로그인พลั่ก! พลั่ก!
“เจ้าหมีบ้า! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
ชายหนุ่มที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเปิดแผงอกให้นางซบอย่างเป็นสุขมาทั้งคืน ลืมตาขึ้นมองแล้วกลับพึมพำตอบ “เจ้ากับข้าก็นอนกันเช่นนี้ทุกวัน เจ้ายังไม่ชินอีกหรือ”
“ชายหญิงไม่ควรชิดใกล้ แต่นี่...นี่เจ้านอนกอดข้าทุกวันเลยนะ”
“ทำไม เจ้ามาอยู่ในห้องข้า ข้าก็ต้องนอนกอดเจ้าได้สิ! จะให้ข้าไปกอดผู้อื่นได้อย่างไร” หน้าตาเขายียวนกวนประสาท
“ข้าไม่ได้อยากนอนในห้องนี้สักหน่อย เป็นเจ้าต่างหากที่บังคับข้า”
“เจ้าข่มเหงรังแกข้าแล้ว กระทั่งเนื้อตัวของข้า เจ้าก็ได้เห็นจนหมดสิ้น อย่าได้คิดจะกลับไปเป็นพระชายาเอกของจวิ้นอ๋องอีกเลย ไม่มีทาง!”
“เจ้าคิดจะขังข้าไว้ที่นี่นานแค่ไหน”
“นานจนกว่าข้าจะพอใจ อีกอย่างเป็นเจ้าที่ต้องรับผิดชอบในตัวข้า คุณหนูจาง อย่าได้คิดจะหนีไปเฉยๆ”
จางเลี่ยงหวงแทบจะกรีดร้อง นางไม่กล้าเถียงเขาเรื่องนี้เพราะตนเองก็ถูกวางยาปลุกกำหนัดจนทึ้งเสื้อผ้าทิ้งยั่วยวนเขาจนสุดกำลัง
หากว่าเป็นบุรุษอื่นป่านนี้นางคงไม่เหลือพรหมจรรย์อยู่แล้ว แต่มู่หลี่เฉียงใช้ความอดทนมัดมือมัดเท้านางเอาไว้ ซ้ำยังอุ้มนางไปแช่น้ำจนอาการคลายลง
เขาเป็นผู้มีพระคุณ แต่ขณะเดียวกันก็มีความแค้นกับนางด้วย เพราะเขายืนยันว่าไม่ต้องการให้นางกลับไปขัดขวางความรักของท่านอ๋องกับแม่นางเหอจึงได้จับนางขังเอาไว้ที่นี่
ยามนี้เขารู้สึกพอใจที่มีนางอยู่ในห้องนอนทั้งยังได้กอดนางเอาไว้ทุกค่ำคืน
“จะอย่างไรก็เถอะ ข้าเป็นสตรี เจ้าเป็นบุรุษ พวกเราไม่ควรจะนอนร่วมเตียงกันเช่นนี้”
นางเม้มปากอย่างอึดอัดขัดข้อง ในใจลึกๆ ก็รู้สึกสงสัยว่าตัวนางไม่มีเสน่ห์เลยหรือไร เขาจึงไม่คิดจะล่วงล้ำก้ำเกินไปมากกว่านี้
นางได้ยินพวกบ่าวพูดกันว่าเขามักจะไปเที่ยวหอคณิกากับพวกทหารที่สนิทกันบ่อยครั้ง จนนางเริ่มจะสงสัยว่านางสู้หญิงคณิกาพวกนั้นไม่ได้
ด้วยความเป็นคุณหนูที่ได้รับการเอาใจจากคนรอบข้างมาแต่เล็กจนโต จางเลี่ยงหวงจึงรู้สึกทนไม่ได้ที่ตนเองไม่ได้รับความสนใจและความเอาใจใส่จากรองแม่ทัพมู่
ทิฐิส่วนลึกของนางทำให้นางนึกอยากจะพิสูจน์ว่าตนเองจะทำให้มู่หลี่เฉียงสนใจได้หรือไม่ แต่อีกใจก็คิดว่าตนเองควรจะหนีกลับไปหาจวิ้นอ๋องจะดีกว่า
จางเลี่ยงหวงมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่ายามนี้ปลอดภัยก็คิดจะย่องหนีออกจากเรือนท้ายจวนของรองแม่ทัพมู่กลับไปยังจวนแม่ทัพใหญ่ของจวิ้นอ๋อง
สวบ! สวบ! สวบ!
