบราณส่วมผ้าแพรบางพลิ้วไหวเดินผ่านไปมา บ่าววุ่นวายกับการกวาดลานและจัดสวน “ฮูหยิน” สาวใช้สองนางที่เดินผ่านมาหยุด ก่อนจะย่อคำนับอย่างนอบน้อม แล้วก็ก้าวจากไป ไป๋หยามองตามผู้คนในบ้านหลังใหญ่นี้ที่ล้วนแต่สวมชุดย้อนยุค ไม่มีอะไรที่บอกว่าเธออยู่ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอีกต่อไป “สมจริงเกินไป…ไม่ใช่กองถ่ายแน่…” จู่ ๆ ขาก็อ่อนแรง โลกหมุนคว้าง ความเครียด ความสับสน ความกลัวถาโถมเข้าหากันเป็นเกลียว ร่างบางทรุดลงหมดสติทันที ….ตอนพิเศษ2สองปีต่อมา ณ ห้องหนังสือ จวนจิ้นอ๋องแสงแดดยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่าง กระดาษโปร่งลงบนโต๊ะไม้ กลิ่นหมึกลอยคลุ้งในอากาศบนตั่งไม้ใกล้หน้าต่าง ไป๋ซูเหยานั่งถือตำราอยู่ข้างบุตรชายวัยสองขวบกว่า เด็กน้อยในอาภรณ์แพรสีเขียวอ่อนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะนุ่ม ตากลมใสกวาดมองตัวอักษรบนตำรา เส้นผมอ่อนยุ่งเล็กน้อยตามประสาเด็ก มืออ้วนกลมยกขึ้นลูบคิ้วตัวเอง“ท่านแม่ ข้าอยากออกไปเที่ยวข้างนอก ท่านพาข้าไปได้หรือไม่… ”เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นพร้อมดวงตากลมใสที่มองนางอย่างอ้อนวอน มืออ้วนกลมยื่นมาดึงแขนเสื้อนางเบา ๆ ไป๋ซูเหยามองดวงหน้ากลมเล็กที่แดงระเรื่อราวลูกพีชนก่อนจะหัวเราะแผ่ว ยิ้มบาง ดวงตาฉายแววซุกซน“แต่พ่อเจ้าสั่งให้เจ้าท่องตำราอยู่นี่นะ… ”เด็กน้อยเบะปากเล็กน้อย ตากลมใสยังมองไม่กระพริบ“แต่ไม่เป็นไร… ”ไป๋ซูเหยาก้มลงมากระซิบพร้อมยิ้มขำ“แม่จะพาเจ้าหนีเอง เด็กน้อยเพียงสองขวบกว่าจะต้องท่องตำรามากมายเช่นนี้ น่าเบื่อออก… ”เด็กน้อยพยักหน้างึก ๆ พร้อมรอยยิ้ม“ไปกัน!”“อื้ม!”มือเล็กยื่นออกมาอย่างเร่งรีบ ไป๋ซูเหยาจับมือกลมเล็กนั้นไว้ ก่อนจะย่องลงจากตั่งไม้เบา ๆ ชายกระโปรงผ้าโปร่งสีอ่อนสะบัดไหวไปตามจั
ตอนพิเศษจวนแม่ทัพเว่ยหยางกลิ่นสุราอบอวลในห้องนอนที่หน้าต่างถูกเปิดแง้มรับลมยามเช้า แสงแดดอ่อนลอดผ่านระแนงไม้ ส่องลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยไหสุราที่ถูกทิ้งระเกะระกะร่างสูงในชุดชั้นในสีดำหม่นนอนฟุบอยู่บนโต๊ะ ผมยาวสีดำกระจายคลอแก้มซีด เส้นผมเปียกชื้นเพราะเหงื่อและสุราที่กระเด็นเลอะเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเสียงเรียกขององค์รักษ์คนสนิท“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพ!”