مشاركة

ตอนที่ 4 หลบหนี

last update تاريخ النشر: 2026-06-23 09:27:16

สามวันต่อมา

คฤหาสน์ตระกูลลู่ เวลา 10.47 น. 

ในค่ำคืนหนึ่งจู่ ๆ บอดีการ์ดต่างวิ่งวุ่นวายไปทั่วคฤหาสน์เพราะมีคนนำร่างลูกชายคนโตของตระกูลลู่ที่อยู่ในสภาพเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผลทั่วร่าง ใบหน้าปูดโปนเขียวช้ำจนไม่หลงเหลือสภาพของว่าที่ผู้นำเลย เหล่าลูกน้องที่เห็นเจ้านายในสภาพนั้นก็สามารถเดาได้ทันทีว่าคงเป็นคุณหลานอย่างแน่นอน เพราะหรงฉีชอบไปนอนที่กาสิโนของคุณหลาน นาน ๆ ครั้งถึงจะกลับมายังคฤหาสน์และไม่มีใครกล้าพูดถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้เลยเพราะเกรงว่าจะโดนทำโทษ

"เป็นอย่างไรบ้างลูก" จางลี่ถามลูกชายขณะพยุงพามานั่งที่ห้องโถงใหญ่กลางคฤหาสน์หลังรักษาตัวอยู่เป็นเวลาสามวันเต็ม ๆ 

"ดีขึ้นแล้วครับ" หรงฉีในตอนนี้ใบหน้ายังคงมีรอยเขียวช้ำอยู่ แต่ไม่มากเท่าตอนแรก เนื้อตัวมีผ้าพันแผลสีขาวพันเอาไว้ โชคยังดีที่ไม่มีกระดูกหักถือว่าครั้งนี้คุณหลานยังปรานี ไม่เอาชีวิต

"แล้วจะทำอย่างไรกันต่อ งามหน้าไหมล่ะ ติดหนี้คุณหลานเกือบพันล้านแบบนี้"

ฟงเหมียนตำหนิลูกชาย แม้ว่าตระกูลลู่จะเป็นมาเฟียที่มีฐานะปานกลาง แต่ก็ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น หนี้สินที่ลูกชายได้ก่อไว้รวม ๆ ทั้งต้นและดอกทั้งหมดแล้วไม่ต่ำกว่าพันล้านเลย เขาถึงได้เครียดจนปวดหัวอยู่แบบนี้ไง

"ผมบอกคุณหลานว่าจะส่งคนไปขัดดอกให้ครับ" หรงฉีตอบป๊าด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ ป๊าของเขากำลังโกรธจนเขาเข้าหน้าไม่ติด

"เกอจะส่งใครไปล่ะ ผู้หญิงที่เกอไปนอนๆ ด้วยน่ะเหรอ" เหมยลี่ถามพี่ชายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย ถ้าถามว่าเธอเป็นห่วงพี่ชายไหม เธอก็ห่วงแหละ แต่ห่วงว่าตัวเองจะไม่มีเงินไปเที่ยวมากกว่าถ้าหากต้องชดใช้หนี้ให้คุณหลาน

"เหมยลี่ลูก ลูกอยากเป็นนายหญิงของตระกูลหลานไหม ลูกลองเข้าหาคุณหลานดูสิ ลูกม้าสวยขนาดนี้คุณหลานต้องชอบต้องหลงรักแน่ๆ"

จางลี่หันไปมองหน้าลูกสาวด้วยความหวัง ถ้าหากลูกสาวของเธอได้ขึ้นเป็นนายหญิงของตระกูลหลานแล้วละก็ เธอเองก็จะสบายไปทั้งชีวิต มีทั้งเงิน ทั้งอำนาจและลูกน้องมากมายคอยรับใช้ 