เสียงฝีเท้าของบุรุษในชุดดำสี่คนที่ปิดหน้ามิดชิดทำให้นางหันไปมองด้วยความตื่นตะลึง
“ว้าย! พวกเจ้าเป็นใคร ”
“เจ้าเห็นพวกข้าแล้วคงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้”
“ช่วยด้วย! โจรบุกจวน! โจรบุก!” หญิงสาวรีบวิ่งหลบไปตามป่าไผ่ที่มู่หลี่เฉียงปลูกเอาไว้แน่นหนา ร่างของนางผอมบางจึงสามารถเลี้ยวลดหลบคมกระบี่ที่นักฆ่าพวกนั้นฟันลงตามหลังนางต้นแล้วต้นเล่า
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย!” นางทั้งวิ่งทั้งร้องอยู่ในป่าไผ่
“รีบฆ่านางเร็วเข้า!” ชายชุดดำผู้หนึ่งตะโกนขึ้น
พลั่ก!
“โอ๊ย!”
คุณหนูจางล้มลงในกอไผ่ด้านในสุด นางใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมา นึกโทษตนเองที่ไม่นางหลบออกจากเรือนท้ายจวนรองแม่ทัพมาโดยพลการ ยามนี้ไม่มีผู้อารักขาอยู่สักคน
“เจ้าออกมาทางนี้!” เจ้าหมีป่าของนางดึงข้อมือให้นางลุกขึ้นมาอยู่ในอก
ฉึก!
“อ๊ะ!” ไหล่ของรองแม่ทัพมู่ถูกกระบี่ของนักฆ่าปาดจนเลือดพุ่ง เหล่าผู้อารักขาของจวนรองแม่ทัพกรูกันเข้ามาช่วยไล่ฟันนักฆ่าอย่างดุเดือด ร่างคนร้ายผู้หนึ่งถูกกระบี่เสียบทะลุร่าง ส่วนอีกคนหนีไปได้
“ตรวจสอบทีว่าพวกมันเป็นใคร ”
“ขอรับ!”
ศพของคนร้ายทั้งสามถูกหามออกจากป่าไผ่ จางเลี่ยงหวงเกาะแขนชายหนุ่มร่างใหญ่เอาไว้แน่น
“เลือดเจ้าออกเยอะแล้ว! รีบไปทำแผลเถอะ” นางมองบาดแผลบนตัวเขาแล้วพาลหน้าซีดจะเป็นลม
“ไปสิ! เจ้ากลับไปทำแผลให้ข้า”
ใบหน้าของเขาดูถมึงทึงจนนางนึกหวาดหวั่น ไม่รู้ว่าเจ้าหมีป่าจะลงโทษที่นางคิดหนีอย่างไรบ้าง
แม่นมเจียงรีบเตรียมอุปกรณ์ทำแผลออกมา สั่งให้คนไปต้มน้ำร้อน แล้วหันมาบอกให้จางเลี่ยงหวงรีบทำแผลให้คุณชาย
“เจ้าเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของคุณชาย ซ้ำยังเป็นต้นเหตุให้คุณชายได้รับบาดเจ็บ ก็สมควรทำแผลให้เขา”
มู่หลี่เฉียงนิ่วหน้า คุณหนูจางผู้นี้ช่างรั้นเสียนี่กระไร ช่วยชีวิตนางมาแล้ว ข่มขู่นางก็แล้ว มาครั้งนี้ก็ยังทำให้เขาลำบากอีกจนได้
“คิดหนีหรือ ดีนะที่ไม่ตายในป่าไผ่เสียก่อน หากข้ามาช้ากว่านี้อีกนิด วิญญาณของเจ้าคงต้องกลายเป็นผีเฝ้าป่าไผ่ไปแล้ว” เขาตวาดนางเสียงดัง
จางเลี่ยงหวงผวาแต่ก็กลืนน้ำลายก่อนจะเอ่ยขอบคุณ “ข้ารู้ แต่ข้าไม่รู้นี่ว่าจะมีโจรบุกเข้ามาในนี้”
“ขอบคุณอย่างนั้นหรือ แล้วที่เจ้าคิดจะหนีเล่า จะให้ข้าลงโทษอย่างไร ไม่เพียงแต่หนีไม่พ้น ยังทำให้ข้าเกือบตายไปด้วย”
นางเงยหน้าน้ำตาคลอ “ต่อไป ข้าจะไม่หนีอีกแล้ว ข้าจะรอจนท่านจะอนุญาต”
