Masukหลังย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์สกุลกู้ ห้องนอนของเสิ่นหว่านอินกับกู้จ้านก็แยกจากกันชัดเจน เขาอยู่ทางปีกซ้าย ส่วนเธออยู่ทางปีกขวา มีบ้างที่ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน กระนั้นความสัมพันธ์ก็ไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เรียกได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกันก็ว่าได้
" คุณชอบทานอาหารอะไรเป็นพิเศษไหมคะ " เธอถามเขา หลังนำน้ำชากับของว่างมาให้บนศาลาที่สามีกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ เธอพยายามเข้าหาเขาเพราะไม่มีเพื่อนคุย ในคฤหาสน์หลังนี้นอกจากกู้จ้านแล้วคนอื่นก็ดูเกร็งๆ เวลาอยู่ใกล้เธอแปลกๆ ทำเหมือนว่าเธอจะดุด่าอย่างไรอย่างนั้น " อะไรก็ได้ " กู้จ้านตอบอย่างเฉยชา เขาไม่แม้แต่จะปิดหนังสือเพื่อเงยหน้าขึ้นมาพูดกับภรรยาเสียด้วยซ้ำ ซึ่งสำหรับเสิ่นหว่านอินถือว่าเป็นเรื่องที่คุ้นชินแล้ว " งั้นวันนี้กินปลาผัดเปรี้ยวหวานดีไหม แล้วก็เพิ่มหมู่ตุ๋นซีอิ๊วด้วยอันหนึ่ง ไม่สิเอาเป็นต้มปลาใส่ผักกาดดองดีกว่า " เธอพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อนึกถึงอาหารที่โปรดปราน เมื่อก่อนเธอเคยเป็นเชฟทำอาหารในภัตตาคารอาหารจีนแห่งหนึ่ง ดังนั้นจึงมีความถนัดในการทำอาหารจีนอยู่มาก ตอนนั้นเธอทำงานจนหัวหมุนไม่มีเวลาได้นั่งพักเสียด้วยซ้ำ แต่พอมาอยู่ในร่างเสิ่นหว่านอินจากที่เดินวิ่งวุ่นทั้งวันก็เปลี่ยนเป็นนั่งกินนอนกินแทบไม่ได้หยิบจับอะไร ครั้นจะจับก็ถูกสาวใช้เข้ามาขวางพร้อมแย่งหน้าที่นั้นไป จนเธอต้องออกคำสั่งว่าอาหารทุกอย่างเธอจะเป็นคนทำเอง ห้ามใครมาแย่งทำเด็ดขาด เธอจึงกลายเป็นแม่ครัวคนสำคัญของตระกูลกู้นับตั้งแต่บัดนั้น ไม่ได้มีแค่กู้จ้านที่ติดใจในรสมือเธอคนเดียว เหล่าคนรับใช้ต่างก็พากันชมเชยเธอไปตามๆ กัน แถมยังบอกอีกว่ากู้จ้านโชคดีที่ได้เธอเป็นภรรยา ทว่า...เจ้าของคฤหาสน์กลับพูดอีกแบบ เขามักพูดว่า " กินเยอะอย่างนี้ไงเล่าถึงได้อ้วนเผละแบบนี้ " เสิ่นหว่านอินมองสามีตาขุ่น ริมฝีปากที่เคยเผยอยิ้มรีบหุบฉับพลัน " ก็มันอร่อยนี่นา ฉันแค่ชอบกินมันผิดด้วยหรือไง " ดวงตาคมกริบชำเลืองมองคนที่ทำหน้าหงอย เวลาเธอทำหน้าแบบนี้มันดูน่ารักน่าเอ็นดูแปลกๆ จนเขานึกอยากจะแกล้งให้เธอหน้างออีก " ผิดสิ ตั้งแต่เธอมาอยู่ ฉันต้องจ่ายค่าอาหารแพงขึ้นตั้งเท่าไหร่เธอรู้ไหม " " ไม่รู้ แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย นั่นเป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องเลี้ยงดูภรรยาอย่างฉัน " เสิ่นหว่านอินทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ และไม่คิดจะช่วยเขาออกเงินค่าใช้จ่ายด้วย " เอาเปรียบฉันเกินไปแล้วนะ" " งั้นให้ฉันทำอาหารไปให้คุณที่โรงพยาบาลดีไหม เป็นการตอบแทนค่าอาหารของคุณไง " " โรงพยาบาลฉันมีโรงอาหารอยู่แล้ว จะทำข้าวกล่องไปอีกทำไมกัน " " แต่ที่โรงอาหารรสชาติมันไม่เหมือนกับที่ฉันทำนะ ของฉันอร่อยกว่าตั้งเยอะคุณว่าไหม " เสิ่นหว่านอินขยิบตาให้สามี พลางฉีกยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มที่มีอยู่จางๆ " หาเรื่องออกไปข้างนอกล่ะสิ " กู้จ้านกล่าวอย่างรู้ทัน เมื่อเห็นแววตาที่เปล่งประกายระยิบระยับของเธอยามพูดถึงโลกภายนอก " แล้วได้ไหมล่ะ " " แล้วแต่เธอเลย อยากทำอะไรก็ทำ เพราะฉันคงบังคับอะไรเธอไม่ได้อยู่แล้ว " " เย่! ขอบคุณนะคะคุณสามี " เสิ่นหว่านอินแย้มยิ้มร่าเริง สีหน้าเต็มไปด้วยความสดใส กู้จ้านเห็นแบบนั้นก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว นึกเอ็นดูในท่าทางไม่มีพิษไม่มีภัยของเธอ ทั้งที่ถูกบังคับให้แต่งงานกัน แต่เธอกลับปฏิบัติกับเขาเสมือนเป็นเพื่อนเป็นพี่ชายคนหนึ่ง ไม่มีท่าทีปั้นปึ่งใส่กันแม้แต่น้อย นอกจากทำอาหารกลางวันไปให้สามีที่โรงพยาบาลแล้ว เสิ่นหว่านอินยังแวะไปดูทำเลในย่านการค้าเพื่อดูว่ามีที่ไหนเหมาะสำหรับเปิดร้านเบเกอรี่หรือไม่ เธอไม่เพียงทำอาหารเก่งอย่างเดียว แต่ยังเชี่ยวชาญด้านการทำขนมหวานและเบเกอรี่ด้วย ซึ่งพอเล่าให้สามีฟัง เขาก็บอกว่าอาชีพนี้เหมาะกับเธอดี หากเป็นคนอื่นพูดคงดูเป็นการเหยียดรูปร่างของเธอ แต่พอเป็นเขา เธอกลับคิดว่าเป็นการหยอกล้อกันระหว่างสามีภรรยาเสียมากกว่า " ฉันมาพบคุณหมอกู้ค่ะ ไม่ทราบว่าต้องติดต่อตรงไหนคะ " เธอพูดกับนางพยาบาลที่เดินสวนออกมาจากโรงพยาบาล อีกฝ่ายหันมามองเธอก่อนฉีกยิ้มกว้างเพราะจำได้ว่าเธอเป็นใคร " ภรรยาของคุณหมอกู้นี่เอง " เธอพูดพลางก้มมองปิ่นโตที่อีกฝ่ายถืออยู่ " เอาอาหารกลางวันมาให้คุณหมอเหรอคะ " เสิ่นหว่านอินยิ้ม " ใช่ค่ะ " " งั้นตามฉันมาทางนี้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะพาคุณไปที่ห้องพักของคุณหมอเอง " พยาบาลสาวพูดอย่างกระตือรือร้น และเดินนำหน้าไป เสิ่นหว่านอินเดินตามอีกฝ่ายไปที่ห้องทำงานของสามี ระหว่างเดินผ่านไปนั้น กลับมีสายตาหลายคู่จ้องมองมา บางคนเห็นเธอแล้วส่งยิ้มให้เพราะรู้ว่าเธอเป็นใคร แต่บางคนกลับมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย " ถึงแล้วค่ะ " ทั้งสองเดินมาหยุดอยู่ข้างหน้าห้องของกู้จ้าน " งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ " พยาบาลสาวพูดด้วยรอยยิ้ม " ขอบคุณนะคะ " เสิ่นหว่านอินกล่าวขอบคุณพลางค้อมศีรษะเล็กน้อย หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอด ก่อนค่อยๆ ยกมือขึ้นมาเคาะประตูห้อง เพื่อขออนุญาตเข้าไปข้างใน ไม่นานก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา " เข้ามา "กู้จ้านกับเสิ่นหว่านอินถูกเชิญมาร่วมงานเลี้ยงของสกุลเจี่ยง เนื่องในโอกาสลูกเขยของอีกฝ่ายได้เลื่อนตำแหน่ง เดิมทีสกุลเจี่ยงกับสกุลเสิ่นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอยู่แล้ว เสิ่นหว่านอินจึงมาเป็นตัวแทนของพ่อแม่กล่าวคำยินดีให้แก่เจ้าของงานส่วนกู้จ้านรู้จักบุตรสาวคนรองของสกุลเจี่ยง อีกฝ่ายมักแวะไปหาเขาที่โรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ แต่ก็ถูกเขาปฏิเสธไม่ให้เข้าพบอยู่เรื่อยไป ด้วยว่าสถานะของเขาในตอนนี้ไม่ใช่หนุ่มโสดที่จะให้ใครเข้าพบก็ได้ ถึงแม้ว่าเขากับเสิ่นหว่านอินจะไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรัก ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องให้เกียรติเธอ และทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา" พร้อมไหม " เขายื่นแขนให้ภรรยาใช้ควงขณะเดินเข้างานเสิ่นหว่านอินยิ้ม ก่อนยกมือนุ่มนิ่มจับที่แขนของสามี วันนี้เธอมาในชุดกี่เพ้าสีชมพูสดใส กระโปรงแหวกขึ้นเหนือหัวเข่าเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียน ทรงผมถูกเกล้าขึ้นและประดับด้วยปิ่นไข่มุกที่กู้จ้านเคยซื้อให้ แม้เธอไม่ได้ผอมเพรียวเหมือนผู้หญิงคนอื่นในงาน ทว่าความสวยของเธอกลับทำหลายคนตกตะลึง โดยเฉพาะผู้เป็นสามีที่คอยลอบมองหน้าภรรยาอยู่ตลอดเวลา" ตื่นเต้นจังเลยค่ะ " เธอเง
ร่างนุ่มนิ่มผลักประตูเปิดเข้าไปอย่างเชื่องช้า เธอชะเง้อหน้าเข้าไปก่อน เพื่อให้สามีได้เห็นชัดๆ ว่าเป็นเธอใบหน้าหล่อเหลาเงยมองผู้ที่กำลังก้าวขาเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่ได้แสดงอารมณ์ใด แม้เป็นเช่นนั้นแต่ใบหน้าของเสิ่นหว่านอินกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอเดินไปหยุดอยู่ตรงโต๊ะทำงาน ก่อนลากเก้าอี้มานั่ง" วันนี้ฉันอบคุกกี้มาให้คุณด้วยนะคะ " มือเรียวค่อยๆ เปิดปิ่นโตออก ก่อนนำมาจัดเรียงไว้ตรงหน้าผู้เป็นสามี โดยไม่ถามสักคำว่าเขาหิวแล้วหรือยังกู้จ้านยื่นมือไปจับตะเกียบมาถือ " ไม่เอามันหวานเกินไป "เขาไม่ชอบของหวาน ลำพังแค่กินอาหารที่เธอทำ น้ำหนักของเขาก็พุ่งสูงกว่าปกติแล้ว" กินหน่อยนะ ฉันไม่ได้ทำมาบ่อยๆ สักหน่อย " มันเป็นคุกกี้ที่เธอจะทำขาย ดังนั้นจึงอยากได้คำแนะนำจากเขาครั้นเห็นสีหน้าออดอ้อนของภรรยา ชายหนุ่มก็พลันใจอ่อนยวบ อยากยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มนิ่มนั้น แต่ก็ต้องหักห้ามใจ ด้วยไม่อยากล้ำเส้นที่เคยขีดไว้" ก็ได้ แต่ขอกินข้าวก่อนนะ "เสิ่นหว่านอินพยักหน้าอย่างร่าเริงระหว่างกำลังพูดคุยกันด้วยเรื่องทั่วไปอยู่นั้น ประตูห้องของกู้จ้านก็ค่อยๆ เปิดออก พร้อมร่างสูงใหญ่ที่สวมเสื้อคลุมสีขาวแบบเดียวก
หลังย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์สกุลกู้ ห้องนอนของเสิ่นหว่านอินกับกู้จ้านก็แยกจากกันชัดเจน เขาอยู่ทางปีกซ้าย ส่วนเธออยู่ทางปีกขวา มีบ้างที่ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน กระนั้นความสัมพันธ์ก็ไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เรียกได้ว่าเป็นคนแปลกหน้าที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกันก็ว่าได้" คุณชอบทานอาหารอะไรเป็นพิเศษไหมคะ "เธอถามเขา หลังนำน้ำชากับของว่างมาให้บนศาลาที่สามีกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ เธอพยายามเข้าหาเขาเพราะไม่มีเพื่อนคุย ในคฤหาสน์หลังนี้นอกจากกู้จ้านแล้วคนอื่นก็ดูเกร็งๆ เวลาอยู่ใกล้เธอแปลกๆ ทำเหมือนว่าเธอจะดุด่าอย่างไรอย่างนั้น" อะไรก็ได้ " กู้จ้านตอบอย่างเฉยชา เขาไม่แม้แต่จะปิดหนังสือเพื่อเงยหน้าขึ้นมาพูดกับภรรยาเสียด้วยซ้ำ ซึ่งสำหรับเสิ่นหว่านอินถือว่าเป็นเรื่องที่คุ้นชินแล้ว" งั้นวันนี้กินปลาผัดเปรี้ยวหวานดีไหม แล้วก็เพิ่มหมู่ตุ๋นซีอิ๊วด้วยอันหนึ่ง ไม่สิเอาเป็นต้มปลาใส่ผักกาดดองดีกว่า " เธอพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อนึกถึงอาหารที่โปรดปรานเมื่อก่อนเธอเคยเป็นเชฟทำอาหารในภัตตาคารอาหารจีนแห่งหนึ่ง ดังนั้นจึงมีความถนัดในการทำอาหารจีนอยู่มาก ตอนนั้นเธอทำงานจนหัวหมุนไม่มีเวลาได้นั่งพักเสียด้วยซ้ำ แต่พอมาอยู่ใ
