Partager

ทะลุมิติไปเป็นสาวนักจัดดอกไม้
ทะลุมิติไปเป็นสาวนักจัดดอกไม้
Auteur: มังกรเครา

บทที่ 1

last update Date de publication: 2026-07-10 01:34:02

1

          แสงแดดอบอุ่นของอรุณรุ่งสาดส่องลงมาบนฟากฟ้า เมื่อได้สัมผัสดอกไม้หลากสีนานาชนิดมันก็เกิดความประหลาดใจ เมื่อไหร่ที่ดอกไม้เหล่านี้ได้สัมผัสแสงแดดยามเช้าพวกมันก็จะเติบโตขึ้นราวกับสยายปีกของนกแล้วบานขึ้นมาอย่างสดใสราวกับพวกมันต้องมนต์วิเศษ

          มือสวยอ่อนนุ่มเรียวบางของหญิงสาวก็ได้ช่วยทำให้ดอกไม้พวกนี้ชุ่มชื้นด้วยน้ำจากฝักบัว พวกมันได้รับการดูแลและใส่ใจเป็นอย่างดีราวกับพวกมันเปรียบเสมือนครอบครัวอันแสนสำคัญ

          “โตวันโตคืนเลยนะคะ”

          หญิงสาวสะสวยน่ารักผู้ซึ่งเป็นเจ้าของดอกไม้พวกนี้เธอมักจะพูดกับดอกไม้ที่เธอปลูกขึ้นมาเป็นประจำทุกวัน ไม่มีวันไหนที่เธอไม่พูด

          เจียวเหมย หญิงสาววัยยี่สิบสองคนนี้ เธอเป็นเจ้าของร้านขายดอกไม้ในเมืองแห่งหนึ่ง แล้วร้านขายดอกไม้นี้ก็เป็นบ้านของเธอที่สืบทอดมาจากคุณพ่อและคุณแม่ของเธอที่จากไปตั้งแต่สองปีก่อน มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหันจนตัวเธอไม่ทันได้ตั้งตัว ความทุกข์และความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นภายในใจบอบช้ำจนเกินทน ทำให้เธอต้องเข้ารับการรักษาสภาพจิตใจอยู่ภายในโรงพยาบาลนานสองปี

          หลังจากออกจากโรงพยาบาล เจียวเหมยก็กลับมาบ้านที่ไม่ได้กลับมานาน ทุกอย่างดูเป็นปกติ ของที่วางอยู่ตำแหน่งเดิมก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจนนั้นก็คือดอกไม้เหี่ยวเฉาตายหมด

          มันก็แหงอยู่แล้ว ไม่มีใครเข้ามาดูแลดอกไม้มาเป็นเวลาสองปี ถ้าพวกมันยังมีชีวิตอยู่ก็คงจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อ อีกอย่างหนึ่ง เจียวเหมยเองก็ไม่มีญาติมาคอยดูแลดอกไม้พวกนี้ด้วย

          หลังจากนั้น หญิงสาวสะสวยน่ารักหุ่นดีอย่างเจียวเหมยคนนี้ก็ได้จัดการปัญหาตรงหน้าด้วยตัวคนเดียว เธอจัดการดูแลบ้านซึ่งก็เป็นร้านขายดอกไม้ไปในตัวด้วยตัวคนเดียว แม้เธอจะไม่ได้ทำงานแต่มรดกตกทอดมาจากคุณพ่อและคุณแม่ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอฟื้นฟูกิจการของครอบครัวให้กลับคืนมาได้ แล้วกิจการที่สร้างขึ้นมาด้วยมืออันเรียวบางของเธอก็ทำให้ทุกอย่างกลับคืนมาอย่างที่มันควรจะเป็น

          “คุณพ่อ คุณแม่ หนูทำสำเร็จแล้วนะคะ”

          แววตาอันอ่อนโยนของเจียวเหมยมองไปยังดอกไม้พร้อมกับพูดถึงผู้ให้กำเนิดด้วยความภาคภูมิใจที่กิจการครอบครัวฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง

          “อยู่ทางนั้นเป็นยังไงบ้างคะ ไม่ต้องห่วงทางนี้นะคะ หนูจะไม่เหงาอีกแล้ว เพราะหนูมีเพื่อนคอยอยู่กับหนูตลอดเวลา ไม่ต้องห่วงหนูนะคะคุณพ่อ คุณแม่”

          คำว่าเพื่อนที่หญิงสาวร่างบางพูดออกมานั้นหมายถึงดอกไม้ที่เธอปลูกขึ้นมาพวกนี้ เมื่อไหร่ที่เจียวเหมยรู้สึกเหงาเธอก็จะมองดูดอกไม้พวกนี้ อย่างน้อยสำหรับเธอมันก็คลายเหงาได้

          !?

