แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: แพนเค้กผัก
“เมื่อกี้ฉันพูดจาไม่ดี ฉันขอโทษเธอนะ”

“ที่รัก เธอจะใจร้ายให้ฉันไปนอนห้องรับแขกจริง ๆ เหรอ? ให้ฉันเข้าไปหน่อยได้ไหม ฉันอยากกอดเธอ”

พอคิดถึงว่าผู้ชายคนนี้เพิ่งไปมีความสัมพันธ์กับเวินรั่วอันมา แล้วตอนนี้ยังอยากให้ตัวเองตั้งท้องอีก หลินชิงเหยียนก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที

“ฉันเหนื่อยแล้ว มีอะไรไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้เถอะ”

“ที่รัก แต่ฉันไม่ได้กอดเธอมาตั้งอาทิตย์หนึ่งแล้วนะ เธอไม่คิดถึงฉันบ้างเหรอ?”

หลินชิงเหยียนรู้สึกคลื่นไส้จนแทบจะอาเจียนออกมา

“คุณเชื่อฟังพ่อแม่ไม่ใช่เหรอ งั้นคืนนี้ก็ไปนอนกับพวกท่านสิ!”

ข้างนอกเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป

ซ่งเหยียนจินเป็นคนอารมณ์ร้อน เวลาที่ทั้งสองมีความเห็นไม่ตรงกัน เธอมักจะเป็นฝ่ายยอมฟังซ่งเหยียนจินเสมอ

ถ้ามีปากเสียงกัน ส่วนใหญ่ก็เป็นเธอที่ยอมก่อน

เธอรักซ่งเหยียนจินมากจริง ๆ …

เฮอะ ตอนนี้เหลือแค่ความน่าขันเท่านั้น

หลินชิงเหยียนบอกว่าจะพักผ่อน แล้วก็ล้มตัวลงนอนหลับตา ทำเหมือนกับว่าหลับไปจริง ๆ

แต่เวินรั่วอันก็ยังระมัดระวังอยู่ดี จนกระทั่งเกือบตีสอง เธอถึงค่อย ๆ ย่องออกมาจากตู้เสื้อผ้าอย่างเงียบเชียบ

คงเพราะอยู่ข้างในนานเกินไป ขาเลยชาอย่างหนัก จนเกือบล้มลงกับพื้น

เธอเอามือปิดปากไม่กล้าส่งเสียง ก้มตัวค่อย ๆ ขยับไปที่ประตู แล้วเปิดออกอย่างระมัดระวัง

พอประตูปิดลง หลินชิงเหยียนก็ลืมตาขึ้น

ที่ห้องรับแขกเล็กบนชั้นสอง แม่ซ่งประคองเวินรั่วอันให้นั่งลง แล้วนวดขาให้ด้วยความสงสาร

“เด็กดี ลำบากมากเลยสินะ ใครจะไปรู้ว่าอยู่ ๆ เธอจะกลับมา” พอพูดถึงตรงนี้ แม่ซ่งก็ฮึดฮัดขึ้นมาเสียงหนึ่ง

“แม่ ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ แม่อย่ากังวลเลย”

ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่เวินรั่วอันก็ยังเอามือลูบท้องตัวเอง เหมือนกำลังรู้สึกไม่สบายอยู่

พอเห็นอาการแบบนั้น แม่ซ่งก็รีบร้อนขึ้นมาทันที

“แต่หลานสุดที่รักไม่เป็นอะไรใช่ไหม? หรือจะไปโรงพยาบาลดี?”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพักสักหน่อยก็หายแล้ว” เวินรั่วอันพูดอย่างว่านอนสอนง่าย

“หลินชิงเหยียนคนนี้ชอบชวนให้คนเกลียดอยู่เสมอ ถ้าหลานสุดที่รักฉันมีปัญหา ดูสิ ฉันจะถลกหนังเธอ!”

