แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: แพนเค้กผัก
“ฉันขัดข้องสิ” หลินชิงเหยียนยกคิ้วขึ้นแล้วยิ้มพูด

สีหน้าของพ่อซ่งมืดลงทันที เขาไม่คิดว่าหลินชิงเหยียนจะปฏิเสธเขาอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้

“เหยียนเหยียน พ่อทำแบบนี้ต้องมีเหตุผลของเขาแน่ ๆ ฟังพ่อเถอะนะ” ซ่งเหยียนจินพูดกับหลินชิงเหยียนเสียงเบา

“เหตุผลอะไรล่ะ?” ซ่งเหยียนจินชะงักไปเล็กน้อย

ปกติหลินชิงเหยียนจะเชื่อฟังเขามาก ไม่เคยย้อนถามแบบนี้

“เธอเหนื่อยแล้วใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นไว้พรุ่งนี้ค่อยไปคุยกันที่บริษัทดีไหม…”

“ฉันก็เหนื่อยจริง ๆ นั่นแหละ สุดท้ายต้องต่อรองกับอีกฝ่าย เจรจาเรื่องความร่วมมือให้เรียบร้อย แล้วยังต้องรีบกลับมาเพื่อเตรียมเซอร์ไพรส์ให้คุณอีก”

“งั้นก็……”

“แต่ฉันก็ยังอยากฟังว่าพ่อทำแบบนี้เพราะเหตุผลอะไร”

หลินชิงเหยียนยังคงยิ้มอยู่ น้ำเสียงก็ยังนุ่มนวลเหมือนเดิม แต่ท่าทีกลับไม่ยอมถอยเลยแม้แต่นิดเดียว

“ฮึ!” พ่อซ่งฮัมเสียงขึ้นอย่างไม่พอใจ

หลินชิงเหยียนมองไปที่เขาแล้วพูดว่า “พ่อ โครงการนี้ฉันเตรียมงานมาครึ่งปีแล้ว หนึ่งเดือนครึ่งกว่าฉันต้องออกไปทำงานต่างเมือง ล่วงเวลาจนถึงเที่ยงคืน หรือบางทีก็นอนค้างที่บริษัทเป็นเรื่องปกติ ตอนนี้โครงการกำลังจะได้ข้อสรุปอยู่แล้ว แต่พ่อกลับจะเปลี่ยนตัวฉันออก ฉันก็ควรถามให้เข้าใจหน่อยไม่ใช่เหรอ?”

“เธอนี่นะ ต้องมองให้ไกลกว่านี้หน่อย!”

“จะให้มองไกลยังไงเหรอ?”

“เธอเป็นสะใภ้ของตระกูลซ่ง กิจการของตระกูลซ่งไม่ช้าก็เร็วก็จะเป็นของเธอกับเหยียนจิน โครงการเดียวมันจะสำคัญอะไรนัก ฉันทำแบบนี้ก็เพราะอยากช่วยให้เธอสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นไว้ต่างหาก”

หลินชิงเหยียนหลุดหัวเราะออกมา

ประธานใหญ่ของเทียนหย่วนเวลาโกหกขึ้นมา หน้าก็ไม่แดง ใจก็ไม่เต้นเลยสักนิด

“เธอยังมีหน้ามาหัวเราะได้อีกเหรอ!” แม่ซ่งที่อัดอั้นมานานก็ระเบิดอารมณ์ออกมา “ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเป็นสะใภ้ของบ้านเรา พ่อของเธอไม่จำเป็นต้องมาคุยกับเธอดี ๆ แบบนี้เลย จะไล่ออกก็ไล่ออกไปแล้ว เธอกล้าลาออกไหมล่ะ?”

“แม่!” ซ่งเหยียนจินเอ่ยปรามแม่ของเขาเสียงเข้ม

“ฉันทนเธอมานานแล้ว!” แม่ซ่งตบโต๊ะเสียงดัง “มีที่ไหนกัน สะใภ้บ้านไหนวัน ๆ ไม่อยู่บ้าน ไม่รู้จักดูแลพ่อแม่สามี แถมยังไม่สนใจดูแลสามีอีก แบบนี้ตระกูลซ่งเราจะมีสะใภ้แบบนี้ไว้ทำไม!”

