Masuk“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ คุณทวดสวยทุกวันอยู่แล้วค่ะ แต่วันนี้สวยเป็นพิเศษเพราะคุณทวดยิ้มตลอดเลย”
“ใช่สิคะ พราวก็กำลังคิดอยู่ว่าเมื่อไรคุณทวดจะเมื่อยปากแล้วหุบยิ้ม แต่กล้ามเนื้อปากของคุณทวดแข็งแรงมากเลยค่ะ” ไหมพราวงามเอ่ยหยอกผู้เป็นทวด ทว่าก็ยิ้มแย้มได้เพียงครู่เธอก็ต้องก้มหน้างุดเพราะถูกผู้เป็นยายมองด้วยสายตาคาดโทษ
“ยายพราว พูดเล่นกับผู้ใหญ่ไม่ได้นะ ยายสอนกี่ครั้งแล้ว”
“ปล่อยให้เหลนฉันพูดเถิดน่า เราน่ะเลี้ยงหลานทั้งสองห้ามนั่นห้ามนี่จนหลานๆ แทบจะเป็นหุ่นยนต์ทำตามคำสั่งอยู่แล้วนะ เด็กสมัยใหม่กล้าคิดกล้าพูด ถ้ามันไม่ได้น่าเกลียดเกินงามก็ปล่อยๆ บ้างเถอะ” แสงโสมรู้ว่ามณีพรรณอยากจะอบรมเหลนทั้งสองของตนให้เป็นกุลสตรีที่สุด ทว่าโลกสมัยนี้มันก็ไม่ได้เหมือนสมัยก่อน เธอเองก็เคยพูดหลายครั้งหลายหนแล้วว่าลูกตนนั้นปล่อยวาง ทว่าก็ท่าจะทำไม่ได้
“ก็ฉันอยากให้หลานเป็นกุลสตรีที่น่าชื่นชมทุกกระเบียดนิ้วนี่คะคุณแม่ ตระกูลของเราเป็นผู้ดีเก่าแก่นี่คะ ไม่อยากให้ใครต้องมาว่าพวกเราลับหลังได้ แล้วอีกอย่างผู้หญิงเรียบร้อยอ่อนหวาน ใครเห็นใครก็เอ็นดูค่ะ”
“เฮ้อ...”
เสียงถอนหายใจของแสงโสมนั้นเป็นสิ่งที่ตอบทุกอย่างแทนสองสาวหมดแล้วว่ารู้สึกเช่นไรเมื่อเห็นผู้เป็นยายทำตัวเป็นจอมเผด็จการ ทว่าทั้งสองก็แสดงกิริยาเหนื่อยใจเช่นนั้นออกมาไม่ได้ หากแสดงออกมาเพียงหนึ่งครั้งอาจจะถูกทำโทษให้นั่งพับดอกบัวฝึกสมาธิข่มอารมณ์ทั้งวันไปเป็นอาทิตย์อีก
พิมแพรทองอยู่กับมณีพรรณผู้เป็นยายตั้งแต่เริ่มเข้าอนุบาล เธอถูกยายนั้นขอจากพ่อและแม่มาเลี้ยงคู่กับไหมพราวงามที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง เพราะไหมพราวงามนั้นเสียทั้งพ่อทั้งแม่ในตอนที่ยังแบเบาะ เวลาที่พ่อกับแม่ของเธอมาเยี่ยม ยายเธอคิดว่านั่นจะทำให้ไหมพราวงามไม่รู้สึกขาดกับคำว่าครอบครัว ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ยายของเธอคิดถูก เพราะเธอและไหมพราวงามในเวลานี้ก็เหมือนพี่น้องกันจริงๆ ไปแล้ว
“สวัสดีค่ะคุณยาย สวัสดีค่ะคุณแม่ / สวัสดีครับ” ทองพญาเดินนำหน้าลูกสาวคนเล็กเข้ามาไว้ผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยสีหน้าระรื่น ทองพญาไหว้เรียบร้อยนก็เขาไปโผกอดคนเป็นแม่กับยายพร้อมกันด้วยความคิดถึง
“สวัสดีค่ะคุณทวด สวัสดีค่ะคุณยาย” พลอยประดับเห็นแม่เธอผละออกจากผู้ใหญ่ทั้งสองเรียบร้อนแล้วจึงยกมือไหว้ผู้ใหญ่ และหวังอยู่ลึกๆ ว่าวันนี้เธอจะไม่ถูกคนเป็นยายนั้นตำหนิ เพราะวันนี้เธอแต่งตัวได้เรียบร้อยที่สุดแล้ว
“ยายพลอย เป็นเด็กเป็นเล็กทำไมแต่งตัวอย่างนี้ลูก กระโปรงทำไมไม่ใส่ให้คลุมเข่า แถมเสื้อก็ยังเป็นแขนกุดอีก”
