共有

ตอนที่ 9 พบหน้า

last update 最終更新日: 2025-12-16 10:33:13

สุดท้ายหลิวหนิงเจียวจึงเลือกชุดสีฟ้าอ่อนซึ่งขับผิวขาวของนางให้กระจ่างใสมากขึ้น นางมองทรวดทรงองค์เอวของตนในคันฉ่องอย่างพอใจ คนอะไรตัวเล็กตัวน้อย ทั้งสวยทั้งน่ารัก คนผิวขาวใส่อะไรก็ขึ้นไปหมด

            “ฮูหยินผัดหน้าแค่นั้นหรือเจ้าคะ” นางทาแป้งเพียงบางเบา แต้มชาดพอให้มีเลือดฝาด ส่วนริมฝีปากก็ทาเพียงขี้ผึ้งบำรุงริมฝีปากสีชมพูอ่อนเท่านั้น

            “เจ้าเห็นว่าข้าไม่สวยอย่างนั้นรึ”

            “ไม่ใช่เจ้าค่ะ เพียงแต่ฮูหยินไม่เคยผัดหน้า…”

            นางรีบโบกมือ “ก็บอกแล้วว่าเรื่องของอดีตลืมมันไปเสีย ต่อไปนี้ข้าจะเป็นคนใหม่”

            “เจ้าค่ะ” นายหญิงเปลี่ยนกะทันหันเกินไป นางตั้งรับไม่ค่อยทัน นี่ใช่ฮูหยินคนเดิมของนางจริง ๆ หรือ “ฮูหยินเจ้าคะ”

            “เจ้ามีสิ่งใดอีก”

            “กลิ่นกายฮูหยินหอมคล้ายขนมเลยเจ้าค่ะ”

            หลิวหนิงเจียวนิ่งงัน ก่อนจะนึกขึ้นได้ นางเพิ่งกินขนมบ้าบิ่นก่อนเดินออกมาจากห้องอาบน้ำ จึงพูดบ่ายเบี่ยงออกไปว่า “กลิ่นกายข้าก็เป็นเช่นนี้” พูดจบนางทำไม่รู้ไม่ชี้เดินไปหยิบหนังสือมานั่งอ่านบนเก้าอี้

            แม้ไม่คลายสงสัยแต่ซินอี๋ก็ไม่ได้กล่าวออกอีก นางอยู่กับนายหญิงมาตลอด เครื่องหอมของนางไม่คล้ายกลิ่นนี้แม้แต่น้อย อีกทั้งตำราที่นางถืออยู่นั้น คุณหนูของนางก็ไม่เคยหยิบมาอ่านสักครั้ง

           

ฝ่ายหานตงหยางเพิ่งไปถึงค่ายทหารเพียงหนึ่งวัน ก็ได้รับข่าวสารจากจวนสกุลหานว่าภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้าจวนยังไม่พ้นหนึ่งคืนดีก็คิดสั้นเลือกจบชีวิตตัวเองเสียแล้ว เขาควบม้ากลับมาที่จวนสกุลหานโดยไม่ได้หยุดพักเป็นเวลาเกือบสองวันทั้งโกรธหลิวหนิงเจียวทั้งคิดหาหนทางรอดจากการลงทัณฑ์จากฮ่องเต้ คิ้วของเขาขมวดเป็นปมแน่น ใบหน้าเดี๋ยวดำเดี๋ยวแดงตลอดการเดินทาง ต้นยามโหย่วเขาก็มาถึงจวนสกุลหานแล้ว

            ลงจากหลังม้าได้เขาก็รีบถามอันมามาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ศพของนางอยู่ที่ใด”

            “เอ่อ…คือฮูหยินยัง…”

            “ข้าอยากจะสับร่างนางให้เป็นหมื่น ๆ ชิ้น สมองนางมีปัญญาคิดได้แค่นั้นรึ” พูดพลางถอนหายใจ เขาจะก่นด่าคนที่ตายไปแล้วก็คงไร้ประโยชน์ สู้คิดหาวิธีจัดการกับศพของนางจะดีกว่า ถ้ามีคนรู้เรื่องนี้ชื่อเสียงเขาคงไม่เหลือแล้ว ตอนนี้ท่านย่าสั่งคนในจวนห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปโดยเด็ดขาด เขายังมีเวลาคิดหาคำอธิบายให้กับฮ่องเต้และท่านพ่อตา

            หานตงหยางเดินเร็วจนอันมามากับบ่าวรับใช้เดินตามไม่ทัน จะบอกว่าฮูหยินยังมีชีวิตอยู่ก็ทำได้เพียงอ้าปากค้างไว้

