LOGINคืนแรกที่กุสุมาอยู่ร่วมห้องกับชารุกอย่างเป็นทางการ หญิงสาวถึงกับทำตัวไม่ถูก รู้อยู่ว่าเขาซื้อตัวเธอมาก็จริงแต่ว่าเขาก็มีข้อแลกเปลี่ยนให้เธอทำเพื่อเป็นการตอบแทน ดังนั้นเรื่องบนเตียงเขาควรจะพิจารณามันใหม่
หลังจากที่เขาอาบน้ำเสร็จก็เข้ามานอนข้างเธอ กุสุมาตัวสั่นเทาเล็กน้อยกลัวว่าเขาจะทำอะไร แต่ว่าชารุกก็ไม่ได้แตะต้องตัวเธอเลย หญิงสาวจึงไม่ได้ถามเขาถึงเรื่องนั้น เพราะเกรงว่ามันจะกลายเป็นการชี้โพรงให้กระรอกเสียเปล่าๆ
ในตอนกลางดึกที่เธอกำลังหลับอยู่มือของเขาก็มาพาดกอดเธอเอาไว้พร้อมกับดึงไปก่ายกอดราวกับเธอเป็นหมอนข้างของเขาอย่างไรอย่างนั้น ตอนแรกกุสุมาก็นอนตัวเกร็งแต่พอรู้ว่าเขาหลับอยู่เธอจึงค่อยๆ คลายตัวลงแล้วนอนหลับไปในอ้อมแขนนั้น
ชารุกรู้สึกตัวในตอนกลางดึกพบว่าตัวเองกำลังกอดเธออยู่ เขาก็ยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยตามประสาผู้ชาย กลิ่นกายของหญิงสาวทำให้เขารู้สึกได้ถึงการตื่นตัวแต่ก็ต้องระงับเอาไว้ ไม่อยากทำอะไรเธอในช่วงนี้
จริงอยู่ว่าเขาบอกกับเธอไปว่าเขาซื้อตัวเธอมาแล้วก็ต้องเก็บเกี่ยวความสุขให้คุ้มค่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสุภาพบุรุษอย่างเขาจะบังคับฝืนใจเธอ แม้เขาจะมีสิทธิ์อย่างเต็มที่ก็ตามแต่ถ้ามันไม่ได้เกิดจากความเต็มใจเขาก็ไม่อยากเอาเปรียบใคร
สำหรับเขาแล้วการสมยอมมันสร้างความสุขให้มากกว่า ส่วนในครั้งแรกที่เขาเผลอทำมันลงไปก็เพียงคิดว่ามันเป็นแค่ลูกไม้ที่ใช้เอาใจให้เขาตื่นเต้นเท่านั้น
ชารุกจึงคิดว่าการที่เขาให้เธอมาอยู่ในห้องด้วยกัน นอกจากจะทำให้คนในบ้านเชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงของเขาจริงๆ แล้ว มันยังจะเป็นการทำให้หญิงสาวรู้สึกคุ้นเคยกับเขา และในสักวันหนึ่งเธอจะยินยอมพร้อมใจด้วยตัวเอง
ถึงจะเป็นการยินยอมในฐานะนางบำเรอก็ตาม เพราะเขาเองก็ไม่คิดว่าจะรักหญิงสาวที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอได้
แต่นั่นมันก็แค่สิ่งที่เขาบอกกับตนเองในตอนนี้ หัวใจก็เป็นเพียงก้อนเนื้อบางๆ ก้อนหนึ่งเท่านั้น ใครจะไปรู้เล่าว่าในอนาคตคนสองคนอาจจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันก็เป็นได้
**********************
ในตอนเช้ากุสุมารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่สัมผัสอยู่ตรงสะโพกของเธอ หญิงสาวลืมตาเบิกโพลงอยู่อย่างนั้นด้วยความตกใจเมื่อนึกได้ว่าตอนนี้ชารุกนอนกอดตนเองอยู่จากด้านหลัง
เธอหยิบมือของเขาออกอย่างเบามือ แต่ทำให้ชารุกตื่นขึ้นแล้วเขาก็หอมแก้มเธอเต็มฟอด
“ตื่นนอนได้แล้วค่ะ เช้าแล้ว” เธอบอกเสียงเบา
“คุณไปอาบน้ำก่อนผมก็ได้” เขาให้เธอเข้าไปใช้ห้องน้ำก่อนทำให้สาวรู้สึกเขินนิดหน่อย
