Se connecterเธอคือผู้หญิงที่ถูกเลือกให้เป็นเจ้าสาว อาเธอร์ แมค ชายหนุ่มผู้มีคนรักและตั้งใจจะแต่งงานด้วย แต่ทว่ามารดาของเขากลับยัดเหยียดเจ้าสาวที่เขาไม่ได้ต้องการมาให้ จึงเกิดความจงเกลียดจงชังในตัวของ ไอรดา รัตนไพศาล เขาแสดงความรังเกียจใส่เธอด้วยการกระทำและคำพูด โดยมิได้รู้เลยว่าสิ่งที่เธอตกลงแต่งงานกับเขานั้น เพียงเพื่อพี่สาวที่นอนโคม่าเป็นเจ้าหญิงนิทราให้กลับมาเป็นปกติดั่งเดิม...
Voir plusสามปีผ่านไป… จากคืนที่เขาอ่านนิทานให้ลูกในท้องฟังจากวันแรกที่ไอรดาได้อุ้มลูกเป็นครั้งแรกด้วยน้ำตาและรอยยิ้มตอนนี้บ้านทั้งหลังเต็มไปด้วยเสียงเล็ก ๆ ที่ไม่เคยหยุดพูดแม้แต่วินาทีเดียว “แม่ครับ! ขนมปังไหม้หรือเปล่าแม่! หนูได้กลิ่น!” เสียงใส ๆ ของเด็กชายวัยสามขวบตะโกนมาจากห้องนั่งเล่น ในขณะที่ไอรดากำลังหมุนตัวไปมาอยู่หน้าเตา เธอกำลังทำไข่ดาว ขนมปัง และต้มโจ๊กใส่แคร์รอตฝานบาง ๆ ให้ลูกชาย มือยุ่ง ใจวุ่นและเสียงซนของลูกก็ยิ่งทำให้หันไปทางไหนก็เจอของเล่นลูกเต็มพื้นที่บ้าน “ธอร์ครับ...มาช่วยแม่จัดจานเร็วลูก” เสียงเธอตะโกนกลับอย่างอ่อนใจปนกลั้วขำ เด็กชายตัวน้อยที่ชื่อธอร์วิ่งหน้าตั้งเข้ามาจากห้องนั่งเล่น มือหนึ่งยังถือหุ่นยนต์อีกตัวไว้แน่นร่างเล็กหยุดชะงักแป๊บเดียวแล้วก็ยิ้มแฉ่งเหมือนพร้อมลุยทุกอย่างบนโลกใบนี้ “ครับแม่!” เขาวิ่งไปดึงเก้าอี้มาวางหน้าชั้นวางจานปีนขึ้นอย่างคล่องแคล่วแบบที่แม่แทบจะหัวใจวายทุกครั้งที่เห็นแล้วค่อย ๆ เอื้อมมือเล็ก ๆ ไปหยิบจานข้าวมาเรียงไว้ตามแนวที่แม่เตรียมไว้ให้ “วางดี ๆ นะลูกเดี๋ยวจานแตกพ่อจะหาว่าแม่ปล่อยให้ปีนอ
สี่เดือนผ่านไปจากคืนที่อาเธอร์อ่านนิทานให้ลูกฟัง วันนี้เสียงหนึ่งที่เขารอคอยกำลังจะมาถึงแต่ในขณะเดียวกันเสียงร้องไห้ของภรรยากลับเป็นเสียงที่ทำให้เขาแทบยืนไม่อยู่ “อาเธอร์...ฉันเจ็บ” “เจ็บมาก...” น้ำตาอุ่น ๆ ของไอรดาไหลไม่หยุดขณะที่มือของเธอกำแน่นกับฝ่ามือเขาราวกับจะกลั่นเอาความกลัวทั้งหมดให้ไหลออกไปผ่านปลายนิ้ว เขาวิ่งตามข้างเตียงเข็นน้ำเสียงพร่าตะโกนเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ อย่างไม่สนใจสายตาใคร “ไอ...เดี๋ยวก็ได้เจอลูกแล้วนะครับ! เธอเก่งที่สุด” “...ผมอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน!” “อาเธอร์...ฉันกลัว” เสียงของเธอเบาลงเรื่อย ๆ เพราะแรงเจ็บปวดที่กระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ไม่เป็นไร...ผมอยู่ตรงนี้เราจะปลอดภัยทั้งเธอทั้งลูกแน่นอน” จนในที่สุดประตูห้องผ่าตัดก็ปิดลงต่อหน้าเขาและนั่นคือจุดเริ่มต้นของความเงียบที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต เสียงฝีเท้าหลายคู่เร่งมาจากด้านหลังพ่อกับแม่ของอาเธอร์มาถึงพอดีและคนเป็นแม่ก็รีบเข้ามานั่งลงข้างลูกชายทันที “ลูก...นั่งลงก่อนหายใจลึก ๆ” มือของแม่แตะลงบนบ่าเขาเบา ๆ แต่เขาทำไม่ได้อาเธอร์ยืนกุมขมับ สีหน้าเครียดจัดจนขอบตาแด
