เข้าสู่ระบบเดจิหลับนานเท่าใดไม่รู้ตื่นมาอีกทีก็สายแล้ว เธอเปิดม่านชมวิวด้านหลังแสงแดดสว่างจ้าฉาบทาไปทั่วทุกทิศ หญิงสาวรู้สึกดีที่ได้นอนมองภาพเหล่านั้นเคลื่อนห่างออกไปทั้งที่ยังเอกเขนกอยู่บนที่นอน สองหูได้ยินเสียงคนคุยกันและมีเสียงผู้หญิงเพียงสองคน เธอแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่คิดอะไรบางทีอีกคนอาจจะยังไม่พูดและทุกคนเหมือนคนแปลกหน้าคงยังไม่คุ้นเคย
“ทำตัวตามสบายนะครับ เราเองต่างคนก็แปลกหน้าแต่คิดซะว่าเป็นการเจอเพื่อนใหม่และแลกเปลี่ยนกัน ถ้ามีอะไรสงสัยถามผมหรือถามเคก็ได้นะครับ” เดจิฟังโทมัสอธิบาย
“เพื่อนคุณชื่อเคเหรอคะ”
“เขามีชื่ออื่นแต่ผมเรียกยากเลยตั้งชื่อให้เขาใหม่เป็นอักษรแรกของชื่อเขาน่ะ” เดจิแง้มผ้าม่านที่ปิดที่นอนออกมาดูสถานการณ์ก็เห็นโทมัสยืนเอียงขวาหันไปมองคนขับพร้อมกับสองสาวคนหนึ่งผมทองอีกคนผมสีน้ำตาลอ่อนกล่าวทักทายเขา เคทำเพียงยกมือขึ้นโบกเชิงว่าเข้าใจแล้วแต่ไม่ยอมละสายตาออกจากถนนเลย เดจิที่พยายามมองรอจะได้เห็นหน้าใครคนนั้นแต่เขาก็ไม่หันมาสักทีจึงปิดผ้าม่านเข้าแล้วหันตะแคงไปมองทิวทัศน์ต่อ ด้วยเปลือกตาที่หนักอึ้งและไม่ต้องรีบร้อนจึงไม่ฝืนความต้องการปล่อยให้ตัวเองหลับไปอีกครั้ง
“หลับนานจังเลยนะครับ” เสียงคุ้นหูแว่วเบาอยู่ด้านหลังมากับกลิ่นน้ำหอมแต่เธอไม่ได้ลืมตาขึ้นดูเพราะนึกว่าใครคนนั้นคงพูดกับคนอื่น
“เดซี ถ้าคุณไม่ตื่นผมจะขึ้นไปนะ”
“อื้อ”
ร่างบางตอบไปแบบกึ่งหลับกึ่งตื่นเธอได้ยินเสียงนั้นเหมือนว่าเป็นคิเคียวจึงนึกว่าตนกำลังฝันหวานอีกครั้งเหมือนตอนอยู่บนแท็กซี่โดยไม่รู้ว่าผู้ชายด้านหลังจะมุดเข้ามาจริง
“ผมง่วงมากและไม่อยากถูกรบกวนขอนอนข้างๆ หน่อยนะ” หญิงสาวลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกว่าที่นอนยุบกับเข้าใจแล้วว่ามันไม่ใช่ฝันเธอจึงพลิกตัวกลับมาดูขณะที่เจ้าของเสียงนั้นกำลังเอนตัวลงนอนพร้อมดึงผ้าห่มที่เธอห่มอยู่ขึ้นคลุมตัวเอง
หญิงสาวผงะขณะที่ชายหนุ่มชะงักกึกสบสายตากันอยู่แบบนั้นเดจิถึงกับยกมือขึ้นมาขยี้ตามองใหม่อีกครั้ง ขมวดคิ้วเรียวเล็กมองใบหน้าชายหนุ่มที่กำลังนอนลงข้างกายเธอ
“ทำไมมองกันแบบนั้นล่ะ ผมนอนไม่ได้เหรอนี่ที่นอนผมนะ”
“ค คิเคียว”
“ก็ใช่น่ะสิ ผิดหวังเหรอที่ไม่ใช่โทมัส”
“พูดอะไรบ้าๆ น่ะ แล้ว..มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“ก็นี่ที่นอนผม ผมก็อยู่ที่นี่สิ”
“ไม่ใช่ฉันหมายถึงทำไมนายอยู่บนรถนี้ได้ล่ะ” คุยกันแค่ไม่กี่ประโยคเดจิรู้สึกว่าคิเคียวกวนบาทาคำพูดและท่าทางของเขาต่างกันมากกับตอนอยู่ที่ทำงาน
“ก็นี่มันรถผมนี่ครับ ผมก็ต้องอยู่บนนี้สิ”
“ห๊ะ!!”
