Share

บท10

Author: Jammy Witty
last update Petsa ng paglalathala: 2026-01-26 20:32:05

บท 10

 

พี่มาร์คและพี่ลิตาได้แต่ทำหน้าเจื่อน ๆ และได้แยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง พี่ลิตาก็ก้มหน้าลงทานก๋วยเตี๋ยวโดยที่ไม่ได้ถามอะไรฉันทั้งนั้น ทั้งที่ฉันพึ่งจะทำกิริยาแบบนั้นออกไป

ฉันรู้ว่าเป็นกิริยาที่ไม่น่ารัก แต่จะให้ฉันแสร้งทำเป็นยิ้มต่อหน้าคนที่เคยทำฉันเจ็บไว้ไม่ได้หรอก ฉันเล่นละครไม่เก่ง

ช่วงเวลาที่ได้คบกับพี่มาร์ค มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขจริง ๆ ถึงตอนนั้นเขาจะเสแสร้งทำก็เถอะ แต่มันก็ทำให้ฉันคลั่งเขาได้ แต่พอรู้ความจริงทั้งหมด ฉันก็ยิ่งเจ็บไปอีก คนที่แสนดีกับฉันแบบนั้น กล้าทำกับฉันได้ยังไง มาทำลายความรู้สึกดี ๆ ที่ฉันมีให้เขาได้ยังไง ตอนนี้ฉันก็ยังไม่หายโกรธเขาเลย มันฝังเรื่องราวนั้นลงไปในสมองฉันแล้ว

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ โดยที่พี่มาร์คก็ไม่ได้คิดเงินแม้แต่บาทเดียว ฉันกับพี่ลิตาก็พากันเดินกลับบริษัท

ฉันก็กลับไปอ่านเอกสารต่อ จนถึงเวลาเลิกงาน ฉันก็ขอเอาเอกสารไปอ่านต่อที่บ้าน พี่ลิตาเชื่อใจฉันก็เลยให้เอากลับไปได้

เมื่อกลับมาถึงห้อง ฉันก็ยังนั่งอ่านเอกสารอยู่อย่างนั้น ตั้งใจทำงานขนาดนี้ต้องได้โล่พนักงานดีเด่นแล้วไหมล่ะ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“วี่!!! ฉันซื้อขนมมาฝาก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นและมาพร้อมกับเสียงเรียกชื่อฉันอย่างดัง ไม่ต้องถามก็รู้ว่าใคร เสียงดังขนาดนี้

“เข้ามาเลย” ฉันตอบกลับไปแต่เสียง ส่วนตัวและหน้าของฉันก็ยังจ้องอ่านเอกสารอยู่อย่างไม่ละสายตา

“ทำไมไม่ล็อกประตูละ มันอันตรายนะ” ลินเปิดประตูเข้ามาตามคำที่ฉันพึ่งตอบไปเมื่อครู่

“ลืมอะ” ฉันตอบออกไปแต่ก็ยังไม่ละจากเอกสารอยู่ดี

“ทำอะไรอยู่น่ะ เอกสารอะไรเนี่ย ทำไมมันเยอะแบบนี้ละ” ลินเดินเข้ามาหาฉัน เพราะสงสัยว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ถึงไม่หันมามองเธอเลย

“ทำงานไง เธอบอกให้ฉันหางานทำไม่ใช่เหรอ นี่ไงงานฉัน” ฉันละสายตาจากเอกสารที่พึ่งจะอ่านหมดเล่ม แล้วหันมาคุยกับลินแทน

“อย่างเธอเนี่ยนะที่จะหางานทำง่าย ๆ ปกติอิดออดจะตาย แล้วไปทำที่ไหนเนี่ย ทำไมไม่มาทำบริษัทพ่อฉันละ” ลินพูดเหมือนไม่เชื่อว่าฉันจะออกไปหางานทำได้ง่ายดายแบบนี้ เพราะไม่ว่าลินจะมาไล่ให้ฉันไปทำงานกี่รอบ ๆ ฉันก็ไม่ยอมไป เธอเลยค่อนข้างที่จะเชื่อได้ยากว่าฉันมีงานทำแล้วจริง ๆ

“ทำที่บริษัทเอสวีน่ะ” ฉันบอกออกไปพร้อมกับหยิบเอกสารเล่มใหม่มาอ่านต่อ ฉันเอามาประมาณหกเล่ม นี่ก็อ่านไปได้สี่เล่มแล้ว กะว่าอ่านนี่หมด แล้วค่อยนอน

