Masuk[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]
Part : คนที่ใช่ไม่ต้องพยายาม
--------------------------------------------------------------------------
กางเกงวอมขายาวตัวใหญ่โคร่งที่ปอไหมสวมใส่อยู่ แม้จะไม่สบายตัวผู้สวมใส่ เพราะต้องใช้หนังยางมารัดเอวให้พอดีตัว และพับขากางเกงขึ้นหลายทบ แต่มันก็สบายตาของชายที่อยู่ร่วมด้วยเป็นที่สุด
“แบบนี้ค่อยหน้ามองหน่อย ก้นดำขนาดนั้นยังจะกล้าโชว์”
“กะ...ก้นไหมดำเหรอคะ?”
“ใช่ ดำ ไม่น่ามอง” เขาพูดแบบนั้นเพื่อให้เธอสูญเสียความมั่นใจ ทั้งที่ความจริงแล้วก้นของเธอมันขาวนวลเนียนยั่วมือเขาเป็นที่สุด แทบจะอยากเอาหน้าซุกใจจะขาด
“...”
“จะทำอะไรกินก็รีบ ๆ ทำ”
“พี่อยากกินอะไรคะ เดี๋ยวไหมทำให้”
“อยากกินอะไรก็ทำเถอะ พี่กินได้หมด” เวลานั้นเขาเริ่มเบาความหงุดหงิดลงได้นิดหน่อย และพยายามไม่ทำตัวฉุนเฉียวออกไป
เธอนึกถึงแกงเขียวหวานตีนไก่เผ็ดที่วาโยไม่ชอบทาน “ไหมอยากกินแกงเขียวหวานตีนไก่เผ็ดค่ะ”
“...”
“เอ่อ...กินอย่างอื่นดีกว่า”
“ในตู้เย็นมีตีนไก่หรือเปล่า?” แม้ไม่ชอบกินแต่ก็ไม่อยากขัดใจ
“กินอย่างอื่นก็ได้ค่ะ พี่วาโยไม่ชอบตีนไก่ แถมกินเผ็ดไม่เก่งด้วย” เธอจำได้ว่าวาโยเป็นสมาชิกในบ้านคนเดียวที่ไม่ทานเผ็ด และไม่ชอบการแทะตีนไก่เป็นที่สุด
“ไปทำมา”
“ตะ...” แต่
“...”
“ได้ค่ะ” เธอกลืนคำว่าแต่ลงคอไปเพราะนึกถึงคำขู่ของเขา สาวสวยรีบลงมือทำทันที เพื่อไม่ให้คนพี่ต้องหิวจนโมโหขึ้นอีกรอบ
เขายืนเฝ้าเธออยู่ในครัวไม่ห่าง ปอไหมในลุคผู้หญิงแสนธรรมดาเวลานี้ดึงดูดเขามากกว่าตอนที่เห็นเธอสวมใส่เสื้อผ้าวาบหวิวเห็นเนื้อหนัง ความเป็นเธอที่ไม่ได้ถูกเติมแต่งมันมองแล้วเพลินตาเป็นที่สุด อาจจะเพราะว่าเขาเคยตกหลุมรักเธอในตอนที่เธอเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดา ไม่ใช่กลายเป็นเด็กเสี่ยอย่างเวลานี้
“ใส่เสื้อผ้าไซส์อะไร”
“ไซส์เอสค่ะ”
“…”
เมื่อรู้ถึงคำตอบ วาโยก็ทิ้งก้นนั่งลงที่เคาน์เตอร์บาร์กลางครัว เขากดเข้าแอพสั่งของอย่างไม่รีรอ ทั้งกางเกงตัวยาว กระโปรงตัวยาว ชุดใส่เล่นอยู่บ้านที่คาดว่าเธอน่าจะใส่มันได้พอดีตัว และไม่โป๊อย่างที่เห็นเธอใส่มันอยู่ทุกวันทุกเวลา
“พรุ่งนี้ไม่มีเรียนใช่ไหม”
“ไม่มีค่ะ”
“ของน่าจะมาส่งพรุ่งนี้ รอรับด้วยแล้วกัน”
“คะ?”