เธอลุกไปคว้าชุดคุมอาบน้ำกับผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำ มองตัวเองในกระจกแล้วเอามือกุมหน้าตัวเองไว้
‘นี่เราไม่ได้ฝันไปใช่ไหม เราหลุดออกมาจากขุมนรกนั้นแล้ว และตอนนี้เราก็อยู่บ้านหลังใหญ่กับผู้ชายหล่อรวยคนหนึ่ง ให้ตายสิ’ กุสุมานึกในใจด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและดีใจ แม้อยู่ในฐานะคนรักหลอกๆ หรือนางบำเรอลับๆ แต่มันก็สุขสบายและไม่ต้องทนทรมานเหมือนอยากตอนที่อยู่ที่คลับอีกแล้ว
และชารุกก็ดูเหมือนจะเป็นสุภาพบุรุษพอสมควร ถึงเขาจะมือไวตามประสาผู้ชาย ชอบแตะนิดหอมหน่อยยามีโอกาส แต่เขาก็ไม่ได้ล่วงเกินถึงขั้นนั้นทั้งๆ ที่เขาก็ย้ำเสมอว่าเขามีสิทธิ์ในตัวเธอ สิ่งนี้มันทำให้เธอรู้สึกประทับใจมาก
เธอลงไปทานอาหารเช้าร่วมกับชารุกที่ห้องทานอาหาร โชคดีที่อาหารไม่ได้หรูหราอย่างที่เธอจินตนาการที่ต้องใช้มีดใช้ส้อมอะไรทำนองนั้น มันเป็นข้าวต้มธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเพราะใส่กุ้งตัวโตจนคับถ้วยเลยทีเดียว
ชารุกมองกุสุมาที่ทานอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย ตัวเธอผอมบางมาก ตอนที่เขาเจอคิดว่าเธอแค่รักษารูปร่างเพราะทำงานบริการแต่ไม่ใช่เลยสักนิด เธอถูกทารุณอยู่ในนั้น หากเขาไม่ช่วยออกมาป่านนี้ไม่รู้ว่าหญิงสาวจะเป็นอย่างไรบ้าง
หลังจากทานอาหารเสร็จเขาก็เรียกให้สาวใช้มารับคำสั่งจากเขา
“วันนี้คุณแก้วจะอยู่ที่นี่ทั้งวันไม่ได้ตามผมไป รบกวนพวกคุณช่วยดูแลเธอด้วย อาหารกลางวันจัดให้เธอคนเดียวผมคงไม่ได้กลับมาทาน ส่วนอาหารเย็นช่วงนี้ผมคงได้กลับมาทานทุกวัน” ชารุกบอกแก่หญิงรับใช้ต่างวัยของตน
“ค่ะ นายหัว” พวกเธอรับปากอย่างพร้อมเพรียง
“แล้วคุณจะไปไหนเหรอคะ” กุสุมารีบถามเมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไว้ที่นี่คนเดียวแล้วจะทำตัวไม่ถูก
“ผมก็ต้องออกไปทำงานสิ อยู่นี่แหละ ไม่มีอะไรหรอก อยากได้อะไรก็บอกพวกเขา” เขาหันมาพูดอย่างอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีใครทำกับเธอมาก่อน ทำให้กุสุมารู้สึกใจเต้นเล็กน้อยถึงรู้ว่าเขาแกล้งทำก็ตาม
หญิงสาวไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรเคยเห็นแต่ในละครจึงตัดสินใจทำตามอย่างนั้น
เธอลุกขึ้นเดินไปหาเขาแล้วเขย่งจุ๊บที่แก้มของเขาเบาๆ ก่อนจะสบตายิ้มให้กับ “เขาตั้งใจทำงานนะคะ รีบกลับมานะคะแก้วคิดถึง”
ชารุกอึ้งไปเล็กน้อยรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่ใบหน้าของตน หญิงรับใช้ทั้งสองก้มหน้าลง เขาขยับเสื้อเล็กน้อยก่อนที่จะก้มลงมาเหมือนจะหอมแก้ม แต่กระซิบข้างใบหูแทน “คุณจะเล่นละครสมจริงมากไปแล้ว แต่ก็ดีนะ ผมชอบ”
