Share

ตอนที่ 2

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-13 07:54:15

คล้ายหลับไปนานมาก...

ฉินหร่วนเหอขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน ขมับเต้นตุบอาการมือสั่นและความเจ็บที่ถาโถมเข้ามา ลืมตาขึ้นแล้วพลันต้องหลับตาอีกครั้งเพราะแสงที่สาดเข้ามาจนตาพร่า บนเตียงนอนที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่างทรงโค้ง ม่านสีขาวพลิ้วไหวขึ้นตามแรงลม ทิวทัศน์ด้านนอกงดงามและดูแปลกตา ทะเลสาบที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีขาว ศาลาหกเหลี่ยมริมทะเลสาบ กับต้นหลิวที่รายรอบลู่ไปตามสายลม “ที่นี่ที่ไหน” นั่นคือคำถามแรกและเสียงที่ไม่คุ้นหูที่ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากตัวเอง

เมื่อก้มลงมองมือของตัวเอง นิ้วเรียวยาวงดงาม ฝ่ามือนุ่มละมุนที่คล้ายกับไม่เคยผ่านการหยิบจับสิ่งใด กับท่อนแขนที่เล็กเรียวผอมบาง เมื่อก้มลงมองชุดสีขาวที่ตัวเองสวมใส่ ชุดตัวในแพรไหมเนื้อลื่นแต่อบอุ่น ลายปักที่ประณีตกับรูปร่างผอมเพรียว???

“คุณหนูท่านตื่นแล้วหรือยังเจ้าคะ”

ด้านนอกมีเสียงของใครบางคนดังขึ้น ฉินหร่วนเหอขมวดคิ้วและมองไปยังคันฉ่องที่อยู่ห่างออกไป ในใจหวนนึกถึงความฝันประหลาดที่เกิดขึ้น ในที่โล่งอันมืดมิด บทสนทนาที่ทำให้ต้องทอดถอนใจ ยังไม่ทันที่คนด้านนอกจะได้พูดอะไรอีก เงาร่างในชุดตัวในสีขาวก็ก้าวลงจากเตียงปราดไปยังหน้าคันฉ่อง ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กสาว ดวงตาหงส์ส่องประกาย พวงแก้มระเรื่อกับริมฝีปากที่รับกับใบหน้างดงามแม้อายุยังไม่มากนัก...

“นี่มัน...”

ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับสาวใช้ที่ดูแล้วก็ยังอ่อนวัยไม่ต่างจากผู้เป็นนายนัก “คุณหนู”

ฉินหร่วนเหอลูบไปยังผ้าที่พันอยู่แถมขมับ “ข้า...”

“ท่านรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ เจ็บที่ใด ให้ข้าน้อยไปตามหมอหรือไม่เจ้าคะ”

“เจ้าคือ...”

สีหน้าของสาวใช้ตัวน้อยแทบจะร่ำไห้อยู่แล้ว “ท่าน... ข้าน้อยจะไปตามท่านอาจารย์สวี!!” แล้วทุกอย่างก็วุ่นวายอยู่นานมาก นางทำตัวเป็นคนเจ็บที่ศีรษะกระแทกจนจดจำอะไรไม่ได้ ท่านหมอตรวจอาการด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในห้องมีคนไม่น้อยแต่สีหน้าล้วนเป็นกังวล ไม่นานเมื่อท่านหมอสรุปอาการความจำเสื่อมจากการถูกกระทบกระเทือน ในห้องก็เหลือเพียงตัวนาง ชายชราที่ถูกเรียกขานว่าท่านอาจารย์สวี และสาวใช้ตัวน้อยที่ขอบตาแดงเรื่อ

นาง...คือฉินหร่วนเหอ ใช่แล้วชื่อแซ่เดียวกัน!!!

