Mag-log inหนึ่งปีต่อมา
ฉันคุณแม่ลูกหนึ่ง แม่เลี้ยงเดี่ยว กำลังชงนมผงให้ลูก ที่จริงฉันไม่อยากให้ลูกกินนมผงหรอก แต่ติดที่ฉันไม่ค่อยมีน้ำนม ฉันใจเหม่อลอยนึกถึงเรื่องราวต่างๆ จนน้ำร้อนลวกมือ ฉันเดินไปหายามาทา รีบพันแผลไว้ลวกๆ ก่อนจะไปชงนมนำไปให้ลูก ฉันมองหน้าลูกสาววัยสามเดือนเศษ ก่อนน้ำตาจะไหลออกมาอย่างไม่รู้สาเหตุ กระทั่งเสียงคุ้นหูดังขึ้น
“เหนื่อยหรือเปล่าคุณแม่ พี่มาดูงานที่นี่เลยได้แวะมาเยี่ยมเรา แต่หวังว่าคนที่พี่ส่งมาดูแลคงแบ่งเบาว่าที่คุณแม่มือใหม่ได้นะครับ”
กราบคนที่มาหาสักพันครั้งก็ไม่สามารถทดแทบบุญคุณเขาได้ทั้งหมด ฉันยิ้มให้รุ่นพี่ และบอกลูกสาว
“พ่อทูนหัวหนูมาแล้วจ้าหนูโปรด ลุกขึ้นมาไหว้เร็ว”
รุ่นพี่ยิ้ม วางของเดินมาดูหลาน “เห็นตอนคุยกันทางมือถือ ตัวจริงไม่เล็กนะเนี่ย น่าเอ็นดูจริงลูก”
ฉันชะงักไป มองมือใหญ่ที่จับขาเล็กของลูก เหมือนรุ่นพี่ไม่คิดอะไรก็ถามเรื่องอื่น
“มาตรวจงานเหรอคะ”
“อืม คงอยู่หลายวัน ดีเลยจะได้อยู่กับยายหนูโปรด”
“ขอบคุณนะคะ” ฉันไปรินน้ำให้เขา ก่อนที่พี่เลี้ยงที่รุ่นพี่จ้างมาให้จะมาอุ้มลูกสาวฉันออกไปเพื่อให้เรอนมที่ดื่มเข้าไป ฉันมองตาม
“ยายหนูโชคดีที่มีพี่ เอ่อ ฉันด้วย”
รุ่นพี่ไม่พูดอะไร เพียงสบตาฉัน เหมือนเราเข้าใจกัน เขาถามถึงสุขภาพ ฉันบอกว่าโอเคแล้ว รุ่นพี่หยิบของกินเยอะแยะไปใส่ตู้เย็น ฉันมองด้วยความอุ่นใจ
ฉันเหมือนไม่มีใคร แต่ฉันอุ่นใจที่เห็นหน้ารุ่นพี่ แค่นี้ก็คงได้แล้ว สำหรับชีวิตที่พลั้งพลาดไป และไม่นานฉันจะเป็นคนเข้มแข็งอีกครั้ง
“พี่คุยไม่นานนะ แต่จะเข้ามาตอนเย็น จะมาฝากท้องที่นี่”
ฉันพยักหน้าและเดินไปหยิบซองเงินให้รุ่นพี่
“รับไปนะคะ ตอนคลอดก็ช่วยแล้ว แต่เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องหรอกค่ะ เงินเก็บเต่าพอจะมี”
เงินซองนี้ รุ่นพี่โอนมาให้ ฉันเองไม่รู้จะโอนคืนยังไง เพราะไม่รู้เลขบัญชีเขา ได้แต่เก็บไว้เพื่อรอคืน
ฉันคลอดลูกแล้ว ยังจะช่วยเหลือทุกเดือน ลำพังเงินจากบริษัทก็เพียงพอ
“ไหนบอกอยากซื้อบ้าน ไม่เก็บไว้ดาวน์ล่ะ พี่ว่าก็ดีนะ ดีกว่าอยู่บ้านเช่า”
สายตาอ่อนโยนมองรอบๆ บ้านหลังเล็กแต่สะอาดสะอ้าน ฉันจึงเอ่ยเรื่องที่รุ่นพี่พูด
“มาคิดดูอีกที เก็บเงินไว้ให้ลูกได้เรียนหนังสือคงดีกว่าค่ะ เอ่อ ผ่อนบ้านหลายปี ถ้าเอ่อ…”
“บริษัทพี่ไม่ไล่เต่าออกหรอกน่า ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น”