“นี่คุณกำลังทำให้ผมตาสว่างนะ”
“หา นายจะนอนก็นอนไปสิฉันจะลงไปนั่งโซฟาก็ได้” คิเคียวไม่ตอบเขาหลับตาลงร่างสูงขวางทางหญิงสาวเอาไว้
“เอ๊ะ” เดจิทำเสียงขัดใจเมื่อเขาไม่หลีกทางให้
“คุณง่วงไม่ใช่เหรอ นอนลงสิ” คำพูดชายหนุ่มทำหญิงสาวเลิกคิ้วสูงกำลังจะโต้ตอบ
“คุณจะกอดผมก็ได้นะผมไม่ว่าหรอก ผมรู้ว่าคุณแอบชอบผม”
“วะ ว่าไงนะ” ได้ยินแบบนั้นเดจิยิ่งขมวดคิ้วไปใหญ่สงสัยว่าเขารู้ได้ยังไงและกำลังจะถามคิเคียวก็หรี่ตามองข้างหนึ่งก่อนจะบอกว่าตนล้อเล่นแล้วพลิกตัวตะแคงหันหลังให้เดจิจึงยอมนอนลงพลิกตะแคงหันหลังให้เขาเช่นกัน
“คุณหิวหรือเปล่า นี่ก็สายมากแล้วนะยังไม่กินอะไรไม่ใช่เหรอ”
“อืม แต่ยังไม่หิว”
“ทำไมอยากนั่งเฝ้าผมเหรอ” เดจิขมวดคิ้วลุกพรวดขึ้นหันมองเขาที่ตอนนี้พลิกมานอนตะแคงมองเธอแล้วแต่ทว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันหญิงสาวเองก็สงสัยสีหน้าของเธอที่แสดงออกเขารู้ทันแต่ปากก็ยังคอยพูดจาแกล้งให้เธอโมโหแต่แล้วก็เปลี่ยนท่าทีไปทันทีจนหญิงสาวตามอารมณ์ไม่ทัน
“ไปหาอะไรกินกันเถอะเดี๋ยวผมทำของอร่อยให้กิน”
“ห๊ะ” แล้วคิเคียวก็เปิดผ้าห่มที่คุมตัวอยู่ออกก้าวลงจากเตียงนอน
“แปลกใจอะไรล่ะตามมาสิ” หญิงสาวตามเขาไปอย่างเสียไม่ได้ในขณะที่ทุกคนหันมองเมื่อรถจอดพักจุดชมวิวเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามระหว่างมื้ออาหาร แล้วสาวผมทองก็ถามขึ้น
“ว้าวนั่นแฟนคุณเหรอ” คิเคียวไม่ตอบเอาแต่อมยิ้มในขณะที่เดจิมองทุกคนเหลอหลา
“ไม่เอาน่าอลิเซียอย่าแซวเพื่อนผม จริงสิสาวๆ ทำความรู้จักกันไว้” ว่าแล้วโทมัสก็เริ่มแนะนำทุกคนให้รู้จักกัน
