Se connecter"เก็บปากเธอไว้อม ... ของฉันดีกว่า" ไอ้ลุงบ้านี่ ต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ พี่เมฆไปทำการค้ากับตาลุงนี่ได้ยังไงเนี่ย
"หลีกไป" เขาพูดกับใคร
" ... "
"หลีกไป"
"ลุงพูดกับฉันเหรอ?"
"เออ หลีกไปฉันจะกลับบ้าน" ดะ ... เดี๋ยวนะเขาเป็นคนลากฉันมา แล้วก็ปู้ยี่ปู้ยำฉัน แล้วก็บอกให้ฉันถอยไปเหรอ
ปึก!!!
"ออกรถ"
"ดะ ... เดี๋ยวเซ่ ลุงงงง!!! อีตาลุงงงง!!" คือ พาฉันมาแล้วไม่พาฉันกลับเหรอ
"ไอ้ลุงบ้า ไอ้หน้ามึน ไอ้แก่มาตินนนนนน!!!" น้ำพั้นช์ตะโกนไล่หลังเมื่อมาร์ตินออกรถไปแล้วเธอยืนดิ้นเร่าๆ อยู่ตรงนั้นในขณะที่มาร์ตินแอบมองเธอทางกระจกมองหลังแล้วหลุดยิ้มให้กับอาการดิ้นเร่าๆ ของเธออย่างลืมตัว น่ารัก คำนี้มันผุดขึ้นมาในหัวตอนไหนก็ไม่รู้
"อ้าวไหนบอกไม่กลับมานอนบ้านไง" เหนือเมฆเอ่ยทักน้องสาวที่เดินเข้ามาในบ้าน ในขณะที่เขากำลังจะออกไปข้างนอก
"พี่เมฆจะไปไหน" น้ำพั้นช์เดินเข้าหาพี่ชายเกาะแขนเขาแน่นราวกับกำลังออดอ้อนจะเอาอะไร
"พี่จะไปทำงาน"
"ไปโกดังเหรอ"
"อืม"
"ไปด้วย"
"ไม่ได้งานนี้มันสำคัญนะ พี่ต้องไปคุมงานเอง" เพราะถ้าหากพลาด ได้โดนไอ้มาร์ตินระเบิดโกดังอีกแน่ ขณะที่พูดกับน้องสาวสายตาเหลือบไปเห็นรอยเขี้ยวบนคอน้อง
"คอไปโดนอะไรมา" ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นรอยเขี้ยวแต่ก็อยากฟังจากปากน้องไม่อยากตัดสินอะไรไปเอง น้ำพั้นช์ที่เขาเลี้ยงมาไม่มีวันปล่อยตัวปล่อยใจให้ใครง่ายๆ
"ไอ้หมอห่านั่นมันกัดเรารึไง"
"ไม่ใช่พี่หมอ" เหนือเมฆเดินตรงไปยังหน้าของน้ำพั้นช์สองมือหนาจับไหล่มนของน้องสาวไว้แน่น
"ใคร" น้ำเสียงเย็นเฉียบที่พูดออกมามันทำให้น้ำพั้นช์อดตกใจไม่ได้เหนือเมฆไม่เคยพูดแบบนี้กับเธอเลย เขาอ่อนโยนกับเธอมาโดยตลอด
"ลุงขี้เมาในผับอะ เขาเป็นลมบ้าหมูล้มมาทับพั้นช์ ดีนะมีคนมาช่วยไว้ทัน" สายตาเธอสั่นไหวเพียงนิดก่อนที่จะสวมกอดพี่ชายแน่น
"แน่ใจนะ" หากใครมาทำน้องสาวเขา เขาเองจะระเบิดร่างมันให้แหลกเป็นจุล
"อือ กอดหน่อยเหนื่อย" อ้อมกอดของพี่ชายอบอุ่นที่สุดสำหรับเธอ
"พี่เมฆลุงมาร์ตินเขาสำคัญกับเรามากเลยเหรอ พั้นช์ได้ยินมาว่าเขาระเบิดโกดังเรา แต่ทำไมพี่เมฆไม่ทำอะไรเลย"
จะไปทำอะไรได้เล่านั่นมันลูกเจ้าพ่อเลยนะ และตัวมันกับน้องชายก็ไม่ต่างอะไรกับเจ้าพ่อเลย