          ขณะที่เจียวเหมยกำลังจัดเตรียมดอกไม้อยู่ภายในร้าน ดอกไม้ที่เธอรดน้ำในตอนเช้าก็เกิดแสงสีน้ำเงินประหลาดลอยออกมาจากดอกไม้ระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืนบนท้องฟ้าที่ส่องแสงสวยงามอันน่าหลงใหล แต่สิ่งที่เห็นอยู่นี้ยังไงมันก็ไม่ใช่ดวงดาวอย่างที่เห็นอยู่เป็นประจำทุกวัน

          “มันคืออะไรกันนะ”

          เจียวเหมยพูดพลางสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต

          ในเมื่อไม่รู้ว่ามันคืออะไร เจียวเหมยก็วางมือจากดอกไม้ที่กำลังเตรียมบนโต๊ะแล้วเดินไปดูใกล้ๆ ให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น

          “สวยจัง”

          มันสวยงามราวกับดวงดาวก็ไม่ปาน หากเอามือไปสัมผัสมันจะเป็นยังไงกันนะ เจียวเหมยเองก็อยากรู้เหมือนกัน

          มือสวยเรียวบางขยับเข้าไปใกล้ๆ แสงสีน้ำเงินระยิบระยับเพื่อสัมผัสมันด้วยความอยากรู้

          !?

          แต่ทว่าปลายนิ้วเรียวสวยของเธอยังไม่ทันจะได้สัมผัส จู่ๆ ก็เกิดแสงสีขาวชวนให้แสบตา ทำให้หญิงสาวร่างบางต้องเอาแขนเข้ามาบังตา เกรงว่า หากไม่ทำเช่นนั้นก็คงจะเกิดปัญหาเรื่องสายตาเป็นแน่

          “มันเกิดอะไรขึ้น”

          ท้ายที่สุด แสงสีขาวก็หายไปพร้อมร่างอันบอบบางของเจียวเหมยที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันแน่

          .

          .

          .

          แสงสีขาวชวนแสบตาที่ไม่รู้ที่มานี้ทำให้เบื้องหน้าของเธอกลายเป็นสีดำ แต่พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทำให้หญิงสาวร่างบางมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จัก ก่อนหน้านี้เธออยู่บ้านของเธอซึ่งเป็นร้านขายดอกไม้ แต่ทว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ไหนกันแน่

          “จำได้ว่าเราอยู่ในร้านขายดอกไม้บ้านของเราไม่ใช่เหรอ แล้วที่นี่ที่ไหน”

          เจียวเหมยถามตนเองด้วยความสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงจะถามตนเองแต่หญิงสาวร่างบางก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้คำตอบ เธอไม่รู้ว่าตนเองนั้นอยู่ที่ไหน แต่ในความคิดของเธอสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ในเมืองที่เธออาศัยอยู่อย่างแน่นอน

          ทัศนวิสัยเบื้องหน้าของเจียวเหมยนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ เป็นธรรมชาติที่คนในเมืองน้อยคนนักจะได้เห็น แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวเชยชมธรรมชาติหรอก

          เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ เจียวเหมยจึงสำรวจพื้นที่รอบตัว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นต้นไม้ใบหญ้า มีแต่ป่าเต็มไปหมด

          แต่ทว่ามันก็ไม่ได้มีแต่ป่าอย่างเดียว หญิงสาวร่างบางเดินสำรวจพื้นที่รอบตัว เธอมองเห็นบางอย่างซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เธอเดินอยู่ตอนนี้

          “ตรงนั้นมัน แม่น้ำไม่ใช่เหรอ”

          เจียวเหมยเห็นเป็นเช่นนั้น

          แม่น้ำลำธารที่อยู่ตรงหน้าของเจียวเหมยนั้นทอดยาวไปสาย ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่น้ำลำธารนี้ยาวไปถึงไหน

          “สวยจัง”

          แม่น้ำลำธารนี้มันสวยขนาดที่ว่ามองเห็นพื้นใต้น้ำ มีปลาแหวกว่ายไปมาอยู่เต็มไปหมด แล้วพื้นที่อุดมสมบูรณ์นี้ก็น่าจะมีผู้คนอาศัยอยู่ ที่สำคัญ หากเดินไปตามลำธารน้ำไหลก็น่าจะมีบ้านคน

          “เอ๊ะ!”

