Mag-log in9
ในที่สุด การแข่งขันทำขนมหวานประจำปีก็มาถึง ผู้เข้าแข่งขันมีมากกว่า 100 คน แต่ละคนที่เห็นอยู่ตรงสนามแข่งขันนั้นดูมีฝีมือพอตัว จัดว่าเก่งกันทุกคน การเตรียมตัวและเตรียมใจถือว่าไม่ต่างกันเลย ทุกคนมาด้วยใจรักในการทำขนมหวาน เพื่อชิงความเป็นหนึ่ง
สนามแข่งขันการทำขนมหวานแห่งนี้
เป็นสนามชั่วคราวที่สร้างขึ้นมาเพื่อแข่งขันการทำขนมหวานเท่านั้น หลังจากทำการแข่งขันเสร็จก็จะถูกทำลาย ปีหน้าสร้างขึ้นมาใหม่แทนที่จะสร้างเอาไว้ใช้งานในการแข่งขันปีต่อไปนะ
ผู้ควบคุมการแข่งขันจะมีด้วยกันหลายคน เป็นคนที่มีความรู้เรื่องอาหารและขนมหวานขั้นสูง ในระดับที่ว่าเพียงแค่ชิมครั้งเดียวก็รู้เลยว่าใส่อะไรเข้าไป อร่อยหรือไม่อร่อย แล้วผู้เชี่ยวชาญนอกจากจะมีชื่อเสียง ยังมีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นขุนนางรวมอยู่ด้วย การตัดสินรสชาตินั้นก็จะแตกต่างกันออกไป
หนึ่งในผู้ควบคุมซึ่งเป็นตัวแทนออกมาประกาศการทำขนมหวานเดินขึ้นเวทีด้วยความสุขุม เป็นคนแก่มีฐานะชนชั้นสูงหรือไม่ก็ขุนนาง หนวดเคราที่ดูทรงภูมิปัญญาทำให้ผู้เข้าแข่งขันต้องตัวเกร็ง
ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
“นั่นคือ ท่านชุน นักปราชญ์แห่งวงการขนมหวานสินะ การที่ท่านมาเป็นผู้ควบคุมและตัดสินขนมหวานเนี่ย เลวร้ายที่สุด”
“จะไหวไหมนะ”
“ร้านของข้าจบเห่แน่”
“ถ้าหากรู้ว่าเป็นท่านชุนตั้งแต่แรก ข้าคงไม่ขอลงแข่งจะดีกว่า”
ผู้แข่งขันส่วนใหญ่พูดออกมาตามความคิดของตัวเอง แต่บางคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่พูดอะไรเลย รวมถึงซินเทียด้วย
เมื่อผู้ควบคุมเดินขึ้นเวทีแล้วหยุดอยู่ตรงกลางเวที เขาก็กวาดตามองไปยังข้างหน้า พอเห็นว่าผู้เข้าแข่งขันเงียบ เขาจึงพูดขึ้นหลังจากนั้น
“หากใครไม่อยากให้ร้านถูกปิดกิจการ ก็จงเดินออกจากสนามแข่งไปเลย!”
นักปราชญ์แห่งวงการขนมหวานชุนพูดจาข่มขู่ใส่ผู้เข้าแข่งขันโดยไม่สนใจความรู้สึกพวกเขาเลย
แรงกดดันที่ทุกคนได้รับนั้นมันมากจนทำอะไรไม่ถูก ความเกรงกลัวต่อบุคคลที่ได้ขึ้นชื่อว่านักปราชญ์แห่งวงการขนมหวานนั้นมันมากเหลือเกิน สุดท้ายก็ทำให้ผู้เข้าแข่งขันบางคนถึงกับถอดใจ เดินออกจากสนามการแข่งขันไปทั้งอย่างนั้น ไม่ใช่แค่หนึ่งคนหรือสองคนหรอกนะ แต่ผู้เข้าแข่งขันเกือบครึ่งทยอยกันออกไปทั้งหมด
แล้วแบบนี้จะแข่งขันกันยังไง
“เหอะ ไอ้พวกกระจอก แค่นี้ก็หนีไปแล้วเหรอ ไม่ได้เรื่อง”
จากคำพูดของนักปราชญ์แห่งวงการขนมหวานชุน ทำให้ซินเทียไม่พอใจคนคนนี้เป็นอย่างมาก แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ต่อจากนี้ก็คือการทำขนมหวานให้อร่อยแค่นั้นก็พอ
(เราจะต้องคว้าที่หนึ่งมาไว้ในกำมือของเราให้ได้)
.
