LOGIN“เสียดายนะที่เธอไม่ได้เจอกับมัน มันจับเธอฉีดยาแล้วก็อ้อยอิ่งไม่ยอมกลับจนฉันต้องไล่”
สีแพรกะพริบตาปริบๆ รับรู้ถึงอาการเจ็บป่วยของตัวเองและประมวลได้ว่าคนที่มารักษาเธอคงเป็นหมอธนวัฒน์เพราะเขาเป็นหมอที่ดูแลคนไข้อยู่ในตำบลนี้
“ไม่ปฏิเสธเลยเหรอว่าไอ้หมอนั่นเป็นชู้รักของเธอ”
“แพรยังไม่มีผัวจะมีชู้รักได้ยังไงคะ โอ๊ย!” เธอร้องเสียงหลงเมื่อเขาลุกจากเก้าอี้ตรงมุมห้องเดินมากระชากแขนของเธอเต็มแรง
“อ้อ... ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอความจำสั้น สงสัยเมื่อคืนจะจัดไม่หนักพอ” เขาขยับใบหน้าเข้าหา ทำเอาสีแพรหน้าแดงจนต้องเบือนหน้าหนี แต่เขาใช้มืออีกข้างบีบปลายคางสวยของเธอเอาไว้
“ฉันกำลังพูดกับเธออยู่ กล้าดียังไงเบือนหน้าหนีฉัน”
“ปล่อยแพรนะคะพี่โซ่”
“ฉันก็ไม่ได้อยากจะจับตัวเธอนักหรอกนะ” เขารีบปล่อย แสดงท่าทีรังเกียจจนสีแพรถึงกับจุกในอก ก้อนความเสียใจแล่นวูบขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย คนไม่รักไม่ว่าจะทำตัวอย่างไรเขาก็ไม่รัก ยิ่งถ้าเกลียดกันด้วยแล้ว ไม่ทำอะไรเลย เขาก็เกลียด
“อย่าทำตัวเป็นภาระเด็ดขาด พี่แก้วกับพี่สร้อยก็งานล้นมืออยู่แล้ว ถ้าเธอหายแล้วก็ควรออกไปช่วยทำงานบ้านบ้าง”
ยังไม่ทันที่สีแพรจะได้ตอบอะไรเสียงเรียกของใครบางคนก็ดังอยู่หน้าบ้าน ศิวัฒน์เดินไปเปิดม่านออกดูก่อนจะเหยียดยิ้มหันมามองคนบนเตียง
“ผู้ชายของเธอมาอีกแล้ว ไอ้ครูหน้าอ่อนนั่นไง เธอนี่มันชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่วจริงๆ เลยนะ”
สีแพรไม่อยากโต้ตอบกับเขาจึงค่อยๆ ลุกจากเตียงด้วยท่าทีอิดโรย
“นั่นเธอจะไปไหน” ศิวัฒน์ขวางเอาไว้ก่อนจะผลักร่างเล็กกลับเข้าไปในห้อง
“แพรจะออกไปต้อนรับครูนุค่ะ” เธอตอบแล้วต้องสะดุ้งเมื่อเห็นแววตาดุดันของเขา
“ไปต้อนรับมันทำไม เธอป่วยอยู่ก็ควรจะนอนพัก จะแรดออกไปหาผู้ชายทำซากอะไร”
“แต่...”
