ANMELDEN"จูบฉันซิ"
" ... "
กลับกลายเป็นเธอเองที่เงียบไปเพราะคำพูดจาไม่อ้อมค้อมของมาเฟียหนุ่ม บะ ... บ้า อีตาลุงนี้พูดอะไรบ้าๆ เขาต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ เขาเป็นคนขโมยของ ของฉันไปแท้ๆ
"หึ!!" มาร์ตินเค้นหัวเราะรอดลำคอ เขาใช้ดวงตาสีเทาหม่นที่ดูมีเสน่ห์จ้องมองเด็กสาวตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าเช่นกัน หน้าขันที่เขาไม่รู้สึกพิศวาสเธอเลยสักนิด
"นี่ลุง เออ ... ลุงมาร์ติน ขะ ... ขอโทรศัพท์ของพั้นช์คืนได้ไหมคะ" ให้ตายเถอะในชีวิตฉันไม่เคยต้องขอร้องใครขนาดนี้เลยนะ
" ... "
มาเฟียหนุ่มยังคงจ้องมองดวงหน้าของเด็กสาว ปากพ่นควันบุหรี่คละคลุ้งโดยไม่สนใจเลยว่าเด็กสาวตรงหน้าจะสำลักควันบุหรี่ของเขาหรือไม่
"นี่!!! อ๊ะ!!"
มาเฟียหนุ่มใช้ท่อนแขนแกร่งเพียงข้างเดียวรั้งเอวคอดของเด็กสาวเข้าหาตัว ขณะที่ปากยังคาบบุหรี่อยู่ เขาสัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทิ้มของหญิงสาวไม่รู้ว่าด้วยความกลัวหรืออะไร และเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องกลั่นแกล้งเธอด้วย
"เอาโทรศัพท์ฉันคืนมา นะ" แม้ประโยคแรกจะเสียงดังด้วยอารมย์โมโห แต่คำพูดรั้งท้ายของเธอกลับแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินอะไรเลย เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะอีตาลุงนี้เลื่อนใบหน้าคมคายของตัวเองเข้ามาใกล้จนปากแทบจะชนกันอยู่แล้ว
"ถือบุหรี่ให้ฉันหน่อย"
แม้ปากจะยังคาบบุหรี่อยู่แต่เขาก็พูดให้เธอดึงมันออก และแน่นอน เด็กสาวผู้อ่อนต่อโลกคนนี้ใช้มือเล็กของเธอหยิบบุหรี่ออกจากปากของมาเฟียหนุ่ม แม้มือของเธอจะสั่นเทิ้มก็ตาม
"ยังอยากได้โทรศัพท์คืนอยู่ไหม" มาร์ตินพูดน้ำเสียงประชิดริมฝีปากเรียวบางของเธอ ห่างกันแค่ลมหายใจรอดผ่านยังรู้สึกได้ หัวใจดวงน้อยของเธอกำลังเต้นแรงกับการกระทำของบุคลที่เธอเรียกว่าลุง
"เอาหน้าออกไปห่างๆ ได้ไหม ฉันเหม็นบุหรี่" มือเล็กข้างที่ว่างยกขึ้นดันใบหน้าคมคายให้ออกห่าง แม้สายตาของผู้คนที่ผ่านไปมาจะจ้องมองมาที่เขาทั้งคู่ แต่มาร์ตินกลับไม่แคร์สายตาใครทั้งนั้น
"จูบฉัน"
" ... "
"แล้วฉันจะคืนของให้เธอ"
เกลียดอีตาลุงบ้านี่ที่สุด ทำไมเขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ไม่อยากพบไม่อยากเจอกับเขาอีกเลยแต่เธอไม่กล้าพูดจารุนแรงอะไรกับเขาด้วยซ้ำเพราะอะไรน่ะเหรอเพราะเขาเป็นคู่ค้าของพี่ชายเธอไง ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าพี่ชายเธอทำธุรกิจอะไร แต่เธอก็พอรู้ว่าคู่ค้าสำคัญแค่ไหน
"ฉะ ... ฉันจูบไม่เป็น" เด็กสาวก้มหน้างุดถึงจะเกลียดขี้หน้า แต่มันก็เป็นเรื่องหน้าอายหากต้องจูบกับคนที่ตัวเองไม่ชอบหน้า ปกติเธอไม่เคยเกลียดใครเลยนะ เพราะยังไม่เคยมีใครขโมยจูบเธอสักครั้ง
"ถ้าไม่จูบก็ยืนมันตรงนี้แหละ"
มาร์ตินจับตัวเด็กสาวพลิกเข้าหากำแพงปูนเย็นเฉียบ ยกมือสั่งพาทิศลูกน้องคนสนิทให้คอยคุ้มกัน และกำบังเพราะสิ่งที่เขาทำมันอาจจะทำให้เธอหวาดกลัวไปตลอดชีวิต
"อืออออ!!!"