“เสื้อผ้า”
“...”
เพียงแค่ได้ยินแบบนั้นก็ทำเธอหนักใจ เพราะนอกจากที่จะปฏิเสธไม่ได้แล้ว เธอยังกลัวจะทำกาวินผู้เป็นเจ้าของไม่พอใจอีกด้วย หากเห็นว่าเธอสวมใส่เสื้อผ้าตัวยาวเชย ๆ ที่เขาไม่ชอบ
“ทำไมถึงต้มสองหม้อ?”
“หม้อนี้ไหมทำให้พี่วาโยค่ะ แบบไม่เผ็ด”
“เสียเวลา เห็นพี่เป็นเด็กหรือไง ต้องทำแยกหม้อให้กิน ไม่ดูดเผ็ดออกให้ก่อนแล้วค่อยเอามาป้อนเลยล่ะ” เจ้าของใบหน้าขี้เก๊กเลิกคิ้วถาม
“...”
“ตักมา หิวแล้ว ชักช้าเดี๋ยวได้กินคนแทนกินข้าว...”
“คะ...ค่ะ” ทำไมช่วงนี้พี่วาโยพูดเรื่องนั้นบ่อยจังนะ หรือว่าเขาจะหมดความอดทนกับฉันแล้วจริง ๆ เฮ้อ อย่าเป็นแบบนั้นเลย...
ปอไหมได้แต่ภาวนาให้เรื่องที่กลัวไม่เกิดขึ้น ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าวาโยเองก็ต้องใช้ความอดทนอดกั้นไม่น้อย ในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเธอ ณ ที่แห่งนี้
*****
ทางฝั่งของกาวินเวลานี้ เขากำลังสนุกอยู่กับของเล่นชิ้นใหม่ที่ห้องพักของนางแบบสาว เธอดึงดูดเขาด้วยความเซ็กซี่เต็มร้อย และได้คะแนนความน่าสนใจเพราะเป็นของใหม่ ที่เขายังไม่เคยลิ้มลอง
“อ๊ะ!” เสียงครางดังกระเส่าเมื่อคนทั้งคู่ถึงจุดสุดยอดพร้อม ๆ กัน
“อ่าส์ แฮ่ก แฮ่ก เล่นพี่ซะเหนื่อยเลย”
“ถุงยางยังเหลืออีกกล่อง มีแรงเล่นต่อคืนนี้ใช่ไหมคะ”
“แน่นอนค่ะ พี่เล่นกับฮานะได้ทั้งคืน” คำหวานหูพวกนั้นที่เขาใช้ หลอกล่อสาวสวยได้นับสิบนับร้อย ซึ่งฮานะก็เป็นอีกคนที่ติดกับดักคำหวาน โดยเธอไม่รู้เลยว่าชะตากรรมต่อจากนี้ของเธอกับเขาจะสิ้นสุดลงเมื่อถุงยางชิ้นสุดท้ายหมด
“เสียดายจัง อยู่ได้แค่คืนเดียวเองเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ พี่ฝากแมวให้เพื่อนเลี้ยง ต้องรีบกลับไปดูน่ะ ฝากไว้นานเดี๋ยวแมวจะหลงเจ้าของ...” แมวน้อยที่ว่าเป็นสาวสวยคนเดียวกับที่เขาฝากให้เพื่อนรักดูแลอยู่เวลานี้
“เลี้ยงแมวด้วยเหรอคะ งั้นไว้วันไหนฮานะขอไปดูแมวที่ห้องหน่อยได้ไหมคะ”
“ได้สิคะ ต้องได้อยู่แล้ว” เขาตอบรับเธอไปส่ง ๆ ทั้งที่จบจากเรื่องสนุกครั้งนี้เธอคงจะหายออกไปจากชีวิตของเขาเหมือนกับผู้หญิงหลาย ๆ คนที่ผ่านเข้ามาและผ่านออกไป
“เดี๋ยวพี่มานะคะ ขอออกไปคุยธุระแป๊บนึง...”