“ถ้าฉันไม่อนุญาตเธอก็ห้ามออกไปไหนทั้งนั้น ไม่งั้นเจอดีแน่” ศิวัฒน์ปิดประตูปังใหญ่ทำเอาสีแพรสะดุ้งสุดตัว เธอไม่กล้าขัดคำสั่งของเขาเลยกลับไปทิ้งตัวลงนอนอีกครั้งด้วยความอ่อนเพลีย จริงๆ ก็ไม่ได้อยากออกไปต้อนรับดนุพรนักหรอกเพราะเธอรู้สึกปวดหัวอยากนอนพักมากกว่า
“มีอะไรครับคุณครู” ศิวัฒน์เอ่ยถามแขกที่ถูกเชิญเข้ามาในบ้าน ดนุพรนั้นเป็นหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับสีแพร รวมถึงบรรจุเป็นข้าราชการครูพร้อมกัน เขาเห็นว่าทั้งสองมีท่าทีสนิทสนมกันเกินกว่าเพื่อนร่วมงาน ยิ่งเห็นสายตาของดนุพรก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดเช่นไรกับสีแพร
“ครูสีแพรไม่ได้ไปทำงาน ผมเลยมาตามน่ะครับ”
“เขาไม่สบาย ทางโรงเรียนคงไม่คิดจะให้คนไม่สบายไปสอนหนังสือหรอกนะ” ศิวัฒน์ตอบเสียงแข็ง
“เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ” สีหน้าของดนุพรนั้นบ่งบอกได้ถึงความห่วงใยเป็นอันมาก
“ตามหมอมาฉีดยาแล้ว หายแล้วจะให้ไปทำงาน คุณมีธุระเท่านี้ใช่ไหม” ศิวัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงกระด้าง
“ผมขอเข้าไปเยี่ยมครูสีแพรหน่อยได้ไหมครับ”
“ไม่ได้!” ศิวัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงดุดัน ทำเอาดนุพรสะดุ้งไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก
“สีแพรต้องการพักผ่อน ผมก็ฝากคุณลาป่วยให้เธอด้วย ผอ.ของคุณคงไม่ใจร้ายถึงขนาดตัดเงินเดือนหรือไล่ออกหรอกนะ แต่ถ้าทำแบบนั้นจริงๆ ก็เอาที่สบายใจแล้วกัน เพราะสีแพรไม่สอนหนังสือที่โรงเรียนก็ไม่อดตาย” ศิวัฒน์ยักไหล่อย่างไม่แคร์
“เอาเป็นว่าผมจะลาป่วยกับผอ.ให้นะครับ ตอนเย็นผมจะมาเยี่ยมใหม่”
“ไม่จำเป็นหรอกครับ สีแพรอยากนอนพัก คุณควรเอาเวลาไปตรวจการบ้านเด็กจะดีกว่านะ ไม่ได้เจอหน้ากันแค่ไม่กี่วันคงไม่ทำให้ครูดนุพรอกแตกตายหรอกกระมังครับ” ประโยคที่แดกดันกลับมานั้นทำให้ดนุพรต้องล่าถอยออกไป เขาเองก็ต้องรีบกลับไปสอนหนังสือเพราะออกมาหาสีแพรช่วงพักกลางวันเท่านั้น
เสียงประตูห้องที่เปิดเข้ามาไม่เบานักทำให้สีแพรสะดุ้ง คนป่วยเห็นสีหน้าบึ้งตึงก็รับรู้ได้ในทันทีว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดี
“ชู้รักของเธอกลับไปแล้ว เดี๋ยวหมอเดี๋ยวครู ต่อไปคงเป็นภารโรง” สีแพรคร้านที่จะคุยกับคนที่คอยแต่จะหาเรื่องเธออยู่ทุกขณะจิต เธอหลับตาหนีเขาก็ตามมากระชากแขนของเธอขึ้นจากที่นอน
