تسجيل الدخولพอมาถึงห้องพักของตนเอง สีแพรก็รีบล็อกประตูห้องในทันที แม้จะรู้ดีว่าล็อกประตูเช่นไรก็มีเพียงแค่ลูกบิดประตูเท่านั้น ศิวัฒน์มีกุญแจห้องของเธอ เขาสามารถเข้ามาได้เสมอไม่ว่ายามหไหน
ไม่อยากคิดมากให้ปวดหัวอีก เธอรีบหนีเข้าห้องน้ำ ทิ้งตัวนั่งลงพิงประตูแล้วกอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นให้สาแก่ใจ ตอนนี้ในห้องไม่มีใครมีเพียงแค่เธอเท่านั้น เธอจึงสามารถร้องไห้ได้อย่างเต็มที่
หญิงสาวร้องไห้อย่างร้าวรานใจ รู้สึกว่ากระบอกตาบวมช้ำและเจ็บแสบไปหมดจึงรีบพาตัวเองไปอาบน้ำล้างตัว
เธอมองร่องรอยบนเนื้อตัวแล้วใจหายวาบรู้สึกอดสูใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน รีบชะล้างร่างกายขัดถูแรงๆ จนเกิดรอยแดงหนักกว่าเก่า แต่รอยมลทินที่ศิวัฒน์สร้างเอาไว้ก็ไม่สามารถชะล้างออกไปได้ด้วยสายน้ำเย็นฉ่ำ
ร่างเล็กบอบบางเช็ดเนื้อเช็ดตัวและสวมชุดนอนชุดใหม่ด้วยจิตใจเลื่อนลอย เธอทิ้งตัวลงนอนอย่างอ่อนล้ากายใจ ไม่นานนิทรารมย์อันแสนสุขก็มาเยือน
สีแพรรู้สึกปวดหัวจนสมองแทบระเบิด เธอพยายามฝืนตัวเองให้ลุกจากเตียงนอนเพื่ออาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน แต่ก็ต้องนั่งลงบนเตียงอีกครั้งด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย
“ปวดหัวจัง” เธอกุมขมับก่อนที่จะสะดุ้งสุดตัวเมื่อประตูห้องภูกเปิดเข้ามาเต็มแรง
“ตะวันสายโด่งแล้วแม่คุณ เธอไม่คิดจะลุกขึ้นไปทำอะไรให้ฉันกินหรือไง หรือว่าโดนกดไปแค่ทีสองทีทำเป็นสำออยหมดเรี่ยวหมดแรงลุกไม่ขึ้น” ประโยคเจ็บแสบของศิวัฒน์ทำให้ สีแพรพยายามฝืนตัวเองลุกขึ้นด้วยท่าทีอ่อนแรง แต่ไม่ปริปากบ่นอะไรออกไปเพราะไม่อยากทำให้เขาโกรธอีก
“เร็วๆ ด้วยฉันหิวแล้ว” เขายังสำทับและไม่สนใจด้วยว่าคนตรงหน้าจะมีอาการเป็นเช่นไร
สีแพรรีบลากเท้าลุกจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำอาบท่าและทำอาหารให้ศิวัฒน์รับประทาน แต่เดินไปเพียงไม่กี่ก้าวสติของเธอก็ดับวูบลงไปในทันที
ศิวัฒน์เองก็แลดูตกใจ เขารีบช้อนอุ้มร่างน้อยนั้นขึ้นมาและวางไปบนเตียงกว้าง ยิ่งเห็นใบหน้าซีดเซียวราวกระดาษของเธอ เขาจึงรีบเรียกแก้วกัลยากับสร้อยสุดามาช่วยดูแลปฐมพยาบาลหญิงสาวในอ้อมแขนโดยด่วน