“ชุดนี้เรียบร้อยที่สุดของพลอยแล้วค่ะคุณยาย ถ้าพลอยแต่งตัวอย่างที่คุณยายชอบก็คงจะเหมือนคุณครูแพรแล้วก็คุณครูพราวนี่แล้วค่ะ” พลอยประดับชี้ไปยังพี่สาวทั้งสองที่ยืนหน้าเจื่อนอยู่ข้างๆ แสงโสม
“ปากคอเรานี่นะ ถ้ารู้ว่าโตมาแล้วเป็นแบบนี้ยายจะเอามาอบรมบ่มนิสัยตั้งแต่เล็กแล้ว เรียนเมืองนอกเมืองนาเสียนานจนลืมวัฒนธรรมไทยเสียหมดนะเราน่ะ”
“สมัยนี้แล้วค่ะคุณยาย แต่งตัวแบบพลอยไม่ได้ถือว่าโป๊นะคะ”
“ดูสิ เถียงคำไม่ตกฟาก เราสองคนเลี้ยงลูกกันยังไงฮะ” เมื่อต่อว่าหลานไม่ได้ก็หันไปต่อมาว่าพ่อกับแม่ของพลอยประดับแทน
“ปล่อยวางเสียเถอะน่าแม่พรรณ ฉันยังอยากเห็นรอยยิ้มของหลานๆ อยู่นะ” แสงโสมเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายหัวใจ
“คุณทวดน่ารักที่สุดเลยค่ะ พลอยขอให้คุณทวดสุขภาพแข็งแรงนะคะ อยู่กับลูกกับหลานไปอีกเป็นร้อยปีเลยค่ะ”
“ทวดไม่อยากอยู่ให้เป็นภาระใครนักหรอกลูก” แสงโสมเห็นว่าหากอยู่ถึงตอนนั้นตนได้นอนเป็นผักลำบากให้ลูกหลานดูแลแน่นอน ตั้งใจเอาไว้ว่าไม่อยากให้เป็นแบบนั้น
“อย่าพูดแบบนี้สิคะคุณยาย” พิมแพรทองย่อตัวลงวางมือกุมเอาไว้กับมือของทวดตน
“ใช่ค่ะคุณแม่ วันนี้วันดี ไม่พูดถึงเรื่องไม่เป็นมงคลนะคะ” มณีพรรณหน้าเสียไม่แพ้ผู้อื่นเมื่อผู้เป็นแม่กล่างเรื่องความเป็นความตายในวันเกิด เห็นทีเธอต้องเปลี่ยนเรื่องคุยเสียแล้ว เลยเลือกที่จะเอ่ยถึงเพชรธารา ลูกชายบุญธรรมของเธอที่ยังมาไม่ถึง
“ทุกคนมากันพร้อมแล้ว แล้วหมอเพชรยังไม่มาอีกเหรอ”
“ผมอยู่ที่ครับคุณแม่ เพิ่งทำเค้กให้คุณยายเสร็จก็เลยมาสายครับ” หมอหนุ่มรูปหล่อร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์สีดำ เดินถือกล่องเค้กยิ้มหน้าระรื่นเข้ามายกมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคน
“ไม่พ้นเค้กเพื่อสุขภาพอีกสินะ ให้ยายได้กินวิปครีมหรือพวกเยลลี่ที่ย่อยยากๆ บ้างได้ไหมล่ะ ยายเองก็อยากจะกินของที่เด็กๆ เขากินกันบ้าง” แสงโศมรู้ได้ทันทีว่าหลานชายบุญธรรมนั้นต้องทำเค้กที่ไม่อร่อยมาให้เธออีกแน่
“แต่ของพวกนั้นอาจจะทำให้คุณยายน้ำตาลในเลือดสูงนะครับ แถมยังจะไม่สบายตัวนอนหลับยากด้วย ผมทำเค้กผลไม้นี่สุดฝีมือเลยนะครับ ถ้าคุณยายไม่อยากกินก็ไม่เป็นไรครับ”
“ก็ได้ๆ ยายจะกินให้หมดเลยนะ”
“ครับคุณยาย” เพชรธารายิ้มกว้างกว่าเดิมที่เห็นแสงโสมนั้นรับปากด้วยสีหน้ากล้ำกลืนฝืนทน เขารู้ดีว่าจะพูดอย่างไรให้ยายตนนั้นใจอ่อน แล้วมันก็ได้ผลทุกครั้งที่เขาใช้ลูกอ้อนอันน่าสงสาร
“เรามานั่งที่โต๊ะกันเถอะค่ะ ใกล้ถึงเวลาเป่าเค้กแล้ว” ทองพญาเห็นว่าทั้งครอบครัวมากันครบแล้วก็เรียกไปนั่งโต๊ะในงาน หลังจากฉลองเป่าเค้กเสร็จเรียบร้อย แขกเหรื่อที่มาจะได้พูดคุยสังสรรค์กันตามอัธยาศัยต่อ