“โอ๊ย!” เธอร้องออกมาเสียงหลง มองเขาด้วยใบหน้าเหลอหลาไม่แน่ใจว่าทำอะไรให้เขาโกรธเอาอีกแล้ว
“ฉันเคยบอกเธอแล้วไงว่าเวลาที่ฉันคุยกับเธอ ห้ามเบือนหน้าหนีหรือหลับตาหนี อยากเจอดีหรือไง”
“ทำไมคะ พี่โซ่จะทำร้ายอะไรแพรอีก” เธอเอ่ยถามเสียงสั่น แววตาสั่นระริกทั้งน้อยใจทั้งหวาดหวั่นในหัวใจไม่น้อย
คนอย่างศิวัฒน์เอาแต่ใจตัวเอง เป็นพวกน้ำขึ้นน้ำลง แต่เขาคงเป็นกับเธอคนเดียวเท่านั้น กับคนอื่นโดยเฉพาะกับ จันทร์กระจ่างเขาพูดจาดีเอาอกเอาใจแตกต่างจากเธอ ที่เขาเกลียดเข้าไส้
“ฉันไม่ทำร้ายหรือตบตีอะไรเธอหรอกนะ แต่ฉันจะทำให้เธอครางแทน” เขาขยับใบหน้าเข้าไปหา ทำเอาสีแพรหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู จนต้องเบือนหน้าหนี เขาก็บีบปลายคางสาวให้เธอหันมาสบสายตาร้อนแรงคู่คมนั้น ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้เธอหน้าร้อนผ่าว
“คืนนี้ไปหาฉันด้วย”
“แพรป่วยอยู่นะคะ”
“เธอหายแล้ว” เขาวางหลังมือทาบที่หน้าผากของเธอ สีแพรได้แต่กัดริมฝีปากกับความเจ้าเล่ห์ของศิวัฒน์
“แพรขอเถอะค่ะ”
“ฉันให้เธอขอได้หลายๆ ยกเลย ที่สำคัญก็คือเธอต้องตอบแทนบุญคุณที่ฉันคอยเฝ้าไข้และเช็ดตัวให้เธอด้วยเข้าใจไหม” เป็นประโยคที่เขาพูดจริงเพราะว่าเธอตื่นขึ้นมาก็เจอเข้ากับเขาเป็นคนแรก ศิวัฒน์ไม่เคยดูแลใครแบบนี้มาก่อน นั่นทำให้เธอรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน
“จริงๆ ฉันก็ไม่ได้อยากดูแลเธอหรอกนะ แต่ก็ดูแลไปแล้ว ฉันแค่ไม่อยากให้พี่แก้วกับพี่สร้อยเห็นรอยบนตัวเธอก็แค่นั้นเอง อย่าสำคัญตัวเองไปหน่อยเลย” สวรรค์ที่ลอยมาหากลายเป็นนรกในพริบตา ความเจ็บปวดดำดิ่งเข้าสู่ห้วงความรู้สึกของเธออีกครั้งด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำของเขาที่ทำร้ายเธอให้แดดิ้นในเวลาอันรวดเร็ว
“ไปนั่งตรงขอบเตียงกัน” เขาร้องบอกเธอ พากันขยับไปนั่งตรงขอบเตียง ดึงร่างเธอมาหาเพื่อให้นั่งทาบทับบนตักโดยประคองแก่นกายเอาไว้รอคอย ในขณะที่สีแพรก้มมองตรงหว่างขาเพื่อให้กดกายลงไปให้พอดีกับความเป็นชายที่แข็งคึกรอคอยอยู่เบื้องล่างศิวัฒน์จับบ่าเนียนของเธอเอาไว้ก่อนจะเริ่มโยกในขณะที่เธอกดมือไปกับขาแกร่งของเขาเพื่อโยกกายไปพร้อมๆ กันความหยาดเยิ้มที่มีอยู่ก่อนหน้าทำให้แก่นกายชายวิ่งเข้าวิ่งออกในร่องเสียวได้อย่างง่ายดาย