Masukตอนที่8หนี
จวนแม่ทัพเว่ย สายลมค่ำพัดเอื่อย แสงจันทร์นวลสาดส่องลงมากระทบร่างบางที่กำลังก้าวเดินเข้ามาในจวน ไป๋ซูเหยาก้าวฉับเข้ามาภายในเรือนของตนเองอย่างเร่งรีบ ลี่อิงที่นั่งรออยู่ในห้องรีบลุกขึ้นเมื่อเห็นเจ้านายสาวของตนกลับมา นางรีบก้าวไปหาพร้อมเอ่ยเสียงแผ่วเบา “คุณหนู…ท่านไปที่ใดมาหรือเจ้าคะ” ไป๋ซูเหยาไม่ตอบ พอก้าวพ้นขอบประตูมือเรียวทั้งสองรีบเอื้อมไปปิดประตูไว้แน่นหนา แล้วหมุนกายก้าวไปยังเตียงนอน มือขาวหยิบผ้าผืนหนึ่งกางออก ก่อนจะรีบกวาดเครื่องประดับและของมีค่าใส่ลงไปโดยไม่รีรอ ลี่อิงเบิกตากว้างเข้ามาใกล้ “คุณหนู…นี่ท่าน…” ไป๋ซูเหยาเงยหน้าขึ้น ดวงหน้างามเคร่งเครียด นางคว้ามือลี่อิงให้นั่งลง แล้วเหลียวมองรอบกายคล้ายเกรงว่าจะมีคนมาแอบฟัง ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “ลี่อิง…เราอยู่ที่นี่อีกไม่ได้แล้ว เราต้องหนีไปให้ไกล” ลี่อิงขมวดคิ้วด้วยความงุนงง ไป๋ซูเหยากำชายเสื้อแน่น ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วโน้มกายกระซิบ “ข้า…ล่วงเกินอ๋องปีศาจเข้าเสียแล้ว…เขาต้องไม่ปล่อยข้าไปแน่…” เพียงได้ยินคำว่าอ๋องปีศาจ ลี่อิงก็หน้าเปลี่ยนสีในบัดดล มีใครเล่าไม่รู้จัก อ๋องปีศาจที่แสนจะโหดเหี้ยม ฆ่าคนไม่กระพริบตา “จิ้นอ๋องหรือเจ้าคะ” นางทวนเสียงสั่น ไป๋ซูเหยาพยักหน้าช้า ๆ แววตานางฉายแววหวาดหวั่น ลี่อิงจับมือนางไว้แน่น “ถ้าเช่นนั้น…เราไปกันเถิดเจ้าค่ะ” ไป๋ซูเหยาพยักหน้า นางยื่นห่อผ้าให้ลี่อิงหนึ่งห่อ ตนเองสะพายอีกห่อไว้แนบแน่นกับบ่า สองสาวค่อย ๆ แง้มประตูแผ่วเบา ก่อนแทรกกายออกจากเรือน ขณะจะมุ่งตรงไปยังประตูใหญ่ ไป๋ซูเหยากลับชะงักกึก เอ่ยเสียงหนักแน่น “ไม่ได้!” ลี่อิงหันกลับมาทันที “ไม่ได้อะไรเจ้าคะ” ไป๋ซูเหยาหันซ้ายแลขวาอีกครา แล้วกระซิบเสียงกดต่ำ “เราต้องไปเงียบ ๆ อย่าให้ผู้ใดรู้เด็ดขาด” ลี่อิงพยักหน้าหงึก ๆ ดวงตาใสแป๋ว “แล้วจะออกไปทางใดหรือเจ้าคะ” ไป๋ซูเหยาขบริมฝีปากน้อย ๆ แล้วพึมพำ “กำแพง…” นางหมุนกายก้าวนำลี่อิงไปอีกทางไม่นานนักทั้งสองก็มาหยุดยืนอยู่หน้ากำแพงสูงใหญ่ในจวนแม่ทัพ สายตาทั้งคู่เงยขึ้นมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาเปี่ยมไปด้วยลังเลและท้อแท้ ลี่อิงเอ่ยเสียงกล้า ๆ กลัว ๆ “คุณหนู…จะปีนจริงหรือเจ้าคะ” “อืม” ไป๋ซูเหยาพยักหน้าแน่วแน่ แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว นางกวาดตามองรอบกาย ครั้นแล้วสายตาก็หยุดลงที่ท่อนไม้ใหญ่ที่วางพิงอยู่กับพุ่มไม้ นางยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง… สายลมยามดึกโชย กระทบร่างบางที่ปีนขึ้นมาอยู่บนกำแพงหนา มือเรียวจับห่อผ้าที่สะพายบ่าไว้แน่น สูดอากาศด้านนอกที่เต็มไปด้วยอิสระ ไป๋ซูเหยาออกแรงกระโดดลงจากกำแพงจวนแม่ทัพ ร่างบางตกลงมากระแทกพื้นดัง ตุบ “โอ้ย…” นางอุทานเบา ๆ พลางขมวดคิ้ว ลี่อิงที่ยังเกาะอยู่บนกำแพงด้านบน ถึงกับร้องถามเสียงตื่น “คุณหนู! ท่านเป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ” ไป๋ซูเหยาสายหน้าน้อย ๆ พลางขานตอบ “ไม่เป็นไร…ข้าแค่เจ็บก้นเท่านั้นเอง” กล่าวพลางลูบชายกระโปรงแล้วค่อย ๆ ปัดฝุ่นออกจากชุด ก่อนจะก้มลงหยิบห่อผ้าของตน ทว่า มือหนึ่งกลับคว้าห่อผ้าขึ้นก่อน นางชะงัก มองตามมือไปจนถึงใบหน้าของบุรุษตรงหน้า “อี้เซ่อ!” ไป๋ซูเหยาเบิกตากว้าง รีบยื่นมือไปรับห่อผ้ากลับมา องค์รักษ์อี้เซ่อประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม พร้อมเอ่ยเสียงเรียบ “ท่านอ๋องทรงมีรับสั่งให้ข้าอยู่ที่นี่ ดูแลความปลอดภัยของท่าน” ไป๋ซูเหยากระตุกยิ้มฝืด ๆ “ดูแลหรือ…มาเฝ้ามากกว่าเถอะ” นางพึมพำเบา ๆ พลางถอนหายใจ อี้เซ่อไม่ได้กล่าวอะไร เพียงยกมือชี้ไปยังทางประตูใหญ่ของจวนแม่ทัพเว่ย “เชิญกลับจวนเถิดขอรับ” ไป๋ซูเหยาจำต้องพยักหน้ารับ “ได้…ได้ ข้าจะกลับก็ได้” กำลังก้าวเดินออกไป นางก็ชะงักกลางคัน แล้วหันหลังกลับไปมองยังยอดกำแพง “คุณหนู…” เสียงลี่อิงแผ่วเบา ลอยมาตามสายลมยามค่ำ “อืม…” ไป๋ซูเหยาตอบรับ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับอี้เซ่อ “ไปช่วยรับนางลงมาที” “ขอรับ” องค์รักษ์หนุ่มก้าวไปยืนใต้กำแพง เงยหน้าขึ้นคอยรอรับ ไป๋ซูเหยาเงยหน้าตามแล้วพูดขึ้นเสียงอ่อน “ลงมาเถิด ลี่อิง ไม่ต้องกลัว อี้เซ่อจะรับเจ้าไว้” ลี่อิงพยักหน้าตอบ แล้วสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง นางหลับตาแน่น กัดฟันแล้วกระโดดลงมาอย่างไม่คิดชีวิต อี้เซ่อยื่นแขนรับไว้เต็มสองแขน ร่างบางล่วงลงแนบอกเขาพอดี สายตาทั้งสองสบกันโดยไม่ตั้งใจ ต่างคนต่างนิ่งงันไปชั่วขณะ ลี่อิงหน้าร้อนวาบ รีบเบือนหน้าหนีเอ่ยเสียงเบา “ข…ขอบคุณเจ้าค่ะ…” พูดจบก็รีบถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วหมุนตัววิ่งตามไป๋ซูเหยาไปแทบจะทันที อี้เซ่อยืนนิ่ง ยิ้มมุมปากเล็กน้อยตอนพิเศษ2สองปีต่อมา ณ ห้องหนังสือ จวนจิ้นอ๋องแสงแดดยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่าง กระดาษโปร่งลงบนโต๊ะไม้ กลิ่นหมึกลอยคลุ้งในอากาศบนตั่งไม้ใกล้หน้าต่าง ไป๋ซูเหยานั่งถือตำราอยู่ข้างบุตรชายวัยสองขวบกว่า เด็กน้อยในอาภรณ์แพรสีเขียวอ่อนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะนุ่ม ตากลมใสกวาดมองตัวอักษรบนตำรา เส้นผมอ่อนยุ่งเล็กน้อยตามประสาเด็ก มืออ้วนกลมยกขึ้นลูบคิ้วตัวเอง“ท่านแม่ ข้าอยากออกไปเที่ยวข้างนอก ท่านพาข้าไปได้หรือไม่… ”เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นพร้อมดวงตากลมใสที่มองนางอย่างอ้อนวอน มืออ้วนกลมยื่นมาดึงแขนเสื้อนางเบา ๆ ไป๋ซูเหยามองดวงหน้ากลมเล็กที่แดงระเรื่อราวลูกพีชนก่อนจะหัวเราะแผ่ว ยิ้มบาง ดวงตาฉายแววซุกซน“แต่พ่อเจ้าสั่งให้เจ้าท่องตำราอยู่นี่นะ… ”เด็กน้อยเบะปากเล็กน้อย ตากลมใสยังมองไม่กระพริบ“แต่ไม่เป็นไร… ”ไป๋ซูเหยาก้มลงมากระซิบพร้อมยิ้มขำ“แม่จะพาเจ้าหนีเอง เด็กน้อยเพียงสองขวบกว่าจะต้องท่องตำรามากมายเช่นนี้ น่าเบื่อออก… ”เด็กน้อยพยักหน้างึก ๆ พร้อมรอยยิ้ม“ไปกัน!”“อื้ม!”มือเล็กยื่นออกมาอย่างเร่งรีบ ไป๋ซูเหยาจับมือกลมเล็กนั้นไว้ ก่อนจะย่องลงจากตั่งไม้เบา ๆ ชายกระโปรงผ้าโปร่งสีอ่อนสะบัดไหวไปตามจั
ตอนพิเศษจวนแม่ทัพเว่ยหยางกลิ่นสุราอบอวลในห้องนอนที่หน้าต่างถูกเปิดแง้มรับลมยามเช้า แสงแดดอ่อนลอดผ่านระแนงไม้ ส่องลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยไหสุราที่ถูกทิ้งระเกะระกะร่างสูงในชุดชั้นในสีดำหม่นนอนฟุบอยู่บนโต๊ะ ผมยาวสีดำกระจายคลอแก้มซีด เส้นผมเปียกชื้นเพราะเหงื่อและสุราที่กระเด็นเลอะเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมเสียงเรียกขององค์รักษ์คนสนิท“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพ!”เปลือกตาหนักอึ้งของเว่ยหยางกระตุก ดวงตาแดงก่ำจากฤทธิ์สุราเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า คิ้วเข้มขมวดแน่น เขาใช้มือยันโต๊ะ ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะก้าวอย่างไร้เรี่ยวแรงไปเปิดประตูออกช้า ๆ ดวงตาคมหรี่ลง มององค์รักษ์คนสนิทของตนที่ยืนรออยู่หน้าห้อง ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้มแหบด้วยฤทธิ์สุรา“อะไร…”องค์รักษ์ก้มศีรษะต่ำ เอ่ยขึ้น“ฝูกงกงจากวังหลวงมาส่งเทียบเชิญให้ท่าน… ตอนนี้รออยู่ที่ห้องโถงใหญ่ขอรับ”“อืม… ”เสียงตอบรับเบาราวสายลม เว่ยหยางหมุนตัวกลับเข้าไป หยิบเสื้อคลุมสีดำสนิทที่พาดบนเตียงมาสวมทับ ก่อนจะก้าวออกจากห้องตรงไปยังห้องโถงใหญ่ณ ห้องโถงใหญ่ประดับด้วยม่านสีเข้มและแจกันที่มีดอกโบตั๋นประดับอยู่ ฝูกงกงยืนรออยู่ด้านหน้า พอเห็นร่างสูงของแม