เช้าของวันใหม่เริ่มต้นด้วยความเงียบที่ผิดแปลกไปนิดหน่อย เงียบเกินกว่าปกติที่เขาจะลืมตาตื่นมาแล้วได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จากสวนหลังบ้านที่ภรรยาชอบเปิดหน้าต่างไว้ แต่เช้านี้กลับมีเสียงแปลก ๆ ดังลอดมาจากห้องน้ำ เสียงอ้วกที่ทำเอาคนที่เพิ่งลืมตาตื่นต้องรีบเด้งตัวขึ้นมานั่ง “ไอ...” อาเธอร์เรียกชื่อเธอทันทีก่อนจะควานหา เตียงว่างเปล่า... หมอนเย็นชืด... และเสียงคลื่นไส้ที่ดังอยู่นั่นทำให้เขาไม่คิดอะไรต่อนอกจากรีบพุ่งไปที่ห้องน้ำโดยไม่ทันจะใส่เสื้อด้วยซ้ำแล้วภาพที่เห็นก็ทำให้หัวใจเขากระตุกวูบหนึ่ง ไอรดานั่งอยู่ข้างชักโครกร่างกายของเธอพับงอลงต่ำ มือข้างหนึ่งยันกับพื้นอีกข้างกอดท้องไว้ใบหน้าซีดเผือดและมีหยดเหงื่อซึมอยู่เต็มหน้าผาก “ไอ!...ไอเป็นอะไร!” อาเธอร์รีบย่อตัวลงข้างเธอทันที “ฉัน...ฉันไม่เป็นไรแค่รู้สึกพะอืดพะอมเฉย ๆ...” เธอพยายามฝืนยิ้มแต่คนฟังกลับหน้าซีดกว่า “ไม่เป็นไรอะไรล่ะ! ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย!” เขาไม่รอฟังคำปฏิเสธ เขาประคองตัวเธอขึ้นจากพื้นห้องน้ำทั้งแบบนั้นช่วยเช็ดเหงื่อบนหน้าเธอ และคว้าเสื้อคลุมตัวแรกที่อยู่ใกล้มือมา
ชีวิตหลังแต่งงานของไอรดาเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ พูดจริง ๆ ก็คือมันแทบจะเปลี่ยนจากโลกความเป็นจริงไปเป็นเทพนิยายเลยด้วยซ้ำ เพราะใครจะไปคิดว่าแค่บอกชอบดอกไม้เบา ๆ กับสามีของตัวเองวันนั้นแค่พูดแบบไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะทำอะไร ผลที่ได้คือ...ทั้งสวนหลังบ้านถูกเปลี่ยนเป็นเรือนดอกไม้หลากสี ดอกกุหลาบ ดอกเดซี่ ลาเวนเดอร์ ไฮเดรนเยีย ไล่ไปจนถึงพีโอนีหอมฟุ้ง ทั้งหมดทั้งมวลคือสิ่งที่เธอมองเห็นทุกเช้าทันทีที่เปิดผ้าม่านห้องนอน เหมือนฝันยังไงยังงั้น “นี่มันไม่ใช่ชีวิตจริงแน่ ๆ ใช่ไหม…”เธอบ่นพึมพำกับตัวเองพลางรดน้ำดอกไม้อย่างเบามือ “ถ้ามันไม่ใช่ชีวิตจริงแล้วผู้ชายที่ยืนกอดเธออยู่จากข้างหลังตอนนี้เป็นใครล่ะ หื้ม” เสียงทุ้มขี้แซวที่ดังขึ้นตรงซอกคอทำเอาเธอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ “อาเธอร์…อย่าจูบคอสิ มันจั๊กจี้” “ไม่ให้จูบคอ จะให้จูบไหนล่ะ หื้ม” เขายังไม่เลิกกวน “เดี๋ยวเถอะ...” ไอรดาหันมาดุแผ่ว ๆ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร เขาก็จูบหน้าผากเธอไปอีกทีแทนก่อนจะเอาคางวางพาดบนไหล่เธอแล้วพูดเบา ๆ “เหนื่อยไหมคะวันนี้” “ไม่เหนื่อย...”
commentaires