تسجيل الدخول"หนูคิดอะไรอยู่ครับ" ฝ่ามือหนาแตะลงบนหลังมือขาวที่หยุดบีบนวดบ่าของเขา นัยน์ตาคมพยายามมองลึกลงไปในดวงตาของร่างบาง มันกำลังฉายแววเศร้าหมองออกมา"หนูแค่เผลอคิดถึงเรื่องในอดีตน่ะค่ะ" เอ่ยตอบหลังหลุดออกจากภวังค์"ไม่ต้องไปคิดถึงมันหรอกครับ ตอนนี้หนูเป็นคนของเฮียแล้ว คิดถึงแค่เฮียก็พอ" "..."ไม่ต้องส่องกระจกตอนนี้ขวัญเนตรก็รับรู้ได้ว่าหน้าตัวเองมันแดงมากแค่ไหนหลังจากได้ยินประโยคที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว เลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่าง ตั้งแต่วันที่เธอโดนทำร้ายได้รับบาดเจ็บ นับแต่นั้นมาจากัวร์ก็มักจะพูดประโยคที่ชวนให้จิตใจสั่นไหวอยู่หลายครั้ง และดูเหมือนว่ามันจะมีอิทธิพลกับเธอเป็นอย่างมากด้วย"หิวไหมครับ เฮียจะได้ให้คนเอาอาหารมื้อค่ำขึ้นมาให้หนู" "ไม่หิวค่ะ หรือว่าเฮียหิวคะ" "เฮียไม่หิวครับ หนูไปนั่งพักเถอะครับเฮียขอเคลียร์เอกสารต่อก่อน" มือหนาแตะเบา ๆ ที่หลังมือขาวเพื่อบอกให้ร่างบางหยุดนวด"หายปวดแล้วเหรอคะ""ครับ" ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มให้ร่างบางอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จากัวร์จะอ่านเอกสารบนโต๊ะต่อหลังจากขวัญเนตรเดินไปนั่งรอที่โซฟาตัวสวยกลางห้องแล้วเรียบร้อย ภายในห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงัน แต่
The Land Of Dragon เวลาฮ่องกง 20.38 น. ร่างบางในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนขายาวสีเข้มพร้อมด้วยกระเป๋าสะพายใบเดิม สองขาเรียวก้าวเดินตามหลังบอดีการ์ดไปตามทางของกาสิโนที่ภายในตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา ผู้คนที่หวังเพิ่งโชคจากการเสี่ยงดวงต่าง ๆ ตามเครื่องเล่นมากมายหลายพันเครื่อง ดวงตากวางเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นตาตื่นใจ ใบหน้าสวยหันมองซ้ายทีขวาที สองมือบางกำสายกระเป๋าแน่นพลางรีบเดินตามหลังบอดีการ์ดให้ทันเพื่อไม่ให้ตัวเองพลัดหลงทางเอาได้ จนเข้ามาถึงด้านในที่ดูเหมือนเป็นในส่วนของโรงแรม ขวัญเนตรรู้สึกคุ้นตาเพราะมันเป็นสถานที่ที่ทำให้เธอได้เจอกับจากัวร์เป็นครั้งแรกก๊อก ก๊อก ก๊อก"นายใหญ่ครับ ผมพาคุณเย่วซินมาแล้วครับ" จางเหว่ยเคาะประตูห้องทำงานของนายน้อยเพื่อขออนุญาตก่อนจะเปิดเข้าไปด้านในเพียงเล็กน้อยพร้อมบอกเสียงดังฟังชัดจนนายน้อยพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เขาถึงได้หันกลับมาหาหญิงสาว"เชิญครับ" "ขอบคุณค่ะ" ขวัญเนตรกล่าวขอบคุณให้กับจางเหว่ยพร้อมเดินเข้าไปยังด้านในห้องทำงานที่ดูคุ้นตา นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอได้มาเข้ามาในห้องนี้ แตกต่างกันก็แค่ครั้งนี้เธอเข้ามาใ