            หานตงหยางเดินมาถึงหน้าเรือนตนก็เปิดประตูเข้าไปอย่างรีบร้อน ร่างอรชรที่สวมชุดสีชมพูอ่อนค่อย ๆ ยืนขึ้นอย่างช้า ๆ มองบุรุษที่เดินเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต

คล้ายว่าหานตงหยางลืมหายใจไปชั่วขณะ สตรีรูปโฉมดาษดื่นเขาพบเจอมามาก แต่สตรีที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ช่างดึงดูดสายตาเขานัก บอกไม่ได้ว่านางงดงามหรือน่ารักมากกว่ากัน ชนเผ่าเจี๋ยยังมีสตรีที่มีใบหน้าเรียวเล็กได้ขนาดนี้เชียวหรือ ดวงตากลมโตดำขลับทอประกายแวววาว มองมาที่เขาตาแป๋ว ผมยาวเงางามปล่อยลงมาเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าเนียนใสผัดแป้งบางเบา ริมฝีปากบนบอบบางจิ้มลิ้มริมฝีปากล่างอวบอิ่มคล้ายหยดน้ำสีชมพูระเรื่อ เขารู้สึกเหมือนตนกำลังคอแห้งจนเผลอเลียริมฝีปาก กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ

            คราแรกหลิวหนิงเจียวตกใจที่มีบุรุษทะเล่อทะล่าเปิดประตูเข้ามา ในเวลาต่อมาเมื่อเห็นบุรุษผู้นี้แต่งกายชุดทหารสีดำสนิทข้างกายมีดาบห้อยอยู่ แผ่นหลังยืดตรงอกผายไหล่ผึ่งน่าเกรงขาม บนใบหน้าสวมหน้ากากเหล็กสีดำครึ่งซีกปิดไว้ นางจึงรู้ว่าคนผู้นี้คือแม่ทัพแดนบูรพาหานตงหยางสามีของนางแน่แล้ว

            นี่คือลักษณะผู้ชายในฝันของนางไม่ใช่หรือ

            หลิวหนิงเจียวยอบกายน้อย ๆ พร้อมกล่าวเสียงไม่เบาไม่ดังแต่ใสกังวาน “ท่านแม่ทัพ”

            “เจ้าคือ…”

            “ข้าหลิวหนิงเจียวเจ้าค่ะ” ริมฝีปากเผยรอยยิ้มจาง ๆ อย่างจริงใจเอ่ยกับสามีต่อ “ท่านจำภรรยาของตนไม่ได้เชียวหรือ” นางเลิกคิ้วเล็กน้อย ใบหน้ายังมีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับไว้

            ก็วันนั้นเขายังไม่ได้เปิดผ้าคลุมหน้าของนางก็รีบออกจากจวนไปแล้ว จะเอาเวลาไหนไปชมหน้านางกันเล่า

            เขากลับมาทำท่าเคร่งขรึมตามปกติแล้วกล่าวเสียงเข้ม “มีคนส่งข่าวไปให้ข้าว่าเจ้า…”

            หลิวหนิงเจียวรู้ว่าเขาจะพูดอะไรจึงพูดขึ้นก่อน “ข้าแค่โดนมีดบาดเท่านั้นเจ้าค่ะ ไม่เชื่อท่านก็ดูเองสิ” นางยื่นแขนข้างที่นางใช้ปิ่นปักผมกรีดให้เขาดู เพราะน้ำลายของนางแผลจึงใกล้จะหายดีแล้ว เหลือเพียงสะเก็ดเล็กน้อยตรงกลางรอยแผลเท่านั้น

            “เหตุใดมีดถึงได้…”

            “ข้าเป็นคนกลัวเลือดมากเจ้าค่ะ ก็เลยเป็นลมสิ้นสติไป คนพูดปากต่อปากคงคิดว่าข้าตายไปแล้ว” นางไม่อยากให้เขารู้ว่าหลิวหนิงเจียวคนเก่าคิดปลิดชีพตัวเองจริง ๆ เพราะต่อไปเขาคงไว้ใจนางยากแล้ว และไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกจึงพูดบ่ายเบี่ยงไปว่าตนกลัวเลือด

            เขาอยากจะถามต่อว่า มีดอะไรจะไปบาดตรงนั้น แต่ก็ตัดสินใจไม่เอ่ยออก นางโกหกเขาก็แล้วไปเถิด จะได้ไม่ต้องฟื้นฝอยหาตะเข็บกันอีก เพียงแต่แผนต่อไปของนางคืออะไรกันแน่ หรือนางคิดจะกำจัดเขาแทน…