ทันทีที่ถูกดันเข้าหากำแพงปูนเย็นเฉียบมือหนาของมาเฟียหนุ่มยกขึ้นปิดปากคนตัวเล็กตรงหน้าเพื่อไม่ให้เธอส่งเสียงกรีดร้องเขาใช้ท่อนขาแกร่งแยกเรียวขาเล็กของเธอให้แยกออก
"อื้อออออออ!!!"
น้ำตาหยดแรกร่วงลงตามพวงแก้มเมื่อถูกคนข้างหลังขบกัดผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งขึ้นจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บ เจ็บเหลือเกิน ร่างบางสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดและตกใจเมื่อมาร์ตินกัดเข้าเต็มแรงฝากรอยเขี้ยวไว้ที่ผิวเนื้ออ่อนของเธอ
"ฮึก ... อื้ออออ .... ฮึก ....." มือหนายังคงปิดปากเรียวบางของเธอเอาไว้ป้องกันการกรี้ดร้องของคนตรงหน้าอีกครั้งมือเรียวสั่นเทาของเธอทุบกำแพงระรัวเพื่อระบายความเจ็บปวด
"เลือดเธอหวานดีนะ ฉันชอบ" น้ำเสียงเยือกเย็นของมาร์ตินกระตุ้นหยาดน้ำตาของเธอให้รินไหลออกมาเป็นทาง เขาค่อยๆ ปล่อยมือออกจากปากของเด็กสาวเบาๆ
"ถ้าเธอกรี๊ด เธอได้เจ็บกว่านี้แน่!!" ราวกับล่วงรู้ว่าเด็กสาวกำลังคิดจะทำอะไร มาเฟียหนุ่มจับร่างบางของเธอให้หันหน้ากลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ดวงตาของเธอแดงก่ำ พวงแก้มของเธอมีร่อยรอยของคราบน้ำตา ผิวเนื้ออ่อนขาวผ่องมีร่องรอยขบกัดที่เขาเป็นคนสร้างมัน
"ละ ... ฮึก ... ลุงทำแบบนี้ทำไม"
เธอไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ทำไม หากไม่ชอบหน้ากันก็ไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกัน ไม่ใช่มากัดเธอแบบนี้ มือเล็กยกขึ้นสัมผัสรอยแผลลูบวนเบาๆ หวังให้คลายความเจ็บปวด
"อื้ออออ!!!"
ยังไม่ทันได้ตั้งตัวมาร์ตินก้มลงขบกัดผิวเนื้อบริเวณเนินอกอวบอิ่มของเด็กสาวอีกครั้ง มือหนายกขึ้นปิดริมฝีปากขณะที่อีกมือจับข้อมือของเธอไว้ โดยที่มือเรียวเล็กยังคงถือบุหรี่ที่ใกล้หมดของเขาเอาไว้แน่น
"เจ็บเหรอ"
"ลองโดนกัดเองบ้างไหมละ!!!"
