แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: แพนเค้กผัก
“เมื่อกี้ฉันพูดจาไม่ดี ฉันขอโทษเธอนะ”

“ที่รัก เธอจะใจร้ายให้ฉันไปนอนห้องรับแขกจริง ๆ เหรอ? ให้ฉันเข้าไปหน่อยได้ไหม ฉันอยากกอดเธอ”

พอคิดถึงว่าผู้ชายคนนี้เพิ่งไปมีความสัมพันธ์กับเวินรั่วอันมา แล้วตอนนี้ยังอยากให้ตัวเองตั้งท้องอีก หลินชิงเหยียนก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที

“ฉันเหนื่อยแล้ว มีอะไรไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้เถอะ”

“ที่รัก แต่ฉันไม่ได้กอดเธอมาตั้งอาทิตย์หนึ่งแล้วนะ เธอไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ?”

หลินชิงเหยียนรู้สึกคลื่นไส้จนแทบจะอาเจียนออกมา

“คุณเชื่อฟังพ่อแม่ไม่ใช่เหรอ งั้นคืนนี้ก็ไปนอนกับพวกท่านสิ!”

ข้างนอกเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป

ซ่งเหยียนจินเป็นคนอารมณ์ร้อน เวลาที่ทั้งสองมีความเห็นไม่ตรงกัน เธอมักจะเป็นฝ่ายยอมฟังซ่งเหยียนจินเสมอ

ถ้ามีปากเสียงกัน ส่วนใหญ่ก็เป็นเธอที่ยอมก่อน

เธอรักซ่งเหยียนจินมากจริง ๆ …

เฮอะ ตอนนี้เหลือแค่ความน่าขันเท่านั้น

หลินชิงเหยียนบอกว่าจะพักผ่อน แล้วก็ล้มตัวลงนอนหลับตา ทำเหมือนกับว่าหลับไปจริง ๆ

แต่เวินรั่วอันก็ยังระมัดระวังอยู่ดี จนกระทั่งเกือบตีสอง เธอถึงค่อย ๆ ย่องออกมาจากตู้เสื้อผ้าอย่างเงียบเชียบ

คงเพราะอยู่ข้างในนานเกินไป ขาเลยชาอย่างหนัก จนเกือบล้มลงกับพื้น

เธอเอามือปิดปากไม่กล้าส่งเสียง ก้มตัวค่อย ๆ ขยับไปที่ประตู แล้วเปิดออกอย่างระมัดระวัง

พอประตูปิดลง หลินชิงเหยียนก็ลืมตาขึ้น

ที่ห้องรับแขกเล็กบนชั้นสอง แม่ซ่งประคองเวินรั่วอันให้นั่งลง แล้วนวดขาให้ด้วยความสงสาร

“เด็กดี ลำบากมากเลยสินะ ใครจะไปรู้ว่าอยู่ ๆ เธอจะกลับมา” พอพูดถึงตรงนี้ แม่ซ่งก็ฮึดฮัดขึ้นมาเสียงหนึ่ง

“แม่ ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ แม่อย่ากังวลเลย”

ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่เวินรั่วอันก็ยังเอามือลูบท้องตัวเอง เหมือนกำลังรู้สึกไม่สบายอยู่

พอเห็นอาการแบบนั้น แม่ซ่งก็รีบร้อนขึ้นมาทันที

“แต่หลานสุดที่รักไม่เป็นอะไรใช่ไหม? หรือจะไปโรงพยาบาลดี?”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพักสักหน่อยก็หายแล้ว” เวินรั่วอันพูดอย่างว่านอนสอนง่าย

“หลินชิงเหยียนคนนี้ชอบชวนให้คนเกลียดอยู่เสมอ ถ้าหลานสุดที่รักฉันมีปัญหา ดูสิ ฉันจะถลกหนังเธอ!”

