مشاركة

บทที่ 5

last update تاريخ النشر: 2024-11-18 15:31:40

แม้จะบอกให้ตัวเองเข้มแข็ง แต่สัมปันนีก็กินอะไรไม่ได้นั่งเหม่อลอยติดต่อกันหลายวัน รวมถึงทุกๆ คืนเธอมักจะสะดุ้งตื่นจากการฝันร้าย ฝันถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นซ้ำๆ วนไปวนมา พยายามแค่ไหนก็สลัดมันออกไปจากหัวไม่ได้ โดยเฉพาะเงาของผู้ชายคนนั้น ความทุกข์ค่อยๆ กัดกินหัวใจของเธอ แม้จะไม่มีน้ำตาแต่แววตาของเธอก็ยังคงเศร้าสร้อยไร้ความสดใส 

วรรณีเองก็ทุกข์ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกสาว เธอพยายามชวนคุยชวนไปทำบุญไปต่างจังหวัด แม้สัมปันนีจะไปด้วยทุกๆ ที่ทว่าก็ยังไร้ซึ่งชีวิตชีวา กระทั่งคืนหนึ่ง  สัมปันนีก็ยอมเล่าเรื่องบางอย่างให้เธอฟัง 

ความรู้สึกขณะนั้นเหมือนหัวใจของคนเป็นแม่แบบเธอถูกกระชากออกจากอกแล้วใช้มีดแทงซ้ำๆ มันทั้งช็อค ทั้งจุกแน่นในอก ทั้งตกใจจนชาไปทั้งตัว เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าสัมปันนีจะได้พบเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายแบบนั้น ทั้งสองกอดกันร้องไห้และจับมือกันเพื่อจะก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน 

“ผลสัมภาษณ์งานที่ใหม่ออกหรือยังลูก” วรรณีเอ่ยถามเพราะเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนจะเกิดเรื่องสัมปันนีบอกว่าได้ลาออกจากบริษัทเดิมพร้อมสัมภาษณ์งานที่บริษัทใหม่แล้ว เหตุผลที่ลาออกจากที่เก่าเพราะถูกหัวหน้างานที่เป็นผู้ชายคุกคาม แม้จะร้องเรียนหลายครั้งก็ยังไม่เป็นผล สุดท้ายจึงเลือกที่จะพาตัวเองออกมาจากที่นั่น 

“ยังค่ะ น่าจะมะรืนนี้”

“แม่ขอให้ลูกได้ข่าวดีนะ”

“ขอบคุณค่ะแม่” สัมปันนีส่งยิ้มให้แม่ทว่าจู่ๆ น้ำตาของวรรณีก็ไหลอาบแก้มเสียดื้อๆ นั่นเพราะหลายวันแล้วที่เธอไม่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาวแบบนี้

“หนูขอโทษที่ทำให้แม่ร้องไห้” 

“ไม่ๆ ลูก ที่แม่ร้องเพราะแม่ดีใจที่ลูกสาวของแม่ยิ้มได้แล้ว อะไรที่ไม่ดีที่มันเลวร้ายก็ปล่อยมันไปนะลูกนะ ถือว่าเป็นกรรมที่เราต้องชดใช้ให้คนเลวๆ พวกนั้น”

“ค่ะ” สัมปันนีเอ่ยรับ ตอนนี้จิตใจเธอค่อยๆ กลับมาเข้มแข็งแล้ว แม้จะไม่มากแต่ก็ยังดีกว่าอ่อนแออยู่แบบนั้น ระหว่างรอผลสัมภาษณ์ออกเธอจะพยายามเข็มแข็งให้มากขึ้น เธอจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น จะไปทำงานและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

“เดี๋ยวแม่จะออกไปตลาด ลูกอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม”

“ไม่ค่ะ เพราะแม่ทำอะไรก็อร่อย” สัมปันนีส่งยิ้มให้แม่ที่รสมือเรื่องทำอาหารนั้นไม่เป็นสองรองใคร อร่อยกว่าเชฟหรือแม่ครัวตามร้านอาหารมีชื่อที่เคยไปกินก็หลายร้าน 