“บริษัท เอสวี เหรอ.............อย่าบอกนะว่า เป็นบริษัทของ.......” ลินทำท่านึกอยู่สักพัก ถึงเธอจะไม่มีงานทำ แต่ยังไงครอบครัวเธอก็ทำธุรกิจอยู่ เธอก็พอจะรู้จักบริษัทพวกนี้อยู่บ้าง และเธอก็จำได้ว่าเป็นบริษัทของคน ๆ นั้น

“ใช่ เซอร์เวย์” ฉันตอบออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า

“โอมายก็อต ถ้าพี่ลันรู้แกโดนเละแน่ พี่เขาไม่ได้หมายความว่าให้แกเข้ามาทำงานที่บริษัทเขาแบบนี้นะเว้ย” ลินตกใจกับคำตอบมาก ๆ ไม่คิดว่าเพื่อนเธอจะบ้าบิ่นแบบนี้ พี่ลันก็เตือนว่าเขาอันตราย แต่เธอก็ยังเข้าไปพัวพันกับเขาถึงที่ ช่างไม่กลัวอะไรเลยจริง ๆ

“แกก็อย่าบอกพี่ลันสิ ช่วยฉันเก็บเป็นความลับก่อน สัญญาว่าจะทำไม่นาน เดี๋ยวแป๊บเดียวก็ออก ช่วยฉันเถอะนะ..น้าาาาา” ฉันวางเอกสารลงและเข้าไปอ้อนลินให้ช่วยฉันเก็บความลับนี้ไว้ก่อน ก็อย่างที่ลินบอก ถ้าพี่ลันรู้ฉันโดนสวดยับแน่ ๆ และคงจะบังคับให้ฉันไปลาออกทันที นิสัยพี่ลันคือ ถ้าอ่อนโยนก็จะกลายเป็นผู้ชายที่อบอุ่น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่โกรธหรือโมโหก็จะกลายร่างเป็นปีศาจร้ายทันที

 

ยัยลินเคยโดนมาแล้ว เหตุการณ์ก็คือ วันนั้นฉันกับลินไปดื่มกันมาหนักมาก ๆ ถึงขนาดที่ลินขับรถไม่ได้เด็ดขาด ฉันที่ยังพอมีสติอยู่ ก็เลยโทรให้พี่ลันมารับ พอพี่ลันมาก็จัดการด่าก่อนไปฉากหนึ่ง ว่าทำไมดื่มกันเมาเละแบบนี้ ยัยลินก็ยังเถียงไม่หยุด ตามประสาคนเมานั่นแหละ

พอกำลังจะขึ้น ยัยนี่กลับมีอาการอยากจะอ้วก แต่ก็นั่นแหละ ไม่ทัน ทุกอย่างลงที่รถพี่ลันเต็ม ๆ หลังจากวันนั้น ยัยลินก็โดนพี่ลันด่าไปสามวันเจ็ดวัน แถมโดนหักเงินค่าขนมอีก

“แกนี่มันจริง ๆ เลยนะ ช่วยเบา ๆ หน่อยเถอะ ความบ้าบิ่นของเธอน่ะ” ลินได้แต่นั่งถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะถึงเธอพูดไป ยัยนี่ก็ไม่ฟังอยู่ดี เธอก็คงทำได้แค่ช่วยเธอไปก่อน

“เอาน่า อย่าพึ่งบ่นฉันเลย มากินขนมที่เธอซื้อมาให้ดีกว่า” ฉันลากลินให้มานั่งกินขนมด้วยกัน เธออยู่คุยเล่นกับฉันสักพักก็กลับไป ส่วนฉันก็มานั่งอ่านเอกสารต่อ ใช้เวลาสักพักฉันก็อ่านจบทั้งหมด

ตอนนี้ก็ตีสามแล้ว ฉันเลยตัดสินใจนอนหลับเลยดีกว่า ค่อยอาบน้ำตอนเช้าทีเดียว

..........................................................................................................