“ค่ะ”
กาวินคว้าผ้าขนหนูมาคลุมช่วงล่างไว้ และหยิบโทรศัพท์เดินออกไปที่นอกระเบียงห้อง เพื่อโทรไปเช็คลูกแมวน้อยของเขาว่าเธอยังอยู่ดี และไม่ดื้อไม่ซนกับเพื่อนรักของเขา...
ตื๊ด~
เพียงแค่ ตื๊ด เดียวก็ได้ยินเสียงใสของปลายสายขานรับ “ฮัลโหลค่ะ”
“กินข้าวหรือยังคะเบบี๋”
“กินแล้วค่ะ พี่กาวินทำงานเสร็จหรือยังคะ เหนื่อยไหม?”
“เหนื่อยค่ะ ใช้แรงไปเยอะเลย”
“อย่าลืมทานข้าวด้วยนะคะ”
“ค่ะเบบี๋ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ เช้าแล้วพี่จะรีบกลับ”
“ไหมคิดถึงนะคะ”
“พี่ก็คิดถึงค่ะ กลับไปจะหอมให้แก้มช้ำเลย อย่าดื้อกับไอ้วาโยมันรู้ไหมคะ เดี๋ยวจะโดนมันดุเอา...”
“รู้แล้วค่ะ”
“แค่นี้ก่อนนะคะเบบี๋”
“ค่ะ” เสียงสดใสและใบหน้ามีความสุขของเธอสิ้นสุดลงทันทีที่สายของกาวินตัดไป
“ซู๊ด อ่าส์ เผ็ด เผ็ดชิปหาย”
เสียงนั้นเรียกสติของปอไหมให้หันกลับมาสนใจชายที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะทานข้าว เพราะเหมือนว่าเขากำลังจะประสบกับปัญหาใหญ่ “เอ่อ เดี๋ยวไหมไปเอาน้ำให้นะคะ”
“แฮ่ก แฮ่ก โอ๊ย เผ็ดเว้ย!” วาโยแลบลิ้นห้อยหน้าแดงก่ำ ตอนนั้นทั้งรู้สึกเผ็ดและโมโหกับคำหวานที่ปอไหมใช้พูดบอกกับกาวิน ‘ไหมคิดถึงนะคะ’ คำนั้นดังก้องอยู่ในหูวาโย เขาทั้งอิจฉาตาร้อน ทั้งยังต้องการอะไรเช่นนั้นตอบกลับจากเธอ แต่ยิ่งโหยหาก็ยิ่งไม่ได้รับ นั่นยิ่งทำเขาหงุดหงิด
“ซู๊ดด เร็ว!”
“ค่ะ ค่ะ น้ำมาแล้วค่ะ”
ปอไหมรีบยื่นน้ำเย็นชื่นใจให้กับวาโย ทว่ามีบางอย่างที่ดึงดูดความต้องการเขามากกว่าน้ำใสในแก้ว เขากระหายเธอยิ่งกว่าน้ำดื่ม
หมับ! ฟุบ!
ร่างเล็กที่เดินตรงมาทางเขาถูกดึงลงนั่งที่ตักกว้าง มือที่ถือแก้วน้ำกำแก้วใสไม่ปล่อย เพราะกลัวว่าแก้วจะล่วงแตก ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นรับจูบเจ้าของตักอย่างไม่ตั้งใจ
จ๊วบ~
ความเผ็ดแสบลิ้นทำเขาขาดสติเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เลยทำทุกสิ่งที่คิดอยากจะทำเวลานั้น ไม่เว้นแม้แต่จูบทำโทษเจ้าของแกงเผ็ดอย่างคนไร้เหตุผล เพราะเธอทำให้เขาต้องพบเจอกับความทรมานนี้ (ข้ออ้าง)
“จะ...จูบไหมทำไมคะ”
“เผ็ด” อึก อึก!
วาโยคว้าแก้วมากระดกน้ำอึกใหญ่เพื่อดับความเผ็ดร้อนในปาก เมื่อพูดอธิบายถึงการกระทำของเขาสั้น ๆ ในใจก็นึกตลกกับสิ่งที่เขาทำลงไป เพราะไม่ว่าจะยังไงเหตุผลที่บอกว่า (เผ็ด) ก็ไม่ควรยกขึ้นมาอ้าง
“เผ็ดแล้วจูบไหมทำไมคะ?”