ทุกๆ วันแม่ของเธอจะตื่นมาตั้งแต่ตีสองเพื่อปรุงอาหารอร่อยๆ กับลูกมืออีกหนึ่งคน ซึ่งเมนูแต่ละวันก็จะไม่ซ้ำกัน ไทย เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ยุโรปสลับกันไป จากนั้นก็แพ็กใส่กล่องอาหารจัดวางสวยๆ เพื่อดึงดูดใจคนซื้อ ประมาณตีห้าก็จะมีแม่ค้าพ่อค้าเจ้าประจำมารับไปขายต่ออีกทอด

นอกจากอาหารคาวแล้วแม่เธอยังทำขนมไทยอร่อยมาก โดยเฉพาะขนมมงคลที่ใช้ในงานแต่งงาน ซึ่งชื่อของเธอก็มาจากขนมเช่นกัน

เมื่อบอกสัมปันนีเรียบร้อย วรรณีหอบหิ้วตะกร้าจ่ายตลาดคู่ใจแล้วเดินออกไปขึ้นรถสองแถวเจ้าประจำที่จะมารับทุกครั้งที่เธอจะออกไปซื้อของ อันที่จริงถ้า       สัมปันนีไม่อยากกลับไปทำงานบริษัทเธอก็สามารถเลี้ยงดูลูกสาวให้อยู่สุขสบายได้ แต่ดูเหมือนสัมปันนีจะไม่อยากทำแบบนั้น เพราะตั้งแต่เรียนจบก็ทำงานมาตลอดไม่เคยขอเงินเธอใช้อีกเลย อยากได้อะไรก็ทำงานเก็บเงินซื้อเอง เป็นลูกกตัญญูด้วยซ้ำแต่ทำไมโลกถึงได้ใจร้ายกับสัมปันนีนัก

วรรณีลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ในขณะที่สมองยังคงคิดแต่เรื่องลูก ในขณะที่สัมปันนีก็ยังคงนั่งอยู่จุดเดิมในบ้าน กระทั่งได้ยินเสียงคล้ายประตูรั้วหน้าบ้านถูกเปิดออก

“แม่ลืมอะไรหรือเปล่าคะ” สัมปันนีเอ่ยถามออกไปเพราะคิดว่าแม่ลืมของแล้วกลับมาเอา พร้อมกันนั้นก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่แล้วเดินออกไปหากระทั่งเห็นว่าเป็นใครเธอถึงกับชะงักเท้า

“พี่โอเปิ้น”

“ดีใจจังที่เจอ พี่แวะเอาเงินส่วนแบ่งมาให้” รอยยิ้มของพิจิกาเกิดขึ้นบนใบหน้าพร้อมกับยื่นเงินปึกหนึ่งให้สัมปันนี ในขณะที่เจ้าบ้านหน้าถอดสีจนซีดราวกับกระดาษนั่นเพราะไม่คิดว่าพิจิกาจะกล้ามาหาเธอถึงที่บ้านแถมยังแสดงสีหน้าท่าทางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก

หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่พิจิกาทำไว้กับเธอเมื่อหลายวันก่อนมันยากเกินจะให้อภัยไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนทั้งนั้น 

สัมปันนีกำหมัดแน่นพร้อมกับรวบรวมแรงเท่าที่มีเดินตรงไปหาแขกที่ไม่ได้รับเชิญและเป็นแขกที่เธอกรวดน้ำคว่ำขันให้มาตลอดหลายวันว่าขออย่าได้พบอย่าได้เจอกันอีกเลย เรียวขาเล็กๆ ของเธอสั่นเทารวมถึงแววตาที่สั่นระริกจากความโกรธทว่าผู้หญิงตรงหน้ากลับยังคงส่งยิ้มให้เธอ

