ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน

ทะลุมิติไปเป็นสาวนักทำขนมหวาน

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-11
โดย:  มังกรเคราจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
23บท
356views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ซินเทีย หญิงสาวผู้มีอาชีพเป็นช่างทำขนมหวาน นางได้เห็นก้อนหินแปลกประหลาดวางอยู่บนชั้นวางขนม นางจึงเอามือไปจับ ทำให้ร่างกายหมดแรงและหมดสติในที่สุด พอรู้สึกตัวอีกทีก็ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

1

          ขนมในเตาอบถูกนำออกมาก่อนจะนำไปใส่ถาดขายภายในร้านขายขนมหวานพื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดพื้นที่จำกัด ขนมที่นำออกมาจากเตาอบได้ไม่นานส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนทำให้ท้องร้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้ มันเป็นกลิ่นหอมที่ไม่ว่าใครก็อยากที่จะสัมผัสและลิ้มลองมัน หากได้กัดเข้าปากเต็มคำแล้วล่ะก็ คงจะรู้สินะว่ามันอร่อยมากแค่ไหน

แต่เพราะความอร่อยของร้านขายขนมหวานร้านนี้ ทำให้มีผู้คนทุกช่วงอายุเข้ามาซื้อขนมร้านนี้เป็นประจำทุกวันไม่ขาดสาย

          พนักงานที่ร้านขายขนมหวานขายดีเป็นเทน้ำเทท่านี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะทำหน้าที่แคชเชียร์ ทำขนม ทำความสะอาดร้าน เธอคนนี้ทำทุกอย่างเพียงคนเดียว

          ไม่นาน ขนมที่ขายในร้านก็หมดเกลี้ยง สิ่งที่จะทำหลังจากนี้คือ

          ปิดร้าน

          ทำความสะอาดร้าน

          นับเงินยอดขายประจำวัน

          ซึ่งที่ว่ามานี้ เป็นสิ่งที่เธอทำมาตลอดหลังจากที่เธอลาออกจากงานประจำมาเปิดร้านขายขนมหวานเป็นของตัวเอง มันเป็นความฝันที่เธอพยายามมาตลอดหลายปี จนทำให้ความฝันของเธอนั้น

เป็นจริง

          หลังจากนับเงินประจำวัน เธอก็ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

          “ต่อไปจะทำขนมหวานอะไรดีนะ”

          นี่แหละ ชีวิตประจำวันของเธอ ซินเทียคนนี้เอง

          !?

          ขณะที่เธอมีความสุขกับการนับเงินที่ตัวเธอหามาได้อย่างเหน็ดเหนื่อยยากลำบาก เธอได้เห็นอะไรบางอย่างอยู่บนชั้นวางขนมที่ว่างเปล่า มันมีลักษณะเหมือนก้อนหินที่มีแสงหลากสีส่องเป็นประกายราวกับในโลกแฟนตาซี

          “ของใครกันนะ”

          ซินเทียเป็นคนมีความจำเป็นเลิศ เธอจำได้ว่าตอนที่ทำความสะอาดร้าน มันไม่น่าจะมีของแบบนี้วางอยู่ การที่มันวางอยู่นั้นแสดงว่าจะต้องมีใครย่องเข้ามาในร้านเป็นแน่ พอคิดแบบนี้เธอก็รู้สึกกลัวขึ้นมา แต่ร้านที่มีพื้นที่คับแคบแบบนี้ดูยังไงก็ไม่มีคนแอบเข้ามาหรือหลบซ่อนตัวได้ ทำให้ความคิดที่กลัวเมื่อครู่ต้องหยุดลงทันที

          ซินเทียเดินเข้ามาดูใกล้ๆ ก่อนจะเอามืออันบอบบางไปสัมผัสมัน

          ปลายนิ้วเรียวสวยของเธอสัมผัสก้อนหินอย่างเบามือ เมื่อได้สัมผัสร่างกายของเธอก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตามด้วยร่างกายของเธอนั้นอ่อนแอลงมาก ทำให้ทรุดตัวลงกับพื้นก่อนที่ร่างอันบอบบางของเธอจะนอนราบกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้

          “นี่มันอะไรกัน ทำไมร่างกายของเราถึงได้หนักขนาดนี้”

          ร่างกายที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ทำให้เธอได้รับความเจ็บปวดและทรมานอย่างแสนสาหัส ดวงตาของเธอเริ่มจางลงไร้ความเป็นประกาย สุดท้ายเธอก็หมดสติไปทั้งอย่างนั้น

          เธอยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

          เรื่องนี้ไม่มีใครรู้

          .