ตอนที่30จบสายลมยามรุ่งสางพัดแผ่วลอดหน้าต่างรถม้ากระทบใบหน้าคมเข้มของจิ้นอ๋อง เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น กวาดสายตามองรอบกายอย่างงุนงงบัดนี้ เขามิได้อยู่ในห้องลับอับชื้นอีกต่อไป แต่กลับพบว่าตนอยู่ภายในรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวไปบนถนนเมื่อสายตาหันไปด้านข้าง เขาเห็นร่างบอบบางที่ซิบพิงอยู่ใกล้กัน ดวงหน้าที่คุ้นเคย แม้ซีดเผือด แต่ยังคงความงดงามราวภาพวาดมือใหญ่สั่นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมไปคว้าร่างบางของไป๋ซูเหยาเข้ามากอดแน่น ดวงตาคมเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่รั้งไว้ไม่อยู่ไป๋ซูเหยารู้สึกถึงแรงกอดอันแน่นหนา ความเจ็บเล็ก ๆ ทำให้นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นสบตากับเขาอย่างอ่อนแรง“ท่านอ๋อง… เพคะ”เสียงแผ่วเบาของนาง ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาสั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง จิ้นอ๋องก้มลงมองนางในอ้อมแขน สายตาเต็มไปด้วยความดีใจและห่วงใย“เจ้า… เจ็บตรงไหนหรือไม่”นางส่ายศีรษะเบา ๆ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง จิ้นอ๋องกระซับอ้อมแขนแน่นขึ้น ซบใบหน้าลงบนเรือนผมของนาง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนางทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นเสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นช้า ๆ แผ่วเบาราวสายลม“ข้าคิดว่าต้องเสียเจ้าไปเสียแล้ว… ดี… ดีจริง ๆ ”น้ำเสียงนั้นทั้งสั่นทั้งอ่อนโยน ค
ตอนที่29เลือกณ แคว้นฉงฉิ่งห้องลับสายลมเย็นจากหน้าต่างเล็ก ๆ พัดต้องร่างบางที่นอนอยู่บนพื้นห้องเย็นเฉียบ ความหนาวปลุกให้ไป๋ซูเหยาค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นนางกวาดสายตามองรอบตัว เห็นแท่งเหล็กสีดำเรียงราย เมื่อลองขยับตัวก็พบว่าถูกมัดมือมัดเท้าไว้แน่น อยู่ในกรงเหล็กที่มีกุญแจล็อกไว้อย่างแน่นหนา“กรงเหล็ก… ?”