เกลียด ความรู้สึกเธอชัดเจนแล้วว่าเธอเกลียดเขา คนที่เพิ่งเจอหน้ากันแค่สองครั้งในหนึ่งวันแต่กลับสร้างบาดแผลให้กับร่างกายเธอจนไม่หน้าให้อภัย
"ฉันไม่ชอบให้ตัวฉันมีรอย จำไว้" แล้วมาบอกฉันทำไมไม่ทราบ ฉันคงไม่หวังจะเจอนายอีกแน่ อีตาลุงโรคจิต
"พอใจแล้วใช่ไหม ถ้าพอใจแล้วก็เอาโทรศัพท์ของฉันคืนมา" น้ำเสียงสั่นเครือของเธอทำให้มาร์ตินจ้องมองใบหน้าของเธอด้วยสายตาว่างเปล่า ร่องรอยที่เขาเป็นคนทำมันช่างดูสวยงามสำหรับเขาที่สุด
"จูบฉัน"
" ... "
"ถ้าฉันต้องพูดอีกครั้ง มันจะไม่จบที่รอยกัดแน่" น้ำเสียงเย็นเยือกพูดประชิดริมฝีปากบางของคนตัวเล็ก มาร์ตินเหลือบมองใบหน้าของเด็กสาวที่ตอนนี้กำลังจะหลั่งน้ำตาออกมาเป็นทางยาว เนื้อตัวของเธอสั่นเทิ้มอย่างหนักไม่ว่าจะด้วยความกลัว หรือความโกรธ แต่แล้วยังไง เขาต้องแคร์ด้วยเหรอ
"อืมมมมม"
น้ำพั้นช์ใช้สองมือเล็กประคองใบหน้าคมคายของมาเฟียหนุ่มเอาไว้ โดยที่มือของเธอยังคีบบุหรี่ที่ใกล้จะดับอยู่ เธอยื่นปากเรียวบางประทับรอยจูบทั้งน้ำตาอย่างเงอะงะ
"จูบของเธอมันโคตรห่วยเลย!!!"
“มึงแทงเพื่อนกู กูเป่าหัวมึง เลือกเอา”สถานการณ์ ณ ตรงนั้นมันทำให้ใครๆ ต่างก็รู้ว่าพาทิศได้เปรียบขนาดไหน อีกทั้งเขาคนเดียวสามารถเอาอยู่ได้อย่างแน่นอน ทิวาหันมามองหน้าพาทิศด้วยความ งง เมื่อครู่ยังบอกว่าไม่เอาเขาทำเพื่อนอยู่เลย หากเป็นอย่างนั้นพาทิศก็ไม่ควรช่วยเหลือเขา“คุณพาทิศ”“เออ กูเอง น้ำใจนักกีฬาอ่ะ พวกมึงรู้จักไหม อย่ามาแพ้แล้วพาลอย่างนี้”นักฆ่าหนุ่มหันปลายกระบอกปืนไปทางหนึ่งในนักแข่ง ทุกคนล้วนพร้อมใจกันปล่อยทิวา แต่ยังไม่วายส่งสายตาคาดโทษมาให้เขา ไม่มีใครอยากเสี่ยงกับอารมย์ของพาทิศนักหรอกนะ เพราะใครๆ ก็ต่างรู้ว่าเขาเป็นลูกน้องใคร และเป็นคนอย่างไร“ขอโทษครับ”ทิวาเมื่อถูกปล่อยจากพันธนาการ เขาเดินตรงมาหาพาทิศเพื่อแสดงความขอบคุณ ก่อนจะทำหน้ามึนตีซี้พาทิศอย่างไม่รู้สึกละอาย การได้เป็นเพื่อน หรือรู้จักกับพาทิศ มันคือสิ่งที่มาเฟียหลายๆ คนต่างสนใจ“ไหนบอกไม่รับกูเป็นเพื่อนไง แล้วมาช่วยกูทำไม”“ช่วยลูกหมา ลูกแมว มันก็ได้บุญดีไม่ใช่รึไง”นักฆ่าห