          .

          .

          ทุกอย่างดูมืดไปหมด มองไม่เห็นแสงสว่าง แม้แต่ปลายนิ้วก็ยังมองไม่เห็น ถึงจะรู้สึกตัวแล้วว่าตัวเองยังมีชีวิต ตัวเองนั้นยังไม่ตาย

          “ที่นี่ที่ไหน”

          เสียงเอ่ยขึ้นของหญิงสาวที่ก่อนหน้านี้อยู่ภายในร้านขายขนมหวาน ซึ่งเป็นร้านที่เธอสร้างมันขึ้นมากับมือ เธอไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอกันแน่ แล้วสถานที่ที่เธออยู่ตอนนี้มันคือที่ไหน

          ในหัวของซินเทียได้แต่คิดเพียงอย่างเดียว

เธอคิดว่าจะออกไปยังไงดี ทั้งมือและเท้าไม่ได้ถูกมัดหรือถูกจับเป็นตัวประกัน แต่ซินเทียรู้สึกเหนื่อยและอ่อนแรงเป็นอย่างมาก แถมที่นี่ก็มีกลิ่นตลบอบอวล เป็นกลิ่นที่เหมือนกับตอนอยู่ในห้องครัว

          เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้

ซินเทียจึงลุกขึ้นยืน พยายามมองหาประตูหรือทางออกจากที่ตรงนี้ ถึงเธอจะมองไม่เห็นแสงไฟส่องสว่าง แต่เธอก็ใช้มือคล่ำไปทั่วเพื่อหาทางออก อะไรที่คว้าเอาไว้ได้เธอก็หยิบติดตัวเอาไว้ป้องกันตัวจากภัยอันตรายหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

          ในมือของซินเทียถืออะไรบางอย่างเอาไว้ มันมีรูปร่างลักษณะเป็นแท่งยาว คาดว่าน่าจะเป็นท่อนไม้หรืออะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่มองไม่เห็นก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของซินเทีย

          มีไว้ดีกว่าไม่มี

          เธอใช้ของที่จับได้คล่ำไปมาบริเวณที่เธออยู่ สิ่งที่เธอใช้คล่ำหาทางออกก็ได้ไปสัมผัสกับอะไรบางอย่าง เธอใช้มันเคาะอยู่หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามันคืออะไร

          “น่าจะเป็นกำแพง ไม่ก็เป็นประตู”

          ซินเทียเดินตรงไปยังข้างหน้าขณะที่เธอนั้นมองไม่เห็นอะไร พอเดินมาถึงเธอก็ใช้มือลูบคล่ำ

ทำให้เธอแน่ใจแล้วว่านี่เป็นกำแพงที่ทำจากไม้

แต่มันถูกปิดอย่างแน่นหนา ไม่มีแสงลอดผ่านเข้ามาได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะทนทานตามที่ว่ามา

          ซินเทียใช้มือทุบกำแพงไม้อยู่หลายครั้ง กำแพงไม้นี้ไม่ได้ทนทานอย่างที่คิด เธอจึงทุบมันไปทั้งอย่างนั้นแม้จะไม่มีแรงเหลือแล้วก็ตาม

          สิ่งที่ซินเทียทำไปนั้นมันไม่ได้ไร้ประโยชน์ ตอนนี้เธอสามารถพังกำแพงไม้และออกมาจากความมืดได้แล้ว เธอออกมาพร้อมกับแสงสว่างที่ดูมืดมน ไม่รู้ว่าเวลานี้เป็นตอนเช้าหรือเป็นตอนเย็น เพราะเธอไม่มีนาฬิกา เธอจึงบอกไม่ได้ว่าเป็นเวลาไหน

