Mag-log in“ตกลงตัวจะหมั้นกับพี่วีเมื่อไร”
“เรื่องนี้เหรอ” พิมแพรทองหน้าห่อเหี่ยวในทันทีที่ได้ยินคำถามนี้ “ตามเค้ามานี่สิ” ในเมื่อไหมพราวงามเปิดประเด็นถามขึ้นมา เธอเองก็อยากจะหาที่ระบายความในใจเหมือนกัน
“เค้าไม่ได้อยากหมั้นกับพี่วี แล้วก็พอจะมองออกว่าพี่วีไม่ได้คิดกับเค้าเกินไปกว่าน้องสาว แต่เค้าก็ไม่กล้าพูดกับผู้ใหญ่ อยากให้พี่วีเป็นฝ่ายพูดก่อน”
“แล้วตัวได้ถามพี่วีหรือยังล่ะ”
“ยังเลย เมื่อกี้ว่าจะคุยแต่ก็ไม่กล้า”
“ไม่แน่พี่วีอาจจะพอใจที่ได้หมั้นกับตัวก็ได้ ไม่อย่างนั้นก็อาจจะปฏิเสธกับผู้ใหญ่ไปแล้ว”
“เค้าก็รู้จักกับพี่วีมานานนะ ค่อนข้างมั่นใจว่าพี่วีไม่ได้รักเค้า แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ปฏิเสธ”
“อย่างแรกเค้าคิดว่าตัวต้องกล้าพูดกับพี่วีก่อนว่าตกลงแล้วพี่วีคิดยังไงกับตัว ถ้าพี่วีไม่ได้คิดอะไรจริงๆ ก็ค่อยพากันไปคุยกับผู้ใหญ่ เค้าเชื่อว่ายังไงพวกท่านก็ต้องรับฟังอยู่แล้ว ตัวต้องกล้ากว่านี้”
“เค้าก็คิดเหมือนตัวนั่นแหละ ติดแค่ว่าไม่กล้าจะพูด ยิ่งเห็นคุณแม่กับน้าปานคาดหวังกันมากก็ไม่อยากเห็นพวกเขาผิดหวัง”
“เค้าเป็นกำลังใจให้” ไหมพราวงามจับมือให้กำลังใจพิมแพรทอง แม้นจะห่วงพิมแพรทอง ทว่าเรื่องนี้ก็เห็นว่าเธอก็คงจะยื่นมือเข้าไปช่วยอะไรไม่ได้นอกจากให้กำลังใจห่างๆ แต่เธอก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าหากปฐวีไม่ได้คิดเกินเลยกับพิมแพรทองแล้วทำไมไม่พูดปฏิเสธผู้ใหญ่ ตกลงแล้วตอนนี้ชายหนุ่มกำลังคิดอะไรกันแน่
“เฮ้อ...ทำไมไม่กล้ากว่านี้นะแพร” พิมแพรทองในเดรสชุดนอนสีหวานยืนหน้ามุ่ยบ่นตัวเองอยู่หน้ากระจก หากเธอกล้าที่จะพูดเรื่องที่ตัวเองไม่ได้อยากหมั้นหมายกับปฐวีตอนนี้ก็คงไม่ต้องมานั่งหนักใจเช่นนี้
สาวเจ้าเดินไปเกาะขอบหน้าต่างมองดวงจันทร์ยามค่ำคืนด้วยแววตาเหม่อลอยก่อนจะเอ่ยพึมพำออกมาเบาๆ “ทำไมพี่วีไม่ชิงมีแฟนไปซะก่อนนะ”
หลังจากงานเลี้ยงเลิกราได้พักใหญ่ ไหมพราวงามก็เดินถือกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ซุกเอาไว้ใต้ชายผ้าคลุมไหล่ สาวเจ้าอมยิ้มอ่อนเมื่อเห็นประตูห้องของคนเป็นทวดยังไม่ปิด เดาได้ง่ายๆ เลยว่าทวดของเธอยังไม่นอน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณทวดคะ” เคาะให้เจ้าของห้องรับรู้ตามมารยาทเรียบร้อยก็ส่งเสียงทักทายก่อนจะเดินเข้าไปหาทวดตนที่เตียง
“ว่ายังไงยายพราว เข้ามาห้องทวดมีอะไรอยากจะคุยเหรอ”
“ไม่มีเรื่องอะไรหรอกค่ะ พราวแค่อยากเห็นคุณทวดมีความสุขมากๆ ในวันนี้ พราวก็เลยเก็บไอ้นี่ไว้ให้ค่ะ” ว่าจบก็โชว์กล่องขนมแล้ววางเอาไว้ที่โต๊ะข้างเตียง “แต่ว่าคุณทวดกินได้แค่สองคำเท่านั้นนะคะ แล้วพราวจะปิดปากไม่บอกให้ใครรู้ค่ะ”
“เหลนรักของทวด รู้ใจทวดที่สุด มาใกล้ๆ ทวดซิยายพราว”