"สำคัญ เสียไปไม่ได้เพราะธุรกิจเราเอื้อกันอยู่" เขาพยายามอธิบายให้น้องเข้าใจ และเหมือนน้ำพั้นช์จะเข้าใจดี
"มาๆ เติมพลังไหม" เธอกอดกระชับพี่ชายให้แน่นขึ้นหวังเติมกำลังใจให้พี่ชายที่เลี้ยงดูเธอมาเป็นอย่างดีได้หายเหนื่อย
"เหนื่อยไหม มีพั้นช์เป็นน้อง" มือหนาลูบลงศรีษะเล็กของเด็กสาวที่กำลังโอบกอดเขาด้วยความรัก แค่นี้ก็พอแล้ว มันเพียงพอแล้วสำหรับเขาแล้ว
"ไม่เหนื่อย พี่ต้องไปทำงานแล้ว" เธอคลายมือออกมองหน้าพี่ชายเพียงนิด หากเธอช่วยอะไรเขาได้บ้าง เขาคงไม่เหนื่อยขนาดนี้ หากเธอมีประโยชน์ เขาคงไม่ต้องออกไปทำงานดึกๆ แบบนี้
"มึงไปบอกคนข้างบนพั้นช์มานอนบ้านอย่าเดินเพ่นพ่าน" เหนือเมฆออกคำสั่งกับลูกน้องคนหนึ่งในบ้านแล้วเดินออกไปขึ้นรถที่ภูผาเตรียมไว้ให้
@วันต่อมา
"พี่เมฆเช้านี้มีอะไรกินบ้าง" น้ำพั้นช์วิ่งลงบรรไดมาอย่างรวดเร็วด้วยสภาพการแต่งตัวที่ไม่เรียบร้อยเอาเสียเลย เธอใส่กางเกงขาสั้นตัวบาง เสื้อกลามสีขาว และเสื้อคลุมซีทรูสีขาว
"ไปแต่งตัวให้เรียบร้อย" เธอมองไปที่โซฟารับแขก ดวงตากลมโตของเธอต้องเบิกโพลงเมื่อเห็นมาร์ตินนั่งไขว้ห้างอยู่ที่โซฟา
"ไม่เป็นไรฉันไม่ถือ" เมื่อมาร์ตินพูดจบประโยคเขาจ้องมองเรือนร่างอรชรของเธอภายใต้สายตาที่เรียบเฉยจนยากจะคาดเดา กลับกลายเป็นน้ำพั้นช์เองที่ทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นใบหน้ากวนประสาทของคนที่ไม่อยากเจอ
"พั้นช์จะไปมหาลัย พี่เมฆไปส่งหน่อยนะ เดี๋ยวพั้นช์ไปอาบน้ำก่อน" ว่าจบหมุนตัวกลับเดินขึ้นชั้นสองในทันที แต่เธอต้องหยุดชะงักกับประโยคถัดมาที่ได้ยิน
"มหาลัย xxx ใช่ไหม ทางผ่านพอดีเดี๋ยวฉันไปส่งให้ นายก็เร่งเตรียมของให้ฉันก่อนหกโมงเย็นละกัน" อีตาลุงบ้านี้ต้องเป็นสัมพเวสีแน่ๆ หรือไม่ก็ต้องเป็นอะไรสักอย่างที่มาเกาะติดฉันขนาดนี้
"ฝากนายด้วยละกัน" เหนือเมฆพูดออกมาอย่างลำบากใจ ของที่มาร์ตินสั่งไปก่อนหน้ายังเตรียมไม่ทัน วันนี้มาร์ตินมาสั่งเพิ่มอีกราวกับกำลังจะกลั่นแกล้งเขา และถ้าไม่ลงไปดูด้วยตัวเองยังไงก็คงไม่ทัน
"พี่เมฆ!!!" น้ำพั้นช์รีบหันกลับไปตวาดใส่พี่ชายเบาๆ เขาจะรู้ไหมนะว่ากำลังฝากปลาย่างไว้กับแมว มันหน้าโมโหที่ตาลุงนี้กลับดูเหนือกว่า
ปึก!!!!
