ログイン"จูบของเธอมันโคตรห่วยเลย!!!"
"อื้ออออ!!!"
ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่มาเฟียหนุ่มก็ประกบปากจูบสอนรสรักให้กับคนตัวเล็กข้างหน้า สองมือเล็กกำกำปั้นทุบแผงอกแกร่งระรัวหวังให้เขาหยุดการกระทำหน้าอายนี้
นี่มันสามครั้งแล้วนะ เขาจูบเธอสามครั้งแล้ว อีตาลุงนี้ต้องมีปัญหาเรื่องสมอง แน่ๆ อย่าให้ฉันหลุดไปได้นะ ฉันจะฟ้องพี่เมฆให้ดู
"อื้ออออออ!!!"
เด็กสาวเริ่มประท้วงในลำคอเมื่อรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะขาดอากาศหายใจ เธอถูกช่วงชิงลมหายใจนานจนเกินไปจนตอนนี้เธอเริ่มหายใจติดขัดแต่มาเฟียหนุ่มยังไม่ยอมหยุดช่วงชิงลมหายใจของเธอ
"ยะ ... อย่ามายุ่งกับฉันนะ ลุงทำแบบนี้ทำไมอะ" ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระน้ำพั้นช์กลับต่อว่ามาเฟียหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว เธอใช้จังหวะที่เขาเผลอกระชากโทรศัพท์ของตัวเองคืน
พลั่ก!!
เพี้ยะ!!
เธอผลักแผงอกแกร่งของมาเฟียหนุ่มให้ออกห่าง แต่ยังไม่วายหันกลับไปฟาดมือลงบนใบหน้าคมคายของเขาเต็มแรง แล้วรีบหนีเดินออกมา
"ยัยเด็กปากดี" เกิดมายังไม่เคยมีใครทำกับเขาอย่างนี้เลย มาร์ตินยกมือหนาขึ้นลูบแก้มสากตัวเองเบาๆ แรงตบของเธอมันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บ แต่ก็มีอาการชาๆ อยู่บ้าง
"หายไปไหนมาย่ะ เอายัยดาวมาทิ้งแล้วหายไปเลย" วิปครีมแหวใส่เพื่อนรักทันทีที่เห็นน้ำพั้นช์เดินกลับมาที่โต๊ะโดยไม่ทันได้สังเกตุว่าสภาพของเพื่อนกระเซอะกระเซิงขนาดไหน
"โดนรุมโทรมมารึไง" ชานนท์แขวะเพื่อนสาวที่เดินมาด้วยภาพที่ไม่หน้าดูนัก
"แล้วแกปล่อยผมทำไมเนี่ย เมื่อกี๊ยังมัดอยู่เลย อย่าบอกว่าหนาวนะ ฉันเห็นแกเหงือแตกขนาดนี้" จะไม่ปล่อยได้ยังไง ถ้ายังมัดอยู่วิปครีมกับชานนท์ต้องได้เห็นรอยเขี้ยวของตาลุงนั่นแน่
"ไหนเหล้าฉันละ" ใครจะไปอยากพูดถึงกัน เรื่องหน้าอับอายขนาดนี้ น้ำพั้นช์ทำเป็นเฉไฉเปลี่ยนเรื่องพลางยกมือลูบรอยแผลที่ลุงหน้ามึนฝากเอาไว้
"คุณผู้หญิงครับ คุณผู้ชายท่านนั้นฝากมาให้ครับ" เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ บริกรเอาเครื่องดื่มมาให้น้ำพั้นช์พลางชี้นิ้วไปด้านหลัง พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่หน้าตาหล่อเหลาเอาการยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นเป็นการเชื้อเชิญ
