FAZER LOGINใครจะไปคิดกันล่ะว่าดอกไม้พวกนี้จะนำพาเธอทะลุมิติมาอยู่ในโลกจีนโบราณ นางไม่รู้จักผู้ใด นางต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง นางต้องดิ้นรนเพื่อให้อยู่รอด นางจะไม่ยอมตายเป็นอันขาด สตรีอย่างนางขอสู้ตาย
Ver maisเจียวเหมยไม่คิดว่าลี่จินเหมยจะถามถึงเรื่องนี้ พอถูกถามเรื่องนี้พวกเหล่าขุนนางก็อยากรู้เหมือนกัน แล้วของเหลวที่เหมือนน้ำนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีในยุคสมัยนี้ ใช่แล้ว มันก็คือสารเรืองแสง หากสารเรืองแสงนี้อยู่ในความมืดมันจะมีแสงสว่างเกิดขึ้น แล้วสารเรืองแสงที่เจียวเหมยใช้นั้นเป็นสีน้ำเงินคราม ดอกกุหลาบหลากสีที่ถูกทาด้วยสารเรืองแสงนี้อีกไม่นานมันก็จะปรากฏให้เห็น เจียวเหมยก็ได้อธิบายถึงเรื่องสารเรืองแสงแต่นางบอกได้เพียงเท่านี้ ส่วนเรื่องหามาจากไหนนั้นเป็นความลับ อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะตกดิน สารเรืองแสงก็เริ่มปรากฏตัวให้เห็นเป็นสีน้ำเงินครามที่ไม่ต่างอะไรกับอัญมณีใต้ท้องทะเลส่องแสงสวยงาม ทำให้ผู้ชมและผู้เข้าการแข่งขันรวมไปถึงเหล่าขุนนางทุกคนก็ได้เห็นสิ่งที่เจียวเหมยรังสรรค์ขึ้นมา “น่าตกใจจริงที่เจ้าทำเรื่องเหลือเชื่อขึ้นมา ข้าน่ะสังเกตระหว่างที่เจ้ากำลังทาของเหลวพวกนั้น ทำให้ข้ามองเห็นแสงสีน้ำเงินอยู่ครู่หนึ่ง ข้าเองก็ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่คิดว่าเจ้าจะเล็งจุดนี้เอาไว้ ข้านับถือเจ้าจากใจจริงเลยนะเจียวเหมย เอาล่ะ ข้าเองก็ต้องขอตัวก่อน ผู้แพ้อย่างข้าคงจะเ
16 หลังจากเริ่มการแข่งขัน สตรีหญิงร่างบางทั้งสองก็เริ่มสร้างผลงานของตนเอง แล้วก็เหมือนเดิม ลี่จินเหมยสื่อสารกับเหล่าดอกไม้ที่ตนจัดเตรียมเอาไว้ “รบกวนพวกเจ้าด้วยนะ” ทางด้านเจียวเหมยเองก็มีความสามารถในการสื่อสารดอกไม้ นางเองก็สื่อสารกับพวกดอกไม้ที่ตนได้เตรียมเอาไว้เช่นเดียวกัน “เรามาสู้ไปด้วยกันนะเจ้าคะ” นี่คือสิ่งที่ลี่จินเหมยพูดเอาไว้ว่าเจียวเหมยนั้นเหมือนกับนาง แล้วสิ่งที่เหมือนกันคงเป็นเพราะความสามารถที่เหมือนกันนั่นแหละ เจียวเหมยนำกระถางที่บรรจุดินมาตั้งตรงหน้าก่อนที่นางจะจัดการเรื่องดินที่กระจัดการจายเพื่อให้ดินนั้นที่เรียบเนียนและสวยงามก่อนจะนำดอกกุหลาบหลากสีที่เตรียมเอาไว้มาปักบนกระถาง นำหญ้าอ่อนสีเขียวขจีมาวางบนดินบนกระถางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วใบหญ้าอ่อนก็ตรงและมีความเท่ากันราวกับว่าคัดลอกออกมาเป็นหลายใบด้วยกัน ตามด้วยนำพู่กันจุ่มกับของเหลวที่เตรียมเอาไว้แล้วนำไปทาดอกตูมของดอกกุหลาบ ขั้นตอนสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ เจียวเหมยใช้สเปรย์ฉีดพ่นน้ำเพื่อให้ดอกไม้ที่จัดขึ้นมานั้นดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เป็นอันว่าเสร็จเรียบ
15 “เวลาอันสั้นแค่นี้แต่เจ้ากลับทำมันได้ขนาดนี้เชียว ไม่อยากจะเชื่อ” มันเกิดอะไรขึ้นนะ กรรมการฉุนเห็นอะไรกันแน่ “ไม่ว่าจะเป็นต้นหญ้าอ่อนบนกระถางก็ดี ดอกกุหลาบก็ดี ใบหญ้าและกลีบดอกกุหลาบเท่ากันหมดเลย” ผลงานลี่จินเหมยที่ดูไม่มีเป็นจุดเด่น กลับกลายเป็นว่ามีจุดเด่นที่คาดไม่ถึง ผลงานหวังลี่อินนับว่าสมบูรณ์แบบมากแล้ว แต่ผลงานของลี่จินเหมยนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าอีก “ผู้ชนะ ลี่จินเหมย” ผู้เข้าชมและผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ยังรอดูผลงานผู้ที่เหลืออยู่ก็แสดงความยินดีให้แก่ผู้ชนะ ส่วนผู้แพ้ก็ต้องยอมรับในผลการตัดสิน หวังลี่อินถึงกับเข่าทรุดที่ไม่สามารถเอาชนะลี่จินเหมยได้ สัญญาที่ให้ไว้กับเจียวเหมยต้องมลายหายไป นางไม่สามารถรักษาสัญญาเอาไว้ให้กับเจียวเหมยได้ เพราะนางเป็นผู้พ่ายแพ้อย่างหมดท่า “แพ้อีกแล้วสินะหวังลี่อิน เหตุที่เจ้าพ่ายแพ้ให้กับข้าก็เพราะตัวเจ้าหวังชนะนั่นแหละ เจ้าคงจะเข้าใจในสิ่งที่ข้าพูดนะ หวังลี่อิน” เจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ผู้แพ้ไม่มีสิทธิ์พูดหรือขออะไรทั้งนั้น แล้วสิ่งที่หวังลี่อินเจ็บใจมากที่สุดก
14 “ผู้ชนะ เจียวเหมย” หลังจากกรรมการฉุนประกาศรายชื่อผู้ชนะ เจียวเหมยก็ดีใจจนออกนอกหน้า นางไม่คิดว่าตนเองนั้นจะชนะได้ ความกังวลที่ก่อเกิดภายในใจในมันได้หายไปทันที ผู้เข้าชมรวมไปถึงผู้เข้าร่วมการแข่งขันก็ส่งเสียงแสดงความยินดีให้แก่ผู้ชนะ ส่วนผู้แพ้อย่างหลันก็ได้แต่ยืนนิ่งเป็นเสาหิน นางคงจะเจ็บใจที่ตนได้รับความพ่ายแพ้เหมือนอย่างหลิวน้องสาวของนาง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ การตัดสินถือเป็นเอกฉันท์ แล้วอีกอย่างนางก็ยอมรับในฝีมือของอีกฝ่ายอย่างเจียวเหมยด้วย “ท่านเจียวเหมย ข้าแพ้แล้วแหละ ท่านเป็นคนที่มีความสามารถยิ่งกว่าข้าและน้องสาวของข้า ผลงานของท่านสวยงามมาก สมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ” “เจ้าก็เหมือนกัน” “เหนือฟ้ายังมีฟ้า สักวันข้าจะต้องเอาชนะท่านให้จงได้” “ข้าจะรอวันที่ได้แข่งกับเจ้าอีกนะหลัน” “ท่านนี่ร้ายจริง แต่ว่า การที่ท่านจะเอาชนะการแข่งขันนี้ได้น่ะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าท่านผู้นั้นลงแข่งขัน” “เจ้าหมายถึงลี่จินเหมยสินะ” “เจ้าค่ะ ท่านผู้นั้นไม่เคยพ่ายแพ้ใคร นางมีความสามารถเหนือมนุษย์” “มันเป็นยั

















