تسجيل الدخولทิวาไม่ปล่อยให้เปมิกาหายไปจากชีวิตเขาอีกต่อไป
หลังจากที่เธอพยายามเดินหนี เขาก็ก้าวเข้าไปกระชากข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยความแน่วแน่
"พอได้แล้วน้ำหวาน! ฉันจะไม่ยอมให้เธอเดินหนีไปไหนอีก"
"ปล่อยหวานค่ะคุณธีร์!" เปมิกาพยายามดิ้น แต่แรงของเธอไม่มีทางสู้เขาได้
ทิวาไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาอุ้มเธอขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดาย แม้เธอจะทุบไหล่เขาหนักแค่ไหน เขาก็ไม่สะทกสะท้าน
"คุณธีร์! คุณจะทำอะไร!" เธอกรีดร้อง ขณะที่เขาพาเธอเดินตรงไปที่รถของเขา
"พาเธอกลับบ้าน"
"บ้านของคุณไม่ใช่บ้านของหวาน!"
"งั้นฉันจะทำให้มันเป็นบ้านของเธอเอง" เขาตอบเสียงเรียบ แต่หนักแน่น
เธอถูกพาไปขึ้นรถโดยไม่มีโอกาสขัดขืน เขาขับรถออกจากหัวหินมุ่งตรงกลับกรุงเทพฯ
ตลอดทางเธอเงียบไม่พูดอะไรอีก ส่วนทิวาก็ไม่คิดจะปล่อยเธอไปง่ายๆ
เมื่อมาถึงคอนโดสุดหรูที่เขาพักอยู่ เขาจับมือเธอพาขึ้นไปยังชั้นสูงสุด เพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวของเขา
"คุณธีร์ หวานไม่อยากอยู่ที่นี่..." เธอพยายามขอร้อง แต่เขาไม่สนใจ
"แต่เธอจะต้องอยู่" เขาตัดบทเสียงเข้ม ก่อนจะพาเธอเข้าไปในห้องและปิดล็อกประตู
เธอหันไปมองเขาด้วยสายตาตื่นตระหนก "คุณธีร์ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้!กับหวานนะคะ"
"ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่าง ถ้ามันเกี่ยวกับเธอ เพราะฉันเป็นผัวเธอ"
เธอเม้มริมฝีปากแน่น ขณะที่เขาเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาคมดุจ้องเธอราวกับจะมองทะลุเข้าไปในหัวใจ
"เธอคิดว่าฉันจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ งั้นเหรอ หวาน?"
เธอสะอึก ใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ
"คุณธีร์ปล่อยหวานไปเถอะนะคะ หวานท้อง" เธอพูดเสียงแผ่ว แต่หนักแน่นพอที่ทำให้เขาชะงักไป
ทิวานิ่งไปทันที ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน...
ทิวาชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยความตกตะลึงและสับสน
"เธอว่าอะไรนะ?" น้ำเสียงของเขาเย็นลง
เปมิกายืนตัวสั่น กัดริมฝีปากแน่น เธอไม่อยากให้เขารู้ความจริงแบบนี้เลย ไม่อยากให้เขามองเธอด้วยสายตาเวทนา
"หวานท้อง" เธอพูดออกไปอีกครั้ง แม้เสียงจะแผ่วเบา แต่กลับดังชัดเจนในความรู้สึกของเขา
ทิวากำมือแน่น ดวงตาของเขาหลุบต่ำลงมองหน้าท้องแบนราบของเธอ ก่อนจะกลับขึ้นไปสบตากับเธออีกครั้ง
"แล้วเธอคิดจะปิดบังฉันไปจนถึงเมื่อไหร่?" เขาถามเสียงแข็ง
เธอหลุดหัวเราะเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดัน
"คุณอยากรู้ไปทำไมล่ะ? คุณเองก็ไม่อยากมีลูกกับหวานไม่ใช่เหรอ?"
แววตาของทิวาเปลี่ยนไปทันที เงาดำแห่งอารมณ์บางอย่างแผ่กระจายออกมา
"ใครบอกเธอแบบนั้น?" เขากัดฟันถาม
"ทุกอย่างมันชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? หวานเป็นใครกันล่ะ? หวานเป็นแค่ผู้หญิงที่คุณเรียกมาเวลาที่คุณต้องการ หวานไม่มีค่าพอที่จะเป็นแม่ของลูกคุณเลยด้วยซ้ำ!"
เปมิกาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เธอเก็บกดไว้ตลอดมา
ทิวายืนนิ่ง สายตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะ แต่เพียงเสี้ยววินาทีเขาก็กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง
"แล้วเธอคิดจะเลี้ยงลูกคนเดียวงั้นเหรอ?" เขาถามเสียงเรียบ แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดัน
เธอเชิดหน้าขึ้น แม้จะรู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับพายุร้ายที่ไม่มีทางหนีพ้น
"ใช่! หวานจะเลี้ยงลูกของหวานเอง!"
"ลูกของ เรา เปมิกา ไม่ใช่แค่ของเธอ" ทิวาย้ำเสียงหนัก ก่อนจะขยับเข้าไปประชิดเธอ
"แล้วทำไมหวานต้องให้คุณมาเกี่ยวข้องด้วย?" เธอถามกลับทั้งน้ำตา
"ในเมื่อคุณกำลังจะหมั้นกับคนอื่น คุณกำลังจะมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบของคุณ แล้วหวานล่ะ? หวานกับลูกต้องกลายเป็นอะไรในชีวิตของคุณ?"
ทิวากำหมัดแน่น เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกเหมือนถูกแทงกลางอกกับคำพูดของเธอ
"ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เธอเดินออกไปจากชีวิตฉันอีก" เขาพูดช้าๆ แต่น้ำเสียงนั้นหนักแน่นจนเธอสัมผัสได้ถึงความจริงจังอยู่ในนั้น
เปมิกากลั้นสะอื้น เธออยากจะผลักเขาออกไป แต่ขาของเธอกลับอ่อนแรงเสียเอง
ทิวายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาของเธออย่างอ่อนโยน
"ต่อให้เธอเกลียดฉันแค่ไหน ฉันก็จะไม่ให้เธอเลี้ยงลูกคนเดียว" เขาพูดเสียงแผ่ว แต่มั่นคง
"เธอหนีฉันไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก"
เปมิกาหลับตาลง หัวใจของเธอสั่นไหว...
ทิวาออกมาดื่มเหล้ากับเพื่อนๆ เขาเงียบกว่าทุกวัน
ธามไทกับกลุ่มเพื่อนมองหน้ากัน ก่อนที่ธามไทจะตัดสินใจพูดขึ้น
"มีอะไรหรือเปล่าวะไอ้ธีร์? ช่วงนี้ดูแกเงียบๆ แปลกๆ"
ทิวาเงยหน้าขึ้นจากแก้วเหล้า ดวงตาคมเข้มมีร่องรอยของความคิดที่ซับซ้อน
เขาไม่ได้ตอบทันที เพียงแค่กระตุกยิ้มมุมปาก แต่ไม่มีแววล้อเล่นเหมือนทุกที
"ไม่มีอะไร" เขาตอบเรียบๆ ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียว
"ไม่มีแน่นะ"ภาคิน เพื่อนอีกคนเอ่ยขึ้น " วันนี้นั่งนิ่งเป็นพระประธานไปได้"
ธามไทมองเพื่อนสนิทอย่างจับสังเกต เขารู้จักทิวามานาน และรู้ว่าผู้ชายคนนี้เก็บความรู้สึกเก่งแค่ไหน แต่คืนนี้มันต่างออกไป
"เกี่ยวกับเปมิกาหรือเปล่า?" ธามไทถามตรงๆ
ชื่อของเธอทำให้มือที่ถือแก้วเหล้าของทิวาชะงักไปวูบหนึ่ง แม้จะเพียงแค่เสี้ยววินาที แต่ก็เพียงพอให้ธามไทรู้ว่าเขาเดาถูก
"..." ทิวาไม่ได้ตอบ แต่เลือกที่จะรินเหล้าเพิ่มแทน
ธามไทถอนหายใจ ก่อนจะเอนตัวไปด้านหลังพิงพนักเก้าอี้
"อย่าบอกนะว่าแกเพิ่งมารู้ตัวตอนที่เสียเธอไปแล้ว?"
ทิวานิ่งไปก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ แต่มันไม่ใช่เสียงหัวเราะที่ดูสนุกเลยสักนิด
"ฉันไม่เสียเธอไปหรอก" เขาพูดเสียงเบาแต่หนักแน่น "เธอเป็นของฉัน และฉันจะไม่ปล่อยให้เธอหนีไปอีก"
ธามไทขมวดคิ้วมองเพื่อนสนิท
"แกแน่ใจเหรอว่านั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ?"