"พี่หมอ" ต้นหนาวชายหนุ่มรุ่นพี่ที่เรียนหมออยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ส่งยิ้มให้กับดาวคณะสามปีซ้อนอย่างน้ำพั้นช์เป็นการเชื้อเชิญ
"นอโผล่เลยดิมึง" ชานนท์จิกกัดอีกครั้งก่อนที่จะเบนสายตาไปมองละอองดาวที่ฟุบหลับอยู่กับโต๊ะ
"เดี๋ยวกูไปหาพี่หมอแป๊ปนะ"
"ไปนานๆ ก็ได้พวกกูจะกลับแล้ว ต้องไปส่งดาวอีก" ชานนท์พูดตอบขณะที่วิปครีปชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างมึน งง
"พวกกูที่มึงพูดถึงหมายถึง มึงกับ ดาวใช่ปะ" เธอยังไม่อยากกลับสักหน่อยทำไมถึงเหมารวมเธอเข้าไปด้วยละ
"หมายถึงอีดาว มึง แล้วก็กูเนี่ย"
"แต่กูยังไม่อยากกลับไง"
"แล้วใครจะช่วยกูแบกมันละ มันต้องนอนห้องมึง" วิปครีมทำหน้าเอือมๆ กับเพื่อนสาว เธอลุกขึ้นจับมือน้ำพั้นช์ลากไปหาต้นหนาวทันที
"หนีพี่มาเที่ยวเหรอเราน่ะ" คำทักทายแรกจากต้นหนาวทำเอาน้ำพั้นช์อึ้งไปเล็กน้อย จริงอยู่ที่เธอหนีเหนือเมฆมาเที่ยวแต่ต้นหนาวรู้ได้ยังไง
"เออ พี่ต้นครีมฝากยัยพั้นช์ด้วยนะ ครีมต้องพายัยดาวกลับ" ต้นหนาวพยักหน้ารับพร้อมทั้งจ้องมองน้ำพั้นช์ ที่ตอนนี้เธอดูสวยเซ็กซี่ในแบบของเธอ
"มองขนาดนี้จะกินพั้นช์เลยไหมคะ" น้ำพั้นช์เย้าแหย่ต้นหนาวที่ตอนนี้เดินมาซ้อนหลังในขณะที่เธอกำลังนั่งบนเก้าอี้ มือหนาลูบไล้เรียวแขนเล็กของเธอเบาๆ ขณะที่อีกมือกำลังม้วนปลายผมเธอเล่นอยู่
"ให้พี่กินเหรอ" ทั้งๆ ที่เป็นคนตั้งคำถามแต่เมื่อเป็นฝ่ายถูกถามกลับใบหน้าของเธอก็เห่อร้อนขึ้นมา ตอนนี้หน้าเธอคงแดงเป็นลูกตำลึงสุกแล้วมั้ง
"ถ้าให้พี่หมอจะกินน้ำพั้นช์ไหมคะ" เธอเอี้ยวตัวกลับใช้สองแขนตวัดรัดรอบลำคอหนาของต้นหนาวเอาไว้หลวมๆ ขณะที่มือก็ยังถือแก้วอยู่ด้วย
"อ่อยขนาดนี้พี่กินจริงแล้วอย่ามาร้องนะ" มือหนาดันหน้าผากมนของน้ำพั้นช์เบาๆ เรียกเสียงขบขันให้กับต้นหนาวเป็นอย่างดีเมื่อเห็นคนตัวเล็กเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด
"นี่แกล้งกันเหรอคะ" น้ำพั้นช์ทำสีหน้ากระเง้ากระงอด ทำให้ต้นหนาวเลื่อนมือที่ค้ำยันกับขอบโต๊ะเอาไว้ ขึ้นมากอดหญิงสาวเอาไว้ในอ้อมแขนแกร่ง
"พี่กินเราแน่ แต่เราต้องตกลงเป็นแฟนกับพี่ก่อน" ใบหน้าหวานเริ่มร้อนเห่อขึ้นมาอีกครั้งเมื่อต้นหนาวพูดประชิดกกหูเล็กของตัวเอง ไรขนอ่อนลุกชูชันเมื่อฝ่ามือร้อนสัมผัสหน้าท้องแบนราบ