"เอ่อ.. คือว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณจากัวร์ค่ะ ไม่ทราบว่าเขายุ่งอยู่หรือเปล่าคะ" จางเหว่ยที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าห้องทำงานของนายน้อย เขามองหญิงสาวตรงหน้าที่กล้าขึ้นมายังชั้นสามของคฤหาสน์ แล้วไหนจะสรรพนามที่เรียกนายน้อยของตนว่าจากัวร์อีก ทำเอาเขารู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพราะนอกจากคนในครอบครัวและคนสนิทแล้วไม่มีใครเรียกนายน้อยของตนว่าจากัวร์เลย ส่วนมากจะเรียกคุณหลานเสียมากกว่า แล้วถ้าหญิงสาวคนนี้สามารถเรียกชื่อนี้ได้ก็แสดงว่านายน้อยของตนเป็นคนอนุญาตเอง "นายใหญ่กำลังทำงานอยู่ครับ" "อย่างนั้นเหรอคะ" ใบหน้าสวยหงอยลงทันตาเมื่อไม่สามารถเข้าไปพบกับคนด้านในได้ จนจางเหว่ยที่มองอยู่รู้สึกสงสารขึ้นมานิดหน่อยจึงได้พูดออกมาอีกครั้ง"ถ้าคุณเย่วซินมีธุระสำคัญเดี๋ยวผมจะเข้าไปเรียนนายใหญ่ให้ รอสักครู่นะครับ" "ขอบคุณค่ะ" บอดีการ์ดคนสนิทหันหลังเคาะประตูเล็กน้อยก่อนจะเปิดเข้าไปด้านใน ปล่อยให้ขวัญเนตรยืนรออยู่หน้าห้อง เพียงครู่หนึ่งประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับจางเหว่ยที่ผายมือเชิญให้เธอเข้าไปด้านใน "เชิญครับ" "ขอบคุณอีกครั้งนะคะ" จางเหว่ยก้มหัวให้เล็กน้อยพร้อมปิดประตูห้องทำงานของนายน้อยลงอย่างเบามือ
หลังจากพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บจนตอนนี้ร่างกายเริ่มกลับมาเป็นปกติ ขวัญเนตรกับเกสราก็ถูกพาขึ้นรถหรูออกจากโรงพยาบาลทันทีก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์หลังนี้ ดวงตากวางเบิกกว้างอย่างตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า ริมฝีปากบางอ้าค้าง สมองมึนเบลอจนคิดอะไรไม่ออกเพราะตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้อายุยี่สิบห้าปีแล้ว เธอไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะได้มีโอกาสมาเหยียบคฤหาสน์ตระกูลหลาน"เข้ามาสิ" น้ำเสียงทุ้มเข้มจากร่างสูงที่หยุดเดินเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองคนไม่ได้เดินตามเข้ามาด้านใน เอาแต่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้า "เอ่อ.. " "รีบเข้าไปด้านในเถอะครับ ก่อนที่นายใหญ่จะอารมณ์เสีย" จางหย่งที่ยืนอยู่ด้านหลังได้เอ่ยบอกให้ทั้งสองแม่ลูกเดินเข้าไปด้านในคฤหาสน์ก่อนนายน้อยของเขาจะอารมณ์เสียเพราะตอนนี้เจ้าตัวเริ่มคิ้วขมวดเข้าหากันแล้ว"ค่ะ ๆ" ขวัญเนตรรีบตอบกลับพลางโอบเอวผู้เป็นแม่แล้วพาเดินเข้าไปด้านในด้วยความรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ อีกทั้งยังทำตัวไม่ถูก ดวงตากวางกวาดมองไปทั่วคฤหาสน์หลังใหญ่ มันใหญ่กว่าคฤหาสน์ตระกูลลู่หลายร้อยเท่าเลย สำหรับเธอมันยิ่งกว่าคำว่าบ้านที่อีกฝ่ายเคยบอกเอาไว้เสียอีก "นายใหญ่กลับมา