            “ท่านกลับมาเหนื่อย ๆ อาบน้ำก่อนเถิดเจ้าค่ะ” ว่าแล้วนางก็เดินเข้ามาใกล้เขาเตรียมปรนนิบัติสามี ตามที่เคยดูในซีรีส์ เพราะในหัวของหลิวหนิงเจียวคนนี้ไม่มีเรื่องการปรนนิบัติสามีเลย วันหลังนางต้องให้อันมามาสอนสักครา

            “ไม่ต้อง ข้าทำเอง” เรือนดอกท้อเป็นสถานที่ที่มีบ่าวรับใช้น้อยที่สุด และส่วนมากจะเป็นบ่าวรับใช้ที่เป็นบุรุษ เขาไม่ชอบให้สตรีมาป้วนเปี้ยนใกล้เรือนของเขา อย่างมากก็มีอันมามากับสาวใช้เพียงสองคนเท่านั้น

            หานตงหยางปลีกตัวไปอาบน้ำ หลิวหนิงเจียวจึงสั่งให้สาวใช้ตั้งโต๊ะอาหาร หนทางจากค่ายทหารหวงซานต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่าสองวันกว่าจะถึงจวนสกุลหาน แต่นี่ยังไม่ถึงสองวันดีเขาก็เดินทางมาถึงแล้ว เขาคงไม่มีเวลาหยุดพักกินอาหารเป็นแน่

            หานตงหยางถอดเสื้อคลุมและหน้ากากของตนออกเพื่อชำระร่างกาย เขาก้มมองดูใบหน้าตนเองในอ่างน้ำแล้วถอนหายใจยาวเหยียดคราหนึ่ง คิดย้อนกลับไปในอดีต

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 4

    วันรุ่งขึ้นเขาจึงพูดกับพอใจว่า “พี่อยากไปเที่ยวบ้านพอใจโฮมสเตย์น่ะ ใจพาพี่ไปได้ไหม” “ได้ค่ะ เพราะฉันต้องไปทำงานอยู่แล้ว” “จะไม่พักบ้างเลยเหรอ” “ไม่ค่ะ อยากทำงานมากกว่า” เพราะการทำงานของเธอก็เหมือนได้ไปพัก “งั้นพี่ขอไปทำงานด้วยนะ เดี๋ยวพี่ขับรถให้เอง” กิตติ์ณัฏฐกรอาสาเพราะเขาชอบบรรยากาศที่มีป่าเขามาก ๆ อยู่แล้ว อีกทั้งช่วงนี้ยังเป็นฤดูฝน พืชพรรณบนภูเขาคงเขียวขจีไปหมด เขาพูดแค่นั้นเธอก็โยนกุญแจรถให้แล้ว อยากขับก็ตามใจ ถ้าเหนื่อยอย่ามาบ่นก็แล้วกัน วันนั้นทั้งวันกิตติ์ณัฏฐกรจึงต้องขับรถให้พอใจอย่างเดียว เพราะเธอต้องคอยไปต้อนรับลูกค้าที่มาพักที่บ้านพอใจโฮมสเตย์ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังจัดแจงเรื่องอาหารและเครื่องดื่มกับคนงานอีกด้วย แต่เขาก็ยินดีที่ได้ขับรถเที่ยวทั้งวัน กิตติ์ณัฏฐกรทำอาชีพอิสระรับงานเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผน ออกแบบ ควบคุม และตรวจสอบการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน สะพาน อาคาร ระบบขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เขาจึงสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ โดยพื้นฐานครอบครัวของเขาท