‘ฉินหร่วนเหอ’ คุณหนูตระกูลฉินที่เพิ่งสูญเสียมารดาเมื่อเดือนก่อน ถูก ‘สวีเซิ่ง’ ปราชญ์อาวุโสสำนักปราชญ์ผู้ซึ่งเป็นตารับตัวมาจากจวนตระกูลฉิน ทั้งนี้ก็เพื่อให้คลายความทุกข์หลังการสูญเสีย ทว่าระหว่างการเดินทางนางกลับพลัดตกลงจากรถม้า ศีรษะกระแทกอย่างแรงกระทั่งเป็นสาเหตุให้นางจดจำเรื่องราวในอดีตและตัวเองไม่ได้

ผู้ใดจะคิด จะมอง จะเชื่ออย่างไรก็ช่าง สุดท้ายแล้วมีเพียงนางที่ตระหนักดีว่านี่ไม่ใช่การสูญเสียความทรงจำ นางจะไม่มีวันหายดี ไม่มีวันกลับมาจำทุกอย่างได้ นั่นเพราะนางไม่ใช่ฉินหร่วนเหอตัวจริง!

“ฉินหร่วนเหอ...” เสียงถอนหายใจดังขึ้นขณะที่เจ้าของร่างในชุดสีขาวพลิ้วไหวนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างห้อง “ก็ยังดีที่เจ้าไม่ส่งข้ามาที่นี่ในช่วงที่เจ้ากลายเป็นฮูหยินของผู้อื่น ทั้งยังเพิ่งคลอดบุตร” เพียงแค่คิดว่าต้องกลับมารับมือกับเรื่องที่ทำให้อีกฝ่ายเคียดแค้นและไม่อาจปล่อยวาง ฉินหร่วนเหอก็รู้สึกยุ่งยากใจแล้ว “เช่นนั้นข้าก็ได้แต่เปลี่ยนโชคชะตานี้ของเจ้าแล้ว ข้ารับปากจะทำให้ดีที่สุด เจ้าก็...จากไปอย่างสงบเถิด”

แม้ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทว่าเมื่อมาแล้วก็ได้แต่ทำใจให้ยอมรับ ตีโพยตีพาย โวยวายไม่ยอมรับก็ไม่ใช่นิสัยของฉินหร่วนเหอ การกลับมามีชีวิตก็เท่ากับโอกาสที่สองที่ยากจะเกิดขึ้น เช่นนี้แล้วก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี ดีเสียอีกที่กลับมาอยู่ในร่างของฉินหร่วนเหอคนนี้ในขณะที่ชะตาชีวิตยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้

เจ้าของร่างเล่าให้ฟังว่าหลังจากนี้นางจะถูกรับเข้าสำนักปราชญ์ จะได้เรียนรู้และได้รับการชื่นชมจากหัวหน้าสำนักปราชญ์ว่าเป็นยอดสตรีในหมู่สตรีนับหมื่นในเมืองหลวง หมากล้อม แต่งกลอน คัดอักษรทุกอย่างล้วนเป็นเลิศ กระทั่งหลังจากอายุได้สิบห้าบิดาของฉินหร่วนเหอจึงคิดจะรับกลับจวน และเพราะไม่ยอมกลับเนื่องจากหมายแต่งให้ศิษย์พี่ ดังนั้นชะตานี้จึงถูกลิขิตให้เป็นหมากของบุรุษที่มีใจทะเยอทะยาน

มองไปรอบๆ ห้องที่ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งของที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี เครื่องเรือน แพรพรรณ เครื่องกระเบื้อง ห้องนอนที่กว้างขวาง ทิวทัศน์ที่ก็นับว่าดีที่สุด เรือนพักใหญ่โต ฉินหร่วนเหอก้มหน้าอมยิ้ม ...มีชีวิตที่ดีถึงเพียงนี้เห็นชัดว่าฉินหร่วนเหอมีต้นทุนชีวิตที่เพียบพร้อม ทว่าเพราะการตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียว กลับทำให้ชีวิตพลิกผันจนสิ้นใจด้วยน้ำมือของคนที่ตัวเองรักและไว้ใจที่สุด