“ฉันไม่มีประโยชน์เหรอ?” หลินชิงเหยียนหัวเราะหยันเบา ๆ “ปีที่แล้ว ฉันเป็นคนเซ็นสัญญาให้บริษัทสองโครงการ ทำกำไรสุทธิตั้งห้าร้อยล้านนะ?”

“เธอคิดเหรอว่าถ้าไม่มีเธอบริษัทจะเซ็นสัญญาไม่ได้ หรือถึงขั้นต้องปิดตัว?” แม่ซ่งชี้นิ้วใส่หน้าหลินชิงเหยียน “ก็เพราะพ่อสามีกับเหยียนจินอยู่เบื้องหลังคอยช่วย เธอถึงได้เซ็นสัญญาเหล่านั้นสำเร็จ ยังมีหน้ามาเอาโบนัสไปตั้งเยอะอีก! ได้ประโยชน์ขนาดนี้แล้ว อย่าทำเป็นไม่รู้คุณเลย!”

“พอได้แล้ว!” พ่อซ่งตะโกนเสียงเข้ม “คนครอบครัวเดียวกัน จะทะเลาะกันให้แตกแยกไปทำไม!”

“พ่อ แม่ อย่าโกรธเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะกลับไปพูดเกลี้ยกล่อมเหยียนเหยียนเอง……”

“ไม่ต้องเกลี้ยกล่อม!” หลินชิงเหยียนขัดคำพูดของซ่งเหยียนจินทันที “ฉันยอมถอนตัวออกก็ได้!”

พอซ่งเหยียนจินได้ยินดังนั้น เขาก็ถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะยิ้มแล้วโอบหลินชิงเหยียนไว้ “เหยียนเหยียน ฉันก็รู้ว่าเธอเป็นคนที่เข้าใจอะไรดีที่สุดอยู่แล้ว”

หลินชิงเหยียนสลัดตัวออกจากอ้อมแขนของซ่งเหยียนจิน พลางหัวเราะเยาะ “ฉันน่ะเข้าใจง่ายที่สุดไง ก็เลยถูกหลอกได้ง่ายที่สุดด้วย”

ซ่งเหยียนจินขมวดคิ้ว “เหยียนเหยียน เธอหมายความว่ายังไงกัน?”

“ฉันหมายถึงคุณโกหกฉันไง”

“ฉันไปโกหกเธอตอนไหนกัน?”

หลินชิงเหยียนจงใจเม้มปาก ทำท่าเหมือนงอน “ตอนที่เราไปจดทะเบียนแต่งงานกัน ตอนนั้นคุณพูดว่ายังไงนะ บอกว่าจะจัดงานแต่งใหญ่ให้ฉันใช่ไหม แต่ตอนนี้เราก็แต่งกันมาได้สามปีแล้ว คุณก็ยังไม่ทำตามที่พูดไว้เลย!”

“เธอ... เธออยากได้งานแต่งเหรอ?”

“คำขอนี้ไม่เกินไปหน่อยใช่ไหม?”

“แน่นอนว่าเกินไปสิ!” แม่ซ่งพูดแทรกขึ้นมาอีก “พวกเธอสองคนก็แต่งงานกันไปแล้ว แถมแต่งมาก็ตั้งสามปี ยังจะมาจัดงานแต่งอะไรอีก มันสิ้นเปลืองเปล่า ๆ!”

“ถ้าไม่จัดงานแต่ง คนอื่นจะรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นสะใภ้ตระกูลซ่ง ภรรยาของซ่งเหยียนจินล่ะ? ถ้ามีใครสวมรอยขึ้นมา ฉันก็คงได้แต่กล้ำกลืนความเจ็บไว้คนเดียวสิ!”

“เธอ... เธอพูดอะไรเพ้อเจ้ออยู่น่ะ!”

