Share

บทที่ 10

last update Tanggal publikasi: 2026-07-10 01:26:50

10

          เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนก็ทำขนมหวานของตัวเองเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ส่วนทางด้านของซินเทียเองก็เช่นเดียวกัน

          หลังจากนี้จะเป็นการตัดสินว่าจะผ่านเข้ารอบหรือไม่ ซินเทียอยากให้ผู้ควบคุมการแข่งขันคนอื่นเป็นคนตัดสินมากกว่า ไม่อยากให้ตาแก่ขี้โมโหคนนี้เป็นคนตัดสิน ถึงมันจะเป็นคำขอที่ช่วยไม่ได้

แต่อย่างน้อยซินเทียก็ดูออกว่าตาแก่คนนี้ไม่ธรรมดา

          นักปราชญ์แห่งวงการขนมหวานหรือตาแก่ขี้โมโห กำลังเดินไปหาผู้เข้าแข่งขันคนแรก ไม่รู้ว่าเขาทำขนมหวานชนิดไหนเหมือนกัน

          ตาแก่ขี้โมโหเดินเข้าไปดูอย่างวางท่า

ขนมหวานที่ผู้เข้าแข่งคนนี้ทำขึ้นนั้นเป็นขนมเปี๊ยะสีดำปี๊ ส่วนผสมหลักคงจะเป็นถั่วดำนั่นแหละ ตาแก่ขี้โมโหหยิบจานที่มีขนมเปี๊ยะสีดำขึ้นมาดูและดมกลิ่นขนมหวานก่อนชิมคำเล็ก หลังจากได้ชิมขนมเปี๊ยะของผู้เข้าแข่งขัน สีหน้าของตาแก่ขี้โมโหยังคงความโมโหไม่เปลี่ยนแปลง

          “ถ้าจะทำแบบนี้ ข้าแนะนำว่าให้ใส่งาขาวไปด้วย มันจะได้มีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น

แต่ก็ใช้ได้ เจ้าผ่านการคัดเลือก”

          ผู้เข้าแข่งขันคนแรกผ่านไปแล้ว เธอดีใจมากที่ผ่านเข้ารอบ

          หลังจากชิมขนมหวานคนแรกจบไป คนที่สองและคนที่สามก็ตามมา บางคนก็ผ่านการคัดเลือก บางคนก็ไม่ผ่านการคัดเลือกแถมยังโดนตาแก่ขี้โมโหด่าเข้าให้อีก คงจะเจ็บใจน่าดู

          โลกของมืออาชีพไม่มีคำว่าปราณีผู้เข้าแข่งขัน ใครชนะก็ได้อยู่เหนือกว่าผู้แพ้ ถึงจะโหดร้ายกับคนที่พ่ายแพ้ แต่สักวันพวกเขาจะต้องกลับมามีจุดยืน

เพื่อชัยชนะในอนาคต

          คนที่เป็นจุดสนใจมากที่สุดในสนามแข่งขัน ไม่ใช่คนอื่น นอกจากเธอคนนี้

          (ผู้หญิงคนนั้นที่แม่นางผิงพูดถึง)

          ผู้หญิงหน้าตาสะสวยราวกับพญาหงส์ เธอมีแววตาที่คมกริบ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอให้ความรู้สึกอ่อนโยน เธอสวมเสื้อผ้าจีนโบราณสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหมอกที่ล่องลอยไปตามสายลม แตกต่างกับซินเทียที่เป็นชุดจีนโบราณบ้านๆ ที่มาจากบ้านนอก

          ตาแก่ขี้โมโหชิมขนมหวานของเธอ ความรู้สึกของตาแก่ขี้โมโหตอนนี้ ร่างกายของเขากำลังล่องลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าที่กลืนกินไปกับธรรมชาติในป่าพงไพร

          “มันช่างเป็นสถานที่ที่สงบเหลือเกิน”

          หลังจากได้กินขนมหวานของเธอคนนั้นไป

ตาแก่ขี้โมโหก็เพ้อไปเรื่อย ไม่นานตาแก่ขี้โมโหกลับสู่ความเป็นจริง

          “เป็นขนมหวานที่วิเศษอย่างยิ่ง แม่นางไป๋ ผ่านการคัดเลือก”