เพียะ

เสียงตบฉาดใหญ่ดังขึ้นมันแรงจนฝ่ามือของ      สัมปันนีชา ในขณะที่พิจิกาเองก็ตกใจมากที่จู่ๆ เธอก็ถูกรุ่นน้องตบจนหน้าหันแบบนี้ รอยยิ้มที่มีให้ในตอนแรกแปรเปลี่ยนมาเป็นความโกรธเกรี้ยวพร้อมตั้งท่าจะตบคืน ทว่าต้องชะงักเมื่อสบตากับสัมปันนีที่เวลานี้แข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“เอาสิ ตบมาสิ” สัมปันนีท้าทายทั้งๆ ที่น้ำตายังคลอเบ้า “คนอย่างพี่แค่ถูกตบมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”

“จะมากไปแล้วนะ”

“ไม่มากไปสักนิดเพราะถ้าทำได้ลูกหนูอยากฆ่าพี่แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ ด้วยซ้ำ ทำไมถึงได้ทำเลวแบบนั้นกับลูกหนูได้ ทั้งๆ ที่พี่ก็เป็นผู้หญิง ทำไม” นั่นเพราะที่ผ่านมาสัมปันนีไว้ใจพิจิกาเสมอ นับถือเป็นพี่เป็นน้องเข้านอกออกในบ้านกันได้ตลอดเวลาด้วยซ้ำไป แต่เวลานี้เธอเกลียดผู้หญิงตรงหน้ามากที่สุดเช่นเดียวกัน 

“พี่แค่ร้อนเงิน” พิจิกาให้เหตุผลซึ่งมันเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ วันนั้นเธอรับงานซ้อนเลยต้องส่งคนไปแทนเท่านั้นแล้วแจ็คพอตมันก็ไปออกที่สัมปันนีเพราะนัดกินข้าวกับพอดี ทุกอย่างมันประจวบเหมาะไปหมดรวมถึงราคาค่าตัวของสัมปันนีที่ทางนั้นให้มากกว่าที่เธอแจ้งไปหลายเท่า 

แม้จะไม่รู้ว่าคืนนั้นแขกของสัมปันนีเป็นใคร แต่เธอมั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องกระเป๋าหนักแน่นอน 

“แล้วทำไมถึงไม่ขายตัวเอง ทำไมต้องเป็นลูกหนู” แม้จะไม่อยากถามหาเหตุผลทว่าพอเจอหน้าพิจิกาประโยคเหล่านี้ก็ออกจากปากสัมปันนีอย่างไม่รู้ตัว 

“ที่โกรธพี่ขนาดนี้เพราะยังไม่ได้เงินใช่ไหม พี่เอามาให้แล้วนี่ไง รับไปสิ” พิจิกาพยายามยัดเยียดเงินก้อนนั้นให้สัมปันนีอีกครั้ง อันที่จริงเธอเก็บเงินทั้งหมดไว้เองก็ได้แต่นึกสงสารเลยแบ่งมาให้

 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 32-จบ

    “คุณเป็นคนเก่ง” อชิระเอ่ยขึ้นในขณะที่เลขากำลังแสดงท่าทางบางอย่างออกมา“ค่ะ” น้ำเสียงอ่อนหวานของปลายฟ้าเอ่ยรับ สิ่งเดียวที่ทำให้เธอตัดสินใจรับงานนี้ไม่ใช่เงินเดือนเป็นแสนหรือสวัสดิการพิเศษอะไร แต่คือประธานหนุ่มที่ชื่ออชิระที่พยายามยั่วเขามาหลายเดือนกลับไม่เคยสำเร็จ“แล้วทำไมถึงด้อยค่าตัวเองด้วยการทำตัวไม่น่ารักแบบนี้”“เอ้” ปลายฟ้าอุทานออกมาอย่างตกใจ“ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดจะทำอะไร ครั้งนี้ผมแค่เตือน แต่ถ้าคุณไม่หยุดเราคงทำงานร่วมกันไม่ได้” อชิระไม่ใช่คนใสซื่อถึงตามไม่ทันมารยาหญิงและวิธีรับมือ“ทำไมถึงปฏิเสธฉันคะหรือว่าท่านประธานจะเป็นเกย์อย่างที่คนอื่นพูดๆ กัน” ปลายฟ้าเอ่ยถามนั่นเพราะทุกครั้งที่มีโอกาสเธอจะเข้าหาอชิระเสมอแต่ประธานหนุ่มกลับไม่ได้แสดงท่าทีสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย“เปล่าแต่ผมมีผู้หญิงที่อยากให้เกียรติทั้งต่อหน้าและลับหลัง”“เธอคนนั้นโชคดี

