LOGINเดจิหรือที่ชาวยุโรปเรียกเธอว่าเดซีเดินกลับมาที่นอนในชุดเสื้อคลุมลูบท้องน้อยที่ยังร้อนเสียวจากการบำบัดอารมณ์ตัวเองทิ้งตัวลงพักเหยียดแขนแผ่หลาตาลอยมองเพดานสีขาวสูง เมื่อร่างกายฟื้นตัวเธอก็ลุกไปหาอะไรกิน
หม้อหุงข้าวที่ตั้งเวลาหุงไว้ตั้งแต่ตอนเช้ามันเกือบจะสุกพอดี เธอเปิดตู้เย็นเห็นกล่องอาหารสดเหลืออยู่หนึ่งกล่องเพราะยังไม่ไปหาซื้อมาเติมมันจึงเหลืออยู่แค่นั้น เธอวางกล่องเนื้อสไลด์ลงบนโต๊ะยืนคิดว่าจะทำอะไรกิน ตอนนี้นอกจากพวกเครื่องปรุงและผงโรยข้าวแบบญี่ปุ่นที่ซื้อมาจากซูเปอร์ก็มีเพียงหอมหัวใหญ่เท่านั้น แม้แต่ไข่สักฟองก็ไม่เหลือ เมนูที่นึกออกจึงเป็นข้าวหน้าเนื้อก่อนจะเริ่มลงมือหั่นหัวหอมแล้วปรุง
มือเล็กจับตะหลิวไม้คนหัวหอมจนสลดใส่เนื้อวัวตามลงไปรวนจนเริ่มสุกจึงเติมมิริน สาเก และซอสโชยุ เติมน้ำซุปดาชิตามด้วยน้ำตาลเพียงเล็กน้อยปิดฝาอบให้เนื้อสุกเดินไปตักข้าวใส่ถ้วยหันกลับมาวางบนเคาน์เตอร์ยืนรอให้ซุบงวดและเนื้อสุกดีจากนั้นจึงปิดแก๊สยกกระทะตักเนื้อออกมาโปะข้าวแล้วเอาผงโรยข้าวมาโรยหน้าแทนต้นหอมสดและไข่
เดจิหยิบช้อนทองแดงก้านยาวเสียบลงถ้วยข้าวหน้าเนื้อ มันทำขึ้นจากโลหะชนิดเดียวกันกับช้อนและส้อมที่เธอไม่เคยใช้มันสักเท่าไหร่ เธอสั่งซื้อมาจากอีเบย์สองสามชุดด้วยความเชื่อที่ว่ามันเปลี่ยนให้คุณภาพอาหารดีต่อสุขภาพขึ้นได้ ก่อนถือมันเดินไปยังโต๊ะวางแล็ปท็อปข้างหน้าต่าง วางถ้วยข้าวลงบนโต๊ะฝั่งที่ว่างแล้วหย่อนตัวตาม
หญิงสาวดันเปิดฝาพับโน้ตบุ๊กขึ้นกดปุ่มเปิดแล้วรอ ระหว่างนั้นก็หันไปยกถ้วยข้าวขึ้นตักมื้อเย็นเข้าปากเคี้ยวหนุบหนับ เธอมองจอสลับกับมองอาหารในมือคำแล้วคำเล่าลดมือลงคลิกเมาส์สลับกับจับด้ามช้อนจนข้าวหมดถ้วย หญิงสาวลุกไปล้างทำความสะอาดเช็ดให้แห้งแล้วเก็บเข้าที่ทุกสิ่งอย่างแล้วเดินกลับมาหน้าจอที่เปิดค้างไว้อยู่
“อะไรเนี่ย” ดวงตากลมโตเห็นประกาศแปลกๆ ดีดขึ้นมาใหม่บนฟีดแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรูปนกสีฟ้าเดจิคาดว่าน่าจะอัปเดตขึ้นใหม่ตอนเธอเดินไปล้างถ้วยว่า