เขายิ้ม จับไหล่ฉันเบาๆ
“รุ่นพี่ดีกับเต่ามาก เต่าขอบคุณค่ะ แต่เรื่องบ้านต้องตัดสินใจอีกที”
ฉันยังหยิบซองขาวมายื่น รุ่นพี่รับไว้ “ก็ได้ ตามใจนะ ว่าแต่เตรียมพร้อมไปทำงานหรือยัง”
ฉันพยักหน้า รุ่นพี่ยิ้มบอกว่า ดีมาก ก่อนเดินไปทำงาน ฉันมองตาม รู้สึกเป็นบุญเป็นคุณ แต่เรื่องอื่น ไม่คิดแม้แต่นิดเดียว
รุ่นพี่เพียบพร้อม ควรเจอคนที่เพียบพร้อมซึ่งไม่ใช่ฉัน
“หลับแล้วค่ะคุณ หนูพาไปนอนนะคะ” พี่เลี้ยงยังสาวบอกฉัน เมื่อรุ่นพี่กลับไป ฉันส่ายหน้า รับลูกสาวมาอุ้ม ต้องการพาไปนอนด้วยตนเอง และฉันนอนมองหน้าลูกน้อย พร้อมกับหัวใจที่เจ็บ
ถ้าวันนั้น ฉันทำอย่างที่พ่อโปรดรักบอก ป่านนี้ฉันคงกลายเป็นคนบ้าไปแล้วก็ได้
ฉันลูบผมสีดำเบามือ ก่อนลุกขึ้นไปหาเสื้อผ้าเพื่อใส่ทำงาน และก้มมองหน้าท้องตนเองที่ยังหนา สงสัยฉันต้องไปหาเสื้อ กระโปรงใหม่สองสามชุด กว่ารูปร่างจะกลับมาเหมือนเดิม
ฉันเริ่มเปลี่ยนกางเกงขาสั้นที่ใส่ เป็นขายาวผ้านิ่ม รวบผมที่ยาวระต้นคอให้เรียบร้อย ไม่ลืมบอกพี่เลี้ยงลูกเรื่องออกไปข้างนอก ฝ่ายนั้นกำลังล้างขวดนมลูกสาว ฉันเดินออกจากบ้านและคิดว่าจะทำอย่างไร เรื่องพี่เลี้ยงที่รุ่นพี่ส่งมา เพราะลำพังเงินเดือนฉันคงจ้างต่อไปไม่ได้ ฉันต้องเก็บเงินไว้บ้าง ครั้นจะส่งกลับก็ทำงานไม่ได้
ฉันคิดถึงที่บ้าน และมองมือถือ อยากโทรไปปรึกษาน้อง แต่ฝ่ายนั้นคงกำลังงานยุ่งอย่างเคย ฉันตัดสินใจไปซื้อชุดทำงานก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องใหญ่ที่ละเลยมานาน
เสียงแตรรถบีบไล่ฉันตอนข้ามถนน ฉันรีบข้ามไปยังตลาดซึ่งอยู่ไม่ไกลบ้าน
ฉันต้องดูแลตนเองมากกว่านี้ ตอนนี้มีลูกแล้ว จะคิดอยากตายเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้
ฉันเดินไปซื้อเสื้อผ้าเมื่อถึงหน้าตลาด ฉันมาอยู่ที่นี่ปีกว่าตั้งแต่เกิดเรื่องช้ำใจซ้ำๆ จนรู้จักจังหวัดนี้ดีพอใช้ การงานของฉันก็ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ฉันโชคดีแม้ตั้งท้องก็ได้ทำงานบริษัทในเครือของรุ่นพี่ แต่เมื่อคลอดก็ต้องลา ซึ่งเรื่องของวันหยุดฉันไม่หน้าด้าน แต่เรื่องหน้าด้านไปทำงานฉันยังคงต้องทำต่อไป เพราะฉันมีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องดูแล
ฉันจ่ายเงินเมื่อได้เสื้อผ้า ฉันรับสายกระต่ายที่โทรเข้ามา
“พี่เมื่อไหร่มาหากันบ้าง”
“เธอก็รู้พี่เพิ่งทำงานนะ” ฉันยังอ้างเหตุผลเดิมๆ กับน้อง เพราะยังกลับไปไม่ได้ กระต่ายเสียงเง้างอด