@สนามแข่งรถเสียงระเบ็งเซ็งแซ่ดังกึงก้องทั้งสนามแข่งรถ พาทิศในชุดนักแข่งพร้อมทั้งหมวกกันน็อคสีดำสนิทเดินจูงมือแฟนสาวเข้าไปในสนามแข่งโดยไม่ได้แคร์สายตาของใครเลย เขาเดินไปที่รถพอร์ชคันหรูของตัวเองพร้อมทั้งพยายามเช็กเครื่องยนต์ด้วยตัวเองทั้งๆ ที่มีทีมช่างฝีมือดีที่มาร์ตินส่งมาให้“น้ำคะเฮีย”วิปครีมเดินเข้ามาทางด้านหลังของเขา เธอหายไปซื้อน้ำมาหลังจากที่พาทิศเดินออกมาดูรถเพื่อเตรียมความพร้อม เขารับขวดน้ำนั้นมาด้วยรอยยิ้มที่สาวๆ คนไหนได้เห็นรับรองว่าต้องละลายอย่างแน่นอน“อย่าเที่ยวยิ้มเรี่ยราด” เธอปรามชายคนรักของตัวเอง นอกจากพาทิศจะไม่สะทกสะท้านแล้ว เขากลับทำหน้าตาล้อเลียนเธอจนหน้าหมั่นไส้ ท่อนแขนแกร่งโอบรอบลำคอระหงของคนตัวเล็ก โดยที่เธอเป็นฝ่ายถือหมวกกันน็อคเอาไว้ให้เขาเองวิปครีมกวาดสายตามองไปรอบๆ ผู้คนเริ่มทยอยเดินเข้ามาเรื่อยๆ เพื่อดูการแข่งขัน เธอตื่นเต้นกับบรรยากาศแบบนี้มาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเธอที่พาทิศพาเธอมาในที่แบบนี้“เป็นอะไร”“ปะ ... เปล่าค่ะ”
@ประเทศอิตาลี"โอ้วววววววววว ที่นี่สุดยอดเลยเฮีย""มือขวากำเหรียญ หันหลัง อธิฐาน แล้วโยนเหรียญข้ามไหล่ซ้ายให้ลงบ่อ จะทำให้ได้กลับมาอีกครั้ง ลองดูซิ"พาทิศพาวิปครีมมาเที่ยวชมเมื่องอิตาลีโดยที่ตอนนี้เขาพาเธอมาที่น้ำพุเทรวีที่มีรูปปั้นแกะสลักเทพเจ้าเนปจูนและไทรทันอยู่กลางน้ำพุ เขาอมยิ้มให้กับอาการตื่นเต้นดีใจของวิปครีมที่ตอนแรกดูอิดออดไม่อยากมาหญิงสาวหยิบเหรียญในกระเป๋าสะพายข้างสีดำออกมายืนหันหลังหลับตาอธิฐานแล้วโยนเหรียญข้ามไหล่ซ้ายของตัวเองลงบ่อ"เย้ๆ ลงบ่อด้วย วิปเก่งใช่ไหมละ"เขาพาเธอเดินชมรอบๆ ราวกับเป็นไกค์ส่วนตัวของเธออย่างไรอย่างนั้น สองหนุ่มสาวเดินจับมือกันคุยไปเรื่อยๆ โดยมีไวท์และลูกน้องคนอื่นๆ อีกสามคนคอยตามประกบ"อธิฐานว่าอะไร""อธิฐานว่าขอให้ได้กลับมาที่นี่อีก วิปรู้สึกชอบที่นี่แล้วเฮีย""ได้กลับมาอยู่แล้วแหละ""ทำไมอะ บ้านเฮียอยู่นี่เหรอ""ถ้าหนูอยากมา เฮียพามาได้อยู่แล้ว"เขาจูบเบาๆ บนหน้าผากมนของคนตัวเล็ก จูบมือเธอเดินออกไปจากตรงนั้น พรุ่งนี้เขาต้องลงแข่งแล้วความจริงวัน
"เดี๋ยวเฮียมีลงแข่งรถสนามที่อิตาลี หนูไปกับเฮียนะ"พาทิศพูดขึ้นขณะที่กำลังทำอาหารกลางวันอยู่ในครัว โดยที่มีคนตัวเล็กเป็นลูกมือ เธอชอบเวลาที่ต้องทำอาหารกับเขา จนแผลแอบคิดไปว่าถ้าเขาไม่ใช่มือขวาของมาเฟียเขาคงจะเป็นเชฟชื่อดังได้แน่"วิปต้องดูร้านนิคะ""เดี๋ยวเฮียให้ลูกน้องดูให้"พาทิศพูดไปพลางทำกับข้าวไปพลางอย่างขมักเขม่น