เขาบอกแล้วแทนที่จะหอมที่แก้มกลับจูบที่ต้นคอของกุสุมาเบาๆ ทำให้เธอถึงกับขนลุกซู่ไปทั่วร่างเลยทีเดียว
หญิงสาวมองตามเขาเดินออกไปจากห้องทานอาหาร เธอไม่ได้ตามเดินไปส่งเพราะมัวแต่เขินกับจูบที่เขามอบให้อยู่
“คุณแก้วจะขึ้นไปพักข้างบนก่อน หรือว่าจะนั่งดูทีวีที่ห้องนั่งเล่นก่อนดีคะ” สาวรับใช้คนหนึ่งถามขึ้น
กุสุมากำลังนึกว่าตัวเองควรจะใช้สรรพนามอย่างไรถึงจะเหมาะสมแล้วจึงตอบหญิงรับใช้ทั้งสองออกไป “งั้นฉันขอไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นก่อนก็แล้ว”
“ได้ค่ะ”
“ว่าชื่ออะไรกันบ้างคะ ฉันจะได้เรียกถูก”
“ดิฉันชื่อบุหงาค่ะ ส่วนนี่แม่ของดิฉันทำหน้าที่เป็นแม่ครัวของที่นี่ชื่อว่าบุหลัน” บุหงาวัยสามสิบตอนปลายแนะนำตัวเอง
“อ๋อ งั้นฉันจะเรียกว่าพี่บุหงากับป้าบุหลันก็แล้วกันนะจ๊ะ” กุสุมาบอกด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเป็นมิตรไม่ได้ถือตัว ทำให้หญิงรับใช้สองแม่ลูกนั้นอมยิ้มออกมา เพราะตอนแรกคิดว่าจะถูกหญิงสาวกดขี่ข่มเหงเสียอีก
“ส่วนพี่เชิญผู้ชายอีกคนคือสามีของดิฉันเองค่ะ ทำหน้าที่เป็นคนสวนและเป็นคนขับรถให้นายหัวบ้างในบางครั้ง” บุหงาแนะนำสมาชิกในบ้านอีกคนให้ฟัง กุสุมาจึงพยักหน้ารับทราบแล้วยิ้มให้กับเธอ
“คุณแก้วชอบหรือไม่ชอบทานอะไรบอกป้าได้นะคะ ป้าจะถ้าทำอาหารถูก”
“ฉันทานได้ทุกอย่างค่ะ แต่ไม่ชอบทานของเผ็ดเท่าไรนัก ที่ใต้เขาทำเครื่องแกงเผ็ดๆ กันใช่ไหม” เธอบอกแล้วยิ้มอย่างเกรงใจ
“ใช่ค่ะ แต่ว่านายหัวเองก็ไม่ทานเผ็ดเหมือนกัน ส่วนมากจะทานอาหารของภาคกลางเสียมากกว่า ถ้าอย่างนั้นป้าก็จะได้ทำเมนูกลางๆ ให้คุณแก้วกับนายหัวก็แล้วกันนะคะ” บุหลันบอกแล้วยิ้มให้อย่างเป็นมิตรเช่นกัน ทำให้กุสุมารู้สึกว่าเธอคงอยู่ที่นี่ได้อย่างราบรื่นเพราะเข้ากับคนรับใช้ทั้งสองได้เป็นอย่างดี
“ถ้าอย่างนั้นตอนเที่ยงไม่ต้องทำกับข้าวเยอะนะคะ ฉันขอแค่ผัดกะเพราไก่ราดข้าวเท่านั้นก็พอ” หญิงสาวบอกเมนูที่ตนเองอยากแทนไป
บุหลันและบุหงารับคำแล้วขอตัวไปทำงานบ้านของตนเองต่อจากที่ค้างเอาไว้แล้วกระซิบกระซาบกันอยู่สองคน
“แฟนใหม่ของนายหัวใจดีนะแม่”
“ใช่ ตอนแรกนึกว่าจะหยิ่งเสียอีก แต่ยังเด็กอยู่เลย”
“เธออาจจะหน้าเด็กก็ได้แม่”
“แต่ก็ดี กินง่ายอยู่ง่าย ไม่เหมือนกับคุณอัญ รายนั้นเรื่องมากแถมยังเกาะแกะนายหัวน่ารำคาญอีก”
“คราวนี้นายหัวพาแฟนมาเปิดตัว คงไม่มาให้เราเห็นอีกแล้วละมั้ง” สองแม่พูดถึงอดีตคนรักของชารุก ที่กลับมาวุ่นวายขอคืนดีกับชารุกอยู่ในตอนนี้ แล้วส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา
**********************
กุสุมามองดูลูกชายกับลูกสาวฝาแฝดของตนเองเล่นกันอยู่ที่สนามหญ้าหลังบ้านด้วยสายตาที่รักและเอ็นดู เด็กวัยสามขวบที่กำลังพูดจาฉอเลาะเก่งทำให้เธอหัวหมุนไม่ใช่น้อยทันทีที่รถของสามีขับมาจอดที่โรงจอดรถ เด็กๆ ก็กระโดดโลดเต้นเป็นการใหญ่ พอชารุกเดินเข้ามาใกล้ก็วิ่งไปหาอ้อมอกของคนเป็นพ่อทันที“สองวันมานี้แก้วไม่ได้ไปช่วยงานคุณเลย คงเหนื่อยน่าดู” กุสุมาบ่นออกมาด้วยความรู้สึกผิด เพราะพ่อกับแม่ของเธอกลับไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด จึงต้องเลี้ยงสองแสบเอง“แค่ไม่กี่วันไม่เป็นไรหรอก ผมก็แค่คิดถึงแก้วมากจนไม่เป็นอันทำงานก็แค่นั้นเอง” ชารุกอ้อนภรรยาเสียงหวาน“ขี่คอหน่อยค้าบ” ชารันบอกบิดาด้วยเสียงเล็กๆ ของเขาชารุกหันไปอุ้มเขาขึ้นมาขี่คอแล้วเดินไปรอบๆ ทำให้ชารันหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ“พี่รินขี่ด้วยสิคะ” ชารินอ้อนบิดาบ้างชารุกจึงวางลูกชายลงแล้วอุ้มลูกสาวขึ้นมาทำแบบเดียวกัน สักพักก็วางลงแล้วอุ้มทั้งสองขึ้นมาไว้คนละข้าง“ให้คุณพ่อไปอาบน้ำก่อนนะ พี่รินน้องรันมาอยู่กับแม่มา” กุสุมาบอกลูกๆ แล้วอ้าแขนรับ แต่เด็กๆ กอดคอบิดาเอาไว้แน่น“วันนี้คูมแม่ดุพี่รินด้วยค่ะ น้องรันก็โดนดุ” ชารินฟ้องบิดาแล้วซบหน้าลงที่ไหล่หลบ
เมื่อกุสุมาเรียนจบในระดับปริญญาตรีสมใจแล้ว ชารุกก็รีบหาฤกษ์ฉลองงานวิวาห์หลังจากจดทะเบียนสมรสกันมาแล้วกว่าสี่ปีภาพถ่ายใบทะเบียนสมรสและงานแต่งเล็กๆ ในจังหวัดบ้านเกิดของกุสุมาเมื่อสี่ปีที่แล้วถูกตั้งแสดงหน้าบริเวณงานแต่งงานเพื่อตอกย้ำให้แขกรับรู้ว่าพวกเขาจัดงานแต่งงานมาแล้วก่อนหน้านี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวยิ้มให้กันอย่างชื่นมื่น แขกในงานก็มาร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก มีบุฟเฟต์อาหารทะเลและเครื่องดื่มจัดเต็ม มีซุ้มอาหารนานาชาติไว้คอยบริการแขกเหรื่อ มีไม้พาเลทรองพื้นทรายและปูทับด้วยผ้าใบเพื่อให้แขกเดินได้สะดวกเต็นท์บังแดดขนาดใหญ่เรียงรายกันยาวตามแนวชายหากมากกว่าห้าสิบเมตร อำนวยความสะดวกให้แขกที่มาร่วมงานให้สะดวกสบายที่สุดกุสุมารู้ว่ามีแขกหลายคนที่อาจจะพกปืนมาในงาน เธอจึงให้มีตำรวจมาคอยดูแลความสงบในงาน ที่สามีใช้พื้นริมชายหาดของรีสอร์ต เนรมิตเป็นงานแต่งงานริมทะเลที่อลังการแปลกตรงที่ว่าคนแถบนี้นั้นมีความนักเลงมากกว่าเป็นมาเฟีย ดูอย่างสามีเธอที่มักพกปืนไปไหนมาไหน แต่ไม่มีบอดี้การ์ดทั้งๆ ที่เขาร่ำรวยมาก และคนอื่นๆ ก็เช่นกัน แม้จะมีสมุนมือซ้ายมือขวา แต่ก็ไม่ได้มีบอดีการ์ดตามเป็นพรวนอย่างมาเฟียใ
หลังจากที่ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกันได้อย่างลงตัวแล้วชารุกก็พากุสุมากลับเข้าบ้านของตนเองอีกครั้งในฐานะนายหญิงของบ้านอย่างเป็นทางการข่าวลือที่อัญรัตน์ปล่อยเกี่ยวกับกุสุมาไม่มีใครกล้าพูดถึงและชารุกก็ไม่ได้แก้ข่าวให้กับเธอเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่อัญรัตน์ทำมันไม่มีใครเชื่อถือในคำพูดของเธออยู่แล้ว และการที่เขาให้เกียรติกุสุมาต่อหน้าทุกคนก็เป็นการแสดงความรักต่อเธออย่างชัดเจนในตอนเช้ากุสุมาไปช่วยงานของเขาที่บริษัทเหมือนอย่างปกติแต่สีหน้าของเธอนั้นดูกังวลเป็นอย่างมาก ทำให้นายหัวหนุ่มถามด้วยความห่วงใย“เป็นอะไรไปแก้วหน้าเครียดเชียว”“แก้วยังโทรหาพ่อกับแม่ไม่ติดเลยค่ะตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ท่านคงลืมชาร์จแบตอีกแน่ๆ เลย”“ไม่เป็นไรหรอก วันก่อนแก้วก็บอกพ่อกับแม่แล้วไม่ใช่เหรอว่าอาทิตย์หน้าเราจะไปเยี่ยมท่านด้วยกัน” เขาถามเสียงนุ่มขณะที่กำลังจอดรถที่ลานจอดรถของรีสอร์ต“ค่ะ แต่แกก็อดเป็นห่วงพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ดี”“ตอนเย็นค่อยลองโทรอีกก็ได้” เขาบอกเธอแล้วเอามือลูบศีรษะด้วยความรักใคร่ปนเอ็นดูชาลุกเดินควงแขนคนรักไปที่ห้องทำงานของตน แต่เขายังไม่ให้เธอไปนั่งโต๊ะ แต่กลับดึงเธอไปนั่งตักเขาบนโซฟาแทน“ปล่อยแก้วเล
ในตอนเช้ากุสุมาตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของนายหัวหนุ่ม เธอรู้สึกได้ว่าตอนนี้ตนเองกำลังนอนทับแขนซ้ายของเขา แก้มของเธอชนที่หน้าอกของเขารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอมือขวาของชารุกพาดกอดที่เอวของเธอ ขาขวาของเขาก่ายกอดเธอเอาไว้ราวกับว่ากลัวเธอจะหนีเขาไป หญิงสาวยิ้มให้กับท่านอนกอดเธอของเขาแล้วมุดหน้าซุกลงที่อกเพื่อที่จะนอนหลับต่อไปในอ้อมแขนนั้นสักพักเมื่อเธอจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้แล้วลืมตาเบิกโพลงขึ้นมาด้วยความตกใจ พอเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่านายหัวหนุ่มมองเธออยู่ก่อนแล้ว“คุณถอดเฝือกออกทำไมคะ” หญิงสาวถามขึ้นมาแล้วดันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ“ยังเช้าอยู่เลยนอนต่อก่อนสิ ผมยังง่วงอยู่เลย” เขาบอกเธอแล้วลุกนั่งยกมือขึ้นทั้งสองข้างขึ้นบิดขี้เกียจแล้วหมุนคอไปมากุสุมานั่งมองเขาทำตาปริบๆ พึ่งสังเกตดูว่าผ้าที่พันศีรษะนั้นก็ถูกถอดออกไปและไม่มีบาดแผลเลยแม้แต่นิดเดียว รวมถึงบาดแผลตามร่างกายเขาก็ไม่มี เธอน่าจะเอะใจตั้งแต่ที่เช็ดตัวให้เขาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว“นี่คุณไม่ได้รถคว่ำใช่ไหมคะ” เธอถามออกมาอย่างนั้นเมื่อนึกออกชารุกหันมายิ้มให้เธอ แล้วดึงเธอมากอดไว้แนบอก“ปล่อยแก้วนะคะ” เธอดิ้นรนออกจากเขาแ
กุสุมาดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับชารุกในตอนเย็น เธอดูแลเขาด้วยความเต็มใจและเขาเองก็ยอมให้เธอดูแลเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นจนเธอถึงกับแกล้งบ่นออกมา“แก้วควรจะรู้สึกดีใจที่คุณไว้วางใจให้แก้วได้ดูแลคุณ หรือควรจะรู้สึกเสียใจดีคะ เพราะดูเหมือนว่าคุณกำลังแกล้งให้แก้ว”“ทำไมล่ะไม่อยากดูแลผมแล้วเหรอ” เขาถามเสียงนุ่ม หลังจากตื่นนอนมาในตอนหัวค่ำ เขาก็ดูสดชื่นและอารมณ์ดีขึ้นมาก“อยากดูแลสิคะและแก้วก็เต็มใจด้วย แต่ว่าคุณตัวหนักมากเลยแก้วจะยกขึ้นไปนอนบนเตียงได้ยังไงคะ” เธอบ่นให้เขากับขนาดตัวที่เธอต้องพาเขาไปนอน“ผมพยุงตัวเองไปได้”“แล้วดูสิคะ ออกมาจากโรงพยาบาลวันเดียวก็ดูแข็งแรงขึ้นขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อเลย นี่ถ้าเป็นในละครแก้วคงคิดว่าคุณแกล้งป่วยไปแล้วนะคะ”“เอาอีกแล้ว เอาผมไปเปรียบกับในละครอีกแล้ว คุณนี่ติดละครหลังข่าวมากเกินไปแล้วนะ นี่ชีวิตจริงไม่ใช่ละคร” เขาพูดออกมาแล้วยิ้มให้กับเธอ“ที่ผมดีขึ้นเรื่อยๆ ก็เพราะว่ามีแก้วอยู่ใกล้ๆ ไงล่ะ และที่ผมอยากให้แก้วดูแลผมแค่คนเดียว มันก็เพราะว่าแก้วคือกำลังใจเดียวที่ผมมี” เขาพูดเสียงนุ่มนวลและสื่อถึงความรู้สึกที่มีต่อเธอ“รู้ตัวหรือเปล่าคะว่าพูดอะไรออกมา อย่าลืม
ในตอนเช้ากุสุมาก็ได้มาถึงท่ารถในจังหวัด เธอโทรหาบุหงาอีกครั้งเพื่อให้มารับเธอเพราะไม่คุ้นกับเส้นทางในจังหวัดนี้แต่คนที่มารับเธอคือชารียาและภาคิน กุสุมาไม่ได้สนใจว่าตนเองอยู่ในชุดเสื้อผ้าที่ดูซอมซ่อ แต่ถึงอย่างนั้นชารียาและภาคินก็ไม่ได้สนใจเช่นกัน พวกเขาพาเธอไปหาชารุกที่โรงพยาบาลทันที“คุณชารุกเป็นยังไงบ้างคะ”“บุหงาเล่าให้ฟังว่าพี่ชารุกจะออกไปตามแก้วกลับมาหลังจากที่ได้ที่อยู่ของแก้ว ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้วจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นแบบนี้” ชารียาพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าทำให้กุสุมาแทบใจจะขาดกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับชารุก“แต่ฉันไม่ได้โทษเธอหรอกนะแก้ว ฉันรู้ว่าพี่ชารุกอารมณ์ร้ายไม่มีใครอยู่กับเขาได้นานหรอก และฉันก็รู้มาว่าที่จริงแล้วเขานั่นแหละที่เป็นฝ่ายไล่แก้วออกจากบ้านเอง ไม่ต้องโทษตัวเองนะ” เธอพูดเสียงสั่น ภาคินจึงยื่นมือไปกุมมือของภรรยาเอาไว้เพื่อปลอบใจกุสุมารู้สึกเหมือนว่าหัวใจหล่นวูบลงไปจนถึงปลายเท้า เป็นห่วงชารุกและใจหายกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก“แก้วไม่มีค่าพอให้คุณชารุกต้องมาเจ็บตัวเพราะแก้วแบบนี้” เธอพูดออกมาเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้ออกมา“แก้วจะเป็นใครหรือมาจากที่ไหนฉันก็ไม่สนหรอกนะ







