Masukหลายวันต่อมาเปมิกานั่งแต่งตัวอยู่หน้ากระจก ใบหน้าของเธอสดใสขึ้นกว่าเดิม
หลังจากช่วงที่ผ่าน
มือเรียวกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปหมดทิวาใช้มือแกร่งประคองแผ่นหลังของเธอ โน้มให้แนบชิดกับเขามากขึ้นเขากอบโกยความหวานจากเธออย่างไม่รู้เบื่อ จูบของเขาเหมือนจะดูดเอาลมหายใจของเธอไปจนหมดสิ้น“อืม” เปมิกาครางเบา ๆ เมื่อเขาขบเม้มริมฝีปากของเธอเบา ๆ ก่อนจะปล่อยให้เธอได้พักหายใจเพียงครู่ทิวายังคงจูบซับริมฝีปากเธออย่างแผ่วเบา ราวกับต้องการปลอบประโลมให้เธอรู้ว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยมือจากเธอไปไหน“เธอทำให้ฉันคลั่งจริง ๆ เปมิกา” เขาพึมพำเสียงพร่า ปลายจมูกเกลี่ยไล้แก้มเธอเบา ๆเปมิกาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยของเธอเต็มไปด้วยความรักและความหวั่นไหวเธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่แนบหน้าผากเข้ากับเขา รับรู้ถึงอ้อมกอดอันอบอุ่นที่มอบให้เธอค่ำคืนดำเนินต่อไปอย่างเชื่องช้า มีเพียงเสียงหัวใจของทั้งสองที่เต้นสอดประสานกัน…ทิวาโอบกอดเปมิกาแนบแน่น ขณะที่ดวงตาคมทอดมองเธอด้วยความรักและหลงใหล"ฉันรักเธอ หวาน" เสียงกระซิบแผ่วเบาก้องอยู่ข้างหู ก่อนที่เขาจะกดจูบลงที่หน้าผากเธออย่า
ทิวารับกล่องจากมือของเปมิกาด้วยความสงสัย น้ำหนักเบาของมันทำให้เขาอดเลิกคิ้วขึ้นไม่ได้"อะไรน่ะ?" เขาถามเสียงเรียบ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความอยากรู้เปมิกายิ้มบางๆ ดวงตาคู่สวยเป็นประกายระยิบระยับ เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่พยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงให้เขาเปิดกล่องเองทิวาค่อยๆ เปิดฝากล่องออก และสิ่งที่เห็นอยู่ด้านในทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทันทีภาพอัลตร้าซาวด์ชายหนุ่มนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมเบิกกว้างขณะที่จ้องมองภาพตรงหน้าในภาพเล็กๆ นั้น เขาเห็นเงาร่างของชีวิตน้อยๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ในครรภ์ของเปมิกา“นี่มัน” เสียงของเขาแหบพร่าไปหมด ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของตัวเองยังไงดีเปมิกามองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือเขาเบาๆ “นี่ลูกสาวของเราของคุณกับหวานไงคะ”ทิวารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจของเขาพองโต อบอุ่น และสั่นไหวไปพร้อมกันเขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนแทบทะลัก“จริงเหรอ...เรา...เรากำลังจะได้ลูกสาวเหรอ” เขาถามเสียงสั่น
พักเที่ยงของวันนั้น เปมิกากำลังนั่งคุยเล่นกับเมรีและกานดาอย่างอารมณ์ดี จู่ ๆพนักงานส่งอาหารจากร้านดังระดับห้าดาวก็เดินเข้ามาหาเธอ"คุณเปมิกาครับ อาหารของคุณครับ"เปมิกาขมวดคิ้ว "อาหาร"พนักงานยิ้มสุภาพก่อนจะส่งถุงอาหารให้เธอ "คุณทิวาเป็นคนสั่งให้ครับ บอกให้ส่งตรงเวลา ห้ามล่าช้า"สองเพื่อนสาวหันขวับมามองเปมิกาทันที"หืม~ นี่อะไรเนี่ย ยัยหวาน" กานดาหรี่ตาแซว "ดูแลดีขนาดนี้ แล้วบอกไม่มีอะไรได้ยังไง"เปมิกาอมยิ้มเขิน ๆ แต่ไม่ได้ตอบอะไร เธอเปิดกล่องออกดูเห็นว่าเป็นอาหารที่เธอชอบทั้งหมด แม้เธอจะไม่ได้แพ้ท้องมากนัก แต่ทิวาก็ใส่ใจเรื่องอาหารของเธอเป็นพิเศษเมรีมองของกินในกล่องแล้วอดถามไม่ได้ "แกแน่ใจนะว่าแกกินทั้งหมดนี้""อืม"แต่แล้วมือถือของเปมิกาก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อของ "คุณสามี" (ที่เขาเปลี่ยนเองกับมือ)"กินรึยัง" เสียงเข้มของทิวาดังขึ้น"กำลังกิน" เปมิกาตอบพลางอมยิ้ม"กินให้หมดนะ" ทิวากำชับเสียงดุ "ฉันไม่ได้สั่งมาเล่น ๆ หรอกนะ"เปมิกาหัวเราะเบา ๆ "จ้า ๆ""แล้