“พอเถอะ ตอนนี้เป็นช่วงสำคัญ อย่าไปยั่วโมโหเธอเลย” พ่อซ่งที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามพูดขึ้น

“แต่รั่วอันน่ะเป็นลูกสะใภ้ตัวจริงของตระกูลซ่งนะ โดยเฉพาะตอนนี้เธอยังตั้งท้องอยู่ จะให้เธออยู่ข้างนอกตลอดได้ยังไงล่ะ กลับกลายเป็นปล่อยให้ตัวปลอมมายึดบ้านแทน!”

“นี่มันแค่ชั่วคราวเท่านั้น รอให้เซ็นสัญญากับจินหยวนเรียบร้อยเมื่อไหร่ ค่อยไล่เธออกไป”

แม่ซ่งฮึดฮัดขึ้นมา “งั้นก็ปล่อยให้เธออยู่บ้านเราต่ออีกไม่กี่วันก็แล้วกัน”

มุมปากของเวินรั่วอันยกขึ้นเล็กน้อย แต่พอมองไปที่ซ่งเหยียนจิน กลับเห็นว่าเขาขมวดคิ้วอยู่ตลอด เหมือนจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับสิ่งที่พ่อแม่ซ่งทำนัก

“ฉันกับเหยียนเหยียนเป็นเพื่อนสนิทกัน ฉันจะลำบากหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก ปล่อยให้เธออยู่ในบ้านต่อไปเถอะค่ะ” เวินรั่วอันก้มหน้าพูดเสียงแผ่ว

“เธอเห็นเขาเป็นเพื่อนแท้ ปฏิบัติต่อเขาด้วยความจริงใจ แต่เขากลับไม่เห็นค่า ไม่อย่างนั้นก็คงไม่แย่งโปรเจ็กต์นี้ไปจากเธอหรอก”

แม่ซ่งพูดจบก็เห็นว่าเวินรั่วอันยังคงก้มหน้าอยู่ แล้วจึงหันไปมองลูกชาย ถึงได้รู้ว่าเขายังไม่ได้พูดอะไรเลย

“เหยียนจิน แกว่าไงล่ะ?”

ซ่งเหยียนจินยกมือขึ้นนวดขมับ “ผมรักชิงเหยียน ไม่อยากทำร้ายเธอ”

“แต่ว่ารั่วอันต่างหากคือภรรยาของลูก!”

“ผมทำผิดกับรั่วอันไปแล้ว ผมไม่อยากทำผิดต่อชิงเหยียนอีก!”

“ไม่ ไม่ใช่ความผิดของคุณนะ” เวินรั่วอันรีบลุกขึ้นพูด

ซ่งเหยียนจินก้าวเข้าไปข้างหน้า แล้วดึงเธอเข้ามากอด

“ขอเวลาฉันอีกหน่อยเถอะ ฉันจะอธิบายทุกอย่างให้ชิงเหยียนเข้าใจ เขารักฉันมากขนาดนั้น ยังไงก็ต้องยอมรับเธอกับลูกได้แน่”

เวินรั่วอันพยักหน้า “ฉันจะไม่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเธอหรอก ขอแค่ในตอนที่คุณรักเธออยู่ ยังเผื่อความอบอุ่นเล็ก ๆ ไว้ให้ฉันกับลูกบ้างก็พอ”

“ขอบคุณนะที่เข้าใจฉัน”

พ่อซ่งกับแม่ซ่งมองไปที่เวินรั่วอันด้วยแววตาเห็นชอบและชื่นชม ซึ่งต่างจากความเข้มงวดและเย็นชาที่มีต่อหลินชิงเหยียนอย่างสิ้นเชิง

หลินชิงเหยียนยืนพิงอยู่กับผนังทางเดิน แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่นี้เป็นเรื่องจริง

นี่มันศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้วนะ ยังมีคนสมัยใหม่ที่คิดจะให้ผู้หญิงสองคนอยู่ร่วมกับผู้ชายคนเดียวได้อีกเหรอ

ไม่สิ พวกเขาไม่เพียงแค่คิดเท่านั้น แต่ยังทำจริงอีกด้วย

โอ้พระเจ้า… เธอ “แต่ง” เข้ามาอยู่ในครอบครัวแบบไหนกันเนี่ย

คนหนึ่ง สองคน สามคน… พวกนี้สมองมีปัญหากันหมดหรือไง!