แถไปเลยไอ้วาโย… “ก็ไหมทำให้พี่เผ็ด” แบบนั้นแหละ ใช้ได้
“ก็ไหนบอกว่าอยากลองกินเผ็ดไงคะ”
“อยากลองกินเผ็ด ไม่ได้แปลว่ามันไม่เผ็ดหนิ พอ พอ เลิกเถียง”
อึก อึก!
วินาทีเดียวกันนั้น สายตาของวาโยก็เหลือบไปเห็นสีหน้าตลกของปอไหม ที่ดูจะมึนงงกับเหตุการณ์ฉวยโอกาสที่เขาทำเมื่อครู่ ถึงแม้จะมีเหตุผลก็ฟังไม่ขึ้น แต่เขาก็เลือกจะพูดมันออกไปแบบนั้น...
“...” ทำไงดี เขาจูบฉันจนได้
จูบเมื่อครู่เรียกได้ว่าเป็นจูบแรกของเขาและเธอก็ว่าได้ จูบที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเจ้าตัวที่เป็นคนเริ่มก็ไม่คิดว่าจะทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่จังหวะนั้น ริมฝีปากสวยของเธอมันยั่วยวนเขาในวินาทีที่ไร้ซึ่งสติ
“เดี๋ยว...” เขาหยุดคนตัวเล็กที่ทำท่าจะลุกออกจากตักด้วยแขนล่ำที่ใช้ล็อกกอดเอวคอดบางของเธอไว้
“คะ”
“พี่ถามอะไรหน่อย”
“...”
“จะอยู่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ไหมรู้ใช่ไหม ว่าเปลี่ยนนิสัยไอ้กาวินมันไม่ได้”
“...ไหมรู้ค่ะ แต่พี่กาวินมีบุญคุณกับไหม จะให้ไหมทิ้งเขาไปได้ยังไงคะ ถ้าเขาไม่ไล่ไหมก่อน...”
“ไม่ใช่เพราะเรื่องบุญคุณหรอก แต่เพราะไหมรักมันมากกว่า”
“ค่ะ ไหมรักพี่กาวิน เพราะเขาใจดีและมีบุณคุณกับไหม” เธออธิบายเพิ่มเติมถึงคำที่เธอพูดบอกไปก่อนหน้าว่าเธอรักเขาเพราะอะไร
“...”
คำพูดทิ่มแทงใจดำที่เขาได้ยินอยู่บ่อยครั้ง มันก็ชัดเจนว่าเธอรักกาวินจนหมดหัวใจ แม้ว่าความจริงเขาเองก็มีบุญคุณกับเธอไม่ต่างกัน แต่เธอกลับมองเห็นแค่สิ่งที่เธอต้องการจะเห็นเท่านั้น
“ถ้างั้น ก็ควรตอบแทนบุญคุณพี่ด้วยสิ จริงไหม?”
“...”
