Mag-log in“ได้อยู่แล้ว ว่าแต่คิดเงินพี่แพงไหม พี่เพิ่งขึ้นเป็นผู้บริหารกำลังควบคุมงบน่ะ”
“ไม่หรอกค่ะ แพรไม่คิดเงินค่ะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่ล้อเล่น”
“แพรพูดจริงๆ ค่ะ แค่พี่วียอมให้ดาราในสังกัดโปรโมทให้ฟรีก็พอแล้วค่ะ”
“มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้ตลอดเลยนะครับ”
“ขอบคุณพี่วีมากเลยนะคะ” และแล้วเธอก็ไม่กล้าที่จะพูดสิ่งที่คิดออกมา เธอรู้ว่าปฐวี โชติประภากรเป็นนักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบกว่ารูปหล่อพ่อรวยที่เป็นเจ้าของผับหรู อีกทั้งยังเพิ่งขึ้นเป็นผู้บริหารบริษัทสื่อชื่อดังแทนคนเป็นพ่อหมาดๆ เรียกได้ว่ากำลังฮอตในวงสังคมเลยทีเดียว ทว่าด้วยความที่แม่ของเขาและแม่ของเธอเป็นเพื่อนกันเลยทำให้เธอก็รู้จักและสนิทสนมกับชายหนุ่มเสมือนพี่ชายมากกว่าจะกลายเป็นคนรัก เธออยากพูดให้ปฐวีไปคุยกับผู้ใหญ่ว่าเธอไม่สามารถหมั้นกับเขาได้ แต่เมื่อเห็นว่าเขาไม่เคยเปรยถึงเรื่องนี้เลยไม่กล้าพูดขึ้นมา
ทางด้านทองพญาและปานทิพย์ก็ยืนยิ้มหน้าระรื่นเมื่อเห็นปฐวีและพิมแพรทองกำลังยืนพูดคุยกันยสองต่อสองอย่างกระหนุงกระหนิง เพราะปานทิพย์และทองพญาตั้งใจกันตั้งแต่ยังไม่ท้องแล้วว่าจะต้องให้ลูกของทั้งสองแต่งงานกันให้ได้ ด้วยความที่เป็นเพื่อนรักกันแต่ไหนแต่ไรจึงอยากเป็นครอบครัวเดียวกัน จะได้อุ่นใจหมดห่วงเรื่องชีวิตคู่ของลูกๆ กันทั้งคู่
“ดูสองคนนั้นสิ พูดคุยกันกระหนุงกระหนิงเชียว ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้ยายแพรเพิ่งเรียนจบคุณแม่ท่าจะยอมให้สองคนหมั้นกันแล้วล่ะ” ทองพญาเอ่ยด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความเสียดายเป็นที่สุด
“นั่นน่ะสิ” ปานทิพย์เห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อนสนิทตนทุกคำ แอบเสียดายที่ทองพญามีลูกช้าไปหน่อย ไม่อย่างนั้นตอนนี้ปฐวีและพิมแพรทองคงได้แต่งงานกันไปแล้ว “แล้วยายพราวล่ะ ดูท่าจะมีแฟนกับเขารึยัง”
“ท่าจะยังนะ” ทองพญาส่ายหัวน้อยๆ “ฉันว่าคุณแม่น่าจะหวงยายพราวมากกว่ายายแพร”
“ก็ยายพราวซื่อซะขนาดนั้น เป็นฉันก็อดห่วงไม่ได้ แต่ถ้าผ่านไปอีกสักสามสี่ปีแล้วยายพราวไม่มีแฟนฉันก็พอจะมีคนแนะนำอยู่เหมือนกัน เพื่อนตาวีหน้าตาฐานะชาติตระกูลดีหลายคนอยู่เหมือนกัน นี่ถ้าฉันมีลูกชายอีกคนก็จะให้คู่กับยายพราว แต่ก็ดันมีตาวีคนเดียวเสียอีก”
“ไม่แน่คู่ยายพราวอาจจะมาก่อนที่เราจะหาให้ก็ได้ ดูอย่างทับทิมน้องฉันสิ แต่งงานก่อนฉันเสียอีก”
“อ่อ จริงด้วย พูดแล้วก็นึกถึงวันข้างหน้านะ เราสองคนก็จะเป็นปู่ย่าตายายกันแล้ว”