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 3

    คนที่ทำหน้าที่โปรยทานก็โปรยอย่างต่อเนื่องราวกับสายฝนที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า เหรียญโปรยทานครั้งนี้มีมูลค่ากว่าสองแสนบาท แก่นคูณกับละอองไม่ได้อยากอวดร่ำอวดรวย แต่อยากให้ทุกคนคิดว่านี่คือการทำบุญมากกว่า ได้ช่วยเหลือชาวบ้านในรูปแบบของเหรียญโปรยทานพวกเขาก็มีความสุขแล้ว นาคภาคภูมินั่งขัดสมาธิพนมมืออยู่บนรถกระบะด้วยท่วงท่าน่าเคารพนับถือ ชาวบ้านต่างกล่าวชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน “ลูกคนรวยก็อย่างนี้ละนะ ทำอะไรก็ดูดีไปหมด” เลื่อม ชาวบ้านบ้านผักหนามพูดขึ้น “นั่นน่ะสิ ตอนลูกชายฉันบวชฉันก็อยากจัดงานใหญ่โตแบบนี้บ้าง” จำเนียรว่าเสริมอดปลื้มใจแทนพ่อกับแม่ของนาคภาคภูมิไม่ได้ พรรณวรจที่เดินอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเข้าจึงถือโอกาสนี้สอบถามเสียเลย “เจ้าภาพเขารวยมากเหรอคะป้า” งานวันนี้มีคนมาร่วมทำบุญกันอย่างล้นหลาม พรรณวรจกับสามีจึงทำได้เพียงเข้าไปทักทายกับเจ้าภาพในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ต้องปลีกตัวออกมาแล้ว “รวยมากค่ะ เป็นทั้งเจ้าของร้านนาดูนซาลาเปา มีตึกพาณิชย์ให้คนเช่าตั้งหลายสิบห้อง เห็นว่าตอนนี้ให้นาคภูมิดูแลทั้งหมดเลยนะคะ” เลื่อมกล่าวอย่างออกรส

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 2

    “ลูกตั้งใจจะทำกี่เหรียญ” “พันเหรียญค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้ครบตามที่ได้ตั้งใจไว้เถอะ เพราะพ่อกับแม่จะไปงานบวชกับลูกด้วย” ปัณณพรเงยหน้ามองแม่ด้วยแววตาสงสัย “แม่พูดจริงเหรอคะ” “จริงสิ ความจริงที่พ่อพูดอย่างนั้นไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ลูกไป แต่เพราะพ่อเขากลัวว่าปัณจะถูกผู้ชายคนนั้นหลอกต่างหากล่ะ” พรรณวรจกล่าวต่อ “คบกับพี่เขามานานแล้วเหรอ” “แม่” ปัณณพรไม่คิดว่าแม่จะจับได้ว่าตนแอบมีแฟน “ไม่ต้องอายแม่หรอก บอกแม่มาตามตรงก็พอ” “แต่พ่อเคยบอกว่า…” “พ่อเขาก็รู้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โกรธขนาดนี้” พูดพลางเช็ดน้ำตาให้ลูก “คบมาประมาณหนึ่งปีแล้วค่ะ” “เจอกันได้ยังไง” “หนูไปกินขนมจีบที่ร้านนาดูนซาลาเปาค่ะ เขาไปขายของช่วยพ่อกับแม่ก็เลยเจอกัน” จากนั้นพรรณวรจก็หลอกถามลูกสาวอีกหลายอย่าง จนรู้ว่าลูกสาวกับภาคภูมิไม่ได้ทำอะไรเสียหาย “แล้วเขารู้ไหมว่าลูกเป็นใคร” “รู้ค่ะ” “พ่อแม่เขาล่ะ” “เรื่องนี้หนูไม่เคยถามเขาค่ะ แต่หนูคิ

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 1

    หลังจากเรียนจบปริญญาโทภาคภูมิก็กลับมาขายขนมจีบช่วยพ่อกับแม่ เขาคิดเล่น ๆ ว่าจะทำเพียงสามสี่เดือนเท่านั้นแต่ไป ๆ มา ๆ นี่ก็ขายมาได้หนึ่งปีเต็มแล้ว และอีกไม่ถึงสิบวันเขาก็จะบวชพระเพื่อทดแทนบุญคุณของพ่อกับแม่ตามความเชื่อของบรรพบุรุษที่เคยสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พ่อกับแม่ปลีกตัวไปเตรียมงานบวชลูกชาย เขาจึงได้มาเฝ้าร้านขายขนมจีบเพียงคนเดียว กับพนักงานอีกสิบห้าคน ถึงลูกค้าจะมากแค่ไหน แต่พ่อก็บแม่ก็ไม่ยอมเปิดสาขาเพิ่ม เพียงแต่พ่อกับแม่สร้างตึกใหม่เป็นสองห้องเพื่อขายขนมจีบและซาลาเปาเท่านั้น อีกทั้งชั้นสองชั้นสามของตึกพาณิชย์ยังสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย พนักงานบางคนที่บ้านอยู่ไกล พ่อกับแม่ก็ให้พักที่นี่ ตัวเขาเองถ้าวันไหนขี้เกียจเดินทางก็พักอยู่ที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน ทางด้านของปัณณพรก็อยากไปงานบวชของภาคภูมิเช่นกัน ถึงในใจจะกลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่ให้ไป แต่เธอก็รวบรวมความกล้าพูดออกไปขณะที่ทุกคนกำลังรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน “พ่อคะ แม่คะ หนูขออนุญาตไปงานบวชรุ่นพี่ได้ไหมคะ” “รุ่นพี่ที่ไหน” ปฐวีเอ่ยถามลูกสาว เพราะตั้งแต่ลูกเข้าเรีย