          แต่ก่อนจะเดินไปตามลำธารแม่น้ำสายนี้ เจียวเหมยสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง

          “ทำไมหน้าของเราถึงเป็นแบบนี้”

          ใบหน้าตามปกติของเจียวเหมย เดิมทีเธอเป็นคนไม่แต่งหน้าก็สวยและน่ารักเป็นเดิมทุน แต่ใบหน้าของเธอตอนนี้นั้นแต่งหน้าดูสวยขึ้นมามาก เรียกว่าเป็นนางงามคนหนึ่งยังได้ ถ้าหากคนที่แต่งหน้าไม่ใช่เธอ แล้วใครกันล่ะที่แต่งหน้าให้เธอ

          ไม่ว่าจะพูดยังไง ทุกอย่างในตอนนี้เป็นปริศนาไปหมด

          “แบบนี้ก็สวยเหมือนกัน”

          เจียวเหมยพูดก่อนจะอมยิ้มอย่างมีความสุข จนเธอลืมไปเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอกันแน่

          นอกจากใบหน้าสวยงามราวเจ้าหญิงแล้วก็มีเครื่องแต่งกายที่เจียวเหมยเพิ่งสังเกตเห็นจากเงาสะท้อนของแม่น้ำลำธาร

          เครื่องแต่งกายย้อนยุคในสมัยจีนโบราณที่เห็นตามละครทีวีมันถูกสวมใส่โดยเจียวเหมยหญิงสาวร่างบาง แม้แต่รองเท้าเองก็ย้อนยุคในสมัยจีนโบราณ

          เจียวเหมยจำได้ว่าก่อนจะเกิดเรื่องแปลกประหลาด เธอสวมเสื้อผ้ากระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนธรรมดาที่ไม่มีอะไรเป็นจุดเด่นให้เหล่าชายหนุ่มแลมอง แต่พอหลังจากเกิดเรื่องประหลาดเธอก็อยู่ในชุดจีนโบราณสีเขียวอ่อนที่ดูเข้ากับธรรมชาติในป่าแห่งนี้ราวกับว่าตนเองนั้นถูกเลือกโดยใครบางคน

          แต่ทว่าดูเธอจะชอบสวมเสื้อแบบนี้เหมือนกัน

          พอเดินมาตามแม่น้ำลำธาร เจียวเหมยก็เห็นบ้านไม้เก่าหลังหนึ่ง บ้านหลังที่เห็นอยู่นี้มันอยู่ติดกับริมแม่น้ำลำธาร ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นบ้านของใคร

          “ขอโทษนะคะ มีใครอยู่ไหมคะ”

          ไม่มีเสียงตอบรับ แสดงว่าไม่มีใครอยู่

          เจียวเหมยเดินเข้ามาใกล้บ้านที่ว่าแล้วชำเลืองสายตามองเข้าไปยังบ้านไม้เก่าที่ไม่รู้ว่าจะพังลงมาเมื่อไหร่

          แหมะ!?

          ระหว่างที่เจียวเหมยไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อจากนี้ จู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไง เธอจึงวิสาสะเข้าไปอยู่ในบ้านไม้เก่าเพื่อเข้าไปหลบฝนอย่างช่วยไม่ได้ เพราะนอกจากบ้านหลังนี้แล้วก็ยังมีต้นไม้ใหญ่ให้หลบฝนอยู่หลายต้นด้วยกัน แต่เธอตัดสินใจหลบฝนในบ้านหลังนี้ดีกว่า

          “ขอโทษนะคะ ถึงจะไม่มีใครอยู่ แต่ขอฉันอยู่หลบฝนก่อนนะคะ”

          ด้วยความที่เธอมีนิสัยชอบพูดคุยกับดอกไม้ที่ตนปลูก เธอจึงพูดออกมาทั้งอย่างนั้น แม้จะไม่มีใครให้รับฟังอยู่ก็เถอะ

          “โอ๊ย!”