“สรุปคือ ถ้าอยากให้ฉันถอนตัวก็ได้ แต่ฉันต้องการงานแต่งงานหนึ่งครั้ง ต้องยิ่งใหญ่จนคนทั้งเมืองอวิ่นเฉิงรู้กันทั่ว ไม่อย่างนั้น ไม่ต้องมาคุยกัน!”

“บ้านเรานี่ให้หน้าเธอเกินไปจริง ๆ เธอ…”

หลินชิงเหยียนไม่รอให้แม่ซ่งพูดจบ ก็โยนชามกับตะเกียบลงทันที

พร้อมกับเสียง “เพล้ง” ดังขึ้น หน้าของทั้งสามคนในตระกูลซ่งก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวด้วยความโกรธทันที

ก็เพราะเมื่อก่อนตัวเองให้เกียรติพวกเขามากเกินไปนั่นแหละ ถึงได้กล้าหลอกและดูถูกตัวเองกันแบบนี้!

“เธอ… เธอ… เธอนี่มัน…”

“ฉันไม่ค่อยมีอารมณ์จะกิน ขึ้นไปข้างบนก่อนละกัน!”

พูดจบ หลินชิงเหยียนก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน

เธอไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ที่ถึงจะกินอิ่มก็ยังเป็นคนสุดท้ายที่ลุกขึ้น ช่วยพี่อิงเก็บชามตะเกียบ หั่นผลไม้ให้ทุกคน แล้วฝืนความง่วงนั่งคุยกับพวกเขา…

พอขึ้นไปถึงชั้นบน พี่อิงก็กำลังถือกุญแจอยู่ในมือ พยายามไขประตูห้องนอนของเธอกับซ่งเหยียนจินอยู่

หลินชิงเหยียนแค่นยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหา

“พี่อิง กำลังจะทำอะไรเหรอ?”

พี่อิงตกใจสุดตัว รีบเงยหน้าขึ้นมา แล้วซ่อนกุญแจที่ถืออยู่ไว้ด้านหลังทันที

“ฉะ...ฉันแค่จะเข้ามาทำความสะอาดห้องให้หน่อย แต่ไม่รู้ทำไม ประตูถึงถูกล็อกไว้ก็ไม่รู้”

“ฉันเป็นคนล็อกเอง”

“หา?”

หลินชิงเหยียนหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋า แล้วไขประตูต่อหน้าพี่อิงทันที

“คุณไปนั่งพักที่ห้องรับแขกเล็กก่อนนะ ฉันจะรีบทำความสะอาดให้เสร็จทันที”

พี่อิงพูดพลางจะเดินเข้าไป แต่หลินชิงเหยียนก้าวเข้าไปก่อนหนึ่งก้าว แล้วขวางประตูไว้ทันที

“ฉันเหนื่อยแล้ว อยากนอนเร็วหน่อย ไม่ต้องทำความสะอาดหรอก”

พูดจบ เธอก็ไม่รอให้พี่อิงพูดอะไรต่อ ปัง! ปิดประตูใส่ทันที

เธอหันกลับมา แล้วอาศัยแสงสลัวจากหน้าต่าง เห็นเงาร่างหนึ่งรีบหลบเข้าไปในห้องแต่งตัวด้วยท่าทางตื่นตกใจ

ช่างน่าสนุกจริง ๆ นะ~

ใครบอกกันว่าต้องมีทะเบียนถึงจะเปิดเผยได้ ดูสิ นี่ก็มีทะเบียนแล้วแท้ ๆ แต่กลับต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนหนูตัวหนึ่ง

เธอตั้งใจไม่เปิดไฟ ตั้งใจเดินเข้าออกในห้องแต่งตัวอยู่หลายรอบ ส่วน “หนู” ตัวนั้นก็ได้แต่ขดตัวหลบอยู่ในตู้เสื้อผ้า ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย

แม้แต่ตอนอาบน้ำ หลินชิงเหยียนก็ยังจงใจเปิดประตูทิ้งไว้

พอเธออาบน้ำเสร็จออกมา ก็เห็นว่าประตูตู้เสื้อผ้าเปิดแง้มไว้นิดหนึ่ง คาดว่าข้างในอากาศคงอับ “หนู” ตัวนั้นเลยต้องเปิดช่องไว้หายใจบ้าง