“พอเถอะ ตอนนี้เป็นช่วงสำคัญ อย่าไปยั่วโมโหเธอเลย” พ่อซ่งที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามพูดขึ้น

“แต่รั่วอันน่ะเป็นลูกสะใภ้ตัวจริงของตระกูลซ่งนะ โดยเฉพาะตอนนี้เธอยังตั้งท้องอยู่ จะให้เธออยู่ข้างนอกตลอดได้ยังไงล่ะ กลับกลายเป็นปล่อยให้ตัวปลอมมายึดบ้านแทน!”

“นี่มันแค่ชั่วคราวเท่านั้น รอให้เซ็นสัญญากับจินหยวนเรียบร้อยเมื่อไหร่ ค่อยไล่เธออกไป”

แม่ซ่งฮึดฮัดขึ้นมา “งั้นก็ปล่อยให้เธออยู่บ้านเราต่ออีกไม่กี่วันก็แล้วกัน”

มุมปากของเวินรั่วอันยกขึ้นเล็กน้อย แต่พอมองไปที่ซ่งเหยียนจิน กลับเห็นว่าเขาขมวดคิ้วอยู่ตลอด เหมือนจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับสิ่งที่พ่อแม่ซ่งทำนัก

“ฉันกับเหยียนเหยียนเป็นเพื่อนสนิทกัน ฉันจะลำบากหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก ปล่อยให้เธออยู่ในบ้านต่อไปเถอะค่ะ” เวินรั่วอันก้มหน้าพูดเสียงแผ่ว

“เธอเห็นเขาเป็นเพื่อนแท้ ปฏิบัติต่อเขาด้วยความจริงใจ แต่เขากลับไม่เห็นค่า ไม่อย่างนั้นก็คงไม่แย่งโปรเจ็กต์นี้ไปจากเธอหรอก”

แม่ซ่งพูดจบก็เห็นว่าเวินรั่วอันยังคงก้มหน้าอยู่ แล้วจึงหันไปมองลูกชาย ถึงได้รู้ว่าเขายังไม่ได้พูดอะไรเลย

“เหยียนจิน แกว่าไงล่ะ?”

ซ่งเหยียนจินยกมือขึ้นนวดขมับ “ผมรักชิงเหยียน ไม่อยากทำร้ายเธอ”

“แต่ว่ารั่วอันต่างหากคือภรรยาของลูก!”

“ผมทำผิดกับรั่วอันไปแล้ว ผมไม่อยากทำผิดต่อชิงเหยียนอีก!”

“ไม่ ไม่ใช่ความผิดของคุณนะ” เวินรั่วอันรีบลุกขึ้นพูด

ซ่งเหยียนจินก้าวเข้าไปข้างหน้า แล้วดึงเธอเข้ามากอด

“ขอเวลาฉันอีกหน่อยเถอะ ฉันจะอธิบายทุกอย่างให้ชิงเหยียนเข้าใจ เขารักฉันมากขนาดนั้น ยังไงก็ต้องยอมรับเธอกับลูกได้แน่”

เวินรั่วอันพยักหน้า “ฉันจะไม่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเธอหรอก ขอแค่ในตอนที่คุณรักเธออยู่ ยังเผื่อความอบอุ่นเล็ก ๆ ไว้ให้ฉันกับลูกบ้างก็พอ”

“ขอบคุณนะที่เข้าใจฉัน”

พ่อซ่งกับแม่ซ่งมองไปที่เวินรั่วอันด้วยแววตาเห็นชอบและชื่นชม ซึ่งต่างจากความเข้มงวดและเย็นชาที่มีต่อหลินชิงเหยียนอย่างสิ้นเชิง

หลินชิงเหยียนยืนพิงอยู่กับผนังทางเดิน แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่นี้เป็นเรื่องจริง

นี่มันศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแล้วนะ ยังมีคนสมัยใหม่ที่คิดจะให้ผู้หญิงสองคนอยู่ร่วมกับผู้ชายคนเดียวได้อีกเหรอ

ไม่สิ พวกเขาไม่เพียงแค่คิดเท่านั้น แต่ยังทำจริงอีกด้วย

โอ้พระเจ้า… เธอ “แต่ง” เข้ามาอยู่ในครอบครัวแบบไหนกันเนี่ย

คนหนึ่ง สองคน สามคน… พวกนี้สมองมีปัญหากันหมดหรือไง!