          ใช่แล้ว เธอชื่อว่า แม่นางไป๋ เป็นเจ้าของร้านขายขนมหวานที่อยู่ในเมืองหลวง เธอเป็นรุ่นเดียวกับแม่นางผิงที่เป็นช่างขนมหวานเช่นเดียวกัน แล้วเป็นคนที่ชนะการแข่งขันทุกปี ทำให้แม่นางผิงต้องได้ที่สองทุกครั้ง

          (ขนมหวานของเธอ ไม่ธรรมดาเลย)

          สุดท้าย เป็นการตัดสินของซินเทียว่าเธอจะผ่านเข้ารอบไปได้หรือไม่

          .

          .

          .

          “ผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้าย เจ้าชื่อว่าอะไร?”

          “ซินเทียค่ะ”

          “เอาขนมของเจ้าออกมาได้แล้ว”

          เสียงดุดันที่ฟังแล้วทำให้ซินเทียอยากเอาขนมหวานที่เพิ่งเสร็จใหม่ ๆ โปะเข้าไปที่หน้าสักครั้ง

หากทำแล้วอารมณ์หงุดหงิดอาจจะหายไปก็ได้

          ซินเทียนำขนมหวานที่เธอทำออกมาวางไว้ตรงหน้าตาแก่ขี้โมโห ขนมหวานถูกครอบด้วยฝาหม้อนึ่งเอาไว้อย่างดีก่อนที่มันจะถูกเปิดออกมา

          ควันสีขาวพวยพุ่งกระจายไปทั่วสนามแข่งขันพร้อมกับส่งกลิ่นหอมสดชื่นก่อนจะเผยให้เห็นขนมหวานที่ซินเทียได้ทำเป็นเวลานาน

          “หมั่นโถวเหรอ”

          “ใช่ค่ะ”

          “หน้าตามันดูแปลกดีนะ”

          หมั่นโถวที่ไม่ใช่หมั่นโถวธรรมดา เป็นหมั่นโถวที่ซินเทียทำขึ้น เป็นจินตการและความคิดสร้างสรรค์ของซินเทียที่ติดตัวตอนเปิดร้านขายขนมหวานเป็นครั้งแรก

          หมั่นโถวสีเขียวขจีทรงกลมที่เห็นนี้ ทำให้ผู้ควบคุมการแข่งขันอย่างตาแก่ขี้โมโหตื่นตาตื่นใจเมื่อได้เห็นขนมหวานที่ดูแปลกตา ไม่ใช่แค่นั้น ผู้ควบคุมการแข่งขันคนอื่นที่ดูอยู่ด้วยก็แปลกใจเช่นเดียวกันจนเข้ามาดูให้เห็นกับตาของตัวเองว่ามันแปลกมากแค่ไหน

          “หมั่นโถวสีเขียว กลิ่นที่พวยพุ่งออกมานี้คงจะเป็นใบชาหลงจิ่ง สีเขียวของหมั่นโถวเจ้าคงจะนวดแป้งกับน้ำผักที่คั้นแล้วสินะ”

          “ใช่แล้วค่ะ”

          ตาแก่ขี้โมโหหยิบหมั่นโถวยกขึ้นแล้วกัดเข้าปากเต็มคำ

          ทุกอย่างหยุดนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นักปราชญ์แห่งวงการขนมหวานหรือตาแก่ขี้โมโหคนนี้เป็นอะไรไป มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา

          ร่างกายของเขาหยุดนิ่งไม่ไหวติง มือทั้งสองยังคงจับหมั่นโถวค้างเอาไว้ที่ปาก

          มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

          ความรู้สึกของตาแก่ขี้โมโห ตอนนี้กำลังนั่งจิบชาอยู่ริมแม่น้ำ

          “แม่น้ำที่ไหลเอื่อยเฉื่อย บรรยากาศอันเงียบสงบ มันทำให้ข้าเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ น้ำชานี่มันหอมเหลือเกิน”

          ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไร แต่สิ่งที่ตาแก่ขี้โมโหพูดออกมา ทำให้ทุกคนที่อยู่ในสนามแข่งขันไม่เข้าใจ

          (ปกติดีอยู่หรือเปล่า ตาแก่คนนี้)

          ดูเหมือนว่าเขาจะได้สติกลับคืนมาแล้ว

การกระทำที่เห็นตรงหน้ามันคืออะไรนั้นซินเทียเองก็ไม่เข้าใจ เธอเพียงแค่ทำขนมหวานให้อร่อยก็พอ

จนเธอได้ยินผู้ควบคุมการแข่งขันคนอื่นพูดกันเกี่ยวกับเรื่องนี้

          “จากที่ข้าเคยได้ยินมา นั่นคือการปลดปล่อยความอร่อยที่ลงตัว”

          “หมายความว่ายังไง?”