.
.
“การแข่งขันรอบแรกจะเป็นการแข่งขันคัดเลือกเพื่อหาผู้ผ่านการทดสอบ ผู้ที่ผ่านการทดสอบก็จะผ่านไปสู่สนามแข่งต่อไป ส่วนคนที่ไม่ผ่าน คงจะรู้แล้วสินะว่าจะเป็นอย่างไร”
ตาแก่คนนั้นมันน่าโมโหชะมัด ไม่ว่าจะพูดอะไรก็แต่เรื่องข่มขู่ผู้เข้าแข่งขันตลอด ซินเทียมีความคิดที่ว่าอยากจะเอาบัวลอยที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ กรอกใส่ปากตาแก่คนนั้น
สักวันมันจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น คอยดูเถอะ
“เอาล่ะพวกเจ้าทั้งหลาย จงทำขนมหวานชนิดใดมาก็ได้ ไม่มีเวลาจำกัด เริ่มได้!”
การแข่งขันการทำขนมหวานเริ่มต้นขึ้น
ซินเทียมุ่งตรงไปยังวัตถุดิบที่วางอยู่โต๊ะข้างหน้าเวที วัตถุดิบในการแข่งขันนี้เป็นวัตถุดิบที่ได้รวบรวมมาจากทั่วโลก ผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกวัตถุดิบชนิดใดก็ได้โดยไม่จำกัด
(มีวัตถุดิบอยู่เพียบเลย เอาอันไหนดีนะ)
ซินเทียเลือกไม่ถูก
ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเลือกวัตถุดิบไปหมดทุกคนเป็นที่เรียบร้อย เหลือเพียงซินเทียที่ยังคงเลือกอยู่
ขณะที่กำลังเลือกวัตถุดิบอยู่ ซินเทียรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมอง คงเป็นตาแก่ขี้โมโหผู้ควบคุมการแข่งขันนั่นแหละ
แต่ไม่ใช่เลย
คนที่กำลังมองซินเทียไม่ใช่ตาแก่ขี้โมโห
แต่เป็นผู้ควบคุมการแข่งขันอีกคน ซึ่งเขาคนนี้เป็นคนที่ซินเทียเหมือนจะเคยเจอที่ไหนมาก่อน(คนคนนั้น ที่เราเคยเจอนี่นา)
ขุนนางที่ซินเทียเคยเจอก่อนหน้านี้ เขาเป็นชายหนุ่มรูปงามหน้าตาหล่อเหลาสวมชุดจีนโบราณสีเทาที่ดูดีมาก สูงยาวเข่าดีตามฉบับคนมีฐานะร่ำรวย เขาจ้องมองซินเทียด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น ประมาณว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่ อะไรทำนองนี้
ว่าแต่ว่า เขามาทำอะไรที่นี่
ซินเทียไม่มีเวลามาเล่นจ้องมองคนหล่อแล้วนะตัวเธอ
พอได้วัตถุดิบที่ตัวเองต้องการ ซินเทียจึงรีบเดินไปยังที่ของตัวเองเพื่อทำขนมหวาน
ในระหว่างที่กำลังเตรียมวัตถุดิบอยู่นั้น
ซินเทียก็ได้ยินขุนนางคนนั้นพูดคุยกับตาแก่ขี้โมโห“ท่านมาดูการแข่งขันทำขนมหวานด้วยเหรอขอรับ”
“ใช่ ข้าสนใจน่ะ อยากเห็นว่าพวกเขาทำยังไง แล้วก็ ข้าอยากชิมขนมหวานของผู้เข้าแข่งขันด้วยจะได้ไหม?”