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนที่ 78 เปิดกิจการ (จบ)

    หลายวันต่อมาเมื่อรจนาทราบข่าวการกลับมาของละออง เธอก็นั่งร้องไห้โฮจนตาบวมไม่ยอมขายของให้แม่ทั้งวัน ลำพังแก่นคูณปฏิเสธการแต่งงานกับเธอเพราะเขาไม่รัก เธอก็เสียใจมากพอแล้ว แต่นี่เขายังกลับไปจดทะเบียนสมรสใหม่กับเมียเก่าอีก “ฮือ ๆ ๆ” รจนาร้องไห้เสียงดังนั่งกินเหล้าอยู่บนแคร่ข้างโอ่งน้ำดื่มบ้านตัวเองเพียงลำพัง โยที่กำลังเก็บเกวียนอยู่ได้ยินเสียงคนร้องไห้อยู่ข้างรั้วจึงเดินมาดู เขาหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นรจนานั่งร้องไห้ทำปากบาน เขาจึงก้าวขาก้มศีรษะลอดรั้วไม้ไผ่มาหารจนา “ใครตายถึงได้ร้องไห้เสียงดังหนวกหูขนาดนี้” ความจริงโยทราบอยู่แล้วว่ารจนาร้องไห้ด้วยเหตุใด เพราะเขาเองก็รู้เรื่องที่รจนาโดนแก่นคูณปฏิเสธการแต่งงานเช่นกัน “ไม่ต้องมาซ้ำเติม” รจนาตวาดออก “ซ้ำเติมอะไร นี่ฉันแค่ถามว่าใครตายเท่านั้น” พูดแล้วก็หัวเราะตามหลัง “ฉันนี่แหละกำลังจะตาย พี่ไม่รู้หรือไงว่าพี่คูณจดทะเบียนสมรสใหม่กับยัยพี่อองนั่นแล้ว ฮือ ๆ” คิดมาแล้วมันช้ำใจนัก โยหัวเราะขึ้นเสียงดังกว่าเก่า ตอบออกมาเสียงเรียบว่า “รู้แล้ว” “รู้แล้วยัง

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนที่ 77 คืนรัง

    สายมากแล้วแต่แก่นคูณก็ยังไม่กลับมา น้อยนั่งรอด้วยความร้อนใจ เพราะลูกชายบอกว่าจะไปแล้วกลับภายในวันเดียว แต่ตอนนี้ก็เก้าโมงเช้าของวันใหม่แล้ว แต่ก็ยังไร้แววลูกชาย ภาคภูมิกับพอใจร้องไห้แล้วร้องไห้อีก เพราะกลัวว่าพ่อจะหนีไปอีกคน “พ่อกับแม่กลับมาแล้วค่ะพี่ภูมิ” เสียงเล็กแหลมบอกพี่ชายเสียงดัง “ไหน” “นั่นไงคะ” นิ้วป้อมน้อย ๆ ชี้ไปยังเนินเขาตรงทางขึ้นบ้าน จากนั้นทั้งสองก็วิ่งเร็วจนผมหน้าผากตั้งตรงไปยังพ่อกับแม่ “พ่อครับ” “แม่อองกลับมาแล้ว” พูดได้เท่านั้นพอใจก็เบะปากร้องไห้ พลางวิ่งไปหาแม่ ทั้งสองย่อตัวลง ละอองอุ้มพอใจ แก่นคูณอุ้มภาคภูมิเดินเข้าไปหาน้อยที่นั่งยิ้มอยู่ที่แคร่ข้างบ้าน ดีใจที่ลูกชายสามารถเอาลูกสะใภ้กลับมาฝากได้ เมื่อมีทั้งพ่อทั้งแม่ปลอบลูกทั้งสองก็หยุดร้องไห้แล้ว น้อยลุกขึ้นเดินไปรับของในมือลูกชาย ละอองเห็นแม่สามีเดินไม่ปกติจึงถามขึ้น “แม่ปวดขาอีกแล้วเหรอคะ” “อืม ปวดไม่มากหรอก แต่ก็ทำให้รำคาญก็เลยให้คูณซื้อยาที่อองเคยซื้อให้มาให้กิน” “แต่ฉันว่าแม่ควร

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status