“แต่ท้องของรั่วอันก็โตขึ้นทุกวัน คงปิดบังหลินชิงเหยียนไว้ไม่ได้อีกนานหรอก” แม่ซ่งพูดด้วยความกังวล

พ่อซ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “งั้นฉันจะย้ายเธอไปทำงานต่างเมืองก่อน”

คืนนั้นหลินชิงเหยียนโกรธจนแทบไม่ได้นอนเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น พอเธอเพิ่งเดินลงมาจากชั้นบน ก็เห็นซ่งเหยียนจินอุ้มช่อกุหลาบใหญ่เข้ามา

“ที่รัก เธอตอนเพิ่งตื่นนอนตอนเช้า สวยมาก”

เขายื่นช่อกุหลาบนั้นไปวางในอ้อมแขนของหลินชิงเหยียน จากนั้นก็โอบไหล่เธอไว้และพยายามจะจูบ แต่หลินชิงเหยียนหลบหนีไป

“เมื่อคืนคุณไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเหรอ กลิ่นเหงื่อแรงเชียว”

เมื่อคืนเขาไปส่งเวินรั่วอันกลับบ้าน คาดว่าน่าจะอยู่จนถึงรุ่งเช้าแล้วถึงได้ออกมา จากนั้นก็แวะซื้อช่อกุหลาบนี้ เพื่อชดเชยความรู้สึกผิดเล็กน้อยที่อาจจะมีอยู่ในใจ

“หะ...มีกลิ่นเหรอ?” ซ่งเหยียนจินก้มลงดมเสื้อของตัวเอง “อ๋อ ใช่สิ เมื่อคืนนั้นฉันขับรถไปถึงฐานปลูกดอกไม้ชานเมือง รอจนเขาเปิดร้าน เพื่อซื้อกุหลาบที่เด็ดสด ๆ มาให้เธอโดยเฉพาะ”

หลินชิงเหยียนอยากจะกลอกตาใส่ทันที

ดอกไม้นี่เห็น ๆ อยู่ว่าซื้อจากร้านดอกไม้ฝั่งตรงข้าม เพราะบนกระดาษห่อยังมีชื่อร้านติดอยู่เลย

เธอก็ไม่ได้พูดแฉออกไป เพียงแค่ยิ้มหวานแล้วพูดว่า “ขอบคุณนะคะที่รัก”

“รอฉันแป๊บนึงนะ ฉันขึ้นไปอาบน้ำก่อน แล้วจะพาเธอไปที่ที่หนึ่ง” ซ่งเหยียนจินพูด

“แต่วันนี้ฉันต้องไปทำงานที่บริษัทนะ”

“ไม่มีเธอบริษัทก็ยังเดินต่อได้ แต่เราน่ะไม่ได้ออกไปเดตด้วยกันมานานแล้วนะ”

“แต่วันนี้...”

“รอฉันก่อนนะ”

ยังไม่ทันที่หลินชิงเหยียนจะพูดอะไรต่อ ซ่งเหยียนจินก็เดินขึ้นไปบนชั้นสองเสียแล้ว

มองตามแผ่นหลังของเขา หลินชิงเหยียนแสยะยิ้มขึ้นมุมปาก นี่เขาจงใจถ่วงเวลาไม่ให้เธอไปทำงานสินะ

เอาสิ งั้นก็เล่นด้วยหน่อย คอยดูสิว่าพวกเขาจะมีเล่ห์กลอะไรใหม่ ๆ ออกมาอีก

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ซ่งเหยียนจินขับรถพาเธอเข้ามาในตรอกแห่งหนึ่งในเขตเมืองเก่า

ที่นี่ถ้าพูดให้ดูดีหน่อยก็คือเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชีวิต แต่ถ้าพูดตรง ๆ ก็คือมีการต่อเติมก่อสร้างกันมั่วไปหมด

