Mag-log inคุณหนูจางรีบช่วยแม่นมเจียงถอดเสื้อให้ชายหนุ่ม นางทำหน้าที่เช็ดเลือด ห้ามเลือด เมื่อขยับไปมองด้านหลังนางจึงได้เห็นรอยแผลเป็นจากคมอาวุธจำนวนมากอยู่เต็มแผ่นหลัง
“ท่านมีแผลเป็นมากเหลือเกิน”
“มีทั้งรอยดาบ หอก ทวน ธนู ข้าอยู่ในสนามรบนับสิบปีเรื่องพวกนี้ธรรมดาไปเสียแล้ว”
“ท่านเจ็บมากหรือไม่ ”
“นี่เนื้อหนังคนนะ ย่อมเจ็บปวดเป็นธรรมดา หากคิดจะเป็นนักรบเรื่องพวกนี้ล้วนเกิดขึ้นได้เสมอ”
จางเลี่ยงหวงนึกถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับกองทัพพยัคฆ์เหินที่เคยได้ยินได้ฟังมา มู่หลี่เฉียงเป็นรองแม่ทัพคู่พระทัยของจวิ้นอ๋อง คนทั้งสองคงจะลุยการรบมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เจ้าหมีป่าผู้นี้ในการศึกคงจะดูน่าเกรงขามนัก
นางลอบมองใบหน้าครั่นคร้ามของบุรุษตรงหน้า ใบหน้าของเขาดูบึกบึนอย่างคนสู้ศึกมาทั้งชีวิต หญิงสาวกลืนน้ำลายอีกคราหนึ่ง ตั้งแต่รอดชีวิตมาได้ นางก็ยังใจไม่ค่อยดีเพราะไม่รู้ว่าเขาจะลงโทษนางอย่างไรบ้าง
ชายหนุ่มหลับตาลง เขารู้สึกว่านางเงียบงันไป แต่จะปล่อยให้นางไร้สำนึกเช่นนี้ไม่ได้ เห็นทีคงต้องสั่งสอนนางให้รู้ว่าคนอย่างเขาไม่ได้มีความอดทนมากพอที่จะให้นางแอบทำผิดซ้ำได้อีก
“ต่อไปเจ้าต้องคอยอาบน้ำให้ข้า”
“เอ๋ ”
“ข้าช่วยชีวิตเจ้าไว้! เรื่องแค่นี้เจ้าตอบแทนข้าไม่ได้หรือ ตัวข้าบาดเจ็บจะเช็ดถูร่างกายตนเองถนัดได้อย่างไร นี่เป็นความรับผิดชอบของเจ้า”
หญิงสาวหน้าร้อนผ่าว “ดะ ได้!”
ครั้นบ่าวรับเตรียมน้ำอาบใส่อ่างไว้พร้อมแล้ว เขาก็เรียกให้นางเข้าไปถอดเสื้อให้ ชายหนุ่มจะใช้มือข้างที่เหลือถอดกางเกงเอง เมื่อเขาหย่อนร่างเปลือยลงในอ่างอาบน้ำ นางก็เอาเก้าอี้ตัวเตี้ยมานั่งคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัว คอ หลังและไหล่หนาใหญ่ หญิงสาวดูเงอะๆ งะๆ แม้จะคอยปรนนิบัติเขายามอาบน้ำมาแล้วหลายวันแต่ก็ยังไม่ชินเสียที
“ตั้งใจเช็ดสิ! ถ้ายังเช็ดลวกๆ แบบนี้อีก ข้าจะให้เจ้าลงมาในอ่างกับข้าด้วย”
หญิงสาวสะดุ้ง “ข้าไม่เคยทำนี่นา”
“ไม่เคยก็ต้องหัด...ต่อไปเป็นหน้าที่ของเจ้า”
นางลอบเม้มปากแต่ไม่กล้าต่อคำเพราะกลัวเขาจะลุกขึ้นอาละวาด
