แชร์

ตอนที่ 10 แค่ห่มผ้าให้

ผู้เขียน: กัญจารีย์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-16 10:33:54

ปีนั้นเขาอายุเพียงสิบแปดปี ออกรบกับท่านพ่อที่ชายแดนบูรพา ท่านพ่อของเขานำทัพทหารกว่าสิบหมื่นนายออกไปทำศึกกับแคว้นเป่ยเอี้ยน ตอนนั้นหัวหน้าแคว้นเป่ยเอี้ยนคือหลูกัง ท่านพ่อของเขาสู้กับหลูกังจนตัวตายในสนามรบ พอเขาทราบว่าท่านพ่อพลาดท่าให้กับหลูกัง เขาจึงรวบรวมขวัญกล้าที่มีอยู่ทั้งหมด นำกองทัพเข้าโจมตีแม่ทัพหลูอย่างห้าวหาญ แต่ในระหว่างที่เขากำลังควบม้าไล่ล่าแม่ทัพหลูอยู่นั้น หมวกบนศีรษะของเขาก็ตกลงบนพื้น นายกองอาวุโสฝ่ายตรงข้ามฉวยโอกาสจังหวะนั้นใช้ดาบฟันเข้าที่ใบหน้าฝั่งซ้ายของเขาจนเป็นแผลลากยาวตั้งแต่สันจมูกลงมาจนถึงคาง กระนั้นเขาก็เงื้อดาบฟันสะพายแร่งจนร่างทหารนายกองคนนั้นขาดเป็นสองท่อน

จากนั้นก็ควบม้าฟาดฟันศัตรูอย่างบ้าคลั่ง จนสามารถตัดศีรษะของแม่ทัพหลูกลับมาได้โดยไม่สนใจความเจ็บปวดบนใบหน้าของตนเลยสักนิด เขาได้รับชัยชนะจากการทำศึกครั้งนั้น และได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพแดนบูรพาแทนท่านพ่อในวัยเพียงสิบแปดปี เพราะแผลที่ใบหน้าของเขาเหวอะหวะน่ากลัวยิ่งตอนที่ไล่ฟันศัตรูเขาจึงได้รับสมญานามว่าแม่ทัพปีศาจแดนบูรพาตั้งแต่วันนั้น แต่ความมั่นใจของเขากลับน้อยลงไปแทบไม่มีเหลือ จนต้องสวมหน้ากากเหล็กไว้ตลอดเวลา ยกเว้นตอนที่อาบน้ำเท่านั้น

หานตงหยางอาบน้ำชำระกายเสร็จก็เดินออกมาด้านนอก ตอนที่ก้าวขาเข้ามาในห้องที่ตนเคยอยู่ เขากลับรู้สึกไม่คุ้นเคยเลยสักนิด เหตุเพราะวันนี้มีสตรีแปลกหน้าย้ายเข้ามาอยู่ในห้องด้วย

            เขาชะงักเท้าเล็กน้อยเมื่อเห็นอาหารวางอยู่บนโต๊ะด้านนอก

            “ท่านแม่ทัพคงยังไม่ได้กินอะไร ข้าจึงให้บ่าวรับใช้เตรียมอาหารไว้ให้ท่าน”

            เขายืนนิ่งสายตาเหลือบมองอาหารแวบหนึ่ง นางคิดจะวางยาพิษเขาอย่างนั้นหรือ

            แต่หลิวหนิงเจียวรู้ทันความคิดของเขาจึงสั่งให้อันมามานำเข็มทดสอบพิษมาตรวจสอบอาหาร นางเพิ่งคิดฆ่าตัวตาย พอตื่นขึ้นมากลับมาทำดีกับเขา แน่นอนว่าเขาย่อมไม่เชื่อใจนาง เช่นนั้นนางต้องทำให้เขาไว้ใจนางทีละนิด ๆ นางจะได้อยู่ในยุคโบราณนี้นานสักหน่อย ถึงไม่ได้รักกันแต่เป็นเพื่อนกันได้ไม่ใช่หรือ

            กว่าจะมีสามีเป็นบุรุษชาวจีนในยุคโบราณมันยากเย็นแค่ไหน

“อาหารทุกอย่างปลอดภัยเจ้าค่ะ” อันมามารายงานหานตงหยาง

            เขาตอบอืมในลำคอสั้น ๆ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามนาง

            หลิวหนิงเจียวนั่งจ้องเขาตาไม่กะพริบ ดวงตาคมลึก คิ้วยาวรูปดาบ ใบหน้าด้านขวาคล้ำแดดเล็กน้อยกระนั้นก็ยังดูขาวสะอาด สันกรามเด่นชัด เคราคางมีตอหนวดขึ้นจาง ๆ สันจมูกโด่ง ท่อนแขนที่โผล่พ้นออกมาจากชายเสื้อนั้นดูแข็งแรง นิ้วมือขาวเรียวยาว โดยรวมแล้วเขาคงเป็นคนหล่อไม่น้อย ขนาดใบหน้าอีกส่วนหนึ่งมีหน้ากากอำพรางไว้ยังหล่อขนาดนี้ หากเปิดหน้ากากออกเขาจะหล่อมากแค่ไหน สายตาวกกลับไปยังลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงช้า ๆ ลมหายใจของนางก็พลันสะดุด ผู้ชายคนนี้ช่างมีเสน่ห์เหลือร้าย

            ยังสำรวจร่างกายเขาไม่ทั่วก็มีเสียงขัดขึ้น “จะมองข้าอีกนานหรือไม่”

            หลิวหนิงเจียวกลืนน้ำลายดังเอื้อก แสร้งเลื่อนสายตามองหน้าเขานิ่ง “ไม่ถอดหน้ากากกินอาหารสะดวกหรือเจ้าคะ”

            “เรื่องของข้า” กลืนอาหารลงคอแล้วจึงว่าต่อ “ข้าไม่อยากเห็นคนตายที่จวน” หากเขาถอดหน้ากากนางอาจจะตกใจจนสิ้นใจกะทันหันก็เป็นได้

            “ข้าไม่ใจเสาะปานนั้น” แผลหายดีแล้วจะน่ากลัวตรงไหน ไม่ใช่แผลเป็นที่เกิดจากไฟไหม้สักหน่อย

            เขาเค้นเสียงหึในลำคอ มุมปากยกยิ้มหยันเล็กน้อย เพิ่งกรีดข้อมือตัวเองเพื่อหนีเขายังบอกว่าไม่ใจเสาะ

           

            หานตงหยางกินอาหารเสร็จแล้วจึงเอ่ยขึ้น “ข้าจะไปนอนที่ห้องหนังสือ”

            “ท่านแม่ทัพรังเกียจข้าหรือเจ้าคะ”

            ใครกันแน่ที่รังเกียจ “เจ้าพูดเองนะ” เขาชอบนักคนที่ชอบท้าทายแบบนี้

            หลิวหนิงเจียวอยากคุยเป็นการส่วนตัวกับเขาจึงสั่งให้สาวใช้ทุกคนยกถ้วยชามอาหารออกไปจากห้อง

            ให้หลังทุกคนนางจึงบอกเขา “ข้าให้คนยกตั่งนุ่มเข้ามาไว้ในห้องแล้วเจ้าค่ะ”

            หานตงหยางมองดูก็เห็นตามนั้น “ข้าจะนอน…”

            “ข้าจะนอนบนตั่งเอง ท่านแม่ทัพนอนบนเตียงเถอะเจ้าค่ะ”

            เขาเดินไปที่เตียงนอนไม่พูดไม่จา คว้าผ้าห่มผืนหนึ่งเดินมา ทิ้งตัวลงนอนบนตั่งตัวนั้นหน้าตาเฉย หลิวหนิงเจียวยืนมองตาปริบ ๆ

ช่างเขาเถอะ อยากนอนตรงไหนก็นอนไป

            ย่างเข้าต้นยามโฉ่วอากาศหนาวจัด หลิวหนิงเจียวลุกขึ้นมาห่มผ้าให้เขาอีกผืน แต่เพิ่งดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงช่วงอก คนที่นอนนิ่งอยู่ในคราแรกกลับรวบร่างนางลงมาแนบกาย พร้อมกับชักอาวุธออกมา