“แต่ท้องของรั่วอันก็โตขึ้นทุกวัน คงปิดบังหลินชิงเหยียนไว้ไม่ได้อีกนานหรอก” แม่ซ่งพูดด้วยความกังวล

พ่อซ่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “งั้นฉันจะย้ายเธอไปทำงานต่างเมืองก่อน”

คืนนั้นหลินชิงเหยียนโกรธจนแทบไม่ได้นอนเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น พอเธอเพิ่งเดินลงมาจากชั้นบน ก็เห็นซ่งเหยียนจินอุ้มช่อกุหลาบใหญ่เข้ามา

“ที่รัก เธอตอนเพิ่งตื่นนอนตอนเช้า สวยมาก”

เขายื่นช่อกุหลาบนั้นไปวางในอ้อมแขนของหลินชิงเหยียน จากนั้นก็โอบไหล่เธอไว้และพยายามจะจูบ แต่หลินชิงเหยียนหลบหนีไป

“เมื่อคืนคุณไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเหรอ กลิ่นเหงื่อแรงเชียว”

เมื่อคืนเขาไปส่งเวินรั่วอันกลับบ้าน คาดว่าน่าจะอยู่จนถึงรุ่งเช้าแล้วถึงได้ออกมา จากนั้นก็แวะซื้อช่อกุหลาบนี้ เพื่อชดเชยความรู้สึกผิดเล็กน้อยที่อาจจะมีอยู่ในใจ

“หะ...มีกลิ่นเหรอ?” ซ่งเหยียนจินก้มลงดมเสื้อของตัวเอง “อ๋อ ใช่สิ เมื่อคืนนั้นฉันขับรถไปถึงฐานปลูกดอกไม้ชานเมือง รอจนเขาเปิดร้าน เพื่อซื้อกุหลาบที่เด็ดสด ๆ มาให้เธอโดยเฉพาะ”

หลินชิงเหยียนอยากจะกลอกตาใส่ทันที

ดอกไม้นี่เห็น ๆ อยู่ว่าซื้อจากร้านดอกไม้ฝั่งตรงข้าม เพราะบนกระดาษห่อยังมีชื่อร้านติดอยู่เลย

เธอก็ไม่ได้พูดแฉออกไป เพียงแค่ยิ้มหวานแล้วพูดว่า “ขอบคุณนะคะที่รัก”

“รอฉันแป๊บนึงนะ ฉันขึ้นไปอาบน้ำก่อน แล้วจะพาเธอไปที่ที่หนึ่ง” ซ่งเหยียนจินพูด

“แต่วันนี้ฉันต้องไปทำงานที่บริษัทนะ”

“ไม่มีเธอบริษัทก็ยังเดินต่อได้ แต่เราน่ะไม่ได้ออกไปเดตด้วยกันมานานแล้วนะ”

“แต่วันนี้...”

“รอฉันก่อนนะ”

ยังไม่ทันที่หลินชิงเหยียนจะพูดอะไรต่อ ซ่งเหยียนจินก็เดินขึ้นไปบนชั้นสองเสียแล้ว

มองตามแผ่นหลังของเขา หลินชิงเหยียนแสยะยิ้มขึ้นมุมปาก นี่เขาจงใจถ่วงเวลาไม่ให้เธอไปทำงานสินะ

เอาสิ งั้นก็เล่นด้วยหน่อย คอยดูสิว่าพวกเขาจะมีเล่ห์กลอะไรใหม่ ๆ ออกมาอีก

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ซ่งเหยียนจินขับรถพาเธอเข้ามาในตรอกแห่งหนึ่งในเขตเมืองเก่า