เสียงปิดประตูรถดังขึ้นทางข้างฝั่งคนขับ ทำให้มาร์ตินต้องหันไปมอง น้ำพั้นช์ในชุดนักศึกษากระโปรงสั้นรัดรูปที่นั่งทีกระโปรงร่นมาจนถึงหน้าขา ใส่สั้นขนาดนี้อยากจะโชว์มากนักใช่ไหม
บรื้นนนนนนนนน!!!
มาร์ตินออกตัวรถด้วยความแรงภายในรถปกคลุมด้วยความเงียบ และแอร์เย็นฉ่ำ เขามองน้ำพั้นช์ตลอดทางที่นั่งรถมาด้วยกันแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา
"ลูกน้องลุงไปไหนหมดทำไมขับรถเอง" เป็นน้ำพั้นช์ที่ทำลายความเงียบด้วยคำถาม แต่เธอกลับตกใจเมื่อมาร์ตินไม่ตอบคำถามแถมยังหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าซอยเปลี่ยว
"นี่!!! ลุง จะทำอะไร ถอยไปห่างๆ เลยนะ" เธอไม่มีวันให้เขาได้ทำแบบเดิมอีกแน่
"ถ้าไม่อยากให้พี่เธอเดือดร้อนก็อยู่เฉยๆ" พูดจบมาร์ตินปลดเข็มขัดนิรภัยของน้ำพั้นช์ และของตัวเองออก ก่อนที่จะปรับเบาะฝั่งที่นั่งคนขับให้ถอยไปข้างหลัง แล้วใช้ท่อนแขนแกร่งยกตัวเธอขึ้นให้วางทาบทับหน้าตักแกร่งของตัวเองในท่าหันหน้าเข้าหากัน
"ยะ ... อย่านะ" คำห้ามปรามของเธอไม่เป็นผลกับเขาเลยสักนิดเมื่อมาร์ตินค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของเธอออกทีละเม็ดจนถึงเม็ดสุดท้าย เขาจับแขนเธอไขว้หลังไว้ป้องกันไม่ให้เธอดิ้นพล่าน
"ละ ... ลุง อย่านะ" เนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัวเมื่อมาร์ตินดึงบราเซียร์ลายลูกไม้ลงมาไว้ใต้ราวนม เขาใช้ริมฝีปากดูดดุนปลายถันเบาๆ สลับหนักจนแข็งขึ้นเป็นไต ก่อนจะใช้ฟันคมขบเม้มจนปลายถันแดงเถือก
"รู้จักลุงที่แปลว่าผัวไหม"
"ฉันท้อง" หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเมื่อได้ยินสิ่งที่อดีตเพื่อนพูดออกมา ราวกับถูกผลักให้ตกจากหน้าผาสูงชัน น้ำตาเริ่มคลอรื้นขึ้นมาจนรอบดวงตาแดงก่ำน้ำพั้นช์พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมา หัวใจของเธอตอนนี้มันสั่นไหวไปหมด ราวกับคนที่กำลังจะเป็นลม ยืนแทบไม่อยู่ เธอกำลังกลัว กลัวว่าจะรู้ว่าพ่อเด็กเป็นใคร"แกอย่ามาพูดเล่นแบบนี้นะยัยดาว" วิปครีมเห็นอาการของน้ำพั้นช์ เธอจึงรีบหันไปแหวใส่ละอองดาวอีกครั้ง หัวใจของเธอเองก็สั่นไหวไม่แพ้กัน ขออย่าให้น้ำพั้นช์เจอเรื่องเลวร้ายนั่นเลย"ฉันท้องจริงๆ" ละอองดาวยืนยันหนักแน่น