เธอสวมชุดนอนแล้วเอนตัวลงบนเตียง มองไปที่ตู้เสื้อผ้านั้นอย่างเงียบงัน

เธอกับเวินรั่วอันรู้จักกันตั้งแต่สมัยมัธยม ตอนแรกนั่งโต๊ะเดียวกัน ต่อมาก็กลายเป็นเพื่อนสนิท ความสัมพันธ์ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ จนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน แล้วก็กลายเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุด

พวกเธอคุยกันได้ทุกเรื่อง คอยช่วยเหลือกัน และผ่านช่วงเวลาในมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน

ต่อมาเธอได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทเทียนหย่วนกรุ๊ป และในกลุ่มนักศึกษาฝึกงานรุ่นเดียวกันนั้นก็มีซ่งแหยียนจินอยู่ด้วย

ตอนนั้นเธอไม่รู้ว่าซ่งเหยียนจินเป็นทายาทตระกูลซ่ง คิดว่าเขาเป็นแค่เด็กธรรมดาที่มาจากครอบครัวธรรมดาเหมือนกับเธอเท่านั้น

ทั้งสองคนถูกจัดให้อยู่กลุ่มเดียวกัน ทำโปรเจ็กต์ร่วมกัน ทำงานล่วงเวลาด้วยกัน จนค่อย ๆ เกิดความรู้สึกดีต่อกัน แล้วในที่สุดก็กลายเป็นคนรักกัน

กระทั่งคบกันมาได้สามปี จนเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนั้น เธอถึงได้รู้ว่าซ่งเหยียนจินเป็นคนตระกูลซ่ง

พอคิดมาถึงตรงนี้ หลินชิงเยียนก็ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องของตัวเองเบา ๆ

ตรงนั้นมีรอยแผลเป็นลึกอยู่หนึ่งรอย

วันนั้นทั้งสองคนนั่งอยู่เบาะหลังของรถแท็กซี่ พอท่อเหล็กจากรถบรรทุกข้างหน้าทะลุกระจกหน้ารถพุ่งเข้ามา เธอก็แทบจะโดยสัญชาตญาณรีบยื่นตัวไปบังซ่งเหยียนจินไว้ แล้วท่อเหล็กนั้นก็แทงทะลุเข้าร่างของเธอ บาดโดนมดลูก…

ระหว่างที่เธอกำลังพักฟื้น เวินรั่วอันก็ได้เข้าทำงานที่บริษัทเทียนหยวนตามการแนะนำของเธอ

นับ ๆ เวลาดูแล้ว ก็แค่ครึ่งปีเท่านั้นที่เธอกับซ่งเหยียนจินไปจดทะเบียนสมรสกัน

จะว่าไป เพื่อนสาวคนนี้ของเธอก็มีเล่ห์เหลี่ยมไม่เบาเลยนะ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก…

ซ่งเหยียนจินเคาะประตูอยู่ข้างนอก

“เหยียนเหยียน เปิดประตูให้ฉันเข้าไปหน่อย”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 100