“เช็ดแขนข้าให้ทั่วทั้งด้านนอกด้านในนะ” เขายกแขนสองข้างขึ้น นิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความปวดแผล “นี่หากเจ้าไม่คิดหนี! ข้าก็คงไม่ต้องบาดเจ็บเช่นนี้ แต่ก็นะ...ถ้าข้ากลับมาไม่ทัน ป่านนี้เจ้าคงเป็นผีเฝ้าป่าไผ่ไปแล้ว!” เขากัดฟันกรอดๆ ขณะที่ประณามนาง
จางเลี่ยงหวงไม่กล้าขยับไปด้านหน้าเพราะเกรงจะเห็นส่วนที่ไม่ควรเห็นของเขา ตอนที่ชายหนุ่มถอดกางเกงนางก็เบือนหน้าหนีเพราะเกรงจะมองเห็นส่วนล่างของเขาเสียก่อน
จากการใช้ชีวิตร่วมกันหลายวันนางเริ่มคุ้นเคยกับกลิ่นกายของเขา ทั้งกลิ่นเหงื่อที่ชื่นยามกลับมาจากค่ายทหารหรือยามที่อาบน้ำเสร็จใหม่ๆ
เมื่อเขาลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำนางก็รีบหันหลังด้วยใบหน้าแดงก่ำ ชายหนุ่มหยิบผ้ามาพันรอบเอวอย่างยากลำบาก
“เจ้ามาพันช่วยข้าที!”
นางหลับตาขยับเข้าไปช่วยเขาพันผ้าเช็ดตัวรอบกาย ก่อนจะช่วยเอาผ้าแห้งเช็ดเนื้อตัวเขาให้สะอาดแล้วสวมเสื้อตัวบางด้านในให้ เขาค่อยๆ ดึงกางเกงขึ้นแล้วเรียกนางไปผูกสายรัดให้ จากนั้นก็ตรงไปยังเตียงนอน
แม่นมเจียงเดินนำหน้าสาวใช้สองคนที่ยกเอาข้าวและยาต้มมาวางบนโต๊ะกลางห้อง
“หวงเอ๋อร์ เจ้าป้อนคุณชายให้หมดนะ ทั้งข้าวและยานั่นล่ะ”
“เจ้าค่ะ” นางพยักหน้าและขยับเข้าไปนั่งป้อนข้าวเขาด้วยความจำใจ
มู่หลี่เฉียงยกยิ้มมุมปากน้อยๆ ในยามที่นางเผลอ เขาจำต้องทำทีบึ้งตึงไว้ก่อนเพื่อให้นางสำนึกเสียใจให้มากจะได้ไม่คิดหนีอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะนางคิดจะหนีคราวนี้เขาคงไม่ไปตามนางอีก
“เอ๊ะ! เตียงของข้าทำไมมาอยู่ตรงนี้ ” นางตกใจเมื่อเห็นเตียงน้อยของตนมาอยู่ชิดเตียงใหญ่ เมื่อเช้ายังอยู่ห่างออกไปพอสมควรอยู่เลย
“เพื่อให้ข้าเรียกใช้เจ้าได้สะดวกอย่างไรเล่า ” เขาตอบหน้าตาย ในขณะที่นางหน้ามุ่ย ครั้นเห็นว่าเขาบาดเจ็บมากเพราะตนเองก็ถอนหายใจยินยอมแต่โดยดี เขาบาดเจ็บหนักเช่นนี้คงไม่มีเรี่ยวแรงมาอุ้มนางไปนอนกอดอีกหรอกนะ
เช้าวันต่อมา จางเลี่ยงหวงก็พบว่าตนเองกลายเป็นที่พาดแขนของเจ้าหมีป่าตัวใหญ่เช่นเดิม เพียงคิดจะร้องเอะอะโวยวายเขาก็ข่มขู่นางซ้ำ
“เกิดเจ้าร้องแล้วผู้อารักขาหน้าเรือนเข้ามาเห็นเจ้านอนบนเตียงข้า ผู้ใดกันแน่ที่ต้องอาย เจ้าคิดดูให้ดี...ข้าไม่ได้บุกเตียงเจ้า แต่เจ้าบุกเตียงข้า”
“ก็ท่าน...ท่านแอบอุ้มข้ามาบนเตียงนี้นี่!”