เธอจับมือน้ำพั้นช์แน่นจนรู้สึกเจ็บไปหมด แต่เจ็บกายรึจะสู้เท่ากับอาการปวดใจในตอนนี่ หัวใจของเธอกำลังจะพัง มันกำลังแหลกสลายลงไม่เป็นชิ้นดี"อย่าพูดอะไรบ้าๆ นะยัยดาว" ละอองดาวยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลลงบนพวงแก้มนวล เธอหันไปมองหน้าวิปครีมสลับกับใบหน้าหวานของน้ำพั้นช์ "ฉันท้อง!! ลูกในท้องฉันต้องการพ่อ" น้ำเสียงหนักแน่นของละอองดาวยืนยันมาแบบนั้น อดคิดไม่ได้เลยว่า พ่อของเด็ก
@หลายสัปดาห์ต่อมา"ยัยพั้นช์ ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแกเป็นเมียผู้มีอิทธิพลขนาดนั้น" เมียเมออะไรกันเล่าเธอมันแค่ของขัดหนี้ที่ต้องชดใช้เขาเท่านั้นหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มาร์ตินอ่อนโยนกับเธอมากจนหน้าใจหาย ทั้งคำพูด การกระทำ หรือแม้แต่การร่วมรัก ที่ไม่ได้มีความสุขแค่ตัวเขาเอง เขาพยายามปรนเปรอเธอให้สุขสมไปกับเขาทุกท้วงท่าเธอหวั่นไหว ใช่ เธอกำลังหวั่นไหวให้กับมาเฟียหนุ่มเจ้าเสน่ห์คนนี้ เธอไม่เคยรับรู้ว่าเขาทำงานอะไร รู้แต่เพื่อนๆ เธอกรี้ดเขามาเพราะทุกคนต่างรู้ว่าเขาคือนักธุรกิจหนุ่มที่ร่ำรวย และเก่ง"พวกแก ยัยดาวไม่คุยกับฉันเลย" ตั้งแต่เกิดเรื่องละอองดาวปลีกตัวออกห่างจากน้ำพั้นช์ ไม่ใช่แค่น้ำพั้นช์หรอกนะ แต่เธอปลีกตัวออกห่างจากทุกคนรวมทั้งวิปครีม และชานนท์ด้วย"ช่างมันดิ ก็ผู้ชายเขาไม่เอาแล้วยังจะไปอาลัยอาวอนถ้าฉันเป็นผัวแก ฉันก็ไม่เอามันหรอก" ชานนท์พูดขึ้นเมื่อน้ำพั้นช์กำลังระบายความในใจ พวกเธอเดินตรงไปนั่งที่โต๊หินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อรอเรียนภาคบ่าย"ฉันไปซื้อขนมแป๊ป ไปด้วยกันปะ" วิปครีมชวนเพื่อนใ
"ป๋าขอรางวัลให้คนเก่งด้วยนะครับ อ่าาา~" มาเฟียหนุ่มเริ่มขยับสะโพกเข้าออกด้วยจังหวะเนิบนาบ ปรนเปรอเด็กสาวด้วยปลายลิ้น เขาใช้มันสัมผัสยอดปทุมถันสีหวานของคนใต้ร่างเบาๆร่างกายไม่รักดีของเธอตอบสนองเขาทุกสัมผัส เธอบิดเร่าร่างกายไปมาราวกับกำลังถูกเขาทรมาณด้วยความเสียวซ่านช้าๆ"อ๊าา~ ปะ ... ป๋าขา นะ ... หนูเสียวตรงนั้น" ให้ตายเถอะเธอพูดอะไรออกไป เธอกำลังพูดสิ่งที่หน้าอาย สิ่งที่ไม่ควรเอ่ยปากขอให้เขากระทำ ร่างกายของเธอยิ่งแล้วใหญ่ ทำไมถึงได้ซื่อสัตย์กับเขาด้วยการปลดปล่อยน้ำล่อลื่อออกมาชโลมแก่นกายใหญ่ของเขาจนมันวาวขนาดนั้น"เสียวตรงไหนคับ หนูบอกป๋าซิ ซี้ดดดดดด~" ราวกลับนายพรานที่กำลังล่อเหยื่อ เมื่อมาเฟียหนุ่มเห็นสีหน้าเคลิิบเคลิ้มของคนตัวเล็ก เขาเริ่มเพิ่มความรุนแรงขึ้นทีละนิดโดยที่คนตัวเล็กไม่ทันได้รู้ตัว"อื้อออออ!!! สะ ... เสียวค่ะ นะ ... หนูเสียวตรงนั้นมากๆ เลย" เธอหลับตาพริ้มพร่ำบอกเล่าความรู้สึกอย่างลืมอาย ไม่แม้แต่จะแสดงความไม่พอใจเมื่อมาเฟียหนุ่มเริ่มเพิ่มแรงกระแทกกระทั้นเหมือนอย่างที่เคยทำ แต่เธอกำลังเคลิ้บเคลิมกับแรงกระแทกกระทั้นราวกับมันคือสิ่งที่เธอโปรดปรานมาร์ตินหยัดกายลุก
"หายโกรธป๋านะครับ" ใบหน้าคมคายซุกลงหน้าอกอวบอิ่มของหญิงสาว เขาใช้สันกรามคมที่มีเคราปกคลุมลูบไล้เนินอกอวบอิ่ม สัมผัสของเขาทำให้เธอขนลุกชูชันน่าประหลาดที่ร่างกายกลับตอบสนองสัมผัสอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่ม ร่างกายของเธอปลดปล่อยน้ำล่อลื่นออกมาอย่างมากมายจนเปียกแฉะแพนตี้ตัวบางสีชมพู"อ๊าาา~ ปะ ป๋าอย่า" การกระทำช่างสวนทางกับคำพูด เมื่อเด็กสาวบนหน้าตักเอ่ยปากห้ามปรามแต่กลับจงใจบดสะโพกลงบนหน้าตักแกร่ง ทำให้ดอกไม้งามเสียดสีกับความใหญ่โตภายใต้ร่มผ้าสร้างความเสียวซ่านให้กับเขา และตัวเธอเอง"อืมมมมม" มาเฟียหนุ่มใช้ริมฝีปากคลอเคลียยอดปทุมถันภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางของเธอ เขาใช้ริมฝีปากกัดที่ขอบบราเซียร์แล้วดันขึ้นให้เหนือเนินอก ก่อนครอบครองยอดปทุมถันผ่านร่มผ้าด้วยสัมผัสเปียกแฉะของน้ำลายใสมือเล็กตอบสนองมาเฟียหนุ่มอย่างอัตโนมัติด้วยการโอบรัดรอบลำคอหนา เธอเชิดหน้าเปล่งเสียงครางหวานเมื่อปลายลิ้นสัมผัสกับยอดปทุมถัน แต่แค่นั้นมันยังไม่สะใจมาเฟียหนุ่ม เขาล้วงมือเข้าในกางเกงยีนส์รัดรูปตัวสั้นของเธอ ใช้ปลายนิ้วบดคลึงกับยอดเกสรจนคนบนหน้าตักสั่นเกร็ง"อ๊าาา~ ปะ ... ป๋าขา พะ ... พั้นช์เสียว"เธอหอบหายใจ
"หิวไหมเดี๋ยวป๋าทำกับข้าวให้กิน"ภายในรถยุโรปคันหรูมาเฟียหนุ่มเอ่ยถามเด็กสาวที่นั่งอยู่บนหน้าตักแกร่ง แถมเธอยังไม่ยอมพูดยอมจากับเขาอยู่ตั้งนาน นั่งทำหน้ากระเง้ากระงอดราวกับโกรธเคืองเขามากมายนัก แต่ มันไม่ได้ดูน่ารำคาญสำหรับเขาเลย"ไม่เอาหรอก