(หาเพื่อนร่วมทริปคลายเหงาเพศหญิงสองคน และขออนุญาตคัดคนตามเกณฑ์เพื่อร่วมสนุกแบบสุดเหวี่ยง กำหนดเวลาเดินทางตั้งแต่วันที่.....ถึง...... ทิ้งข้อความว่าสนใจไว้แล้วเราจะทักไป อาจฟังดูน่าขนลุกแต่รับรองว่าปลอดภัยหากเดินทางกับเรายกเว้นปัจจัยภายนอกเช่นอุบัติเหตุหรือสัตว์ร้ายและอื่นๆ)
“เอ๋!!!” เดจิกะพริบตาอยู่หลายครั้งกว่าจะตระหนักได้ว่ามันเป็นการประกาศหาเพื่อนเที่ยวช่วงวันหยุดที่ตรงกับของเธอพอดี น่าแปลกการกระทำแบบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนญี่ปุ่นที่มักนัดเที่ยวกับคนแปลกหน้าซึ่งมันเสี่ยงมากและมีโอกาสเจอคนไม่ดีเสมอ แต่ถึงรู้แบบนั้นมือเล็กนิ้วเรียวขาวสะอาดก็ยังเลื่อนอ่านคอมเมนต์ใต้โพสต์ หลายคนโอดครวญว่าเสียดายที่ทริปเที่ยวตนไม่ตรงกันและอีกหลายคนก็แซวว่าเป็นผู้ชายไม่ได้เหรอ แต่ทุกคำถามนั้นไร้ซึ่งการตอบกลับจากเจ้าของโพสต์
เดจิเข้าไปส่องเจ้าของแอ็กเคานต์ไม่มีรูปอะไรเลยนอกจากโพสต์ทั่วไปและรูปเจ้าของโปรไฟล์ขนาดเล็กเป็นรูปผู้หญิงใส่เสื้อโค้ทกันหนาวสีขาวถ่ายเห็นช่วงไหล่กำลังยกสายโทรศัพท์แนบหู ยืนหันหลังในสภาพแวดล้อมที่คุ้นตา
“อะไรมันจะเหมาะเจาะปานนั้น เอ๋..ที่ตรงนั้นมันคุ้นๆ ..อืมมม เราเคยไปหรือเปล่านะ ช่างเถอะคงบังเอิญมั้ง ทริปเที่ยวเป็นวันหยุดช่วงเดียวกันด้วย” เธอคิดพลางยกมือขึ้นนับนิ้วตามกำหนดเวลาวันที่เดินทาง
“เดินทางไปกลับสิบสองวันเหรอ ลองสมัครไปดูก็ไม่เสียหายนี่นา จะปลอดภัยไหมนะ เอาเป็นว่าแอบถ่ายรูปแล้วส่งให้โจนาธานดูว่าเราเดินทางไปกับคนพวกนี้ก็ได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นให้โจนาธานจัดการต่ออย่างน้อยเขาก็รู้ว่าเราไปกับใคร อืม...ตามนั้นล่ะ อย่าคิดมากเลยเดจิ ชีวิตมันสั้น” ว่าแล้วเธอก็กรอกใบสมัครง่ายๆ โดยแค่แจ้งชื่อจริงนามสกุลไปในข้อความส่วนตัวพร้อมทิ้งอีเมลติดต่อเอาไว้ตามเงื่อนไขข้อสุดท้าย หลังผ่านไปสองชั่วโมงเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์หญิงสาวจึงรีบเปิดเช็กดู
“รถบ้านงั้นเหรอ”
หลังอ่านเส้นทางที่ต้องผ่านคร่าวๆ หญิงสาวรู้สึกแปลกใจปะปนไปด้วยความสนใจในคราวเดียว มันคงวิเศษมากถ้าการเดินทางมันส่วนตัวอยากนั่งอยากนอนอยากจอดอยากกินทำทุกอย่างบนรถและคงไปได้ไกลกว่า หลายที่กว่าไม่เสียเวลากับการเช็กอินเช็กเอาท์