            “ว้าย! พระเจ้าช่วยกล้วยทอด” นางอุทานเป็นภาษาไทยออกมาด้วยความตกใจสุดขีด

            หานตงหยางขมวดคิ้วกับภาษาของนาง ปลายมีดยังจ่ออยู่ที่คอนาง “ทำอะไรของเจ้า”

            “แค่จะห่มผ้าให้เท่านั้นถึงกับต้องฆ่ากันเชียวรึ” ตอนนี้ส่วนบนของนางแนบชิดอยู่กับแผ่นอกของเขาริมฝีปากอยู่ห่างกันไม่ถึงสามชุ่น

            เขาลดมีดลง พูดอย่างไม่ไว้ใจ “ก่อนหน้าเจ้าเพิ่งคิดฆ่าตัวตาย” พอตัวเองไม่ตายก็คิดฆ่าสามี จะได้ไม่ต้องอยู่ร่วมกับเขา

            คิดไว้ไม่มีผิดว่าเขาต้องไม่ไว้ใจนาง “เช่นนั้นวันหลังข้าจะไม่หวังดีกับท่านแม่ทัพอีก ปล่อยข้าได้หรือยัง” นางไม่ชินสักนิดที่ต้องมานอนทาบทับอยู่บนตัวผู้ชาย กล้ามเนื้อบนตัวเขาแน่นเครียดจนใจนางสั่นคลอน หัวสมองทื่อทึบไปหมดแล้ว

ท่านรู้หรือไม่ว่าใจข้าสั่นจนอกแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว

            “ยัง” เขาว่าหน้าตาย แขนของเขากอดนางแน่นขึ้น “เมื่อครู่เจ้าพูดภาษาอะไร” เขาแปลไม่ออกสักคำ

            “เอ่อ…” ตกใจทีไรเป็นอย่างนี้ทุกที “ภาษาเผ่าของข้านั่นละ เผ่าข้าพูดได้หลายภาษา”

            “จริง?” เขามองนางอย่างไม่วางใจนัก เขาไม่รู้ด้วยสิว่าแคว้นเป่ยเอี้ยนมีกี่ภาษากันแน่ เพราะมีหลายเผ่าเหลือเกิน

            “ข้าหรือจะกล้าโกหกท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร” นางพูดเสียงอ่อนลง “ท่านจะปล่อยข้าได้หรือยังข้าหายใจไม่ออก หากข้าตายในเรือนของท่านเกรงว่า…” พูดพลางเบือนหน้าหนีจากแก้มเขา

            เขาคลายมือออกอย่างอ้อยอิ่ง ทำไมตัวนางถึงได้นุ่มนิ่มถึงเพียงนี้ ยิ่งส่วนที่อยู่บนหน้าอกของนางนั้น…มันทำให้เขาอยากบดเบียดกับกายนางมากขึ้น เส้นผมที่ตกลงมาคลอเคลียกับแก้มเขาก็หอมกรุ่น กลิ่นกายของนางยังหอมอ่อน ๆ หรือสตรีเป็นเช่นนี้กันทุกคน แต่ทำไมสตรีนางอื่นในจวนสกุลหานถึงได้มีกลิ่นกายหอมแรงจนแสบจมูกกันเล่า

นางรีบลุกขึ้นวิ่งไปเตียงนอนอย่างรวดเร็ว หยิบผ้าห่มขึ้นมานอนคลุมโปงโดยไม่พูดไม่จา ทำบุญบูชาโทษแท้ ๆ

            คนอะไรแรงเยอะเป็นบ้า!