ที่นี่ถ้าพูดให้ดูดีหน่อยก็คือเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชีวิต แต่ถ้าพูดตรง ๆ ก็คือมีการต่อเติมก่อสร้างกันมั่วไปหมด

สุขอนามัยไม่ผ่านมาตรฐาน และแทบไม่มีระเบียบจราจรเลย

แต่เมื่อสามปีก่อน พวกเขาเคยอาศัยอยู่ที่นี่

ตอนนั้นเธอยังไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของซ่งเหยียนจิน ทั้งสองทำงานอยู่ในแผนกโครงการบริษัทเทียนหย่วน ได้รับเงินเดือนระดับพนักงานทั่วไป เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายจึงเช่าบ้านอยู่ในย่านเมืองเก่าแห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากบริษัทค่อนข้างไกล

มีห้องนอนหนึ่งห้องกับห้องนั่งเล่นหนึ่งห้อง ค่าเช่าเดือนละสี่พันบาท

ก็คือตรอกเล็ก ๆ ที่วุ่นวายนี้เอง ที่พวกเขาเคยวิ่งผ่านด้วยความเร่งรีบในยามเช้านับครั้งไม่ถ้วน ท่ามกลางแสงอรุณแรก จูงมือกัน ราวกับไม่ได้รีบไปทำงานหนัก แต่กำลังมุ่งหน้าไปสู่อนาคตอันงดงาม

ตอนนั้นเธอรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ

เพื่อจะได้ตั้งหลักปักฐานกับซ่งเหยียนจินในเมืองนี้ และมีบ้านเป็นของตัวเอง ทั้งสองจึงทุ่มเททำงานอย่างหนักทุกวัน เต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่น

รถจอด ซ่งเหยียนจินจับมือเธอแล้วพาเข้าไปในอาคารหลังหนึ่งที่อยู่ติดถนน

ไม่มีลิฟต์ ต้องเดินขึ้นบันได ราวบันไดเต็มไปด้วยคราบมันที่สะสมมานาน ผนังแตกลอกเป็นหย่อม ๆ และมีสีลอกหลุดออกเป็นแผ่นใหญ่

พอขึ้นมาถึงชั้นห้า ซ่งเหยียนจินหยิบกุญแจออกจากกระเป๋า ยิ้มให้หลินชิงเหยียนอย่างมีเลศนัย แล้วก็เปิดประตูเข้าไป

ข้างในห้องยังจัดวางของเหมือนเดิม หลินชิงเหยียนเดินเข้าไป แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองได้ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อนอีกครั้ง

ตอนนั้นเธอชอบตกแต่งห้องเล็ก ๆ ห้องนี้มาก แต่เพราะบ้านมันเก่า ถ้าไม่รีโนเวทครั้งใหญ่ ต่อให้แต่งยังไงก็ดูเก่าและทรุดโทรมอยู่ดี

ที่จริงแล้ว เธอไม่เคยคิดว่าที่นี่คือ “บ้าน” เลย เธอเชื่อมั่นว่าด้วยความสามารถของตัวเอง ต้องสามารถซื้อบ้านหลังใหญ่ในทำเลดีที่สุดของเมืองนี้ได้แน่นอน

“ฉันซื้อที่นี่ไว้แล้ว” ซ่งเหยียนจินมองเธอแล้วพูด

“ห้ะ?”

ซื้อที่นี่เหรอ?