ทิวาหัวเราะอีกครั้ง คราวนี้ขื่นขมกว่าเดิม เขาทอดสายตามองแก้วเหล้าในมือ พลางนึกถึงแววตาของเปมิกาในวันนั้น วันที่เธอพูดว่า
"คุณเองก็ไม่อยากมีลูกกับคนอย่างหวานไม่ใช่เหรอ?"
ประโยคนั้น...มันเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจเขา และเขาเพิ่งรู้ตัวว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาทำพลาดมากแค่ไหน
"ฉันไม่สนหรอกว่าเธอต้องการอะไร" ทิวาพึมพำกับตัวเอง "แต่เธอจะต้องอยู่กับฉัน...ทั้งเธอและลูก"
"อะไรนะ!?
ธามไทยังคงยืนอึ้ง พยายามเรียบเรียงสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
"นี่...แกว่าอะไรนะไอ้ธีร์...แล้วตกลงมันยังไงกันแน่? นี่มันเรื่องใหญ่นะเว้ย!"
ธามไทยังคงรอคำตอบ แต่เมื่อเห็นเพื่อนยังคงนิ่งไม่ไหวติง เขาก็ถอนหายใจแรง
"เวรเอ๊ย! เมียแกท้องแล้วนะเว้ย! แกจะทำหน้ายักษ์ใส่เขาไปถึงไหนวะ! แล้วแกจะเอายังไงต่อ!?"
ทิวาหลับตาลง สูดหายใจลึก ราวกับกำลังต่อสู้กับความคิดของตัวเองอยู่ภายใน ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
"ฉันจะไม่ยอมให้เธอไปไหนทั้งนั้น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างเด็ดขาด
ทิวาเดินเข้ามาในเพนท์เฮาส์ด้วยสภาพที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าอ่อนๆ
เสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมเม็ดบนออกสองสามเม็ด เขามองเห็นเปมิกานั่งอยู่ที่โซฟา
ใบหน้าของเธอเรียบเฉย แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความลังเล
"ทำไมยังไม่นอน?" เขาถามเสียงแหบต่ำ
เปมิกาเม้มปากแน่น ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ "เราต้องคุยกันก่อนค่ะคุณธีร์"
ทิวาถอนหายใจ เดินตรงไปทรุดตัวลงนั่งข้างเธอ "เรื่องเดิมๆ อีกแล้วเหรอ?หวาน"
"ใช่...หวานอยากให้คุณปล่อยหวานไป"
คำพูดของเธอเหมือนน้ำเย็นจัดสาดเข้าหน้าเขา ทิวานิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "พูดเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้ว?"
"ครั้งนี้หวานพูดจริง" เปมิกาเงยหน้ามองเขา แววตาของเธอแน่วแน่
ทิวาหรี่ตามองเธอ "เพราะอะไร? เพราะฉันไม่เคยบอกรักเธอ หรือเพราะเธอมีเหตูผลอื่น?"
เปมิกาสะอึก หัวใจเธอกระตุกวูบ แต่เธอฝืนยิ้มออกมา "มันไม่เกี่ยวกับอะไรทั้งนั้น หวานแค่ไม่อยากอยู่แบบนี้อีกแล้ว"
ทิวามองเธอนิ่งๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ กระซิบเสียงเบา "แน่ใจเหรอเปมิกา ว่าเธอไม่มีอะไรที่ยังไม่ได้บอกฉัน?"
เปมิกากัดริมฝีปากแน่น มือกำเข้าหากันจนสั่น.
แต่เธอรู้ดีว่าเขาจะไม่ปล่อยเธอไปแน่
"หวานไม่มีอะไรจะบอกแล้ว ปล่อยหวานไปเถอะนะ"
แววตาของทิวาเย็นเยียบทันที เขาจับข้อมือเธอแน่น "เธอคิดว่าเธอจะหนีฉันพ้นเหรอ?"