“หือ! ข้าบาดเจ็บอยู่นะ จะเอาแรงที่ไหนไปอุ้มเจ้า ”
นางได้แต่ทำหน้างอ ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้นางแค่เพียงคืบ จางเลี่ยงหวงไม่รู้ว่าตกกลางคืน มู่หลี่เฉียงแอบดมเรือนผมและจูบแก้มนางอยู่บ่อยๆ เขาเริ่มคุ้นเคยกับการได้นอนกอดนางและไม่อยากให้นางกลับไปจวนแม่ทัพอีกแล้ว
แม่นมเจียงเคาะประตูแล้วเดินเข้ามาดูแลยามเช้า คุณหนูจางหน้าแดงเมื่อนึกได้ว่าแม่นมเจียงคงจะคิดว่านางกับเจ้าหมีป่าเป็นสามีภรรยากันแล้ว
“ไม่ต้องอายข้าหรอก ข้ารู้น่า” แม่นมเอ่ยกระเซ้า
จางเลี่ยงหวงยิ้มแหยๆ สภาพที่แม่นมเจียงเห็น ทำให้นางไม่กล้าเอ่ยปากแก้ตัว จึงค่อยขยับออกจากอ้อมกอดของเขา ลงจากเตียงไปผสมน้ำอุ่น
มู่หลี่เฉียงลืมตาลุกขึ้น เขาเดินตามนางไปหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ชายหนุ่มนั่งลงรอให้นางช่วยเช็ดหน้าเช็ดคอและเนื้อตัว จากนั้นชายหนุ่มก็เดินเข้าไปหลังฉาก
“เข้ามาเร็วเข้า หวงเอ๋อร์ มาเลือกเสื้อผ้าให้ข้าด้วย”
คุณหนูจางถอนหายใจ นางต้องทำหน้าที่ช่วยเขาสวมเสื้อผ้า หลังๆ เขาให้นางเป็นผู้เลือกเสื้อผ้าให้ด้วย
แม่นมที่เลี้ยงคุณชายมู่มาแต่เล็กแต่น้อยรู้สึกพอใจยิ่งนักที่ชายหนุ่มดูเหมือนจะมีใจให้สาวใช้อุ่นเตียงผู้นี้ ไม่ว่าจะด้วยฐานะใด ขอเพียงนางมีบุตรให้กับสกุลมู่....ก็พอ
‘เห็นทีนายท่านกับนายหญิงมีหวังจะได้หลานชายไว้เชยชมแน่คราวนี้’
ชายหนุ่มฝากบุตรชายไว้กับแม่นมเจียงและแม่นมคนใหม่“แม่นมเจียง ข้าฝากลูกข้าด้วย ข้าจะเร่งมือมีบุตรสาวอีกสักคน”แม่นมเจียงยิ้มกว้าง “คุณชาย ต้องรอให้ร่างกายนางพักฟื้นฟูเสียก่อนนะเจ้าคะ”“ไม่ต้องห่วง ผ่านเข้าเดือนที่สี่แล้ว ข้าบำรุงร่างกายของนางอย่างเต็มที่ เหมาะที่จะลงมือแล้ว”มู่หลี่เฉียงพาภรรยาหายขึ้นเขาไปเป็นระยะๆ ส่วนวันที่เหลือก็คอยแย่งเวลากับบุตรชายคนโต ผ่านไปหกเดือน นางก็ตั้งครรภ์อีกครั้งหนึ่ง จางเลี่ยงหวงบ่นกระปอดกระแปดที่ต้องท้องติดๆ กัน นางขอร้องให้สามีเว้นช่วงระยะไปสักปี แต่มู่หลี่เฉียงกลับไม่ยอม บังเอิญเกิดเหตุกบฏอ๋องสี่ขึ้นเสียก่อนเขาจึงต้องเดินทางไปเมืองฉู่จิ้งภารกิจการปราบปรามอ๋องสีหนักหนาสาหัสยิ่งนัก