“ที่ฉันอยากให้ลูกเราหมั้นกันแต่งกันเร็วๆ ก็เพราะอยากอุ้มหลานตอนที่ยังไม่แก่นี่แหละ”
สองเพื่อนรักพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่พักใหญ่ เพราะมั่นใจว่าอย่างไรพวกเธอทั้งสองก็ต้องได้อุ้มหลานที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพิมแพรทองกับปฐวี เพราะลูกๆ ไม่มีใครเอ่ยคัดค้านที่พวกเธอจะจับให้พวกเขาหมั้นกัน และนั่นก็เท่ากับว่าลูกๆ ของพวกเธอพร้อมที่จะครองคู่เป็นคู่ผัวตัวเมียกันในวันหน้า หากว่าวันหน้าได้เห็นพิมแพรทองและปฐวีได้ลงเอยกันตามที่หวังคงมีความสุขจนอธิบายมาเป็นคำพูดไม่ออกเลยทีเดียว
ปฐวีเดินถือจานคัพเค้กเข้ามายังบาร์น้ำ ดวงตาคมจ้องมองหญิงสาวตัวเล็กที่กำลังยืนกอดอกมองท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยแววตาเหม่อลอย เห็นทีเธอคงตกอยู่ในภวังค์ความคิดอะไรบางอย่างเพราะเขาจะถึงตัวเธออยู่แล้ว ทว่าดูท่าอีกฝ่ายยังไม่ยักจะหลบทาง
“ขอน้ำสักหนึ่งขวดได้ไหมครับ”
“อ๋อ ได้ค่ะ” ไหมพราวงามหลุดจากภวังค์เมื่อรู้ตัวว่ากำลังขวางทางแขกที่กำลังจะเข้าไปหยิบขวดน้ำในตู้แช่เย็น
“ขอบคุณครับ” เขาอมยิ้มน้อยๆ ให้อีกฝ่ายที่เพิ่งสะดุ้งตกใจเพราะเสียงเรียกของตนก่อนจะเปิดตู้แช่เย็นหยิบน้ำแร่ขวดเล็กออกมา
“คัพเค้กรสชาติเป็นยังไงบ้างคะพี่วี พราวทำเองเลยนะคะ”
“อร่อยมากเลย มีฝีมือเหมือนกันนะเราน่ะ”
“ขอบคุณค่ะ น้าปานก็ชมว่าอร่อย ถ้าพี่วีชอบวันหลังพราวจะทำส่งไปที่บ้านน้าปานแล้วก็พี่วีด้วยนะคะ”
“ขอบคุณมาก พี่ได้ยินจากแพรว่าช่วงนี้พราวกำลังออกแบบเสื้อผ้าใหม่ให้ร่วมสมัยมากขึ้น ยังไงพี่จะรอดูนะครับ”
“ค่ะ แพรได้บอกหรือยังคะว่าจะส่งให้นักแสดงในสังกัดของพี่วี”
“บอกแล้วครับ พี่ถึงมาบอกกับพราวว่าจะรอดูฝีมือไง อีกอย่างพี่ไม่คิดค่าโปรโมทด้วยนะครับ”
“ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ”
“พี่ขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะ” ไหมพราวงามมองตามหลังปฐวีไม่วางตา เธออมยิ้มน้อยๆ ทั้งสายตาที่มองเขาก็เต็มไปด้วยความชื่นชม แม้นเธอจะไม่ได้สนิมสนมกับชายหนุ่มเท่ากับพิมแพรทอง ทว่าก็พอจะรู้ความเคลื่อนไหวของเขาอยู่ตลอด ปฐวีมักจะเรียนได้เก่งกว่าใครเพื่อนเสมอ เธอนั้นได้ยินจากปากของปานทิพย์แม่ของชายหนุ่มอยู่บ่อยๆ ในตอนนี้ปานทิพย์มาเที่ยวที่นี่
และเธอก็เห็นได้อย่างประจักษ์แล้วว่าชายหนุ่มเก่งมากแค่ไหน เขาเป็นเจ้าของธุรกิจกลางคืนในตอนที่เพิ่งเรียนจบแถมกิจการยังไปได้สวย อีกทั้งตอนนี้ยังได้ขึ้นเป็นผู้บริหารบริษัทสื่อชื่อดังแทนพ่อของเขาในตอนที่อายุเพิ่งจะเลยเลขสามมาไม่เท่าไร
“ตัว!”
“ฮะ!” ไหมพราวงามสะดุ้งตัวโยน อ้าปากหวอเมื่อพิมแพรทองเข้ามาเขย่าตัว
“เหม่ออะไรอยู่ เค้ามายืนข้างตัวตั้งนานแล้ว ตัวก็เอาแต่ยืนยิ้มไม่เห็นหันมาสนใจเลย”
“เปล่า คิดอะไรเพลินๆ”
“คิดเรื่องอะไรเหรอ” พิมแพรทองจ้องมองลูกพี่ลูกน้องตาปริบๆ
“ก็...มีความสุขที่เห็นทุกคนในงานมีความสุขไง”
“จริงสินะ วันนี้ทุกคนมีรอยยิ้มกันมากกว่าวันอื่นๆ อ่อ...พรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวไปหาลูกค้าแต่เช้า ตัวเตรียมพร้อมหรือยัง”
“พร้อมอยู่แล้ว อ่อ...เค้ามีเรื่องอยากถาม”
“เรื่องอะไรเหรอ”
เนื้อหาในข่าวที่ปฐวีให้ เขาอัดคลิปบอกว่าทุกอย่างตนเป็นคนผิด เขารักไหมพราวงามมาก เธอไม่ได้เป็นฝ่ายเข้าหาเขา แต่เขาต่างหากที่ดึงไหมพราวงามเข้ามาในชีวิตโดยที่เขาไม่ยอมตัดขาดจากดารกา ตอนนี้เขายืนยันว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดารกาอีก และจะเดินหน้าแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดต่อไป ไม่ว่าสังคมจะตัดสินเขายังไงเขาก็พร้อมยอมรับ“เฮ้อ... พี่วีนะพี่วี ทำไมไม่คิดแบบนี้ได้ตั้งนานแล้วนะ” พิมแพรทองถอนหายใจโล่งอกไปหนึ่งเปราะที่ปฐวียืดอกยอมรับข้อผิดพลาดอย่างลูกผู้ชาย และหวังว่าปฐวีจะตัดขาดจากดารกาได้จริงๆทางด้านรณภพที่เห็นข่าวแบบนั้นก็แอบชื่นชมในความเป็นลูกผู้ชายของปฐวีที่ยอมปกป้องไหมพราวงามโดยไม่สนชื่อเสียงของตัวเอง ทว่าเขาก็สาแก่ใจเพราะอย่างน้อยข่าวแบบนี้มันก็ทำลายชื่อเสียงของปฐวีได้ ป่านนี้พ่อของเขาก็คงจะนั่งไม่ติดเช่นกัน เพราะไม่ใช่เพียงลูกชายเสียชื่อเสียง แต่มันหมายถึงการผันผวนของหุ้นบริษัทด้วย“พี่โรมคะ พี่โรม”“ครับ” รณภพหลุดจากภวังค์เมื่อพิมแพรทองเขย่าแขน“เหม่ออะไรคะ แพรเรียกหลายรอบแล้วนะ”“อ๋อ พี่คิด
ปฐวีมองมือของหญิงสาวที่จับเสื้อของเขาก่อนจะยกมือขึ้นแกะข้อมือของดารกาออกทีละนิ้วอย่างใจเย็น“ต่อให้ไม่มีพราวอยู่ตรงนี้... ผมก็ไม่มีวันเลือกคุณ และสำหรับพราว ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าเธอจะยังรักผมอยู่ไหม หรือต่อให้เธอจะเกลียดผมไปตลอดชีวิต ยังไงคำตอบของผมก็มีเพียงคำเดียว ผมเลือกไหมพราวงาม... และจะเลือกแค่เธอคนเดียวตลอดไป”คำยืนยันที่เด็ดเดี่ยวของปฐวีเป็นการตัดขาดอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้อดีตดาวค้างฟ้ากรีดร้องออกมาด้วยความแค้นใจ “ไม่จริง ไม่ใช่สิ ต้องไม่ใช่แบบนี้”ปฐวีไม่คิดจะอยู่ต่อความยาวกับอดีตคนรักอีกต่อไป