          “ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่ากันว่า หากกินขนมหวานที่อร่อยเข้าไปจะตกอยู่ในสวรรค์ชั่วคราว คนที่เข้าถึงได้นั้นมีเพียงนักปราชญ์แห่งวงการขนมหวานท่านชุนผู้นี้และอาจจะมีนักชิมขนมหวานอีกหลายท่านก็เป็นได้”

          เมื่อได้ยินที่พวกผู้ควบคุมการแข่งขัน ฟังดูแล้วมันออกจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อ

          (สรุปแล้ว กินขนมหวานอร่อยแล้วเพ้อไปเรื่อยสินะ)

          “น่าทึ่งมาก เจ้าสามารถดึงความอร่อยของวัตถุดิบออกมาทำขนมหวานได้อร่อยขนาดนี้ ผลการตัดสินของข้าคือเจ้าผ่านการทดสอบคัดเลือก!”

          …

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 23 จบ

    23 ช่วงเวลาของทั้งสองถูกหยุดลง เมื่อริมฝีปากบรรจบกัน ริมฝีปากอันบอบบางของทั้งสอง เมื่อได้สัมผัสกันครั้งแรกมันทำให้รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมา แม้จะรู้ว่าความรู้สึกมันเป็นแบบนี้แต่ก็ไม่สามารถถอยห่างออกจากกันได้ แล้วด้วยมือทั้งสองที่ดูหนาของเฟยหงจับหัวไหล่อันเล็กของซินเทีย ทำให้มันดูอบอุ่นร่างกายขึ้นอีกด้วย หลังจากนั้นมือทั้งสองของซินเทียก็เข้าไปกอดร่างอันใหญ่โตดูแข็งแรงของเฟยหงด้วยความรู้สึกของนางที่มีต่อเฟยหง ไม่ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไร ซินเทียรู้สึกว่าตัวเองนั้นมีความสุขที่สุดจนอยากให้เวลามันหยุดอยู่ตรงนี้ตลอดไป ไม่นาน ริมฝีปากก็แยกออกจากกัน แววตาของทั้งสองค่อย ๆ ลืมตาจ้องมองกัน จมูกยังคงสัมผัสกันไม่ห่างไปไหน “เฟยหง จมูกชนกันมันทำให้จั๊กจี้นะ” “ข้าเองก็ด้วย” พูดจบ ซินเทียก็พุ่งเข้าไปกอดเฟยหงจนตัวติดกัน ในหน้าที่แนบระหว่างกลางอก ทำให้รู้สึกอบอุ่นและสบายตัว “ซินเทีย ข้าน่ะรักเจ้ามากนะ” “ข้ารู้แล้ว เฟยหงเคยบอกข้าตอนอยู่บ้าน” “ตอนนั้นพวกท่านพ่อและท่านแม่อยู่ด้วย แต่ข้าอยากบอกเจ้าให้ได้ยินแค่คนเดียว”