“ให้เธอ”

หลินชิงเหยียน “……”

ซ่งเหยียนจินเดินเข้าไป แล้วนั่งลงบนโซฟาตัวเล็กที่เขามักจะนั่งเป็นประจำ

“ยังจำได้ไหม ตอนนั้นเธอทำอาหารอยู่ในครัว ส่วนฉันก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงนี้ ถึงเราจะต่างคนต่างยุ่งกับสิ่งของตัวเอง แต่ก็หันมามองกันเป็นระยะ แล้วก็ยิ้มให้กัน”

ซ่งเหยียนจินพูดพลางรำลึกถึงอดีต สีหน้าเต็มไปด้วยความสุข

“ฉันหวังว่าอนาคตของเราจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน”

หลินชิงเหยียนหัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ

เธอตื่นแต่เช้ามาทำอาหาร ส่วนซ่งเหยียนจินก็นอนหลับอยู่

พอเธอทำอาหารเสร็จ ซ่งเหยียนจินก็นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร รอให้เธอยกชามและตะเกียบไปวางให้ตรงหน้า

พอกินข้าวเสร็จ ซ่งเหยียนจินก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนเธอก็ล้างจานและขัดหม้อ

ตอนกลางวันเธอทำงานที่บริษัทจนหัวหมุน ส่วนซ่งเหยียนจินเพราะมีฐานะเป็นคุณชาย จึงได้งานสบาย ๆ นั่งดื่มกาแฟอยู่ในออฟฟิศทั้งวัน

ตอนเย็นเธอต้องฝืนความเหนื่อยล้ามาทำอาหาร ส่วนซ่งเหยียนจินก็ทำอย่างที่เขาเพิ่งพูดไว้นั่นแหละ นั่งอ่านหนังสืออยู่เฉย ๆ

พอในที่สุดได้เอนตัวลงบนเตียง ซ่งเหยียนจินก็ยังเข้ามาเกาะกุมไม่ยอมปล่อย แถมยังบ่นว่าเธอไม่เร่าร้อนพออีกด้วย...

พอคิดถึงเรื่องพวกนี้ หลินชิงเหยียนก็อยากจะตบหน้าตัวเองสักสองสามที

ตอนนั้นเธอคงสติหลุดไปแน่ ๆ ถึงได้ยอมให้ซ่งเหยียนจินปฏิบัติกับเธอแบบนั้นได้!

ตอนนี้ทั้งที่ซ่งเหยียนจินสามารถซื้อเพนต์เฮาส์หรือวิลล่าหลังใหญ่ให้เธอได้แท้ ๆ แต่กลับเลือกซื้อบ้านเก่าพัง ๆ หลังนี้ แล้วก็ยังซาบซึ้งใจในตัวเองเหลือเกิน

“ฉันไม่ชอบบ้านหลังนี้ ถ้าคุณชอบนักก็อยู่คนเดียวไปเถอะ”

พูดจบ หลินชิงเหยียนก็หันหลังเดินออกไปทันที

พอเธอเพิ่งลงมาถึงข้างล่าง เพื่อนร่วมงานในทีมของเธอชื่อเหวินหยวนก็โทรมา

“หัวหน้า เกิดอะไรขึ้นเหรอ ข้างบนเขาโยกเวินรั่วอันมาอยู่ทีมเรา บอกว่าให้มารับช่วงงานของพี่ต่อเหรอ?”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 100

    ยาน้ำขมมาก หลินชิงเหยียนกลั้นหายใจแล้วซดหมดในอึกเดียว แต่พอรสขมตีกลับมา ก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที เธอรีบมองหาน้ำดื่ม แต่ว่าแถวนั้นไม่มีเลย มีแค่แก้วหนึ่งในมือของเซิ่งถิง เธอจึงรีบคว้ามาแล้วกระดกดื่มไปหลายอึก ถึงจะกดอาการคลื่นไส้เอาไว้ได้ ไม่ได้อาเจียนออกมาหันไปมองเซิ่งถิงอีกครั้ง ก็เห็นว่าเขากำลังทำหน้าบึ้ง สีหน้าเคร่งเครียดจ้องมองเธออยู่หลินชิงเหยียนยัดแก้วกลับคืนใส่มือเขา “คราวหน้าช่วยเตรียมน้ำไว้ให้ฉันสักแก้วด้วยนะ ขอบคุณ”เดิมทีการประชุมมีกำหนดทั้งช่วงเช้า หลินชิงเหยียนได้นำเสนอแผนงานของพวกเขาให้กับเซิ่งซื่อ แต่เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัด แผนดังกล่าวจึงเป็นเพียงแผนเบื้องต้น ยังไม่สมบูรณ์ และยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่ได้พิจารณาให้รอบด้านแต่ทางฝั่งเซิ่งซื่อกลับให้ความสนใจอย่างมาก ร่วมถกเถียงแลกเปลี่ยนกับพวกเขาอย่างกระตือรือร้น พร้อมทั้งช่วยกันปรับปรุงแผนให้สมบูรณ์ การประชุมครั้งนี้จึงยืดเยื้อไปตลอดทั้งวัน และที่หาได้ยากคือ เซิ่งถิงอยู่เข้าร่วมตลอดทั้งกระบวนการเมื่อการประชุมใกล้จะจบ ทางเซิ่งซื่อก็ตัดสินใจยืนยันความร่วมมือกับพวกเขาทันที หลินชิงเหยียนและเพื่อนร่วมงานต่างดีใจ