“ฉันเองต้องทำงานเหมือนกัน แต่เดือนนี้ยอดเข้าเป้า ฉันจะไปหาพี่นะ ฉันเหงา คิดถึง”
ฉันสงสารน้อง น้องเองก็คงโดดเดี่ยวเหมือนฉัน เพราะตอนนี้ไม่มีแม่ ฉันมองมือถือก่อนจะตอบรับ
“มาสิ เอ่อ แล้วพ่อเป็นยังไงบ้าง”
“เมียใหม่เขาดูแลกันเองแหละ ฉันเองไม่ไปวุ่นวาย ขอแค่อย่ามายุ่งกับข้าวของในบ้าน”
ฉันคิดถึงแม่สุดหัวใจ กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล
ชีวิตฉัน ต้องเจอเรื่องร้ายๆ พร้อมกัน กว่าจะผ่านมาได้ก็แทบปางตาย ขอแค่ร้องไห้เท่านั้น แต่ฉันจะเข้มแข็ง ฉันกางร่มเมื่อเริ่มมีแดด เพราะไม่อยากเป็นลม ก่อนจะเดินกลับบ้าน เหตุเพราะอยากออกกำลังกาย
ฉันยังคิดเรื่องราวที่ปวดหัว แม้รู้ว่ามันปวดหัว แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อฉันยังไม่ลืมเลือนอะไรที่แสนเจ็บปวดพวกนั้น แต่คนเราจะจดจำไปจนตายหรือเปล่า ฉันก็ไม่รู้ คงต้องรอดูเมื่อเวลาผ่านล่วงเลยไปเท่านั้น
เมื่อมาถึงบ้าน ฉันไปล้างมือ และชะเง้อมองลูก เมื่อเห็นว่ายังหลับก็ไปซักเสื้อผ้าที่ซื้อมา แต่พี่เลี้ยงลูกมาบอกว่าจะทำเอง ฉันขอบใจยื่นถุงผ้าให้ฝ่ายนั้น ก่อนจะไปล้างหน้า และไปอุ้มลูกที่ตื่นตาแป๋ว
“ตื่นแล้วเหรอ โปรดรักของแม่ มาเร็ว แม่จะอุ้มไปเดินเล่นนะคะ เด็กดี”
ฉันรู้สึกว่าโลกนี้มันน่าอยู่ต่อ เพราะคนในอ้อมแขน ฉันมองดูลูกไม่เบื่อ แต่เมื่อจ้องนานๆ กลับเห็นเป็นใบหน้าพ่อของลูก ดังนั้นเมื่อฉันเห็นลูกดิ้นรน จึงวางในเปลไกวอีกครั้ง และไกวด้วยมือ อีกมือก้มมองรูปถ่ายก๊วนเพื่อนๆ
อยากรู้นักตอนนี้ทุกคนเป็นอย่างไร ฉันลูบใบหน้าปานวาด ตรี จักร และค้างไว้ที่ใบหน้าโบ้ท ก่อนจะปิดมือถือ และเลิกต่อว่าตนเองที่เปลี่ยนเบอร์ เลิกเล่นโซเซียลต่างๆ
ก็มันจำเป็น แบบนี้ถึงจะสบายใจที่สุด หวังว่าเพื่อนๆ คงเข้าใจเมื่อรู้เหตุผล
ฉันเริ่มปวดหัวเพราะคิดมาก ร้อน เลยนอนลงที่ผ้านวมใกล้เปลลูก ไกวเปลไปด้วย ลูกยังเด็กมาก ช่วงนี้จะกิน นอน ถ่าย เท่านั้น ฉันคิดไปเรื่อย หลับตาลง
และความเหนื่อยทำให้ฉันหลับใหลไปข้างๆ เปลลูกนั่นเอง
ปานวาดกำลังมองนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในร้านก๋วยเตี๋ยว จักรหันมาหาฉันและโบ้ท“ดูเพื่อนพวกแกสิดูหิวนะเวลาเจอไก่อ่อนๆ”“แกสวยออกทำไมขายไม่ออกสักทีวะปาน” โบ้ทถามเพื่อน ฉันหยิกเอวสามีตามนิตินัย เขามองหน้าฉัน “ที่รักก็มันจริงนิ ผมชมว่าสวยนะนั่น”“พอๆ เรื่องถามกูหาผัวไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ไอ้ที่พูดกันว่าที่รัก ที่รัก ผมๆ เธอๆ กูไม่คุ้นเลย คุยกันเหมือนเดิมได้ป่ะ”ปานวาดเบ๊ะปาก ทำเอาหมดสวย โบ้ทตอบเรื่องที่เพื่อนถามและต้องการ“ไว้พูดกู มึง เรา นาย แก อะไรพวกนี้กับคู่แกเถอะ เราไม่อยากให้ลูกได้ยิน นี่ก็ฝึกตั้งนานกว่าจะชิน”“ตั้งนานอะไร พวกแกทั้งสองเพิ่งคืนดีกันสามเดือนนะ ซ้ำหน้าไม่อาย สามเดือนก็ท้องทันที”“ใครจะนอนหนาวเหมือนแก”“เอาน่าเลิกพูดมาก กินๆ จะได้ลุกให้นักศึกษา เราเป็นของแปลกสำหรับที่นี่ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว” ฉันบอกเพื่อนและสามีให้เลิกพูดกัน ปานวาดหันไปมองหนุ่มๆ นักศึกษา“รีบไปได้ คงอยากไปจู๋จี๋กับสามีที่ร้ากแกล่ะซ
“มีอะไร เราเป็นคนรักกันไม่ใช่เหรอ และคืนนี้คุณสวยจนผมนอนไม่หลับ”ฉันใจเต้น กำมือตนเอง รู้สึกกลัวขึ้นมาราวกับตนเองยังเป็นสาวเวอร์จิ้นมือใหญ่มากอบกุมที่เต้าอกข้างหนึ่งแล้ว ฉันอุ่นวาบ และใจหวิวสั่น ใบหน้าใกล้นั้นเริ่มคลอเคลียที่ใบหู ฉันเริ่มหายหนาว แม้อยากจับมือนั้นออกจากเต้าทรวงแต่ต้องห้ามตนเองไว้โบ้ทเริ่มเคล้นคลึงหน้าอกทั้งสองของฉัน สลับกันไปมา ปากจูบคลอเคลียมาที่ใบหู แก้มคาง คราวนี้ฉันนอนไม่ติดที่นอน ก้นฉันยกขึ้นและลงตามความปรารถนาของร่างกายที่มันสร้างขึ้นมาร่างนั้นคร่อมตัวฉันรวดเร็ว และดึงสายของชุดนอน สายตากำลังจ้องอกขาวอวบของฉัน ก่อนจะก้มลงเอ่ยเสียงพร่า“สวยมาก”ประทับจูบเบาๆ ที่ปากฉัน และเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ฉันรับจูบนั้นอย่างห้ามตนเองไม่ได้ มือใหญ่ยังครอบครองสองเต้าขาวนั้น ใช้มือเคล้นคลึงยอดอกฉันได้ยินเสียงตนเองครางอย่างมีความสุข ปากสวยยังคงบดจูบ แหย่ลิ้นเข้าไปไล้ดูดลิ้นฉัน ฉันตัวสั่น และมีความสุข ฉันกอดโบ้ทแน่น จูบตอบตามที่มันทำกับฉัน โบ้ทเคลื่อนร่างลง ฉันมองตาม ใบหน้านั้นซุกซบที่อกและดูดกลืนยอดอก กัดเม
“เราแต่งงานกันแล้ว ออไม่ใช่สิ ยังไม่แต่ง ออ แล้วเราจะแต่งเมื่อไหร่ครับ”“ทำไม อยากรู้ขึ้นมา เมื่อก่อนบอกอย่าพูด”“ผมเจอหน้าลูกแล้ว รู้สึกว่าคุ้นเคย และเขาเหมือนคุณ และผมก็เชื่อแม่ผม”“แต่จำฉันไม่ได้เลยหรือ”พูดออกไปแล้วก็รู้สึกตนเองเหมือนเด็ก โบ้ทเงียบงันและเอ่ยตอบ“ผมขอเวลาหน่อยนะ”มันไม่มองหน้ากันอีกเดินดูในห้อง เดินไปที่หน้าต่าง และไม่นานหันมาอีกครั้ง“เราเคยนอนที่ห้องนี้กันหรือครับ”ต้องพยายามฟื้นความทรงจำ ฉันเดินไปใกล้ กล้าๆ กลัวๆ เอื้อมมือทั้งสองไปรวบเอวคนที่รอคำตอบ เหมือนโบ้ทตัวแข็งเมื่อฉันทำเช่นนั้น ฉันเองก็ใจเต้นเป็นกลองรัว แต่ไม่ปล่อยมือ ฉันมองหน้ามัน“ดูรูปของพวกเรากันไหม ตอนเรียนด้วยกัน เผื่อจำอะไรได้”มือใหญ่เอื้อมมาลูบเส้นผม ฉันรู้สึกดีใจมาก แต่มีเสียงมาขัดจังหวะเสียก่อนก๊อกๆๆ“คุณโบ้ทคะ คุณพระพายมาค่ะ”“ออ ได้ๆ เดี๋ยวลงไป”ฉันคลายอ้อมแขน “นัดเขามาเหรอคะ ทำอะไ
“ผมขอโทษ คุณคือ”“ฉันแม่ของลูกนายไง”“แม่บอกผมยังไม่แต่งงานนี่ครับ”ฉันเอื้อมมือไปจับมือใหญ่นั้น มองใบหน้าซีดเซียว “ใครบอก นายขอฉันแต่งแล้ว ฉันไม่โกหกนายหรอก จริงนะ”มือใหญ่ดึงมือกลับ เขาเอามือจับที่หัว“ผมปวดหัวครับ เราค่อยคุยกันนะ ได้ไหม”อาจลืมไปชั่วชีวิต อาจเป็นไปได้ ฉันกลั้นน้ำตา และน้ำตายิ่งไหลบ่าที่แก้มเมื่อน้องสาวบอก โปรดรัก เขาก็ลืมเลือนเช่นกันกลับถึงห้อง ฉันบอกน้องสาวอยากอยู่คนเดียว แต่ไม่นานรุ่นพี่มาเยี่ยม ฉันต้องนั่งคุยกับเขา ทั้งที่ไม่มีจิตใจจะคุย“พี่ไม่เข้าใจ ทำไมต้องปล่อยให้เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ถ้ารักเราก็ควรมองผ่านเรื่องบางอย่าง”รุ่นพี่ตอกย้ำฉันเรื่องที่เคยพูด ตอนนี้เราเป็นพี่ชาย น้องสาวที่แสนดี ฉันรู้รุ่นพี่เสียใจ แต่ฉันไม่อยากให้ความหวังเขาได้ อยากให้เขาเปิดประตูหัวใจสำหรับรักแท้แต่ฉันกลับปิดประตูหัวใจตนเอง จนกลายมาเป็นแบบนี้รุ่นพี่จับมือฉัน ขณะที่ย่าหลานเข้ามา ก่อนจะลากลับ ฉันมองย่าของหลาน“คุณมีอะไ
“ช่วยคุณเต่าด้วยสิ ทำไมมีแต่คนว่ายน้ำไม่เป็น”เหมือนใครคนหนึ่งพูด และมีการโยนห่วงยางมาให้ฉัน ฉันพยายามสุดแรงเพื่อจับห่วง แต่แรงน้ำพัดมาพร้อมสายฝนห่าใหญ่ มาแบบไม่ทันตั้งตัว ฉันมือหลุดจากห่วงยาง เหมือนโดนกระชากจนร่างไร้แรงต้าน ฉันอยากมองหน้าลูก และฉันก็น้ำตาไหลอะไรกันนี้ ฉันไม่อยากตาย ฉันกลัวมันจริงๆ จะเกิดขึ้นอีกแล้วหรือตู้ม!!เหมือนมีเสียงกรีดร้องอีกครั้ง ฉันไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะฉันกำลังจมน้ำเพราะไร้เรี่ยวแรงทว่ากลับมีอ้อมกอดใหญ่มาพยุงมือขึ้นจากน้ำช้าๆ ฉันไม่เห็นหน้าเขา แต่รู้ว่าพ้นผิวน้ำแล้ว และหลังจากนั้น ฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยฉันตื่นลืมตาขึ้นมา ฉันชะงักถอยหลังอัตโนมัติ เนื่องจากคนที่ยืนอยู่หลังอดีตผู้จัดการฉันคือคนที่ทำให้ฉันฝันร้ายมาจนทุกวันนี้ฉันจำเขาได้ดี“ฟื้นแล้ว”พี่เลี้ยงลูกมาจับมือฉันและร้องไห้ ฉันบีบมือฝ่ายนั้น สมองประมวลผล จำได้ว่าฉันลงช่วยเด็กชายคนหนึ่ง จนตนเองเกือบไม่รอดหมอเดินเข้ามา ทุกคนในห้องถอย ฉันถามหมอ “เด็กปลอดภัยนะคะ”&ld