"เป็นนายหญิงมันก็ดีอยู่หรอกค่ะม้า แต่หน้าตาคุณหลานเป็นอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ หากหน้าตาขี้เหร่ น่าเกลียดน่ากลัวขึ้นมาหนูไม่ต้องทนอยู่ด้วยไปจนตายเลยเหรอคะ"

เหมยลี่เบ้ปากพลางลูบแขนด้วยความขนลุกเมื่อเผลอจินตนาการถึงใบหน้าภายใต้หน้ากากที่ปิดบังเอาไว้ ไหนจะความโหดเหี้ยมเกิดมนุษย์มนาที่ผู้คนต่างร่ำลือกันอย่างหนาหู ต่อให้มีเงินเป็นล้านล้านเธอก็ไม่อยากเสี่ยงหรอกนะ

"ไม่ต้องห่วงหรอกเหมยเม่ย เกอหาคนได้แล้วละ คืนพรุ่งนี้เกอจะส่งพวกมันไปขัดดอกที่กาสิโนคุณหลานเอง"

หรงฉียิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ แม้ภายในใจจะเต็มด้วยความโกรธแค้นที่มีต่อหลานเฟยหลงจนมันเอ่อล้นออกมา รอก่อนเถอะเมื่อไหร่ที่เขาขึ้นเป็นผู้นำ เขาจะรวบรวมกำลังคนและอาวุธไปโค่นล้มตระกูลหลานให้หายไปจากฮ่องกงเอง  

"ใครคะ?" เหมยลี่ถามออกมาด้วยความสงสัยพร้อมกับจางลี่และฟงเหมียนที่มองหน้าลูกชาย

"ก็สองแม่ลูกนั่นไงครับ ผมจะส่งพวกมันไปขัดดอก" หรงฉีบอกเสียงเรียบ

แต่กลับเป็นฟงเหมียนที่ตะโกนเสียงดัง  "ไม่ได้!"

"ทำไมไม่ได้คะ ไหนคุณบอกว่าไม่ได้รักพวกมันไงคะ หรือว่าเกิดเสียดายอีเย่วเทียนขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ" จางลี่หันไปมองขวางใส่สามีทันทีด้วยความหึงหวง

"นั่นน่ะสิคะคุณป๊า ให้พวกมันไปขัดดอกกับคุณหลานสิคะ จะมาอยู่กินที่นี่สบาย ๆ ได้อย่างไร ถือเสียว่าให้พวกมันตอบแทนตระกูลเราที่ให้ที่อยู่ ให้อาหารพวกมันแล้วกันค่ะ" เหมยลี่รีบเสริมทันทีเพื่อกดดันป๊าอีกทาง 

"ถ้าคุณไม่ส่งพวกมันไปก็ให้คุณหลานมาฆ่าพวกเราให้หมดไปเลยค่ะ ตายมันด้วยกันที่คฤหาสน์นี่แหละ" จางลี่ประชดประชันใส่สามีเมื่อเห็นว่าเขากำลังอาลัยอาวรณ์อีเย่วเทียน

"พวกเราต้องมาตายเพราะผู้หญิงที่มีชู้กับลูกชู้เหรอคะ รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น" เหมยลี่รีบสมทบ

"ตระกูลลู่คงล่มสลายเพราะภรรยาน้อยของป๊ากับลูกชู้" หรงฉีร่วมวงด้วยทันที

ฟงเหมียนกุมขมับแน่นด้วยความเครียดและกดดัน เส้นเลือดเต้นตุบ ๆ อย่างคนที่คิดหนัก ตระกูลลู่ที่เขาพยายามสร้างมันมาด้วยความยากลำบากต้องมาสิ้นสลายเพราะเป็นหนี้พนัน ใบหน้าสวยของภรรยาสาวชาวไทยลอยเข้ามาในหัว ผู้หญิงที่ทำให้เขาใจเต้นแรงตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน แม้จะเสียดายและเสียใจที่ต้องปล่อยเธอไป ทว่าตระกูลลู่ก็ต้องอยู่ต่อ เขาไม่ยอมให้มันล่มสลายลงไปอย่างแน่นอน 