“ได้แน่นอนอยู่แล้วขอรับ ถ้ายังไงเชิญนั่งตรงนั่นก่อนเถอะขอรับ”
“ไม่เป็นไร ข้าขอยืนดูตรงนี้แหละ”
การสนทนาระหว่างตาแก่ขี้โมโหกับขุนนางหนุ่มหล่อคนนี้ ตาแก่ขี้โมโหดูจะให้เกียรติขุนนางหนุ่มหล่อคนนี้เป็นอย่างมาก ซินเทียที่เห็นยังรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ประมาณว่า ไม่ต้องประจบประแจงขนาดนั้นก็ได้มั่ง
การเตรียมวัตถุดิบเสร็จเรียบร้อย ที่เหลือก็แค่ลงมือทำขนมหวานจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์
...
23 ช่วงเวลาของทั้งสองถูกหยุดลง เมื่อริมฝีปากบรรจบกัน ริมฝีปากอันบอบบางของทั้งสอง เมื่อได้สัมผัสกันครั้งแรกมันทำให้รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมา แม้จะรู้ว่าความรู้สึกมันเป็นแบบนี้แต่ก็ไม่สามารถถอยห่างออกจากกันได้ แล้วด้วยมือทั้งสองที่ดูหนาของเฟยหงจับหัวไหล่อันเล็กของซินเทีย ทำให้มันดูอบอุ่นร่างกายขึ้นอีกด้วย หลังจากนั้นมือทั้งสองของซินเทียก็เข้าไปกอดร่างอันใหญ่โตดูแข็งแรงของเฟยหงด้วยความรู้สึกของนางที่มีต่อเฟยหง ไม่ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไร ซินเทียรู้สึกว่าตัวเองนั้นมีความสุขที่สุดจนอยากให้เวลามันหยุดอยู่ตรงนี้ตลอดไป ไม่นาน ริมฝีปากก็แยกออกจากกัน แววตาของทั้งสองค่อย ๆ ลืมตาจ้องมองกัน จมูกยังคงสัมผัสกันไม่ห่างไปไหน “เฟยหง จมูกชนกันมันทำให้จั๊กจี้นะ” “ข้าเองก็ด้วย” พูดจบ ซินเทียก็พุ่งเข้าไปกอดเฟยหงจนตัวติดกัน ในหน้าที่แนบระหว่างกลางอก ทำให้รู้สึกอบอุ่นและสบายตัว “ซินเทีย ข้าน่ะรักเจ้ามากนะ” “ข้ารู้แล้ว เฟยหงเคยบอกข้าตอนอยู่บ้าน” “ตอนนั้นพวกท่านพ่อและท่านแม่อยู่ด้วย แต่ข้าอยากบอกเจ้าให้ได้ยินแค่คนเดียว”
22 ผู้เข้าชมที่ยังอยู่ภายในสนามการแข่งขันเริ่มทยอยกันออกมาตามลำดับอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่นาน ผู้เข้าชมก็ออกจากสนามแข่งขันกันหมดทุกคน จะเหลือก็มีแต่ผู้ควบคุมคนอื่น เฟยหงและซินเทีย “ข้าไม่ใช่ผู้ชนะหรอก ผลการตัดสินมันควรจะเป็นอีกฝ่ายที่ชนะ พอข้าได้ลองชิมขนมของแม่นางไป๋ข้าถึงได้รู้ว่าข้าเป็นฝ่ายแพ้ ข้าไม่ได้ดีใจหรือเสียใจหรอกนะที่ได้ชัยชนะแบบนี้ ในเมื่อแม่นางไป๋ยอมรับในตัวของข้า ข้าจะสานต่อเจตนารมณ์ที่นางได้ให้ข้าไว้อย่างแน่นอน” “ดีแล้วแหละซินเทีย การทำขนมหวานไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็จะต้องทำตลอดไปตราบใดที่ยังมีช่างทำขนมหวานอยู่ มันเป็นการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อไม่ให้มันหายไป สิ่งที่เจ้าต้องทำต่อจากนี้คือการทำขนมและส่งต่อรุ่นหลานในอนาคต” “เฟยหงพูดอาจจะจริง แต่ข้าไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า” “ทำได้สิ เพราะเจ้ามีประสบการณ์นะ” ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ส่วนผู้ควบคุมการแข่งขันคนอื่นกำลังชิมขนมที่ซินเทียและแม่นางไป๋เป็นคนทำอย่างสนุกสนาน ไม่ใช่แค่นั้นนะ ตาแก่ขี้โมโหพูดอะไรก็ไม่รู้เรื่องเหมือนเคยหลังจากได้กินขนม
21 ซินเทียได้สิทธิ์ชิมฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋เป็นคนแรก ภายในใจของนางยังกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวแม่นางไป๋หรอกนะ หากว่านางชิมฮันนี่โทสต์มันอร่อยกว่าขนมเค้กน้ำผึ้งของนางแล้วล่ะก็ ต้องเป็นผ่านพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ส่วนทางเดินแม่นางไป๋ก็เช่นเดียวกัน ถึงจะไม่ค่อยชอบซินเทียสักเท่าไหร่แต่พอได้ดูขนมเค้กน้ำผึ้งของซินเทียแล้วก็เกิดความลังเลใจเหมือนกัน ซินเทียชิมขนมฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋หนึ่งคำ (ไม่อยากจะยอมรับหรอก มันอร่อยมาก อร่อยกว่าขนมเค้กน้ำผึ้งของเราอีก) หลังจากชิมขนมฮันนี่โทสต์ ซินเทียยืนนิ่งเหมือนอย่างเคย นางไม่พูดอะไรออกมาสักนิดเดียว ตามด้วยแม่นางไป๋ชิมขนมเค้กน้ำผึ้งหนึ่งคำ ความรู้สึกของนางนั้นเหมือนกลายเป็นผึ้งที่กำลังเก็บเกสรดอกไม้ ไม่ว่าจะโบยบินไปทิศทางไหนก็ได้กลิ่นหอมของดอกไม้และน้ำผึ้งภายในรังผึ้ง มันให้ความรู้สึกสดชื่นและสบายตัว นี่เป็นความรู้สึกของแม่นางไป๋ตอนนี้ “เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งสองคน เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมข้าถึงให้พวกเจ้าเสมอกัน” เฟยหงพูดในมุมเหตุผลของเขา
20 ขนมหวานของทางด้านแม่นางไป๋ ดูเหมือนว่าจะเสร็จเป็นที่เรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟให้ผู้ตัดสินได้ชิม ส่วนทางด้านซินเทียยังอบขนมของตัวเองยังไม่เสร็จ ไม่ใช่แค่นั้น หลังจากอบขนมเสร็จจะต้องเอามาตกแต่งให้ดูน่ากินอีก จะเสียเวลาก็ตรงตกแต่งนั่นแหละ แม่นางไป๋นำขนมหวานของตัวเองยกขึ้นไปที่โต๊ะบนกลางเวทีโดยมีเฟยหงเป็นผู้ตัดสินรสชาติ “แม่นางไป๋ สิ่งนี้เรียกว่าอะไร?” “ฮันนี่โทสต์ค่ะ ท่านเฟยหง” พอได้ยินชื่อเรียกขนมหวานที่แม่นางไป๋ทำ ซินเทียก็นึกขึ้นมาได้ทันที (ว่าแล้วเชียว ฮันนี่โทสต์จริงด้วย ไม่อยากเชื่อว่าแม่นางไป๋จะทำฮันนี่โทสต์ออกมาได้ แล้วแม่นางไป๋ก็รู้จักชื่อด้วย ประสบการณ์ท่องโลกกว้าง เพื่อฝึกฝนการทำขนมหวานของแม่นางไป๋ไม่ธรรมดาเลย) เฟยหงตักไอศกรีมและขนมปังในปริมาณเท่ากันก่อนจะชิมฮันนี่โทสต์ว่ารสชาติเป็นอย่างไร สีหน้าของเฟยหงเมื่อได้ชิมขนมของแม่นางไป๋นั้นนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่รสชาติฮันนี่โทสต์ของแม่นางไป๋เป็นรสชาติใหม่ที่เฟยหงไม่ได้ลิ้มลองมาก่อน “อร่อยมาก เป็นรสชาติที่ล้ำลึกที่ข้