    ยาน้ำขมมาก หลินชิงเหยียนกลั้นหายใจแล้วซดหมดในอึกเดียว แต่พอรสขมตีกลับมา ก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที เธอรีบมองหาน้ำดื่ม แต่ว่าแถวนั้นไม่มีเลย มีแค่แก้วหนึ่งในมือของเซิ่งถิง เธอจึงรีบคว้ามาแล้วกระดกดื่มไปหลายอึก ถึงจะกดอาการคลื่นไส้เอาไว้ได้ ไม่ได้อาเจียนออกมาหันไปมองเซิ่งถิงอีกครั้ง ก็เห็นว่าเขากำลังทำหน้าบึ้ง สีหน้าเคร่งเครียดจ้องมองเธออยู่หลินชิงเหยียนยัดแก้วกลับคืนใส่มือเขา “คราวหน้าช่วยเตรียมน้ำไว้ให้ฉันสักแก้วด้วยนะ ขอบคุณ”เดิมทีการประชุมมีกำหนดทั้งช่วงเช้า หลินชิงเหยียนได้นำเสนอแผนงานของพวกเขาให้กับเซิ่งซื่อ แต่เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัด แผนดังกล่าวจึงเป็นเพียงแผนเบื้องต้น ยังไม่สมบูรณ์ และยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่ได้พิจารณาให้รอบด้านแต่ทางฝั่งเซิ่งซื่อกลับให้ความสนใจอย่างมาก ร่วมถกเถียงแลกเปลี่ยนกับพวกเขาอย่างกระตือรือร้น พร้อมทั้งช่วยกันปรับปรุงแผนให้สมบูรณ์ การประชุมครั้งนี้จึงยืดเยื้อไปตลอดทั้งวัน และที่หาได้ยากคือ เซิ่งถิงอยู่เข้าร่วมตลอดทั้งกระบวนการเมื่อการประชุมใกล้จะจบ ทางเซิ่งซื่อก็ตัดสินใจยืนยันความร่วมมือกับพวกเขาทันที หลินชิงเหยียนและเพื่อนร่วมงานต่างดีใจ

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 99

    จะเป็นไปได้ยังไงกัน เราเป็นเพื่อนกันนี่นา เธอกำลังท้องอยู่แต่กลับไม่มีที่ไป ฉันก็ต้องสงสารเธออยู่แล้วสิ”“พูดว่ามาสงสารฉันอะไรแบบนั้น ฟังดูไม่น่าฟังเอาเสียเลย”“เธอไม่ชอบฟังเหรอ แต่ฉันว่าจริง ๆ แล้วเธอก็น่าสงสารไม่น้อยนะ ไม่มีใครรักไม่มีใครเอาใจ แถมงานการก็ยุ่งเหยิงไปหมด…”“อย่าพูดอีกเลย!” เวินรั่วอันกัดฟันแน่น แม้แต่ตัวเธอเองยังรู้สึกว่าน่าสงสารขึ้นมา “ฉัน…ฉันแค่มาพักอยู่ที่เธอสักไม่กี่วัน เดี๋ยวก็จะมีคนมารับฉันไป”หลินชิงเหยียนแค่นหัวเราะเบา ๆ หวังให้ตระกูลซ่งมารับสินะ ก็คงมารับจริงนั่นแหละ แต่สิ่งที่พวกเขาเล็งไว้คือเด็กในท้องของเธอ ส่วนตัวเธอเอง ในสายตาคนตระกูลซ่งแล้ว ก็แทบไม่มีค่าอะไรเลยกลางดึกทั้งลมแรงทั้งฝนหนัก แต่หลินชิงเหยียนกลับหลับสบายเป็นพิเศษเช้าวันถัดมาเธอสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากด้านนอก หลินชิงเหยียนงัวเงียวิ่งไปที่หน้าต่าง เห็นเวินรั่วอันตะโกนไปด้วย วิ่งออกไปด้วย พร้อมกับเปิดประตูรั้วหน้าบ้านและซ่งเหยียนจินก็นั่งพิงอยู่ตรงหน้าประตูในสภาพเมามาย พอเธอเปิดประตูออกมา เขาก็ทรุดล้มลงกับพื้นทันทีแต่เห็นได้ชัดว่าทั้งตัวของเขาเปียกชุ่มไปหมด หนาวจ