"พี่ก็รู้ว่าพั้นช์ยังไม่พร้อมผูกมัดกับใคร" ถึงแม้ว่าจะรู้คำตอบของคนตัวเล็กอยู่แล้วแต่ต้นหนาวก็ไม่ได้ว่าอะไรแม้แววตาจะแอบวูบไหวไปบ้างก็ตาม
"งั้นก็อย่ามาอ่อย ถ้าพี่ทนไม่ไหว พี่ข่มขื่นเราแน่" คำพูดติดตลกของเขาทำเอาน้ำพั้นช์ ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เธอกับต้นหนาวยังไม่มีสถานะในการเรียกกัน จะว่าคู่ขาก็ไม่ใช่คู่นอนก็ไม่เชิง แม่จะเคยนอนบนเตียงเดียวกันแต่ก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน เธอยังซิง
"พั้นช์ทำไม่ได้หรอกคะ ก็ซิกซ์แพ็กพี่หมอมันน่ากัดหน้าฟัด" น้ำพั้นช์ยังหยอกเย้ากับต้นหนาวอย่างเป็นกันเอง ความอบอุ่นที่ต้นหนาวมอบให้มันทำให้เธออยากลองเปิดใจสักครั้ง
"เป็นว่าที่นายแพทย์ แต่ทำไมถึงดื่มบ่อยจัง" เธอเอี้ยวตัวไปกระซิบถามข้างหูของว่าที่หมอหนุ่ม
"ซ้อมเอาไว้ เผื่อวันไหนโดนบางคนเทจะได้ไม่เจ็บมาก" สองสายตาประสานกันอย่างลึกซึ้งเธอเองก็มีความรู้สึกดีๆ ให้กับเขา เช่นเดียวกันกับที่เขาก็มีให้เธอ เขาเฝ้ารอวันที่เขามีสถานะ ในขณะที่เธอยังไม่พร้อมเปิดใจ แม้หัวใจของเธอจะเต้นแรงกับเขาทุกครั้งก็ตาม
การกระทำของน้ำพั้นช์อยู่ในสายตามาเฟียหนุ่มที่นั่งอยู่โซนวีไอพีชั้นสองห่างๆ มาร์ตินมองภาพข้างล่างอย่างเงียบๆ ก่อนหยัดกายลุกขึ้นใช้สองมือล้วงกระเป๋าเดินลงจากชั้นสองผ่านจุดที่น้ำพั้นช์ และต้นหนาวยืนอยู่
"แรดฉิบหาย"
“มึงแทงเพื่อนกู กูเป่าหัวมึง เลือกเอา”สถานการณ์ ณ ตรงนั้นมันทำให้ใครๆ ต่างก็รู้ว่าพาทิศได้เปรียบขนาดไหน อีกทั้งเขาคนเดียวสามารถเอาอยู่ได้อย่างแน่นอน ทิวาหันมามองหน้าพาทิศด้วยความ งง เมื่อครู่ยังบอกว่าไม่เอาเขาทำเพื่อนอยู่เลย หากเป็นอย่างนั้นพาทิศก็ไม่ควรช่วยเหลือเขา“คุณพาทิศ”“เออ กูเอง น้ำใจนักกีฬาอ่ะ พวกมึงรู้จักไหม อย่ามาแพ้แล้วพาลอย่างนี้”นักฆ่าหนุ่มหันปลายกระบอกปืนไปทางหนึ่งในนักแข่ง ทุกคนล้วนพร้อมใจกันปล่อยทิวา แต่ยังไม่วายส่งสายตาคาดโทษมาให้เขา ไม่มีใครอยากเสี่ยงกับอารมย์ของพาทิศนักหรอกนะ เพราะใครๆ ก็ต่างรู้ว่าเขาเป็นลูกน้องใคร และเป็นคนอย่างไร“ขอโทษครับ”ทิวาเมื่อถูกปล่อยจากพันธนาการ เขาเดินตรงมาหาพาทิศเพื่อแสดงความขอบคุณ ก่อนจะทำหน้ามึนตีซี้พาทิศอย่างไม่รู้สึกละอาย การได้เป็นเพื่อน หรือรู้จักกับพาทิศ มันคือสิ่งที่มาเฟียหลายๆ คนต่างสนใจ“ไหนบอกไม่รับกูเป็นเพื่อนไง แล้วมาช่วยกูทำไม”“ช่วยลูกหมา ลูกแมว มันก็ได้บุญดีไม่ใช่รึไง”นักฆ่าห