รองแม่ทัพหนุ่มเห็นนางหน้าซีดทั้งยังตกใจกลัวเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่และคงจะตกใจที่เขาบาดเจ็บเลือดอาบก็รู้สึกสงสาร
“ดี! นับว่ามีสำนึกอยู่ รบมาทำแผลให้ข้าเร็ว” เขายังคงทำหน้าบึ้งใส่นาง
ชายหนุ่มฝากบุตรชายไว้กับแม่นมเจียงและแม่นมคนใหม่“แม่นมเจียง ข้าฝากลูกข้าด้วย ข้าจะเร่งมือมีบุตรสาวอีกสักคน”แม่นมเจียงยิ้มกว้าง “คุณชาย ต้องรอให้ร่างกายนางพักฟื้นฟูเสียก่อนนะเจ้าคะ”“ไม่ต้องห่วง ผ่านเข้าเดือนที่สี่แล้ว ข้าบำรุงร่างกายของนางอย่างเต็มที่ เหมาะที่จะลงมือแล้ว”มู่หลี่เฉียงพาภรรยาหายขึ้นเขาไปเป็นระยะๆ ส่วนวันที่เหลือก็คอยแย่งเวลากับบุตรชายคนโต ผ่านไปหกเดือน นางก็ตั้งครรภ์อีกครั้งหนึ่ง จางเลี่ยงหวงบ่นกระปอดกระแปดที่ต้องท้องติดๆ กัน นางขอร้องให้สามีเว้นช่วงระยะไปสักปี แต่มู่หลี่เฉียงกลับไม่ยอม บังเอิญเกิดเหตุกบฏอ๋องสี่ขึ้นเสียก่อนเขาจึงต้องเดินทางไปเมืองฉู่จิ้งภารกิจการปราบปรามอ๋องสีหนักหนาสาหัสยิ่งนัก หลังจาปราบกบฎลงได้ หมิงฮ่องเต้จึงทรงดำรงให้ตั้งค่ายทหารที่นอกเมืองฉู่จิ้งเพื่อป้องกันการซ่องสุมกำลังพลของผู้มีอิทธิพลในภาคตะวันตกซึ่งเป็นดินแดนที่กว้างไกล ต่อไปกับแนวตะเข็บชายแดน ซึ่งมีชนเผ่าในทะเลทรายมากมายอาศัยอยู่ กว่าจะเสร็จภารกิจการจัดตั้งค่ายทหารเมืองฉู่จิ้งได้ก็ปาไปครึ่งปีมู่หลี่เฉียงกลับมาถึงเมืองพยัคฆ์เหินอีกครั้งก็พบว่า บุตรชายคนโตก็เรียกท่านพ่อได้อ้อแอ้แ
แม้จะแต่งงานผ่านมาหลายเดือนแล้ว ทั้งมู่หลี่เฉียงยังขยันขันแข็งร่วมรักกับนางอยู่ไม่เว้นวาย จางเลี่ยงหวงก็ยังไม่ตั้งครรภ์เสียทีจนนางนึกกังวล“ท่านพี่หรือว่าร่างกายของข้าจะไม่ดี”“เจ้าอย่าเพิ่งคิดมาก เดี๋ยวข้าจะหาหมอเก่งๆ มาตรวจร่างกายของเราสองคน ดูไปแล้ว เจ้ากับข้าก็ร่างกายปกติทุกอย่าง หมอสี่ห้าคนที่เคยตรวจมาก็ไม่เคยทักเรื่องร้ายเลยสักครั้ง”จางเลี่ยงหวงกังวลอย่างมาก นางเขียนจดหมายขอให้ทางครอบครัวเดิมส่งยาชั้นดีมาให้หลายขนานเจ้าหมีป่าเองก็เสาะหาท่านหมอที่เก่งกาจในละแวกนั่นมาตรวจร่างกายทั้งตนและภรรยาหลายคนแล้วก็พบว่าปกติ แต่จางเลี่ยงหวงก็ยังไม่ตั้งท้องเสียทีสุดท้ายจึงได้เรียกหมอทหารมาตรวจอาการของจางเลี่ยงหวงพบว่าร่างกายของนางต้องบำรุงเพิ่มธาตุหยินให้มากขึ้นเพื่อให้สมดุลมู่หลี่เฉียงจึงคอยประคบประหงมภรรยาเป็นอย่างดี จากนั้นอีกหลายเดือนเขาก็ได้มีโอกาสเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อเข้าเฝ้าพระชายาฟ่านซิ่วอิงที่เพิ่งคลอดแฝดสี่มู่หลี่เฉียงเห็นเด็กทารกทั้งสี่ก็รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก เขาเก็บเอาไว้นั่งฝันนอนฝันอยากจะมีบุตรธิดากับจางเลี่ยงหวงเยอะๆ เช่นนี้บ้างเมื่อกลับถึงเมืองพยัคฆ์เหินอีกคร