เปมิกาสะบัดมือออก แต่ทิวากลับยิ่งบีบแน่นขึ้น "อย่าคิดหนีไปไหนอีก ฉันจะไม่ยอมให้เธอหายไปจากฉันอีกเป็นครั้งที่สอง"
เปมิกามองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตา เธอไม่ได้อยากร้องไห้ แต่ฮอร์โมนคนท้องมันเล่นงานเธอเข้าเต็มๆ
"หวานเกลียดคุณ!ธีร์" เธอสะบัดหน้าหนี น้ำเสียงสั่นเครือ
"เกลียดที่คุณเอาแต่ใจตัวเอง เกลียดที่คุณทำเหมือนหวานไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรเลย! ฮึก"
เสียงสะอื้นเบาๆของเปมิกาทำเอาทิวาถอนหายใจหนัก พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเอง "หวาน...อย่าดื้อได้ไหม?"
"หวานไม่ได้ดื้อ!" เธอแหวกลับทันที "คุณมันคนใจร้าย! แล้วเมื่อกี้คุณก็พูดเสียงดังใส่หวานด้วย!"
ทิวาขมวดคิ้ว ทำหน้าสับสน เขาพูดเสียงดังตอนไหน? แต่พอเห็นเธอเริ่มเชิดจมูก หันหน้าหนีอย่างไม่ยอมแพ้ เขาก็เริ่มเข้าใจ...
เขาถอนหายใจเฮือก ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งลงข้างๆ เอื้อมมือไปแตะแก้มนุ่มเบาๆ "โอเค โอเค...ฉันผิดเอง"
เปมิกายังคงหน้างอ เม้มปากแน่น "รู้ตัวก็ดี! ฮึ"
ทิวายิ้มน้อยๆ มองเธอที่ตอนนี้ทั้งขี้งอน ขี้แย และเอาแต่ใจมากกว่าปกติ แต่กลับทำให้เขารู้สึกว่าเธอน่ารักขึ้นกว่าเดิมอีก
"แล้วฉันต้องทำยังไง เธอถึงจะหายงอน?"
เปมิกาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้ามามองเขา หรี่ตาลง "หวานอยากกินเค้กช็อกโกแลต...แล้วก็ต้องเป็นร้านที่หวานชอบเท่านั้น!"
ทิวาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะลูบผมเธออย่างเอ็นดู "ได้ครับคุณแม่คนขี้งอน เดี๋ยวฉันไปซื้อให้เดี๋ยวนี้เลย"
เปมิกายิ้มมุมปากอย่างพอใจ แต่ก็ยังแกล้งสะบัดหน้าใส่เขาอีกครั้ง "ดี! รีบไปเลยนะ!"
ทิวายิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะหยิบกุญแจรถแล้วเดินออกไปทำตามคำสั่งของคุณแม่คนขี้งอนของเขา...
พ่อกับแม่ของเปมิกาดีใจมาก ที่ลูกสาวกลับมาอยู่บ้านนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา“มาคราวนี้อยู่ให้นานๆ นะลูก แม่คิดถึง” คุณแม่พูดพร้อมลูบท้องของเปมิกาเบาๆ “หลานของแม่ก็กำลังโตขึ้นทุกวันแล้วนะ”เปมิกายิ้มอย่างมีความสุข “ค่ะแม่ คราวนี้หวานตั้งใจจะอยู่พักผ่อนให้เต็มที่”คุณพ่อมองทิวาแล้วพยักหน้าชื่นชม “ดูแลลูกพ่อให้ดีล่ะ พ่อฝากด้วยคุณธีร์”ทิวายกมือไหว้อย่างนอบน้อม “ครับคุณพ่อ ผมจะดูแลหวานกับลูกให้ดีที่สุดครับ”ช่วงเวลาที่บ้านต่างจังหวัดเต็มไปด้วยความอบอุ่น เปมิกาได้นั่งพูดคุยกับพ่อแม่เหมือนเมื่อก่อนส่วนทิวาก็ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ในบ้าน ไม่ถือตัวแม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่โตเย็นวันนั้น ขณะที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า เปมิกาเดินออกมานั่งรับลมเย็นๆ ทิวาเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลังอย่างอ่อนโยน“ฉันอยากให้เธอมีความสุขที่สุดเลยนะหวาน”เปมิกาหันไปสบตาเขาแล้วพยักหน้า