          ห้องที่เธอพังออกมานั้นไม่ใช่ห้องครัว แต่มันเป็นห้องที่ดูเหมือนกับห้องเก็บของ แล้วที่เธออยู่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน บ้านของใคร พอหันมองรอบตัวก็รู้เลยว่า ที่เธอยืนอยู่ตอนนี้เป็นห้องครัว เพราะว่ามีขนมและกับข้าววางอยู่ที่โต๊ะ

          “จะมีใครบอกฉันได้ไหม ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนกันแน่”

          …

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
23
บทที่ 1
1 ขนมในเตาอบถูกนำออกมาก่อนจะนำไปใส่ถาดขายภายในร้านขายขนมหวานพื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดพื้นที่จำกัด ขนมที่นำออกมาจากเตาอบได้ไม่นานส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจนทำให้ท้องร้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้ มันเป็นกลิ่นหอมที่ไม่ว่าใครก็อยากที่จะสัมผัสและลิ้มลองมัน หากได้กัดเข้าปากเต็มคำแล้วล่ะก็ คงจะรู้สินะว่ามันอร่อยมากแค่ไหน แต่เพราะความอร่อยของร้านขายขนมหวานร้านนี้ ทำให้มีผู้คนทุกช่วงอายุเข้ามาซื้อขนมร้านนี้เป็นประจำทุกวันไม่ขาดสาย พนักงานที่ร้านขายขนมหวานขายดีเป็นเทน้ำเทท่านี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะทำหน้าที่แคชเชียร์ ทำขนม ทำความสะอาดร้าน เธอคนนี้ทำทุกอย่างเพียงคนเดียว ไม่นาน ขนมที่ขายในร้านก็หมดเกลี้ยง สิ่งที่จะทำหลังจากนี้คือ ปิดร้าน ทำความสะอาดร้าน นับเงินยอดขายประจำวัน ซึ่งที่ว่ามานี้ เป็นสิ่งที่เธอทำมาตลอดหลังจากที่เธอลาออกจากงานประจำมาเปิดร้านขายขนมหวานเป็นของตัวเอง มันเป็นความฝันที่เธอพยายามมาตลอดหลายปี จนทำให้ความฝันของเธอนั้นเป็นจริง หลังจากนับเงินประจำวัน เธอก็ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข “ต่อไปจะทำขนมหวาน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-10
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
2 โต๊ะอาหารบ้านของใครก็ไม่รู้ มันมีลักษณะที่ดูเก่าแก่ไม่เข้ากับยุคที่มีมือถือหน้าจอสัมผัส มันควรจะเป็นของเก่าที่น่าจะไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของเก่ามากกว่า ไม่ใช่แค่นั้น แก้วน้ำ ถ้วย จาน ช้อนส้อม ของพวกนี้ก็เช่นกัน ดูยังไงมันก็ตกยุคไปนานหลายร้อยปีเห็นจะได้ แต่ก็ยังเอามาใช้ใส่กับข้าวและขนมหวาน “โบราณดีนะ” ที่แย่ไปกว่านั้น ที่นี่ไม่มีหลอดไฟให้เปิดเพื่อความสว่าง จะมีก็ตะเกียงเก่าตั้งอยู่ตามมุมห้อง อย่างกับว่าซินเทียหลงเข้ามาอยู่ในยุคโบราณ ถึงจะไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่ทำให้ซินเทียประทับใจก็คือ เครื่องครัวที่ใช้สำหรับทำขนมหวานโดยเฉพาะ ถึงมันจะดูเก่าตามกาลเวลา แต่คนที่ใช้เครื่องครัวนี้เขาคงจะดูแลมันเป็นอย่างดี เพราะมันดูสะอาดตา ไม่สกปรก การเก็บก็จัดเรียงอย่างสวยงาม ซินเทียคิดว่าเขาคงจะเป็นแม่ค้าหรือไม่ก็พ่อค้า อาหารคาวและขนมบนโต๊ะยังมีความรู้สึกอุ่นเล็กน้อย เจ้าของบ้านหลังนี้คงจะทำไว้ได้ไม่นาน “เจ้าของบ้านไม่อยู่เหรอ” บนโต๊ะอาหารไม่มีร่องรอยการตักอาหารให้เห็น ขนมก็ด้วย !? ซินเทียที่ยืนดูโต๊ะอาหารอยู่นั้น เ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-10