            หานตงหยางมองไปที่เตียงนางสีหน้าครุ่นคิด หรือข่าวลือเรื่องของนางจะไม่เป็นความจริง ใครต่อใครบอกว่าหลิวหนิงเจียวชอบผัดแป้งหนาทาชาดแดงจัด สวมชุดสีฉูดฉาด แต่วันนี้นางกลับทำตรงข้ามทุกอย่าง แล้วยังนิสัยที่ปรนนิบัติใครไม่เป็นนั่นอีก นางลุกขึ้นมาห่มผ้าให้เขากลางดึกจะให้เขาอยู่นิ่งได้หรือ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 4

    วันรุ่งขึ้นเขาจึงพูดกับพอใจว่า “พี่อยากไปเที่ยวบ้านพอใจโฮมสเตย์น่ะ ใจพาพี่ไปได้ไหม” “ได้ค่ะ เพราะฉันต้องไปทำงานอยู่แล้ว” “จะไม่พักบ้างเลยเหรอ” “ไม่ค่ะ อยากทำงานมากกว่า” เพราะการทำงานของเธอก็เหมือนได้ไปพัก “งั้นพี่ขอไปทำงานด้วยนะ เดี๋ยวพี่ขับรถให้เอง” กิตติ์ณัฏฐกรอาสาเพราะเขาชอบบรรยากาศที่มีป่าเขามาก ๆ อยู่แล้ว อีกทั้งช่วงนี้ยังเป็นฤดูฝน พืชพรรณบนภูเขาคงเขียวขจีไปหมด เขาพูดแค่นั้นเธอก็โยนกุญแจรถให้แล้ว อยากขับก็ตามใจ ถ้าเหนื่อยอย่ามาบ่นก็แล้วกัน วันนั้นทั้งวันกิตติ์ณัฏฐกรจึงต้องขับรถให้พอใจอย่างเดียว เพราะเธอต้องคอยไปต้อนรับลูกค้าที่มาพักที่บ้านพอใจโฮมสเตย์ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังจัดแจงเรื่องอาหารและเครื่องดื่มกับคนงานอีกด้วย แต่เขาก็ยินดีที่ได้ขับรถเที่ยวทั้งวัน กิตติ์ณัฏฐกรทำอาชีพอิสระรับงานเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผน ออกแบบ ควบคุม และตรวจสอบการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน สะพาน อาคาร ระบบขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เขาจึงสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ โดยพื้นฐานครอบครัวของเขาท

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 3

    คนที่ทำหน้าที่โปรยทานก็โปรยอย่างต่อเนื่องราวกับสายฝนที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า เหรียญโปรยทานครั้งนี้มีมูลค่ากว่าสองแสนบาท แก่นคูณกับละอองไม่ได้อยากอวดร่ำอวดรวย แต่อยากให้ทุกคนคิดว่านี่คือการทำบุญมากกว่า ได้ช่วยเหลือชาวบ้านในรูปแบบของเหรียญโปรยทานพวกเขาก็มีความสุขแล้ว นาคภาคภูมินั่งขัดสมาธิพนมมืออยู่บนรถกระบะด้วยท่วงท่าน่าเคารพนับถือ ชาวบ้านต่างกล่าวชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน “ลูกคนรวยก็อย่างนี้ละนะ ทำอะไรก็ดูดีไปหมด” เลื่อม ชาวบ้านบ้านผักหนามพูดขึ้น “นั่นน่ะสิ ตอนลูกชายฉันบวชฉันก็อยากจัดงานใหญ่โตแบบนี้บ้าง” จำเนียรว่าเสริมอดปลื้มใจแทนพ่อกับแม่ของนาคภาคภูมิไม่ได้ พรรณวรจที่เดินอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเข้าจึงถือโอกาสนี้สอบถามเสียเลย “เจ้าภาพเขารวยมากเหรอคะป้า” งานวันนี้มีคนมาร่วมทำบุญกันอย่างล้นหลาม พรรณวรจกับสามีจึงทำได้เพียงเข้าไปทักทายกับเจ้าภาพในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ต้องปลีกตัวออกมาแล้ว “รวยมากค่ะ เป็นทั้งเจ้าของร้านนาดูนซาลาเปา มีตึกพาณิชย์ให้คนเช่าตั้งหลายสิบห้อง เห็นว่าตอนนี้ให้นาคภูมิดูแลทั้งหมดเลยนะคะ” เลื่อมกล่าวอย่างออกรส