สองวันผ่านไป

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

"เข้ามาได้จ้ะ" ทันทีที่ได้ยินเสียงคนด้านในอนุญาต ฉันก็ผลักประตูเข้าไปทันที

"พี่ลิตาคะ หนูอ่านเอกสารหมดแล้วนะคะ" ฉันเข้ามาเพื่อที่จะบอกเรื่องนี้แหละ ฉันอ่านเอกสารทั้งหมดแล้ว

"ห๊ะ!! หมดแล้ว จริงเหรอ" ลิตาตกใจทันทีที่เธอบอกว่าอ่านหมดแล้ว เธอใช้เวลาแค่สี่วันกับการอ่านเอกสารที่เกี่ยวกับบริษัททั้งหมด ซึ่งคนก่อน ๆ นั้น กว่าจะอ่านจบก็ปาไปเป็นอาทิตย์กว่า ๆ บางคนสองอาทิตย์ยังอ่านไม่หมดเลย ไม่รู้ว่าเยอะเกินไปหรือพวกหล่อนขี้เกียจอ่านกันแน่

"จริงสิคะ ฉันอ่านหมดแล้วค่ะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามมาได้เลยค่ะ" ฉันมั่นใจที่จะตอบมาก ๆ มันคือความภาคภูมิในความเป็นนักเขียนของฉันเลยละ ฉันอ่านเร็ว พิมพ์เร็ว จดเร็ว แถมยังอ่านแล้วจำได้แม่นอีกต่างหาก

ก็นะฉันอ่านนิยายมามากกว่าพันเรื่อง ทำไมเรื่องแค่นี้ฉันจะทำไม่ได้ละ และฉันเชื่อว่าฉันทำได้ดีแน่นอน

"สถานการณ์ของบริษัทปีที่แล้วเป็นยังไง" พี่ลิตายิงคำถามใส่ฉันทันที

"ตอนต้นปีค่อนข้างกระท่อนกระแท่น เพราะแบบที่กำลังลงขายกลับโดนตัดหน้า ทำให้ไม่สามารถลงขายได้ เพราะมันจะเสี่ยงเกินไป เลยสั่งออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมีท่านประธานเป็นคนคุมการออกแบบเอง เพื่อกันการรั่วไหลอีกครั้ง ทันทีที่วางขายกลับทำกำไรได้มหาศาล ตอกหน้าบริษัทคู่แข่งไปเต็ม ๆ ด้วยกำไรสุทธิที่ห้าร้อยกว่าล้านบาทค่ะ" ฉันย้อนความคิดสักพักนึง แล้วก็ตอบออกไปด้วยความมั่นใจ เพราะฉันจำเรื่องนี้ได้ เพราะเป็นปีที่โดนบริษัทคู่แข่งตัดหน้าไปทั้ง ๆ ที่ผลิตสินค้าไว้แล้วเรียบร้อย จึงต้องหยุดการวางจำหน่ายและนำกลับมาแก้ใหม่ทั้งหมด

ท่านประธานก็เก่งเหมือนกันนะ ถ้ารอบออกแบบใหม่มันไม่ปัง ก็จะหมายความว่าสินค้าล็อตนั้นจะขาดทุนย่อยยับเลยละ

 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ“ยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม.......สวยมากครับ อีกรูปนะครับ........” เสียงตากล้องสั่งโพสท่าทางอย่างมืออาชีพ เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัว ๆ ราวกับว่าอยากจะเก็บภาพทุกช็อตทั้งวันนี้ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าคนรู้จักเยอะจริง ๆ ส่วนมากไม่ใช่ของฉันหรอก เป็นทางฝั่งเขาซะมากกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของฉันที่ดองมากว่าห้าปี เพราะไหนจะรอคลอดลูก รอรักษาหุ่น รอลูกวิ่งได้ แต่เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปตรวจเจอว่าท้องลูกคนที่สองอีก ไม่ต้องรักษาแล้วหุ่นอะไรนั่นน่ะ จัด ๆ ไปเถอะ เอาลูกเข้าเฟรมให้หมดทุกคนไปเลย“วันนี้เพื่อนฉันสวยที่สุด! ไม่มีใครสวยได้เท่าแกแล้วคุณแม่ลูกสอง” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอรับแขกที่มาร่วมงานงานแต่ง ยัยลินก็เดินถือแก้วน้ำมาให้ฉัน เพราะตั้งแต่งานเริ่มฉันก็เอาแต่นั่งถ่ายรูปมาหลายชั่วโมงแล้ว“เหนื่อยสุด ๆ เลย นั่งจนเมื่อยก้นแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้เข้าพิธีสักทีนะ อยากกลับไปนอนจะแย่” ฉันนั่งทุบ ๆ ไหล่ตัวเองไปมา ช่วงนี้คนน่าจะมากันใกล้หมดแล้วละ มีเวลาได้พักหายใจหายคอหน่อย“อีกครึ่งชั่วโมงก็เข้าพิธีแล้ว ทนอีกนิดนะ........” อลินซับเหงื่อตามใบหน้าให้ฉันและแต่งเติมเพิ่มเข้าไ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 2/2