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
3 ของที่กินไม่ได้ ยังไงมันก็กินไม่ได้อยู่ดี หลังจากซินเทียได้ลิ้มลองรสชาติขนมเทียม มันทำให้เธอคิดในหัวเอาไว้ ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตาม เธอจะไม่กินขนมรสชาติแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง หญิงวัยกลางคนที่ออกไปข้างนอกบ้านล้างถ้วยล้างจานเสร็จเรียบร้อย เธอก็กลับเข้ามาในบ้านแล้วไปนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าวทันที แล้วเธอก็เอาอะไรบางอย่างออกมาวางบนโต๊ะ มันเป็นหนังสือเก่าภาษาจีนโบราณ ซินเทียที่รู้ภาษาจีนอยู่แล้วก็รู้ได้ทันทีว่ามันเป็นหนังสือเกี่ยวกับการทำขนม แต่แล้วหนังสือก็ถูกปิดทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่หญิงวัยกลางคนหันหน้ามองมาที่ซินเทีย “ว่าแต่เจ้าน่ะมาจากที่ไหน ทำไมถึงได้มาอยู่บ้านของข้าได้” ก่อนหน้านี้คุณเธอก็ไม่ไถ่ถามอะไรเลย สงสัยคงจะเพิ่งคิดได้ “หนูเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้สึกตัวอีกที หนูก็มาอยู่ที่นี่แล้ว” “งั้นเหรอ เจ้าถึงได้พังห้องเก็บของเพื่อที่เจ้าจะได้ออกมา” “ใช่แล้วค่ะ” “เป็นเรื่องที่แปลกดีนะ ตัวเจ้าก็แปลกด้วย ดูสิ เป็นสาวเป็นแส้แต่การต่างกายของเจ้ามันแปลกพิลึกคน” มันอาจจะจร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-10
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
4 ลู่เสียนชิมขนมเทียนที่ซินเทียทำ ขนมเทียนที่ไม่มีไส้รสชาติมันคงไม่ได้ดีสักเท่าไหร่ ถึงแม้กลิ่นหอมของขนมเทียนจะทำให้น่ากินขึ้นมาก็ตาม นี่เป็นสิ่งที่ลู่เสียนคิดว่ามันจะต้องเป็นแบบนั้น สัมผัสที่ได้ลิ้มลองนั้นทำให้คนที่กินต้องยิ้มออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน มันเป็นขนมเทียนรสชาติอร่อยที่ไม่เคยได้ลิ้มลองที่ไหนมาก่อน ความรู้สึกที่ได้ชิมมันทำให้ลู่เสียนต้องเอาเข้าปากเต็มคำเพื่อให้ได้รสชาติมากกว่านี้ “ทั้งที่ไม่ได้ใส่ไส้ แต่ทำไมมันถึงได้อร่อยขนาดนี้ น้าไม่เคยกินขนมเทียนที่อร่อยมากขนาดนี้มาก่อน ซินเทียทำได้ยังไง?” “หนูทำตามวิธีทำในหนังสือที่หนูเคยอ่านค่ะ เป็นหนังสือสอนทำขนมหวานที่ทำตามแล้วก็ทำขนมหวานได้ด้วยตัวเอง ส่วนวัตถุดิบก็ได้มาจากไปตลาดในเมืองครั้งก่อนค่ะ” “น้าว่ามันอร่อยมากเลยนะ” ซินเทียเป็นช่างทำขนมหวานที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นขนมหวานจากทั่วทุกมุมโลกเธอก็เคยลิ้มลองมาแทบจะหมดทั่วโลก คำชมของน้าลู่เสียนนั้นทำให้ซินเทียคิดว่ามันออกจะโอเวอร์ไปหน่อย แต่สีหน้าของน้าลู่เสียนหลังจากได้กินขนมเทียนของซินเทียนั้น เธอดูมีความสุข