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 2

    “ลูกตั้งใจจะทำกี่เหรียญ” “พันเหรียญค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้ครบตามที่ได้ตั้งใจไว้เถอะ เพราะพ่อกับแม่จะไปงานบวชกับลูกด้วย” ปัณณพรเงยหน้ามองแม่ด้วยแววตาสงสัย “แม่พูดจริงเหรอคะ” “จริงสิ ความจริงที่พ่อพูดอย่างนั้นไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ลูกไป แต่เพราะพ่อเขากลัวว่าปัณจะถูกผู้ชายคนนั้นหลอกต่างหากล่ะ” พรรณวรจกล่าวต่อ “คบกับพี่เขามานานแล้วเหรอ” “แม่” ปัณณพรไม่คิดว่าแม่จะจับได้ว่าตนแอบมีแฟน “ไม่ต้องอายแม่หรอก บอกแม่มาตามตรงก็พอ” “แต่พ่อเคยบอกว่า…” “พ่อเขาก็รู้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โกรธขนาดนี้” พูดพลางเช็ดน้ำตาให้ลูก “คบมาประมาณหนึ่งปีแล้วค่ะ” “เจอกันได้ยังไง” “หนูไปกินขนมจีบที่ร้านนาดูนซาลาเปาค่ะ เขาไปขายของช่วยพ่อกับแม่ก็เลยเจอกัน” จากนั้นพรรณวรจก็หลอกถามลูกสาวอีกหลายอย่าง จนรู้ว่าลูกสาวกับภาคภูมิไม่ได้ทำอะไรเสียหาย “แล้วเขารู้ไหมว่าลูกเป็นใคร” “รู้ค่ะ” “พ่อแม่เขาล่ะ” “เรื่องนี้หนูไม่เคยถามเขาค่ะ แต่หนูคิ

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนพิเศษ 1

    หลังจากเรียนจบปริญญาโทภาคภูมิก็กลับมาขายขนมจีบช่วยพ่อกับแม่ เขาคิดเล่น ๆ ว่าจะทำเพียงสามสี่เดือนเท่านั้นแต่ไป ๆ มา ๆ นี่ก็ขายมาได้หนึ่งปีเต็มแล้ว และอีกไม่ถึงสิบวันเขาก็จะบวชพระเพื่อทดแทนบุญคุณของพ่อกับแม่ตามความเชื่อของบรรพบุรุษที่เคยสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พ่อกับแม่ปลีกตัวไปเตรียมงานบวชลูกชาย เขาจึงได้มาเฝ้าร้านขายขนมจีบเพียงคนเดียว กับพนักงานอีกสิบห้าคน ถึงลูกค้าจะมากแค่ไหน แต่พ่อก็บแม่ก็ไม่ยอมเปิดสาขาเพิ่ม เพียงแต่พ่อกับแม่สร้างตึกใหม่เป็นสองห้องเพื่อขายขนมจีบและซาลาเปาเท่านั้น อีกทั้งชั้นสองชั้นสามของตึกพาณิชย์ยังสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย พนักงานบางคนที่บ้านอยู่ไกล พ่อกับแม่ก็ให้พักที่นี่ ตัวเขาเองถ้าวันไหนขี้เกียจเดินทางก็พักอยู่ที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน ทางด้านของปัณณพรก็อยากไปงานบวชของภาคภูมิเช่นกัน ถึงในใจจะกลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่ให้ไป แต่เธอก็รวบรวมความกล้าพูดออกไปขณะที่ทุกคนกำลังรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน “พ่อคะ แม่คะ หนูขออนุญาตไปงานบวชรุ่นพี่ได้ไหมคะ” “รุ่นพี่ที่ไหน” ปฐวีเอ่ยถามลูกสาว เพราะตั้งแต่ลูกเข้าเรีย

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนที่ 78 เปิดกิจการ (จบ)