เกาหลินเจี๋ยสีหน้าไม่สู้ดีนัก นับตั้งแต่เขาจูบซ่งไป๋หลานในคืนนั้น นางก็หายหน้าหายตาไป แม้ท่านพ่อท่านแม่ของเขาจะส่งแม่สื่อไปทาบทามและทำสัญญาหมั้นหมายกันเรียบร้อยตามขั้นตอนแต่นางก็ไม่มาปรากฏตัวให้เห็น นายกองเกาผู้เอะอะโผงผางอยู่เป็นนิจถึงกับต้องบากหน้าไปปรึกษารองแม่ทัพมู่ผู้เป็นนาย “นี่เจ้าดูเหมือนคนอดนอนมาหลายคืนแล้ว มีทุกข์ใดนักหรือ ” มู่หลี่เฉียงประหลาดใจที่คนจะได้แต่งงานอย่างนายกองเกากลับไม่รื่นเริงสักนิด “หรือว่าเจ้าเองก็ถูกซ่งไป๋หลานข่มเหงด้วยเหมือนกัน” เรื่องของเกาเฉี่ยนกับเสี่ยวหวังคนซื่อกลายเป็นที่ขบขันของคนทั้งค่ายทหาร เพราะเกาเฉี่ยนคนงามปล้ำจูบเสี่ยวหวังในคืนเทศกาลบูชาเทพธิดาปฐพี ทำให้นางเสนอตัวรับผิดชอบเสี่ยวหวัง ทั้งคู่กำลังจะแต่งงานในไม่ช้า “มิได้ๆ เป็นข้านั่นล่ะที่ข่มเหงนาง ท่านมู่ แม้นางจะยอมแต่งงานกับข้าแต่ท่านดู! นางไม่ยอมออกมาให้ข้าได้พบหน้าสักนิด ตั้งแต่คืนนั้นนางก็เงียบหายไปเลย ข้าให้เกาเฉี่ยนไปหลอกล่อนางออกมาแล้วนางก็ไม่มา” มู่หลี่เฉียงยกยิ้มมุมปาก “จะพูดให้ยากไปทำไม ไหนๆ เจ้ากับนางก็จะแต่งงานกันแล้ว ทำแทนพูดจะตกลงกัน
“ถ้าหากเขาไม่ยอมมาขอโทษข้า ก็แสดงว่าเขาเป็นบุรุษที่ใช้ไม่ได้เจ้าค่ะ” จางเลี่ยงหวงพยักหน้า “จริงของเจ้า หากว่าเขาไม่ยอมมาขอโทษเจ้า วันหน้าก็คงจะเป็นสามีภรรยาที่เคารพกันและกันไม่ได้” นางหยิบน้ำชาขึ้นมาจิบแล้วพลันนึกถึงเกาเฉี่ยนขึ้นมา “พูดเรื่องแม่นางเกา ข้าคิดว่านางมาชอบท่านพี่ของข้าเสียอีก แต่เจ้าบอกว่านางไปกับเสี่ยวหวัง” “เจ้าค่ะ นางชอบเสี่ยวหวังมาตั้งแต่แรกแล้ว หาได้เคยคิดจะชอบท่านรองแม่ทัพไม่”จางเลี่ยงหวงชะงัก เกาเฉี่ยนรูปร่างหน้าตางดงามหากอยากจะคิดเป็นอนุภรรยาของ มู่หลี่เฉียงก็ไม่แปลกแต่กลับไปฝังใจชอบเสี่ยวหวังที่วันๆ ไม่พูดไม่จา “เรื่องในโลกนี้ บางอย่างเกินคาดจริงๆ” จางเลี่ยงหวงเอ่ยออกมา “เจ้าค่ะนายหญิง ข้าได้ยินทีแรกยังแทบไม่เชื่อหู แต่เรื่องนี้นายกองเกาเองก็ได้ยินเช่นกัน” ซ่งไป๋หลานเล่าเรื่องราวระหว่างเกาเฉี่ยนกับเสี่ยวหวังให้นายหญิงของตนฟังจนหมดสิ้น “เจ้าช่วยนางก็ถูกแล้ว ว่าแต่เสี่ยวหวังยอมรับนางหรือไม่เล่า” จางเลี่ยงหวงรู้สึกเห็นใจเกาเฉี่ยนขึ้นมา “ไม่ทราบเจ้าค่ะ เพราะข้ามัวแต่ทะเลาะกับนายกองเกา ดังนั้นจึ