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-10
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
5 หลังจากขนมหวานที่ทำขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ลู่เสียนก็ไม่ได้ตัดไม้ขายฟืน เธอและซินเทียยึดถือการขายขนมหวานเป็นหลัก ซึ่งมันกลายเป็นที่นิยมของชาวเมือง ทุกวันและก็ทุกวัน ขนมหวานที่นำมาขายนั้นหมดไม่มีเหลือ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง การทำขนมหวานของซินทีย ทำให้ลู่เสียนยอมรับในความสามารถของเธอ ลู่เสียนได้ให้ซินเทียสอนการทำขนมหวานขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นที่ยากขึ้น เธอตั้งใจที่ซินเทียสอนการทำขนมหวานมาก จนทำให้เธอมีฝีมือในการทำขนมหวานในระดับที่สามารถเป็นช่างทำขนมหวานได้สบาย “ตั้งแต่ที่เจ้าได้มาอยู่กับน้า บอกตามตรงนะ น้าโชคดีที่เจ้าอยู่ด้วย” “ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ หนูต่างหากที่โชคดี คุณน้าเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือหนู” ไม่ว่าจะพูดอะไร สุดท้ายทั้งสองก็อวยกันเหมือนทุกครั้ง ในสายตาของคนที่เข้ามาซื้อขนม คงจะมองสองคนนี้เป็นแม่ลูกกันมากกว่า เงินที่ได้จากการขายขนมหวาน ซินเทียให้ลู่เสียนเป็นคนจัดการ หากซินเทียอยากได้อะไร ลู่เสียนก็จะเป็นคนจัดการให้ โดยเฉพาะอุปกรณ์ใหม่ในการทำขนมหวานก็ได้ซื้อมาใหม่และทันสมัย ถึงมันจะเป็นอุปกรณ์ที่ทันสมัย ห
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-10
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
6 เช้าวันใหม่ ซินเทียและลู่เสียนเดินทางเข้ามาในเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อมาเตรียมตั้งโต๊ะขายขนมหวาน ขนมหวานที่ถาดถูกจัดวางเรียงกันเป็นระเบียบสวยงามเพื่อเตรียมขายก่อนจะนำไปวางไว้ที่โต๊ะไม้ขายเหมือนเคย วันนี้ทั้งสองเข้าเมืองเร็วกว่าปกติ ทำให้ยังไม่ค่อยมีลูกค้า แต่อีกไม่นานนี้แหละ ลูกค้าประจำหรือลูกค้าจากต่างแดนจะออกมาจากบ้านหรือไม่ก็โรงเตี๊ยมเพื่อมาสูดบรรยากาศยามเช้า ไม่ทันไรก็มีลูกค้ารายแรกเข้ามาซื้อขนมหวาน เป็นลูกค้าประจำที่อาศัยอยู่ในเมือง “อร่อยเหมือนเดิมเลยนะ ขนมร้านของเจ้าน่ะ” “ขอบคุณนะคะที่มาอุดหนุน” ลู่เสียนตอบรับด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข เวลาผ่านไปได้ไม่นาน ลูกค้าก็เริ่มทยอยกันซื้อขนมหวาน ต่อแถวเรียงยาวเป็นเส้นตรงเพื่อซื้อขนมโดยเฉพาะ ซินเทียตัดสินใจถูกแล้วที่ทำขนมเพิ่มมากกว่าปกติ จำนวนผู้คนต่อแถวเข้าซื้อจึงเพียงพอที่จะขายได้พอดี ที่เห็นอยู่มีแต่คนหน้าเดิมที่เคยมาซื้อขนม แต่ก็มีคนที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาต่อแถวซื้อเช่นเดียวกัน (คนที่อยู่ตรงหน้าของเรา รู้สึกว่าเธอจะเป็นลูกจ้า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-10