ไหมพราวงามเข้าไปนั่งข้างแสงโสม “มีอะไรเหรอคะ” แววตาต้องจ้องมองทวดตนตอนนี้เต็มไปด้วยความฉงนหนัก ด้วยน้อยครั้งนักที่ทวดของเธอจะมีน้ำเสียงจริงจัง
แสงโสมยกมือลูบหัวไหมพราวงามเบาๆ สายตาที่มองเหลนนั้นทั้งเอ็นดูและเวทนาไปในคราวเดียวกัน “ทวดไม่เห็นเราไปสุงสิงกับพวกป้าเราเท่าไรเลย”
“พราวต้องคอยดูแลเรื่องอาหารกับเครื่องดื่มนี่คะ”
“เราไม่ได้น้อยใจในโชคชะตาจริงๆ ใช่ไหมลูก” เธอเองก็เสียใจที่ต้องเห็นแม่กับพ่อของไหมพราวงามเสียไปตั้งแต่ไหมพราวงามยังเล็กๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอห่วงความรู้สึกของเหลนคนนี้มาตลอด กลัวเหลือเกินว่าหลานจะไม่มีความสุขที่ไม่มีพ่อแม่เหมือนเหลนคนอื่นของเธอ
ไหมพราวงามฉีกยิ้มกว้าง เธอโผเข้ากอดแสงโสมเอาไว้แน่น “พราวรู้มาตลอดค่ะว่าคุณทวดเป็นห่วงความรู้สึกพราว แต่พราวได้อยู่กับคุณทวด ส่วนคุณป้ากับคุณลุงก็ทำหน้าที่พ่อกับแม่ให้พราวไม่ได้ขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าแพรได้อะไรพราวก็จะได้เหมือนแพรทุกอย่าง แถมพราวยังมีคุณยายคอยอบรมสั่งสอนมาอย่างดี พราวคิดว่าพราวโชคดีกว่าหลายๆ คนมาก พราวมีความสุขกับชีวิตจริงๆ ค่ะ คุณทวดเลิกห่วงกลัวว่าพราวจะไม่มีความสุขได้แล้วนะคะ แค่พราวเห็นคนในบ้านเรายิ้มได้พราวก็มีความสุขเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเยอะแล้วค่ะ” เอ่ยจบก็เงยหน้ายิ้มร่าให้ทวดของเธอได้เห็นว่าเธอไม่ได้พูดโกหกแม้แต่น้อย
“เรานี่เหมือนแม่เราไม่มีผิดเลยนะ มองโลกในแง่ดี ไม่เคยคิดจะทำให้ใครไม่สบายใจหรือเดือดร้อน”
“คุณทวดพักผ่อนนะคะ พราวไม่กวนแล้วค่ะ อ่อ...พราวขอย้ำก่อนนะคะว่าคุณทวดกินเค้กได้แค่สองคำ เข้าใจใช่ไหมคะ”
“เข้าใจแล้วล่ะ”
แสงโสมนั่งยิ้มมองตามหลังเหลนสาว ที่เธอเอ่ยถามถึงความรู้สึกของไหมพราวงามในวันนี้อีกครั้งเพราะเห็นได้จากแววตาเหลนสาวที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างที่ทำให้เศร้า ในเมื่อไม่ใช่เรื่องครอบครัวจริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องใดกันแน่ ตอนนี้เธอยังเดาไม่ออก ทว่าก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะเค้นถามให้มากความ เชื่อว่าไม่นานเธอก็จะรู้ความหมายของความเศร้าในแววตาของไหมพราวงามเอง
เนื้อหาในข่าวที่ปฐวีให้ เขาอัดคลิปบอกว่าทุกอย่างตนเป็นคนผิด เขารักไหมพราวงามมาก เธอไม่ได้เป็นฝ่ายเข้าหาเขา แต่เขาต่างหากที่ดึงไหมพราวงามเข้ามาในชีวิตโดยที่เขาไม่ยอมตัดขาดจากดารกา ตอนนี้เขายืนยันว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับดารกาอีก และจะเดินหน้าแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดต่อไป ไม่ว่าสังคมจะตัดสินเขายังไงเขาก็พร้อมยอมรับ“เฮ้อ... พี่วีนะพี่วี ทำไมไม่คิดแบบนี้ได้ตั้งนานแล้วนะ” พิมแพรทองถอนหายใจโล่งอกไปหนึ่งเปราะที่ปฐวียืดอกยอมรับข้อผิดพลาดอย่างลูกผู้ชาย