ไม่นานนักทั้งสองหนุ่มสาวก็มาอยู่ที่ถนนคนเดิน เป็นรณภที่ทำหน้าที่แจกจ่ายตุ๊กตานับสิบตัวให้กับเด็กตัวเล็กๆ ที่เดินสวนทางมา เสียงเจี๊ยวจ๊าวขอบคุณและรอยยิ้มไร้เดียงสาของเด็กๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาก พิมแพรทองมองภาพนั้นด้วยความประทับใจ ลึกๆ ในใจเธอเริ่มมีความหวังว่าหัวใจที่แข็งกระด้างของรณภพอาจจะไม่ได้เยียวยายากอย่างที่คิดหลังจากแจกจ่ายตุ๊กตาเรียบร้อยแล้ว รณภพก็เดินกลับมาหาพิมแพรทองแล้วคว้ามือเล็กไปกุมไว้แน่น เขาจูงมือเธอเดินฝ่าฝูงชนแล้วเดินไปด้วยรอยยิ้มตลอดทาง“รู้ไหมแพร... พี่ไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว” เขากระซิบข้างหูเธอท่ามกลางเสียงจอแจของตลาด “นานจนพี่จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่พี่ยิ้มได้เต็มหน้าแบบนี้คือตอนไหน”พิมแพรทองหันไปสบตาคนข้างๆ เธอเห็นประกายความสุขที่ส่งออกมาจากใจจริงของเขาก็สุขใจตามไปด้วย “ถ้ามีความสุข... ก็รักษาความรู้สึกนี้ไว้นานๆ นะคะ” พิมแพรทองบีบมือเขาตอบเบาๆหัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความอิ่มเอม อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้เห็นร่องรอยของความอ่อนโยนในตัวผู้ชายคนนี้ และมันคุ้มค่
พอเรื่องของตัวเองคลี่คลาย ไหมพราวงามก็พร้อมรับฟังปัญหาของพิมแพรทอง ทว่าพิมแพรทองก็ลังเลเล็กน้อยว่าจะเริ่มต้นปรึกษากับไหมพราวงามอย่างไรดี“คือ…เค้ารู้จักคนคนนึง เขาเจ็บปวดกับชีวิตครอบครัวมาก แล้วเขาก็อยากแก้แค้นครอบครัวตัวเอง”“ใครกันอะ”“เค้าขอยังไม่บอกได้ไหม แค่อยากรู้ว่า…เราจะทำยังไงให้คนคนนั้นเลิกคิดแก้แค้น”“ได้ เค้าจะไม่ถามชื่อ ถ้าตามที่ตัวเล่า เขาน่าจะขาดความรักใช่ไหม”“ก็ประมาณนั้น”“งั้นก็ต้องทำให้เขาเห็นค่าในตัวเอง ให้เขามองเห็นคนที่รักเขาจริงๆ มากกว่าคนที่ไม่เคยสนใจเขาเลย”“ใช้ความรักแก้ปัญหาครั้งนี้เหรอ”“ก็ประมาณนั้น ถึงมันจะรักษาแผลเขาได้ไม่ทั้งหมด แต่ถ้ามันทำให้เขาเห็นว่าโลกนี้ยังมีสิ่งที่มีค่ากว่าความแค้น เค้าว่าน่าจะช่วยได้นะ”พิมแพรทองพยักหน้าน้อยๆ “โอเค ขอบคุณนะ”หลังจากไหมพราวงามออกจากห้องไป ความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง และแล้วเธอก็เริ่มลังเลหรือว่าฉันต้องตกลงคบกับเขา…ให้ความรัก เยียวยาหัวใจ แล้วความแค้นในใจของเขาจะได้ลดลง เพราะหากเขาหายแค้นครอบครัวตัวเองได้ ก็จะดีต่อตัวของเขา ไหนจะปฐวีและไหมพราวงามด้วยพิมแพรทองนัดรณภพมาที่ร้านอาหารกึ่งรูฟท็อปที่มองเห็นวิวเมืองเชียงใ
