LOGINเสียงโทรศัพท์ของกฤติดนัยดังขึ้น เขารีบเดินมาหยิบโทรศัพท์ ทำให้มินตราถือโอกาสนี้รีบเดินออกมาจากห้องได้อย่างทันท่วงที กฤติดนัยจะรีบวิ่งตามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“มีอะไรเหรอครับ ลุงศักดิ์” กฤติดนัยกำลังจะต่อว่าคนที่มาขัดจังหวะ แต่พอเห็นเป็นเบอร์ผู้มีพระคุณก็เลยไม่กล้า
“ไอ้ที่ลุงว่าจะพาเอ็งไปเมืองนอกน่ะ คงไม่ได้ไปแล้วว่ะ”
“อ่าวทำไมเหรอลุง” กฤติดนัยตกใจ
“ก็ธนาคารเค้ากำลังจะยึดบ้านลุง..น่ะสิ” ศักดิ์ชัยตอบเด็กหนุ่ม
“ลุงไม่ได้ผ่อนมานานเท่าไหร่แล้วครับ"
“ก็น่าจะราว ๆ เกือบปีแล้วมั้ง ตอนนี้ธนาคารให้หาเงินก้อนมาโป๊ะ แต่มันก็ยังไม่พออยู่ดี แกพอจะช่วยเหลือลุงได้มั้ยวะ”
“ผมก็ลำบากเหมือนกันนะลุง แต่ธนาคารน่าจะยังได้ส่งฟ้องศาล ผมว่าเราน่าจะไปคุยเพื่อทำการไกล่เกลี่ยกับเค้าได้นะครับ เรื่องพวกนี้เราควรเป็นฝ่ายไปเจรจาเพื่อขอความเมตตาจากเขาก่อน ไม่ใช้รอจนหมายยึดมาถึงเรานะครับลุง”
“งั้นพรุ่งนี้แกมาช่วยพาลุงไปหน่อยสิวะ”
“ได้ ๆ ครับลุง”
“คืนนี้เอ็งมานอนมาลุงมั้ยละ จะได้ปรึกษากัน”
“แต่ตอนนี้ผมอยู่หัวหินนะสิครับ ”
“ได้ ๆ งั้นแกจะมาตอนไหน”
“เป็นพรุ่งนี้เช้าดีกว่าครับลุง ผมยังไม่ได้ร่ำลาแฟนเลย” กฤติดนัยวางสายจากคุณลุงศักดิ์ชัยเรียบร้อย เขาก็รีบเตรียมตัว จัดกระเป๋าเสื้อผ้า ก่อนที่เขาจะเดินไปห้องของมินตราไป และตัดสินใจเคาะห้องของเธอ แต่ว่าไม่มีเสียบตอบรับจากคนด้านในเลย กฤติดนัยจำต้องเดินคอตกกลับห้องไป
ศักดิ์ชัยนั้นเป็นผู้มีพระคุณของกฤติดนัย เพราะในอดีตเขาเป็นคนส่งเสียค่าเล่าเรียนให้กฤติดนัยมาโดยตลอด เพราะศักดิ์ชัยนั้นไม่มีลูกไม่มีเมียจึงรักกฤติดนัยเหมือนลูก
กฤติดนัยตัดสินใจว่าจะยังไม่กลับในคืนนี้ เพราะยังอย่างง้อมินตราอีกสักครั้ง เขาอยากร่ำลาเธอเป็นครั้งสุดท้ายตามที่ตั้งใจเอาไว้ ก่อนจะหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาแล้วส่งข้อความสั้น ๆ ขอโทษเธอไป หลังจากนั้นก็กลับห้องเพื่อรอให้เธออ่าน แต่เวลาก็ผ่านมานานแล้ว เขาไม่เห็นจะมีวี่แววว่าเธอจะอ่านข้อความหรือตอบกลับมาเลยสักนิด กฤติดนัยจึงตัดสินใจโทรไปหาเธอ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด...มินตราไม่ยอมรับสายจากเขา ซึ่งอันที่่จริงเขาก็น่าจะพอรู้แล้วว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้เธอไม่อยากจะเจอเขาอีก กฤติดนัยตัดสินใจขับรถมอเตอร์ไชค์ออกไปนั่งดื่มในกลางดึกของคืนนั้นด้วยความเสียใจ