เดี๋ยวป๋าใส่ยาพิษให้หนูกิน" ว่าจบเธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่น พยายามฝืนตัวเองให้ออกจากท่อนแขนแกร่งของมาเฟียหนุ่มแต่เขากลับกระชับแขนให้แน่นขึ้นเพื่อบีบรัดไม่ให้เธอดีดดิ้น"ป๋าไม่ทำอย่างนั้นหรอก" ใครจะทำร้ายเมียตัวเองได้ลงคอเล่า มือหนารั้งใบหน้าหวานของคนบนหน้าตักเข้าหาแผงอกแกร่งของตัวเอง"แต่ป๋าจะรุนแรงกับหนู หนูไม่ชอบ หนูเจ็บ" ความเจ็บปวดที่เขากระทำยังคงตราตรึงทางจิตใจ แต่ไม่รู้ทำไมหัวใจของเธอถึงเต้นแรงไปกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของมาร์ติน"อ๊ะ!!!!" ทันทีที่พูดจบมือหนารั้งศรีษะเล็กลงด้วยความแผ่วเบา เขาบรรจงจูบตั้งใจมอบสัมผัสอ่อนโยน เรียวลิ้นร้อนชื้นส่งเข้าควานหาความหวานในโพรงปากบาง"อืมมมมม" มาร์ตินครางออกมาในลำคอหนาด้วยความพึงพอใจสัมผัสของเธอทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย และอบอุ่น"ป๋า!!! ยะ ... อย่าทำแบบนี้!!! คนเยอะแยะ" ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระน้ำพั
"กลับบ้านกับป๋านะครับ" มือหนาของมาเฟียหนุ่มจับเส้นผมนุ่มของคนบนหน้าตักทัดใบหูเล็กด้วยความอ่อนโยน คิดถึงเธอเหลือเกิน"ปะ ... ป๋า พูดอะไร ใครเมียป๋า" แม้จะยังโกรธเคือง แต่หัวใจกลับเต้นแรงกับสรรพนามที่เขาป่าวประกาศให้ใครต่อใครรู้ว่าเธอเป็นใคร"หนูไง เมียป๋า กลับบ้านกับป๋านะ" ใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตา กลับเปื้อนรอยยิ้มด้วยความเขินอายมากกว่า ปกติเขาดิบห่ามกับเธอจะตาย คำพูดดีๆ ไม่เคยหลุดออกจากปากเขาหรอกนะ"เออ ขอโทษนะครับ ผมชานนท์เป็นเพื่อนของน้ำพั้นช์ คือ ผมกำลัง งง คุณมาร์ตินเป็นอะไรกับเพื่อนผมนะครับ"มาร์ตินเงยหน้ามองเพื่อนของน้ำพั้นช์เพียงนิด ก่อนยกยิ้มมุมปากมองหน้าน้ำพั้นช์อีกครั้ง สายตาที่เขามองเธอมันบ่งบอกว่าเขาคิดถึงเธอมากขนาดไหน"เธอเป็นเมียฉัน"ใบหน้าหวานของคนบนหน้าตักกลับเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ให้ตายเถอะอย่ามาทำดีเพื่อลองใจเธอนะ เธอหวั่นไหวง่ายนะจะบอกให้"แล้วเรื่องของเราละคะคุณมาร์ติน" ละอองดาวจ้องมองพาพตรงหน้า เธอถูกเขาหลอกงั้นเหรอที่ใครต่อใครเตือนเธอว่ามาร์ตินเจ้าชู้มันจริงใช่ไหม เธอหลงเคลิบเคลิ้มไปกับใบหน้าหล่อเหลานั่นได้ยังไง"นี่แกอย่าบอกนะ ว่าที่แ