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 99

    จะเป็นไปได้ยังไงกัน เราเป็นเพื่อนกันนี่นา เธอกำลังท้องอยู่แต่กลับไม่มีที่ไป ฉันก็ต้องสงสารเธออยู่แล้วสิ”“พูดว่ามาสงสารฉันอะไรแบบนั้น ฟังดูไม่น่าฟังเอาเสียเลย”“เธอไม่ชอบฟังเหรอ แต่ฉันว่าจริง ๆ แล้วเธอก็น่าสงสารไม่น้อยนะ ไม่มีใครรักไม่มีใครเอาใจ แถมงานการก็ยุ่งเหยิงไปหมด…”“อย่าพูดอีกเลย!” เวินรั่วอันกัดฟันแน่น แม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึกว่าน่าสงสารขึ้นมา “ฉัน…ฉันแค่มาพักอยู่ที่เธอสักไม่กี่วัน เดี๋ยวก็จะมีคนมารับฉันไป”หลินชิงเหยียนแค่นหัวเราะเบา ๆ หวังให้ตระกูลซ่งมารับสินะ ก็คงมารับจริงนั่นแหละ แต่สิ่งที่พวกเขาเล็งไว้คือเด็กในท้องของเธอ ส่วนตัวเธอเอง ในสายตาคนตระกูลซ่งแล้ว ก็แทบไม่มีค่าอะไรเลยกลางดึกทั้งลมแรงทั้งฝนหนัก แต่หลินชิงเหยียนกลับหลับสบายเป็นพิเศษเช้าวันถัดมาเธอสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากด้านนอก หลินชิงเหยียนงัวเงียวิ่งไปที่หน้าต่าง เห็นเวินรั่วอันตะโกนไปด้วย วิ่งออกไปด้วย พร้อมกับเปิดประตูรั้วหน้าบ้านและซ่งเหยียนจินก็นั่งพิงอยู่ตรงหน้าประตูในสภาพเมามาย พอเธอเปิดประตูออกมา เขาก็ทรุดล้มลงกับพื้นทันทีแต่เห็นได้ชัดว่าทั้งตัวของเขาเปียกชุ่มไปหมด หนาวจ