“ตัวร้อนจี๋เลยค่ะคุณโซ่ สงสัยจะเป็นไข้ เดี๋ยวพี่ไปตามหมอให้นะคะ” แก้วกัลยารีบพูดขึ้นทำให้ศิวัฒน์ต้องพยักหน้าให้ในทันทีเพราะถ้าหลานสาวคนโปรดของบิดามารดาเป็นอะไรไปเขาคงโดนบ่นจนหูชาเป็นแน่
“เดี๋ยวพี่จะเช็ดตัวให้น้องแพรก่อนนะคะ” สร้อยสุดารีบบอกศิวัฒน์ เขาได้ยินดังนั้นก็ชะงัก ถ้าสร้อยสุดาเช็ดตัวให้สีแพรต้องเห็นร่องรอยบนเนื้อตัวของอีกฝ่ายแน่นอน สมองของศิวัฒน์รีบครุ่นคิดอะไรบางอย่าง สร้อยสุดาเป็นแฟนกับลูกน้องของเขา โทร. ไปสั่งให้ลูกน้องเรียกตัวไปจู๋จี๋เสียก็สิ้นเรื่อง คิดได้ดังนั้นเขาก็ทำตามแผนในทันที
“ครับพี่สร้อย” เขาเรียกสร้อยสุดาว่าพี่เพราะอยู่กันมานาน พยักหน้าให้อีกฝ่ายออกไปเตรียมกะละมังและผ้าขนหนูสำหรับเช็ดตัวเข้ามาในห้องของสีแพร ก่อนจะรีบโทรศัพท์ไปหาไอ้สนลูกน้องคนสนิทที่เป็นแฟนกับสร้อยสุดา เขาสั่งความไม่กี่คำสร้อยสุดาก็หายไปในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ศิวัฒน์ต้องผ่อนลมหายใจออกมาแรงๆ เพราะกำจัดสร้อยสุดาออกไปได้
ศิวัฒน์ต้องสบถอีกรอบเมื่อเขาต้องรับหน้าที่เช็ดตัวให้สีแพรด้วยตัวเองและเป็นจริงดังคาด เนื้อตัวของเธอเป็นรอยจ้ำแดงจากฝีมือของเขาเมื่อค่ำคืนนี้ เขาจะให้แก้วกัลยากับ สร้อยสุดารู้เห็นเรื่องนี้ไม่ได้เป็นอันขาด
พอคุณหมอมาตรวจอาการก็พบว่าสีแพรมีไข้ คุณหมอประจำตำบลจึงฉีดยาและจัดยาให้เธอ เขาไม่ชอบสายตาของหมดธวัฒน์เลยสักนิด เพราะอีกฝ่ายมองสีแพรด้วยสายตาที่นึกพึงพอใจไม่น้อย ผู้ชายด้วยกันทำไมจะดูไม่ออก
อาจเพราะสีแพรไปให้ท่าหรือทอดสะพานให้ธวัฒน์ก็เป็นได้ อีกฝ่ายถึงได้มีท่าทีแบบนี้ออกมา ถ้าผู้หญิงไม่ให้ท่ามีหรือผู้ชายจะเล่นด้วย
“เสร็จแล้วใช่ไหมครับ” ศิวัฒน์พูดขึ้นเหมือนไล่กลายๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมไปไหน และไม่รู้ว่าจะตรวจอะไรกันนักหนา เขากลัวว่าตรวจไปตรวจมาจะเจอกับร่องรอยที่ปรากฏบนเนื้อตัวของสีแพรเข้าให้ มันคงไม่ดีเป็นแน่
“เรียบร้อยแล้วครับ ผมจัดยาให้แล้ว เอาไว้ผมจะมาดูอาการอีกนะครับ”
“ถ้าไม่ได้มีอะไรร้ายแรงคงไม่รบกวนครับ เพราะคุณหมอต้องดูแลคนไข้คนอื่นด้วย” ศิวัฒน์ตอบกลับไปทันควันนั่นทำให้ธวัฒน์รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังไล่เขาอยู่ทางอ้อม