และหวังว่าปฐวีจะตัดขาดจากดารกาได้จริงๆทางด้านรณภพที่เห็นข่าวแบบนั้นก็แอบชื่นชมในความเป็นลูกผู้ชายของปฐวีที่ยอมปกป้องไหมพราวงามโดยไม่สนชื่อเสียงของตัวเอง ทว่าเขาก็สาแก่ใจเพราะอย่างน้อยข่าวแบบนี้มันก็ทำลายชื่อเสียงของปฐวีได้ ป่านนี้พ่อของเขาก็คงจะนั่งไม่ติดเช่นกัน เพราะไม่ใช่เพียงลูกชายเสียชื่อเสียง แต่มันหมายถึงการผันผวนของหุ้นบริษัทด้วย“พี่โรมคะ พี่โรม”“ครับ” รณภพหลุดจากภวังค์เมื่อพิมแพรทองเขย่าแขน“เหม่ออะไรคะ แพรเรียกหลายรอบแล้วนะ”“อ๋อ พี่คิด
ปฐวีมองมือของหญิงสาวที่จับเสื้อของเขาก่อนจะยกมือขึ้นแกะข้อมือของดารกาออกทีละนิ้วอย่างใจเย็น“ต่อให้ไม่มีพราวอยู่ตรงนี้... ผมก็ไม่มีวันเลือกคุณ และสำหรับพราว ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าเธอจะยังรักผมอยู่ไหม หรือต่อให้เธอจะเกลียดผมไปตลอดชีวิต ยังไงคำตอบของผมก็มีเพียงคำเดียว ผมเลือกไหมพราวงาม... และจะเลือกแค่เธอคนเดียวตลอดไป”คำยืนยันที่เด็ดเดี่ยวของปฐวีเป็นการตัดขาดอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้อดีตดาวค้างฟ้ากรีดร้องออกมาด้วยความแค้นใจ “ไม่จริง ไม่ใช่สิ ต้องไม่ใช่แบบนี้”ปฐวีไม่คิดจะอยู่ต่อความยาวกับอดีตคนรักอีกต่อไป เขาสาวเท้าเดินออกไปจากห้องทำงานในทันที และไม่ว่าดารกาจะทำตามที่ขู่หรือไม่ เขาก็จะเป็นคนปกป้องชื่อเสียงของไหมพราวงามเองโดยที่ไม่สนว่าเขาจะถูกใครประนามว่าเห็นแก่ตัวและเลวแค่ไหนก็ตามภายในห้องแถลงข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องบันเทิงชื่อดัง กองทัพนักข่าวจากทุกสำนักเบียดเสียดกันจนแน่น เสียงชัตเตอร์ดังไม่ขาดสายเมื่อดารกาก้าวขึ้นมานั่งหน้าไมโครโฟน ใบหน้าสวยแสร้งทำให้ดูเศร้า ดวงตามีรอยแดงระเรื่อเพื่อให้ภาพของเธอเหมือนกับผู้ถูกกระทำที่น่าสงสารเธอเลือกที่จะใช้สื่อในมือกดดันและทำลายไหมพราวงามตาม
“ผม... ผมขอโทษครับคุณพ่อ” ปฐวียืนก้มหน้ายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เพราะในใจของเขายามนี้มันแหลกสลายจนไม่มีแก่ใจจะไปเถียงใคร“ขอโทษแล้วมันหายไหมตาวี” ปานทิพย์เอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธปนเสียใจ “ทำแบบนี้ได้ยังไง หนูพราวดีกับเราทุกอย่าง บ้านเธอก็มีหน้ามีตาในสังคม ตอนนี้ทางโน้นโกรธมาก ป้าเราโทรมาหาแม่เมื่อเช้าน้ำเสียงเธอผิดหวังในตัวแกและครอบครัวเรามาก รู้ไหมว่าแม่แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีตอนที่พวกเขาถามว่าเราเห็นหนูพราวเป็นตัวอะไร”“พวกเขาบอกว่าถ้าแกไม่เลิกยุ่งกับดาวก็ให้รีบหย่าขาดจากหนูพราวซะ และจะไม่มีวันให้แกได้ไปเจอกับหนูพราวอีก” ศาสตราเอ่ยเสียงแข็งปฐวีรีบส่ายหัวพัลวัน “ไม่ครับคุณพ่อ ผมไม่หย่า ผมไม่ยอมเสียพราวไปเด็ดขาด”“แม่ไม่คิดเลยว่าเราจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้นะตาวี” ปานทิพย์ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าลูกชายของเธอจะเป็นพวกจับปลาสองมือ“ผมรักพราว ผมรู้ตัวแล้วว่าผมรักเธอ ผมขอโทษครับคุณพ่อคุณแม่ ผมขอโทษจริงๆ”“แล้วแกจะเอายังไ