ตลอดทั้งวัน ทิวายังคงเปิดกล้องดูเธอเป็นระยะ แม้จะต้องเข้าประชุมหรือตรวจเอกสารแต่ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง มือของเขาจะเลื่อนเปิดหน้าจอขึ้นมาโดยอัตโนมัติเปมิกาไม่ได้ออกไปไหน เธอนั่งดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ และบางครั้งก็เอามือแตะหน้าท้องเบาๆ ราวกับกำลังพูดคุยกับลูกในท้องเขามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกจากที่เคยมองว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงที่เขาเผลอมีความสัมพันธ์ด้วย ตอนนี้เธอเป็นมากกว่านั้น เธอเป็นแม่ของลูกของเขา...และเขาจะไม่มีวันปล่อยเธอไปไหนอีกทิวาถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจโทรหาเธอเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เปมิกาชำเลืองมองชื่อบนหน้าจอ แต่เธอไม่รีบรับ เธอปล่อยให้เสียงเรียกดังขึ้นอยู่สองสามครั้งก่อนจะกดรับสาย"ว่าไงคะ" น้ำเสียงของเธอยังคงเรียบนิ่ง"ทำอะไรอยู่""หวานอยู่เฉยๆ"เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงนุ่มลง"เธอกินข้าวหรือยัง"เธอไม่ได้ตอบทันทีเหมือนลังเล ก่อนจะพูดเบาๆ"ยังแต่เดี๋ยวจะสั่งอะไรมากินค่ะ"ทิวาขมวดคิ้ว "เดี๋ยวฉันสั่งให้ เธออยากกินอะไรล่ะ""
ทิวากำโทรศัพท์ไว้แน่น มองตำแหน่งที่ปรากฏบนหน้าจอ ถ้าเขาไม่แอบติดไอคราวไว้กับมือถือของเปมิกาป่านนี้เขาคงตามหาเธอให้วุ่นวายกว่านี้แน่เขาเดินตามสัญญาณมาจนถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา และสิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาต้องหยุดชะงักเปมิกานั่งนิ่ง ดวงตาเหม่อลอย น้ำตาค่อยๆ ไหลลงมาช้าๆโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว มือบางวางอยู่บนหน้าท้องของตัวเองอย่างอ่อนโยน ภาพนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจของเขาเธอเจ็บขนาดนี้เลยเหรอเขาเคยคิดว่าเธอเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตเขา เป็นผู้หญิงที่เขาดูแลแต่ไม่เคยคิดว่าจะต้องเป็นทั้งหมดของกันและกันแต่วันนี้ แค่เห็นน้ำตาของเธอ มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปทิวากำหมัดแน่นก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ แล้วเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น"หวาน ลุกขึ้นซะ ฉันจะพาเธอกลับบ้าน"หญิงสาวสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกใจ"บ้าน" เธอหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงสั่นเครือ "บ้านไหนล่ะคะ"ดวงตาคมเข้มของเขาวูบไหวไปชั่วขณะ แต่เพียงเสี้ยววินาทีนั้น เขาก็เดินเข้ามากระชากข้อมือเธอให้ลุกขึ้น"บ้านของฉัน &
หลายวันต่อมาเปมิกานั่งแต่งตัวอยู่หน้ากระจก ใบหน้าของเธอสดใสขึ้นกว่าเดิมหลังจากช่วงที่ผ่านมาอารมณ์ของเธอค่อนข้างแปรปรวนเพราะฮอร์โมนคนท้องวันนี้เธอนัดกับ เมรี และ กานดา สองเพื่อนสนิทที่เธอไม่ได้เจอมานาน ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่เพนท์เฮาส์ของทิวา"หวานขอไปหาเพื่อนนะคะ" เธอบอกกับเขาขณะหยิบกระเป๋ามาสะพายทิวาเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร มองเธอด้วยสายตาจับผิด "ไปไหน""ไปกินข้าวกับเมย์กับกานต์ นัดกันที่ห้างฯค่ะ"ทิวาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะถามเสียงเข้ม "แล้วเธอแน่ใจนะ ว่าจะไปเองได้"เปมิกาถอนหายใจ เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วง แต่บางทีเธอก็อยากมีพื้นที่ของตัวเองบ้าง"หวานท้อง ไม่ได้พิการนะคุณธีร์ เดินได้ กินข้าวเองได้""แต่เธอขี้เกียจเดินไม่ใช่เหรอ" ทิวายกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนๆเปมิกาเบ้ปาก "งั้นคุณไปส่งหวานก็ได้ แต่ไม่ต้องมานั่งเฝ้านะ!นะ"ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน เธอคิดจริงๆ เหรอว่าเขาจะปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนโดยไม่มีเขาอยู่ใกล้ๆ?"โอเคฉันไปส่ง" เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะลุกขึ้นคว้ากุญแจรถเปมิกาส่ายหน้าเบาๆ พลางพึมพำ "ท







