ログインเช้าวันรุ่งขึ้น
รัญดามาถึงร้านเครื่องประดับหรูใจกลางเมืองก่อนเวลานัดหมาย เธอยืนอยู่ในชุดทำงานเรียบกริบ แม้ในใจจะรู้สึกเหมือนถูกกรีดซ้ำๆ แต่สีหน้าของเธอยังคงนิ่งสงบ เมื่อคู่หมั้นของธารันก้าวเข้ามาในร้านพร้อมรอยยิ้ม รัญดาจึงรีบขยับเข้าไปหาด้วยท่าทางสุภาพ “สวัสดีค่ะคุณต้นหลิว รัญดาเตรียมคอลเลกชันที่ทางธารันเห็นว่าเหมาะสมไว้ให้แล้วค่ะ” หญิงสาวตรงหน้ามีใบหน้าที่สวยสง่าและดูมั่นใจ ต่างจากรัญดาที่ดูเรียบง่าย เธอหยิบแหวนวงที่รัญดาเลือกไว้ขึ้นมาสวมก่อนจะหันมาถามด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นกันเอง “รัญดาว่าวงนี้สวยไหมคะ ธารันเขามักจะให้รัญดาช่วยเลือกของอยู่เรื่อยเลย รัญดาคงรู้ใจเขาที่สุดแล้วใช่ไหมคะว่าเขาชอบแบบไหน” คำถามนั้นเปรียบเสมือนการแทงซ้ำลงบนบาดแผล รัญดาเม้มริมฝีปากแน่น กลั้นความรู้สึกหวิวๆในอกไว้จนสุดความสามารถก่อนจะฝืนยิ้มตอบ “รัญดาทำตามหน้าที่ค่ะ ส่วนรสนิยมของธารัน เขาชอบอะไรที่ดูเรียบหรูและมีความหมายลึกซึ้งค่ะ” “รัญดานี่สมกับที่เป็นมือขวาของเขาจริงๆเลยนะคะ” ต้นหลิวหัวเราะเบาๆก่อนจะหันไปเลือกสร้อยคอต่อ รัญดายืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เธอไม่ใช่แค่เลขาสาวที่ต้องมาเลือกแหวนหมั้น แต่เธอกำลังกลายเป็นพยานรักของคนสองคนโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าในใจของเธอรวดร้าวแค่ไหน ขณะที่กำลังจะเดินไปสรุปยอดกับพนักงาน เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เป็นชื่อของธารันที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ รัญดาเดินเลี่ยงไปรับสายในมุมสงบของร้าน “ค่ะธารัน” “รัญดาทำไมไม่รับสาย ตอนนี้อยู่ร้านไหน ฉันจะไปรับเธอไปดูงานที่ไซต์ต่อ” เสียงทุ้มปลายสายดูหงุดหงิดกว่าปกติ “รัญดากำลังอยู่กับคุณต้นหลิวค่ะ ธารันไม่จำเป็นต้องมาหรอกค่ะ รัญดาจัดการเองได้” “ฉันไม่ได้ถามว่าเธอจัดการได้ไหม ส่งโลเคชันมา เดี๋ยวฉันจะไปรับเดี๋ยวนี้” เสียงของเขาเย็นลง ยังไม่ทันที่เธอจะคัดค้านสายก็ถูกตัดไปทันที รัญดายืนค้างอยู่กับที่ ความกังวลใจเริ่มก่อตัวขึ้นเพราะถ้าธารันมาที่นี่ เธอจะเก็บซ่อนความรู้สึกที่เปราะบางนี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหนกัน ไม่ถึงยี่สิบนาที รถคันหรูของธารันก็จอดเทียบหน้าร้านเครื่องประดับ รัญดาที่ยืนรออยู่หน้าร้านรีบเดินเข้าไปหาเขาด้วยท่าทางนิ่งสงบทั้งที่ในใจเต้นรัวด้วยความประหม่า ร่างสูงก้าวลงจากรถในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลากวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะหยุดที่รัญดา แววตาของเขาคมกริบแต่เดาอารมณ์ไม่ได้ “เรียบร้อยแล้วใช่ไหม” เขาถามโดยไม่รอให้เธอทักทาย “เรียบร้อยค่ะ คุณต้นหลิวกำลังสรุปเรื่องขนาดแหวนกับพนักงานด้านใน นี่คือแบบและขนาดที่สรุปกันค่ะ” รัญดาตอบพร้อมกับยื่นแท็บเล็ตที่มีรายละเอียดรายการสั่งซื้อให้ ธารันไม่ได้มองแท็บเล็ต เขามองหน้าเธอแทน “แล้วเธอ...ได้ลองวงไหนบ้างหรือยัง” รัญดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกไป “รัญดาไม่ใช่คนใส่ค่ะ จะลองทำไมคะ” “ก็เผื่อวันหน้า...เผื่อต้องเลือกให้ตัวเองบ้าง” ธารันพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนการประชดประชัน ก่อนจะเดินนำเธอเข้าไปในร้าน เมื่อเดินเข้ามาถึงด้านใน ต้นหลิวที่เห็นธารันเดินเข้ามาก็รีบตรงเข้ามาควงแขนเขาด้วยรอยยิ้มสดใส รัญดาทำได้เพียงก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างตามหน้าที่เลขาส่วนตัว เธอเห็นภาพคนทั้งคู่ยืนเลือกแหวนวงเดียวกันโดยที่คนตัวสูงโอบไหล่คู่หมั้นอย่างสนิทสนม “รัญดาคะ ช่วยดูหน่อยค่ะว่าระหว่างวงนี้กับวงที่คุณเลือกให้ วงไหนสวยกว่ากัน” ต้นหลิวถามพลางชูแหวนเพชรเม็ดโตขึ้นมา รัญดาก้าวเข้าไปใกล้สองก้าว ก้มหน้ามองเพชรที่ส่องประกายระยิบระยับพร้อมกับตอบออกไป “สวยทั้งคู่ค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้นหลิวชอบแบบไหนมากกว่ากัน” “รัญดาก็พูดแบบนี้ตลอดเลย เธอไม่เคยมีความเห็นส่วนตัวเลยหรือไง” ธารันแทรกขึ้นมา เสียงเขาทุ้มต่ำและราบเรียบ รัญดาเงยหน้าสบตากับร่างสูงทันที แววตาของเธอสั่นไหววูบหนึ่งแต่รีบปรับให้เรียบนิ่งก่อนจะเอ่ยออกไป “หน้าที่ของรัญดาคืออำนวยความสะดวกให้งานออกมาดีที่สุดค่ะ เรื่องความชอบส่วนตัว รัญดาไม่มีความเห็นค่ะ” ธารันจ้องมองเธอนิ่งนาน แววตาคมคริบคู่นั้นดูเหมือนจะขุ่นมัวขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะหันไปหาคู่หมั้นแล้วพูดเสียงเรียบ “งั้นเอาวงที่รัญดาเลือกนั่นแหละ งานของเธอไม่เคยพลาด” คำชมสั้นๆนั้นแทนที่จะทำให้เธอดีใจ แต่มันกลับทำให้หัวใจของรัญดาหนักอึ้งกว่าเดิมเพราะความไว้ใจที่เขามีให้คือเครื่องยืนยันว่าเขาไม่เคยเห็นเธอเป็นอื่นนอกจาก เลขาสาวที่แสนดี เท่านั้นหลายเดือนผ่านไป ห้องนอนที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นจักรวาลส่วนตัวของดารินทร์ ในค่ำคืนนี้กลับดูพิเศษกว่าทุกวัน บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ แสงไฟ LED บนเพดานถูกปรับให้เป็นระบบจำลองท้องฟ้าที่สมจริงที่สุด