“รถบ้านขนาดสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ ไม่ต้องจ่ายค่าที่พักเดินทางเที่ยวได้หลายที่ จ่ายเพียงค่าอาหารของตัวเองก็พอ อยากกินอะไรซื้อขึ้นไปเก็บไว้บนรถและปรุงกินได้ตามสะดวกเลย เครื่องดื่มเชิญซื้อตามสบาย ค่าน้ำมันฟรี ว้าวน่าสนุกแฮะ เอ๋..มีเงื่อนไขอะไรตรงนี้เหรอไหนดูสิ”
เดจินอนอ่านเงื่อนไขไปมาทบทวนอยู่หลายรอบ แม้บางประโยคจะเข้าใจง่ายแต่บางประโยคก็ไม่เข้าใจ
“คนห้าคนเลยเหรอถ้าเราไปก็เป็นหกสิ ชายสองหญิงตั้งสี่ สองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำแล้วจะนอนกันยังไงล่ะ”
เดจิอ่านมาจนถึงตรงที่ให้กรอกคำยืนยันเพื่อรับอีเมลจุดนัดหมายอีกที เธอคิดหนักเรื่องที่นอนเลยทักไปถามในทวิตว่าต้องเอาเต็นท์ไปไหมเห็นคนหลายคน ไม่นานนักก็มีข้อความตอบกลับมา
‘จึงบอกว่าไม่จำเป็นแต่ถ้าชอบนอนคนเดียวก็จัดมาได้เลย’
“เอ๋ หมายความว่ายังไงถ้าชอบนอนคนเดียวพูดเป็นเล่นน่าหกคนจะอัดกันยังไง” ในขณะที่เธอกำลังสงสัยอยู่เสียงข้อความก็ดังขึ้นมา
‘ไม่ต้องห่วงเรื่องที่พักถึงจะบอกว่ามีสองห้องนอนแต่โซฟาค่อนข้างดีนอนได้ถ้าไม่ติดอะไร เราให้ผู้หญิงนอนห้องส่วนตัวผู้ชายนอนโซฟาได้ ถ้าคุณตัดสินใจไปโปรดรีบกรอกใบยืนยันก่อนที่เราจะตัดสินใจรับคนอื่น เมื่อคุณยืนยันแล้วเราจะได้ส่งจุดนัดพบให้’ เดจิเห็นแบบนั้นก็แปลกใจที่ทำไมเขาไม่รับคนอื่นเลยดูท่าจะมีคนสมัครหลายคนทำไมรอตนเอง
“ไหนบอกว่าคัดคนหรือเราถูกคัด เอาเถอะถ้ามีเพื่อนผู้หญิงก็ไม่น่าต้องเสี่ยง” ว่าแล้วหญิงสาวก็กดยืนยันใช้เวลาไม่นานนักเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นมาว่ามีอีเมลเข้า พอเปิดอ่านก็ได้เห็นตารางเวลาเดินทางจุดนัดหมายแต่ไม่บอกรายชื่อสมาชิก
“พรุ่งนี้หลังเลิกงานต้องไปซื้อของแล้วสิ อย่างน้อย ผ้าอนามัย ทิชชู ถุงยาง จริงสิยาหลังร่วมก็ต้องมีไปเที่ยวทั้งทีอะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าไม่ได้ใช้ก็แล้วไป”
บทสรุปหลังจากสองสาวเข้ากลมทั้งคู่ต่างก็กลับมาปรึกษาคนรักของตนอีกที การเข้าไปรับใช้กองทัพครั้งนี้เพราะผลงานที่เคยสร้างไว้ ข้อเสนอไม่มีอะไรมากทำงานในห้องกระจกคอยกรองข่าวสารผสานงานกับหน่วยต่างๆ ผลตอบแทนดี สวัสดิการดี ที่พักสามารถเลือกในกรมหรือข้างนอกก็ได้สองหนุ่มต่างปล่อยให้คนรักตัดสินใจและจะไม่แทรกแซงใดๆ ทั้งสิ้น เอมิลี่ก็อยากได้งาน ส่วนเดจินั้นคิดว่าการได้รักกับคิเคียวเป็นเรื่องดีแต่ไม่อยากทำงานในที่เดียวกัน เพราะเกรงว่ามันจะสั่นคลอนถึงความสัมพันธ์เธอจึงตัดสินใจรับงานเธอย้ายมาอยู่รถบัสบ้านกับคิเคียวระหว่างรอดูบ้านที่ถูกใจ หลังจากเข้ากรมได้สองเดือนคิเคียวจึงพาเดจิไปพบพ่อแม่และขอเธอแต่งงานต่อหน้าบุพการี พวกเขาไม่คัดค้านสองสามีภรรยาต่างยินดีที่ลูกชายตัดสินใจจะเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที งานแต่งเกิดขึ้นเป็นพิธีเล็กๆ ที่มีแต่เพื่อนและพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย พ่อแม่ของคิเคียวได้มอบเรือนหอให้ทั้งคู่หนึ่งหลังและขอให้รีบมีหลานไวๆ ก่อนพ่อแม่ของเดจิเดินทางกลับพวกเขาบอกทั้งสองว่าว่างเมื่อไหร่อย่าลืมไปเที่ยวญี่ปุ่นสองเดือนหลังแต่งงานคิเคียวพาเดจิไปเยี่ยมโทมัสถึงได้รู้ว่าตอนนี้เขาคบกับอลิเซียและโจแอนนาแต่ก
หกปีก่อนณ ร้านฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่งในเอดมันตัน“นี่พวก วันนี้นายว่าจะมีสาวสวยมากินอาหารร้านนี้บ้างไหม” โทมัสถามคิเคียวที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาช่วยกันเก็บกวาดโต๊ะหลังลูกค้าเพิ่งเช็กบิลไปหมาดๆ“ไม่รู้สิ ทำไมล่ะ”“ก็วันนี้ฉันเจอแต่คนแก่ๆ นี่นาเบื่อชะมัด”“เอาน่าเพื่อนอีกประเดี๋ยวพวกเราก็ได้เลิกงานรอรับทิปกับเงินค่าจ้างก็ได้ไปเตร็ดเตร่ดูสาวๆ แล้วล่ะ”“แล้วนายจะไปที่ไหนเหรอเค”“ยังไม่รู้เลยอาจเข้ามหาลัยไปอ่านหนังสือแต่ถ้าบังเอิญมีคนโทรตามไปรับงานอีกก็อาจไป”“นายจะหักโหมไปไหนเพื่อน นี่วันเสาร์นะวันหยุดก็พักบ้างเถอะวันนี้ก็ทำมาห้าชั่วโมงแล้วนะ”“ก็ฉันอยากได้รถคันนั้นเร็วๆ นี่นา ไหนจะต้องเอามาตกแต่งภายในอีกนะ”“เคบ้านนายก็ฐานะดีทำไมไม่ขอพวกเขาล่ะ”“ไม่ล่ะ ฉันอยากได้มันมาด้วยตัวฉันเอง ว่าแต่นายเถอะโทมัสหลังเลิกงานจะไปไหน”“คงกลับบ้านน่ะ วันจันทร์ค่อยเข้ามหาลัยตอนเช้า” โทมัสบอกอย่างไม่มีแบบแผน ทั้งสองทำงานพาสต์ไทม์ด้วยกันตลอดและหากใครได้งานที่ไหนถ้าขาดคนมักจะตามกันไปเสมอ ฐานะทางบ้านของโทมัสนั้นไม่เท่าคิเคียวเพราะพ่อเสียตั้งแต่เขาอยู่ปีหนึ่ง ทุกอย่างจึงชะงักจนเกือบหยุดการเรียนถาวรเพื่อออกไปหารายได้ช
เมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดหวังของหญิงสาวที่มีต่อตนเองคิเคียวก็หยุดกึก ร่างสูงหันกลับมามองหญิงร่างเล็กเห็นเธอร้องไห้น้ำตาไหลไม่ขาดสายหัวใจเขาก็พลอยห่อเหี่ยวและเจ็บปวดไปด้วย ทำให้หวนนึกถึงคำพูดของตัวเองที่บอกเอาไว้กับเอมิลี่และโจนาธานในตอนเช้าจึงคิดได้ว่าตนเองยังไม่ได้พยายามอะไรเลย หากหนีไปตอนนี้คงเป็นการทำร้ายเธอซ้ำสองเอมิลี่สู้อุตส่าห์บอกที่อยู่ของเพื่อนเธอให้รู้แล้ว ต่อจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของตนที่จะสานต่อความสัมพันธ์อย่างใจต้องการ เขามองไปยังประตูบ้านตอนนี้คนด้านในน่าจะยังไม่ทันสังเกตจึงเดินกลับมากอดเดจิแน่นแล้วจูงมือเธอเดินไปรถบ้านด้วย“นั่งรอตรงนี้นะผมเก็บของก่อน” ร่างสูงเดินเอาของไปเก็บเข้าตู้แล้วกลับมาพร้อมทิชชูนั่งลงบนโซฟาข้างเธอดึงกระดาษขาวแผ่นบางออกมาซับน้ำตา“ดูสิตาบวมหมด ผมขอโทษที่ทำให้คุณร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” คิเคียวขยับเข้าสวมกอดร่างบางที่สะอื้นไห้มาตลอดทางจนตัวสั่นแล้วผละออกจับมือหญิงสาวเอาไว้มั่นทั้งสองข้างไล้หลังมือเล็กของเธอด้วยนิ้วโป้ง สายตาคู่คมจับจ้องที่มืออุ่นนุ่มก่อนเงยมองใบหน้ารูปไข่จมูกจิ้มลิ้มที่ตอนนี้แดงเท่าเปลือกตา“ผมแค่อยากขอโอกาสแก้ตัวคุณจะให้โอกาสผมอีกสักค
คิเคียวเคลื่อนรถออกจากบ้านโจนาธานทะยานเข้าเมืองตามที่อยู่ในกระดาษแผ่นเล็กที่เอมิลี่จดให้ เมื่อขับมาถึงจุดหมายชายหนุ่มปลดล็อกประตูไว้แล้วนั่งรอราวห้านาทีเสียงกึกกักด้านข้างก็ดังขึ้นตามด้วยเสียงปิดประตูจึงกดล็อกไว้ทันที ร่างสูงไม่ได้หันมองเพราะมัวดูแต่กระจกและถนนเพื่อออกรถขณะที่อีกคนหันไปรัดเข็มขัดนิรภัย“รอนานไหมนาธาน” หญิงสาวถามพร้อมหันนั่งหลังตรงเมื่อรัดเข็มขัดนิระภัยเสร็จเป็นเวลาเดียวกันที่ชายหนุ่มขับรถออกถนนได้พอดี“ไม่นานครับ”‘เอ๊ะ’ ทั้งสองต่างชะงักตามด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากการเหยียบเบรกอย่างกะทันหันโชคดีที่เวลานี้ไม่มีรถตามอยู่ด้านหลัง คิเคียวไม่กล้าหันมองเพราะกลัวว่าตนจะคิดไปเองส่วนอีกคนเริ่มรู้สึกว่าน้ำหอมมันกลิ่นคุ้นๆ หัวใจสองดวงกระตุกอยู่ในสองร่างก่อนหันขวับมามองหน้ากัน“เดซี”“ตาบ้า” ไวดั่งลมกรดปากกับมือถูกสมองสั่งให้แสดงปฏิกิริยาพร้อมกันจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว“โอ๊ยๆๆ” คิเคียวร้องลั่นปัดป่ายมือเล็กที่กำลังรัวทุบ“นายมาได้ยังไงออกไปให้พ้นนะ ใครใช้ให้เอารถนาธานมาขับห๊ะ ออกไปเลยนะ”“โอ๊ยๆ ฟังผมก่อนเดซี”“ไม่ ไปให้พ้น”“เดซี โอ๊ยๆ”ปี๊บ!!เสียงแตรรถคันหลังบีบลากยาวเพื่อขับไล่ให้
‘เดซีทำไมไม่เปิดใจให้คนอื่นบ้าง’‘นาธานฉันยังตัดใจจากเขาไม่ได้ ฮึกๆ’‘เธอยังรอเขาอยู่เหรอ’ หญิงสาวส่ายหน้ายกมือขึ้นปาดน้ำตา‘ฉันอาจกลับเข้าไปทำงานในกองทัพ’‘หา เดซีเธอไม่จำเป็นต้องลาออกเลยนะ’‘ฉันได้รับอีเมลเรียกตัว ฉันคิดว่าบางทีการไม่ได้เจอหน้าเขาทุกวันเหมือนตอนนี้ ฉันอาจตัดใจได้ง่ายขึ้น’‘แสดงว่าเธอตอบรับงานไปแล้วเหรอ’‘ยังหรอกฉันรอปรึกษาเอมิลี่อยู่ไม่รู้ว่าเธอได้รับอีเมลด้วยไหม’โจนาธานหยุดยืนอยู่ปลายเตียงมองภรรยาสุดที่รักกำลังนอนหลับฝัน นึกถึงเรื่องที่ได้ยินสองสาวคุยกันบนโต๊ะอาหารเขาเองก็ไม่อยากให้ทั้งสองห่างบ้าน ไม่อยากห่างกันกับภรรยาไม่อยากให้ลูกห่างแม่จึงคัดค้านแต่เอมิลี่ก็บอกว่าอีกหน่อยลูกก็โต ค่าใช้จ่ายในบ้านจะเพิ่มขึ้นและอาจขอประจำการในรัฐนี้ได้ ส่วนเดซีเธออาจได้เข้าหน่วยข่าวกรองและย้ายไปรัฐอื่นแน่ๆ โจนาธานได้แต่คัดค้านเท่าที่จะทำได้แต่ดูท่าแล้วเธออยากไปให้พ้น เพราะไม่อยากทนเจ็บปวดเวลาเห็นหน้าใครบางคนมากกว่า“อะ ที่รักฉันตกใจหมด” เอมิลี่อุทาน เธอตกใจที่เห็นสามียืนอยู่ปลายเตียงเอ่ยถามเมื่อร่างสูงเดินเรียบขอบสนามรักแล้วซุกตัวเข้าที่นอนนุ่มใต้ผ้าห่มเคียงกายเนื้ออุ่น“คุณไปทำอะ
เจ้าของบ้านเดินผ่านร่างสูงที่ยืนขวางทางอยู่ตรงหน้ายกแขนขึ้นกวักมือเรียกผู้มาเยือนให้ตามตนเองเข้าไปในบ้าน ส่วนคิเคียวผู้หน้านิ่วคิ้วขมวดจ้องเขานิ่งก่อนเอ่ยปากถามขึ้น“ทำไมฉันต้องเข้าไปล่ะ จะล่อฉันไปฆ่าหั่นศพรึไง”“ปากพูเดิลจริงๆ เลยว่ะ ใครจะเอาหมามาฆ่าเล่นในบ้านล่ะ”“นี่” คิเคียวเค้นเสียงไม่พอใจ“มาเถอะน่า ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายถอดกุญแจออกปิดประตูแล้วล็อกรถให้กันด้วยล่ะ ฉันไม่อยากนั่งๆ อยู่แล้วต้องลุกวิ่งตามมันที่อยู่ๆ ก็แล่นออกไปดื้อๆ หรอกนะ” คิเคียวมองเขาชั่วขณะแล้วตัดสินใจทำตามก่อนจะวิ่งสาวเท้ากลับไปเอากุญแจและล็อกรถบ้านตนเองเหมือนกันแกร๊ก ตึง“นั่งก่อนสิ” โจนาธานผายมือเชื้อเชิญ มือใหญ่วางกุญแจรถของเจ้าบ้านลงก่อนเอ่ยขึ้น“แค่บอกมาว่าเดซีอยู่ไหนฉันจะพาเธอไป”“แหม แหม แหม ทีอย่างงี้ทำเป็นหวง”“หวงเรื่องอะไร นายพูดบ้าอะไรของนายโจนาธาน”“นี่เคียว ฉันไม่ได้เชิญนายเข้ามาในบ้านเพื่อชวนทะเลาะนะ ถ้านายไม่นั่งคุยกับฉันดีๆ ฉันจะไม่บอกนายว่าเธออยู่ที่ไหน” โจนาธานชี้นิ้วไปที่เขาแล้วจิ้มลงบนโต๊ะสามรอบรอบละสามครั้งกัดฟันกรอด แต่ผู้มาเยือนหาได้เกรงใจเกรงกลัวเจ้าบ้านไม่ เขาก้าวเท้าเข้าหาโจนาธานกะจะ
เดจิหลับนานเท่าใดไม่รู้ตื่นมาอีกทีก็สายแล้ว เธอเปิดม่านชมวิวด้านหลังแสงแดดสว่างจ้าฉาบทาไปทั่วทุกทิศ หญิงสาวรู้สึกดีที่ได้นอนมองภาพเหล่านั้นเคลื่อนห่างออกไปทั้งที่ยังเอกเขนกอยู่บนที่นอน สองหูได้ยินเสียงคนคุยกันและมีเสียงผู้หญิงเพียงสองคน เธอแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่คิดอะไรบางทีอีกคนอาจจะยังไม่พูดและทุก
เสียงปิดประตูรถดังขึ้นเมื่อขาเล็กก้าวออกพ้นพร้อมกระเป๋าใบใหญ่สองใบ เธอถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวแล้วแท็กซี่ก็แล่นออกไปพร้อมคำอวยพรขอให้สนุกกับทริปวันหยุด เธอยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาก่อนเหลืออีกยี่สิบห้านาทีรถจะมาถึงเธอดึงกระเป๋าไปด้านหลังตั้งให้เหมาะสมแล้วนั่งด้านบนรอหญิงสาวนั่งอยู่โดดเดี่ยวใจก็นึกไปว่าทำไ
ที่ทำงานหนึ่งวันก่อนออกเดินทางขณะที่เดจิกำลังคุยอยู่กับโจนาธานก็รู้สึกว่าตนกำลังถูกใครสักคนจับจ้อง เธอหันมองหาสายตาคู่นั้นก็เห็นเพียงคิเคียวกำลังยืนดื่มกาแฟอยู่ดวงหน้ารูปไข่ก้มลงขมวดคิ้วครุ่นคิดคู่หนึ่ง ในห้องพักเบรกเวลานี้มีกันแค่สามคนหญิงสาวคิดว่าคิเคียวเองก็หันหลังอยู่และเขาคงไม่ได้สนใจตัวเธออยู
ร่างบางหลับตาคร่ำครวญเรียกชื่อชายหนุ่มที่ตนแอบรักแอบมองมาตลอดระยะเวลาที่ได้ร่วมงาน ใจของเธออยากให้มันเป็นจริงเธออยากให้เขาเข้าไปในตัวเธอแต่มือเรียวยังคงตวัดปลายแท่งโลหะสีเงินวาวเลื่อนถูไถอยู่เหนือปากอุโมงค์ทำเอาปุ่มกระสันเสียวซ่านร้อนวูบวาบเลือดสูบฉีดไปทั่วร่าง เส้นประสาทที่ปลายนิ้วเท้าทั้งสิบเหมือ