หลังจาปราบกบฎลงได้ หมิงฮ่องเต้จึงทรงดำรงให้ตั้งค่ายทหารที่นอกเมืองฉู่จิ้งเพื่อป้องกันการซ่องสุมกำลังพลของผู้มีอิทธิพลในภาคตะวันตกซึ่งเป็นดินแดนที่กว้างไกล ต่อไปกับแนวตะเข็บชายแดน ซึ่งมีชนเผ่าในทะเลทรายมากมายอาศัยอยู่ กว่าจะเสร็จภารกิจการจัดตั้งค่ายทหารเมืองฉู่จิ้งได้ก็ปาไปครึ่งปีมู่หลี่เฉียงกลับมาถึงเมืองพยัคฆ์เหินอีกครั้งก็พบว่า บุตรชายคนโตก็เรียกท่านพ่อได้อ้อแอ้แ
แม้จะแต่งงานผ่านมาหลายเดือนแล้ว ทั้งมู่หลี่เฉียงยังขยันขันแข็งร่วมรักกับนางอยู่ไม่เว้นวาย จางเลี่ยงหวงก็ยังไม่ตั้งครรภ์เสียทีจนนางนึกกังวล“ท่านพี่หรือว่าร่างกายของข้าจะไม่ดี”“เจ้าอย่าเพิ่งคิดมาก เดี๋ยวข้าจะหาหมอเก่งๆ มาตรวจร่างกายของเราสองคน ดูไปแล้ว เจ้ากับข้าก็ร่างกายปกติทุกอย่าง หมอสี่ห้าคนที่เคยตรวจมาก็ไม่เคยทักเรื่องร้ายเลยสักครั้ง”จางเลี่ยงหวงกังวลอย่างมาก นางเขียนจดหมายขอให้ทางครอบครัวเดิมส่งยาชั้นดีมาให้หลายขนานเจ้าหมีป่าเองก็เสาะหาท่านหมอที่เก่งกาจในละแวกนั่นมาตรวจร่างกายทั้งตนและภรรยาหลายคนแล้วก็พบว่าปกติ แต่จางเลี่ยงหวงก็ยังไม่ตั้งท้องเสียทีสุดท้ายจึงได้เรียกหมอทหารมาตรวจอาการของจางเลี่ยงหวงพบว่าร่างกายของนางต้องบำรุงเพิ่มธาตุหยินให้มากขึ้นเพื่อให้สมดุลมู่หลี่เฉียงจึงคอยประคบประหงมภรรยาเป็นอย่างดี จากนั้นอีกหลายเดือนเขาก็ได้มีโอกาสเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อเข้าเฝ้าพระชายาฟ่านซิ่วอิงที่เพิ่งคลอดแฝดสี่มู่หลี่เฉียงเห็นเด็กทารกทั้งสี่ก็รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก เขาเก็บเอาไว้นั่งฝันนอนฝันอยากจะมีบุตรธิดากับจางเลี่ยงหวงเยอะๆ เช่นนี้บ้างเมื่อกลับถึงเมืองพยัคฆ์เหินอีกคร
เกาหลินเจี๋ยสีหน้าไม่สู้ดีนัก นับตั้งแต่เขาจูบซ่งไป๋หลานในคืนนั้น นางก็หายหน้าหายตาไป แม้ท่านพ่อท่านแม่ของเขาจะส่งแม่สื่อไปทาบทามและทำสัญญาหมั้นหมายกันเรียบร้อยตามขั้นตอนแต่นางก็ไม่มาปรากฏตัวให้เห็น นายกองเกาผู้เอะอะโผงผางอยู่เป็นนิจถึงกับต้องบากหน้าไปปรึกษารองแม่ทัพมู่ผู้เป็นนาย “นี่เจ้าดูเหมือนคนอดนอนมาหลายคืนแล้ว มีทุกข์ใดนักหรือ ” มู่หลี่เฉียงประหลาดใจที่คนจะได้แต่งงานอย่างนายกองเกากลับไม่รื่นเริงสักนิด “หรือว่าเจ้าเองก็ถูกซ่งไป๋หลานข่มเหงด้วยเหมือนกัน” เรื่องของเกาเฉี่ยนกับเสี่ยวหวังคนซื่อกลายเป็นที่ขบขันของคนทั้งค่ายทหาร เพราะเกาเฉี่ยนคนงามปล้ำจูบเสี่ยวหวังในคืนเทศกาลบูชาเทพธิดาปฐพี ทำให้นางเสนอตัวรับผิดชอบเสี่ยวหวัง ทั้งคู่กำลังจะแต่งงานในไม่ช้า “มิได้ๆ เป็นข้านั่นล่ะที่ข่มเหงนาง ท่านมู่ แม้นางจะยอมแต่งงานกับข้าแต่ท่านดู! นางไม่ยอมออกมาให้ข้าได้พบหน้าสักนิด ตั้งแต่คืนนั้นนางก็เงียบหายไปเลย ข้าให้เกาเฉี่ยนไปหลอกล่อนางออกมาแล้วนางก็ไม่มา” มู่หลี่เฉียงยกยิ้มมุมปาก “จะพูดให้ยากไปทำไม ไหนๆ เจ้ากับนางก็จะแต่งงานกันแล้ว ทำแทนพูดจะตกลงกัน
“ถ้าหากเขาไม่ยอมมาขอโทษข้า ก็แสดงว่าเขาเป็นบุรุษที่ใช้ไม่ได้เจ้าค่ะ” จางเลี่ยงหวงพยักหน้า “จริงของเจ้า หากว่าเขาไม่ยอมมาขอโทษเจ้า วันหน้าก็คงจะเป็นสามีภรรยาที่เคารพกันและกันไม่ได้” นางหยิบน้ำชาขึ้นมาจิบแล้วพลันนึกถึงเกาเฉี่ยนขึ้นมา “พูดเรื่องแม่นางเกา ข้าคิดว่านางมาชอบท่านพี่ของข้าเสียอีก แต่เจ้าบอกว่านางไปกับเสี่ยวหวัง” “เจ้าค่ะ นางชอบเสี่ยวหวังมาตั้งแต่แรกแล้ว หาได้เคยคิดจะชอบท่านรองแม่ทัพไม่”จางเลี่ยงหวงชะงัก เกาเฉี่ยนรูปร่างหน้าตางดงามหากอยากจะคิดเป็นอนุภรรยาของ มู่หลี่เฉียงก็ไม่แปลกแต่กลับไปฝังใจชอบเสี่ยวหวังที่วันๆ ไม่พูดไม่จา “เรื่องในโลกนี้ บางอย่างเกินคาดจริงๆ” จางเลี่ยงหวงเอ่ยออกมา “เจ้าค่ะนายหญิง ข้าได้ยินทีแรกยังแทบไม่เชื่อหู แต่เรื่องนี้นายกองเกาเองก็ได้ยินเช่นกัน” ซ่งไป๋หลานเล่าเรื่องราวระหว่างเกาเฉี่ยนกับเสี่ยวหวังให้นายหญิงของตนฟังจนหมดสิ้น “เจ้าช่วยนางก็ถูกแล้ว ว่าแต่เสี่ยวหวังยอมรับนางหรือไม่เล่า” จางเลี่ยงหวงรู้สึกเห็นใจเกาเฉี่ยนขึ้นมา “ไม่ทราบเจ้าค่ะ เพราะข้ามัวแต่ทะเลาะกับนายกองเกา ดังนั้นจึ