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] • [Follow the next episode]
• เพิ่มเข้าชั้น • กดหัวใจ • คอมเมนท์ •กดติดตาม และฝากซัพพอร์ตนักเขียนด้วยนะครับ~
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : กาวิน*วิวาร์ NC--------------------------------------------------------------------------โรงพยาบาล...แม้จะเหน็ดเหนื่อยกับงานที่ทำ ฉันก็ไม่สามารถทิ้งก้นนั่งพักได้ เพราะยังต้องมารับมือกับคนไข้อีกคนที่คอยตามติดฉันอยู่ไม่ห่าง ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นโรคขาดความอบอุ่นอะไรทำนองนั้น“วาร์วาร์คะ มาให้พี่กอดกอดหน่อย”“เฮ้อ เลิกอ้อนวาร์เป็นเด็กแดงได้แล้วค่ะ อายุสามสิบกว่าเข้าไปแล้วนะ ยังทำตัวเป็นเด็กขาดความอบอุ่นไปได้”“ก็พี่รักของพี่หนิ ขออ้อนหน่อยไม่ได้เหรอ”เธอรู้ดีว่ากาวินเป็นคนที่ติดสกินชิพและขี้อ้อนแค่ไหน ไม่ต่างจากหมาแมวที่กำลังออดอ้อนเจ้าของของมัน และที่เขาเป็นแบบนี้ก็อาจจะเพราะว่าเขากลัวว่าจะถูกเธอไม่รักอีกครั้งหากว่าทำตัวเป็นคนรักไม่เอาไหนเหมือนอย่างเมื่อก่อน แต่บทจะเป็นคนรักที่ดีก็หาความพอดีไม่เจอ...“ซื้อของกินเข้ามาเพิ่มเหรอคะ” คุณหมอคนสวยถามกับแฟนหนุ่มขี้อ้อนเมื่อเปิดตู้เย็น และเห็นว่ามีของกินอยู่เต็มตู้“ใช่ครับ”“มีกล้วยด้วยแฮะ” เธอหยิบกล้วยลูกใหญ่ที่เห็นในตู้เย็นออกมาทันที ก่อนจะเดินตรงไปหาแฟนหนุ่มตามคำเรียกหาของเขาในก่อนหน้
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : วาโย*ปอไหม NC-------------------------------------------------------------------------- ตอนนี้ ‘ลาวา’ ลูกสาวผมอายุครบหนึ่งขวบแล้ว เธอเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของครอบครัวผม และทำให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น เพราะหลังจากที่ผมสร้างครอบครัวกับปอไหม พ่อก็ไม่เคยพูดเรื่องความต้องการเดิมที่อยากให้ผมกลับไปเรียนต่อเพื่อมาขึ้นรับตำแหน่งอีกเลยเขาปล่อยให้ผมได้ทำตามใจโดยมีข้อแม้ว่าผมและปอไหม รวมถึงลาวาลูกสาวต้องอาศัยอยู่ที่นี่ด้วยกัน ไม่ย้ายออกไปสร้างครอบครัวใหม่ที่ไหนไกลตา แต่ทำครอบครัวเดิมให้เป็นครอบครัวที่แข็งแกร่งและอบอุ่นมากขึ้น ซึ่งผมก็เข้าใจได้หากว่าท่านจะรู้สึกเหงาในช่วงอายุเลขหกนี้“หลานปู่ ชอบอันนี้ไหม หรือชอบอันนี้?” คุณปู่พยายามยื่นของเล่นเครื่องมือแพทย์ให้กับหลานสาว และดูเหมือนว่าเธอจะชอบของเล่นทุกชิ้นที่คุณปู่ยื่นให้“ยัยวาร์ยังไม่กลับมาบ้านใช่ไหมครับ”“ไม่เห็นกลับนะ สงสัยจะไปนอนค้างบ้านเจ้ากาวินหรือเปล่า”“...” ตั้งแต่ที่สองคนนั้นกลับมาคืนดีกัน ผมกับไอ้กาวินก็ตัดสินใจขายคอนโดที่เคยอยู่ และแยกย้ายกันไปเติบโตเป็นผู้ใหญ่ม