    หลายวันต่อมาเมื่อรจนาทราบข่าวการกลับมาของละออง เธอก็นั่งร้องไห้โฮจนตาบวมไม่ยอมขายของให้แม่ทั้งวัน ลำพังแก่นคูณปฏิเสธการแต่งงานกับเธอเพราะเขาไม่รัก เธอก็เสียใจมากพอแล้ว แต่นี่เขายังกลับไปจดทะเบียนสมรสใหม่กับเมียเก่าอีก “ฮือ ๆ ๆ” รจนาร้องไห้เสียงดังนั่งกินเหล้าอยู่บนแคร่ข้างโอ่งน้ำดื่มบ้านตัวเองเพียงลำพัง โยที่กำลังเก็บเกวียนอยู่ได้ยินเสียงคนร้องไห้อยู่ข้างรั้วจึงเดินมาดู เขาหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นรจนานั่งร้องไห้ทำปากบาน เขาจึงก้าวขาก้มศีรษะลอดรั้วไม้ไผ่มาหารจนา “ใครตายถึงได้ร้องไห้เสียงดังหนวกหูขนาดนี้” ความจริงโยทราบอยู่แล้วว่ารจนาร้องไห้ด้วยเหตุใด เพราะเขาเองก็รู้เรื่องที่รจนาโดนแก่นคูณปฏิเสธการแต่งงานเช่นกัน “ไม่ต้องมาซ้ำเติม” รจนาตวาดออก “ซ้ำเติมอะไร นี่ฉันแค่ถามว่าใครตายเท่านั้น” พูดแล้วก็หัวเราะตามหลัง “ฉันนี่แหละกำลังจะตาย พี่ไม่รู้หรือไงว่าพี่คูณจดทะเบียนสมรสใหม่กับยัยพี่อองนั่นแล้ว ฮือ ๆ” คิดมาแล้วมันช้ำใจนัก โยหัวเราะขึ้นเสียงดังกว่าเก่า ตอบออกมาเสียงเรียบว่า “รู้แล้ว” “รู้แล้วยัง

  • ทะลุมิติไปเป็นฮูหยินแม่ทัพอัปลักษณ์   ตอนที่ 77 คืนรัง

    สายมากแล้วแต่แก่นคูณก็ยังไม่กลับมา น้อยนั่งรอด้วยความร้อนใจ เพราะลูกชายบอกว่าจะไปแล้วกลับภายในวันเดียว แต่ตอนนี้ก็เก้าโมงเช้าของวันใหม่แล้ว แต่ก็ยังไร้แววลูกชาย ภาคภูมิกับพอใจร้องไห้แล้วร้องไห้อีก เพราะกลัวว่าพ่อจะหนีไปอีกคน “พ่อกับแม่กลับมาแล้วค่ะพี่ภูมิ” เสียงเล็กแหลมบอกพี่ชายเสียงดัง “ไหน” “นั่นไงคะ” นิ้วป้อมน้อย ๆ ชี้ไปยังเนินเขาตรงทางขึ้นบ้าน จากนั้นทั้งสองก็วิ่งเร็วจนผมหน้าผากตั้งตรงไปยังพ่อกับแม่ “พ่อครับ” “แม่อองกลับมาแล้ว” พูดได้เท่านั้นพอใจก็เบะปากร้องไห้ พลางวิ่งไปหาแม่ ทั้งสองย่อตัวลง ละอองอุ้มพอใจ แก่นคูณอุ้มภาคภูมิเดินเข้าไปหาน้อยที่นั่งยิ้มอยู่ที่แคร่ข้างบ้าน ดีใจที่ลูกชายสามารถเอาลูกสะใภ้กลับมาฝากได้ เมื่อมีทั้งพ่อทั้งแม่ปลอบลูกทั้งสองก็หยุดร้องไห้แล้ว น้อยลุกขึ้นเดินไปรับของในมือลูกชาย ละอองเห็นแม่สามีเดินไม่ปกติจึงถามขึ้น “แม่ปวดขาอีกแล้วเหรอคะ” “อืม ปวดไม่มากหรอก แต่ก็ทำให้รำคาญก็เลยให้คูณซื้อยาที่อองเคยซื้อให้มาให้กิน” “แต่ฉันว่าแม่ควร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status