หลังจากกลับจากทริปทะเล ทิวา เปมิกา ธามไท และเลขาสาว ต่างก็กลับมาทำงานกันตามปกติแต่ดูเหมือนว่าความสงบจะอยู่ได้ไม่นานข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วบริษัทว่า ฝ่ายการเงินที่ถูกจับก่อนหน้านี้ได้รับการประกันตัวออกมาแล้วไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไรต่อ แต่สำหรับทิวาแล้ว เขาไม่ใส่ใจนัก เพราะมั่นใจว่าความถูกต้องจะจัดการทุกอย่างเองแต่เขาไม่รู้เลยว่า ความอาฆาตของคนที่หมดอนาคตไปเพราะเขายังไม่จบลงง่ายๆในห้องลับแห่งหนึ่ง ชายที่เคยเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินกำลังนั่งสูบบุหรี่ด้วยแววตาแข็งกร้าว“ไอ้ทิวาเพราะแก ฉันต้องเสียทุกอย่าง”ลูกน้องของเขาที่เป็นอดีตพนักงานบริษัทเดียวกันพยักหน้า“มันทำให้พวกเราถูกไล่ออก แถมยังทำให้ชีวิตพังยับเยิน! ถ้าไม่มีมันพวกเราคงยังสุขสบายอยู่ที่เดิม”ชายคนเดิมเคาะบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนจะแสยะยิ้มร้าย“ฉันไม่สนแล้วว่ามันจะมีอำนาจแค่ไหน แต่ฉันจะทำให้มันพัง! จัดหาคนให้ฉัน...ฉันต้องการให้มันเจ็บปวดที่สุด”ลูกน้องพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อ
ทิวามองตามหลังธามไทที่เดินออกไปก่อนจะหัวเราะเบาๆ อย่างรู้ทันเขาส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะหันไปมองเปมิกาที่กำลังนั่งทำงานอยู่ข้างๆ"หวาน ไปเที่ยวทะเลกันไหม"เปมิกาเงยหน้าขึ้นจากงาน "หืม อยู่ๆ ก็อยากไปเที่ยวเหรอเหรอคะ""อืมถือว่าไปพักผ่อน เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง" เขาพูดพลางยกมือไปลูบหน้าท้องของเปมิกาที่เริ่มโตขึ้นน้อยๆ ด้วยความอ่อนโยน"อีกอย่างเธอควรได้พัก ไม่ใช่นั่งทำงานทั้งวัน"เปมิกาหัวเราะเบาๆ "ไปแค่เราสองคนเหรอคะ""ไม่สbฉันว่าจะพาไอ้ธามไปด้วย" ทิวาพูดพร้อมกับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "แล้วก็คุณแก้ม"เปมิกาขมวดคิ้วเล็กน้อย "คุณแก้ม""ก็ใช้ไง"เปมิกาอ้าปากเป็นรูปตัวโอ ก่อนจะเข้าใจเจตนาของสามีตัวเองทันที "อ๋อออออ! คุณคิดจะจับคู่ให้คุณธามงั้นสิ!"ทิวามองหน้าภรรยาพลางกระตุกยิ้ม "ก็ไม่แน่ แค่เห็นว่ามันแวะมาหาฉันบ่อยเกินไปช่วงนี้ คงไม่ได้มาหาฉันหรอกมั้ง"เปมิกาหัวเราะคิก "คุณนี่มันจริงๆ เลย""เอาเป็นว่าทริปนี้นอกจากจะไปเที่ยวพักผ่อนแล้วเรามาลุ้นคู่นี้กันหน่อยดีไหม" ทิวาพูดพลางยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป
ที่ออฟฟิศ บรรยากาศดูผ่อนคลายลงหลังจากที่ฝ่ายการเงินชุดเก่าถูกจัดการเรียบร้อยแล้วแต่บรรดาพนักงานก็เริ่มจับตามองบางอย่างที่น่าสนใจมากกว่าเดิม"นี่ๆ พวกเธอว่ามั้ยว่าคุณธามไทช่วงนี้มาที่นี่บ่อยจัง""ใช่ ฉันเห็นเขาคุยกับเลขาบอสบ่อยขึ้นด้วย"พนักงานหญิงหลายคนเริ่มซุบซิบกันเบาๆ เพราะปกติธามไทเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยสนใจใครง่ายๆแต่ตอนนี้เขากลับคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ แก้วตาบ่อยขึ้นแก้วตาเองก็เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้เหมือนกันวันนี้เธอกำลังนั่งจัดเอกสารอยู่ในห้องทำงานของทิวา ขณะที่กำลังจดจ่ออยู่กับงาน ธามไทก็เดินเข้ามาแล้ววางกาแฟเย็นลงตรงหน้าเธอแก้วตาเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างงุนงง "เอ่อคุณธามไท"ธามไทกระแอมเบาๆ ก่อนจะยักไหล่ "ฉันเห็นเธอทำงานเหนื่อย เลยซื้อมาให้"น้ำกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะอมยิ้ม "ขอบคุณค่ะ""อืม" เขาพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้แก้วตามองตามด้วยรอยยิ้ม"คุณธามไทนี่ก็น่ารักเหมือนกันนะ"หลังเลิกงาน ทิวากลับมาหาเปมิกาที่เพนต์เฮ้าส์ วันนี้เขามีเซอร์ไพรส์เล็กๆ ให้เธ