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : END.--------------------------------------------------------------------------ในเช้าวันใหม่ที่วาโยตื่นขึ้น ทันทีที่เขาลืมตาก็เห็นใบหน้าสวย ๆ ของปอไหมอยู่ใกล้เพียงแค่ปลายจมูก เธอหลับไปในอ้อมกอดของเขาทั้งคืนจนถึงเช้านี้ก็ยังหลับอยู่“ลงไปเตรียมมื้อเช้าดีกว่า...”วาโยรีบเด้งตัวออกจากที่นอนเมื่อคิดได้ว่าปอไหมคงจะหิวหากตื่นขึ้น ตนเลยรีบล้างหน้าล้างตา และลงไปจัดการมื้อเช้ารอคุณแม่ท้องอ่อนแต่เมื่อเดินผ่านห้องนอนของน้องสาวก็นึกได้ว่าเขาควรจะยืมเสื้อผ้าชุดอยู่บ้านของวิวาร์ให้ปอไหมสวมใส่ไปก่อน เนื่องจากเมื่อคืนเขาหยิบออกมาเพียงแค่ชุดนอนเท่านั้นก๊อก ๆ!“วาร์ ตื่นยัง?”ก๊อก ๆ!“แปดโมงแล้วยังไม่ตื่นอีกเหรอวะ” วาโยยืนตั้งคำถามอยู่หน้าห้องก่อนจะลองเคาะประตูเรียกอีกครั้งก๊อก ๆ! ตอนแรกเขาเกือบถอดใจเดินถอยไปแล้ว แต่พอได้ยินเสียงเปิดประตูก็หยุดก้าวเท้า แก๊ก!“มีอะไร?”“มึงมานอนอยู่นี่ได้ไงเนี่ย?!”“ก็ทำไมจะนอนไม่ได้ มึงบอกเองนะว่าจะให้กูคบกับวาร์”“ก็...” เออ กูพูดไปแบบนั้นแล้วนี่นา“…”“ก็ใช่...แล้ววาร์อ่ะ” แม้ปากจะบอกว่ายกน้องสาวให้เพื่อนสนิ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ตั้งใจรัก--------------------------------------------------------------------------ในตอนที่ผมอยู่รอไอ้วาโยที่โรงแรมกับวิวาร์ ผมไม่ได้พูดถามสิ่งที่สงสัยออกไปเลย เราต่างฝ่ายต่างเงียบและนั่งกันอยู่คนละมุมห้อง ซึ่งตอนนั้นมีคำถามมากมายอยู่ในหัวเกี่ยวกับเรื่องของขวัญที่เธอยังนำติดตัวไว้แต่ผมก็ไม่ได้ถามออกไปในทันที เพราะโฟกัสเพียงแค่ปอไหม ในตอนนั้นผมเป็นห่วงเธอมากอย่างปฏิเสธไม่ได้ กลัวว่าเธอจะเป็นอันตรายไป ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างที่วุ่นวายใจเกี่ยวกับเรื่องไหมก็คลี่คลายแล้ว และนี่คงเป็นเวลาเหมาะสมที่ผมจะถามวิวาร์ถึงเรื่องที่คาใจ...“คือ...ที่วาร์บอกว่าทิ้งของขวัญวันเกิดที่พี่ซื้อให้ไป อย่างอื่นทิ้งด้วยหรือเปล่า”“ถามทำไมคะ จะเอาของคืนหรือไง?” สีหน้าของคนเจ้าเล่ห์ทำให้เธอคิดแบบนั้น“ใช่ พี่จะเอาคืน ไหน ๆ เราก็คงไม่ได้จะกลับไปคบกันแล้วหนิ ใช่ไหม?”“เหอะ!” ให้ฉันแล้วจะมาเอาคืนเนี่ยนะ “...ทิ้งไปหมดแล้ว” เธอพูดห้วนเสียงแข็ง แสดงท่าทางไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน“หมดทุกชิ้นเลยเหรอ?”“ใช่! หมดทุกชิ้น ไม่เคยเก็บไว้ ทิ้งไปตั้งแต่วันแรกที่ของส่งมาถึงบ้า
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ดีใจที่มีเธอในชีวิต--------------------------------------------------------------------------คลินิกทำแท้งเถื่อน...“มาติดต่ออะไรคะ?” เสียงพยาบาลถามขึ้นเมื่อชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาด้านในสถานบริการด้วยท่าทางรีบร้อน“ไหมอยู่ไหน!”“ไหม!”“โทษนะคะคุณ ทำแบบนี้ไม่ได้นะ”“ถ้าไม่อยากให้ผมแจ้งตำรวจก็หลบไป! ไหม!” วาโยตรวจทั่วชั้นล่างและวิ่งขึ้นไปตรวจดูในชั้นสองก็ไม่พบอะไร จนขึ้นมาถึงชั้นที่สี่ของตึกจึงได้เห็นว่ามีสาวร่างเล็กท่าทางคุ้นตา เอามือปิดหน้านั่งร้องไห้อยู่ที่เก้าอี้ตรงหน้าห้องนั่งรอ วินาทีนั้นวาโยได้แต่ภาวนาขอให้ยังไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นกับเเธอเขาค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเธออย่างระวัง เพราะกลัวว่าจะยิ่งทำเธอขวัญเสีย แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น และเห็นว่ามีเท้าของใครบางคน หยุดยืนอยู่ด้านหน้าก็พบว่าเป็นเขา…เขาคนที่เธอกำลังคิดถึงอยู่วินาทีนั้น“ฮืออ!”“...” ผมมาทันไหมนะ “ไหม” เขาใช้เสียงโทนนุ่มเรียกหาเธอ ในตอนนั้นก็คุกเข่าลงที่ด้านหน้าคนตัวเล็ก เพราะต้องการถามไถ่กับเรื่องที่เกิดขึ้น“ฮืออ! ไหมไม่กล้าค่ะ ฮืออ!”“...” วาโยได้แต่เงียบฟัง