          ระหว่างที่ยืนรอให้ฝนหยุดตกอยู่นั้น จู่ๆ เธอก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาจนต้องร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด อาการปวดหัวรุนแรงขึ้นมากจนร่างกายอันบอบบางทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหว ร่างกายอันแสนจะบอบบางค่อยๆ ล้มลงกับพื้น ท้ายที่สุด เจียวเหมยก็หมดสติทั้งอย่างนั้น

          ...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักจัดดอกไม้   บทที่ 16 2/2 จบ

    เจียวเหมยไม่คิดว่าลี่จินเหมยจะถามถึงเรื่องนี้ พอถูกถามเรื่องนี้พวกเหล่าขุนนางก็อยากรู้เหมือนกัน แล้วของเหลวที่เหมือนน้ำนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีในยุคสมัยนี้ ใช่แล้ว มันก็คือสารเรืองแสง หากสารเรืองแสงนี้อยู่ในความมืดมันจะมีแสงสว่างเกิดขึ้น แล้วสารเรืองแสงที่เจียวเหมยใช้นั้นเป็นสีน้ำเงินคราม ดอกกุหลาบหลากสีที่ถูกทาด้วยสารเรืองแสงนี้อีกไม่นานมันก็จะปรากฏให้เห็น เจียวเหมยก็ได้อธิบายถึงเรื่องสารเรืองแสงแต่นางบอกได้เพียงเท่านี้ ส่วนเรื่องหามาจากไหนนั้นเป็นความลับ อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะตกดิน สารเรืองแสงก็เริ่มปรากฏตัวให้เห็นเป็นสีน้ำเงินครามที่ไม่ต่างอะไรกับอัญมณีใต้ท้องทะเลส่องแสงสวยงาม ทำให้ผู้ชมและผู้เข้าการแข่งขันรวมไปถึงเหล่าขุนนางทุกคนก็ได้เห็นสิ่งที่เจียวเหมยรังสรรค์ขึ้นมา “น่าตกใจจริงที่เจ้าทำเรื่องเหลือเชื่อขึ้นมา ข้าน่ะสังเกตระหว่างที่เจ้ากำลังทาของเหลวพวกนั้น ทำให้ข้ามองเห็นแสงสีน้ำเงินอยู่ครู่หนึ่ง ข้าเองก็ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่คิดว่าเจ้าจะเล็งจุดนี้เอาไว้ ข้านับถือเจ้าจากใจจริงเลยนะเจียวเหมย เอาล่ะ ข้าเองก็ต้องขอตัวก่อน ผู้แพ้อย่างข้าคงจะเ

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักจัดดอกไม้   บทที่ 16 1/2 จบ

    16 หลังจากเริ่มการแข่งขัน สตรีหญิงร่างบางทั้งสองก็เริ่มสร้างผลงานของตนเอง แล้วก็เหมือนเดิม ลี่จินเหมยสื่อสารกับเหล่าดอกไม้ที่ตนจัดเตรียมเอาไว้ “รบกวนพวกเจ้าด้วยนะ” ทางด้านเจียวเหมยเองก็มีความสามารถในการสื่อสารดอกไม้ นางเองก็สื่อสารกับพวกดอกไม้ที่ตนได้เตรียมเอาไว้เช่นเดียวกัน “เรามาสู้ไปด้วยกันนะเจ้าคะ” นี่คือสิ่งที่ลี่จินเหมยพูดเอาไว้ว่าเจียวเหมยนั้นเหมือนกับนาง แล้วสิ่งที่เหมือนกันคงเป็นเพราะความสามารถที่เหมือนกันนั่นแหละ เจียวเหมยนำกระถางที่บรรจุดินมาตั้งตรงหน้าก่อนที่นางจะจัดการเรื่องดินที่กระจัดการจายเพื่อให้ดินนั้นที่เรียบเนียนและสวยงามก่อนจะนำดอกกุหลาบหลากสีที่เตรียมเอาไว้มาปักบนกระถาง นำหญ้าอ่อนสีเขียวขจีมาวางบนดินบนกระถางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วใบหญ้าอ่อนก็ตรงและมีความเท่ากันราวกับว่าคัดลอกออกมาเป็นหลายใบด้วยกัน ตามด้วยนำพู่กันจุ่มกับของเหลวที่เตรียมเอาไว้แล้วนำไปทาดอกตูมของดอกกุหลาบ ขั้นตอนสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ เจียวเหมยใช้สเปรย์ฉีดพ่นน้ำเพื่อให้ดอกไม้ที่จัดขึ้นมานั้นดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เป็นอันว่าเสร็จเรียบ

