ทะลุมิติไปเป็นสาวนักจัดดอกไม้

ทะลุมิติไปเป็นสาวนักจัดดอกไม้

last updateLast Updated : 2026-07-13
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
17Chapters
235views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ใครจะไปคิดกันล่ะว่าดอกไม้พวกนี้จะนำพาเธอทะลุมิติมาอยู่ในโลกจีนโบราณ นางไม่รู้จักผู้ใด นางต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง นางต้องดิ้นรนเพื่อให้อยู่รอด นางจะไม่ยอมตายเป็นอันขาด สตรีอย่างนางขอสู้ตาย

View More

Chapter 1

บทที่ 1

1

          แสงแดดอบอุ่นของอรุณรุ่งสาดส่องลงมาบนฟากฟ้า เมื่อได้สัมผัสดอกไม้หลากสีนานาชนิดมันก็เกิดความประหลาดใจ เมื่อไหร่ที่ดอกไม้เหล่านี้ได้สัมผัสแสงแดดยามเช้าพวกมันก็จะเติบโตขึ้นราวกับสยายปีกของนกแล้วบานขึ้นมาอย่างสดใสราวกับพวกมันต้องมนต์วิเศษ

          มือสวยอ่อนนุ่มเรียวบางของหญิงสาวก็ได้ช่วยทำให้ดอกไม้พวกนี้ชุ่มชื้นด้วยน้ำจากฝักบัว พวกมันได้รับการดูแลและใส่ใจเป็นอย่างดีราวกับพวกมันเปรียบเสมือนครอบครัวอันแสนสำคัญ

          “โตวันโตคืนเลยนะคะ”

          หญิงสาวสะสวยน่ารักผู้ซึ่งเป็นเจ้าของดอกไม้พวกนี้เธอมักจะพูดกับดอกไม้ที่เธอปลูกขึ้นมาเป็นประจำทุกวัน ไม่มีวันไหนที่เธอไม่พูด

          เจียวเหมย หญิงสาววัยยี่สิบสองคนนี้ เธอเป็นเจ้าของร้านขายดอกไม้ในเมืองแห่งหนึ่ง แล้วร้านขายดอกไม้นี้ก็เป็นบ้านของเธอที่สืบทอดมาจากคุณพ่อและคุณแม่ของเธอที่จากไปตั้งแต่สองปีก่อน มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหันจนตัวเธอไม่ทันได้ตั้งตัว ความทุกข์และความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นภายในใจบอบช้ำจนเกินทน ทำให้เธอต้องเข้ารับการรักษาสภาพจิตใจอยู่ภายในโรงพยาบาลนานสองปี

          หลังจากออกจากโรงพยาบาล เจียวเหมยก็กลับมาบ้านที่ไม่ได้กลับมานาน ทุกอย่างดูเป็นปกติ ของที่วางอยู่ตำแหน่งเดิมก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจนนั้นก็คือดอกไม้เหี่ยวเฉาตายหมด

          มันก็แหงอยู่แล้ว ไม่มีใครเข้ามาดูแลดอกไม้มาเป็นเวลาสองปี ถ้าพวกมันยังมีชีวิตอยู่ก็คงจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อ อีกอย่างหนึ่ง เจียวเหมยเองก็ไม่มีญาติมาคอยดูแลดอกไม้พวกนี้ด้วย

          หลังจากนั้น หญิงสาวสะสวยน่ารักหุ่นดีอย่างเจียวเหมยคนนี้ก็ได้จัดการปัญหาตรงหน้าด้วยตัวคนเดียว เธอจัดการดูแลบ้านซึ่งก็เป็นร้านขายดอกไม้ไปในตัวด้วยตัวคนเดียว แม้เธอจะไม่ได้ทำงานแต่มรดกตกทอดมาจากคุณพ่อและคุณแม่ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอฟื้นฟูกิจการของครอบครัวให้กลับคืนมาได้ แล้วกิจการที่สร้างขึ้นมาด้วยมืออันเรียวบางของเธอก็ทำให้ทุกอย่างกลับคืนมาอย่างที่มันควรจะเป็น

          “คุณพ่อ คุณแม่ หนูทำสำเร็จแล้วนะคะ”