สุขอนามัยไม่ผ่านมาตรฐาน และแทบไม่มีระเบียบจราจรเลย

แต่เมื่อสามปีก่อน พวกเขาเคยอาศัยอยู่ที่นี่

ตอนนั้นเธอยังไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของซ่งเหยียนจิน ทั้งสองทำงานอยู่ในแผนกโครงการบริษัทเทียนหย่วน ได้รับเงินเดือนระดับพนักงานทั่วไป เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายจึงเช่าบ้านอยู่ในย่านเมืองเก่าแห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากบริษัทค่อนข้างไกล

มีห้องนอนหนึ่งห้องกับห้องนั่งเล่นหนึ่งห้อง ค่าเช่าเดือนละสี่พันบาท

ก็คือตรอกเล็ก ๆ ที่วุ่นวายนี้เอง ที่พวกเขาเคยวิ่งผ่านด้วยความเร่งรีบในยามเช้านับครั้งไม่ถ้วน ท่ามกลางแสงอรุณแรก จูงมือกัน ราวกับไม่ได้รีบไปทำงานหนัก แต่กำลังมุ่งหน้าไปสู่อนาคตอันงดงาม

ตอนนั้นเธอรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ

เพื่อจะได้ตั้งหลักปักฐานกับซ่งเหยียนจินในเมืองนี้ และมีบ้านเป็นของตัวเอง ทั้งสองจึงทุ่มเททำงานอย่างหนักทุกวัน เต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่น

รถจอด ซ่งเหยียนจินจับมือเธอแล้วพาเข้าไปในอาคารหลังหนึ่งที่อยู่ติดถนน

ไม่มีลิฟต์ ต้องเดินขึ้นบันได ราวบันไดเต็มไปด้วยคราบมันที่สะสมมานาน ผนังแตกลอกเป็นหย่อม ๆ และมีสีลอกหลุดออกเป็นแผ่นใหญ่

พอขึ้นมาถึงชั้นห้า ซ่งเหยียนจินหยิบกุญแจออกจากกระเป๋า ยิ้มให้หลินชิงเหยียนอย่างมีเลศนัย แล้วก็เปิดประตูเข้าไป

ข้างในห้องยังจัดวางของเหมือนเดิม หลินชิงเหยียนเดินเข้าไป แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อนอีกครั้ง

ตอนนั้นเธอชอบตกแต่งห้องเล็ก ๆ ห้องนี้มาก แต่เพราะบ้านมันเก่า ถ้าไม่รีโนเวทครั้งใหญ่ ต่อให้แต่งยังไงก็ดูเก่าและทรุดโทรมอยู่ดี

ที่จริงแล้ว เธอไม่เคยคิดว่าที่นี่คือ “บ้าน” เลย เธอเชื่อมั่นว่าด้วยความสามารถของตัวเอง ต้องสามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ในทำเลดีที่สุดของเมืองนี้ได้แน่นอน

“ฉันซื้อที่นี่ไว้แล้ว” ซ่งเหยียนจินมองเธอแล้วพูด

“ห้ะ?”

ซื้อที่นี่เหรอ?

“ให้เธอ”

หลินชิงเหยียน “……”

ซ่งเหยียนจินเดินเข้าไป แล้วนั่งลงบนโซฟาตัวเล็กที่เขามักจะนั่งเป็นประจำ

“ยังจำได้ไหม ตอนนั้นเธอทำอาหารอยู่ในครัว ส่วนฉันก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนี้ ถึงเราจะต่างคนต่างยุ่งกับสิ่งของตัวเอง แต่ก็หันมามองกันเป็นระยะ แล้วก็ยิ้มให้กัน”

ซ่งเหยียนจินพูดพลางรำลึกถึงอดีต สีหน้าเต็มไปด้วยความสุข

“ฉันหวังว่าอนาคตของเราจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน”

หลินชิงเหยียนหัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ

เธอตื่นแต่เช้ามาทำอาหาร ส่วนซ่งเหยียนจินก็นอนหลับอยู่

พอเธอทำอาหารเสร็จ ซ่งเหยียนจินก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร รอให้เธอยกชามและตะเกียบไปวางให้ตรงหน้า

พอกินข้าวเสร็จ ซ่งเหยียนจินก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนเธอก็ล้างจานและขัดหม้อ

ตอนกลางวันเธอทำงานที่บริษัทจนหัวหมุน ส่วนซ่งเหยียนจินเพราะมีฐานะเป็นคุณชาย จึงได้งานสบาย ๆ นั่งดื่มกาแฟอยู่ในออฟฟิศทั้งวัน

ตอนเย็นเธอต้องฝืนความเหนื่อยล้ามาทำอาหาร ส่วนซ่งเหยียนจินก็ทำอย่างที่เขาเพิ่งพูดไว้นั่นแหละ นั่งอ่านหนังสืออยู่เฉย ๆ

พอในที่สุดได้เอนตัวลงบนเตียง ซ่งเหยียนจินก็ยังเข้ามาเกาะกุมไม่ยอมปล่อย แถมยังบ่นว่าเธอไม่เร่าร้อนพออีกด้วย...

พอคิดถึงเรื่องพวกนี้ หลินชิงเหยียนก็อยากจะตบหน้าตัวเองสักสองสามที

ตอนนั้นเธอคงสติหลุดไปแน่ ๆ ถึงได้ยอมให้ซ่งเหยียนจินปฏิบัติกับเธอแบบนั้นได้!

ตอนนี้ทั้งที่ซ่งเหยียนจินสามารถซื้อเพนต์เฮาส์หรือวิลล่าหลังใหญ่ให้เธอได้แท้ ๆ แต่กลับเลือกซื้อบ้านเก่าพัง ๆ หลังนี้ แล้วก็ยังซาบซึ้งใจในตัวเองเหลือเกิน

“ฉันไม่ชอบบ้านหลังนี้ ถ้าคุณชอบนักก็อยู่คนเดียวไปเถอะ”

พูดจบ หลินชิงเหยียนก็หันหลังเดินออกไปทันที

พอเธอเพิ่งลงมาถึงข้างล่าง เพื่อนร่วมงานในทีมของเธอชื่อเหวินหยวนก็โทรมา

“หัวหน้า เกิดอะไรขึ้นเหรอ ข้างบนเขาโยกเวินรั่วอันมาอยู่ทีมเรา บอกว่าให้มารับช่วงงานของพี่ต่อเหรอ?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 429

    ลมหายใจของเขาหนักหน่วง ร่างกายก็เกร็งราวกับเสือดาวที่กำลังเดือดดาล เธอยกมือขึ้นลูบหลังเขาเบา ๆ อยากจะปลอบเขา แต่ทันใดนั้นกลับถูกเขาจูบอย่างรุนแรงจูบนี้ทั้งลนลานทั้งสับสน ไม่ต่างจากอารมณ์ของเขาในตอนนี้เลยความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกออกเป็นเสี่ยง ๆ ถาโถมเข้าใส่หลินชิงเหยียนอีกครั้ง จนเธออดไม่ได้ที่จะกอดเซิ่งถิงแน่นเช่นกัน แต่ไม่ว่าพวกเขาจะใกล้ชิดกันแค่ไหน ทำไมเธอกลับยังรู้สึกเหมือนกำลังจะคว้าเขาไว้ไม่ได้อยู่ดีผ่านไปเนิ่นนาน ทั้งสองคนจึงเดินออกมาจากบันไดหนีไฟ แต่กลับเห็นคุณนายเซิ่งยืนอยู่ด้านนอกตั้งแต่แรกแล้วเธอสวมชุดคนไข้ ปล่อยผมยาวสยาย สายตาที่มองหลินชิงเหยียนเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง"เธอนี่เอง!"เมื่อครู่คุณนายเซิ่งได้ยินที่ไป๋อิงพูดหมดแล้วพอตระหนักได้ถึงจุดนี้ หลินชิงเหยียนก็รู้สึกเหมือนความอ่อนแรงกำลังถาโถมเข้าใส่อย่างหนัก"เธอเป็นคนทำร้ายลูกสาวของฉัน!"คุณนายเซิ่งพุ่งเข้ามาผลักเธออย่างแรงราวกับคนเสียสติเซิ่งถิงห้ามคุณนายเซิ่งไม่ได้ จึงได้แต่ปกป้องหลินชิงเหยียน เขากอดเธอไว้แน่นในอ้อมแขน รับทั้งคำด่าและการทุบตีแทนเธอ"ยัยฆาตกร! เธอฆ่าลูกสาวฉัน! ฉันจะเอาชีวิตเธอ!"หลินชิงเ