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักจัดดอกไม้   บทที่ 15

    15 “เวลาอันสั้นแค่นี้แต่เจ้ากลับทำมันได้ขนาดนี้เชียว ไม่อยากจะเชื่อ” มันเกิดอะไรขึ้นนะ กรรมการฉุนเห็นอะไรกันแน่ “ไม่ว่าจะเป็นต้นหญ้าอ่อนบนกระถางก็ดี ดอกกุหลาบก็ดี ใบหญ้าและกลีบดอกกุหลาบเท่ากันหมดเลย” ผลงานลี่จินเหมยที่ดูไม่มีเป็นจุดเด่น กลับกลายเป็นว่ามีจุดเด่นที่คาดไม่ถึง ผลงานหวังลี่อินนับว่าสมบูรณ์แบบมากแล้ว แต่ผลงานของลี่จินเหมยนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าอีก “ผู้ชนะ ลี่จินเหมย” ผู้เข้าชมและผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ยังรอดูผลงานผู้ที่เหลืออยู่ก็แสดงความยินดีให้แก่ผู้ชนะ ส่วนผู้แพ้ก็ต้องยอมรับในผลการตัดสิน หวังลี่อินถึงกับเข่าทรุดที่ไม่สามารถเอาชนะลี่จินเหมยได้ สัญญาที่ให้ไว้กับเจียวเหมยต้องมลายหายไป นางไม่สามารถรักษาสัญญาเอาไว้ให้กับเจียวเหมยได้ เพราะนางเป็นผู้พ่ายแพ้อย่างหมดท่า “แพ้อีกแล้วสินะหวังลี่อิน เหตุที่เจ้าพ่ายแพ้ให้กับข้าก็เพราะตัวเจ้าหวังชนะนั่นแหละ เจ้าคงจะเข้าใจในสิ่งที่ข้าพูดนะ หวังลี่อิน” เจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ผู้แพ้ไม่มีสิทธิ์พูดหรือขออะไรทั้งนั้น แล้วสิ่งที่หวังลี่อินเจ็บใจมากที่สุดก

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักจัดดอกไม้   บทที่ 14

    14 “ผู้ชนะ เจียวเหมย” หลังจากกรรมการฉุนประกาศรายชื่อผู้ชนะ เจียวเหมยก็ดีใจจนออกนอกหน้า นางไม่คิดว่าตนเองนั้นจะชนะได้ ความกังวลที่ก่อเกิดภายในใจในมันได้หายไปทันที ผู้เข้าชมรวมไปถึงผู้เข้าร่วมการแข่งขันก็ส่งเสียงแสดงความยินดีให้แก่ผู้ชนะ ส่วนผู้แพ้อย่างหลันก็ได้แต่ยืนนิ่งเป็นเสาหิน นางคงจะเจ็บใจที่ตนได้รับความพ่ายแพ้เหมือนอย่างหลิวน้องสาวของนาง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ การตัดสินถือเป็นเอกฉันท์ แล้วอีกอย่างนางก็ยอมรับในฝีมือของอีกฝ่ายอย่างเจียวเหมยด้วย “ท่านเจียวเหมย ข้าแพ้แล้วแหละ ท่านเป็นคนที่มีความสามารถยิ่งกว่าข้าและน้องสาวของข้า ผลงานของท่านสวยงามมาก สมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ” “เจ้าก็เหมือนกัน” “เหนือฟ้ายังมีฟ้า สักวันข้าจะต้องเอาชนะท่านให้จงได้” “ข้าจะรอวันที่ได้แข่งกับเจ้าอีกนะหลัน” “ท่านนี่ร้ายจริง แต่ว่า การที่ท่านจะเอาชนะการแข่งขันนี้ได้น่ะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าท่านผู้นั้นลงแข่งขัน” “เจ้าหมายถึงลี่จินเหมยสินะ” “เจ้าค่ะ ท่านผู้นั้นไม่เคยพ่ายแพ้ใคร นางมีความสามารถเหนือมนุษย์” “มันเป็นยั