เขาสาวเท้าเดินออกไปจากห้องทำงานในทันที และไม่ว่าดารกาจะทำตามที่ขู่หรือไม่ เขาก็จะเป็นคนปกป้องชื่อเสียงของไหมพราวงามเองโดยที่ไม่สนว่าเขาจะถูกใครประนามว่าเห็นแก่ตัวและเลวแค่ไหนก็ตามภายในห้องแถลงข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องบันเทิงชื่อดัง กองทัพนักข่าวจากทุกสำนักเบียดเสียดกันจนแน่น เสียงชัตเตอร์ดังไม่ขาดสายเมื่อดารกาก้าวขึ้นมานั่งหน้าไมโครโฟน ใบหน้าสวยแสร้งทำให้ดูเศร้า ดวงตามีรอยแดงระเรื่อเพื่อให้ภาพของเธอเหมือนกับผู้ถูกกระทำที่น่าสงสารเธอเลือกที่จะใช้สื่อในมือกดดันและทำลายไหมพราวงามตาม
“ผม... ผมขอโทษครับคุณพ่อ” ปฐวียืนก้มหน้ายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เพราะในใจของเขายามนี้มันแหลกสลายจนไม่มีแก่ใจจะไปเถียงใคร“ขอโทษแล้วมันหายไหมตาวี” ปานทิพย์เอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธปนเสียใจ “ทำแบบนี้ได้ยังไง หนูพราวดีกับเราทุกอย่าง บ้านเธอก็มีหน้ามีตาในสังคม ตอนนี้ทางโน้นโกรธมาก ป้าเราโทรมาหาแม่เมื่อเช้าน้ำเสียงเธอผิดหวังในตัวแกและครอบครัวเรามาก รู้ไหมว่าแม่แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีตอนที่พวกเขาถามว่าเราเห็นหนูพราวเป็นตัวอะไร”“พวกเขาบอกว่าถ้าแกไม่เลิกยุ่งกับดาวก็ให้รีบหย่าขาดจากหนูพราวซะ และจะไม่มีวันให้แกได้ไปเจอกับหนูพราวอีก” ศาสตราเอ่ยเสียงแข็งปฐวีรีบส่ายหัวพัลวัน “ไม่ครับคุณพ่อ ผมไม่หย่า ผมไม่ยอมเสียพราวไปเด็ดขาด”“แม่ไม่คิดเลยว่าเราจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้นะตาวี” ปานทิพย์ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าลูกชายของเธอจะเป็นพวกจับปลาสองมือ“ผมรักพราว ผมรู้ตัวแล้วว่าผมรักเธอ ผมขอโทษครับคุณพ่อคุณแม่ ผมขอโทษจริงๆ”“แล้วแกจะเอายังไ
“อืม...” พิมแพรทองครางแผ่วในลำคอ เธอยอมเผยอริมฝีปากต้อนรับเรียวลิ้นของชายหนุ่มที่สอดแทรกเข้ามาฉกชิมความหวานอย่างโหยหา รณภพค่อยๆ ร่ายลีลาจูบจากความอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนตามสัญชาตญาณดิบของชายหนุ่ม เขารวบเอวบางให้คนตัวเล็กขยับเข้ามาชิดแนบกับอกแกร่งจนไร้ช่องว่าง“อืม... พี่โรม” พิมแพรทองประคองกอดไหล่หนาไว้แน่นเมื่อความวาบหวามเริ่มเข้าครอบงำ เธอตัวอ่อนปวกเปียกเมื่อได้รับสัมผัสอันช่ำชองของคนตัวโตรณภพผละริมฝีปากออกช้าๆ ทว่าไม่ยอมให้คนตัวเล็กได้พัก