สาวผมทองชื่ออลิเซียหน้าตาสะสวยดูอ่อนหวาน ผู้หญิงผมน้ำตาลชื่อโจแอนนาท่าทางน่าค้นหาสวยคมคนละแบบกับอลิเซีย สองสาวเป็นเพื่อนทั้งยังเป็นรูมเมทกันและสายตาที่ส่งให้กันเท่าที่เดจิสังเกตความสัมพันธ์ของทั้งคู่อาจลึกซึ้งมากกว่านั้น
“แล้วอีกคนล่ะคะ ตอนนั้นในอีเมลสรุปสมาชิกมีกันหกคนไม่ใช่เหรอ” เดจิถามแทรกคราวนี้คิเคียวเป็นคนตอบ
“เธอสละสิทธิ์นาทีสุดท้ายน่ะ เราเพิ่งได้รับอีเมลก่อนออกเดินทาง เธอรับเงื่อนไขพิเศษไม่ได้”
“เอ๋ เงื่อนไขพิเศษ มัน..เงื่อนไขอะไรเหรอทำไมฉันอ่านทุกหน้าแล้วไม่มีล่ะ” คำถามของเดจิทำให้โทมัสมองคิเคียวและกำลังจะเอ่ยปากถามว่าไม่ได้บอกเธอเหรอแต่คิเคียวตัดบทแล้วหันไปทำอาหารเสียก่อนเดจิจึงเก็บเรื่องนี้ไว้ถามโทมัส หลังมื้อเช้าที่เรียบง่ายกับกาแฟหนึ่งถ้วยทุกคนก็ช่วยกันเก็บกวาดเดจิจึงถามขึ้นอีกด้วยความสงสัย
“แล้ว เรื่องจับฉลากที่นอนล่ะ” คิเคียวชำเลืองมองเดจิชั่วครู่ก่อนเดินไปสตาร์ทรถรอในขณะที่สองสาวยังยืนคุยกันอยู่ด้านล่าง
“เราจับแล้ว” โทมัสบอก
“เอ๋”
“คุณได้นอนเตียงนั้นกับอลิเซียและ..” เขาชี้ไปยังเตียงใหญ่ที่อยู่บนโซนสันทนาการก่อนจะหันปลายนิ้วเข้าหาตน แล้วสองสาวก็เดินขึ้นรถมาพอประตูปิดรถก็เคลื่อนตัวออก
“หมายความว่าไงนอนกับคุณ”
“ก็หมายความว่า เตียงนั้นใช้ได้สามคนแล้วแต่จะสลับกันนอนหรือบางทีอาจนอนร่วมกัน ส่วนเตียงนั้นก็มีแค่โจแอนนากับคิเคียว”
“เอ๋”
“นี่เดซีไม่ต้องห่วงหรอกดูเหมือนว่ามีใครบางคนไม่ยอม เขาไม่อยากให้คุณมานอนร่วมเตียงกับผมประจวบเหมาะกับสองสาวไม่อยากแยกกันและอยากอยู่กับผมมากกว่าคุณเลยได้นอนเตียงนั้นกับเค” สองสาวได้ยินก็พยักหน้ายิ้มให้และนั่งลงโซฟายาวฝั่งตรงข้ามพร้อมกัน
“เขาไม่ยอมหมายถึง...”