ผนังอ่อนนุ่มด้านในของเธอเสียดสีอยู่กับความแข็งแกร่งที่บดเบียดเข้ามาเป็นจังหวะระรัวสีแพรเผยอริมฝีปากร้องครางไม่เป็นส่ำปนกับเสียงหอบหายใจร้อนแรงของเขาที่เป่ารดอยู่ตรงซอกคอของเธอ หยาดเหงื่อจากเรือนกายไหลซึมไปทั่วสรรพางค์กาย ก่อนที่ความสุขสมจะมาเยือนคนทั้งสองอีกระลอกใหญ่ร่างที่โอบกอดเธอเอาไว้สั่นเทิ้ม เขาครางยาวเมื่อปลดปล่อยในร่องสาวของเธอจนล้นปรี่ สีแพรเผยอริมฝีปากหอบสะท้าน พิงร่างไปทางด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงเขาพาเธอทิ้งตัวลงนอนและกอดรัดเธอเอาไว้ หลังจากพากันไปอาบน้ำอุ่นๆ อีกรอบให้สบายตัวครั้งนี้สีแพรหลับสนิทในอ้อมแขนแกร่งของชายหนุ่มจนถึงรุ่งสางรุ่งเช้าของวันใหม่คุณนายมา
“ดีแล้วแหละ ได้แม่แพรมาเป็นสะใภ้จะได้สบายใจ เราเลี้ยงมากับมือ นิสัยใจคอเราก็รู้ดีว่าเป็นยังไง” กำนันศักดิ์เองก็พึงพอใจกับงานแต่งที่เกิดขึ้น ด้วยว่าสีแพรนั้นเป็นคนรู้จักเก็บหอมรอมริบ ทำบัญชีรายรับรายจ่ายทุกวันหลังจากที่มาลัยมอบหมายให้ช่วยจัดการค่าใช้จ่ายในบ้าน กิริยามารยาทก็เรียบร้อยน่ารัก เป็นที่นับหน้าถือตาของคนในชุมชนเพราะมีน้ำใจคอยช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอสีแพรถูกฝึกให้เป็นแม่บ้านแม่เรือน ข้าวปลาอาหารก็เก่งไม่เป็นสองรองใคร รสมือถือว่าดีใครกินย่อมติดใจ สองสามีภรรยาหมายหมั้นปั้นมือเอาไว้ว่าจะเลี้ยงให้เป็นเมียลูกชายแต่ไม่เคยปริปาก เพราะไม่อยากคลุมถุงชน ด้วยว่าจริงๆ แล้วหากสองคนไม่มีใจให้กันก็จะไม่บังคับให้แต่งงานกัน อีกทั้งศิวัฒน์ยังมีท่าทีไม่ชอบสีแพรอีกด้วย แต่พอเหตุการณ์เป็นแบบนี้ รู้ว่าแอบได้เสียกันจนท้อง จึงไม่ได้นิ่งนอนใจอีก วางแผนให้แต่งงานกันเสียเลย พวกท่านก็ไม่ได้บังคับ ศิวัฒน์เองเป็นคนเอ่ยปากว่าจะแต่งงานกับสีแพรเองฤกษ์ส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึงในช่วงสามทุ่มเก้านาที ญาติผู้ใหญ่ต่างเข้ามาอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีความสุขและอยู่กันไปจนแก่เฒ่า“ตาโซ่แม่ฝากยายแพรด้วยนะ เอ็นดูน้องให้มากๆ