รณภพพาพิมแพรทองขับรถออกจากเมืองมาเกือบชั่วโมงจนมาถึงบึงบัวขนาดใหญ่ ผืนน้ำเบื้องหน้าของทั้งสองสงบนิ่งสะท้อนแสงแดดยามบ่ายดูสวยงามผิดกับอารมณ์ของทั้งสองในตอนนี้“จะคุยกับฉันต้องพามาคุยไกลขนาดนี้เลยเหรอคะ” สาวเจ้าเอ่ยขณะทิ้งตัวนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ น้ำเสียงพิมแพรทองฟังดูเรียบทว่าก็แฝงไปด้วยความอยากรู้ใจจะขาดว่ารณภพจะเล่าเรื่องครอบครัวเขาว่าอย่างไร“อยากรู้ไม่ใช่เหรอ” รณภพไม่หันมามองหน้าคนคนตัวเล็ก ตอนนี้เขาไม่ลังเลแล้วที่จะบอกความจริงกับเธอ“ก็พูดมาสิคะ”“รอพี่เดี๋ยวนะ” เขาหยิบก้อนหินขึ้นมาแล้วปาลงไปในบึง เสียงน้ำกระจายเป็นวงคลื่นเล็กๆ เหมือนหัวใจของเขาที่ไม่เคยได้สงบเหมือนน้ำที่หินตกกระทบตรงหน้าแววตาเศร้าที่ทอดมองผิวน้ำของชายหนุ่มทำให้พิมแพรทองไม่กล้าคะยั้นคะยอ แค่นั้นก็พอจะทำให้เธอรู้ว่าเขาคงเจ็บปวดกับเรื่องครอบครัวไม่น้อยเลย“แพรเห็นใช่ไหมว่าวีมีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ขนาดไหน”“ค่ะ” เธอตอบเสียงอ่อนด้วยกลัวจะไปกระทบความรู้สึกบางอย่างในใจเขา“พี่ไม่เคยมีภาพนั้นเลย”คำพูดสั้นๆ ของเขามันแฝงไปด้วยความปวดร้าวจนเธอรับรู้ได้เป็นอย่างดี ทว่าเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าศาสตราจะทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื
พิมแพรทองยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะทำงานของรองประธานหนุ่ม ใบหน้าสวยเรียบเฉยไร้อารมณ์แม้ในอกจะอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้องก็ตาม“สวัสดีค่ะ ท่านรอง”คำเรียกขานที่แสนเป็นทางการทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากเอกสารทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“ทำไมถึงเรียกพี่ห่างเหินแบบนั้นล่ะครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่สายตากลับจับจ้องเธอไม่วางราวกับพยายามอ่านความคิดที่อีกฝ่ายกำลังซ่อนเอาไว้“ในเวลางานตอนนี้ฉันถือว่าฉันเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ไม่ควรทำตัวสนิทสนมถูกต้องแล้วค่ะ”รณภพชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ “แพรกำลังไม่พอใจเรื่องข่าวพี่รึเปล่า”“ข่าวอะไรคะ ไม่เห็นรู้เรื่อง ช่วงสายมีคุยงานกับคุณเบนจามิน เตรียมตัวให้พร้อมด้วยนะคะท่านรอง”เธอเลือกจะหลบเลี่ยงไม่เปิดโอกาสให้เขาได้อธิบายอะไรทั้งนั้นก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรียกสายตาของคนทั้งสองได้เป็นอย่างดี“เข้ามาได้ครับ”ดารกาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “สวัสดีค่ะ ฉันรบกวนรึเปล่าคะ”“ไม่เลยครับ ยังไงเราก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว”คำตอบนั้นทำให้พิมแพรทองเผลอเหลือบมองทั้งสองคนอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นวาบขึ้นมาในอก“พี่ลืมบอก พี่จะให้คุณดาว
ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังดวงดาวพราวระยับบนท้องฟ้า ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ แล้วสูดหายใจเข้าลึก ภาพฟาร์มหอยมุก ศาลาไม้กลางทะเล และรอยยิ้มของรณภพผุดขึ้นมาในความคิดอย่างไม่ตั้งใจการที่เธอคิดถึงเขาทั้งที่เพิ่งจากกันนี่มันคืออะไรกันนะ ไม่พ้นเธอรู้สึกดีกับเขามากไปแล้วหรือ ดึกมากแล้วแต่รณภพก็ยังคงเปิดดูคลิปวีดิโอที่ถ่ายกับพิมแพรทองซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้เอาเสียเลย คำที่พูดหยอกล้อกับเธอว่าเธอจะคิดถึงเขา กลับเป็นเขาเองที่คิดถึงเธอมากเสียอย่างนั้น ไม่ติดว่าพรุ่งนี้มีธุระสำคัญที่กรุงเทพมหานคร เขาไม่อยากจะห่างเธอแน่พิมแพรทองเดินเข้ามาหาเฟื่องฟ้าหลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย เมื่อเห็นสีหน้าแจ่มใสของหญิงสาวด้วยตัวเองก็พลอยคลายความกังวลไปได้มาก“พี่แพร นั่งก่อนค่ะ”พิมแพรทองหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ที่หญิงสาวเจ้าบ้านเป็นคนจัดหาให้ “สบายดีใช่ไหมฟ้า แล้วเรื่องสมัครเรียนว่ายังไง”“สบายดีค่ะ อีกไม่กี่วันฉันก็จะไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้วค่ะ”“แล้วจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจริงเหรอ”“ค่ะ ถึงพี่โรมกับพี่แพรจะช่วยฉันค่าเรียน แต่ยังไงถ้าฉันได้หาเงินไปด้วยก็จะสบายใจกว่าค่ะ”“ตามใจแล้วกั
หลังจากอยู่ที่ร้านอาหารไม่นานนักไหมพราวงามก็กลับมาที่บ้านของปฐวีพร้อมกับปานทิพย์ สองชั่วโมงแล้วที่ไหมพราวงามยังคงนั่งรอปฐวีอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก มือประสานกันแน่นบนตัก สายตามองนาฬิกาแขวนผนังที่เข็มยาวขยับผ่านไปช้าๆ ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเท่าไร ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่สำคัญกับว่าที่สามีมากเท่านั้นไม่ได้ อย่าคิดแบบนี้อีก เธอพยายามบอกตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะยังไงปฐวีก็คงยุ่งเพราะเรื่องงาน หากไม่มีคืนที่ผิดพลาดวันนั้นเขาก็คงไม่ต้องมารับผิดชอบแต่งงานกับเธอสายฟ้าแล่บแบบนี้ปานทิพย์ว่าจะออกมาหาน้ำดื่มก่อนนอน ทว่าก็ต้องแวะเข้าห้องรับแขกเพราะเห็นไหมพราวงามยังคงนั่งอยู่ในนั้นไม่ไปไหน “หนูพราว ยังไม่ขึ้นไปนอนอีกเหรอลูก”“พราวอยากรอพี่วีค่ะ” เธอฝืนยิ้มทั้งที่แววตาอ่อนล้าเต็มทีปานทิพย์มองว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความสงสารก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “ไปพักเถอะลูก มันดึกแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เจอตาวี วันนี้พี่เขาอาจจะยุ่งอยู่ที่บริษัทก็ได้”ไหมพราวงามลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย “ค่ะคุณน้า”เช้าวันรุ่งขึ้นปานทิพย์เดินลงบันไดมาด้วยความตั้งใจจะไปทำธุระแต่เช้า ทว่ากลับต้องหยุดเท้าเมื่อเห็นร่




![คลั่งรักยัยรุ่นพี่ [Crazy in love]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