นางไม่โทษอีกฝ่ายที่ถูกหลอก ถูกใช้เป็นหมากเพราะความทะเยอทะยาน ความอ่อนเยาว์ ความไร้เดียงสา ความรู้ไม่เท่าทันเล่ห์กล สตรีที่ถูกประคบประหงม ไหนเลยจะมองทะลุถึงสิ่งเหล่านั้น นางไม่ตั้งคำถามว่าทำไมอีกฝ่ายไม่ย้อนกลับมาเองแต่ส่งนางกลับมา “ในเมื่อเป็นข้า เช่นนั้นก็มาดูกันว่าข้าสามารถทำอะไรเพื่อเจ้าได้บ้าง”

“คุณหนูเจ้าคะ” นั่นเป็นเสียงของเสี่ยวชวนสาวใช้ของนาง

“มีอะไร”

“ศิษย์น้องเล็ก ข้ามีนามว่าเซี่ยเฉิน เป็นศิษย์พี่ของเจ้า อาจารย์อนุญาตให้ข้ามาเยี่ยมเจ้า”

ฉินหร่วนเหอถึงกับสะดุ้งหลังได้ยินคำว่า...ศิษย์พี่ อันที่จริงตอนสนทนานางนึกว่าเป็นการปรับทุกข์ ดังนั้นศิษย์พี่สารเลวผู้นั้นชื่อแซ่ใดนางเองก็ไม่รู้!! นางเดินไปเปิดประตู...แสงแดดด้านหลังสาดส่องเข้ามาผ่านแผ่นหลังของเซี่ยเฉิน นางตาพร่าไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ลอบสูดลมหายใจเข้าเมื่อมองเห็นใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าชัดเจน

เซี่ยเฉิน...บุรุษตรงหน้านับเป็นคนหล่อเหลาและน่ามอง รูปร่างสูงโปร่ง แผ่นหลังตรงมือของหนึ่งวางแนบที่ช่วงเอวส่วนหน้า ชุดของสำนักปราชญ์สีขาวอมฟ้าบนตัวเขาเข้ากับโครงหน้าและเส้นผมที่รวบสูง นางจ้องมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งจึงยอบกายให้ “ศิษย์พี่”

เขายิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้านำของขวัญพบหน้ามาด้วย” มือที่ซ่อนอยู่ด้านหลังยื่นออกมาพร้อมตำราอักษร “ได้ยินอาจารย์กล่าวว่าเจ้าเขียนอักษรได้คล่องแคล่วแล้ว นี่เป็นบทกวีที่ข้าเห็นว่าน่าสนใจจึงคัดลอกมาให้เจ้าโดยเฉพาะ เจ้ารับเอาไว้สิ”

นางยื่นมือออกไปรับจากนั้นก็ไม่ได้กล่าวอะไร อีกฝ่ายกล่าวต่อ “เราสองคนไม่นับเป็นคนอื่นไกล ต่อไปหากมีอะไรเจ้าก็มาหาข้าได้ทุกเมื่อ นี่เป็นป้ายหยกของสำนักปราชญ์ มีป้ายหยกนี้เจ้าสามารถเข้าสำนักปราชญ์ได้ทุกที่ เว้นเพียงเรือนพักของเหล่าอาจารย์”

“ขอบคุณศิษย์พี่เซี่ยเจ้าค่ะ”

“เรียกข้าว่าศิษย์พี่เฉินก็ได้”

นางเพียงยิ้มไม่ตอบคำจากนั้นเขาก็ขอตัวออกไป เสี่ยวชวนอมยิ้ม “คุณหนู คุณชายเซี่ยดูเป็นคนใจดียิ่ง”

นางมองเสี่ยวชวน “เจ้าเคยพบเขากี่ครั้ง”