          แววตาอันอ่อนโยนของเจียวเหมยมองไปยังดอกไม้พร้อมกับพูดถึงผู้ให้กำเนิดด้วยความภาคภูมิใจที่กิจการครอบครัวฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง

          “อยู่ทางนั้นเป็นยังไงบ้างคะ ไม่ต้องห่วงทางนี้นะคะ หนูจะไม่เหงาอีกแล้ว เพราะหนูมีเพื่อนคอยอยู่กับหนูตลอดเวลา ไม่ต้องห่วงหนูนะคะคุณพ่อ คุณแม่”

          คำว่าเพื่อนที่หญิงสาวร่างบางพูดออกมานั้นหมายถึงดอกไม้ที่เธอปลูกขึ้นมาพวกนี้ เมื่อไหร่ที่เจียวเหมยรู้สึกเหงาเธอก็จะมองดูดอกไม้พวกนี้ อย่างน้อยสำหรับเธอมันก็คลายเหงาได้

          !?

          ขณะที่เจียวเหมยกำลังจัดเตรียมดอกไม้อยู่ภายในร้าน ดอกไม้ที่เธอรดน้ำในตอนเช้าก็เกิดแสงสีน้ำเงินประหลาดลอยออกมาจากดอกไม้ระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืนบนท้องฟ้าที่ส่องแสงสวยงามอันน่าหลงใหล แต่สิ่งที่เห็นอยู่นี้ยังไงมันก็ไม่ใช่ดวงดาวอย่างที่เห็นอยู่เป็นประจำทุกวัน

          “มันคืออะไรกันนะ”

          เจียวเหมยพูดพลางสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต

          ในเมื่อไม่รู้ว่ามันคืออะไร เจียวเหมยก็วางมือจากดอกไม้ที่กำลังเตรียมบนโต๊ะแล้วเดินไปดูใกล้ๆ ให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น

          “สวยจัง”

          มันสวยงามราวกับดวงดาวก็ไม่ปาน หากเอามือไปสัมผัสมันจะเป็นยังไงกันนะ เจียวเหมยเองก็อยากรู้เหมือนกัน

          มือสวยเรียวบางขยับเข้าไปใกล้ๆ แสงสีน้ำเงินระยิบระยับเพื่อสัมผัสมันด้วยความอยากรู้

          !?

          แต่ทว่าปลายนิ้วเรียวสวยของเธอยังไม่ทันจะได้สัมผัส จู่ๆ ก็เกิดแสงสีขาวชวนให้แสบตา ทำให้หญิงสาวร่างบางต้องเอาแขนเข้ามาบังตา เกรงว่า หากไม่ทำเช่นนั้นก็คงจะเกิดปัญหาเรื่องสายตาเป็นแน่

          “มันเกิดอะไรขึ้น”

          ท้ายที่สุด แสงสีขาวก็หายไปพร้อมร่างอันบอบบางของเจียวเหมยที่ไม่รู้ว่าหายไปไหนกันแน่

          .

          .

          .

          แสงสีขาวชวนแสบตาที่ไม่รู้ที่มานี้ทำให้เบื้องหน้าของเธอกลายเป็นสีดำ แต่พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทำให้หญิงสาวร่างบางมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จัก ก่อนหน้านี้เธออยู่บ้านของเธอซึ่งเป็นร้านขายดอกไม้ แต่ทว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ไหนกันแน่

          “จำได้ว่าเราอยู่ในร้านขายดอกไม้บ้านของเราไม่ใช่เหรอ แล้วที่นี่ที่ไหน”

          เจียวเหมยถามตนเองด้วยความสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงจะถามตนเองแต่หญิงสาวร่างบางก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้คำตอบ เธอไม่รู้ว่าตนเองนั้นอยู่ที่ไหน แต่ในความคิดของเธอสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ในเมืองที่เธออาศัยอยู่อย่างแน่นอน

          ทัศนวิสัยเบื้องหน้าของเจียวเหมยนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ เป็นธรรมชาติที่คนในเมืองน้อยคนนักจะได้เห็น แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวเชยชมธรรมชาติหรอก

          เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ เจียวเหมยจึงสำรวจพื้นที่รอบตัว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นต้นไม้ใบหญ้า มีแต่ป่าเต็มไปหมด