    “เซอร์เวย์.........”“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการให้เอง” ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปากขอร้องออกไป เซอร์เวย์ก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะขอและหันไปสั่งให้เอเดนจัดการ “การเรียนเธอเป็นยังไง?”“ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ”“หางานตำแหน่งที่ว่างในบริษัทให้เธอ ที่พักด้วย........”“ครับบอส....”“คุณ....จะให้ฉันทำงานในบริษัทจริง ๆ เหรอคะ! ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ฉันสัญญาว่าจะกลับตัวและไม่ทำเรื่องแบบนั้นอีก” หญิงสาวแววตาเปลี่ยนทันที เพราะการที่ครอบครัวของเธอมีประวัติแบบนี้ก็คงจะหางานทำได้ยาก ยิ่งเธอต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้อีกคงได้อดตายกันก่อนพอดี“เธอก็ตั้งใจทำงานซะ นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอ รักษามันไว้ให้ดีล่ะ” ฉันทนเห็นญาติผู้น้องคนนี้อดตายไปไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าเรื่องสมัยก่อนเธอจะทำฉันไว้เจ็บแสบก็เถอะ แต่เดี๋ยวฉันค่อยไปเอาคืนทีหลังก็ได้ ยังมีเวลาอีกเยอะ“ขอบคุณนะกีวี่” ขอแค่เพียงให้เธอได้เจอโลกใบใหม่ ฉันก็เชื่อว่าเธอต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้แน่นอน“กลับบ้านกันเถอะ” เซอร์เวย์ยื่นมือมาที่ด้านหน้าของฉันและมองด้วยสายตาที่อ่อนโยนราวกับว่าต้องการให้ฉันละลายลงไปที่พื้นให้ได้“อื้ม......กลับบ้านของเราก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 1/2

    บท 67 THE END “กีวี่!!! มาช่วยน้าใช่ไหม น้าไม่ได้เป็นคนทำ” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมา ฉันมองไปทางที่มาของเสียงก็พบกับสองผัวเมียและผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ในห้องขัง “มันเป็นคนขับไปชน น้าแค่โดนบังคับ มัน........อั่ก!!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางนั่นก็กระเด็นไปติดกำแพงอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้คนบริเวณนั้นไม่น้อย “เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คาบข่าวเกี่ยวกับเงินมาบอกกู มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างไม่ใช่รึไง!!” พอถึงเวลาก็โยนขี้ใส่กัน น่าสมเพชจริง ๆ เลยนะคนพวกนี้ ฉันเดินหนีไปโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก วันนี้ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าเอาเรื่องในชีวิตจริงของฉันมาแต่งเป็นนิยายให้คนทั่วไปได้อ่านมันคงจะน่าอดสูไม่น้อยเลย พ่อแม่ตาย ฉันก็ดันมาความจำเสื่อมไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฆาตกรที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่อีก คงไม่มีใครดวงกุดไปกว่าฉันแล้วละ แต่ก็ยังมีเรื่องที่นับว่าโชคดี อย่างเรื่องที่ฉันได้เจอคนดี ๆ อย่างพี่ลัน ยัยลินและครอบครัวพวกเขาดีกับฉันทุกอย่างเหมือนคนในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ และอีกห

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 2/2

    “เรื่องสิบสี่ปีก่อนกูโง่เองแหละที่ยอมทำตามคำสั่งของมึง มันฝังใจกูมาตลอดที่ไปช่วยคนชั่วอย่างมึง แล้วตอนนี้มึงก็ยังจะไปฆ่าเด็กคนนั้นอีก กูทนต่อไปไม่ไหวแล้วว่ะ กลับตัวตอนนี้มันก็ยังไม่สาย มึงยอมรับสารภาพซะเถอะ” บทสนทนาของสองพี่น้องยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆการที่ได้เป็นพ่อคนมันทำให้เขาสำนึกขึ้นมาได้ว่าในตอนนั้นเขาได้ทำสิ่งที่มันร้ายแรงที่สุดลงไป แต่จะให้กลับไปแก้ไขอะไรตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือยอมรับผิดและรับโทษในสิ่งที่ได้ทำลงไปและที่สำคัญที่สุดคือ เขาจะต้องขอโทษเด็กคนนั้นให้ได้“ไอ้น้องทรยศ!!!” คุณตำรวจได้แต่นั่งถอนหายใจกับพฤติกรรมของพี่ชายที่ถูกเลี้ยงอย่างเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กไม่ว่าเขาจะเอาอะไร คนในบ้านก็จะหามาให้ทุกอย่าง พอไม่ได้ดั่งใจก็จะโวยวาย จนคนในครอบครัวไม่มีใครกล้าขัด มันคงเป็นสันดานเสียที่เริ่มต้นจากพื้นฐานครอบครัวนี่แหละ“พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ ขอบคุณที่ยอมรับผิดและมอบหลักฐานให้นะครับ” หลังจากที่เอเดนพาสองผัวเมียคู่นั้นมาส่งไว้ที่สถานีตำรวจที่มีนายตำรวจคนนั้นประจำการอยู่ เอามาฝากขังไว้ ก่อนที่จะลากลับไป แต่ก็ยังคงให้ลูกน้องเฝ้าบริเวณโดยรอบเอาไว้........