“หลายครั้งเจ้าค่ะ เขามักมาที่นี่พร้อมท่านอาจารย์สวีเพียงแต่ไม่ได้เข้ามาในห้อง เขาดูเป็นกังวลมากเจ้าค่ะตอนที่ท่านได้รับบาดเจ็บและถูกส่งมาที่นี่ ทุกอย่างในเรือนนี้ล้วนเป็นเขาที่ดูแล ท่านอาจารย์สวีไว้ใจเขามากเจ้าค่ะ ได้ยินมาว่าท่านอาจารย์สวีรับเขาเอาไว้ข้างกายมาหลายปี นอกจากสั่งสอนในชั้นเรียนของสำนักปราชญ์แล้ว นอกชั้นเรียนท่านอาจารย์สวีเองก็ชี้แนะเขาเป็นการส่วนตัว ฟังว่าทุกคนล้วนรู้กันทั้งนั้นว่าเขาเป็นศิษย์เพียงคนเดียวที่ท่านอาจารย์สวีสอนสั่งด้วยตัวเองมาตั้งแต่ต้น”

“เช่นนั้นก็เป็นเขาสินะ” ฉินหร่วนเหอพึมพำพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ทะเลาะกันไปเถิด ข้าชมดูอยู่ห่างๆ ก็พอ!   ตอนที่ 61

    จิ้งหวนหยางส่ายหน้าหลังขึ้นรถม้าเมื่อเห็นสวีเจิ้งซีกำลังจะเอ่ยคำ เขารอจนกระทั่งรถม้าแล่นออกมาสักระยะจากนั้นจึงลอบเลิกม่านรถม้ามองไปรอบๆ “เจ้ารู้เรื่องนี้มาก่อนหรือไม่”สวีเจิ้งซีส่ายหน้า “ข้ารู้พร้อมเจ้า ข้ายังนึกสงสัยว่าวันนั้นเหตุใดญาติผู้น้องจึงกล้าปลอมตัวเป็นบุรุษไปหอสุ่ยหลิง แถมตอนเกิดเรื่องยังได้ท่านอ๋องช่วยเอาไว้ทันเวลา คราแรกคิดว่าบังเอิญตอนนี้เห็นชัดว่าไม่มีทางมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้ยิ่งกับเยียนอ๋อง”“เจ้าคิดอย่างไร” จิ้งหวนหยางถามเสียงเครียด“ยังต้องคิดอีกหรือ คนที่ท่านอ๋องรินชาให้ด้วยตัวเองมีกี่คนกัน” สวีเจิ้งซีถอนหายใจออกมา“ไม่ใช่แค่รินชา”“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”“เจ้าตีความหมายไม่ออกหรือไม่ทันฟัง คุณหนูฉินกล่าวว่าชานั่นไม่หอมเท่าชาที่ท่านอ๋องเป็นคนชงเอง นางเคยดื่มชาที่เยียนอ๋องเป็นคนชงเองกับมือเลยนะ พวกเขาจะสนิทสนมกันมากเพียงใดก็หายากที่ท่านอ๋องจะทรงชงชาให้สตรีนางหนึ่ง ที่สำคัญไปกว่านั้นเจ้าไม่สังเกตหรือว่าท่านอ๋องทรงพระทัยเย็นกับนางเป็นพิเศษ นางพุ่งพรวดพราดเข้าไปตอนนั้นหัวใจของข้าหล่นวูบแล้ว คิดว่าอย่างไรองครักษ์เยวี่ยจะต้องลงมือแน่ๆ ทว่าเขากลับยืนนิ่งไม่ขยับสักนิด”“เร