19 น้ำชาถูกรินโดยคนรับใช้ รินให้กับเจ้าของบ้านและแขกรับเชิญอย่างซินเทีย ตั้งแต่เริ่มวงสนทนา ซินเทียเอาแต่จิบน้ำชาไปหลายแก้วเพื่อให้ตัวเองได้มีสมาธิและเพื่อให้ตัวเองหลุดจากการที่ตัวเองทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่กับผู้หลับผู้ใหญ่ซึ่งแตกต่างจากเฟยหงที่เป็นลูกของพวกท่านทั้งสอง “ขนมหวานของเจ้ามันช่างอร่อยหาที่เปรียบไม่ได้เลย ใช่ไหมแม่” “ใช่แล้วจ้าพ่อ” “ขอบคุณมากค่ะ” “ซินเทีย เจ้าน่ะเรียกข้าว่าท่านพ่อก็ได้ ข้าไม่ถือหรอก” “เจ้าก็เรียกข้าว่าท่านแม่ด้วยสิ” “เออ คือว่าข้า” “เดี๋ยวก่อนสิท่านพ่อ ท่านแม่ ซินเทียลำบากใจนะ” ลูกชายอย่างเฟยหงถึงกับต้องพูดขนาดนี้เลย ซินเทียไม่ได้ลำบากใจอะไรหรอกนะ นางแค่รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกแค่นั้นเอง หากจะให้เรียกจริงก็เรียกได้ (ท่านพ่อ ท่านแม่ อะไรกันเนี่ย จะบ้าเหรอ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อยนะ อีตาบ้าเฟยหง) ดูเหมือนว่าซินเทียจะเข้าโหมดเพ้อฝันไปเสียแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะพวกทั้งยังคงสนทนากันอยู่ ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น
18 เมื่อเข้ามาห้องครัวในบ้านของเฟยหง สิ่งแรกที่ต้องทำก็เหมือนอย่างเคย การเตรียมวัตถุดิบจำเป็นต้องทำความสะอาดเป็นอันดับแรก ซึ่งหน้าที่ตรงนี้มีคนรับใช้ทำให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ซินเทียต้องทำคือการทำขนมหวานให้อร่อยถูกปากพวกท่านก็พอ (เฟยหงไม่ได้บอกด้วยว่าจะต้องทำกี่อย่าง เอาเป็นว่าทำตามความเหมาะสมก็แล้วกัน) ซินเทียเริ่มทำขนมหวานตามความคิดของตัวเอง ความสามารถในการทำขนมหวานของนางนั้นสูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา คงเป็นเพราะการได้เข้าแข่งขันจึงทำให้นางมีประสบการณ์มากยิ่งขึ้น คนรับใช้หลายคนได้เห็นฝีมือของนาง พวกเขาถึงกับตกใจเมื่อได้เห็นความรวดเร็วในการทำขนมหวานพร้อมกันทีเดียวหลายอย่าง ไม่ใช่แค่นั้น ส่วนผสมที่ได้เตรียมเอาไว้นั้นก็ได้ใส่ส่วนผสมที่ได้คำนวณเอาไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่ต้องห่วงว่ารสชาติมันจะอร่อยหรือไม่ อร่อยอยู่แล้ว ขนมหวานเสร็จแล้ว 1 อย่าง อย่างที่ 2 อย่างที่ 3 อย่างที่ 4 อย่างที่ 5 เสร็จเรียบร้อยทั้งหมด เหลือเพียงนำไปเสิร์ฟให้พวกท่านได้ลองกินขนมหวานของซินเทีย