๐๐๐๐๐๐

บ้านเล็กหลังคฤหาสน์

หญิงสาวร่างบางกำลังทำความสะอาดบ้านอย่างขะมักเขม้นเหมือนทุก ๆ วันที่ผ่านมา สองมือจับไม้ถูพื้นเอาไว้แน่นก่อนจะถูไปตามพื้นเป็นทางเดียวกัน ทว่าสองหูพลันได้ยินเสียงบอดีการ์ดด้านนอกกระซิบกระซาบกันดังแว่วมาจากทางหน้าบ้าน 

ใบหน้าสวยหันไปมองซ้ายมองขวา ไม้ถูพื้นถูกวางพิงกำแพงพร้อมกับร่างบางที่ย่องเบา ๆ ไปยังที่มาของเสียงบริเวณหน้าบ้าน ขวัญเนตรแนบหูกับกำแพงเพื่อรอฟัง

'นายน้อยติดหนี้พนันเกือบพันล้านเลยเหรอวะ?' 

'ก็เออน่ะสิ เมื่อสามวันก่อนกูว่าก็น่าจะโดนคุณหลานกระทืบมาแน่ คงไม่มีเงินไปจ่ายหนี้'

ขวัญเนตรตกใจตาโตกับสิ่งที่ได้ยินก่อนจะรีบเอามือปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงไม่ให้คนด้านนอกได้ยิน ใบหน้าสวยยิ่งแนบหูชิดกำแพงมากขึ้น รอฟังประโยคถัดไป

'แล้วทำไงต่อดีวะ พวกกูต้องเตรียมหนีออกไปจากที่นี่ด้วยหรือเปล่า ถ้าไม่มีเงินไปใช้หนี้ กูว่าไม่นานคุณหลานต้องมายึดคฤหาสน์แน่เลยว่ะ' 

'กูได้ยินมาว่านายน้อยหาทางใช้หนี้ได้แล้วนะเว้ย' 

'อะไรของมึงวะ รีบบอกมาดิ๊'

'ก็นายจะให้สองมะ...'

"ขวัญลูก ไปยืนทำอะไรตรงนั้น" 

ขวัญเนตรสะดุ้งตัวด้วยความตกใจเพราะกำลังจดจ่ออยู่กับบทสนทนาของคนด้านนอกโดยไม่ทันสังเกตว่าแม่ได้เดินเข้ามาด้านหลังของเธอพร้อมกับฝ่ามือแตะลงบนลาดไหล่เล็ก

"แม่! หนูตกใจหมดเลยค่ะ" มือบางจับเข้าที่ข้อมือของแม่พลางออกแรงลากออกจากบริเวณหน้าบ้านเพราะเกรงว่าคนด้านนอกจะได้ยินสิ่งที่เธอจะพูดกับแม่ก่อนจะพามานั่งด้วยกันที่โซฟาด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน

"เป็นอะไรลูก ทำไมต้องตื่นตระหนกขนาดนี้ ข้างนอกมีอะไรกันเหรอ" เกสราถามออกมาเมื่อเห็นท่าทีของลูกสาวที่ดูแปลกตาไป 

"แม่คะ หนูได้ยินมาว่าหรงฉีติดหนี้พนันคุณหลานเกือบพันล้านค่ะ" 

"อะไรนะ!!" 