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : คนขี้ขลาด--------------------------------------------------------------------------วาโยพูดสารภาพทุกสิ่งที่ตนทำไว้กับปอไหม รวมถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอมาตลอดสี่ปีไม่เคยจืดจาง อีกทั้งเหตุผลที่ทำให้เขาทำเรื่องต้องห้ามนั้นกับเธอซึ่งในตอนนั้นวิวาร์ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เนื่องจากเธอไม่อาจปล่อยให้กาวินเเดินทางมาหาพี่ชายที่บ้านโดยลำพัง จึงลางานช่วงครึ่งวันและติดรถกาวินกลับมาบ้านของตัวเอง“...กูขอโทษ”ผัวะ!“มึงแม่ง!”“อย่านะ!” วิวาร์เข้ามาผลักกาวินออกจากพี่ชายของเธอ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้น แต่เธอก็ไม่ทันตั้งรับเช่นกัน แถมแรงกาวินยังเยอะกว่าที่คิดผัวะ!“พอแล้ว!”“ปล่อยมันวาร์ ปล่อยให้มันต่อยพี่” วาโยเต็มใจรับความรู้สึกเจ็บนั้น เพราะคิดว่าเพื่อนของตนก็คงปวดร้าวอยู่ภายในไม่ต่างกัน“ฮึก หยุดเถอะนะ วาร์ขอร้อง!”“...”แต่เพียงแค่กาวินเห็นว่าสาวร่างเล็กที่กอดรัดเขาอยู่จากทางด้านหน้า กาวินก็หยุดอารมณ์แค้นที่มีต่อวาโย เพราะคิดได้ว่าตนก็มีเรื่องที่ปิดบัง และทำผิดต่อเพื่อนรักเช่นกัน“ทำไมมึงถึงไม่บอกกูตั้งแต่แรก ทำไมวะ?”“
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : หมดเวลาสนุก--------------------------------------------------------------------------ยิ่งเธอดื้อที่จะอยู่ต่อ เธอก็จะต้องยอมรับความเจ็บปวดในอนาคตที่จะเกิดขึ้นไม่รู้จบ ความรักของเธอมันแสดงให้เห็นแล้วว่าไร้ค่าเพียงใด เมื่อคนที่เธอมอบให้ไม่เคยเห
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : โง่ซ้ำโง่ซาก--------------------------------------------------------------------------โรงพยาบาล V-meb เอกชลวาโยหายออกมาแต่เช้าเพราะตั้งใจมาเยี่ยมใครบางคนที่อยู่ห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลนี้ เธอเป็นคนไข้คนสำคัญ ที่เขามักมาเยี่ยมอยู่เสมอครืดด!
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : เตือนด้วยความหวังดี--------------------------------------------------------------------------พี่วาโยเป็นคนที่มีบุญคุณกับฉันเหมือนกัน แน่นอนว่าฉันก็คิดเรื่องตอบแทนบุญคุณเขา แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะตอบแทนด้วยอะไร เพราะสิ่งที่เขาทำให้มันมากมายจริง ๆ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : อย่าเล่นกับความอดทน--------------------------------------------------------------------------ตึกมหานคร ชั้น54ทั้งคู่กลับมาถึงที่พักพร้อมกับเนื้อและผักสดมากมาย ที่วาโยตั้งใจซื้อเข้ามาตุนไว้ที่พัก เพื่อจะได้ไม่ต้องออกไปซื้อของหรือเสียเวลาสั่ง