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 22

    22 ผู้เข้าชมที่ยังอยู่ภายในสนามการแข่งขันเริ่มทยอยกันออกมาตามลำดับอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่นาน ผู้เข้าชมก็ออกจากสนามแข่งขันกันหมดทุกคน จะเหลือก็มีแต่ผู้ควบคุมคนอื่น เฟยหงและซินเทีย “ข้าไม่ใช่ผู้ชนะหรอก ผลการตัดสินมันควรจะเป็นอีกฝ่ายที่ชนะ พอข้าได้ลองชิมขนมของแม่นางไป๋ข้าถึงได้รู้ว่าข้าเป็นฝ่ายแพ้ ข้าไม่ได้ดีใจหรือเสียใจหรอกนะที่ได้ชัยชนะแบบนี้ ในเมื่อแม่นางไป๋ยอมรับในตัวของข้า ข้าจะสานต่อเจตนารมณ์ที่นางได้ให้ข้าไว้อย่างแน่นอน” “ดีแล้วแหละซินเทีย การทำขนมหวานไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็จะต้องทำตลอดไปตราบใดที่ยังมีช่างทำขนมหวานอยู่ มันเป็นการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อไม่ให้มันหายไป สิ่งที่เจ้าต้องทำต่อจากนี้คือการทำขนมและส่งต่อรุ่นหลานในอนาคต” “เฟยหงพูดอาจจะจริง แต่ข้าไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า” “ทำได้สิ เพราะเจ้ามีประสบการณ์นะ” ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ส่วนผู้ควบคุมการแข่งขันคนอื่นกำลังชิมขนมที่ซินเทียและแม่นางไป๋เป็นคนทำอย่างสนุกสนาน ไม่ใช่แค่นั้นนะ ตาแก่ขี้โมโหพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่องเหมือนเคยหลังจากได้กินขนม

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 21

    21 ซินเทียได้สิทธิ์ชิมฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋เป็นคนแรก ภายในใจของนางยังกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวแม่นางไป๋หรอกนะ หากว่านางชิมฮันนี่โทสต์มันอร่อยกว่าขนมเค้กน้ำผึ้งของนางแล้วล่ะก็ ต้องเป็นผ่านพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ส่วนทางเดินแม่นางไป๋ก็เช่นเดียวกัน ถึงจะไม่ค่อยชอบซินเทียสักเท่าไหร่แต่พอได้ดูขนมเค้กน้ำผึ้งของซินเทียแล้วก็เกิดความลังเลใจเหมือนกัน ซินเทียชิมขนมฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋หนึ่งคำ (ไม่อยากจะยอมรับหรอก มันอร่อยมาก อร่อยกว่าขนมเค้กน้ำผึ้งของเราอีก) หลังจากชิมขนมฮันนี่โทสต์ ซินเทียยืนนิ่งเหมือนอย่างเคย นางไม่พูดอะไรออกมาสักนิดเดียว ตามด้วยแม่นางไป๋ชิมขนมเค้กน้ำผึ้งหนึ่งคำ ความรู้สึกของนางนั้นเหมือนกลายเป็นผึ้งที่กำลังเก็บเกสรดอกไม้ ไม่ว่าจะโบยบินไปทิศทางไหนก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้และน้ำผึ้งภายในรังผึ้ง มันให้ความรู้สึกสดชื่นและสบายตัว นี่เป็นความรู้สึกของแม่นางไป๋ตอนนี้ “เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งสองคน เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมข้าถึงให้พวกเจ้าเสมอกัน” เฟยหงพูดในมุมเหตุผลของเขา

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 20

    20 ขนมหวานของทางด้านแม่นางไป๋ ดูเหมือนว่าจะเสร็จเป็นที่เรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟให้ผู้ตัดสินได้ชิม ส่วนทางด้านซินเทียยังอบขนมของตัวเองยังไม่เสร็จ ไม่ใช่แค่นั้น หลังจากอบขนมเสร็จจะต้องเอามาตกแต่งให้ดูน่ากินอีก จะเสียเวลาก็ตรงตกแต่งนั่นแหละ แม่นางไป๋นำขนมหวานของตัวเองยกขึ้นไปที่โต๊ะบนกลางเวทีโดยมีเฟยหงเป็นผู้ตัดสินรสชาติ “แม่นางไป๋ สิ่งนี้เรียกว่าอะไร?” “ฮันนี่โทสต์ค่ะ ท่านเฟยหง” พอได้ยินชื่อเรียกขนมหวานที่แม่นางไป๋ทำ ซินเทียก็นึกขึ้นมาได้ทันที (ว่าแล้วเชียว ฮันนี่โทสต์จริงด้วย ไม่อยากเชื่อว่าแม่นางไป๋จะทำฮันนี่โทสต์ออกมาได้ แล้วแม่นางไป๋ก็รู้จักชื่อด้วย ประสบการณ์ท่องโลกกว้าง เพื่อฝึกฝนการทำขนมหวานของแม่นางไป๋ไม่ธรรมดาเลย) เฟยหงตักไอศกรีมและขนมปังในปริมาณเท่ากันก่อนจะชิมฮันนี่โทสต์ว่ารสชาติเป็นอย่างไร สีหน้าของเฟยหงเมื่อได้ชิมขนมของแม่นางไป๋นั้นนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่รสชาติฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋เป็นรสชาติใหม่ที่เฟยหงไม่ได้ลิ้มลองมาก่อน “อร่อยมาก เป็นรสชาติที่ล้ำลึกที่ข้