"แม่คะ เบาเสียงลงหน่อยค่ะ เดี๋ยวพวกข้างนอกก็ได้ยินหรอก"

ขวัญเนตรรีบยกมือปิดปากแม่ทันที เพราะเกรงว่าเสียงที่แม่ร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อครู่มันจะทำให้พวกบอดีการ์ดข้างนอกได้ยินเข้า ใบหน้าสวยของแม่พยักหน้าลงอย่างเข้าใจ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ปล่อยมือออก

"แม่คะ หนูว่าคืนนี้เราต้องรีบออกไปแล้วค่ะ ก่อนที่พวกมันจะมาจับเรา ไม่ก็คุณหลานมายึดคฤหาสน์" 

ลางสังหรณ์บางอย่างมันทำให้ขวัญเนตรรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอและแม่อย่างแน่นอนหากยังอยู่ที่นี่ เธอต้องรีบออกไปให้เร็วที่สุด 

"ได้ลูกๆ เราจะออกไปตอนไหนล่ะลูก บอดีการ์ดเต็มรอบบ้านแบบนี้" เกสรากังวลจนคิ้วเริ่มขมวดเป็นปม ตลอดสามวันที่ผ่านมารอบ ๆ บ้านนั้นมีคนเฝ้าอยู่เกือบตลอดเวลา

"ตอนเที่ยงคืนค่ะ เท่าที่หนูคอยสังเกตดู เวลาช่วงเที่ยงคืนถึงตี 2 จะไม่มีคนมาเฝ้าค่ะแม่ เราต้องออกไปช่วงนั้น"

ขวัญเนตรอธิบายด้วยความหนักแน่นและมั่นใจ ช่วงเที่ยงคืนเธอเคยออกมาเดินดูรอบบ้านแต่ก็ไม่พบบอดีการ์ดสักคน พวกมันคงคิดว่าทั้งเธอและแม่คงนอนหลับกันตั้งแต่สี่ทุ่มเพราะไฟในบ้านถูกปิดหมดแล้ว

"โอเคลูก ถ้าอย่างนั้นเราเริ่มทยอยเก็บของบางส่วนเลยดีกว่าไหม จะได้ไม่เสียเวลาถ้าถึงเวลานั้นเราจะได้รีบไปกันทันที" เกสรากุมมือบางของลูกสาวเอาไว้ เธอกำลังจะเป็นอิสระจากตระกูลลู่แล้ว 

"ดีค่ะ" 

นัยน์ตากวางคู่สวยฉายแววเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยวออกมา ในสมองกำลังคำนวณเส้นทางในการหลบหนีครั้งนี้อย่างรอบคอบ เธอจะไม่ทำให้มันสูญเปล่าอีกแน่ เธอและแม่เราจะออกไปเริ่มต้นใหม่กัน หรือไม่ก็อาจจะกลับประเทศไทยไปตั้งรกรากอยู่ที่บ้านเกิดของแม่ ตัดขาดจากตระกูลลู่ไปเลยแล้วนับจากนี้จะไม่มี ลู่เย่วซินอีกต่อไป จะมีแต่ขวัญเนตรคนนี้เท่านั้น

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ที่รักของพยัคฆินทร์   ตอนที่ 20 หวั่นไหว 2/2

    "หนูคิดอะไรอยู่ครับ" ฝ่ามือหนาแตะลงบนหลังมือขาวที่หยุดบีบนวดบ่าของเขา นัยน์ตาคมพยายามมองลึกลงไปในดวงตาของร่างบาง มันกำลังฉายแววเศร้าหมองออกมา"หนูแค่เผลอคิดถึงเรื่องในอดีตน่ะค่ะ" เอ่ยตอบหลังหลุดออกจากภวังค์"ไม่ต้องไปคิดถึงมันหรอกครับ ตอนนี้หนูเป็นคนของเฮียแล้ว คิดถึงแค่เฮียก็พอ" "..."ไม่ต้องส่องกระจกตอนนี้ขวัญเนตรก็รับรู้ได้ว่าหน้าตัวเองมันแดงมากแค่ไหนหลังจากได้ยินประโยคที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว เลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่าง ตั้งแต่วันที่เธอโดนทำร้ายได้รับบาดเจ็บ นับแต่นั้นมาจากัวร์ก็มักจะพูดประโยคที่ชวนให้จิตใจสั่นไหวอยู่หลายครั้ง และดูเหมือนว่ามันจะมีอิทธิพลกับเธอเป็นอย่างมากด้วย"หิวไหมครับ เฮียจะได้ให้คนเอาอาหารมื้อค่ำขึ้นมาให้หนู" "ไม่หิวค่ะ หรือว่าเฮียหิวคะ" "เฮียไม่หิวครับ หนูไปนั่งพักเถอะครับเฮียขอเคลียร์เอกสารต่อก่อน" มือหนาแตะเบา ๆ ที่หลังมือขาวเพื่อบอกให้ร่างบางหยุดนวด"หายปวดแล้วเหรอคะ""ครับ" ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มให้ร่างบางอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จากัวร์จะอ่านเอกสารบนโต๊ะต่อหลังจากขวัญเนตรเดินไปนั่งรอที่โซฟาตัวสวยกลางห้องแล้วเรียบร้อย ภายในห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงัน แต่