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักจัดดอกไม้   บทที่ 13

    13 การแข่งขันการจัดดอกไม้ภายในแผ่นดินใหญ่เริ่มต้นขึ้น ผู้เข้าแข่งขันที่เป็นคู่แรกต่างทำเวลาก่อนกำหนด การใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งนาทีในการจัดดอกไม้นั้น สำหรับคนที่ไม่ได้ฝึกฝนด้านการจัดดอกไม้ด้วยความเร็วจะเสียเปรียบเป็นอย่างมาก โชคดีที่เจียวเหมยนั้นฝึกฝนตนมาอย่างดี เพียงแค่เวลาหนึ่งนั้นเหลือเฟือ (เก่งกันหมดทุกคนเลย) ผู้เข้าแข่งขันมีฝีมือเก่งกาจกันทั้งนั้น ทำให้เจียวเหมยรู้สึกกังวลเล็กน้อยที่จะได้ประลองกับพวกเขา “เจ้ากังวลรึ” ท่านผู้ไร้ตัวตนดูออกว่าเจียวเหมยมีความกังวลใจในการแข่งขันครั้งนี้จึงพูดถามเจียวเหมย นางจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับเป็นเชิงว่ากังวล เพราะไม่สามารถพูดได้ในตอนนี้ เดี๋ยวถูกหาว่าพิลึกคน การแข่งขันดำเนินมาหลายคู่ คราวนี้มาถึงคู่ของเจียวเหมยแล้ว (เราจะต้องชนะแล้วไปประลองกับหวังลี่อิน) เจียวเหมยแสดงถึงความสามารถของตนให้เป็นที่ประจักษ์ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีผลงานสร้างสรรค์ของเจียวเหมยก็เสร็จ ส่วนคู่แข่งก็เสร็จแล้วเหมือนกัน แต่ผลงานของคู่แข่งนั้นมีตำหนิตรงที่มีเศษดินหล่นเต็มพื้นบนโต๊ะ ทำให้เจียวเหมยเป็น

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักจัดดอกไม้   บทที่ 12

    12 “หวังลี่อิน” ไม่รู้เหมือนกันเพราะเหตุใด ทำไมเจียวเหมยถึงได้รู้สึกไม่ค่อยดีหลังจากที่หวังลี่อินเดินทางกลับ (การแข่งขันภายในแผ่นดินใหญ่เราต้องแข่งขันกับหวังลี่อินด้วย ไม่อยากแข่งด้วยเลย) ท่านผู้ไร้ตัวตนที่อยู่ด้วยตลอดเวลานั้นก็ดูออกว่าเจียวเหมยทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้ พอเห็นนางเป็นแบบนี้ก็ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป “เจ้าไม่ได้เข้าใจแม่นางหวังลี่อินเลย” “ก็ข้าไม่เข้าใจนี่นา ทำไมนางต้องอยากมาแข่งกับข้าด้วย ข้าเป็นเพื่อนนางนะ” “ข้าถึงบอกเจ้ายังไงล่ะว่าเจ้าไม่ได้เข้าใจแม่นางหวังลี่อินเลย” เจียวเหมยไม่เข้าใจเหตุผลที่หวังลี่อินอยากจะแข่งขันเพื่อเอาชนะนาง ไม่ว่าจะทำให้เข้าใจยังไงนางก็ไม่เข้าใจ ท่านผู้ไร้ตัวตนเห็นสภาพของเจียวเหมยเป็นอยู่ตอนนี้ไม่ได้ ก็เลยต้องพูดอะไรออกไปบ้างเพื่อให้เจียวเหมยเข้าใจ “ฟังข้านะ แม่นางหวังลี่อินยอมรับในตัวเจ้า นางก็เลยอยากจะแข่งกับเจ้ายังไงล่ะ นางไม่ได้เกลียดเจ้าเลย” “งั้นรึเจ้าคะ” “สิ่งที่เจ้าทำได้ก็คือแข่งกับนางแล้วเอาชนะนางให้ได้เพื่อตอบรับคว

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status