          แต่ทว่ามันก็ไม่ได้มีแต่ป่าอย่างเดียว หญิงสาวร่างบางเดินสำรวจพื้นที่รอบตัว เธอมองเห็นบางอย่างซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เธอเดินอยู่ตอนนี้

          “ตรงนั้นมัน แม่น้ำไม่ใช่เหรอ”

          เจียวเหมยเห็นเป็นเช่นนั้น

          แม่น้ำลำธารที่อยู่ตรงหน้าของเจียวเหมยนั้นทอดยาวไปสาย ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่น้ำลำธารนี้ยาวไปถึงไหน

          “สวยจัง”

          แม่น้ำลำธารนี้มันสวยขนาดที่ว่ามองเห็นพื้นใต้น้ำ มีปลาแหวกว่ายไปมาอยู่เต็มไปหมด แล้วพื้นที่อุดมสมบูรณ์นี้ก็น่าจะมีผู้คนอาศัยอยู่ ที่สำคัญ หากเดินไปตามลำธารน้ำไหลก็น่าจะมีบ้านคน

          “เอ๊ะ!”

          แต่ก่อนจะเดินไปตามลำธารแม่น้ำสายนี้ เจียวเหมยสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง

          “ทำไมหน้าของเราถึงเป็นแบบนี้”

          ใบหน้าตามปกติของเจียวเหมย เดิมทีเธอเป็นคนไม่แต่งหน้าก็สวยและน่ารักเป็นเดิมทุน แต่ใบหน้าของเธอตอนนี้นั้นแต่งหน้าดูสวยขึ้นมามาก เรียกว่าเป็นนางงามคนหนึ่งยังได้ ถ้าหากคนที่แต่งหน้าไม่ใช่เธอ แล้วใครกันล่ะที่แต่งหน้าให้เธอ

          ไม่ว่าจะพูดยังไง ทุกอย่างในตอนนี้เป็นปริศนาไปหมด

          “แบบนี้ก็สวยเหมือนกัน”

          เจียวเหมยพูดก่อนจะอมยิ้มอย่างมีความสุข จนเธอลืมไปเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอกันแน่

          นอกจากใบหน้าสวยงามราวเจ้าหญิงแล้วก็มีเครื่องแต่งกายที่เจียวเหมยเพิ่งสังเกตเห็นจากเงาสะท้อนของแม่น้ำลำธาร

          เครื่องแต่งกายย้อนยุคในสมัยจีนโบราณที่เห็นตามละครทีวีมันถูกสวมใส่โดยเจียวเหมยหญิงสาวร่างบาง แม้แต่รองเท้าเองก็ย้อนยุคในสมัยจีนโบราณ

          เจียวเหมยจำได้ว่าก่อนจะเกิดเรื่องแปลกประหลาด เธอสวมเสื้อผ้ากระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนธรรมดาที่ไม่มีอะไรเป็นจุดเด่นให้เหล่าชายหนุ่มแลมอง แต่พอหลังจากเกิดเรื่องประหลาดเธอก็อยู่ในชุดจีนโบราณสีเขียวอ่อนที่ดูเข้ากับธรรมชาติในป่าแห่งนี้ราวกับว่าตนเองนั้นถูกเลือกโดยใครบางคน

          แต่ทว่าดูเธอจะชอบสวมเสื้อแบบนี้เหมือนกัน

          พอเดินมาตามแม่น้ำลำธาร เจียวเหมยก็เห็นบ้านไม้เก่าหลังหนึ่ง บ้านหลังที่เห็นอยู่นี้มันอยู่ติดกับริมแม่น้ำลำธาร ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นบ้านของใคร

          “ขอโทษนะคะ มีใครอยู่ไหมคะ”

          ไม่มีเสียงตอบรับ แสดงว่าไม่มีใครอยู่

          เจียวเหมยเดินเข้ามาใกล้บ้านที่ว่าแล้วชำเลืองสายตามองเข้าไปยังบ้านไม้เก่าที่ไม่รู้ว่าจะพังลงมาเมื่อไหร่

          แหมะ!?