เขาชำนาญแทบจะทุกด้านจนไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีผู้ชายเพอร์เฟกแบบนี้อยู่ในโลกด้วย"ไปกับเฮียนะ ไปไม่นานหรอกน่า"" ... ""ไปให้กำลังใจเฮียหน่อยนะ"พาทิศวางหม้อต้มจืดไว้บนเตาแก๊สก่อนเดินมาหาคนตัวเล็กแล้ววางศรีษะของตัวเองไว้บนบ่ามนอย่างออดอ้อนเขาทำราวกับเป็นแมวน้อยที่กำลังออดอ้อนขอความรักจากเจ้าของ"ไปด้วยกันนะ นะ นะ" เขาเกยคางไว้ที่บ่ามนของคนตัวเล็กพลางเลื่อนมือจับเอวบางของเธอเอาไว้ การที่เขาต้องไปลงแข่งในครั้งนี้เพื่อเธอทั้งนั้น ไม่อยากให้เธอได้น้อยหน้าใครว่ามีแฟนที่ทำอะไรไม่เป็น"ก็ได้ค่ะ ถ้าเฮียสัญญาว่าจะปลอดภัย วิปไม่ได้หวังว่าเฮียจะแพ้หรือชนะ วิปหวังแค่ให้เฮียปลอดภัย"
@หลายวันต่อมา"เสร็จรึยังวิป เดี๋ยวรถติดนะ"พาทิศที่ยืนรออยู่ชั้นล่างของบ้านตะโกนเรียกแฟนสาวอยู่เป็นระยะ วันนี้เป็นวันสำคัญของเขาและเธอ เป็นวันที่ทั้งสองคนตั้งใจจะฝากชีวิตให้อีกคนดูแลมัน"เติมปากนิดนึงนะเฮีย ไม่นานๆ"เมื่อหลายวันก่อนที่พ่อแม่มาบ้านเขาได้ทำการสู่ขอวิปครีมกับพ่อแม่ของเธอแล้ว เขาและเธอตกลงกันไว้ว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อน แล้วจะแต่งงานกันหลังจากมีเจ้าตัวน้อย เพราะว่าที่เจ้าสาวของเขาอยากให้ลูกของตัวเองอยู่ร่วมพิธีด้วย"วิป จะเก้าโมงแล้วนะเดี๋ยวรถติด"เมื่อวานพาทิศกับวิปครีมไปส่งพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายที่สนามบิน เนื่องจากทั้งพ่อและแม่ของเขาและเธอต่างก็ต้องกลับไปดูกิจการของที่บ้าน"มาแล้วๆๆ เฮียเนี่ยขี้เร่งจริงๆ"เด็กสาวในวันนั้นกลับกลายเป็นหญิงสาวที่ดูสวยสะดุดตากับชุดเดรสสั้นสีแดงสดเข้ากันกับรองเท้าส้นสูงขนาดห้านิ้ว กระเป๋าถือสีดำปากแดงเลือดนกปล่อยผมระบายขับให้ดูเซ็กซี่เป็นเท่าตัว"พร้อมแล้วค่ะ คุณว่าที่สามี"" ... ""เฮียคะ"" ... "พาทิศยังคงตะลึงงันกับร่างบางของว่าที
"วิปจะเป็นกาวใจให้แม่เฮีย กับแม่วิปเอง" วิปครีมลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะเธอเดินตรงไปหาแม่ของเธอด้วยความมาดมั่น นั่งลงที่ม้านั่งหลังบ้านข้างๆ แม่ของตัวเอง"นั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้คะ"ปรีญารีบเช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มของตัวเองออก เธอหันไปหาลูกสาวพลางใช้มือบางของตัวเองลูบศรีษะเล็กของลูกสาวแผ่วเบา"นั่งกินลมชมวิวไปงั้นแหละ บ้านนี้สวยดีนะแม่ชอบ" ปรีญาพูดพลางมองไปรอบๆ บ้าน