ก่อนที่ทิวาเดินเข้าเขาก็โทรหาธามไท ชวนให้เขามาด้วยทิวาอยากเลี้ยงตอบแทนเพื่อนที่ช่วยจัดการปัญหาให้ในช่วงที่เขาไม่อยู่"ไอ้ธาม เย็นนี้ว่างไหม" เสียงทิวาดังมาจากปลายสาย"ว่าไงล่ะ" ธามไทถามกลับ"มาด้วยกันสิ ฉันอยากขอบใจที่แกช่วยดูแลบริษัทตอนฉันไม่อยู่"ธามไทหัวเราะเบาๆ "แหม ฟังดูเป็นทางการไปหรือเปล่าวะ""ก็มันเรื่องจริงนี่หว่า แกช่วยฉันไว้เยอะมากนะเว้ยไอ้เพื่อนรัก" ทิวายืนยันธามไทหัวเราะออกมาแต่ไม่ได้ปฏิเสธ เขาตอบตกลงก่อนจะขับรถมาที่ร้านอาหารที่ทิวานัดไว้เมื่อธามไทเดินเข้ามาในร้าน สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับใครบางคนทันที'แก้วตา'เลขาของทิวานั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกับเปมิกา เมรี และกานดา เธอยิ้มบางๆ ขณะคุยกับทุกคนธามไทรู้ตัวว่าเขากำลังมองเธออยู่นานเกินไปจนทิวาแอบกระแอมเบาๆ "ไอ้ธาม มึงมองอะไรขนาดนั้นวะ""หืม เปล่า" ธามไทรีบตอบ แต่สายตายังแอบเหลือบมองแก้วเป็นระยะพอทั้งชายหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะ เปมิกาก็รีบแนะนำ "ธามไทมาถึงพอดีเลยค่ะทุกคน"แก้วตาเงยหน้าขึ้นสบตาธามไท เธอยิ้มให้อย่างสุภาพ "สวัสดีค่ะคุณธามไท"
ไม่นานนัก ประตูห้องประชุมก็เปิดออก หัวหน้าแผนกที่เกี่ยวข้องทยอยเดินเข้ามานั่งประจำที่ สีหน้าของแต่ละคนดูไม่สู้ดีนัก บางคนมีแววร้อนรน บางคนพยายามเก็บอาการ แต่สำหรับธามไทเขามองออกทุกอย่าง"มากันครบแล้วใช่ไหม" เสียงทุ้มเข้มของเขาทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงทันทีแก้วตาเลขาของทิวาพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า"โอเค งั้นมาดูกันว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน"เขาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเปิดออก"เรื่องการเงินที่ผิดพลาดใครเป็นคนรับผิดชอบในช่วงเวลาดังกล่าว"เสียงกระแอมดังขึ้นจากมุมหนึ่งของโต๊ะ หัวหน้าฝ่ายการเงินหลบตาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น"เอ่อเรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของทีมครับ แต่เรากำลังตรวจสอบอยู่"ธามไทเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเคาะแฟ้มเอกสารเบาๆ"แปลกนะ ผมได้ข้อมูลมาว่าเปมิกาถูกโยนความผิดให้ ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นคนทำบัญชีช่วงนั้น แถมคนที่ทำก็ยังลอยตัวอยู่แบบนี้คุณจะอธิบายว่ายังไงดี"คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับหน้าซีดเผือด บางคนเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาตามไรผม"คือเรากำลังสืบหาตัวคนทำผิดอยู่ครับ!" หัวหน้าฝ่ายการเงินรีบพูดเสียงร้อนรนธามไทยกยิ้มเย็น ก่อนจะหยิบเอกสารอีกฉบับขึ้นมา"ไม่ต