          ระหว่างที่เจียวเหมยไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อจากนี้ จู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไง เธอจึงวิสาสะเข้าไปอยู่ในบ้านไม้เก่าเพื่อเข้าไปหลบฝนอย่างช่วยไม่ได้ เพราะนอกจากบ้านหลังนี้แล้วก็ยังมีต้นไม้ใหญ่ให้หลบฝนอยู่หลายต้นด้วยกัน แต่เธอตัดสินใจหลบฝนในบ้านหลังนี้ดีกว่า

          “ขอโทษนะคะ ถึงจะไม่มีใครอยู่ แต่ขอฉันอยู่หลบฝนก่อนนะคะ”

          ด้วยความที่เธอมีนิสัยชอบพูดคุยกับดอกไม้ที่ตนปลูก เธอจึงพูดออกมาทั้งอย่างนั้น แม้จะไม่มีใครให้รับฟังอยู่ก็เถอะ

          “โอ๊ย!”

          ระหว่างที่ยืนรอให้ฝนหยุดตกอยู่นั้น จู่ๆ เธอก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาจนต้องร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด อาการปวดหัวรุนแรงขึ้นมากจนร่างกายอันบอบบางทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหว ร่างกายอันแสนจะบอบบางค่อยๆ ล้มลงกับพื้น ท้ายที่สุด เจียวเหมยก็หมดสติทั้งอย่างนั้น

          ...