  • ที่รักของพยัคฆินทร์   ตอนที่ 19 หวั่นไหว 1/2

    The Land Of Dragon เวลาฮ่องกง 20.38 น. ร่างบางในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนขายาวสีเข้มพร้อมด้วยกระเป๋าสะพายใบเดิม สองขาเรียวก้าวเดินตามหลังบอดีการ์ดไปตามทางของกาสิโนที่ภายในตอนนี้เต็มไปด้วยเหล่านักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา ผู้คนที่หวังเพิ่งโชคจากการเสี่ยงดวงต่าง ๆ ตามเครื่องเล่นมากมายหลายพันเครื่อง ดวงตากวางเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นตาตื่นใจ ใบหน้าสวยหันมองซ้ายทีขวาที สองมือบางกำสายกระเป๋าแน่นพลางรีบเดินตามหลังบอดีการ์ดให้ทันเพื่อไม่ให้ตัวเองพลัดหลงทางเอาได้ จนเข้ามาถึงด้านในที่ดูเหมือนเป็นในส่วนของโรงแรม ขวัญเนตรรู้สึกคุ้นตาเพราะมันเป็นสถานที่ที่ทำให้เธอได้เจอกับจากัวร์เป็นครั้งแรกก๊อก ก๊อก ก๊อก"นายใหญ่ครับ ผมพาคุณเย่วซินมาแล้วครับ" จางเหว่ยเคาะประตูห้องทำงานของนายน้อยเพื่อขออนุญาตก่อนจะเปิดเข้าไปด้านในเพียงเล็กน้อยพร้อมบอกเสียงดังฟังชัดจนนายน้อยพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้เขาถึงได้หันกลับมาหาหญิงสาว"เชิญครับ" "ขอบคุณค่ะ" ขวัญเนตรกล่าวขอบคุณให้กับจางเหว่ยพร้อมเดินเข้าไปยังด้านในห้องทำงานที่ดูคุ้นตา นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอได้มาเข้ามาในห้องนี้ แตกต่างกันก็แค่ครั้งนี้เธอเข้ามาใ