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 98

    เฮ้ย!ซวยแล้ว!เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยหรือว่าแค่ใจกล้าเกินไปกันแน่?คุณชายท่านนี้ เธอกล้าขนาดไปแตะต้องเขาได้ยังไงกัน!พวกเขาเล่นเกมนี้กันแต่แรก ก็ไม่เคยนับรวมเขาเข้าไปอยู่แล้วด้วยซ้ำ!ความจริงแล้วหลินชิงเหยียนก็ไม่ได้ใจกล้าขนาดนั้น พอจูบเข้าไปครั้งนี้จึงมีอาการร้อนรนอยู่บ้าง จนเผลอไปกระแทกโดนฟันของเขา พอเห็นสีหน้าเขายิ่งเย็นชาลงไปอีก เธอก็รีบผ่อนแรงลง ค่อย ๆ จูบริมฝีปากของเขาเบา ๆ ทีละนิด ราวกับกำลังเอาใจในขณะที่ทุกคนคิดว่าเซิ่งถิงจะผลักเธอออกไปอย่างแรง หรืออาจถึงขั้นลงมือฟาดเธอสักฉาดหนึ่ง เขากลับเพียงแค่คว้าจับต้นคอด้านหลังของเธอไว้ ราวกับกำลังจับลูกแมวตัวหนึ่ง แล้วดึงเธอออกจากตัวเขาอย่างง่ายดาย“ไปให้ห่างจากฉัน!” เขาพูดเสียงเย็นชาซี้ด… เย็นชาซะจริงแม้คำพูดนั้นจะพูดกับหลินชิงเหยียน แต่คนอื่น ๆ ก็รู้สึกหนาวเย็นไปตาม ๆ กันแต่หลินชิงเหยียนกลับเม้มปากนิดหนึ่ง “งั้นในเมื่อฉันจูบคุณไปแล้ว คุณก็ต้องพูดว่าคุณไม่โกรธฉันแล้วสิ”เซิ่งถิงหรี่ตาลง “เธอยังกล้ามาสั่งฉันเหรอ?”“งั้นก็แปลว่าคุณเล่นไม่เป็นสินะ?”สีหน้าของเซิ่งถิงตึงเครียดขึ้นทันที สีหน้าเ

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 97

    “คิดจะใช้น้ำชามาตบตาพวกเราเหรอ……”“คุณหู อย่าเพิ่งร้อนใจไปสิ ฉันแค่อยากใช้น้ำชานี้ขอโทษทุกคนเท่านั้น จริง ๆ แล้วฉันดื่มต่อไม่ได้แล้ว เพราะสามีฉันไม่ให้ดื่มแล้วค่ะ”เซิ่งถิงที่กำลังก้มตัวเขี่ยเถ้าบุหรี่อยู่ พอได้ยินคำพูดนั้น การเคลื่อนไหวของมือก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึเบา ๆ“โอ้ คุณหลินแต่งงานแล้วเหรอ สามีเป็นคนที่พวกเรารู้จักไหมล่ะ?” ชายคนหนึ่งถามขึ้นมาอย่างจงใจเธอคบกับซ่งเหยียนจินมาหกปี ภายนอกย่อมต้องมีข่าวลืออยู่บ้างหลินชิงเหยียนแสร้งยิ้มอย่างเขินอาย “สามีฉันเก่งมากเลยนะ เข็มขัดดำเทควันโด ชอบออกกำลังกาย ทั้งตัวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ กำปั้นอย่างกับอุ้งตีนหมี แค่ตบทีเดียวก็ทำให้คนกระดูกหักได้แล้ว”จะขู่ใครกันล่ะ?ยังอวดอีกว่าแค่ฝ่ามือเดียวก็ทำให้คนกระดูกหักได้……แต่พอคำพูดนี้หลุดออกมา ก็มีอยู่ไม่กี่คนที่ชักจะขี้ขลาดขึ้นมา ไม่กล้าโห่ฮาเอะอะต่อแล้ว“ฮะ!” เจียงม่อเหยียนกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เผลอหัวเราะออกมาเสียงหนึ่ง พอเห็นคนอื่นหันมามองเขา ก็รีบอธิบายว่า “ฉันแค่รู้สึกว่าสามีของคุณหลินเก่งมากจริง ๆ!”เห็นได้ชัดว่าเจียงม่อเหยียนรู้เรื่องของเธอกับเซิ่งถิงดี หลินชิงเหยียนเม