สองสามีภรรยาเดินยิ้มๆ ไปหารือกันสองสามประโยคก่อนจะจูงมือกันออกนอกจวน“เช่นนั้นข้าคงต้องรีบไปหารือกับท่านเกา บิดาของนายกองเกาตอนนี้เลยก่อนที่คนจะลือกันเสียหายมากกว่านี้” ท่านแม่ของเกาหลินเจี๋ยได้ยินเรื่องราวก็ตบเข่าดังฉาด นางยิ้มกว้างด้วยความพอใจ “ข้าว่าแล้วเชียว! ไม่มีไฟจะเกิดควันได้อย่างไร พวกเขาสองคนไม่ยอมรับกระทั่งมีคนจับได้คาหนังคาเขาเช่นนี้ แม้จะเป็นเรื่องน่าอาย แต่ข้าก็ยินดีนัก จะได้จัดการเรื่องให้ชัดเจนไปเสียที ท่านรองแม่ทัพเดี๋ยวตอนสายข้าจะให้แม่สื่อทำตามประเพณีทุกประการไม่ให้พวกท่านเสียหน้าอย่างเด็ดขาด!” ส่วนท่านเกาผู้เป็นบิดาก็ทั้งยิ้มทั้งหัวเราะพออกพอใจที่บุตรชายถึงคราวต้องจำนนกับหลักฐานเสียที ที่ผ่านมาชายหนุ่มเอาแต่บ่ายเบี่ยงและอ้างว่าตนเองต้องไปรบทัพจับศึกไม่มีเวลาหาภรรยา “เสี่ยวเจี๋ยมีภรรยาเสียที ข้ากับฮูหยินปวดหัวเรื่องนี้กันมานานแล้ว บังคับเขาแต่งงานทีไรก็อ้างว่าต้องออกไปฝึกทหาร” มู่หลี่เฉียงแยกกับภรรยาก็กลับไปยังค่ายทหาร เขายังข้องใจเรื่องเกาเฉี่ยนไม่หาย ครั้นเห็นเสี่ยวหวังนั่งดวงตาเหม่อลอยจึงเข้าไปไถ่ถามถึงเรื่อง
เกาหลินเจี๋ยขยับเข้ามารั้งร่างบางเข้าแนบชิด ประกบริมฝีปากจูบนางในทันที ซ่งไป๋หลานตกใจดิ้นอึกอักแต่ชายหนุ่มร่างกำยำกับกอดนางไว้แน่น เขาจูบทั้งปาก ทั้งแก้มซ้ายแก้มขวา และใบหูของนาง “ไอหยา!” เสียงอุทานของคนที่ยืนมุงดูอยู่บนสะพานทำเอานายกองเกาปล่อยมือจากแม่นางคนงามแทบไม่ทัน ซ่งไป๋หลานกับเกาหลินเจี๋ยเงยหน้าขึ้นไปมองเห็นทหารกลุ่มใหญ่กำลังยืนดูอยู่ด้วยสายตาตกตะลึง “นายกองซ่ง!” “นี่พวกเจ้า!” “ขะ ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ พวกเราก็มาเดินลาดตระเวนตามปกติ ผู้ใดจะไปรู้เล่าว่าพวกเจ้าสองคนจะร้อนแรงถึงเพียงนี้” สหายของเกาหลินเจี๋ยรีบส่งเสียงขอโทษขอโพยพลางหันไปไล่ลูกน้องทั้งหลายให้หลบไปจากบริเวณนั้น “พวกเจ้าตามสบายเถอะ ข้าไล่พวกเขาไปหมดแล้ว” ซ่งไป๋หลานใบหน้าซีดเซียวแทบจะลมจับ คราวนี้นับว่านางหนีไม่พ้นเคราะห์กรรมกับเกาหลินเจี๋ยแล้ว เรื่องเก่าๆ ก็ยังพอจะเรียกได้ว่าความเข้าใจผิดและบังเอิญได้ แต่ครั้งนี้เขา...เขาจูบนางเข้าไปจริงๆ ยากจะแก้ต่างให้ตัวเองได้อีกต่อไป “ข้าจะกลับแล้ว!” นางผุดลุกขึ้นวิ่งออกจากศาลาด้วยความโกรธและความอาย “ช้าก






![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