@สนามแข่งรถเสียงระเบ็งเซ็งแซ่ดังกึงก้องทั้งสนามแข่งรถ พาทิศในชุดนักแข่งพร้อมทั้งหมวกกันน็อคสีดำสนิทเดินจูงมือแฟนสาวเข้าไปในสนามแข่งโดยไม่ได้แคร์สายตาของใครเลย เขาเดินไปที่รถพอร์ชคันหรูของตัวเองพร้อมทั้งพยายามเช็กเครื่องยนต์ด้วยตัวเองทั้งๆ ที่มีทีมช่างฝีมือดีที่มาร์ตินส่งมาให้“น้ำคะเฮีย”วิปครีมเดินเข้ามาทางด้านหลังของเขา เธอหายไปซื้อน้ำมาหลังจากที่พาทิศเดินออกมาดูรถเพื่อเตรียมความพร้อม เขารับขวดน้ำนั้นมาด้วยรอยยิ้มที่สาวๆ คนไหนได้เห็นรับรองว่าต้องละลายอย่างแน่นอน“อย่าเที่ยวยิ้มเรี่ยราด” เธอปรามชายคนรักของตัวเอง นอกจากพาทิศจะไม่สะทกสะท้านแล้ว เขากลับทำหน้าตาล้อเลียนเธอจนหน้าหมั่นไส้ ท่อนแขนแกร่งโอบรอบลำคอระหงของคนตัวเล็ก โดยที่เธอเป็นฝ่ายถือหมวกกันน็อคเอาไว้ให้เขาเองวิปครีมกวาดสายตามองไปรอบๆ ผู้คนเริ่มทยอยเดินเข้ามาเรื่อยๆ เพื่อดูการแข่งขัน เธอตื่นเต้นกับบรรยากาศแบบนี้มาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเธอที่พาทิศพาเธอมาในที่แบบนี้“เป็นอะไร”“ปะ ... เปล่าค่ะ”
@ประเทศอิตาลี"โอ้วววววววววว ที่นี่สุดยอดเลยเฮีย""มือขวากำเหรียญ หันหลัง อธิฐาน แล้วโยนเหรียญข้ามไหล่ซ้ายให้ลงบ่อ จะทำให้ได้กลับมาอีกครั้ง ลองดูซิ"พาทิศพาวิปครีมมาเที่ยวชมเมื่องอิตาลีโดยที่ตอนนี้เขาพาเธอมาที่น้ำพุเทรวีที่มีรูปปั้นแกะสลักเทพเจ้าเนปจูนและไทรทันอยู่กลางน้ำพุ เขาอมยิ้มให้กับอาการตื่นเต้นดีใจของวิปครีมที่ตอนแรกดูอิดออดไม่อยากมาหญิงสาวหยิบเหรียญในกระเป๋าสะพายข้างสีดำออกมายืนหันหลังหลับตาอธิฐานแล้วโยนเหรียญข้ามไหล่ซ้ายของตัวเองลงบ่อ"เย้ๆ ลงบ่อด้วย วิปเก่งใช่ไหมละ"เขาพาเธอเดินชมรอบๆ ราวกับเป็นไกค์ส่วนตัวของเธออย่างไรอย่างนั้น สองหนุ่มสาวเดินจับมือกันคุยไปเรื่อยๆ โดยมีไวท์และลูกน้องคนอื่นๆ อีกสามคนคอยตามประกบ"อธิฐานว่าอะไร""อธิฐานว่าขอให้ได้กลับมาที่นี่อีก วิปรู้สึกชอบที่นี่แล้วเฮีย""ได้กลับมาอยู่แล้วแหละ""ทำไมอะ บ้านเฮียอยู่นี่เหรอ""ถ้าหนูอยากมา เฮียพามาได้อยู่แล้ว"เขาจูบเบาๆ บนหน้าผากมนของคนตัวเล็ก จูบมือเธอเดินออกไปจากตรงนั้น พรุ่งนี้เขาต้องลงแข่งแล้วความจริงวัน