ความชุลมุนเกิดขึ้นเมื่อจางลี่และเหมยลี่ถูกลากตัวออกมาจาก ฟงเหมียนที่โดนจากัวร์ยืนเอาปืนจ่อหัวอยู่ ส่วนหรงฉีที่เห็นทั้งป๊าม้าและน้องสาวโดนหยามเกียรติจึงคิดทำอะไรโง่ ๆ ด้วยการควักปืนที่เอวออกมาจะยิงใส่จากัวร์ ทว่าสุดท้ายก็โดนมีดสั้นตัดเส้นเอ็นที่ข้อมืออย่างรวดเร็วโดยที่จากัวร์ไม่ต้องหันไปมองเลยด้วยซ้ำและไม่มีใครเห็นว่าเขาหยิบมีดออกมาตอนไหน"และนี่คือสิ่งที่พวกมึงจะได้รับเมื่อมายุ่งกับคนของกู"จากัวร์กระซิบด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมข้างหูทั้งสองคน มุมปากยกยิ้มราวกับมันเป็นเรื่องสนุกสำหรับเขา มือหนาข้างซ้ายกระชากผมของหรงฉีพลางบังคับให้มองจางลี่และเหมยลี่ที่กำลังโดนซ้อมด้วยฝีมือจางเหว่ยกับจางหย่งเหมือนที่พวกเธอทำกับขวัญเนตร ส่วนมือขวาก็กดปลายกระบอกปืนข้างขมับฟงเหมียนเพื่อให้เจ้าตัวมองภรรยาและลูกสาวได้ชัดๆเต็มสองตาทางด้านบอดีการ์ดที่เหลือ รวมถึงแม่บ้านและคนรับใช้ต่างยืนตัวสั่นเทิ้ม ไม่แม้จะคิดเข้าไปช่วยเจ้านาย บางคนถึงกับฉี่แตกออกมาด้วยความกลัวสุดขีดกับความโหดเหี้ยมที่เกิดขึ้นตรงหน้า เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วคฤหาสน์ และคนที่มอบมันให้กับคนตระกูลลู่ก็คือหลานเฟยหลงนั่นเอง ๐๐๐
คฤหาสน์ตระกูลลู่รถ Auti RS78 สีดำจอดสนิทอยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ตระกูลท่ามกลางความมึนงงและสงสัยของเหล่าบอดีการ์ดที่รักษาการณ์ในเวลานี้ ก่อนที่บอดีการ์ดคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นหัวหน้าจะเดินเข้ามาใกล้ตัวรถด้วยท่าทีระแวดระวัง "มาพบใคร" กระจกด้านคนขับถูกลดลงช้า ๆ พร้อมกับจางหย่งที่แย้มยิ้มให้บอดีการ์ดคนนั้นที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดหลังทราบว่าคนภายในรถเป็นใคร"คุณหลานมีเรื่องจะคุยกับคุณฟงเหมียน รบกวนเปิดประตูให้ด้วย" "ครับๆ!! เชิญเข้าไปเลยครับ" บอดีการ์ดคนนั้นพยักหน้ารัว ก่อนจะรีบวิ่งไปหาลูกน้องที่ยืนซื่อบื้อด้วยท่าทางหวาดกลัว ตะคอกเสียงดังลั่นอย่างลนลาน "เปิดประตูสิวะไอ้พวกโง่ เดี๋ยวก็ได้ตายห่ากันหมดหรอก!!"ภายใต้ใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยหน้ากาก นัยน์ตาสีดำทมิฬกวาดมองไปทั่วบริเวณคฤหาสน์ด้วยแววตาเรียบนิ่ง ไม่นานนักรถหรูก็จอดที่หน้าทางเข้า "อย่าลืมที่ผมสั่งนะครับ"จากัวร์กระชับชุดสูทขณะก้าวลงจากรถ ท่าทางสง่างาม น่าเกรงขามและน่ากลัวปรากฏให้เหล่าบอดีการ์ดรอบข้างได้เห็นทำเอาขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอหลานเฟยหลงในระยะประชิดขนาดนี้"ครับนายใหญ่" ทั้งสองรับคำนายน้อยของตน โค้งต