“ครับ” ธวัฒน์รับคำหันไปมองคนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงอีกครั้งอย่างห่วงใย ก่อนจะรีบเดินออกไปจากบ้านของศิวัฒน์อย่างรวดเร็วเพราะเขาเองก็มีคนไข้อีกหลายคนที่ต้องดูแลเหมือนกัน
“พี่แก้วกับพี่สร้อยจะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะครับ ส่วนสีแพรเดี๋ยวผมดูแลเอง” ศิวัฒน์ไล่คนทั้งสองออกไปจากห้อง ทำให้แก้วกัลยากับสร้อยสุดามองสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย คนในบ้านรู้ดีว่าศิวัฒน์นั้นไม่ค่อยชอบสีแพรสักเท่าใดนัก แต่วันนี้กลับมาแปลก เอ่ยปากว่าจะดูแลด้วยตนเอง
“ผมเห็นว่าในบ้านมีงานต้องทำอีกเยอะน่ะครับ มัวแต่มาดูแลสีแพรงานการคงไม่ได้ทำกันพอดี วันนี้ผมไม่ได้เข้าโรงเลื่อยหรือโรงสี ผมช่วยดูให้ก็ได้ครับ” ศิวัฒน์กระแอมกระไอก่อนจะรีบอธิบายให้ฟังด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม สองสาวเลยพยักหน้าให้ยิ้มๆ เลี่ยงออกไปทำงานบ้านและเตรียมอาหารให้เจ้านายหนุ่ม
สีแพรกะพริบตาตื่นในช่วงบ่ายแก่ๆ ด้วยความรู้สึกอ่อนเพลีย ลำคอแห้งผากไปหมด พอกวาดสายตาไปมองรอบห้องก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อพบว่าศิวัฒน์กำลังจ้องมองเธออยู่ด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์นัก
“ตื่นแล้วเหรอ”
“แพรเป็นอะไรไปคะ”
“เป็นโรคสำออย ฉันให้คนไปตามชู้รักของเธอมาจัดยาให้แล้ว คิดว่าเธอน่าจะดีวันดีคืนไม่ต้องรบกวนให้คนอื่นมาดูแลอีก” น้ำคำประชดประชันของเขาทำให้เธอต้องเม้มปากเข้าหากันด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
“ไปนั่งตรงขอบเตียงกัน” เขาร้องบอกเธอ พากันขยับไปนั่งตรงขอบเตียง ดึงร่างเธอมาหาเพื่อให้นั่งทาบทับบนตักโดยประคองแก่นกายเอาไว้รอคอย ในขณะที่สีแพรก้มมองตรงหว่างขาเพื่อให้กดกายลงไปให้พอดีกับความเป็นชายที่แข็งคึกรอคอยอยู่เบื้องล่างศิวัฒน์จับบ่าเนียนของเธอเอาไว้ก่อนจะเริ่มโยกในขณะที่เธอกดมือไปกับขาแกร่งของเขาเพื่อโยกกายไปพร้อมๆ กันความหยาดเยิ้มที่มีอยู่ก่อนหน้าทำให้แก่นกายชายวิ่งเข้าวิ่งออกในร่องเสียวได้อย่างง่ายดาย ผนังอ่อนนุ่มด้านในของเธอเสียดสีอยู่กับความแข็งแกร่งที่บดเบียดเข้ามาเป็นจังหวะระรัวสีแพรเผยอริมฝีปากร้องครางไม่เป็นส่ำปนกับเสียงหอบหายใจร้อนแรงของเขาที่เป่ารดอยู่ตรงซอกคอของเธอ หยาดเหงื่อจากเรือนกายไหลซึมไปทั่วสรรพางค์กาย ก่อนที่ความสุขสมจะมาเยือนคนทั้งสองอีกระลอกใหญ่ร่างที่โอบกอดเธอเอาไว้สั่นเทิ้ม เขาครางยาวเมื่อปลดปล่อยในร่องสาวของเธอจนล้นปรี่ สีแพรเผยอริมฝีปากหอบสะท้าน พิงร่างไปทางด้านหลังอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงเขาพาเธอทิ้งตัวลงนอนและกอดรัดเธอเอาไว้ หลังจากพากันไปอาบน้ำอุ่นๆ อีกรอบให้สบายตัวครั้งนี้สีแพรหลับสนิทในอ้อมแขนแกร่งของชายหนุ่มจนถึงรุ่งสางรุ่งเช้าของวันใหม่คุณนายมา
“ดีแล้วแหละ ได้แม่แพรมาเป็นสะใภ้จะได้สบายใจ เราเลี้ยงมากับมือ นิสัยใจคอเราก็รู้ดีว่าเป็นยังไง” กำนันศักดิ์เองก็พึงพอใจกับงานแต่งที่เกิดขึ้น ด้วยว่าสีแพรนั้นเป็นคนรู้จักเก็บหอมรอมริบ ทำบัญชีรายรับรายจ่ายทุกวันหลังจากที่มาลัยมอบหมายให้ช่วยจัดการค่าใช้จ่ายในบ้าน กิริยามารยาทก็เรียบร้อยน่ารัก เป็นที่นับหน้าถือตาของคนในชุมชนเพราะมีน้ำใจคอยช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอสีแพรถูกฝึกให้เป็นแม่บ้านแม่เรือน ข้าวปลาอาหารก็เก่งไม่เป็นสองรองใคร รสมือถือว่าดีใครกินย่อมติดใจ สองสามีภรรยาหมายหมั้นปั้นมือเอาไว้ว่าจะเลี้ยงให้เป็นเมียลูกชายแต่ไม่เคยปริปาก เพราะไม่อยากคลุมถุงชน ด้วยว่าจริงๆ แล้วหากสองคนไม่มีใจให้กันก็จะไม่บังคับให้แต่งงานกัน อีกทั้งศิวัฒน์ยังมีท่าทีไม่ชอบสีแพรอีกด้วย แต่พอเหตุการณ์เป็นแบบนี้ รู้ว่าแอบได้เสียกันจนท้อง จึงไม่ได้นิ่งนอนใจอีก วางแผนให้แต่งงานกันเสียเลย พวกท่านก็ไม่ได้บังคับ ศิวัฒน์เองเป็นคนเอ่ยปากว่าจะแต่งงานกับสีแพรเองฤกษ์ส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาถึงในช่วงสามทุ่มเก้านาที ญาติผู้ใหญ่ต่างเข้ามาอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีความสุขและอยู่กันไปจนแก่เฒ่า“ตาโซ่แม่ฝากยายแพรด้วยนะ เอ็นดูน้องให้มากๆ
“บอกแม่มาเดี๋ยวนี้”“ใช่ครับ สีแพรท้องกับผม”“ตายแล้ว!” คุณนายมาลัยยกมือขึ้นทาบอก แต่ในใจนั้นกระหยิ่มยิ้มย่องยิ่งนัก อุตส่าวางแผนเอาถุงยาบำรุงครรภ์ไปวางเอาไว้ ถึงได้กล้ายอมรับ ผู้ชายปากแข็งแบบศิวัฒน์นี่ต้องแกล้งเสียให้หนัก คิดแล้วหมั่นไส้แทนสีแพรนัก“ทำไมเราถึงได้รังแกน้องแบบนี้ สีแพรกำลังจะแต่งงานกับตารัณ จะให้แม่เอาหน้าไปไว้ที่ไหน”“ไว้ที่เดิมนั่นแหละครับคุณแม่ ก็ยกเลิกงานแต่งไปเลย”“ไม่ได้หรอก แม่บอกแขกเหรื่อแจกการ์ดไปเยอะแล้ว จู่ๆ จะให้ยกเลิกงานแต่งเพราะสีแพรท้องกับเราอย่างนั้นเหรอ แม่ไม่ยอมหรอกนะ แม่อายคน” คุณนายมาลัยโวยวายใส่ลูกชายตัวดี“สีแพรท้องขนาดนี้ เจ้ารัณยังจะรับอีกเหรอครับ มันคงจะอยากยกเลิกงานแต่งเหมือนกัน”“ไม่นะครับ ผมรักสีแพรจริงๆ ถ้าพี่ไม่ยอมรับลูกในท้องของสีแพร ผมรับเอง เด็กคลอดออกมาผมจะรับเป็นลูกของผม ผมจะรักและดูแลทั้งสีแพรและลูกอย่างดี เพราะผมรักแม่ผมก็ต้องรักลูกด้วย”“ไอ้หน้าด้าน มึงคิดว่ากูจะยอมยกลูกให้มึงอย่างนั้นเหรอ”“แล้วเราจะเอายังไงเจ้าโซ่ จะแต่งงานกับสีแพรแทนตารัณรึ” คุณนายมาลัยถามตรงจุด ทำให้ศิวัฒน์อึ้งไป“ถ้าเราไม่แต่งแทนตารัณแม่ก็คิดว่าเลิกคุยกันเถอะ
แพรแอบรักเขามานาน แต่ตอนนี้เขาชักจะไม่แน่ใจในตัวเองเสียแล้วว่าเธอรักเขาจริงหรือเปล่า“จันทร์... พี่จะให้เงินจันทร์ไปตั้งตัวสักก้อนดีไหม จะได้มีอนาคตที่ดี” ตอนนี้ศิวัฒน์ปวดหัวกับจันทร์กระจ่างเป็นอันมาก เขาอยากตัดปัญหาและภาระของเธอออกไปจากชีวิต คิดว่าครั้งหนึ่งเคยรักกัน แม้เธอจะทิ้งเขาไปหาคนอื่น แต่ชีวิตของเธอก็ไม่ได้สุขสบายแถมยังน่าสงสารอีกด้วย“พี่หมายความว่ายังไงคะ”“พี่ว่าจันทร์ก็รู้ ตอนนี้จันทร์ไม่มีใคร ไม่มีบ้าน ไม่มีที่อยู่ ไม่มีเงินและงานทำ พี่ให้เงินไปทำทุนสักก้อน จะไปทำอะไรก็ทำ ที่อยากทำ จะได้มีรายได้เลี้ยงตัวเอง”“นี่พี่โซ่จะขับไล่ไสส่งจันทร์เหรอคะ” จันทร์กระจ่างทำท่าจะร้องไห้“พี่ไม่ได้ขับไล่ไสส่ง แต่พี่กำลังช่วยจันทร์อยู่นี่ไง” ศิวัฒน์ทำเสียงรำคาญ นั่นทำให้จันทร์กระจ่างต้องถอยไปตั้งหลักหนึ่งก้าว แต่เธอก็ยังอยากรักษาหน้าตาและศักดิ์ศรีที่พอจะมีอยู่บ้าง และคิดว่าศิวัฒน์คงรู้ระแคระคายอะไรเรื่องของเธอแล้ว“พี่โซ่คิดว่าจะเอาเงินฟาดหัวจันทร์เหรอคะ คิดว่าจันทร์เห็นแก่เงินหรือไง”“แสดงว่าเธอไม่เอาใช่ไหม” สรรพนามที่เปลี่ยนไปและท่าทีที่กำลังจะเดินจากไปทำให้จันทร์กระจ่างต้องรีบเรียกเขา