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 31

    อชิระและสัมปันนีคบหากันได้หลายเดือน จู่ๆ ก็มีข่าวทลายซ่องโสเภณีที่ฮ่องกง โดยหนึ่งในเหยื่อที่ถูกหลอกให้ไปทำงานจนแทบไม่เห็นเดือนเห็นตะวันที่นั่นคือพิจิกา แม้จะเบลอหน้าเหยื่อไว้แต่สัมปันนีก็มองออกว่าเป็นใคร ในขณะที่ข่าววงในจากอชิระก็ช่วยยืนยันว่าคือคนเดียวกันอีกด้วย“เห็นข่าวแล้วใช่ไหม”“ค่ะ” สัมปันนีเอ่ยรับ อชิระดึงเธอเข้ามากอดเพราะอย่างน้อยเวลานี้พิจิกาก็กำลังรับกรรมที่ก่อไว้ แม้จะไม่ได้มาจากพวกเขาโดยตรงก็ตาม“เห็นว่าเธอติดโรคมาด้วย ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่”“กรรมค่ะ คนเราทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับแบบนั้น” เวลานี้สัมปันนีอโหสิกรรมให้พิจิกาแล้วหลังจากนี้ก็ขอให้ต่างคนต่างอยู่“ผมมีอะไรให้ลูกหนูดู” เอ่ยบอกเสร็จอชิระก็พา สัมปันนีไปที่โต๊ะทำงาน ซึ่งตอนนี้พวกเขาอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ของชายหนุ่ม“อะไรคะ”“แบบบ้านครับ” เสียงทุ้มเฉลยนั่นทำให้สัมปันนีแปลกใจเป็นอย่างมาก

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 30

    ทั้งอชิระและสัมปันนีก็ต่างเป็นคนสำคัญของกันและกัน เพราะไม่อยากให้กระทบกับหน้าที่การงานโดยเฉพาะอิชระ สัมปันนีจึงตั้งกฎว่าห้ามเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ให้คนอื่นรู้อย่างเด็ดขาดแม้จะไม่อยากรับปากแต่อชิระก็จำต้องทำตามกฎที่เธอกำหนดขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นประธานหนุ่มก็มักจะหาโอกาสหรือจังหวะเหมาะๆ เพื่อให้ได้อยู่ตามลำพังกับสัมปันนีในที่ทำงานเสมอๆ ใช้ข้ออ้างเรื่องงานยุ่งเรื่องกาแฟหมดเพื่อให้เธอมาดูแลบ้าง แม้สัมปันนีจะรู้ทันแต่เธอกลับไม่ได้แย้งอะไร“กาแฟค่ะ” เสียงสดใสเอ่ยบอกพร้อมกับวางกาแฟหอมๆ ลงบนโต๊ะทำงานประธานหนุ่มที่เวลานี้เขาคือความรักของเธอเช่นกัน“ขอบคุณครับ อืม…ช่วงนี้งานยุ่งมาก ลูกหนูคิดว่าผมรับเลขาคนใหม่ดีไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามนั่นเพราะตอนนี้ชมดาวได้ลาออกไปแล้วส่งผลให้ประธานหนุ่มไม่ได้มีเลขาส่วนตัว เหตุผลเพราะมั่นใจว่าตนทำงานคนเดียวได้ทว่าพึ่งมาตระหนักว่าเขาไม่ได้มีเวลามากพอที่จะจัดการทุกอย่างงานเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างเขาก็ต้องส่งให้เลขาช่วยจัดการแทน ไม่อย่างนั้นคิวงานเขาจะชนกันอย่างที่เป็นอยู่ แต่สมัยนี้การจะหาเลขาเก่