“ก็เคน่ะสิ เขาดูขัดใจมากเมื่อรู้ว่าคุณต้องนอนบนเตียงนั้น ผมเป็นพวกยอมเพื่อนซะด้วยสิเลยตามใจเขา นั่นเพื่อนรักผม ผมยอมหมดล่ะ”
“อ๋อ แล้วเรื่องเงื่อนไขพิเศษล่ะ”
“เขาไม่ได้บอกคุณเหรอ” เดจิส่ายหน้า
“แย่จริงผมกำชับแล้วนะว่าต้องแจ้งทุกคนจะได้ไม่มีปัญหาภายหลังใครรับได้คือมารับไม่ได้หรือเปลี่ยนใจคือรีบยกเลิกเหมือนเธอคนนั้น”
“แล้วมันเรื่องอะไรกันเหรอ”
“ก็..” โทมัสหยุดหันไปมองสาวๆ สองคนนั้นพยักหน้าเชิงยอมรับสิ่งที่เขาจะพูด
“ก็เรื่องเซ็กซ์ สวิงกิ้งอะไรเทือกนั้น”
“หา” เดจิอุทานลั่นจนคิเคียวเหลือบตามองผ่านกระจก โทมัสพยักหน้าบอกว่าที่พูดไปก็หมายความตามนั้น
“ทำไมเขาไม่บอกฉันก่อนล่ะ ตอนติดต่อก็ดูลับลมคมในไม่เปิดเผยตัวตน ถ้าไม่ตัดสินใจมาก็คงไม่รู้ว่าเป็นเขา”
“แหมเรื่องนั้นถึงคุณไม่ตัดสินใจมาเขาก็จะหว่านล้อมให้คุณมาอยู่ดี” หญิงสาวมองหน้าโทมัสสีหน้าของเธอคงดูโง่มากที่ไม่เข้าใจอะไรเลยชายหนุ่มจึงอธิบายต่อ
“ก็ทริปนี้เขาเสนอแต่ผมบอกให้เลือกสาวๆ เขาก็ไม่สนใจ พอผมอ่านชื่อคุณเขาถึงยอมลุกออกจากเตียงแล้วเป็นคนติดต่อคุณเอง เขาชอบคุณมากนะเดซี่รู้ตัวหรือเปล่า” ประโยคหลังโทมัสกระซิบ
“ชอบมากแต่ไม่เคยแสดงออกที่ทำงานเอาแต่บึ้งตึงใส่ มิหนำซ้ำชวนฉันมาก็มีโอกาสเกิดเซ็กซ์หมู่”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกไม่มีการบังคับใจกัน และดูท่าทางเขาจะไม่ยอม” โทมัสหันไปมองคิเคียวแล้วหันกลับมาพูดกับเดจิต่อ
“ตั้งแต่เล็กจนโตผมไม่เคยเห็นเขาหวงใคร ผู้หญิงทุกคนที่ผ่านเข้ามาเราแทบจะใช้ร่วมกันได้อยู่แล้วแต่ผมก็ไม่เคยล้ำเส้นถ้าผู้หญิงไม่ยอม เขาไม่ยอมผมก็ไม่ทำ คุณเป็นคนแรกที่เขาไม่ยอมถึงเขาพูดน้อยแต่ผมดูออก ดังนั้นผมเคารพการตัดสินใจของเขา วางใจเถอะเดซีเรื่องเงื่อนไขพิเศษจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณสองคนยอม” ร่างเล็กพยักหน้าหันมองสองสาวที่ยิ้มให้เธอ
“ผมไปอยู่เป็นเพื่อนเขาก่อนนะเขาจะได้ไม่ง่วง อ่อสาวๆ ตรงนั้นมีแผ่นหนังเลือกเปิดดีๆ ล่ะ เดี๋ยวไม่ถึงจุดหมายปลายทางง่ายๆ เข้าใจไหม”
“ตกลง” สองสาวตอบพร้อมกัน หลังโทมัสแยกตัวออกไปทั้งคู่ก็ลุกมานั่งคุยกับเดจิแลกเปลี่ยนกันหลายเรื่องทำให้รู้ว่าทั้งสองคนเป็นทั้งเพื่อนสนิทและเป็นคู่รักเลสเบี้ยน แต่เพราะอยากเติมสีสันให้เซ็กซ์จึงตัดสินใจมา