ดวงดาวนับล้านดวงพร่างพรายไปทั่วทั้งเพดานและผนังห้อง ธารันในชุดลำลองสบายๆกำลังนั่งอยู่บนโซฟาสั่งทำพิเศษตัวกว้างที่เขาสั่งให้ขยายขนาดเพื่อที่จะได้นั่งรวมกันได้ทั้งครอบครัว รัญดาเอนกายพิงอกของธารัน โดยมีดารินทร์น้อยในวัยแปดเดือนที่ตอนนี้เริ่มมีดวงตากลมโตสดใสกำลังนอนหนุนตักแม่และมองเพดานด้วยความตื่นเต้น มือป้อมๆของเธอแกว่งไปมาในอากาศราวกับพยายามจะคว้าดาวที่จำลองอยู่เบื้องบน “ดูนั่นสิครับคนเก่ง...” ธารันกระซิบเสียงนุ่มข้างหูรัญดาพลางชี้ให้ลูกสาวดูกลุ่มดาวที่เขาสั่งให้โปรแกรมเมอร์ออกแบบเป็นพิเศษ “นั่นคือดาวของแม่รัญดา และนั่นคือดาวของหนูดารินทร์” ดารินทร์น้อยส่งเสียงอ้อแอ้ชอบใจพร้อมกับหัวเราะเสียงใส ธารันโน้มตัวลงไปหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่ ก่อนจะหันมาหอมแก้มเมียตัวเล็กด้วยความรักที่ยังคงเปี่ยมล้นเหมือนวันแรกที่เขาตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองเพื่อเธอ รัญดากุมมือธารันไว้แน่น เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แ
ในค่ำคืนที่ธารันต้องออกไปจัดการงานที่บริษัทด่วนและแจ้งว่าจะกลับดึก รัญดาใช้โอกาสนี้จัดเตรียมเซอร์ไพรส์เล็กๆไว้ที่ห้องนอนลูกน้อยซึ่งเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เธอไม่ได้ใช้ของขวัญราคาแพงหรือเทคโนโลยีล้ำสมัยเหมือนที่เขาชอบใช้ แต่เธอเลือกสิ่งที่มาจากใจ เมื่อธารันกลับมาถึงบ้านในเวลาดึกดื่น เขาเดินเข้ามาในห้องที่ควรจะเงียบสงบ แต่กลับพบว่าห้องนั้นสว่างไสวด้วยแสงไฟโทนละมุนจากระบบดาวที่เขาติดตั้งไว้ รัญดานั่งอยู่บนโซฟานุ่มๆในห้องนั้น ในมือของเธอมีสมุดเล่มหนึ่ง “กลับมาแล้วเหรอคะ” รัญดายิ้มรับ ชายหนุ่มรีบถอดสูทแล้วเดินเข้ามาหาเธอด้วยความห่วงใยทันที “ทำไมยังไม่นอนครับรัญดา ดึกมากแล้วนะ ลูกสาวตัวน้อยอาจจะอยากนอนแล้วก็ได้” เขาพูดพลางวางมือลงบนหน้าท้องของเธออย่างเคยชิน รัญดาไม่ได้ตอบ แต่เธอหยิบสมุดเล่มหนึ่งยื่นให้เขา “รัญดาตั้งใจเขียนบันทึกนี้ให้พี่ค่ะ เป็นบันทึกเล่าเรื่องราวตั้งแต่วันที่เรารู้ว่ามีแกอยู่ในท้อง วันที่พี่เห่อชุดเด็ก วันที่พี่จ้างเชฟมาทำอาหาร และวันที่พี่ออกแบบห้องนี้” ธารันรับสมุดไปเปิดดู มือหนาของเขาสั่นน้อยๆเมื่อได้เห็นภาพถ่ายโพลารอยด์ที่รัญดาแอบถ่ายเขาระหว่างที่เขานั่งจ้องหน้