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 29

    วันรุ่งขึ้นอชิระมาที่บ้านของสัมปันนีตั้งแต่เช้าตรู่ ชายหนุ่มอาสาขับรถไปส่งทั้งคู่ที่โรงพยาบาลท่ามกลางความสงสัยของสัมปันนี นั่นเพราะแม่ของเธอไม่ได้มีปฏิกิริยาตกใจหรือสงสัยที่จู่ๆ อชิระก็มารับแม้แต่น้อย แต่ก็ยังคงเก็บความสงสัยเหล่านั้นเอาไว้ระยะเวลารอคิวที่โรงพยาบาลรัฐใช้เวลาครึ่งค่อนวันแต่อชิระก็ไม่ได้บ่นหรือแสดงท่าทางหงุดหงิดอะไร แต่เพราะอยากให้วรรณีได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้เขาจึงเสนอทางเลือกให้ ซึ่งทั้งคู่กลับปฏิเสธที่จะรับข้อเสนอนั้นอชิระจึงมัดมือชกจัดการเปลี่ยนโรงพยาบาลจากรัฐไปเอกชนทันที“ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้โอม” ขณะนั่งรอเรียกพบหมอวรรณีก็เอ่ยขึ้น“ผมเต็มใจครับ อีกอย่างลูกเขยดูแลแม่ยายจะเป็นไรไป” อชิระยิ้มออกมา ซึ่งประโยคนี้สัมปันนีไม่ได้ยินเพราะเธอเดินไปซื้อน้ำ แต่พอกลับมาก็คอยสังเกตคนทั้งคู่มาตลอดหลังจากเก็บความสงสัยมาตั้งแต่เช้าในที่สุดก็เอ่ยถามออกไป“แม่รู้จักท่านประธานมาก่อนหรือเปล่าคะ”“ตอบยังไงดีล่ะทีนี้” วรรณีหันมองมาที่อชิระราวก

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 28

    “ฉันต้องกลับบ้านแล้ว” สัมปันนีพยายามคุมโทนเสียงอย่างมากเพื่อไม่ให้สั่นสะท้านไปกับสัมผัสของอชิระ แต่ดูเหมือนประธานหนุ่มจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ เพราะนอกจากลูบไล้เขาก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นขย้ำหน้าอกอวบอิ่มของเธอเบาๆ“ท่านประธาน…อา” เสียงครางกระเส่าดังมาจากคนในอ้อมกอด เธอเผลอส่งเสียงที่ทำให้อชิระตื่นตัวแบบนี้เขาจะปล่อยให้เธอกลับบ้านได้ยังไง“ลูกหนูกำลังทำให้ผมหลง”“หนูเปล่า” สัมปันนีขบเม้มริมฝีปากอิ่มแล้วเผลอเอ่ยแทนตัวเองด้วยชื่อนั่นกลับยิ่งทำให้อชิระยิ่งลูบไล้เธอมากขึ้น “สีหน้ายั่วๆ แบบนี้ เสียงกระเส่าแบบนี้ มันทำร้ายผมมากรู้ไหม เพราะฉะนั้นลูกหนูต้องรับผิดชอบ”“ท่านประธาน”“ทำไมถึงยังเรียกผมว่าท่านประธาน” เสียงทุ้มเอ่ยถาม“หนูอยากเรียก ในที่ทำงานหนูจะเรียกคุณว่าท่านประธาน”“แล้วนอกเวลางานจะเรียกว่าอะไร”“เอ่อ…” สัมปันนีอึกๆ อักๆ ทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำ“ว่าไงจะเรียกว่าอ