บทสรุปหลังจากสองสาวเข้ากลมทั้งคู่ต่างก็กลับมาปรึกษาคนรักของตนอีกที การเข้าไปรับใช้กองทัพครั้งนี้เพราะผลงานที่เคยสร้างไว้ ข้อเสนอไม่มีอะไรมากทำงานในห้องกระจกคอยกรองข่าวสารผสานงานกับหน่วยต่างๆ ผลตอบแทนดี สวัสดิการดี ที่พักสามารถเลือกในกรมหรือข้างนอกก็ได้สองหนุ่มต่างปล่อยให้คนรักตัดสินใจและจะไม่แทรกแซงใดๆ ทั้งสิ้น เอมิลี่ก็อยากได้งาน ส่วนเดจินั้นคิดว่าการได้รักกับคิเคียวเป็นเรื่องดีแต่ไม่อยากทำงานในที่เดียวกัน เพราะเกรงว่ามันจะสั่นคลอนถึงความสัมพันธ์เธอจึงตัดสินใจรับงานเธอย้ายมาอยู่รถบัสบ้านกับคิเคียวระหว่างรอดูบ้านที่ถูกใจ หลังจากเข้ากรมได้สองเดือนคิเคียวจึงพาเดจิไปพบพ่อแม่และขอเธอแต่งงานต่อหน้าบุพการี พวกเขาไม่คัดค้านสองสามีภรรยาต่างยินดีที่ลูกชายตัดสินใจจะเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที งานแต่งเกิดขึ้นเป็นพิธีเล็กๆ ที่มีแต่เพื่อนและพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย พ่อแม่ของคิเคียวได้มอบเรือนหอให้ทั้งคู่หนึ่งหลังและขอให้รีบมีหลานไวๆ ก่อนพ่อแม่ของเดจิเดินทางกลับพวกเขาบอกทั้งสองว่าว่างเมื่อไหร่อย่าลืมไปเที่ยวญี่ปุ่นสองเดือนหลังแต่งงานคิเคียวพาเดจิไปเยี่ยมโทมัสถึงได้รู้ว่าตอนนี้เขาคบกับอลิเซียและโจแอนนาแต่ก
หกปีก่อนณ ร้านฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่งในเอดมันตัน“นี่พวก วันนี้นายว่าจะมีสาวสวยมากินอาหารร้านนี้บ้างไหม” โทมัสถามคิเคียวที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาช่วยกันเก็บกวาดโต๊ะหลังลูกค้าเพิ่งเช็กบิลไปหมาดๆ“ไม่รู้สิ ทำไมล่ะ”“ก็วันนี้ฉันเจอแต่คนแก่ๆ นี่นาเบื่อชะมัด”“เอาน่าเพื่อนอีกประเดี๋ยวพวกเราก็ได้เลิกงานรอรับทิปกับเงินค่าจ้างก็ได้ไปเตร็ดเตร่ดูสาวๆ แล้วล่ะ”“แล้วนายจะไปที่ไหนเหรอเค”“ยังไม่รู้เลยอาจเข้ามหาลัยไปอ่านหนังสือแต่ถ้าบังเอิญมีคนโทรตามไปรับงานอีกก็อาจไป”“นายจะหักโหมไปไหนเพื่อน นี่วันเสาร์นะวันหยุดก็พักบ้างเถอะวันนี้ก็ทำมาห้าชั่วโมงแล้วนะ”“ก็ฉันอยากได้รถคันนั้นเร็วๆ นี่นา ไหนจะต้องเอามาตกแต่งภายในอีกนะ”“เคบ้านนายก็ฐานะดีทำไมไม่ขอพวกเขาล่ะ”“ไม่ล่ะ ฉันอยากได้มันมาด้วยตัวฉันเอง ว่าแต่นายเถอะโทมัสหลังเลิกงานจะไปไหน”“คงกลับบ้านน่ะ วันจันทร์ค่อยเข้ามหาลัยตอนเช้า” โทมัสบอกอย่างไม่มีแบบแผน ทั้งสองทำงานพาสต์ไทม์ด้วยกันตลอดและหากใครได้งานที่ไหนถ้าขาดคนมักจะตามกันไปเสมอ ฐานะทางบ้านของโทมัสนั้นไม่เท่าคิเคียวเพราะพ่อเสียตั้งแต่เขาอยู่ปีหนึ่ง ทุกอย่างจึงชะงักจนเกือบหยุดการเรียนถาวรเพื่อออกไปหารายได้ช
เมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดหวังของหญิงสาวที่มีต่อตนเองคิเคียวก็หยุดกึก ร่างสูงหันกลับมามองหญิงร่างเล็กเห็นเธอร้องไห้น้ำตาไหลไม่ขาดสายหัวใจเขาก็พลอยห่อเหี่ยวและเจ็บปวดไปด้วย ทำให้หวนนึกถึงคำพูดของตัวเองที่บอกเอาไว้กับเอมิลี่และโจนาธานในตอนเช้าจึงคิดได้ว่าตนเองยังไม่ได้พยายามอะไรเลย หากหนีไปตอนนี้คงเป็นการทำร้ายเธอซ้ำสองเอมิลี่สู้อุตส่าห์บอกที่อยู่ของเพื่อนเธอให้รู้แล้ว ต่อจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของตนที่จะสานต่อความสัมพันธ์อย่างใจต้องการ เขามองไปยังประตูบ้านตอนนี้คนด้านในน่าจะยังไม่ทันสังเกตจึงเดินกลับมากอดเดจิแน่นแล้วจูงมือเธอเดินไปรถบ้านด้วย“นั่งรอตรงนี้นะผมเก็บของก่อน” ร่างสูงเดินเอาของไปเก็บเข้าตู้แล้วกลับมาพร้อมทิชชูนั่งลงบนโซฟาข้างเธอดึงกระดาษขาวแผ่นบางออกมาซับน้ำตา“ดูสิตาบวมหมด ผมขอโทษที่ทำให้คุณร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” คิเคียวขยับเข้าสวมกอดร่างบางที่สะอื้นไห้มาตลอดทางจนตัวสั่นแล้วผละออกจับมือหญิงสาวเอาไว้มั่นทั้งสองข้างไล้หลังมือเล็กของเธอด้วยนิ้วโป้ง สายตาคู่คมจับจ้องที่มืออุ่นนุ่มก่อนเงยมองใบหน้ารูปไข่จมูกจิ้มลิ้มที่ตอนนี้แดงเท่าเปลือกตา“ผมแค่อยากขอโอกาสแก้ตัวคุณจะให้โอกาสผมอีกสักค
คิเคียวเคลื่อนรถออกจากบ้านโจนาธานทะยานเข้าเมืองตามที่อยู่ในกระดาษแผ่นเล็กที่เอมิลี่จดให้ เมื่อขับมาถึงจุดหมายชายหนุ่มปลดล็อกประตูไว้แล้วนั่งรอราวห้านาทีเสียงกึกกักด้านข้างก็ดังขึ้นตามด้วยเสียงปิดประตูจึงกดล็อกไว้ทันที ร่างสูงไม่ได้หันมองเพราะมัวดูแต่กระจกและถนนเพื่อออกรถขณะที่อีกคนหันไปรัดเข็มขัดนิรภัย“รอนานไหมนาธาน” หญิงสาวถามพร้อมหันนั่งหลังตรงเมื่อรัดเข็มขัดนิระภัยเสร็จเป็นเวลาเดียวกันที่ชายหนุ่มขับรถออกถนนได้พอดี“ไม่นานครับ”‘เอ๊ะ’ ทั้งสองต่างชะงักตามด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากการเหยียบเบรกอย่างกะทันหันโชคดีที่เวลานี้ไม่มีรถตามอยู่ด้านหลัง