  • ทะเลาะกันไปเถิด ข้าชมดูอยู่ห่างๆ ก็พอ!   ตอนที่ 60

    ทุกคนตกตะลึงกับการกระทำผลีผลามของนาง ตอนที่สวีเจิ้งซีกำลังจะก้าวเข้าไปขอความเมตตา เซียวเหยียนเฟิงกลับกล่าวเสียงเรียบ “ผิด? ผิดที่ใด”“เอ่อ...ทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ยั้งคิด วันนี้ไม่ควรมาที่นี่ ไม่ควรแอบไปนั่งฟังคนพวกนั้น ไม่ควรปล่อยให้อาอวี้ทำอะไรบุ่มบ่าม หม่อมฉันรู้ความผิดแล้วเพคะ” นางกุมแขนเสื้อของเขาจนเกิดรอยยับถึงอย่างนั้นเซียวเหยียนเฟิงกลับไม่สะบัดออก ไม่โกรธ ที่สำคัญคือคนสนิทของชายหนุ่มกลับยังคงยืนเฉย ไม่ขยับอันที่จริงตอนที่นางพุ่งตัวไปคว้าแขนเสื้อของเยียนอ๋อง สิ่งที่สวีเจิ้งซีกลัวก็คือคนสนิทของเยียนอ๋องจะลงมือ ทว่า...จนถึงตอนนี้ทั้งคนของเยียนอ๋อง ทั้งคนของฉินหร่วนเหอ ทั้งหมดนั้นล้วนยืนมองนิ่งๆ ไม่แสดงสีหน้า?!ตอนนี้แม้แต่หยวนอวี้เองก็ยังเบิกตามองท่าทางของฉินหร่วนเหอด้วยความตกตะลึง หญิงสาวกระแอม “เอ่อ...ท่านอ๋องไม่ได้ทรงรีบเสด็จกลับกระมังเพคะ”เซียวเหยียนเฟิงหรี่ตามองนาง “ตอนนี้ไม่ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้จักแล้ว?”“ไม่ใช่หม่อมฉันที่อยากแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเสียหน่อย เป็นท่านอ๋องไม่ใช่หรือเพคะ”“อ้อ” ชายหนุ่มหมุนตัวหมายจะเดินไปยังประตู แขนเสื้อของเขาถูกดึงเอาไว้...“เป็นหม่อมฉินเองที่แสร้

  • ทะเลาะกันไปเถิด ข้าชมดูอยู่ห่างๆ ก็พอ!   ตอนที่ 59

    ฉินหร่วนเหอได้ฟังก็ยังรู้สึกสะอิดสะเอียน นางยังไม่ทันได้ชวนหยวนอวี้กลับ เนื่องจากตอนนี้รู้ชัดแล้วว่าอันจิ่วหลางเป็นคนอย่างไร ทว่าตอนที่อันจิ่วหลางส่งเสียงขอตัวออกไปสุขาหยวนอวี้กลับลุกพรวด!!! มองท่าทีที่ไม่น่าจะมีเรื่องดีตามมาหญิงสาวรีบลุกแล้วเดินตามไปห้าม นึกไม่ถึงว่าหยวนอวี้จะเดินเร็วถึงเพียงนี้ นางมองเห็นแผ่นหลังของสหายเดินลับมุมทางเดินไกลๆ ฉินหร่วนเหอได้แต่ร้องว่าแย่แล้วในใจ กระทั่งตอนไปถึงก็ได้ยินเสียงร้องโอดโอยของอันจิ่วหลาง...หยวนอวี้ไม่รู้ไปเอาผ้าม่านมาจากที่ใด คลุมตัวอันจิ่วหลางเอาไว้จากนั้นก็ทุกตีทั้งกระทืบอย่างโกรธแค้น!!!ด้านหลังมีเสียงอุทาน...นางสะดุ้งหันกลับไปมองจากนั้นลากหยวนอวี้ออกมา ไม่พอนางยังหันไปมองโม่จิ่งหยวนและถงหลี่ฮวา ส่งสัญญาณให้ลากคนที่ส่งเสียงอุทานสองคนมาด้วย “ยังไม่รีบลากพวกเขามาอีก” นางกระซิบบอกหยวนอวี้ “เจ้าอย่าส่งเสียงเชียวนะ!”ตอนนี้สถานที่หลบภัยที่เหมาะที่สุดก็คือห้องจู๋จื่อ ฉินหร่วนเหอบุ้ยใบ้ให้คนทั้งหมดเข้าไป มุมทางเดินมีเสียงตะโกนของอันจิ่วหลาง “พวกเจ้าหยุดนะ!! โอ้ย! ให้ข้าจับเจ้าได้ก่อนเถิด!”ด้านนอกห้องวุ่นวายมาก เสียงของอันจิ่วหลางทำให้สหายที่มาด