วันเวลาผ่านไป บ่ายวันอาทิตย์ที่แสงแดดอ่อนๆทอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้องนั่งเล่น รัญดากำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ เธอสวมชุดเดรสคลุมท้องผ้าฝ้ายเนื้อนิ่มที่ทำให้ดูละมุนตา ครรภ์ที่ก้าวเข้าสู่เดือนที่ 5 เริ่มนูนเด่นออกมาเป็นรูปทรงสวยงาม ธารันมักจะชอบมานั่งมองหน้าท้องนั้นด้วยความตื่นเต้นอยู่บ่อยครั้ง ไม่กี่นาทีต่อมา ธารันก็เดินเข้ามาพร้อมกับถาดผลไม้ที่ล้างและปอกอย่างประณีตวางไว้ตรงหน้า เขาไม่เพียงแค่จัดเตรียมอาหาร แต่ยังหยิบหมอนรองหลังใบใหม่มาจัดวางให้เธออย่างเบามือ “วันนี้เบบี้น้อยดื้อไหมครับ” เขาถามเสียงนุ่มพลางวางมือลงบนหน้าท้องของรัญดาเบาๆเพื่อสัมผัสการเคลื่อนไหวของลูกน้อยที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆในวัย 5 เดือน เขาโน้มตัวลงกดจมูกลงบนแก้มเนียนของรัญดาฟอดใหญ่ด้วยความรักจนเธอหัวเราะออกมา “ยังไม่ดื้อเลยค่ะ แต่คุณพ่อสิคะที่ดื้อ...” รัญดาเอียงคอมองเขาด้วยสายตาเอ็นดู “วันนี้พี่ธารันจัดตู้เสื้อผ้าให้รัญดาอีกแล้วนะ รู้ไหมคะว่าชุดพวกนี้รัญดายังใส่ได้สบายมาก” “ก็พี่กลัวชุดมันจะรัดท้องลูกนี่ครับ คนตัวเล็กของพี่ต้องสบายที่สุด” ธารันแย้งอย่างใจดี เขาขยับตัวเข้าไปโอบกอดเธอจ
“รัญดา...” เสียงของเขาแหบพร่า “เธอเข้ามาเห็นมันแล้วใช่ไหม” ธารันยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องลับ ลมหายใจของเขาขาดห้วงราวกับคนรอการตัดสินโทษ เขาคิดว่ารัญดาจะมองเขาด้วยความรังเกียจหรือหวาดกลัวเหมือนที่เขามองตัวเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเหนือความคาดหมาย รัญดาไม่ได้ถอยห่าง เธอไม่ได้หยิบหลักฐานความบิดเบี้ยวของเขาขึ้นมาซ้ำเติม เธอเดินตรงเข้าไปหาเขา ก้าวผ่านความเงียบงันที่แสนอึดอัดก่อนจะสวมกอดเขาไว้แน่น หมับ! สัมผัสของเธอไม่ใช่การโอบกอดของนักโทษ แต่เป็นการโอบกอดของคนที่เข้าใจ “รัญดา...” ธารันเรียกชื่อเธอเสียงสั่น เขายืนตัวแข็งทื่อไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นกอดเธอตอบเพราะกลัวว่าทุกอย่างจะเป็นเพียงความฝัน “เธอ...เธอไม่กลัวฉันเหรอ ฉันทำเรื่องบ้าๆทั้งหมดนี้ ฉันขังเธอ...” รัญดาซุกหน้าลงกับแผงอกของเขา เสียงสะอื้นของเธอดังขึ้นจนตัวโยน “กลัวค่ะ รัญดาเคยกลัวมาก…” เธอพูดผ่านเสียงสะอื้น “แต่พอรัญดาเห็นสิ่งนี้ พอรัญดาเห็นว่าคุณต้องทรมานกับความกลัวที่ไม่มีใครรู้มาตลอดกาล รัญดาถึงเข้าใจว่าที่ผ่านมาคุณไม่ได้ทำเพื่อทรมานรัญดา แต่คุณทำเพื่อทรมานตัวเองไม่ให้ต้องอยู่คนเดียว” ธารันหลับตาลงแน่น หยาดน้ำตาที่เ