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 96

    “เอ๊ะ คุณหลิน บังเอิญจริง ๆ เลยนะ!”“เซิ่งถิงอยู่ข้างใน เดี๋ยวฉันพาเธอไปหาเขา!”“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกร็งหรอก ข้างในก็มีแต่คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น!”ยังไม่ทันให้หลินชิงเหยียนได้ปฏิเสธ เจียงม่อเหยียนก็พาเธอเข้าไปอย่างกระตือรือร้น ผลักเธอเข้าไปในห้องรับรอง ท่ามกลางสายตาของทุกคน แล้วดันเธอไปนั่งข้าง ๆ เซิ่งถิงโดยตรง บนที่นั่งข้างเขาเดิมทีเซิ่งถิงยังมีรอยยิ้มประดับหน้าอยู่ แต่พอเธอนั่งลง รอยยิ้มนั้นก็หายวับไปในพริบตา สีหน้าของเขาก็หม่นลงทันทีนี่คือไม่ต้อนรับเธอเหรอ?เรื่องนี้ทำให้หลินชิงเหยียนรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่รู้ว่าควรจะลุกเดินออกไปดี หรือควรนั่งอยู่ต่อคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ในที่นั้นต่างก็พากันคาดเดาฐานะของหลินชิงเหยียน ก่อนหน้านี้ในงานเลี้ยงประจำปีของหลินเฟิง เธอไม่เพียงได้นั่งโต๊ะหลัก แต่ยังนั่งข้าง ๆ เซิ่งถิงอีกด้วย เกิดขึ้นสองครั้งติดกันแบบนี้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน“พอสาวสวยมา ทุกคนทำไมถึงดูเกร็งกันไปหมดล่ะ?” ชายหนุ่มที่สวมแว่นคนหนึ่งพูดแซวขึ้นมาคนอื่น ๆ ก็พากันรับมุกนี้ต่อ ทำให้บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง คนฉลาดแม้จะไม่รู้ว่าหลินชิงเหยียนมีที่มาที่ไปอย่

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 95

    “ฉัน...ฉันยังมีธุระอยู่นิดหน่อย”“ทุกคนก็อยู่ข้างในกันหมด อย่างน้อยคุณก็เข้าไปโผล่หน้าเสียหน่อย เข้าไปดื่มสักแก้ว ถือว่าให้เกียรติฉันหน่อย ได้ไหม?”ซ่งเหยียนจินกระแอมเบา ๆ แล้วพูดว่า “เกียรติของคุณชายเจียง ฉันจะไม่ให้ได้ยังไงล่ะ”เจียงม่อเหยียนอดชะงักไปไม่ได้ แค่ยกยอเขานิดเดียว เขากลับฉวยโอกาสไต่ขึ้นตามน้ำจริง ๆ เลย!“งั้นฉันคงต้องขอบคุณคุณชายซ่งให้ดี ที่ยอมให้เกียรติฉันขนาดนี้นะ”ซ่งเหยียนจินเดินตามเจียงม่อเหยียนเข้าไป ภัตตาคารแห่งนี้เป็นเรือนโบราณแบบสามลาน ด้านในมีผนังกำบังสายตา มีระเบียงทางเดินโค้ง มีภูเขาจำลองและสระน้ำ บรรยากาศดีมากเขาเดินตามเจียงม่อเหยียนเข้าไปพลางเหลียวมองไปรอบ ๆ พยายามหาว่าหลินชิงเหยียนอยู่ที่ไหน แต่ทุกห้องต่างก็มีม่านปิดอยู่ มองไม่เห็นคนข้างในเลยเดินเข้าไปจนถึงลานด้านในสุด ที่นี่แตกต่างจากด้านหน้าซึ่งมีคนเดินเข้าออกจอแจ ตรงนี้กลับเงียบสงบ ทางเดินคดเคี้ยวลึกเข้าไป แม้แต่พนักงานเสิร์ฟอาหารก็ยังเดินอย่างแผ่วเบาพอเข้าไปในห้องแล้ว ถึงได้ยินเสียงพูดคุยกันอย่างครึกครื้นซ่งเหยียนจินเหลือบตาเห็นเซิ่งถิงที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธานตั้งแต่แวบแรก เห็นว่าข้างกายเขา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status