คนป่วยนั่งกินข้าว สายตาเหลือบมองกัน ฉันอดใจไม่ได้เพราะรำคาญ “มองทำไม ฉันทำเพราะจำเป็นหรอก ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ นายจะหาว่าใจดำ”มันเงียบฉันหงุดหงิด “ทำไมไม่พูด มัวแต่มองอยู่ได้ รำคาญ”“ถ้ารำคาญแกก็ไปสิ”ฉันอึ้ง นึกถึงวันวานยามเราทะเลาะ น้ำเสียงมันเป็นแบบนี้ ไม่ได้โกรธ แค่เฉยชาชอบกลฉันลุกขึ้น มันว่าอีก“ถ้าไม่รำคาญอย่างที่ใจพูดก็ป้อนข้าวหน่อย ฉันเหนื่อยมาก”ฉันหันมอง ใบหน้ามันซีด ฉันลืมตัวเดินไปใกล้“นายแค่เจ็บป่วยนิดหน่อย อย่ามาสำออยนะมันหลับตา “บอกว่าเหนื่อย ไม่บอกว่าสำออย”ยังมากวนประสาท ฉันจับที่วัดไข้ ยัดในจั๊กกะแรมันเร็วๆ “นิ่งๆ จะดูว่ายังมีไข้หรือเปล่า”มันนิ่ง ไม่นานสัญญาณเครื่องวัดไข้ดังขึ้น ฉันดึงมาดู“สามสิบแปด นี่ อย่าบอกว่าแกไม่กินยา”ฉันพยายามแกะมือมันและเจอยาจริงๆ ฉันรีบเอาน้ำและยัดยาเข้าปากมัน มันทำหน้าเหยเก ฉันรำคาญ“ไม่ใช่ยาเป็นน้ำนะ อย่าให้มากไป”จู่ๆ มือร้อนมาจับที่มื
“ชอบคำนี้จริงๆ โง่ ขี้ขลาด”ผมนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ อยากถีบไอ้จักรสักที แต่เกรงใจเพื่อนอีกสองคนและในคืนนั้นเรานั่งดื่มเบียร์กันหลายชั่วโมง เพราะพรุ่งนี้จักรต้องกลับกรุงเทพ ทุกคนคุยกันสนุกสนาน เป็นผมที่นั่งมองมือถือ กดข้อความส่งไปหานินจาบอกว่าขอไปหาเธอนี่ม
ผมเดินไปดื่มน้ำ อดีตเพื่อน อดีตคู่นอนคืนเดียวเดินตามมา ผมตวาดมันอีก “อย่ามาเดินตาม พูดอะไรก็พูด ก่อนจะโดนอุดปากอีก”“ใครโทรมาบ้าง พาฉันกลับเดี๋ยวนี้ นี่ถ้าว่าที่เจ้าสาวนายรู้คงสนุกพิลึก”“ขู่อีกแล้วเรอะ ลืมไปเหรอว่านี่ถิ่นใคร”“มันเรื
“และอย่าคิดว่าตนเองไม่ชั่ว อย่าสักแต่ว่าคนอื่น” ฉันยังพูดต่อ คราวนี้มันแก้มัดฉัน เอามือถือเครื่องหนึ่งมากดที่ใบหน้า ฉันเบือนหน้าหนี “อะไรของมึง”แต่ใครๆ คงลืมความชั่วไปแล้ว ถึงมาด่าแต่กู ถ้าลืมก็ดูซะ มันไม่ได้ตายไปกับเก๋หรอกนะ”ฉันงง แต่ไม่ยอมเปิด
“ถ้าไม่แต่งงาน หนูว่าพ่อคงไม่ให้ไปหรอกคะ”กระต่ายพูดออกมา ฉันมีงง น้องอีกคน คิดอะไรอยู่ พ่อหรือจะสนใจฉัน“ใช่ต้องแต่งงาน เอาสินสอดมาด้วย ถึงจะพาลูกสาวและหลานผมไปได้”พ่อเดินเข้ามาพร้อมเมียใหม่ แม่โบ้ทหันมอง “ค่ะเรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว เป็นอันว่า