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
17 Chapters
บทที่ 1
1 แสงแดดอบอุ่นของอรุณรุ่งสาดส่องลงมาบนฟากฟ้า เมื่อได้สัมผัสดอกไม้หลากสีนานาชนิดมันก็เกิดความประหลาดใจ เมื่อไหร่ที่ดอกไม้เหล่านี้ได้สัมผัสแสงแดดยามเช้าพวกมันก็จะเติบโตขึ้นราวกับสยายปีกของนกแล้วบานขึ้นมาอย่างสดใสราวกับพวกมันต้องมนต์วิเศษ มือสวยอ่อนนุ่มเรียวบางของหญิงสาวก็ได้ช่วยทำให้ดอกไม้พวกนี้ชุ่มชื้นด้วยน้ำจากฝักบัว พวกมันได้รับการดูแลและใส่ใจเป็นอย่างดีราวกับพวกมันเปรียบเสมือนครอบครัวอันแสนสำคัญ “โตวันโตคืนเลยนะคะ” หญิงสาวสะสวยน่ารักผู้ซึ่งเป็นเจ้าของดอกไม้พวกนี้เธอมักจะพูดกับดอกไม้ที่เธอปลูกขึ้นมาเป็นประจำทุกวัน ไม่มีวันไหนที่เธอไม่พูด เจียวเหมย หญิงสาววัยยี่สิบสองคนนี้ เธอเป็นเจ้าของร้านขายดอกไม้ในเมืองแห่งหนึ่ง แล้วร้านขายดอกไม้นี้ก็เป็นบ้านของเธอที่สืบทอดมาจากคุณพ่อและคุณแม่ของเธอที่จากไปตั้งแต่สองปีก่อน มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกะทันหันจนตัวเธอไม่ทันได้ตั้งตัว ความทุกข์และความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นภายในใจบอบช้ำจนเกินทน ทำให้เธอต้องเข้ารับการรักษาสภาพจิตใจอยู่ภายในโรงพยาบาลนานสองปี หลังจากออกจากโรงพยาบาล เจียวเหมยก็กลับมาบ้
last updateLast Updated : 2026-07-10
Read more
บทที่ 2
2 อรุณรุ่งเช้าส่องแสงสว่างเพื่อต้อนรับเช้าวันใหม่อีกครั้ง หญิงสาวร่างบางนอนอยู่บนเตียงภายในบ้านไม้เก่าผุพัง ใบหน้าของนางดูมีความสุขราวกับตุ๊กตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา ทว่าความสุขของนางก็ต้องเป็นอันหยุดลงเมื่อนางตื่นขึ้นมารับบรรยากาศยามเช้าที่สดใส ใบหน้างัวเงียเมาขี้ตาที่เพิ่งตื่นนอนพลางกวาดตามองตามสัญชาตญาณ “ว่าแต่ทำไมเราถึงได้มาอยู่ที่นี่ โอ๊ย!” เจียวเหมยรู้สึกปวดหัวขึ้นมาหลังจากเกิดความสงสัย ก่อนหน้านี้นางเข้ามาในบ้านไม้เก่าเพื่อหลบฝน แล้วหลังจากนั้นนางก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรง นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่หลังจากตื่นขึ้นมา ณ ตอนนี้ก็รู้สึกถึงร่างกายอันบอบบางเปลี่ยนไป ทั้งความรู้สึกและทั้งความคิดเองก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย อย่างกลับว่าตนเองนั้นไม่ใช่คนเดิม “ทั้งที่ไม่เคยอยู่ที่นี่แต่กลับเหมือนอยู่มานาน” สติสัมปชัญญะเหมือนเดิม เพิ่มเติมก็คือความทรงจำและความรู้สึกนั้นคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้มานาน ทั้งที่ไม่เคยอยู่สถานที่แห่งนี้มาก่อนตามที่นางว่ากล่าวเอาไว้ “แปลกจัง” เจียวเหมยนางเองก็ไ
last updateLast Updated : 2026-07-10
Read more
บทที่ 3
3 นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เจียวเหมยมาอยู่ในป่าแห่งนี้ที่จะได้พบเจอกับผู้คน แล้วในระหว่างทาง บุคคลที่ช่วยเหลือหรือผู้ไร้ตัวตนก็ได้ให้นางเอากระดาษติดตัวไปด้วย หากเกิดปัญหาอะไรก็จะได้แนะนำอย่างถูกวิธี ถึงจะเป็นการสื่อสารที่ลำบากเกินไปสักหน่อยแต่ก็ทำให้เจียวเหมยเริ่มคุ้นชินกับมัน แล้วตอนนี้ผู้ไร้ตัวตนก็ได้อธิบายเจียวเหมยบนกระดาษถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจียวเหมย “อย่างงั้นเหรอคะ แสดงว่าที่นี่คือโลกอีกโลกหนึ่ง จะบอกฉันแบบนี้สินะคะ” เจียวเหมยตกใจอยู่เหมือนกัน นางไม่คิดไม่ฝันว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริง ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ผู้ไร้ตัวตนบอกกล่าวมา แต่เจียวเหมยก็เชื่ออย่างสนิทใจ เหตุเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมาจนถึงตอนนี้มันทำให้ทุกอย่างแปลกไปหมด นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมนางถึงเชื่ออย่างสนิทใจ “เจ้าไม่คิดจะถามข้าหรอกรึ” บนกระดาษถูกเขียนขึ้นเพื่อแสดงให้เจียวเหมยได้เห็น “ไม่ค่ะ ฉันเข้าใจหมดทุกอย่างแล้ว” เจียวเหมยเข้าใจเรื่องราวหลังจากปวดหัวจนหมดสติ นางเข้าใจทุกอย่างแล้วว่าที่นางอาศัยอยู่ตอนนี้ไม่ใช่โลกเดิมที่นางเคยอยู่ จะบอกว่าเป็นโลกต่าง
last updateLast Updated : 2026-07-10
Read more
บทที่ 4
4 “ดอกไม้พวกนั้นสวยมาก ข้าอยากได้” หลังจากกลับมาถึงบ้าน เจียวเหมยก็ได้แต่พูดบ่นออกมาว่าอยากได้ดอกไม้เหมือนเด็กที่บ่นอยากได้ของเล่น “นี่ ท่านฟังข้าพูดอยู่รึเปล่า ข้าอยากได้ดอกไม้พวกนั้น” บนมือที่กำลังถือกระดาษก็มีตัวอักษรใหม่โผล่ขึ้นมา เจียวเหมยจึงอ่านมันเหมือนกลับกลายเป็นเรื่องปกติ “หากเจ้าอยากได้ดอกไม้พวกนั้น เจ้าก็ต้องทำงานเก็บเงิน แล้วเอาเงินที่ได้ไปซื้อดอกไม้ที่ร้านค้าของแม่นางหวังลี่อิน นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้เงินหรอกนะ” เจียวเหมยอ่านเนื้อหาบนกระดาษพร้อมกับความรู้สึกแทงใจดำยิ่งกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว มันก็จริงอย่างที่ผู้ไร้ตัวตนได้กล่าวเอาไว้บนกระดาษ ถ้าอยากได้เงินก็ต้องทำงาน ทว่าสตรีอย่างนางจะไปทำงานอะไรให้ได้เงิน “แล้วท่านจะให้ข้าไปทำงานอะไรกันเล่า ว่าแต่ ท่านออกมาให้ข้าเห็นจะได้ไหมเจ้าคะ ปล่อยให้ข้าพูดอยู่คนเดียว ข้าเองก็เหนื่อยเป็นเหมือนกัน” “ได้สิ ถ้าเจ้าไม่กลัวข้านะ” “เอ๊ะ!” คราวนี้การสื่อสารระหว่างเจียวเหมยและผู้ไร้ตัวตนไม่ใช่การอธิบายบนกระดาษอีกต่อไป เบื้องหน้
last updateLast Updated : 2026-07-10
Read more
บทที่ 5
5 หลังจากขายผักและปลาช่อนหมดในคราวเดียวโดยลูกค้าคนเดียว เจียวเหมยก็เก็บเสื่อถักหญ้าแห้งก่อนจะเดินไปยังร้านขายดอกไม้เพื่อที่จะไปนำเงินที่ได้ไปซื้อดอกไม้ตามที่นางต้องการ “หวังลี่อินเปิดร้านอยู่รึเปล่านะ” เจียวเหมยพูดกับตนเองด้วยรอยยิ้มอย่างสบายอารมณ์ เมื่อเดินมาถึงร้านค้าขายดอกไม้ของหวังลี่อิน ก็พบว่านางเปิดร้านอยู่ แต่ไม่พบเห็นนางอยู่ภายในร้าน เจียวเหมยจึงใช้เวลาชื่นชมดอกไม้ในกระถางที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านของนาง “สวัสดีเจ้าค่ะ ข้ากลับมาหาพวกเจ้าอีกแล้วนะ” เจียวเหมยนางไม่ได้พูดกับผู้ใด เพียงแต่นางพูดอยู่กับดอกไม้เหมือนอย่างเคยเป็น แม้จะดูประหลาดสำหรับชาวบ้าน แต่สิ่งที่พวกชาวบ้านได้เห็นสตรีหญิงร่างบางคนนี้มีความสุข พวกชาวบ้านเองก็มีความสุขตามไปด้วยเหมือนกัน “วันนี้ข้าจะพาพวกเจ้ากลับบ้านนะเด็กดี” “กลับบ้านรึ พูดอะไรของเจ้าน่ะเจียวเหมย” นี่ไม่ใช่เสียงของท่านผู้ไร้ตัวตน แต่เป็นเสียงอ่อนนุ่มของสตรีหญิงร่างบางคนที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังเจียวเหมย ใช่แล้ว หวังลี่อินเจ้าของร้านค้าขายดอกไม้ “หวังลี่