“อา... เธอเยิ้มขนาดนี้ ยังจะปฏิเสธฉันอีกเหรอ” เขาแทรกนิ้วเข้าหาภายในร่องเสียว สีแพรกัดปาดตัวเองเบาๆ ด้วยความเสียว ก่อนที่เขาจะถลกกระโปรงยาวกรอมเท้าของเธอขึ้นเหนือเอวแล้วแหวกเป้ากางเกงในบางเบาออกไปให้พ้นทาง“พี่โซ่ อ๊า.. เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า วันนี้คุณป้าอยู่บ้านนะคะ” สีแพรพูดเสียงสั่นเมื่อร่องเธอถูกเสียบเข้าไปกับท่อนเนื้ออวบของศิวัฒน์เรียบร้อยแล้ว“คุณแม่ไปเอนหลังนอน ไม่มายุ่งกับเราหรอก เธอโยกหน่อยสิ ฉันจะกระแทกขึ้นไป” เขาฟอนเฟ้นปทุมถันของเธอ พลางกระซิบบอกเสียงแหบพร่า ได้ฝังกายเข้าในร่องเสียวของเธอแล้วให้ความรู้สึกสะท้านปนสุขสม“เราเลิกกังวลเรื่องอื่นกันเถอะ ร่องเธอตอดรัดฉันไปหมดทั้งลำ ถ้าไม่ได้เย่อกันตอนนี้ ฉันว่าเธอคงทรมานน่าดู”“พี่โซ่ อ๊า...” สีแพรกัดปากตัวเอง อยากจะเถียงเขาแต่เถียงไม่ออก ร่างกายของเธอมันร้อนผ่าวและอยากขยับไปมาอย่างที่เขาพูดจริงๆ นั่นแหละ“อ๊า... สีแพร เธอโยกสิฉันจะกระแทก ฉันไม่ไหวแล้วนะ”“พี่โซ่อย่ากระแทกแพรแรงนะคะ” เธอร้องบอก“ทำไมล่ะหืม ทำไมถึงกระแทกแรงไม่ได้” เขากอดรัดเธออแนบอก ฟอนเฟ้นเต้านมอวบๆ อย่างรัญจวน“แพรขอร้องนะคะ”“ไม่แรงก็ได้ โยกเร็วๆ สิ ฉันไม่ไหวแล้ว”
“มึงรีบไปบอกไอ้รัณเลยว่าเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว”“ครับ” สนรับคำ สีหน้าเหนื่อยหน่ายไม่น้อย รีบไปทำตามที่เจ้านายหนุ่มสั่งไม่ให้ขาดตกบกพร่อง“คุณรัณครับ เปลี่ยนยางเสร็จแล้วครับ”“ขอบใจนายสนมากนะ นี่เป็นค่าแรงที่มีน้ำใจให้ฉัน” ดรัณควักเงินออกมาให้สน“ไม่เป็นไรหรอกครับ” สนคิดในใจว่าเขาเป็นคนทำยางแบน กรรมคงตามสนองเลยต้องมาเปลี่ยนยางให้แบบนี้ จะเอาเงินดรัณอีกก็นึกเกรงใจ“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ถือว่าเป็นน้ำใจที่นายสนมีน้ำใจกับฉัน” ดรัณยัดเงินให้นายสน“รับไปเถอะ เขามีน้ำใจให้” คุณนายมาลัยเอ่ยบอก ทำให้สนต้องยกมือขึ้นท่วมหัวก่อนจะรับเงินจำนวนนั้นเอาไว้มาลัยเดินไปส่งดรัณขึ้นรถหน้าบ้าน ในขณะที่ศิวัฒน์มองอย่างพึงพอใจ อยากให้ดรัณรีบกลับไปโดยเร็ว“ยืนยิ้มอะไรของเราหือ” คุณนายมาลัยเอ่ยถามลูกชาย“เปล่าครับคุณแม่”“แปลกคน ไปกันเถอะจ้ะแม่แพร วันนี้เราจะทำอะไรให้ป้ากินจ๊ะ” มาลัยหันไปถามหลานสาว“วันนี้ทำแกงขี้เหล็กค่ะคุณป้า”“ของโปรดป้าเลย กินแล้วสบายท้อง อืม... ดีๆ ใส่ปลาอะไรรึ”“ได้ปลาโอตัวใหญ่มากน่ะค่ะ ก็ว่าจะย่างใส่ในแกง”“น่ากินเชียว พูดแล้วน้ำลายสอ”“เดี๋ยวจะทอดปลาแดดเดียวด้วยค่ะ ได้ปลากระบอกแดดเดียวมาจากตล