เย็นวันหนึ่ง รัญดาตั้งใจนัดเพื่อนสนิทที่เคยตามจีบเธอมาที่บ้าน ไม่ใช่ที่ห้องนั่งเล่น แต่เป็นระเบียงห้องที่ธารันมักจะเดินผ่านมาเห็นได้ชัดเจน เธอแกล้งหัวเราะร่าเริงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ให้เขาเห็นภาพเธอในมุมที่สดใสและสนิทสนมกับผู้ชายอื่น ธารันเดินกลับเข้าบ้านมาเห็นภาพนั้นเข้าพอดี เขาชะงักฝีเท้า แววตาสีเข้มที่เคยดูอ่อนโยนวูบไหวและแข็งกร้าวขึ้นในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณของการเป็นเจ้าของที่ถูกกดทับไว้พลุ่งพล่านขึ้นมาจนเห็นได้ชัดจากเส้นเลือดที่ปูดขึ้นตรงขมับ เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนแทบจะแตกคามือ นี่คือสถานการณ์ที่เคยทำให้เขาพังทลายและทำสิ่งที่เลวร้ายกับเธอมานักต่อนัก รัญดานั่งหันหลังให้เขา เธอแอบลุ้นอยู่ในใจด้วยความหวาดหวั่น เขาจะเดินเข้ามาพังงานนี้ไหม เขาจะตวาดเธอต่อหน้าคนอื่นหรือเปล่า ธารันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานเกือบนาที ลมหายใจของเขาหอบถี่ รัญดาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่รังสีออกมาจากตัวเขา แต่แล้วเขาก็ทำในสิ่งที่เธอไม่คาดคิด ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด หลับตาลงเพื่อดับไฟในอกตัวเองแล้วหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสองอย่างเงียบเชียบ ไม่แม้แต่จะเอ่ยทัก ไม่แม้แต่จะมองซ้ำ เข
ในคืนหนึ่งที่เขานั่งรอรัญดาอยู่ที่บ้าน ธารันได้รับสายจากที่ปรึกษาทางกฎหมาย “ถ้าคุณยืนยันจะถอนหมั้นตอนนี้ ตระกูลฝั่งนั้นจะเริ่มเทขายหุ้นบริษัทคุณในเช้าวันพรุ่งนี้ และความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เราสร้างมาหลายปีจะจบลงทันที คุณแน่ใจแล้วเหรอครับ” ธารันมองไปที่ประตูบ้านที่รัญดายังไม่กลับมา เขาตอบเสียงเรียบ “ทำตามที่ฉันสั่ง เรื่องเงินและตำแหน่งฉันหาใหม่ได้ แต่ถ้าเสียรัญดาไป ฉันไม่มีวันได้เธอกลับมาอีก” หลายอาทิตย์ผ่านไป หลังจากที่ธารันถอนหมั้นและเผชิญวิกฤต รัญดาเห็นเขาแทบไม่ได้นอน แสงไฟในห้องทำงานเปิดสว่างถึงเช้าทุกวัน ชายผู้ที่เคยดูองอาจและทรงอำนาจเริ่มดูทรุดโทรมลงไปมาก เย็นวันหนึ่ง รัญดาตัดสินใจเคาะประตูห้องทำงานของเขา เธอเห็นเขานั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะท่ามกลางเอกสารกองโต ในมือเขายังกำปากกาไว้แน่น แม้แต่ในตอนที่เขาเผลอหลับไปเขาก็ยังดูเหมือนกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างในความฝัน รัญดานำถ้วยกาแฟร้อนๆไปวางข้างๆเขาอย่างเงียบเชียบ ความรู้สึกสงสารที่ถูกเก็บกักไว้เริ่มทะลักออกมา เธอไม่อาจเมินเฉยต่อผู้ชายที่กำลังทำลายตัวเองเพียงเพื่อจะรักษาโอกาสที่จะอยู่ใกล้เธอได้อีกต่อไป เมื่อธารันสะดุ้งตื่นขึ้นมา