เปลือกตาหนักอึ้งของเว่ยหยางกระตุก ดวงตาแดงก่ำจากฤทธิ์สุราเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวดแน่น เขาใช้มือยันโต๊ะ ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะก้าวอย่างไร้เรี่ยวแรงไปเปิดประตูออกช้า ๆ ดวงตาคมหรี่ลง มององค์รักษ์คนสนิทของตนที่ยืนรออยู่หน้าห้อง ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มแหบด้วยฤทธิ์สุรา“อะไร…”องค์รักษ์ก้มศีรษะต่ำ เอ่ยขึ้น“ฝูกงกงจากวังหลวงมาส่งเทียบเชิญให้ท่าน… ตอนนี้รออยู่ที่ห้องโถงใหญ่ขอรับ”“อืม… ”เสียงตอบรับเบาราวสายลม เว่ยหยางหมุนตัวกลับเข้าไป หยิบเสื้อคลุมสีดำสนิทที่พาดบนเตียงมาสวมทับ ก่อนจะก้าวออกจากห้องตรงไปยังห้องโถงใหญ่ณ ห้องโถงใหญ่ประดับด้วยม่านสีเข้มและแจกันที่มีดอกโบตั๋นประดับอยู่ ฝูกงกงยืนรออยู่ด้านหน้า พอเห็นร่างสูงของแม
ตอนที่30จบสายลมยามรุ่งสางพัดแผ่วลอดหน้าต่างรถม้ากระทบใบหน้าคมเข้มของจิ้นอ๋อง เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น กวาดสายตามองรอบกายอย่างงุนงงบัดนี้ เขามิได้อยู่ในห้องลับอับชื้นอีกต่อไป แต่กลับพบว่าตนอยู่ภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวไปบนถนนเมื่อสายตาหันไปด้านข้าง เขาเห็นร่างบอบบางที่ซิบพิงอยู่ใกล้กัน ดวงหน้าที่คุ้นเคย แม้ซีดเผือด แต่ยังคงความงดงามราวภาพวาดมือใหญ่สั่นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมไปคว้าร่างบางของไป๋ซูเหยาเข้ามากอดแน่น ดวงตาคมเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่รั้งไว้ไม่อยู่ไป๋ซูเหยารู้สึกถึงแรงกอดอันแน่นหนา ความเจ็บเล็ก ๆ ทำให้นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นสบตากับเขาอย่างอ่อนแรง“ท่านอ๋อง… เพคะ”เสียงแผ่วเบาของนาง ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง จิ้นอ๋องก้มลงมองนางในอ้อมแขน สายตาเต็มไปด้วยความดีใจและห่วงใย“เจ้า… เจ็บตรงไหนหรือไม่”นางส่ายศีรษะเบา ๆ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง จิ้นอ๋องกระซับอ้อมแขนแน่นขึ้น ซบใบหน้าลงบนเรือนผมของนาง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนางทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นเสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นช้า ๆ แผ่วเบาราวสายลม“ข้าคิดว่าต้องเสียเจ้าไปเสียแล้ว… ดี… ดีจริง ๆ ”น้ำเสียงนั้นทั้งสั่นทั้งอ่อนโยน ค
ตอนที่29เลือกณ แคว้นฉงฉิ่งห้องลับสายลมเย็นจากหน้าต่างเล็ก ๆ พัดต้องร่างบางที่นอนอยู่บนพื้นห้องเย็นเฉียบ ความหนาวปลุกให้ไป๋ซูเหยาค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นนางกวาดสายตามองรอบตัว เห็นแท่งเหล็กสีดำเรียงราย เมื่อลองขยับตัวก็พบว่าถูกมัดมือมัดเท้าไว้แน่น อยู่ในกรงเหล็กที่มีกุญแจล็อกไว้อย่างแน่นหนา“กรงเหล็ก… ?”