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
7 การปรากฏตัวของทั้งสองเป็นสิ่งที่ซินเทียคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าเจ้าของร้านขายขนมหวานที่มีชื่อเสียงและเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในเมืองมาหาถึงที่ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คงไม่ได้มาฟรีหรอกนะ (ไม่คิดว่าจะมาในรูปแบบนี้ ดูจากสีหน้าก็รู้ได้ทันที คนพวกนี้คงกินขนมของเราไปแล้ว สิ่งที่พวกเขาต้องการมากกว่าขนมก็คือฝีมือในการทำขนมของเรา) เป็นความจริงอย่างที่ซินเทียคิดเอาไว้ ชาวบ้านเดินผ่านไปมาพูดคุยกันด้วยเสียงที่เบา แต่ซินเทียได้ยิน “นั่นมันเจ้าของร้านขายขนมในเมืองนี่นา แม่นางผิง สวยงามอะไรเช่นนี้” “ทางนี้ก็ไม่แพ้กัน หลานสาวของแม่นางลู่เสียน ซินเทียก็สวยใช่ย่อย ว้าว มันช่างเป็นอาหารตาเหลือหลาย” มีแต่พวกหื่นกามทั้งนั้น ไม่ว่าจะถูกใครพูดถึงก็ไม่ใช่เรื่องต้องสนใจ สิ่งที่น่าสนใจสำหรับซินเทียก็คือ แม่นางผิง แววตาแม่นางผิงจับจ้องมาที่ซินเทียคนเดียว เธอดูออกว่าคนที่ทำขนมหวานนี้เป็นใคร ซึ่งคำตอบมันก็อยู่ตรงหน้านี้ “ดูเหมือนว่าข้าจะมารบกวนพวกเจ้าสินะ พวกชาวบ้านพูดกันใหญ่เลย” “ไม่เป็นไรค่ะ” ซิน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-10
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
8 ท้องฟ้ามืดครึ้มที่มาพร้อมกับเสียงคำรามทั่วบนท้องฟ้า เป็นสัญญาณของฝนที่กำลังจะตกลงมา ซึ่งเป็นอุปสรรคในการทำมาหากินของใครหลายคน ณ ตอนนี้ ซินเทียและลู่เสียนยังคงอยู่ที่บ้าน วันนี้พวกเธอหยุดพักผ่อนการทำขนมขาย เนื่องจากซินเทียต้องเตรียมความพร้อมในการเข้าแข่งขันการทำขนมหวาน แม้เธอจะมีฝีมือในการทำขนมหวาน แต่การแข่งขันมันคนละเรื่อง จะเกิดอะไรขึ้นนั้นไม่มีใครรู้ เครื่องมือและอุปกรณ์สมัยใหม่ของยุคโบราณ มันสามารถช่วยให้ซินเทียทำขนมออกมาได้ดีกว่าที่ผ่านมา การแข่งขันที่จะถึงก็มีเครื่องมือและอุปกรณ์ทันสมัยให้ผู้เข้าแข่งขันเช่นเดียวกันเพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้แสดงฝีมืออย่างสุดกำลังของตัวเอง นี่เป็นข้อมูลจากคำบอกเล่าของแม่นางผิง เมื่อปีที่แล้วแม่นางผิงลงแข่งขันทำขนมหวาน เธอได้ที่สองในการแข่งขัน ที่ผ่านมาหลายปีเธอลงแข่งขันมาตลอด เธอไม่เคยได้ที่หนึ่งสักครั้งเดียว มีคำพูดของแม่นางผิงยังคงติดอยู่ในหัวซินเทีย “ข้าอยากได้ที่หนึ่ง แต่ข้าเอาชนะผู้หญิงคนนั้นไม่ได้สักครั้ง” ไม่รู้ว่าเธอคนนั้นเป็นใคร แม่นางผิงบอกว่าเธอคนนั้นลงแข่งขันทำขนมหวานทุกปี หากซินเทียไป