นางพึมพำเสียงแผ่ว ก่อนจะพยายามขยับเชือกแต่ไม่สำเร็จ ได้แต่ถอนหายใจ ในขณะที่นางกำลังพยายามตั้งสติ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้น ในความเงียบของห้องไป๋ซูเหยากันไปตามเสียง ประตูไม้ถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ ชายสูงวัยผู้หนึ่งก้าวเข้ามา ในอาภรณ์สีเข้มปักลายมังกรเงิน ผมยาวสีดำแซมขาว ใบหน้าแม้มีรอยวัย แต่ยังคงแฝงด้วยอำนาจด้านหลังมีขันทีร่างอ้วนเดินตามมา และองค์รักษ์ในชุดดำอีกสองคนก้าวตามอย่างเงียบงันไป๋ซูเหยาเงยหน้ามองชายสูงวัยผู้นั้น พลันครุ่นคิดในใจ เขาดูทรงคล้ายฮ่องเต้ แต่องค์ทรงเครื่องต่างออกไปนิดหน่อย หรือว่าข้าจะถูกจับมาที่แคว้นฉงฉิ่งเสียแล้วนางสูดลมหายใจลึก เอ่ยถามด้วยเสียงหนักแน่น“พวกเจ้าจับข้ามาที่นี่ทำไม?”ชายสูงวัยไม่ได้ตอบทันที เขาเหลือบสายตามองนางอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยถามขันทีข้างก
ตอนที่28 เงาจวนแม่ทัพเว่ยหยางแสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดลอดใบไม้ พาดเงาลายลงบนพื้นศาลาแม่ทัพเว่ยหยางนั่งดื่มสุราลำพัง เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมพัดใบไม้ปลิวสายตาคมทอดมองไปยังสวนดอกไม้ ที่ไป๋ซูเหยาชอบมาเดินเล่นอยู่บ่อย ๆ รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าที่เคร่งขรึม เมื่อเขาเห็นเงาของนางสะท้อนกับแสงแดด ร่างนั้นหันมายิ้มหวานให้เขาแต่รอยยิ้มนั้นกลับอยู่เพียงแค่ครู่เดียว ก่อนภาพนั้นจะเลือนหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่า“ท่านแม่ทัพ… ”เสียงสะอื้นดังขึ้น หลันอวี้คุกเข่าอยู่เบื้องล่างศาลา น้ำตานางไหลอาบแก้ม แววตาสั่นไหวเต็มไปด้วยความอ้อนวอนแม่ทัพเว้ยหยางเหลือบมองนาง แววตานิ่งสงบก่อนจะถอนหายใจยาว เขาลุกขึ้นจะก้าวเดินจากไป โดยไม่คิดจะหยุดแต่ทันทีที่เขาก้าวผ่านร่างเล็กนั้น สองมือของหลันอวี้ก็ยื่นมาคว้าชายแขนเสื้อของเขาไว้แน่น“ท่านแม่ทัพ…ข้าผิดไปแล้ว..ได้โปรด…”นางเงยหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาหยดลงบนแขนที่กำเสื้อเขาไว้แม่ทัพเว่ยหยางชะงัก หันกลับมามองนาง ในดวงตาคมเข้มปรากฏแววตาโกรธวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าเขาสะบัดแขนเสื้อออกจากมือเล็กนั้นอย่างไม่ใยดี ก้าวจากไปอย่างไม่ใยดี ชายแข
ตอนที่27หลับตาจิ้นอ๋องก้าวออกจากหอชิงเหออ้อมแขนกว้างของเขายังคงอุ้มไป๋ซูเหยาไว้แนบอก เสื้อคลุมสีดำของเขาปลิวเบา ๆ ตามสายลม แสงโคมไฟแขวนเรียงราย ส่องแสงอุ่นสว่างตามทางเดินไป๋ซูเหยาขยับตัวเล็กน้อย มือขาวสะกิดแขนเสื้อเขาอย่างเก้อเขิน เอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“… ปล่อยได้แล้วเพคะ”จิ้นอ๋องก้มมองนาง สายตาคมนั้นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากเขายกยิ้มบาง“เจ้าเสียใจแล้วหรือ… ที่หย่ากับเขา”ไป๋ซูเหยาชะงัก คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย นางกัดริมฝีปากเบา ๆ ก่อนตอบเสียงเบา “หม่อมฉันไม่ได้หมายความเช่นนั้นเพคะ”ได้ยินเช่นนั้นจิ้นอ๋องก็หัวเราะเบา ๆ ในลำคอดวงตาทอดมองนางด้วยความเอ็นดู“ถ้าเช่นนั้น… ก็อยู่นิ่ง ๆ ”เพียงคำพูดนั้น แก้มของไป๋ซูเหยาก็แดงระเรื่อขึ้นทันตา นางพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะก้มหน้าซบอกเขาอย่างเขินอายจิ้นอ๋องกระชับอ้อมแขนก้าวเดินโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างมากมายไป๋ซูเหยากำชายเสื้อเขาแน่น หลบสายตาผู้คน แต่กลับแอบยิ้มบางด้วยความสุข ที่ไม่อาจซ่อนไว้ได้อีก พลันคิดในใจ นี่นางจะตกหลุมรักตัวร้ายในนิยายแล้วหรือ แต่ถึงแม้เขาจะโหดไปหน่อยแต่ก็จริงใจกับนาง เวลาอยู่ใกล้เขากลับรู้สึก
ตอนที่7ผู้รู้ความลับต้องตาย“ฆ่านางเสีย…”วาจานั้นเปล่งออกโดยไร้แววลังเล แต่ทันใดนั้น…สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นทันที“อ๊าก!”เสียงร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดพลันดังสนั่นทั่วผืนป่า ร่างสูงโปร่งทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นดิน มือทั้งสองกุมขมับแน่นด้วยความเจ็บปวด“ท่านอ๋อง!!!”องค์รักษ์ร้องออกมาเสียงหลง สา
ตอนที่6ขอหย่าณ ท้องพระโรงกลิ่นหอมของสุราชั้นดีลอยละคลุ้งทั่วท้องพระโรง ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงแห่งงานเลี้ยงเฉลิมฉลองชัยชนะ เหล่าบรรดาขุนนางน้อยใหญ่แต่งกายเต็มยศ ต่างมากล่าวแสดงความยินดีกับแม่ทัพหนุ่มเว่ยหยางที่ได้รับชัยชนะกลับมาฮ่องเต้ประทับอยู่บนบัลลังก์ด้วยสีพระพักตร์ยิ้มแย้ม ยกจอกสุราขึ้นจิบ
ตอนที่5ท่านแม่ทัพกลับมาแล้วณ สวนดอกไม้ในจวนแม่ทัพกลีบดอกเหมยปลิวตามสายลมราวหิมะโปรยในฤดูหนาว ไป๋ซูเหยาสวมชุดผ้าไหมสีอ่อนนั่งอยู่ใต้ศาลากลางสวน มือเรียวถือถ้วยชาอุ่น พลางชมดอกไม้ด้วยแววตาเปี่ยมสุข ลมอ่อนพัดกลิ่นหอมเย็นของดอกไม้เคล้าสมุนไพรในน้ำชา“คุณหนู! คุณหนู!”เสียงเร่งเร้าดังขึ้นจากทางเดินหิน
ตอนที่4ขอบคุณน่ายไน่(ท่านย่า)ณ เรือนพักด้านในของจวนแม่ทัพลี่อิงเดินนำมาหยุดหน้าห้องหนึ่ง ไป๋ซูเหยาก้าวตามมาช้า ๆ สายตากวาดมองเรือนไม้ที่บรรจงตกแต่งอย่างหรูหรา“โอ้โห…จวนแม่ทัพนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ”ไป๋ซูเหยาพึมพำเบา ๆ พลางก้าวเข้าไปด้านในจนพ้นขอบประตู ลี่อิงก็หมุนตัวกลับมา…เสียงกลอนประตูถูกปิดลงโดยไม