last updateLast Updated : 2026-07-10
Read more
บทที่ 6
6 เช้าวันรุ่นขึ้นเจียวเหมยและหวังลี่อิน รวมไปถึงท่านผู้ไร้ตัวตน พวกเขาเดินทางไปยังเมืองหลวงเพื่อไปชมการแข่งขันการจัดดอกไม้โชว์ เจียวเหมยเห็นว่าหวังลี่อินเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องดอกไม้ นางก็เลยชวนหวังลี่อินมาเป็นเพื่อน แต่เกินคาด หวังลี่อินเองก็กำลังจะเดินทางไปยังเมืองหลวงเพื่อที่จะไปดูการแข่งขันการจัดดอกไม้โชว์เฉกเช่นเดียวกับเจียวเหมย แล้วการเดินทางจะต้องนั่งเกวียนม้าเดินทางไปเท่านั้น “ข้าไม่คิดไม่ฝันเลยว่าเจ้าจะสนใจการแข่งขัน” “อะไรที่เกี่ยวกับดอกไม้ข้าสนใจหมดนั่นแหละ หวังลี่อิน เจ้าเองก็เคยเข้าร่วมการแข่งขันการจัดดอกไม้โชว์ด้วยสินะ” “ใช่ แล้วข้าก็ชนะมาหลายสังเวียนแล้วด้วย” “สุดยอด เจ้านี่เก่งจังเลยนะ” หวังลี่อินถูกชมจากเจียวเหมยด้วยความจริงใจ แต่ด้วยความที่นางนั้นมองเป็นเรื่องปกตินางก็เลยไม่ได้พูดอะไร แล้วหวังลี่อินก็เล่าเรื่องการแข่งขันที่นางเคยลงแข่งเมื่อคราวที่แล้ว การแข่งขันจะเป็นการนำดอกไม้ที่ทางผู้จัดการแข่งขันมาตกแต่งและวางให้สวยงามราวกับงานศิลปะ ผู้ใดที่สามารถจัดดอกไม้ให้สวยงามที่สุดในการแข่งขันก็จะเป็น
last updateLast Updated : 2026-07-10
Read more
บทที่ 7
7 เช้าวันรุ่งขึ้น เจียวเหมยและหวังลี่อินออกจากโรงเตี๊ยมแต่เช้าเพื่อออกมาหาเข้าข้าวกินก่อนจะเข้าไปยังภายในวังหลวงเพื่อเข้าไปชมการแข่งขันการจัดดอกไม้ อันที่จริงที่โรงเตี๊ยมที่ทั้งสองพักอยู่นั้นมีข้าวเช้าสำหรับแขกที่เข้ามาพัก แต่หวังลี่อินบอกเจียวเหมยว่ามันไม่อร่อย นางก็เลยจะพาไปกินข้าวที่ร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากโรงเตี๊ยม ร้านอาหารจีนโบราณในโลกแห่งนี้ก็ดูจะไม่ต่างจากโลกที่เจียวเหมยเคยอาศัยอยู่ การจัดร้านและการตกแต่งก็ไม่ได้ต่างกันมาก จะต่างกันก็ตรงที่อาหารอร่อยมากกว่ากันแค่ไหน หลังจากกินข้าวกันเสร็จสรรพ ทั้งสองจึงไปยังวังหลวงทันที “อีกไม่นานทหารยามก็จะเปิดประตูวังหลวง พวกเราเองก็ต้องรีบกันหน่อย” หวังลี่อินพูดก่อนที่จะเร่งฝีเท้าเพื่อไปยังวังหลวงให้ทันเวลาแข่งขัน แล้วดูเหมือนว่าทั้งสองจะมาทันก่อนการแข่งขัน “ที่นี่แหละวังหลวง” เบื้องหน้าของเจียวเหมย เป็นวังหลวงที่มีพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่ไพศาล สามารถรองรับผู้คนได้หลายพันคนด้วยกัน ส่วนสิ่งปลูกสร้างจีนโบราณก็มีทั้งตำหนักและจวนรวมอยู่ด้วยกัน (คนที่พำนักอยู่
last updateLast Updated : 2026-07-10
Read more
บทที่ 8
8 การแข่งขันการจัดดอกไม้ที่ผ่านมา ผู้ชนะเป็นแค่เด็กอายุไม่ถึงสิบแปดปี ถือว่าเป็นเด็กที่มีความสามารถหรือจะเรียกว่าเป็นเด็กอัจฉริยะก็ไม่ปาน ตั้งแต่กลับจากการไปดูการแข่งขันการจัดดอกไม้ เจียวเหมยก็ไม่ได้ออกไปไหนไกล นางใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับการจัดดอกไม้ตามลำพัง ไม่สิ อยู่ด้วยกันกับท่านผู้ไร้ตัวตนที่คอยดูว่านางจะทำอะไรบ้าง “ตกแต่งกิ่งเสร็จแล้วจากนั้นก็วางดอกไม้หลายชนิดลงไปรอบกระถาง” ผลงานศิลปะการจัดดอกไม้ของเจียวเหมยชิ้นนี้ดูไม่เลว ถือว่าสวยงามเข้าตากรรมการ ทว่านี่เป็นการฝึกฝนเท่านั้น “ท่านผู้ไร้ตัวตนเจ้าคะ ผลงานของข้า สวยงามใช่หรือไม่” “โอย ข้าดูไม่เป็นหรอก” “อะไรกันเนี่ย ข้าก็คิดท่านจะดูผลงานศิลปะของข้าออก” เจียวเหมยพูดบ่นก่อนจะหันไปสนใจการจัดดอกไม้เหมือนเดิม แล้วในระหว่างที่เจียวเหมยกำลังให้ความสนใจการจัดดอกไม้อยู่นั้น หวังลี่อินก็เดินทางมาหาถึงบ้าน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หวังลี่อินเข้ามาบ้านของเจียวเหมย แต่นางเข้ามาหลายครั้งแล้ว นางบอกว่าพอมาที่นี่รู้สึกจิตใจสงบ แล้วนางก็จะวนเวียนไปมาอยู่บ่อย
last updateLast Updated : 2026-07-10
Read more
บทที่ 9
9 “เสร็จแล้ว” ผลงานที่ถูกสร้างด้วยมือทั้งสองของสตรีหญิงร่างบางอย่างเจียวเหมยก็เสร็จเรียบร้อย แต่ดูนางจะไม่พอใจสักเท่าไหร่ “ตอนนี้ข้าทำได้เพียงเท่านี้ หวังลี่อินช่วยดูให้ข้าหน่อยสิ” “อ่า เดี๋ยวข้าดูให้” หวังลี่อินอ้ำอึ้งอยู่พักหนึ่งก่อนจะเข้าไปดูผลงานการจัดดอกไม้ของเจียวเหมย นางเข้าไปดูแล้วหาจุดที่คิดว่าน่าจะผิดพลาด แต่ไม่เลยจุดไหนที่ต้องแก้ไขและผิดพลาดเลย ทุกอย่างสมบูรณ์แบบและสวยงาม “สวยงาม ไม่มีที่ติ” หวังลี่อินพูดออกมาตามความจริงในสิ่งที่นางเห็น แต่สำหรับเจียวเหมยกลับรู้สึกว่ามันยังไม่ดีพอที่จะให้เรียกว่าเป็นผลงานสมบูรณ์แบบ “เจียวเหมย เพราะเหตุใด ทำไมเจ้าถึงได้คิดว่าผลงานของเจ้ายังไม่ดีพอ” “นั่นสิ ข้าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ว่า ข้ารู้สึกว่าตัวข้านั้นทำได้ดีกว่านี้” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำพูดของเจียวเหมยหรือเพราะเหตุใดที่ทำให้หวังลี่อินเกิดอาการมือไม้สั่นจนนางอยากจะสร้างผลงานของตนเองขึ้นมาเดี๋ยวนี้ แต่ก็ทำไม่ได้ “เอาล่ะ ข้าขอตัวกลับก่อนดีกว่า ข้าไม่อยากรบกวนเจ้าไปมากกว่านี้”
last updateLast Updated : 2026-07-10
Read more
บทที่ 10
10 การแข่งขันการจัดดอกไม้ภายในเมืองยังคงดำเนินต่อไป เจียวเหมยผ่านการแข่งขันการจัดดอกไม้และชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างราบรื่น แต่ปัญหาของนางก็คือเวลามีผู้ชมจ้องมองในสิ่งที่นางทำอยู่นั้นทำให้นางรู้สึกอึดอัดใจ จะเรียกว่าตื่นสนามก็คงไม่ปาน (ไม่ได้การ เราต้องมีสมาธิมากกว่านี้) การแข่งขันรอบต่อไปยังคงเป็นเจียวเหมย แต่ใครหน้าไหนเป็นคู่ต่อสู้เจียวเหมยก็สู้กลับอย่างเต็มที่เพื่อให้เกียรติอีกฝ่าย เจียวเหมยวางกระถางที่บรรจุดินสีดำเอาไว้ จากนั้นนางก็นำต้นของดอกกล้วยไม้ที่ทางผู้จัดการแข่งขันเตรียมเอาไว้ แล้วนางก็ใช้ไม้ปาดดินตรงขอบกระถางดอกไม้เพื่อความเรียบร้อย ก่อนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ จากนั้นนำหญ้าใบเล็กมาวางบนดินในกระถางดอกไม้ก่อนจะใช้สเปรย์ฉีดน้ำเพื่อให้ใบหญ้าดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นซึ่งเปรียบเสมือนธรรมชาติที่ไม่ต้องแต่งเติมอะไรเข้าไปอีก กรรมการตัดสินยังคงเป็นคนเดิม ฉุน นั่นก็คือชื่อของกรรมการตัดสิน แถมยังเป็นขุนนางอีกด้วย “ผู้ชนะ เจียวเหมย” การจะเอาชนะคู่แข่งขันแต่ละคนนั้นไม่ง่ายเลย เพราะคนที่เข้าร่วมการแข่งขันนั้นมีความสามารถเฉพาะตั
last updateLast Updated : 2026-07-10
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status