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 27

    “จะโกรธคุณ ฉันจะไปจากคุณ ฉันจะฆ่า…คุณ”“จะทำแบบนั้นกับผมจริงๆ นะเหรอลูกหนู” ขณะเอ่ยถามอิชระก็เร่งจังหวะนิ้วให้ถี่กระชั้นยิ่งขึ้น “ไม่ค่ะ ฉันไม่ทำ ได้โปรดอย่างทรมานฉันแบบนี้อีกเลย” สัมปันนีครางกระเส่าออกมา ดูเหมือนว่าเวลานี้เธอไม่อาจต่อรองอะไรกับอชิระได้ทั้งนั้น เธอต้องรังเกียจสัมผัสจากเขาไม่ใช่โหยหาอย่างที่เป็นอยู่ แต่ไม่ว่าจะบอกตัวเองยังไงร่างกายและหัวใจกลับไม่ทำตามคำตอบที่ได้ยินทำให้อชิระยิ้ม ชายหนุ่มเลื่อนกายขึ้นมาทาบทับบนร่างเปลือยของสัมปันนี เขาเองก็อดทนมามากพอแล้วเช่นกัน ทั้งคู่สบตากันก่อนที่อชิระจะมอบจูบให้เธออีกครั้งพร้อมกับค่อยๆ บดเบียดสะโพกสอบเข้าหาแล้วใช้หัวเข่าดันขาทั้งสองข้างของสัมปันนีให้แยกห่างออกจากกันจากนั้นก็ค่อยๆ แทรกตัวฝากฝังความเป็นชายที่เวลานี้ตื่นตัวอย่างเต็มที่ให้เธอ ความคับแน่นก่อเกิดเป็นความเจ็บที่ทำให้สัมปันนีสะดุ้ง แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกแต่เธอก็ยังใหม่อยู่มาก“เจ็บใช่ไหม”“ค่ะ” สัมปันนีเอ่ยรับอย่างไม่ปิดบัง อชิระจึงเพิ่มความนุ่มนวลให

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 13

    แต่แม้จะคิดแบบนั้นทว่าสมองของสัมปันนีก็ยังคงฟุ้งซ่าน เธอนอนไม่หลับทั้งคืนและมาทำงานด้วยความหวาดระแวง จากปกติไม่เข้าใกล้ส่วนที่เป็นบอร์ดบริหารเวลานี้เธอยิ่งเลี่ยง แต่ยิ่งเลี่ยงเธอก็เหมือนจะยิ่งโคจรพบอชิระ นั่นเพราะจู่ๆ ก็เจอเขาที่ลานจอดรถหน้าบริษัท “สวัสดีครับคุณสัมปันนี” อ

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 12

    “ค่ะๆ” สัมปันนีพยักหน้ารับ เธอยืนรออยู่ที่หน้าห้องด้วยความร้อนใจ แม้เวลาจะผ่านไปแค่ไม่กี่นาทีแต่สัมปันนีกลับรู้สึกว่านานเป็นชั่วโมง กระทั่งแม่บ้านเดินจ้ำกลับมาหน้าตาตื่นแล้วบอกว่าเดินจนทั่วทว่าก็ตามหาคุณชมดาวไม่เจอเมื่อสถานการณ์มันบีบบังคับแบบนี้สัมปันนีจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการชงก

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 11

    “ดีใจด้วยนะลูกหนู”“ค่ะ” สัมปันนียิ้มออกมาซึ่งนี่เป็นรอยยิ้มที่กว้างที่สุดตั้งแต่เกิดอุบัติกับแม่ก็ว่าได้ ในขณะที่บาดแผลที่เกิดขึ้นกับเธอก็ค่อยๆ สมานแม้จะยังไม่หายสนิท แม้บางคืนยังยังคงฝันร้ายแต่อีกไม่นานเธอจะก้าวผ่านทุกอย่าง สี่เดือนคือระยะเวลาทดลองงานที่

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 8

    “สวัสดีค่ะคุณชมดาว” ทันทีที่สายตามองเห็นใครบางคนที่กำลังก้าวตรงมาหา กรรวีก็รีบลุกพร้อมเอ่ยทักทายชมดาวเลขาส่วนตัวของตุลย์ประธานบริหารบริษัท ที่จู่ๆ ก็เดินมาหาถึงที่หน้าโต๊ะทำงานโดยไม่บอกกันล่วงหน้าแบบนี้“สวัสดีค่ะคุณกรรวี” ชมดาวเอ่ยทักทายกลับไปเช่

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status