นางพึมพำเสียงแผ่ว ก่อนจะพยายามขยับเชือกแต่ไม่สำเร็จ ได้แต่ถอนหายใจ ในขณะที่นางกำลังพยายามตั้งสติ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้น ในความเงียบของห้องไป๋ซูเหยากันไปตามเสียง ประตูไม้ถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ชายสูงวัยผู้หนึ่งก้าวเข้ามา ในอาภรณ์สีเข้มปักลายมังกรเงิน ผมยาวสีดำแซมขาว ใบหน้าแม้มีรอยวัย แต่ยังคงแฝงด้วยอำนาจด้านหลังมีขันทีร่างอ้วนเดินตามมา และองค์รักษ์ในชุดดำอีกสองคนก้าวตามอย่างเงียบงันไป๋ซูเหยาเงยหน้ามองชายสูงวัยผู้นั้น พลันครุ่นคิดในใจ เขาดูทรงคล้ายฮ่องเต้ แต่องค์ทรงเครื่องต่างออกไปนิดหน่อย หรือว่าข้าจะถูกจับมาที่แคว้นฉงฉิ่งเสียแล้วนางสูดลมหายใจลึก เอ่ยถามด้วยเสียงหนักแน่น“พวกเจ้าจับข้ามาที่นี่ทำไม?”ชายสูงวัยไม่ได้ตอบทันที เขาเหลือบสายตามองนางอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยถามขันทีข้างก
ตอนที่28 เงาจวนแม่ทัพเว่ยหยางแสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดลอดใบไม้ พาดเงาลายลงบนพื้นศาลาแม่ทัพเว่ยหยางนั่งดื่มสุราลำพัง เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมพัดใบไม้ปลิวสายตาคมทอดมองไปยังสวนดอกไม้ ที่ไป๋ซูเหยาชอบมาเดินเล่นอยู่บ่อย ๆ รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าที่เคร่งขรึม เมื่อเขาเห็นเงาของนางสะท้อนกับแสงแดด ร่างนั้นหันมายิ้มหวานให้เขาแต่รอยยิ้มนั้นกลับอยู่เพียงแค่ครู่เดียว ก่อนภาพนั้นจะเลือนหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่า“ท่านแม่ทัพ… ”เสียงสะอื้นดังขึ้น หลันอวี้คุกเข่าอยู่เบื้องล่างศาลา น้ำตานางไหลอาบแก้ม แววตาสั่นไหวเต็มไปด้วยความอ้อนวอนแม่ทัพเว้ยหยางเหลือบมองนาง แววตานิ่งสงบก่อนจะถอนหายใจยาว เขาลุกขึ้นจะก้าวเดินจากไป โดยไม่คิดจะหยุดแต่ทันทีที่เขาก้าวผ่านร่างเล็กนั้น สองมือของหลันอวี้ก็ยื่นมาคว้าชายแขนเสื้อของเขาไว้แน่น“ท่านแม่ทัพ…ข้าผิดไปแล้ว..ได้โปรด…”นางเงยหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาหยดลงบนแขนที่กำเสื้อเขาไว้แม่ทัพเว่ยหยางชะงัก หันกลับมามองนาง ในดวงตาคมเข้มปรากฏแววตาโกรธวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าเขาสะบัดแขนเสื้อออกจากมือเล็กนั้นอย่างไม่ใยดี ก้าวจากไปอย่างไม่ใยดี ชายแข