“อืม...” พิมแพรทองครางแผ่วในลำคอ เธอยอมเผยอริมฝีปากต้อนรับเรียวลิ้นของชายหนุ่มที่สอดแทรกเข้ามาฉกชิมความหวานอย่างโหยหา รณภพค่อยๆ ร่ายลีลาจูบจากความอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนตามสัญชาตญาณดิบของชายหนุ่ม เขารวบเอวบางให้คนตัวเล็กขยับเข้ามาชิดแนบกับอกแกร่งจนไร้ช่องว่าง“อืม... พี่โรม” พิมแพรทองประคองกอดไหล่หนาไว้แน่นเมื่อความวาบหวามเริ่มเข้าครอบงำ เธอตัวอ่อนปวกเปียกเมื่อได้รับสัมผัสอันช่ำชองของคนตัวโตรณภพผละริมฝีปากออกช้าๆ ทว่าไม่ยอมให้คนตัวเล็กได้พัก ชายหนุ่มช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในอ้อมแขนก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่แล้ววางคนตัวเล็กลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม จากนั้นก็ตามลงมาทาบทับบดเบียดเข้าหาคนตัวเล็กช้าๆมือหนาเริ่มทำหน้าที่อย่างว่องไว ปลดเปลื้องชุดของพิมแพรทองและเสื้อผ้าของตัวเองออก เขาซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวสูดดมความหอมสลับกับการฝังรอยรักสีกุหลาบไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ“พี่โรม... อืม...” มือเล็กจิกแผ่นหลังกว้างที่มีมัดกล้ามแน่นขณะปลายนิ้วของรณภพเริ่มลากผ่านจุดอ่อนไหวและกระตุ้นอารมณ์วาบหวามจนเธอเสียวสะท้านไปทั่วท้องน้อย“พี่จะทำให้แพรรู้ว่าพี่รักแพรมากแค่ไหน” รณภพเอ่ยกระ
รณภพนิ่งไป เขาไม่กล้าสบตาของพิมแพรทอง ความเงียบของเขาเปรียบเสมือนคำสารภาพผิด แค่นี้พิมแพรทองก็รู้โดยที่ไม่ต้องรอคำตอบจากปากของเขาแล้ว“พี่โรมทำแบบนี้ทำไมคะ พี่โรมเห็นความเจ็บปวดของพราวเป็นแค่เครื่องมือสร้างความสะใจของพี่โรมอย่างนั้นเหรอคะ แพรพยายามใช้ความรัก ความเข้าใจ คอยอยู่เคียงข้างหวังจะเยียวยาแผลใจให้พี่โรมลืมความแค้น... แต่สุดท้ายพี่โรมก็ยังใช้แผนสกปรกทำลายชีวิตคนอื่นอยู่ดี” พิมแพรทองเอ่ยทั้งน้ำตา“แพร... ฟังพี่ก่อน พี่ไม่ได้อยากให้พราวต้องเจ็บปวด แต่วีมันหลอกลวงพราว พี่แค่ทำให้พราวตาสว่างเท่านั้น”“แพรว่าพี่โรมทำเพื่อความสะใจของตัวเองต่างหากล่ะคะ จำสัญญาของเราได้ไหมคะพี่โรม... แพรบอกแล้วว่าถ้าวันไหนที่พี่โรมทำตัวไม่น่ารัก หรือทำให้แพรเห็นว่าความแค้นของพี่มันทำร้ายคนอื่นจนเกินไป แพรจะเดินออกไปทันที...” พูดจบพิมแพรทองก็หมุนตัวเดินจากไปทันทีโดยไม่หันหลังกลับมามอง ทิ้งให้รณภพยืนหน้าเสียอยู่กลางห้อง ความสะใจในการเอาชนะปฐวีเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น แทนที่ด้วยความกลัวเมื่อรู้ว่า แผนการแก้แค้นครั้งนี้กำลังจะทำให้เขาต้องสูญเสียผู้หญ