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 428

    หลินชิงเหยียนกำหมัดแน่น มิน่าล่ะหลังจากไป๋อิงโดนตบไปหนึ่งฉาดแล้วก็ยังหัวเราะออกมาได้เธอคงคิดว่าแค่บอกเซิ่งถิงเรื่องนี้ เซิ่งถิงก็จะหย่ากับหลินชิงเหยียน แล้วเธอก็จะมีโอกาสอีกครั้ง"เซิ่งถิง ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณต้องเกลียดเธอมากแน่ ๆ แล้วก็เสียใจมากที่แต่งงานกับเธอ! ไม่เป็นไรนะ คุณหย่ากับเธอเถอะ ฉะ ฉันจะอยู่ข้าง ๆ คุณเอง!"ตอนที่ไป๋อิงพูดประโยคนี้ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความร้อนรน ต่อให้มีประตูกั้นอยู่อีกชั้น หลินชิงเหยียนก็ยังได้ยินเสียงหายใจถี่กระชั้นของเธออย่างชัดเจนแต่ตรงกันข้าม เซิ่งถิงสูบบุหรี่ติดกันไปหลายอึก พยายามจะกดอารมณ์เอาไว้ แต่สุดท้ายก็กดไม่ลง"สมองเธอมีปัญหาหรือไงวะ!""เซิ่งถิง...""เธอมาสั่งให้ฉันหย่ากับเมียตัวเอง เธอมีสิทธิ์อะไร!""ฉันบอกว่าเธอเป็นลูกสาวอีกคนของพ่อฉัน คุณไม่เข้าใจหรือไง?""เธอยอมรับพ่อแล้วงั้นสิ?""หา?""เลิกพยายามอวดอ้างตระกูลเธอสักที!""แต่เธอเป็นคนทำให้เซิ่งลั่วตายนะ!""เธอลองพูดอีกคำสิ!""เธอ... กรี๊ด!"พอได้ยินเสียงกรีดร้องของไป๋อิง หลินชิงเหยียนก็ใจหายวาบ เธอรีบวิ่งเข้าไป ก็เห็นเซิ่งถิงกำคอเสื้อของไป๋อิงอยู่ พร้อมกับกดร่างเธอออกไปนอก