ทั้งสองถูกพาตัวมานั่งในห้องรับแขก ร่างกำยำของชายวัยกลางคนกำลังยืนกอดอกจ้องมองปฏิกิริยาของหนุ่มสาวที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่สไตล์คลาสสิกผู้เป็นบุตรสาวนั่งก้มหน้าไม่กล้าสบตาบิดา ส่วนชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของคฤหาสน์นั่งนิ่งไม่ยอมขยับเขยื้อนร่างกาย เพราะกำลังครุ่นคิดหาวิธีรับมือกับความโกรธของท่านนายพลเสิ่น" เขาบังคับลูกหรือเปล่า " น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยถามบุตรสาว แต่สายตากลับจดจ้องไปที่หมอกู้เสิ่นหว่านอินส่ายหน้า " ไม่ค่ะ เขาไม่ได้บังคับหนู "แม้เธอจะยังจำอะไรไม่ได้มาก แต่ก็มั่นใจว่าเจ้าของร่างนี้ไม่ได้ถูกบังคับขืนใจแน่นอน" หมอกู้ คุณคิดจะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไง ลูกสาวผมถูกคุณล่วงเกินไปแล้ว แบบนี้ยังจะปฏิเสธการแต่งงานอีกหรือ "สองเดือนก่อนเขาเคยส่งภรรยามาพูดคุยถึงเรื่องแต่งงานกับกู้จ้านว่าจะจัดในช่วงเดือนไหน พออีกฝ่ายได้ฟังก็ปฏิเสธภรรยาเขาเสียงหนักแน่นว่าจะไม่แต่งงานกับลูกสาวเขาในเร็วๆ นี้แน่นอน แถมยังบอกอีกว่าตนเองมีคนรักอยู่แล้วครั้นเขาได้ฟังดังนั้นก็พยายามบอกบุตรสาวให้หักห้ามใจ อย่าได้คาดหวังว่าจะได้แต่งงานกับหมอกู้เด็ดขาด เพราะมีหลายส่วนที่อีกฝ่ายจะไม่ยอมตกลง แม้เขาจะพยายามเกลี้ยกล่อมบุ
ทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลกู้ ตระกูลแพทย์ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นต่างรู้ดีว่าหมอกู้จ้าน หมอหนุ่มสุดหล่ออนาคตไกลมีพันธสัญญากับคนตระกูลเสิ่น เขาถูกผู้ใหญ่วางตัวให้หมั้นหมายกับเสิ่นหว่านอิน ลูกสาวคนเล็กของท่านนายพลเสิ่น ผู้บังคับบัญชากองกำลังปฏิวัติเธออายุห่างจากกู้จ้านเกือบสิบปี แถมยังมีรูปร่างอวบอ้วน ใบหน้ากลมกลึงไปด้วยเนื้อแก้ม กระนั้นก็ยังมีเค้าโครงความสวย หากมองดูดีๆ เธอนับว่าเป็นผู้หญิงที่สวยคนหนึ่ง เสียก็แต่อวบอ้วนกว่าผู้หญิงทั่วไปสำหรับกู้จ้านแล้วเขาไม่ได้สนใจรูปร่างของเธอสักนิด ต่อให้เธอผอมบางกว่านี้ มันก็ไม่สามารถทำให้เขากลับมาสนใจเธอได้ ด้วยว่าเขามีผู้หญิงที่เขาหลงรักอยู่แล้วเธอคนนั้นเป็นภรรยาของลูกพี่ลูกน้องเขา นับตั้งแต่สบตากันครั้งแรกเขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าเธอคือคนที่เขาตามหามานานในตอนที่เธอตอบรับคำเชิญของเขาว่าจะไปดูละครเวทีด้วยกัน เขารู้สึกอิ่มเอมใจมาก คิดว่าถึงอย่างไรเธอก็ต้องขอหย่ากับสามีสักวัน แต่ใครจะคิดเล่าว่า...วันนั้นกลับเป็นเขาเสียเองที่ถูกทอดทิ้ง เธอไม่ยอมมาพบเขา เพราะเลือกที่จะใช้ยามค่ำคืนนั้นอยู่ด้วยกันกับสามีเพราะเสียใจที่ถูกเหมยหลินเมินเฉยความรู้สึก เขาจึงดื่ม