ระหว่างที่มินตราทำธุระของตัวเองอยู่ในห้องได้ไม่นานเสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นมาเสียก่อน มินตรารีบออกจากห้องน้ำมาแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ก่อนจะล้วงเข้าไปเอาโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย เธอยิ้มขึ้นเมื่อเห็นว่ามันเป็นเบอร์ของภูริภัทร เจ้านายของเธอ
มินตรารีบทำอารมณ์ให้ปกติก่อนจะกดรับสายของเขา ไม่นานเสียงทุ้มก็พูดผ่านสายขึ้นอย่างกังวาน
“มิน!!! เป็นไงบ้างเจอเพื่อนหรือยัง ”
“เจอแล้วค่ะ ตอนนี้มินอยู่ที่ห้อง เดี๋ยวจะออกนะคะ”
“มิน!!!..ไม่ต้องมาที่โต๊ะแล้ว พวกเรากำลังจะไปต่อกันที่บาร์”
“อ๋อ ๆ ได้ ๆ ค่ะ..คุณภัทร งั้นเดี๋ยวมินออกไปหาที่บาร์นะคะ”
“เอ่อ!!..เดี๋ยวสิมิน!..มินหิวอะไรมั้ย” เขาแกล้งถามเพื่อจะดูว่า มินตราจะพูดความจริงหรือเปล่า เพราะเห็นเธอไปนั่งในร้านอาหารกับกฤติดนัยเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา
“อ๋อ ไม่หิวค่ะ มินทานกับเพื่อนมาบ้างแล้วค่ะ” เธอตอบ ทั้ง ๆ ที่เธอแทบไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า
“คุณภัทร จะไปที่บาร์กันตอนไหนคะ”
“น่าจะอีกสักพัก!! มินจะไปด้วยกันมั้ยล่ะ”
“อ๋อ..ได้ค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวมินขอเตรียมตัวสักครู่นะคะ”
“ถ้าคุณพร้อมแล้ว ไลน์มาบอกผมได้มั้ยครับ...ผมจะไปรับคุณที่ห้องเอง” สิ้นเสียงทุ้ม มินตราก็ยิ้มหวาน ทำไมวันนี้เจ้านายเธอมาแปลก
ตอนพิเศษหลายเดือนต่อมา โชคชะตาก็ทำให้หญิงสาวคนหนึ่งต้องยอมรับทุกความโหดร้ายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างไม่มีทางเลือก สองลุงหลานผลัดกันเสพสุขบนเรือนร่างของเธอทั้งที่เต็มใจและไม่เต็มใจ โดยผ่านการใช้ยาปลุกกำหนัด แล้วก็ถ่ายคลิปเอาไปขาย พอเธอไม่ยอม..ก็จะถูกกระตุ้นด้วยการบังคับให้เสพกันชาบ้าง ยาปลุกเช็กซ์บ้าง ทำให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยยึดเป็นที่พึ่ง มันได้เลือนหายไปจากจิตใจของเธอ เหมือนเธอเป็นคนละคนเมื่อถูกกระตุ้นด้วยยา เธอจะพึงพอใจกับรสสวาทอันเร่าร้อนที่สองลุงหลานมอบให้อย่างไม่เคยคิดจะพอ เพียงแค่โดนจูบเท่านั้นร่างกายเธอก็เร่าร้อนขึ้นมาในทันที หญิงสาวเบียดกายชิดกับร่างแกร่งอย่างลืมอาย เสียงครางหวานอย่างรัญจวนใจนั้นกระตุ้นอารมณ์ของกฤติดนัยแฟนหนุ่มได้เป็นอย่างดี“ถือกล้องให้มันดี ๆ หน่อยลุง เดี๋ยวคนดูเค้าก็เวียนหัวหรอก” กฤติดนัยสั่งชายสูงวัย ที่ตอนนี้เขาเปรียบเสมือนเป็นลูกไล่ของกฤติดนัย และบางครั้งเขาก็รู้สึกไม่พอใจ เงินทองที่ได้จากการขายคลิปในกลุ่มลับหรือว่าในแอพต่าง ๆ กฤติดนัยก็แอบเอาไปใช้คนเดียวอย่างฟุ่มเฟือย ทั้งกิน ทั้งเที่ยว และเล่นการพนันมินตราไม่กล้าแม้แต่จะกลับไปให้ใครเห็นหน้า
ตอนที่ 31 ทาสรักพี่เขย (ตอนจบ)ภูริภัทรทนรับความทรมานต่อไปอีกไม่ไหว เขารีบประคองใบหน้าสวยออกจากแท่งรักทันที ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถุงยางที่หัวเตียงแล้วนำมาสวมเป็นเครื่องป้องกัน ชั้นในชายและกางเกงถูกเหวี่ยงออกจากปลายเท้าอย่างเร่งรีบเขารีบจับเด็กสาวให้นอนลงบนเตียงแล้วโถมกายลงบนร่างเธออย่างแผ่วเบา ภูริภัทรบดจูบอย่างแผ่วเบาแต่ก็เร่าร้อนตามอารมณ์ปรารถนา ส่วนด้านล่างแท่งรักมหึมาที่สวมใส่เครื่องป้องกันเรียบร้อยแล้วก็ถูไถวนเวียนอยู่กับส่วนสำคัญของเธอ มุกระวีกำลังเคลิบเคลิ้มเพราะแท่งรักสะกิดติ่งเสียวไปมาก่อนจะถูกยัดพรวดทีเดียวเข้าไปเกือบสุด“อะโอ๊ย..พี่ภัทรขา อื้อ!!! โอ๊ย...เจ็บ!!! อื้มมม โอ๊ยยๆๆ เจ็บ มุกไม่เคย พี่เอาเข้าไปไม่ได้หรอก” เด็กสาวน้ำตาไหลพราก เธอร้องไห้ออกมาจนเขาต้องรีบปลอบ เขาพลาดที่ใจร้อนกับเธอไป“พี่ขอโทษมุกจ๋า แต่พี่ห้ามใจไม่ไหวแล้วจริง ๆ มุกอดทนหน่อยนะครับ อื้มมม!!!...คับแน่นเหลือเกิน” สิ้นเสียงภูริภัทรก็สอดหมอนใบใหญ่เข้าไปที่สะโพกอวบ ก่อนจะแยกเรียวขางามให้แยกออกกว้างแล้วค่อย ๆ ขยับแท่งรักจนมุกระวีรู้สึกเสียวซ่านขึ้นมา“อื้อ!!...พี่ภัทรขา!!! อย่าเพิ่งทำแรงนะคะ” เธอรีบบอกเขาเสี
ตอนที่ 30 คืนนี้พี่ขอ NCเด็กสาวกำลังมองเขาด้วยสายตาเว้าวอน เปิดเปลือยทุกอย่างจนหมดสิ้น เขาเห็นแม้กระทั่งความรักที่บริสุทธิ์ในแววตาคู่นั้น และอยากจะลองทดสอบมันดู ว่าจริงอย่างที่ใจคิดหรือเปล่าภูริภัทรกะพริบตาอย่างไม่แน่ใจ เขามองเห็นความรักฉายออกมาในแววตาของเธอ เพียงแวบเดียว แวบเดียวเท่านั้น เขาหายใจสะดุด ไม่ผิดแน่แล้ว มุกระวีกำลังมองเขาด้วยสายตาเจ็บช้ำที่โดนเขาต่อว่าเมื่อสักครู่ และเหนือสิ่งอื่นใด เขามองเห็นความรักที่ซ่อนลึกภายในดวงตาของเธอ“ร้องไห้ทำไม พี่ไม่ได้ดุสักหน่อย” ภูริภัทรรีบปลอบเด็กสาว เสียงเข้มเมื่อสักครู่นี้เปลี่ยนเป็นเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนโยน“แต่พี่ทำหน้าไม่เชื่อ” เด็กสาวสะอึกสะอื้น พูดออกมาแทบจะไม่เป็นคำ ก่อนจะปาดน้ำตาทิ้งอย่างลวก ๆ จนพี่เขยหนุ่มต้องดึงร่างบางเข้ามากอด“พี่เชื่อ!!! แต่ห้ามให้โทรมาแบบนี้อีก โอเคมั้ย” ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาเชยชมแก้มนวลซึ่งแดงเปล่งปลั่ง ใบหน้าหอมละมุนด้วยกลิ่นอันน่าเย้ายวนของเด็กสาว ทำให้ภูริภัทรอดไม่ได้ที่จะไล้ริมฝีปากหยักลงมาสัมผัสเบา ๆ บนกลีบปากอวบอิ่มของเด็กสาว ก่อนจะค่อยๆ บดเบียดเคล้าคลึงให้เธอเผยอปากรับลิ้นรุกรานของเขา“คืนนี้พี่ขอได้ม
ตอนที่ 29 อย่าทำให้หึงมุกระวีเตรียมอุปกรณ์มาอาบน้ำที่ห้องภูริภัทรตามคำสั่ง จนเวลาผ่านไปได้สักพัก ประตูห้องน้ำก็ค่อย ๆ เปิดออก เหมือนกลัวว่าเขาจะได้ยิน หยดน้ำเกาะอยู่ลาดไหล่ของหล่อน ส่องแสงสะท้อนวับแวมน้อย ๆ เมื่อกระทบกับแสงโคมไฟที่เปิดทิ้งเอาไว้ข้างเตียง ขาทั้งสองข้างของมุกระวี ไม่อาจจะขยับออกจากที่ได้ภูริภัทรที่เห็นจึงรีบก้าวเข้ามาหา สายตาของเขามองตั้งแต่ศีรษะของหล่อนจนจรดปลายเท้า แต่ไม่ใช่การดูถูก แต่หากเป็นสายตาที่ทำให้แก้มของมุกระวีกลายเป็นสีแดงขึ้นทันที“อาบน้ำนานจัง วันหลังอาบพร้อมกันนะ พี่ขี้เกียจรอ”“ค่ะ เอ้ย!!! วันหลังมุกจะอาบให้เร็วกว่านี้ค่ะ”“มานั่งตรงนี้สิ!!!” เขาทรุดลงนั่งที่เตียง และพยักหน้าเรียกเด็กสาวที่เอาแต่งุนงง“มานี่สิ เร็ว!...มานั่งนี่ก่อน”“เดี๋ยว...มุกขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ” เด็กสาวอึกอักไม่แน่ใจ ยิ่งเมื่อน้ำเสียงของเขาเข้มจัดมุกระวีก็แทบเข่าทรุด“ไม่ต้อง!!!...”“เอ่อ..ๆ แต่...” เด็กเริ่มเลิ่กลั่ก“พี่บอกว่าไม่ต้องก็ไม่ต้องไง..” ไม่เชิงว่าเขาจะดุดันอะไร หากแต่มุกระวีไม่กล้าจะขัดเขา...หล่อนทำตามที่เขาบอก เมื่อทรุดลงนั่ง เขาเหนี่ยวร่างหล่อนแต่ด้วยความตกใจมุ