"เดี๋ยวเฮียมีลงแข่งรถสนามที่อิตาลี หนูไปกับเฮียนะ"พาทิศพูดขึ้นขณะที่กำลังทำอาหารกลางวันอยู่ในครัว โดยที่มีคนตัวเล็กเป็นลูกมือ เธอชอบเวลาที่ต้องทำอาหารกับเขา จนแผลแอบคิดไปว่าถ้าเขาไม่ใช่มือขวาของมาเฟียเขาคงจะเป็นเชฟชื่อดังได้แน่"วิปต้องดูร้านนิคะ""เดี๋ยวเฮียให้ลูกน้องดูให้"พาทิศพูดไปพลางทำกับข้าวไปพลางอย่างขมักเขม่น เขาชำนาญแทบจะทุกด้านจนไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีผู้ชายเพอร์เฟกแบบนี้อยู่ในโลกด้วย"ไปกับเฮียนะ ไปไม่นานหรอกน่า"" ... ""ไปให้กำลังใจเฮียหน่อยนะ"พาทิศวางหม้อต้มจืดไว้บนเตาแก๊สก่อนเดินมาหาคนตัวเล็กแล้ววางศรีษะของตัวเองไว้บนบ่ามนอย่างออดอ้อนเขาทำราวกับเป็นแมวน้อยที่กำลังออดอ้อนขอความรักจากเจ้าของ"ไปด้วยกันนะ นะ นะ" เขาเกยคางไว้ที่บ่ามนของคนตัวเล็กพลางเลื่อนมือจับเอวบางของเธอเอาไว้ การที่เขาต้องไปลงแข่งในครั้งนี้เพื่อเธอทั้งนั้น ไม่อยากให้เธอได้น้อยหน้าใครว่ามีแฟนที่ทำอะไรไม่เป็น"ก็ได้ค่ะ ถ้าเฮียสัญญาว่าจะปลอดภัย วิปไม่ได้หวังว่าเฮียจะแพ้หรือชนะ วิปหวังแค่ให้เฮียปลอดภัย"
@หลายวันต่อมา"เสร็จรึยังวิป เดี๋ยวรถติดนะ"พาทิศที่ยืนรออยู่ชั้นล่างของบ้านตะโกนเรียกแฟนสาวอยู่เป็นระยะ วันนี้เป็นวันสำคัญของเขาและเธอ เป็นวันที่ทั้งสองคนตั้งใจจะฝากชีวิตให้อีกคนดูแลมัน"เติมปากนิดนึงนะเฮีย ไม่นานๆ"เมื่อหลายวันก่อนที่พ่อแม่มาบ้านเขาได้ทำการสู่ขอวิปครีมกับพ่อแม่ของเธอแล้ว เขาและเธอตกลงกันไว้ว่าจะจดทะเบียนสมรสกันก่อน แล้วจะแต่งงานกันหลังจากมีเจ้าตัวน้อย เพราะว่าที่เจ้าสาวของเขาอยากให้ลูกของตัวเองอยู่ร่วมพิธีด้วย"วิป จะเก้าโมงแล้วนะเดี๋ยวรถติด"เมื่อวานพาทิศกับวิปครีมไปส่งพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายที่สนามบิน เนื่องจากทั้งพ่อและแม่ของเขาและเธอต่างก็ต้องกลับไปดูกิจการของที่บ้าน"มาแล้วๆๆ เฮียเนี่ยขี้เร่งจริงๆ"เด็กสาวในวันนั้นกลับกลายเป็นหญิงสาวที่ดูสวยสะดุดตากับชุดเดรสสั้นสีแดงสดเข้ากันกับรองเท้าส้นสูงขนาดห้านิ้ว กระเป๋าถือสีดำปากแดงเลือดนกปล่อยผมระบายขับให้ดูเซ็กซี่เป็นเท่าตัว"พร้อมแล้วค่ะ คุณว่าที่สามี"" ... ""เฮียคะ"" ... "พาทิศยังคงตะลึงงันกับร่างบางของว่าที
"วิปจะเป็นกาวใจให้แม่เฮีย กับแม่วิปเอง" วิปครีมลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะเธอเดินตรงไปหาแม่ของเธอด้วยความมาดมั่น นั่งลงที่ม้านั่งหลังบ้านข้างๆ แม่ของตัวเอง"นั่งทำอะไรคนเดียวตรงนี้คะ"ปรีญารีบเช็ดน้ำตาออกจากพวงแก้มของตัวเองออก เธอหันไปหาลูกสาวพลางใช้มือบางของตัวเองลูบศรีษะเล็กของลูกสาวแผ่วเบา"นั่งกินลมชมวิวไปงั้นแหละ บ้านนี้สวยดีนะแม่ชอบ" ปรีญาพูดพลางมองไปรอบๆ บ้าน สายลมเย็นพัดผ่านพร้อมกับอากาศที่เย็นสบายทำให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ออกมานั่งตากลมอะไรแบบนี้"คุณแม่จำยัยพั้นช์ได้ไหมคะ เพื่อนรักวิป" วิปครีมพูดขึ้นพลางเอนตัวลงนอน เธอใช้ศรีษะเล็กนอนหนุนตักอวบของผู้เป็นแม่ ปรีญาวางมือบางของตัวเองลงบนมือของลูกสาว ในขณะที่อีกมือจับผมของเธอเล่นอย่างเพลินใจ"จำได้ซิ หนูพั้นช์ เพื่อนที่คบมาตั้งแต่อนุบาลใช่ไหม""ใช่ค่ะ เวลาเรามีเพื่อนสนิทที่คอยพูดคุยด้วยได้ มันดีนะคะแม่ มีเรื่องทุกข์ใจอะไรก็เล่าให้กันฟัง รวมหัวกันทำเรื่องบ้าๆ มีความสุขที่สุดเลย" ปรีญาฟังที่ลูกสาวเล่ามาเธอก็อดคิดไม่ได้ เมื่อก่อนเธอกับม
"เก็บปากเธอไว้อม ... ของฉันดีกว่า" ไอ้ลุงบ้านี่ ต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ พี่เมฆไปทำการค้ากับตาลุงนี่ได้ยังไงเนี่ย"หลีกไป" เขาพูดกับใคร" ... ""หลีกไป""ลุงพูดกับฉันเหรอ?""เออ หลีกไปฉันจะกลับบ้าน" ดะ ... เดี๋ยวนะเขาเป็นคนลากฉันมา แล้วก็ปู้ยี่ปู้ยำฉัน แล้วก็บอกให้ฉันถอยไปเหรอปึก!!!"ออกรถ""ดะ ... เดี๋
"แรดฉิบหาย" หึ!! ง่ายกับคนอื่นแต่กับเขาทำเป็นสะดีดสะดิ้งมันใช่เหรอ มันไม่แฟร์กับเขาเสียเลยทั้งๆ ที่น้ำพันช์เพิ่งจูบกับเขาเมื่อกี้นี้เองO_O" ... " ต้นหนาวหันมองตามเสียงที่ดังลอดเข้ามา ถึงแม้เสียงโดยรอบจะดังระเบ็งเซ็งแซ่แต่เขาก็ได้ยินมันชัดเจนเพราะคนที่พูดน่ะอยู่ใกล้เขาอย่างกับเดินมากระซิบข้างหูอย่
"จูบฉันซิ"" ... "กลับกลายเป็นเธอเองที่เงียบไปเพราะคำพูดจาไม่อ้อมค้อมของมาเฟียหนุ่ม บะ ... บ้า อีตาลุงนี้พูดอะไรบ้าๆ เขาต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ เขาเป็นคนขโมยของ ของฉันไปแท้ๆ"หึ!!" มาร์ตินเค้นหัวเราะรอดลำคอ เขาใช้ดวงตาสีเทาหม่นที่ดูมีเสน่ห์จ้องมองเด็กสาวตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้าเช่นกัน หน้าขันที่เขาไม่รู
"มาร์ติน" น้ำพั้นช์หันมองหน้ามาร์ตินแววตาไร้เดียงสาของเธอทำให้เขาหงุดหงิด เธอเดินตรงไปข้างหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้เขาตามธรรมเนียมไทย ถึงแม้มาร์ตินจะเป็นชาวยุโรปก็ตาม"สวัสดีคะคุณลุง หนูชื่อน้ำพั้นช์นะคะ เป็นน้องสาวของพี่เหนือเมฆ" ละ ... ละ ... ลุงงั้นเหรอ ยัยเด็กนี้ เขาเพิ่งจะยี่สิบเจ็ดเท่านั้น แต