“บอกแม่มาเดี๋ยวนี้”“ใช่ครับ สีแพรท้องกับผม”“ตายแล้ว!” คุณนายมาลัยยกมือขึ้นทาบอก แต่ในใจนั้นกระหยิ่มยิ้มย่องยิ่งนัก อุตส่าวางแผนเอาถุงยาบำรุงครรภ์ไปวางเอาไว้ ถึงได้กล้ายอมรับ ผู้ชายปากแข็งแบบศิวัฒน์นี่ต้องแกล้งเสียให้หนัก คิดแล้วหมั่นไส้แทนสีแพรนัก“ทำไมเราถึงได้รังแกน้องแบบนี้ สีแพรกำลังจะแต่งงานกับตารัณ จะให้แม่เอาหน้าไปไว้ที่ไหน”“ไว้ที่เดิมนั่นแหละครับคุณแม่ ก็ยกเลิกงานแต่งไปเลย”“ไม่ได้หรอก แม่บอกแขกเหรื่อแจกการ์ดไปเยอะแล้ว จู่ๆ จะให้ยกเลิกงานแต่งเพราะสีแพรท้องกับเราอย่างนั้นเหรอ แม่ไม่ยอมหรอกนะ แม่อายคน” คุณนายมาลัยโวยวายใส่ลูกชายตัวดี“สีแพรท้องขนาดนี้ เจ้ารัณยังจะรับอีกเหรอครับ มันคงจะอยากยกเลิกงานแต่งเหมือนกัน”“ไม่นะครับ ผมรักสีแพรจริงๆ ถ้าพี่ไม่ยอมรับลูกในท้องของสีแพร ผมรับเอง เด็กคลอดออกมาผมจะรับเป็นลูกของผม ผมจะรักและดูแลทั้งสีแพรและลูกอย่างดี เพราะผมรักแม่ผมก็ต้องรักลูกด้วย”“ไอ้หน้าด้าน มึงคิดว่ากูจะยอมยกลูกให้มึงอย่างนั้นเหรอ”“แล้วเราจะเอายังไงเจ้าโซ่ จะแต่งงานกับสีแพรแทนตารัณรึ” คุณนายมาลัยถามตรงจุด ทำให้ศิวัฒน์อึ้งไป“ถ้าเราไม่แต่งแทนตารัณแม่ก็คิดว่าเลิกคุยกันเถอะ
แพรแอบรักเขามานาน แต่ตอนนี้เขาชักจะไม่แน่ใจในตัวเองเสียแล้วว่าเธอรักเขาจริงหรือเปล่า“จันทร์... พี่จะให้เงินจันทร์ไปตั้งตัวสักก้อนดีไหม จะได้มีอนาคตที่ดี” ตอนนี้ศิวัฒน์ปวดหัวกับจันทร์กระจ่างเป็นอันมาก เขาอยากตัดปัญหาและภาระของเธอออกไปจากชีวิต คิดว่าครั้งหนึ่งเคยรักกัน แม้เธอจะทิ้งเขาไปหาคนอื่น แต่ชีวิตของเธอก็ไม่ได้สุขสบายแถมยังน่าสงสารอีกด้วย“พี่หมายความว่ายังไงคะ”“พี่ว่าจันทร์ก็รู้ ตอนนี้จันทร์ไม่มีใคร ไม่มีบ้าน ไม่มีที่อยู่ ไม่มีเงินและงานทำ พี่ให้เงินไปทำทุนสักก้อน จะไปทำอะไรก็ทำ ที่อยากทำ จะได้มีรายได้เลี้ยงตัวเอง”“นี่พี่โซ่จะขับไล่ไสส่งจันทร์เหรอคะ” จันทร์กระจ่างทำท่าจะร้องไห้“พี่ไม่ได้ขับไล่ไสส่ง แต่พี่กำลังช่วยจันทร์อยู่นี่ไง” ศิวัฒน์ทำเสียงรำคาญ นั่นทำให้จันทร์กระจ่างต้องถอยไปตั้งหลักหนึ่งก้าว แต่เธอก็ยังอยากรักษาหน้าตาและศักดิ์ศรีที่พอจะมีอยู่บ้าง และคิดว่าศิวัฒน์คงรู้ระแคระคายอะไรเรื่องของเธอแล้ว“พี่โซ่คิดว่าจะเอาเงินฟาดหัวจันทร์เหรอคะ คิดว่าจันทร์เห็นแก่เงินหรือไง”“แสดงว่าเธอไม่เอาใช่ไหม” สรรพนามที่เปลี่ยนไปและท่าทีที่กำลังจะเดินจากไปทำให้จันทร์กระจ่างต้องรีบเรียกเขา