ตอนที่ 28 ไม่ใช่ตัวแทนของใครหนึ่งเดือนต่อมามุกระวีก็ตัดสินใจยอมตกลงเป็นแฟนกับภูริภัทร เพราะความเห็นของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย คุณนวลศรีมารดาของภูริภัทรต้องการมุกระวีให้มาเป็นสะใภ้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จึงไม่ได้ขัดข้องอะไร เธอชอบความเป็นต้นตระกูลผู้ดีเก่าของบิดาเธอตั้งแต่แรก ยิ่งพอสืบรู้ว่ามินตราไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของพันโทจรัลด้วยแล้วเธอยิ่งไม่อยากต้อนรับภูริภัทรไปรับส่งมุกระวีที่มหาลัยแทบทุกวัน คุณนายทองสุขยิ้มจนหน้าบานเมื่อทุกอย่างลงตัว ก่อนจะตัดสินใจไปตามหาลูกสาวคนโต ถึงแม้มินตราจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตัวเอง แต่คุณนายทองสุขก็เลี้ยงมินตรามาตั้งแต่สี่ขวบ ความรักและความผูกพันธ์ก็ยอมมีเป็นธรรมดาวันไหนที่ภูริภัทรมีประชุมจนต้องเลิกงานช้ากว่าเดิม มุกระวีก็จะขอติดรถของเจนสุดามาคอยเขาที่บริษัทแล้วกลับบ้านด้วยกันภูริภัทรพยายามจะล่วงเกินมุกระวีอยู่หลายต่อหลายครั้งด้วยความเสน่หาที่มีและความสวยของเด็กสาวมันทำให้เขายากที่จะห้ามใจเอาไว้ได้ จนมุกระวีต้องขอร้องภูริภัทรว่า ขอให้เธอเรียนให้จบเสียก่อน แต่ดูเหมือนไม่มีท่าทีว่าเขาจะทำตามที่เธอขอร้องเลยสักนิด“อื้อ พอแล้ว พี่ภัทร อื้อ อย่าค่ะ นี่ห้องทำงานนะคะ” ประธ
ตอนที่ 27 ไม่อยากให้แม่ลำบากคุณนวลศรีต่อว่ามารดาของมุกระวีอยู่ด้านล่าง และเตรียมจะให้คุณนายทองสุขย้ายออกจากคฤหาสน์ไป พอภูริภัทรกลับมาถึง คุณนายทองสุขก็อ้อนวอน ภูริภัทรจึงคุยกับมารดาว่าให้คุณนายทองสุขกับลูกสาวพักอยู่ที่นี่ไปสักระยะหนึ่งก่อน เพราะอันที่จริงแล้ว ทั้งสองแม่ลูกก็ยังไม่ได้มีความผิดอะไร จากนั้นภูริภัทรจึงเรียกคุณนายทองสุขมาคุยอีกครั้ง“คุณแม่ยังอยากอยู่ที่นี่ต่อ หรือว่าจะให้ผมหาบ้านให้ครับ”“แม่อยากอยู่ที่นี่ค่ะ คุณภัทรอย่าไล่แม่เลยนะคะ”“ครับ งั้นข้อแลกเปลี่ยนของเราก็ยังเหมือนเดิม” ภูริภัทรเอ่ยขึ้น“คุณภัทรยังต้องการยัยมินอยู่เหรอคะ” คุณนายทองสุขแกล้งเข้าใจผิดทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองยังมีลูกสาวเหลืออีกหนึ่งคน“ไม่ใช่ครับ แต่เป็นมุกระวีแทน” ใบหน้าอวบอูมของหญิงสูงวัยซีดลงทันที ลูกสาวเธอยังเด็กนัก เพิ่งจะได้แค่ 19 ปี“แต่ยัยมุกยังเด็กนะคะ คุณภัทร!!!” เธอรีบบอก เพราะยังไงมุกระวีก็เป็นลูกแท้ ๆ ของเธอซึ่งต่างจากมินตราที่เป็นเพียงแค่ลูกติดสามี“ไม่เด็กแล้วมั่งครับ..เมื่อคืนยังเห็นเข้าผับอยู่เลย!” ภูริภัทรเหน็บทันที“ได้โปรดอย่าถือสาเลยนะคะ เอาเป็นว่าแม่ตกลงจะให้คุณภัทรคบหาดูใจ