สายลมเย็นพัดผ่านพร้อมกับอากาศที่เย็นสบายทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ออกมานั่งตากลมอะไรแบบนี้"คุณแม่จำยัยพั้นช์ได้ไหมคะ เพื่อนรักวิป" วิปครีมพูดขึ้นพลางเอนตัวลงนอน เธอใช้ศรีษะเล็กนอนหนุนตักอวบของผู้เป็นแม่ ปรีญาวางมือบางของตัวเองลงบนมือของลูกสาว ในขณะที่อีกมือจับผมของเธอเล่นอย่างเพลินใจ"จำได้ซิ หนูพั้นช์ เพื่อนที่คบมาตั้งแต่อนุบาลใช่ไหม""ใช่ค่ะ เวลาเรามีเพื่อนสนิทที่คอยพูดคุยด้วยได้ มันดีนะคะแม่ มีเรื่องทุกข์ใจอะไรก็เล่าให้กันฟัง รวมหัวกันทำเรื่องบ้าๆ มีความสุขที่สุดเลย" ปรีญาฟังที่ลูกสาวเล่ามาเธอก็อดคิดไม่ได้ เมื่อก่อนเธอกับม
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!"นายครับ"ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!"นายครับนาย"เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวๆ ในตอนที่เหนือเมฆกำลังสอดใส่ตัวต้นเข้าไปในกายของไข่มุก ดารานางแบบชื่อดัง"จิ๊!!! มีเหี้ยอะไร!!!" เหนือเมฆแสดงอาการหงุดหงิดออกมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อลูกน้องที่อยู่ข้างนอกยังคงเคาะประตูระรัวราวกับเกิดเรื่องราว
"เก็บปากเธอไว้อม ... ของฉันดีกว่า" ไอ้ลุงบ้านี่ ต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ พี่เมฆไปทำการค้ากับตาลุงนี่ได้ยังไงเนี่ย"หลีกไป" เขาพูดกับใคร" ... ""หลีกไป""ลุงพูดกับฉันเหรอ?""เออ หลีกไปฉันจะกลับบ้าน" ดะ ... เดี๋ยวนะเขาเป็นคนลากฉันมา แล้วก็ปู้ยี่ปู้ยำฉัน แล้วก็บอกให้ฉันถอยไปเหรอปึก!!!"ออกรถ""ดะ ... เดี๋
"แรดฉิบหาย" หึ!! ง่ายกับคนอื่นแต่กับเขาทำเป็นสะดีดสะดิ้งมันใช่เหรอ มันไม่แฟร์กับเขาเสียเลยทั้งๆ ที่น้ำพันช์เพิ่งจูบกับเขาเมื่อกี้นี้เองO_O" ... " ต้นหนาวหันมองตามเสียงที่ดังลอดเข้ามา ถึงแม้เสียงโดยรอบจะดังระเบ็งเซ็งแซ่แต่เขาก็ได้ยินมันชัดเจนเพราะคนที่พูดน่ะอยู่ใกล้เขาอย่างกับเดินมากระซิบข้างหูอย่
"มาร์ติน" น้ำพั้นช์หันมองหน้ามาร์ตินแววตาไร้เดียงสาของเธอทำให้เขาหงุดหงิด เธอเดินตรงไปข้างหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้เขาตามธรรมเนียมไทย ถึงแม้มาร์ตินจะเป็นชาวยุโรปก็ตาม"สวัสดีคะคุณลุง หนูชื่อน้ำพั้นช์นะคะ เป็นน้องสาวของพี่เหนือเมฆ" ละ ... ละ ... ลุงงั้นเหรอ ยัยเด็กนี้ เขาเพิ่งจะยี่สิบเจ็ดเท่านั้น แต