คิเคียวไม่กล้าหันมองเพราะกลัวว่าตนจะคิดไปเองส่วนอีกคนเริ่มรู้สึกว่าน้ำหอมมันกลิ่นคุ้นๆ หัวใจสองดวงกระตุกอยู่ในสองร่างก่อนหันขวับมามองหน้ากัน“เดซี”“ตาบ้า” ไวดั่งลมกรดปากกับมือถูกสมองสั่งให้แสดงปฏิกิริยาพร้อมกันจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว“โอ๊ยๆๆ” คิเคียวร้องลั่นปัดป่ายมือเล็กที่กำลังรัวทุบ“นายมาได้ยังไงออกไปให้พ้นนะ ใครใช้ให้เอารถนาธานมาขับห๊ะ ออกไปเลยนะ”“โอ๊ยๆ ฟังผมก่อนเดซี”“ไม่ ไปให้พ้น”“เดซี โอ๊ยๆ”ปี๊บ!!เสียงแตรรถคันหลังบีบลากยาวเพื่อขับไล่ให้
‘เดซีทำไมไม่เปิดใจให้คนอื่นบ้าง’‘นาธานฉันยังตัดใจจากเขาไม่ได้ ฮึกๆ’‘เธอยังรอเขาอยู่เหรอ’ หญิงสาวส่ายหน้ายกมือขึ้นปาดน้ำตา‘ฉันอาจกลับเข้าไปทำงานในกองทัพ’‘หา เดซีเธอไม่จำเป็นต้องลาออกเลยนะ’‘ฉันได้รับอีเมลเรียกตัว ฉันคิดว่าบางทีการไม่ได้เจอหน้าเขาทุกวันเหมือนตอนนี้ ฉันอาจตัดใจได้ง่ายขึ้น’‘แสดงว่าเธอตอบรับงานไปแล้วเหรอ’‘ยังหรอกฉันรอปรึกษาเอมิลี่อยู่ไม่รู้ว่าเธอได้รับอีเมลด้วยไหม’โจนาธานหยุดยืนอยู่ปลายเตียงมองภรรยาสุดที่รักกำลังนอนหลับฝัน นึกถึงเรื่องที่ได้ยินสองสาวคุยกันบนโต๊ะอาหารเขาเองก็ไม่อยากให้ทั้งสองห่างบ้าน ไม่อยากห่างกันกับภรรยาไม่อยากให้ลูกห่างแม่จึงคัดค้านแต่เอมิลี่ก็บอกว่าอีกหน่อยลูกก็โต ค่าใช้จ่ายในบ้านจะเพิ่มขึ้นและอาจขอประจำการในรัฐนี้ได้ ส่วนเดซีเธออาจได้เข้าหน่วยข่าวกรองและย้ายไปรัฐอื่นแน่ๆ โจนาธานได้แต่คัดค้านเท่าที่จะทำได้แต่ดูท่าแล้วเธออยากไปให้พ้น เพราะไม่อยากทนเจ็บปวดเวลาเห็นหน้าใครบางคนมากกว่า“อะ ที่รักฉันตกใจหมด” เอมิลี่อุทาน เธอตกใจที่เห็นสามียืนอยู่ปลายเตียงเอ่ยถามเมื่อร่างสูงเดินเรียบขอบสนามรักแล้วซุกตัวเข้าที่นอนนุ่มใต้ผ้าห่มเคียงกายเนื้ออุ่น“คุณไปทำอะ
เจ้าของบ้านเดินผ่านร่างสูงที่ยืนขวางทางอยู่ตรงหน้ายกแขนขึ้นกวักมือเรียกผู้มาเยือนให้ตามตนเองเข้าไปในบ้าน ส่วนคิเคียวผู้หน้านิ่วคิ้วขมวดจ้องเขานิ่งก่อนเอ่ยปากถามขึ้น“ทำไมฉันต้องเข้าไปล่ะ จะล่อฉันไปฆ่าหั่นศพรึไง”“ปากพูเดิลจริงๆ เลยว่ะ ใครจะเอาหมามาฆ่าเล่นในบ้านล่ะ”“นี่” คิเคียวเค้นเสียงไม่พอใจ“มาเถอะน่า ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายถอดกุญแจออกปิดประตูแล้วล็อกรถให้กันด้วยล่ะ ฉันไม่อยากนั่งๆ อยู่แล้วต้องลุกวิ่งตามมันที่อยู่ๆ ก็แล่นออกไปดื้อๆ หรอกนะ” คิเคียวมองเขาชั่วขณะแล้วตัดสินใจทำตามก่อนจะวิ่งสาวเท้ากลับไปเอากุญแจและล็อกรถบ้านตนเองเหมือนกันแกร๊ก ตึง“นั่งก่อนสิ” โจนาธานผายมือเชื้อเชิญ มือใหญ่วางกุญแจรถของเจ้าบ้านลงก่อนเอ่ยขึ้น“แค่บอกมาว่าเดซีอยู่ไหนฉันจะพาเธอไป”“แหม แหม แหม ทีอย่างงี้ทำเป็นหวง”“หวงเรื่องอะไร นายพูดบ้าอะไรของนายโจนาธาน”“นี่เคียว ฉันไม่ได้เชิญนายเข้ามาในบ้านเพื่อชวนทะเลาะนะ ถ้านายไม่นั่งคุยกับฉันดีๆ ฉันจะไม่บอกนายว่าเธออยู่ที่ไหน” โจนาธานชี้นิ้วไปที่เขาแล้วจิ้มลงบนโต๊ะสามรอบรอบละสามครั้งกัดฟันกรอด แต่ผู้มาเยือนหาได้เกรงใจเกรงกลัวเจ้าบ้านไม่ เขาก้าวเท้าเข้าหาโจนาธานกะจะ
เสียงปิดประตูรถดังขึ้นเมื่อขาเล็กก้าวออกพ้นพร้อมกระเป๋าใบใหญ่สองใบ เธอถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวแล้วแท็กซี่ก็แล่นออกไปพร้อมคำอวยพรขอให้สนุกกับทริปวันหยุด เธอยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาก่อนเหลืออีกยี่สิบห้านาทีรถจะมาถึงเธอดึงกระเป๋าไปด้านหลังตั้งให้เหมาะสมแล้วนั่งด้านบนรอหญิงสาวนั่งอยู่โดดเดี่ยวใจก็นึกไปว่าทำไ
ที่ทำงานหนึ่งวันก่อนออกเดินทางขณะที่เดจิกำลังคุยอยู่กับโจนาธานก็รู้สึกว่าตนกำลังถูกใครสักคนจับจ้อง เธอหันมองหาสายตาคู่นั้นก็เห็นเพียงคิเคียวกำลังยืนดื่มกาแฟอยู่ดวงหน้ารูปไข่ก้มลงขมวดคิ้วครุ่นคิดคู่หนึ่ง ในห้องพักเบรกเวลานี้มีกันแค่สามคนหญิงสาวคิดว่าคิเคียวเองก็หันหลังอยู่และเขาคงไม่ได้สนใจตัวเธออยู
เดจิหรือที่ชาวยุโรปเรียกเธอว่าเดซีเดินกลับมาที่นอนในชุดเสื้อคลุมลูบท้องน้อยที่ยังร้อนเสียวจากการบำบัดอารมณ์ตัวเองทิ้งตัวลงพักเหยียดแขนแผ่หลาตาลอยมองเพดานสีขาวสูง เมื่อร่างกายฟื้นตัวเธอก็ลุกไปหาอะไรกินหม้อหุงข้าวที่ตั้งเวลาหุงไว้ตั้งแต่ตอนเช้ามันเกือบจะสุกพอดี เธอเปิดตู้เย็นเห็นกล่องอาหารสดเหลืออยู
ร่างบางหลับตาคร่ำครวญเรียกชื่อชายหนุ่มที่ตนแอบรักแอบมองมาตลอดระยะเวลาที่ได้ร่วมงาน ใจของเธออยากให้มันเป็นจริงเธออยากให้เขาเข้าไปในตัวเธอแต่มือเรียวยังคงตวัดปลายแท่งโลหะสีเงินวาวเลื่อนถูไถอยู่เหนือปากอุโมงค์ทำเอาปุ่มกระสันเสียวซ่านร้อนวูบวาบเลือดสูบฉีดไปทั่วร่าง เส้นประสาทที่ปลายนิ้วเท้าทั้งสิบเหมือ