“อา... เธอเยิ้มขนาดนี้ ยังจะปฏิเสธฉันอีกเหรอ” เขาแทรกนิ้วเข้าหาภายในร่องเสียว สีแพรกัดปาดตัวเองเบาๆ ด้วยความเสียว ก่อนที่เขาจะถลกกระโปรงยาวกรอมเท้าของเธอขึ้นเหนือเอวแล้วแหวกเป้ากางเกงในบางเบาออกไปให้พ้นทาง“พี่โซ่ อ๊า.. เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า วันนี้คุณป้าอยู่บ้านนะคะ” สีแพรพูดเสียงสั่นเมื่อร่องเธอถูกเสียบเข้าไปกับท่อนเนื้ออวบของศิวัฒน์เรียบร้อยแล้ว“คุณแม่ไปเอนหลังนอน ไม่มายุ่งกับเราหรอก เธอโยกหน่อยสิ ฉันจะกระแทกขึ้นไป” เขาฟอนเฟ้นปทุมถันของเธอ พลางกระซิบบอกเสียงแหบพร่า ได้ฝังกายเข้าในร่องเสียวของเธอแล้วให้ความรู้สึกสะท้านปนสุขสม“เราเลิกกังวลเรื่องอื่นกันเถอะ ร่องเธอตอดรัดฉันไปหมดทั้งลำ ถ้าไม่ได้เย่อกันตอนนี้ ฉันว่าเธอคงทรมานน่าดู”“พี่โซ่ อ๊า...” สีแพรกัดปากตัวเอง อยากจะเถียงเขาแต่เถียงไม่ออก ร่างกายของเธอมันร้อนผ่าวและอยากขยับไปมาอย่างที่เขาพูดจริงๆ นั่นแหละ“อ๊า... สีแพร เธอโยกสิฉันจะกระแทก ฉันไม่ไหวแล้วนะ”“พี่โซ่อย่ากระแทกแพรแรงนะคะ” เธอร้องบอก“ทำไมล่ะหืม ทำไมถึงกระแทกแรงไม่ได้” เขากอดรัดเธออแนบอก ฟอนเฟ้นเต้านมอวบๆ อย่างรัญจวน“แพรขอร้องนะคะ”“ไม่แรงก็ได้ โยกเร็วๆ สิ ฉันไม่ไหวแล้ว”
“มึงรีบไปบอกไอ้รัณเลยว่าเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว”“ครับ” สนรับคำ สีหน้าเหนื่อยหน่ายไม่น้อย รีบไปทำตามที่เจ้านายหนุ่มสั่งไม่ให้ขาดตกบกพร่อง“คุณรัณครับ เปลี่ยนยางเสร็จแล้วครับ”“ขอบใจนายสนมากนะ นี่เป็นค่าแรงที่มีน้ำใจให้ฉัน” ดรัณควักเงินออกมาให้สน“ไม่เป็นไรหรอกครับ” สนคิดในใจว่าเขาเป็นคนทำยางแบน กรรมคงตามสนองเลยต้องมาเปลี่ยนยางให้แบบนี้ จะเอาเงินดรัณอีกก็นึกเกรงใจ“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ถือว่าเป็นน้ำใจที่นายสนมีน้ำใจกับฉัน” ดรัณยัดเงินให้นายสน“รับไปเถอะ เขามีน้ำใจให้” คุณนายมาลัยเอ่ยบอก ทำให้สนต้องยกมือขึ้นท่วมหัวก่อนจะรับเงินจำนวนนั้นเอาไว้มาลัยเดินไปส่งดรัณขึ้นรถหน้าบ้าน ในขณะที่ศิวัฒน์มองอย่างพึงพอใจ อยากให้ดรัณรีบกลับไปโดยเร็ว“ยืนยิ้มอะไรของเราหือ” คุณนายมาลัยเอ่ยถามลูกชาย“เปล่าครับคุณแม่”“แปลกคน ไปกันเถอะจ้ะแม่แพร วันนี้เราจะทำอะไรให้ป้ากินจ๊ะ” มาลัยหันไปถามหลานสาว“วันนี้ทำแกงขี้เหล็กค่ะคุณป้า”“ของโปรดป้าเลย กินแล้วสบายท้อง อืม... ดีๆ ใส่ปลาอะไรรึ”“ได้ปลาโอตัวใหญ่มากน่ะค่ะ ก็ว่าจะย่างใส่ในแกง”“น่ากินเชียว พูดแล้วน้ำลายสอ”“เดี๋ยวจะทอดปลาแดดเดียวด้วยค่ะ ได้ปลากระบอกแดดเดียวมาจากตล

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