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-10
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
9 ในที่สุด การแข่งขันทำขนมหวานประจำปีก็มาถึง ผู้เข้าแข่งขันมีมากกว่า 100 คน แต่ละคนที่เห็นอยู่ตรงสนามแข่งขันนั้นดูมีฝีมือพอตัว จัดว่าเก่งกันทุกคน การเตรียมตัวและเตรียมใจถือว่าไม่ต่างกันเลย ทุกคนมาด้วยใจรักในการทำขนมหวาน เพื่อชิงความเป็นหนึ่ง สนามแข่งขันการทำขนมหวานแห่งนี้ เป็นสนามชั่วคราวที่สร้างขึ้นมาเพื่อแข่งขันการทำขนมหวานเท่านั้น หลังจากทำการแข่งขันเสร็จก็จะถูกทำลาย ปีหน้าสร้างขึ้นมาใหม่ แทนที่จะสร้างเอาไว้ใช้งานในการแข่งขันปีต่อไปนะ ผู้ควบคุมการแข่งขันจะมีด้วยกันหลายคน เป็นคนที่มีความรู้เรื่องอาหารและขนมหวานขั้นสูง ในระดับที่ว่าเพียงแค่ชิมครั้งเดียวก็รู้เลยว่าใส่อะไรเข้าไป อร่อยหรือไม่อร่อย แล้วผู้เชี่ยวชาญนอกจากจะมีชื่อเสียง ยังมีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นขุนนางรวมอยู่ด้วย การตัดสินรสชาตินั้นก็จะแตกต่างกันออกไป หนึ่งในผู้ควบคุมซึ่งเป็นตัวแทนออกมาประกาศการทำขนมหวานเดินขึ้นเวทีด้วยความสุขุม เป็นคนแก่มีฐานะชนชั้นสูงหรือไม่ก็ขุนนาง หนวดเคราที่ดูทรงภูมิปัญญาทำให้ผู้เข้าแข่งขันต้องตัวเกร็ง ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น “นั่นคือ ท่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-10
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
10 เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนก็ทำขนมหวานของตัวเองเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ส่วนทางด้านของซินเทียเองก็เช่นเดียวกัน หลังจากนี้จะเป็นการตัดสินว่าจะผ่านเข้ารอบหรือไม่ ซินเทียอยากให้ผู้ควบคุมการแข่งขันคนอื่นเป็นคนตัดสินมากกว่า ไม่อยากให้ตาแก่ขี้โมโหคนนี้เป็นคนตัดสิน ถึงมันจะเป็นคำขอที่ช่วยไม่ได้ แต่อย่างน้อยซินเทียก็ดูออกว่าตาแก่คนนี้ไม่ธรรมดา นักปราชญ์แห่งวงการขนมหวานหรือตาแก่ขี้โมโห กำลังเดินไปหาผู้เข้าแข่งขันคนแรก ไม่รู้ว่าเขาทำขนมหวานชนิดไหนเหมือนกัน ตาแก่ขี้โมโหเดินเข้าไปดูอย่างวางท่า ขนมหวานที่ผู้เข้าแข่งคนนี้ทำขึ้นนั้นเป็นขนมเปี๊ยะสีดำปี๊ ส่วนผสมหลักคงจะเป็นถั่วดำนั่นแหละ ตาแก่ขี้โมโหหยิบจานที่มีขนมเปี๊ยะสีดำขึ้นมาดูและดมกลิ่นขนมหวานก่อนชิมคำเล็ก หลังจากได้ชิมขนมเปี๊ยะของผู้เข้าแข่งขัน สีหน้าของตาแก่ขี้โมโหยังคงความโมโหไม่เปลี่ยนแปลง “ถ้าจะทำแบบนี้ ข้าแนะนำว่าให้ใส่งาขาวไปด้วย มันจะได้มีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น แต่ก็ใช้ได้ เจ้าผ่านการคัดเลือก” ผู้เข้าแข่งขันคนแรกผ่านไปแล้ว เธอดีใจมากที่ผ่านเข้ารอบ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-10
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status