  • ที่รักของพยัคฆินทร์   ตอนที่ 18 เรียกเฮียจากัวร์สิ 2/2

    "เอ่อ.. คือว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณจากัวร์ค่ะ ไม่ทราบว่าเขายุ่งอยู่หรือเปล่าคะ" จางเหว่ยที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าห้องทำงานของนายน้อย เขามองหญิงสาวตรงหน้าที่กล้าขึ้นมายังชั้นสามของคฤหาสน์ แล้วไหนจะสรรพนามที่เรียกนายน้อยของตนว่าจากัวร์อีก ทำเอาเขารู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพราะนอกจากคนในครอบครัวและคนสนิทแล้วไม่มีใครเรียกนายน้อยของตนว่าจากัวร์เลย ส่วนมากจะเรียกคุณหลานเสียมากกว่า แล้วถ้าหญิงสาวคนนี้สามารถเรียกชื่อนี้ได้ก็แสดงว่านายน้อยของตนเป็นคนอนุญาตเอง "นายใหญ่กำลังทำงานอยู่ครับ" "อย่างนั้นเหรอคะ" ใบหน้าสวยหงอยลงทันตาเมื่อไม่สามารถเข้าไปพบกับคนด้านในได้ จนจางเหว่ยที่มองอยู่รู้สึกสงสารขึ้นมานิดหน่อยจึงได้พูดออกมาอีกครั้ง"ถ้าคุณเย่วซินมีธุระสำคัญเดี๋ยวผมจะเข้าไปเรียนนายใหญ่ให้ รอสักครู่นะครับ" "ขอบคุณค่ะ" บอดีการ์ดคนสนิทหันหลังเคาะประตูเล็กน้อยก่อนจะเปิดเข้าไปด้านใน ปล่อยให้ขวัญเนตรยืนรออยู่หน้าห้อง เพียงครู่หนึ่งประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับจางเหว่ยที่ผายมือเชิญให้เธอเข้าไปด้านใน "เชิญครับ" "ขอบคุณอีกครั้งนะคะ" จางเหว่ยก้มหัวให้เล็กน้อยพร้อมปิดประตูห้องทำงานของนายน้อยลงอย่างเบามือ

  • ที่รักของพยัคฆินทร์   ตอนที่ 17 เรียกเฮียจากัวร์สิ 1/2

    หลังจากพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บจนตอนนี้ร่างกายเริ่มกลับมาเป็นปกติ ขวัญเนตรกับเกสราก็ถูกพาขึ้นรถหรูออกจากโรงพยาบาลทันทีก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์หลังนี้ ดวงตากวางเบิกกว้างอย่างตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า ริมฝีปากบางอ้าค้าง สมองมึนเบลอจนคิดอะไรไม่ออกเพราะตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้อายุยี่สิบห้าปีแล้ว เธอไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะได้มีโอกาสมาเหยียบคฤหาสน์ตระกูลหลาน"เข้ามาสิ" น้ำเสียงทุ้มเข้มจากร่างสูงที่หยุดเดินเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองคนไม่ได้เดินตามเข้ามาด้านใน เอาแต่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้า "เอ่อ.. " "รีบเข้าไปด้านในเถอะครับ ก่อนที่นายใหญ่จะอารมณ์เสีย" จางหย่งที่ยืนอยู่ด้านหลังได้เอ่ยบอกให้ทั้งสองแม่ลูกเดินเข้าไปด้านในคฤหาสน์ก่อนนายน้อยของเขาจะอารมณ์เสียเพราะตอนนี้เจ้าตัวเริ่มคิ้วขมวดเข้าหากันแล้ว"ค่ะ ๆ" ขวัญเนตรรีบตอบกลับพลางโอบเอวผู้เป็นแม่แล้วพาเดินเข้าไปด้านในด้วยความรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ อีกทั้งยังทำตัวไม่ถูก ดวงตากวางกวาดมองไปทั่วคฤหาสน์หลังใหญ่ มันใหญ่กว่าคฤหาสน์ตระกูลลู่หลายร้อยเท่าเลย สำหรับเธอมันยิ่งกว่าคำว่าบ้านที่อีกฝ่ายเคยบอกเอาไว้เสียอีก "นายใหญ่กลับมา

  • ที่รักของพยัคฆินทร์   ตอนที่ 16 เอาคืน 2/2

    ความชุลมุนเกิดขึ้นเมื่อจางลี่และเหมยลี่ถูกลากตัวออกมาจาก ฟงเหมียนที่โดนจากัวร์ยืนเอาปืนจ่อหัวอยู่ ส่วนหรงฉีที่เห็นทั้งป๊าม้าและน้องสาวโดนหยามเกียรติจึงคิดทำอะไรโง่ ๆ ด้วยการควักปืนที่เอวออกมาจะยิงใส่จากัวร์ ทว่าสุดท้ายก็โดนมีดสั้นตัดเส้นเอ็นที่ข้อมืออย่างรวดเร็วโดยที่จากัวร์ไม่ต้องหันไปมองเลยด้วยซ้ำและไม่มีใครเห็นว่าเขาหยิบมีดออกมาตอนไหน"และนี่คือสิ่งที่พวกมึงจะได้รับเมื่อมายุ่งกับคนของกู"จากัวร์กระซิบด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมข้างหูทั้งสองคน มุมปากยกยิ้มราวกับมันเป็นเรื่องสนุกสำหรับเขา มือหนาข้างซ้ายกระชากผมของหรงฉีพลางบังคับให้มองจางลี่และเหมยลี่ที่กำลังโดนซ้อมด้วยฝีมือจางเหว่ยกับจางหย่งเหมือนที่พวกเธอทำกับขวัญเนตร ส่วนมือขวาก็กดปลายกระบอกปืนข้างขมับฟงเหมียนเพื่อให้เจ้าตัวมองภรรยาและลูกสาวได้ชัดๆเต็มสองตาทางด้านบอดีการ์ดที่เหลือ รวมถึงแม่บ้านและคนรับใช้ต่างยืนตัวสั่นเทิ้ม ไม่แม้จะคิดเข้าไปช่วยเจ้านาย บางคนถึงกับฉี่แตกออกมาด้วยความกลัวสุดขีดกับความโหดเหี้ยมที่เกิดขึ้นตรงหน้า เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วคฤหาสน์ และคนที่มอบมันให้กับคนตระกูลลู่ก็คือหลานเฟยหลงนั่นเอง ๐๐๐

  • ที่รักของพยัคฆินทร์   ตอนที่ 15 เอาคืน 1/2

    คฤหาสน์ตระกูลลู่รถ Auti RS78 สีดำจอดสนิทอยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้าคฤหาสน์ตระกูลท่ามกลางความมึนงงและสงสัยของเหล่าบอดีการ์ดที่รักษาการณ์ในเวลานี้ ก่อนที่บอดีการ์ดคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นหัวหน้าจะเดินเข้ามาใกล้ตัวรถด้วยท่าทีระแวดระวัง "มาพบใคร" กระจกด้านคนขับถูกลดลงช้า ๆ พร้อมกับจางหย่งที่แย้มยิ้มให้บอดีการ์ดคนนั้นที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดหลังทราบว่าคนภายในรถเป็นใคร"คุณหลานมีเรื่องจะคุยกับคุณฟงเหมียน รบกวนเปิดประตูให้ด้วย" "ครับๆ!! เชิญเข้าไปเลยครับ" บอดีการ์ดคนนั้นพยักหน้ารัว ก่อนจะรีบวิ่งไปหาลูกน้องที่ยืนซื่อบื้อด้วยท่าทางหวาดกลัว ตะคอกเสียงดังลั่นอย่างลนลาน "เปิดประตูสิวะไอ้พวกโง่ เดี๋ยวก็ได้ตายห่ากันหมดหรอก!!"ภายใต้ใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยหน้ากาก นัยน์ตาสีดำทมิฬกวาดมองไปทั่วบริเวณคฤหาสน์ด้วยแววตาเรียบนิ่ง ไม่นานนักรถหรูก็จอดที่หน้าทางเข้า "อย่าลืมที่ผมสั่งนะครับ"จากัวร์กระชับชุดสูทขณะก้าวลงจากรถ ท่าทางสง่างาม น่าเกรงขามและน่ากลัวปรากฏให้เหล่าบอดีการ์ดรอบข้างได้เห็นทำเอาขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอหลานเฟยหลงในระยะประชิดขนาดนี้"ครับนายใหญ่" ทั้งสองรับคำนายน้อยของตน โค้งต

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status