ตอนที่27หลับตาจิ้นอ๋องก้าวออกจากหอชิงเหออ้อมแขนกว้างของเขายังคงอุ้มไป๋ซูเหยาไว้แนบอก เสื้อคลุมสีดำของเขาปลิวเบา ๆ ตามสายลม แสงโคมไฟแขวนเรียงราย ส่องแสงอุ่นสว่างตามทางเดินไป๋ซูเหยาขยับตัวเล็กน้อย มือขาวสะกิดแขนเสื้อเขาอย่างเก้อเขิน เอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“… ปล่อยได้แล้วเพคะ”จิ้นอ๋องก้มมองนาง สายตาคมนั้นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากเขายกยิ้มบาง“เจ้าเสียใจแล้วหรือ… ที่หย่ากับเขา”ไป๋ซูเหยาชะงัก คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย นางกัดริมฝีปากเบา ๆ ก่อนตอบเสียงเบา “หม่อมฉันไม่ได้หมายความเช่นนั้นเพคะ”ได้ยินเช่นนั้นจิ้นอ๋องก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอดวงตาทอดมองนางด้วยความเอ็นดู“ถ้าเช่นนั้น… ก็อยู่นิ่ง ๆ ”เพียงคำพูดนั้น แก้มของไป๋ซูเหยาก็แดงระเรื่อขึ้นทันตา นางพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะก้มหน้าซบอกเขาอย่างเขินอายจิ้นอ๋องกระชับอ้อมแขนก้าวเดินโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างมากมายไป๋ซูเหยากำชายเสื้อเขาแน่น หลบสายตาผู้คน แต่กลับแอบยิ้มบางด้วยความสุข ที่ไม่อาจซ่อนไว้ได้อีก พลันคิดในใจ นี่นางจะตกหลุมรักตัวร้ายในนิยายแล้วหรือ แต่ถึงแม้เขาจะโหดไปหน่อยแต่ก็จริงใจกับนาง เวลาอยู่ใกล้เขากลับรู้สึก
ตอนที่8หนีจวนแม่ทัพเว่ยสายลมค่ำพัดเอื่อย แสงจันทร์นวลสาดส่องลงมากระทบร่างบางที่กำลังก้าวเดินเข้ามาในจวนไป๋ซูเหยาก้าวฉับเข้ามาภายในเรือนของตนเองอย่างเร่งรีบ ลี่อิงที่นั่งรออยู่ในห้องรีบลุกขึ้นเมื่อเห็นเจ้านายสาวของตนกลับมา นางรีบก้าวไปหาพร้อมเอ่ยเสียงแผ่วเบา“คุณหนู…ท่านไปที่ใดมาหรือเจ้าคะ”ไป๋ซู
ตอนที่7ผู้รู้ความลับต้องตาย“ฆ่านางเสีย…”วาจานั้นเปล่งออกโดยไร้แววลังเล แต่ทันใดนั้น…สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นทันที“อ๊าก!”เสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดพลันดังสนั่นทั่วผืนป่า ร่างสูงโปร่งทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดิน มือทั้งสองกุมขมับแน่นด้วยความเจ็บปวด“ท่านอ๋อง!!!”องค์รักษ์ร้องออกมาเสียงหลง สา
ตอนที่6ขอหย่าณ ท้องพระโรงกลิ่นหอมของสุราชั้นดีลอยละคลุ้งทั่วท้องพระโรง ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงแห่งงานเลี้ยงเฉลิมฉลองชัยชนะ เหล่าบรรดาขุนนางน้อยใหญ่แต่งกายเต็มยศ ต่างมากล่าวแสดงความยินดีกับแม่ทัพหนุ่มเว่ยหยางที่ได้รับชัยชนะกลับมาฮ่องเต้ประทับอยู่บนบัลลังก์ด้วยสีพระพักตร์ยิ้มแย้ม ยกจอกสุราขึ้นจิบ
ตอนที่5ท่านแม่ทัพกลับมาแล้วณ สวนดอกไม้ในจวนแม่ทัพกลีบดอกเหมยปลิวตามสายลมราวหิมะโปรยในฤดูหนาว ไป๋ซูเหยาสวมชุดผ้าไหมสีอ่อนนั่งอยู่ใต้ศาลากลางสวน มือเรียวถือถ้วยชาอุ่น พลางชมดอกไม้ด้วยแววตาเปี่ยมสุข ลมอ่อนพัดกลิ่นหอมเย็นของดอกไม้เคล้าสมุนไพรในน้ำชา“คุณหนู! คุณหนู!”เสียงเร่งเร้าดังขึ้นจากทางเดินหิน