  • ทะเลาะกันไปเถิด ข้าชมดูอยู่ห่างๆ ก็พอ!   ตอนที่ 58

    ฉินหร่วนเหอขมวดคิ้วมองจดหมายลับที่เซียวเหยียนเฟิงส่งมา นางเงยหน้าขึ้นมองโม่จิ่งหยวน “คนส่งจดหมายเล่า”“ไปแล้วขอรับ”นางเม้มปากหงุดหงิดเล็กน้อย “ข้าจะไปเข้าใจได้อย่างไรว่าจดหมายนี่หมายสิ่งเรื่องใด” ในจดหมายเขียนมาเพียงสั้นๆ ---อันจิ่วหลางเป็นคนของฮองเฮา--- “ท่านอ๋องจะมาบอกข้าในเรื่องที่ข้ารู้อยู่แล้วไปทำไม”ด้านนอกมีเสียงของสาวใช้ “คุณหนูเจ้าคะท่านพ่อบ้านให้มาแจ้งคุณหนูว่าคุณหนูหยวนมารขอพบท่านเจ้าค่ะ”“หยวนอวี้?” หญิงสาวมองจดหมายในมือแล้วรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างไรชอบกล “รู้แล้วข้าจะรีบออกไป” นางโยนจดหมายลงไปในอ่างไฟจากนั้นเดินออกมาจากเรือน ตอนพบหยวนอวี้ก็ได้พบกับน้องสาวและน้องชายที่กำลังจะออกไปข้างนอก ทั้งสองคนคารวะหยวนอวี้ด้วยท่าทางนอบน้อม คงรู้แล้วว่าคนตระกูลหยวนไม่อาจล่วงเกิน ฉินหร่วนเหอลากหยวนอวี้กลับไปที่สวนในเรือนของตน “มาหาข้ามีเรื่องสำคัญหรือ”“อืม สำคัญมาก เมื่อวานมีแม่สื่อมาที่จวน บุตรชายของท่านปราชญ์อันส่งคนมาทาบทามสู่ขอข้า”ตอนนี้นางรู้แล้วว่าจดหมายของเยียนอ๋องหมายความว่าอย่างไร ฮองเฮาถึงกับคิดจะดึงตระกูลหยวนเข้าพวก? “แล้วเจ้าคิดเห็นอย่างไร”“ไม่รู้สิข้าไม่เคยพบเขา แต่ข้าว