สองสามีภรรยาเดินยิ้มๆ ไปหารือกันสองสามประโยคก่อนจะจูงมือกันออกนอกจวน“เช่นนั้นข้าคงต้องรีบไปหารือกับท่านเกา บิดาของนายกองเกาตอนนี้เลยก่อนที่คนจะลือกันเสียหายมากกว่านี้” ท่านแม่ของเกาหลินเจี๋ยได้ยินเรื่องราวก็ตบเข่าดังฉาด นางยิ้มกว้างด้วยความพอใจ “ข้าว่าแล้วเชียว! ไม่มีไฟจะเกิดควันได้อย่างไร พวกเขาสองคนไม่ยอมรับกระทั่งมีคนจับได้คาหนังคาเขาเช่นนี้ แม้จะเป็นเรื่องน่าอาย แต่ข้าก็ยินดีนัก จะได้จัดการเรื่องให้ชัดเจนไปเสียที ท่านรองแม่ทัพเดี๋ยวตอนสายข้าจะให้แม่สื่อทำตามประเพณีทุกประการไม่ให้พวกท่านเสียหน้าอย่างเด็ดขาด!” ส่วนท่านเกาผู้เป็นบิดาก็ทั้งยิ้มทั้งหัวเราะพออกพอใจที่บุตรชายถึงคราวต้องจำนนกับหลักฐานเสียที ที่ผ่านมาชายหนุ่มเอาแต่บ่ายเบี่ยงและอ้างว่าตนเองต้องไปรบทัพจับศึกไม่มีเวลาหาภรรยา “เสี่ยวเจี๋ยมีภรรยาเสียที ข้ากับฮูหยินปวดหัวเรื่องนี้กันมานานแล้ว บังคับเขาแต่งงานทีไรก็อ้างว่าต้องออกไปฝึกทหาร” มู่หลี่เฉียงแยกกับภรรยาก็กลับไปยังค่ายทหาร เขายังข้องใจเรื่องเกาเฉี่ยนไม่หาย ครั้นเห็นเสี่ยวหวังนั่งดวงตาเหม่อลอยจึงเข้าไปไถ่ถามถึงเรื่อง
เกาหลินเจี๋ยขยับเข้ามารั้งร่างบางเข้าแนบชิด ประกบริมฝีปากจูบนางในทันที ซ่งไป๋หลานตกใจดิ้นอึกอักแต่ชายหนุ่มร่างกำยำกับกอดนางไว้แน่น เขาจูบทั้งปาก ทั้งแก้มซ้ายแก้มขวา และใบหูของนาง “ไอหยา!” เสียงอุทานของคนที่ยืนมุงดูอยู่บนสะพานทำเอานายกองเกาปล่อยมือจากแม่นางคนงามแทบไม่ทัน ซ่งไป๋หลานกับเกาหลินเจี๋ยเงยหน้าขึ้นไปมองเห็นทหารกลุ่มใหญ่กำลังยืนดูอยู่ด้วยสายตาตกตะลึง “นายกองซ่ง!” “นี่พวกเจ้า!” “ขะ ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ พวกเราก็มาเดินลาดตระเวนตามปกติ ผู้ใดจะไปรู้เล่าว่าพวกเจ้าสองคนจะร้อนแรงถึงเพียงนี้” สหายของเกาหลินเจี๋ยรีบส่งเสียงขอโทษขอโพยพลางหันไปไล่ลูกน้องทั้งหลายให้หลบไปจากบริเวณนั้น “พวกเจ้าตามสบายเถอะ ข้าไล่พวกเขาไปหมดแล้ว” ซ่งไป๋หลานใบหน้าซีดเซียวแทบจะลมจับ คราวนี้นับว่านางหนีไม่พ้นเคราะห์กรรมกับเกาหลินเจี๋ยแล้ว เรื่องเก่าๆ ก็ยังพอจะเรียกได้ว่าความเข้าใจผิดและบังเอิญได้ แต่ครั้งนี้เขา...เขาจูบนางเข้าไปจริงๆ ยากจะแก้ต่างให้ตัวเองได้อีกต่อไป “ข้าจะกลับแล้ว!” นางผุดลุกขึ้นวิ่งออกจากศาลาด้วยความโกรธและความอาย “ช้าก
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