ชายหนุ่มช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในอ้อมแขนก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่แล้ววางคนตัวเล็กลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม จากนั้นก็ตามลงมาทาบทับบดเบียดเข้าหาคนตัวเล็กช้าๆมือหนาเริ่มทำหน้าที่อย่างว่องไว ปลดเปลื้องชุดของพิมแพรทองและเสื้อผ้าของตัวเองออก เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวสูดดมความหอมสลับกับการฝังรอยรักสีกุหลาบไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“พี่โรม... อืม...” มือเล็กจิกแผ่นหลังกว้างที่มีมัดกล้ามแน่นขณะปลายนิ้วของรณภพเริ่มลากผ่านจุดอ่อนไหวและกระตุ้นอารมณ์วาบหวามจนเธอเสียวสะท้านไปทั่วท้องน้อย“พี่จะทำให้แพรรู้ว่าพี่รักแพรมากแค่ไหน” รณภพเอ่ยกระ
รณภพนิ่งไป เขาไม่กล้าสบตาของพิมแพรทอง ความเงียบของเขาเปรียบเสมือนคำสารภาพผิด แค่นี้พิมแพรทองก็รู้โดยที่ไม่ต้องรอคำตอบจากปากของเขาแล้ว“พี่โรมทำแบบนี้ทำไมคะ พี่โรมเห็นความเจ็บปวดของพราวเป็นแค่เครื่องมือสร้างความสะใจของพี่โรมอย่างนั้นเหรอคะ แพรพยายามใช้ความรัก ความเข้าใจ คอยอยู่เคียงข้างหวังจะเยียวยาแผลใจให้พี่โรมลืมความแค้น... แต่สุดท้ายพี่โรมก็ยังใช้แผนสกปรกทำลายชีวิตคนอื่นอยู่ดี” พิมแพรทองเอ่ยทั้งน้ำตา“แพร... ฟังพี่ก่อน พี่ไม่ได้อยากให้พราวต้องเจ็บปวด แต่วีมันหลอกลวงพราว พี่แค่ทำให้พราวตาสว่างเท่านั้น”“แพรว่าพี่โรมทำเพื่อความสะใจของตัวเองต่างหากล่ะคะ จำสัญญาของเราได้ไหมคะพี่โรม... แพรบอกแล้วว่าถ้าวันไหนที่พี่โรมทำตัวไม่น่ารัก หรือทำให้แพรเห็นว่าความแค้นของพี่มันทำร้ายคนอื่นจนเกินไป แพรจะเดินออกไปทันที...” พูดจบพิมแพรทองก็หมุนตัวเดินจากไปทันทีโดยไม่หันหลังกลับมามอง ทิ้งให้รณภพยืนหน้าเสียอยู่กลางห้อง ความสะใจในการเอาชนะปฐวีเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น แทนที่ด้วยความกลัวเมื่อรู้ว่า แผนการแก้แค้นครั้งนี้กำลังจะทำให้เขาต้องสูญเสียผู้หญ
“แพร... ฮึก พี่วีเขา... เขาไม่ได้รักพราวเลย” ไหมพราวงามเอ่ยเสียงสะอื้นไม่เป็นภาษา ซบหน้าลงกับไหล่ของพิมแพรทองปล่อยให้น้ำตาไหลพรากอาบแก้มอย่างควบคุมไม่ได้พิมแพรทองเงยหน้าขึ้นมองปฐวีด้วยสายตาโกรธจัด “พี่วี! ทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องหลอกพราวด้วย”ปฐวีหน้าซีดเผือดตัวชาจนแทบก้าวขาไม่ออก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล่นพล่านจนเขาน้ำท่วมปาก ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากอธิบาย น้ำเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นของรณภพก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ดึงสายตาของทุกคนให้หันไปมอง“หึ... นี่เหรอสามีที่แสนดี” สายตาคมจ้องมองความพินาศของน้องชายต่างแม่ด้วยความสะใจ “ต่อหน้าผู้ใหญ่ทำเป็นรักเมียหลงเมีย ที่ไหนได้... พอแฟนเก่ากวักมือเรียกนิดเดียว ก็วิ่งแจ้นมาสารภาพรักหน้าด้านๆ ไม่สนใจหัวอกของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาเลยสักนิด”“พี่โรม...” ปฐวีเค้นเสียงรอดไรฟัน เขามองพี่ชายต่างแม่ด้วยความโกรธ “ทั้งหมดนี้... เป็นแผนการของพี่ใช่ไหม พี่จัดฉากเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อทำลายผมใช่ไหม”“ฉันไม่ได้บังคับให้แกกอดผู้หญิงคนอื่นนะวี ทั้
“ก็ไม่ทำไม”“ฉันจะบอกคุณแม่ว่าพวกนายมันไว้ใจไม่ได้ ฉันจะให้คุณแม่ยกเลิกสัญญากับนาย เงินที่เอามาทำกิจการฟอกขาวก็เงินที่ได้มาจากสิ่งผิดกฎหมายทั้งหมดใช่ไหม”“ทำไม รู้แล้วจะไปเอาตำรวจมาจับผมรึไง ถ้าจะแจ้งก็แจ้งให้ถูกคนนะครับ อาจตะไปเจอคนของผมแล้วเรื่องของคุณอาจจะไม่เดินก็ได้”“เลวที่สุด”“หงุดหงิดเก่งจ
วันเวลาพ้นผ่านนานร่วมเดือน ชีวิตของพิมแพรทองตอนนี้ค่อนข้างลงตัว เธอกำลังมีความสุขกับการออกแบบเสื้อผ้าใหม่ๆ อีกทั้งผลตอบรับจากการที่ดารานักแสดงในสังกัดของปฐวีก็ดีมากจนออเดอร์ล้นหลาม ทำให้บริษัทต้องเร่งออกแบบคลอเลคชั่นใหม่เรื่อยๆแถมอีกเดือนสองเดือนนี้ก็จะมีงานแต่งงานของไหมพราวงามเกิดขึ้น เธอเองก็พลอ
ไหมพราวงามลุกขึ้นจัดระเบียบเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เรียบร้อยดูหน้าเชื่อถือก่อนจะหันไปพูดกับพิมแพรทอง “เราออกไปต้อนรับเขากันเถอะ” เอ่ยจบรอยยิ้มเมื่อครู่ก็เริ่มคลายแปรเปลี่ยนเป็นฉงน เพราะสีหน้าท่าทางของพิมแพรทองตอนนี้ดูแปลกไป ดวงเบิกกว้างเผยอปากแน่นิ่งราวกับตกใจกับอะไรสักอย่างรณภพ คือชื่อจริงของนา
“เธอมาก็ดี อยากจะให้ฉันขอโทษนักใช่ไหม พวกฉันขอโทษ ตอนนี้ก็ให้คนพวกนี้ปล่อยฉันได้แล้ว” เป็นโมนาที่โพล่งออกมาเสียงแข็ง ส่วนพัสยานั้นได้แต่มองค้อนไหมพราวงามไม่วางตา“จะปล่อยง่ายๆ ได้ยังไง ถ้าคืนนั้นพราวไม่ได้โชคดีเจอคนที่รู้จัก แล้วเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นมาพวกคุณจะรับผิดชอบยังไง” ปฐวีเริ่มอารมณ์ขุ่น ไม่