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 98

    เฮ้ย!ซวยแล้ว!เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยหรือว่าแค่ใจกล้าเกินไปกันแน่?คุณชายท่านนี้ เธอกล้าขนาดไปแตะต้องเขาได้ยังไงกัน!พวกเขาเล่นเกมนี้กันแต่แรก ก็ไม่เคยนับรวมเขาเข้าไปอยู่แล้วด้วยซ้ำ!ความจริงแล้วหลินชิงเหยียนก็ไม่ได้ใจกล้าขนาดนั้น พอจูบเข้าไปครั้งนี้จึงมีอาการร้อนรนอยู่บ้าง จนเผลอไปกระแทกโดนฟันของเขา พอเห็นสีหน้าเขายิ่งเย็นชาลงไปอีก เธอก็รีบผ่อนแรงลง ค่อย ๆ จูบริมฝีปากของเขาเบา ๆ ทีละนิด ราวกับกำลังเอาใจในขณะที่ทุกคนคิดว่าเซิ่งถิงจะผลักเธอออกไปอย่างแรง หรืออาจถึงขั้นลงมือฟาดเธอสักฉาดหนึ่ง เขากลับเพียงแค่คว้าจับต้นคอด้านหลังของเธอไว้ ราวกับกำลังจับลูกแมวตัวหนึ่ง แล้วดึงเธอออกจากตัวเขาอย่างง่ายดาย“ไปให้ห่างจากฉัน!” เขาพูดเสียงเย็นชาซี้ด… เย็นชาซะจริงแม้คำพูดนั้นจะพูดกับหลินชิงเหยียน แต่คนอื่น ๆ ก็รู้สึกหนาวเย็นไปตาม ๆ กันแต่หลินชิงเหยียนกลับเม้มปากนิดหนึ่ง “งั้นในเมื่อฉันจูบคุณไปแล้ว คุณก็ต้องพูดว่าคุณไม่โกรธฉันแล้วสิ”เซิ่งถิงหรี่ตาลง “เธอยังกล้ามาสั่งฉันเหรอ?”“งั้นก็แปลว่าคุณเล่นไม่เป็นสินะ?”สีหน้าของเซิ่งถิงตึงเครียดขึ้นทันที สีหน้าเ

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 97

    “คิดจะใช้น้ำชามาตบตาพวกเราเหรอ……”“คุณหู อย่าเพิ่งร้อนใจไปสิ ฉันแค่อยากใช้น้ำชานี้ขอโทษทุกคนเท่านั้น จริง ๆ แล้วฉันดื่มต่อไม่ได้แล้ว เพราะสามีฉันไม่ให้ดื่มแล้วค่ะ”เซิ่งถิงที่กำลังก้มตัวเขี่ยเถ้าบุหรี่อยู่ พอได้ยินคำพูดนั้น การเคลื่อนไหวของมือก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึเบา ๆ“โอ้ คุณหลินแต่งงานแล้วเหรอ สามีเป็นคนที่พวกเรารู้จักไหมล่ะ?” ชายคนหนึ่งถามขึ้นมาอย่างจงใจเธอคบกับซ่งเหยียนจินมาหกปี ภายนอกย่อมต้องมีข่าวลืออยู่บ้างหลินชิงเหยียนแสร้งยิ้มอย่างเขินอาย “สามีฉันเก่งมากเลยนะ เข็มขัดดำเทควันโด ชอบออกกำลังกาย ทั้งตัวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ กำปั้นอย่างกับอุ้งตีนหมี แค่ตบทีเดียวก็ทำให้คนกระดูกหักได้แล้ว”จะขู่ใครกันล่ะ?ยังอวดอีกว่าแค่ฝ่ามือเดียวก็ทำให้คนกระดูกหักได้……แต่พอคำพูดนี้หลุดออกมา ก็มีอยู่ไม่กี่คนที่ชักจะขี้ขลาดขึ้นมา ไม่กล้าโห่ฮาเอะอะต่อแล้ว“ฮะ!” เจียงม่อเหยียนกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เผลอหัวเราะออกมาเสียงหนึ่ง พอเห็นคนอื่นหันมามองเขา ก็รีบอธิบายว่า “ฉันแค่รู้สึกว่าสามีของคุณหลินเก่งมากจริง ๆ!”เห็นได้ชัดว่าเจียงม่อเหยียนรู้เรื่องของเธอกับเซิ่งถิงดี หลินชิงเหยียนเม