  • ทะเลาะกันไปเถิด ข้าชมดูอยู่ห่างๆ ก็พอ!   ตอนที่ 57

    ฉินหร่วนเหอถอนหายใจออกมาให้ทุกคนได้ยิน“ล้วนเป็นสตรีเช่นกันทั้งนั้นสมควรเข้าอกเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกัน เดิมทีชื่อเสียงก็เป็นเรื่องที่สตรีพึงรักษา พลาดพลั้งแม้เพียงน้อยนั่นหมายถึงชีวิตทั้งชีวิต ตัวข้าเดิมทีก็ไม่ได้รั้งอยู่ในเมืองหลวง ทว่าทั้งหมดนั้นไม่ได้หมายความว่าข้าต้องทำตัวโง่งมยอมให้ผู้อื่นมาดีดลูกคิดบนศีรษะตัวเอง ยิ่งไม่ยอมให้ผู้ใดใช้ความสัมพันธ์กับท่านตาของข้าเป็นข้ออ้างให้ไต่เต้าขึ้นไปสู่อำนาจและชื่อเสียง ข้าไม่มีอำนาจจะไปกักขังผู้ใด ยิ่งไม่กล้าโอ้อวดว่ามีความสามารถถึงขั้นตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ อย่างเช่นการเลือกคนให้เดินทางมาเมืองหลวงด้วยกัน ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะผลจากการกระทำและการคิดคำนวณของคนที่มีอำนาจตัดสินใจ ดังนั้นหากกังขาก็ควรไปหาคนผู้นั้น มิใช่คิดจะโยนความผิดให้ข้าอย่างไรก็ได้ หากวันนี้ข่าวลือแพร่ออกไปจนทำลายชื่อเสียงของข้า แน่นอนว่าข้าย่อมต้องกราบทูลเพื่อขอความเมตตาจากฝ่าบาท ด้วยราชโองการฉบับนั้นทำให้ผู้คนเข้าใจผิดว่าเป็นข้าเองที่ทำให้ศิษย์พี่ถูกกักขังเอาไว้ในสำนักปราชญ์”กล้ากังขาในราชโองการฝ่าบาท นั่นโทษไม่ใช่น้อยๆ เลย!!! อวี๋หรงหลันคลานเข้ามาหานาง “ศิษย์พี่ฉินข้าผิดไปแล

  • ทะเลาะกันไปเถิด ข้าชมดูอยู่ห่างๆ ก็พอ!   ตอนที่ 56

    บรรยากาศในงานเลี้ยงอึดอัดเงียบงัน อวี๋หรงหลันคุกเข่าอยู่ที่กลางโถงงานเลี้ยง กล่าวคำสะอื้นคำท่าทางไม่ได้รับความเป็นธรรมน่าสงสาร“ตอนนั้นหม่อมฉันดีใจที่พี่เซี่ยยังมีชีวิตอยู่ ทั้งที่หม่อมฉันสิ้นหวังไปแล้วแท้ๆ ตอนที่เขาให้คนมารับไปยังสำนักปราชญ์จึงไม่แม้แต่จะลังเล รีบออกเดินทางไปหาเขาทันที ทว่าผู้ใดจะรู้ว่าการไปถึงของหม่อมฉันกลับทำให้ความสัมพันธ์ของศิษย์พี่ฉินกับพี่เซี่ยเปลี่ยนไป หม่อมฉันไม่ได้อยากเป็นต้นเหตุจึงบอกพี่เซี่ยว่าจะจากไปเงียบๆ หากแต่สัญญาหมั้นหมายเป็นบิดามารดาสองตระกูลให้คำมั่น พี่เซี่ยตัดสินใจรักษาคำมั่นของบิดามารดา ทว่ากลับต้องแลกมาซึ่งความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้น หม่อมฉันเดินทางมาเมืองหลวงครั้งนี้ หวังเพียงว่าศิษย์พี่ฉินจะคลายความโกรธ หวังเพียงว่าท่านปราชญ์จะให้อภัยพี่เซี่ย”เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบด้านทุกคนมองไปยังฉินหร่วนเหอด้วยสายตาตำหนิ ทว่านางกลับรินชาและยกขึ้นจิบด้วยท่าทางนิ่งเฉย หยวนฮูหยินหันไปมองนางทว่านางเพียงยิ้มจากนั้นส่ายหน้าให้อีกฝ่าย ข้างๆ กันนั้นหยวนอวี้มีสีหน้าโกรธขึ้ง หากมิใช่เพราะฉินหร่วนเหอรั้งเอาไว้ดูแล้วอีกฝ่ายคงลุกคนมาด่าทอคนแล้วกระมัง“ที่แท้ก็มีเรื่องเช่นน

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status