“แพร... ฮึก พี่วีเขา... เขาไม่ได้รักพราวเลย” ไหมพราวงามเอ่ยเสียงสะอื้นไม่เป็นภาษา ซบหน้าลงกับไหล่ของพิมแพรทองปล่อยให้น้ำตาไหลพรากอาบแก้มอย่างควบคุมไม่ได้พิมแพรทองเงยหน้าขึ้นมองปฐวีด้วยสายตาโกรธจัด “พี่วี! ทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องหลอกพราวด้วย”ปฐวีหน้าซีดเผือดตัวชาจนแทบก้าวขาไม่ออก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล่นพล่านจนเขาน้ำท่วมปาก ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากอธิบาย น้ำเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นของรณภพก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ดึงสายตาของทุกคนให้หันไปมอง“หึ... นี่เหรอสามีที่แสนดี” สายตาคมจ้องมองความพินาศของน้องชายต่างแม่ด้วยความสะใจ “ต่อหน้าผู้ใหญ่ทำเป็นรักเมียหลงเมีย ที่ไหนได้... พอแฟนเก่ากวักมือเรียกนิดเดียว ก็วิ่งแจ้นมาสารภาพรักหน้าด้านๆ ไม่สนใจหัวอกของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาเลยสักนิด”“พี่โรม...” ปฐวีเค้นเสียงรอดไรฟัน เขามองพี่ชายต่างแม่ด้วยความโกรธ “ทั้งหมดนี้... เป็นแผนการของพี่ใช่ไหม พี่จัดฉากเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อทำลายผมใช่ไหม”“ฉันไม่ได้บังคับให้แกกอดผู้หญิงคนอื่นนะวี ทั้
“เพราะตัวรักพี่วีมากใช่ไหมล่ะ” พิมแพรทองกระซิบกระซาบ ทำเอาเจ้าสาวหน้าแดงเป็นลูกตำลึง“อืม...”“หลังแต่งงานตัวก็ไม่ต้องห่วงงานนะ ไปเที่ยวฮันนีมูนกับพี่วีให้เต็มที่เลย เค้าอยากอุ้มหลานน้อยแล้ว”เพียะ “บ้า พูดอะไรก็ไม่รู้”
เพชรธาราก้มลงมองสาวน้อยที่หน้าแดงระเรื่อ “น้าไม่ได้ช่วยเปล่าๆ นะครับแฟนหลอกๆ คนนี้จะขอดื่มกาแฟฝีมือฟ้าสักแก้วได้ไหม”“ตอนนี้เหรอคะ แล้วจะนอนหลับเหรอคะ?”“อืม” เพชรธาราพยักหน้าน้อยๆได้ยินเช่นนั้นเฟื่องฟ้าก็รีบกุลีกุจอพาเพชรธาราเข้ามาในบ้าน
ทางด้านไหมพราวงามที่ช่วงนี้จำต้องละจากงานบริหารเพื่อมาเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวอย่างเต็มที่ หัวใจของพองโตทุกครั้งที่มองไปยังหุ่นลองชุดกลางห้องนอน ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกออกแบบมาให้ดูราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายเสร็จสมบูรณ์แล้ว งานปักที่ละเอียดละออสะท้อนล้อแสงไฟอย่างงดงาม และที่พิเศษที่สุดคือชุดอีกหนึ
พิมแพรทองนั่งใจจดใจจ่อรอให้รณภพเข้ามาในบริษัทครู่ใหญ่ เธอตั้งใจเอาไว้ว่าเมื่อเขาย่างก้าวเข้ามาถึงเธอก็จะออกไปต้อนรับเขาด้วยสีหน้าระรื่น ไม่รู้ว่าจะทำให้เขาแปลกใจหรือไม่ ทว่ามันก็เป็นการท้าทายความกลัวในใจของเธออย่างหนึ่งไม่นานนักรถสปอร์ตคันหรูก็ขับเข้ามาจอดที่ลานจอดรถหน้าบริษัท ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ใ