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 427

    เพียะ!เสียงนั้นดังสะท้อนไปทั่วห้องจัดแสดง แขกที่กำลังถูกเชิญให้ออกไปด้านนอกต่างก็เห็นภาพตรงหน้า"หลินชิงเหยียน เธอกล้าตบแม่ฉันเหรอ!"ไป๋อิงพุ่งเข้ามา แต่ในวินาทีถัดมา เธอก็โดนหลินชิงเหยียนตบเข้าอย่างจังอีกหนึ่งฉาด"เธอต้องรู้เรื่องที่แม่เธอทำอยู่แล้วแน่ ๆ บางเรื่องเธออาจจะมีส่วนร่วมด้วยซ้ำ!""เธอตบฉัน เธอ...""เธอน่าจะดีใจนะที่ฉันแค่ตบพวกเธอสองคนไปคนละฉาดน่ะ!"ไป๋อิงเหมือนคนเสียสติ พยายามจะพุ่งเข้าไปทำร้ายหลินชิงเหยียน แต่กลับถูกไป๋เจ๋อหย่วนตะคอกใส่"พอได้แล้ว! ทำไมเธอถึงได้เหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด!"ไป๋อิงโดนตวาดจนตาแดง เธอมองไป๋เจ๋อหย่วนอย่างไม่อยากเชื่อ"พ่อคะ พ่อเข้าข้างมันเหรอ!"ไป๋เจ๋อหย่วนสูดหายใจลึก เขาไม่ได้สนใจไป๋อิง แต่หันไปมองหลินชิงเหยียนแทน"เหยียนเหยียน กลับบ้านกับฉันก่อนดีไหม ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอเยอะมาก""ไม่ล่ะ" หลินชิงเหยียนตอบกลับอย่างเรียบเฉย "บ้านของคุณ ไม่ใช่บ้านของฉัน เมื่อก่อนไม่ใช่ ตอนนี้ไม่ใช่ และต่อไปก็จะไม่มีวันใช่"พูดจบ เธอก็เมินสายตาวิงวอนของไป๋เจ๋อหย่วน แล้วหันหลังเดินจากไปอย่างเด็ดขาดแต่เพิ่งเดินออกไปได้ไม่ไกล กลับได้ยินเสียงหัวเราะอ

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 426

    พอคำพูดนี้หลุดออกมา ไป๋เจ๋อหย่วนกับไป๋อิงก็ตกตะลึงจนเบิกตากว้าง"ธะ เธอบอกว่าเธอเป็นลูกสาวของหลินเหยาเหรอ?"ไป๋อิงไม่เชื่อ และรีบหันไปมองจูเชี่ยนทันที พอเห็นจูเชี่ยนพยักหน้า เธอถึงต้องเชื่อ"นี่เธอเป็นลูกสาวของหลินเหยาจริง ๆ เหรอ!"หลินชิงเหยียนขี้เกียจจะสนใจเธอ จึงหันไปมองไป๋เจ๋อหย่วนส่วนไป๋เจ๋อหย่วน หลังจากช็อกอยู่ครู่หนึ่ง ก็มีสีหน้าดีใจทันที พอมองหลินชิงเหยียนอีกครั้ง ในแววตาก็ปะปนไปด้วยความรู้สึกผิด ความปวดใจ ความเอ็นดู จนชั่วขณะนั้นเขาไม่รู้เลยว่าควรแสดงสีหน้าแบบไหน"ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมครั้งแรกที่ฉันเจอคุณ ฉันถึงรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ที่แท้ ที่แท้คุณก็เป็นลูกสาวของเธอ และก็เป็นลูกสาวของฉัน ลูกสาวของฉัน"พูดจบ ดวงตาของไป๋เจ๋อหย่วนก็แดงก่ำสีหน้าของหลินชิงเหยียนซับซ้อนเล็กน้อย ไป๋เจ๋อหย่วนคือคนที่ถูกปิดบังความจริงมาโดยตลอด ดังนั้นเธอจึงไม่มีเหตุผลจะเกลียดเขา แต่จะให้ยอมรับเขาไหม?หลินชิงเหยียนขอปฏิเสธ!เธอได้รับรู้และเข้าใจว่าตระกูลไป๋ปฏิบัติกับแม่ของเธออย่างไร และเธอก็เกลียดพวกเขามาก เพราะฉะนั้นเธอจะไม่มีวันสร้างสายใยความผูกพันอะไรกับคนตระกูลไป๋อีก รวมถึงไป๋เจ๋