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 19

    19 น้ำชาถูกรินโดยคนรับใช้ รินให้กับเจ้าของบ้านและแขกรับเชิญอย่างซินเทีย ตั้งแต่เริ่มวงสนทนา ซินเทียเอาแต่จิบน้ำชาไปหลายแก้วเพื่อให้ตัวเองได้มีสมาธิและเพื่อให้ตัวเองหลุดจากการที่ตัวเองทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่กับผู้หลับผู้ใหญ่ซึ่งแตกต่างจากเฟยหงที่เป็นลูกของพวกท่านทั้งสอง “ขนมหวานของเจ้ามันช่างอร่อยหาที่เปรียบไม่ได้เลย ใช่ไหมแม่” “ใช่แล้วจ้าพ่อ” “ขอบคุณมากค่ะ” “ซินเทีย เจ้าน่ะเรียกข้าว่าท่านพ่อก็ได้ ข้าไม่ถือหรอก” “เจ้าก็เรียกข้าว่าท่านแม่ด้วยสิ” “เออ คือว่าข้า” “เดี๋ยวก่อนสิท่านพ่อ ท่านแม่ ซินเทียลำบากใจนะ” ลูกชายอย่างเฟยหงถึงกับต้องพูดขนาดนี้เลย ซินเทียไม่ได้ลำบากใจอะไรหรอกนะ นางแค่รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแค่นั้นเอง หากจะให้เรียกจริงก็เรียกได้ (ท่านพ่อ ท่านแม่ อะไรกันเนี่ย จะบ้าเหรอ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยนะ อีตาบ้าเฟยหง) ดูเหมือนว่าซินเทียจะเข้าโหมดเพ้อฝันไปเสียแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะพวกทั้งยังคงสนทนากันอยู่ ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

  • ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน   บทที่ 18

    18 เมื่อเข้ามาห้องครัวในบ้านของเฟยหง สิ่งแรกที่ต้องทำก็เหมือนอย่างเคย การเตรียมวัตถุดิบจำเป็นต้องทำความสะอาดเป็นอันดับแรก ซึ่งหน้าที่ตรงนี้มีคนรับใช้ทำให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ซินเทียต้องทำคือการทำขนมหวานให้อร่อยถูกปากพวกท่านก็พอ (เฟยหงไม่ได้บอกด้วยว่าจะต้องทำกี่อย่าง เอาเป็นว่าทำตามความเหมาะสมก็แล้วกัน) ซินเทียเริ่มทำขนมหวานตามความคิดของตัวเอง ความสามารถในการทำขนมหวานของนางนั้นสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา คงเป็นเพราะการได้เข้าแข่งขันจึงทำให้นางมีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น คนรับใช้หลายคนได้เห็นฝีมือของนาง พวกเขาถึงกับตกใจเมื่อได้เห็นความรวดเร็วในการทำขนมหวานพร้อมกันทีเดียวหลายอย่าง ไม่ใช่แค่นั้น ส่วนผสมที่ได้เตรียมเอาไว้นั้นก็ได้ใส่ส่วนผสมที่ได้คำนวณเอาไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องห่วงว่ารสชาติมันจะอร่อยหรือไม่ อร่อยอยู่แล้ว ขนมหวานเสร็จแล้ว 1 อย่าง อย่างที่ 2 อย่างที่ 3 อย่างที่ 4 อย่างที่ 5 เสร็จเรียบร้อยทั้งหมด เหลือเพียงนำไปเสิร์ฟให้พวกท่านได้ลองกินขนมหวานของซินเทีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status