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 96

    “เอ๊ะ คุณหลิน บังเอิญจริง ๆ เลยนะ!”“เซิ่งถิงอยู่ข้างใน เดี๋ยวฉันพาเธอไปหาเขา!”“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกร็งหรอก ข้างในก็มีแต่คนคุ้นเคยกันทั้งนั้น!”ยังไม่ทันให้หลินชิงเหยียนได้ปฏิเสธ เจียงม่อเหยียนก็พาเธอเข้าไปอย่างกระตือรือร้น ผลักเธอเข้าไปในห้องรับรอง ท่ามกลางสายตาของทุกคน แล้วดันเธอไปนั่งข้าง ๆ เซิ่งถิงโดยตรง บนที่นั่งข้างเขาเดิมทีเซิ่งถิงยังมีรอยยิ้มประดับหน้าอยู่ แต่พอเธอนั่งลง รอยยิ้มนั้นก็หายวับไปในพริบตา สีหน้าของเขาก็หม่นลงทันทีนี่คือไม่ต้อนรับเธอเหรอ?เรื่องนี้ทำให้หลินชิงเหยียนรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่รู้ว่าควรจะลุกเดินออกไปดี หรือควรนั่งอยู่ต่อคนอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ในที่นั้นต่างก็พากันคาดเดาฐานะของหลินชิงเหยียน ก่อนหน้านี้ในงานเลี้ยงประจำปีของหลินเฟิง เธอไม่เพียงได้นั่งโต๊ะหลัก แต่ยังนั่งข้าง ๆ เซิ่งถิงอีกด้วย เกิดขึ้นสองครั้งติดกันแบบนี้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน“พอสาวสวยมา ทุกคนทำไมถึงดูเกร็งกันไปหมดล่ะ?” ชายหนุ่มที่สวมแว่นคนหนึ่งพูดแซวขึ้นมาคนอื่น ๆ ก็พากันรับมุกนี้ต่อ ทำให้บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง คนฉลาดแม้จะไม่รู้ว่าหลินชิงเหยียนมีที่มาที่ไปอย่

  • ทิ้งผัวปลอม แต่งใหม่กับทายาทพันล้าน   บทที่ 95

    “ฉัน...ฉันยังมีธุระอยู่นิดหน่อย”“ทุกคนก็อยู่ข้างในกันหมด อย่างน้อยคุณก็เข้าไปโผล่หน้าเสียหน่อย เข้าไปดื่มสักแก้ว ถือว่าให้เกียรติฉันหน่อย ได้ไหม?”ซ่งเหยียนจินกระแอมเบา ๆ แล้วพูดว่า “เกียรติของคุณชายเจียง ฉันจะไม่ให้ได้ยังไงล่ะ”เจียงม่อเหยียนอดชะงักไปไม่ได้ แค่ยกยอเขานิดเดียว เขากลับฉวยโอกาสไต่ขึ้นตามน้ำจริง ๆ เลย!“งั้นฉันคงต้องขอบคุณคุณชายซ่งให้ดี ที่ยอมให้เกียรติฉันขนาดนี้นะ”ซ่งเหยียนจินเดินตามเจียงม่อเหยียนเข้าไป ภัตตาคารแห่งนี้เป็นเรือนโบราณแบบสามลาน ด้านในมีผนังกำบังสายตา มีระเบียงทางเดินโค้ง มีภูเขาจำลองและสระน้ำ บรรยากาศดีมากเขาเดินตามเจียงม่อเหยียนเข้าไปพลางเหลียวมองไปรอบ ๆ พยายามหาว่าหลินชิงเหยียนอยู่ที่ไหน แต่ทุกห้องต่างก็มีม่านปิดอยู่ มองไม่เห็นคนข้างในเลยเดินเข้าไปจนถึงลานด้านในสุด ที่นี่แตกต่างจากด้านหน้าซึ่งมีคนเดินเข้าออกจอแจ ตรงนี้กลับเงียบสงบ ทางเดินคดเคี้ยวลึกเข้าไป แม้แต่พนักงานเสิร์ฟอาหารก็ยังเดินอย่างแผ่วเบาพอเข้าไปในห้องแล้ว ถึงได้ยินเสียงพูดคุยกันอย่างครึกครื้นซ่งเหยียนจินเหลือบตาเห็นเซิ่งถิงที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธานตั้งแต่แวบแรก เห็นว่าข้างกายเขา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status