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 425

    สายตาของหลินชิงเหยียนคมกริบ เธอเอียงหน้าไปมองคนที่บุกเข้ามาทุบทำลายแวบหนึ่ง แต่ละคนยังทำท่าไม่สนใจ เห็นได้ชัดว่ายังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา"รบกวนช่วยประเมินราคาหน่อยค่ะ" หลินชิงเหยียนหันกลับไปมองศาสตราจารย์หลีอีกครั้ง"ประเมินราคา? คุณหมายความว่า?""ก็ต้องให้คนที่ทำลายภาพพวกนี้ชดใช้สิคะ!"พอได้ยินคำว่า 'ชดใช้' คนพวกนั้นก็เริ่มลนลานขึ้นมาเล็กน้อย ในจำนวนนั้นมีอยู่สองคนที่คิดจะหนี แต่หลินชิงเหยียนเพียงเหลือบตาไปมอง รปภ.ก็รีบเข้าไปขวางพวกเขาไว้ทันที"ประเมินยากจริง ๆ ก่อนหน้านี้ภาพใบเมเปิลยามฤดูใบไม้ผลิของคุณหลินเหยาก็ถูกประมูลไปห้าร้อยล้าน..." ศาสตราจารย์หลีเอ่ย"ห้าร้อยล้าน?" ชายหัวโจกคนนั้นเบิกตากว้าง "ภาพห่วย ๆ แบบนี้มีมูลค่าตั้งห้าร้อยล้านเลยเหรอ!"หลินชิงเหยียนปรายตามอง ส่วนชายคนนั้นที่โดนเธอเตะไปแล้วสองที ก็เลยยังเกรงกลัวเธออยู่บ้าง น้ำเสียงจึงเบาลงทันที"ผมนึกว่าห้าร้อยเอง""ห้าร้อย? คุณล้อเล่นหรือไง!" ศาสตราจารย์หลีแค่นเสียงหึ "เพราะคุณหลินเหยาวางพู่กันไปตั้งนานแล้ว ดังนั้นภาพวาดของเธอที่หลุดออกมาสู่ตลาดจึงมีไม่มาก อีกทั้งยังมีภาพของเธอสองภาพถูกเก็บสะสมไว้ในพิพิ

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 424

    หลินชิงเหยียนเตะผู้ชายคนนั้นกระเด็นออกไป แล้วหันไปมองทางอื่นอีก หลายภาพถูกกระชากลงมาทิ้งบนพื้นแล้ว เสียงดังโครมครามไม่หยุด"พวกแกเป็นใครกัน! อย่าแตะต้องภาพพวกนี้นะ!""ทุกคนช่วยฉันหยุดพวกเขาเร็ว!""ไปให้พ้น พวกแกออกไปให้พ้น!"ไป๋เจ๋อหย่วนก็รีบวิ่งเข้าไปเหมือนกัน เขาพยายามขวางคนพวกนั้นไว้ แต่กลับถูกผลักจนล้มลงกับพื้นหลินชิงเหยียนหยุดทุกคนไม่ไหวด้วยตัวคนเดียว โชคดีที่รปภ.รีบวิ่งเข้ามาทันเวลาและควบคุมคนพวกนี้ไว้ได้อย่างรวดเร็ว แต่พวกเขาก็ยังคงกร่างไม่เลิก ด่าหลินเหยาว่าเป็นพวกขโมยผลงาน ด่าว่าภาพของเธอไม่คู่ควรกับการนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางเมือง บอกว่านี่คือการดูหมิ่นศิลปะหลินชิงเหยียนเห็นจูเชี่ยนวิ่งเข้ามา พอเห็นความเละเทะบนพื้น สีหน้าหล่อนก็มีแววสะใจ แต่ก็รีบเก็บอาการทันที แล้ววิ่งไปพยุงไป๋เจ๋อหย่วนให้ลุกขึ้น"พวกคุณทำเกินไปแล้วนะ ถึงแม้ภาพของหลินเหยาจะคล้ายกับภาพของอาจารย์อีกท่านอยู่บ้าง แต่จะบอกว่าเป็นการลอกผลงานไม่ได้หรอกนะ!"หล่อนไม่ได้ช่วยแก้ต่างให้หลินเหยา เห็นได้ชัดว่าหล่อนต้องการตอกย้ำให้คนเชื่อว่าเธอลอกผลงานต่างหาก"ทุกคนไม่ได้ตาบอดนะ ก็เห็นอยู่ว่าลอกมา นอกจากม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status