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 1/2

    บท 66 “มึงเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งตัวเกร็งและเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “แล้วมึงละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านหลังนี้” ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปใกล้กว่าเดิม เพื่อหมายจะเอาชีวิต “กะ.....กูเป็นญาติเจ้าของบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าเพราะเกิดจากความเครียดและความกลัวตาย “งั้นเหรอ.......” “คุณคะ ทำไมไม่ขึ้นมานอนสักที พรุ่งนี้..........นี่มันอะไรกัน....” ยังไม่ทันที่เซอร์เวย์จะได้พูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน เธอมองเข้ามาในความมืดเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นสามีของเธอกำลังนั่งอยู่และมีผู้ชายอีกคนที่กำลังจ่อกระบอกปืนไปที่หัวของผู้ที่เป็นสามีของเธอ “บอสครับ เราได้หลักฐานมาแล้วครับ แล้วคนคนนั้นก็ยอมรับผิดแล้ว” เอเดนเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เจ้านายฟัง “หลักฐานบ้าอะไรของแกวะ....” “อย่าขยับเยอะสิเดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก ไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมา” เอเดนทำตามคำสั่งของเจ้านายและเดินไปจับตัวหญิงวัยกลางคนไว้ “แกจะมายุ่งกับฉันทำไม!!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เธอเอาแต่โวยวายและไม่ยอมให้เอเดนจับและ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท65

    บท 65 “เธอกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไปแย่งมาตอนไหน.........” “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปสิฟาง ใครกันแน่ที่ทำตัวเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นพี่มันก็โง่เองแหละที่ปล่อยกีวี่ให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ พี่ไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกมาบังคับให้พี่ต้องเลิกกับวี่” มาร์คระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่าน ที่เขาต้องคอยมาโทษตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ เพียงเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว “หึ พี่พูดอย่างนี้เพราะอยากจะตัดขาดกับฟางเหรอคะ? พี่อย่าลืมสิถ้าพ่อฟางถอนหุ้นออกให้หมด บริษัทของพ่อพี่มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ลืมไปแล้วเหรอ?” “เธออยากจะบอกให้พ่อเธอถอนออกไปก็แล้วแต่ โทรเลยสิพี่รอฟังอยู่......” พี่มาร์คทำหน้าท้าทายให้เธอรีบ ๆ กดโทรไปบอกพ่อเธอซะ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวก็เอาเลยสิ “นี่มัน มันเรื่องอะไรกัน หนูฟางทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ หนูเป็นอะไรไปทำไมถึงไปพูดขู่พี่เขาแบบนั้น........มาร์ค” คุณป้าได้แต่ยืนอึ้งกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะให้มาเป็นลูกสะใภ้ที่สวย เรียบร้อย อ่อนน้อมเหมือนที่เธอแสดงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท61 2/2

    ‘ฉันไม่ได้อยากจะทำแบบนี้เลยนะ แต่มันก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ ...........’ เด็กสาวที่อยู่ในอาการสะลึมสะลือจากการได้รับแรงกระแทกเมื่อสักครู่ ส่งผลทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาดูว่าใครเป็นคนเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา‘พี่ต้องยกโทษให้ฉันนะ ถ้าฉันไม่ได้มันล่ะก็ฉันตายแน่ ๆ ‘เสียงพูดยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง แต่เธอก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท59

    บท 59 “อะไร......” ตอนแรกกะว่าจะไม่ตื่น แต่พอได้ยินแบบนั้นแล้ว ก็ลืมตาให้หน่อยนึงก็ได้ “อยากรู้ไหมล่ะ ถ้าอยากรู้ก็นอนต่อสิ” เซอร์เวย์ก้าวขาขึ้นมาบนเตียงและค่อย ๆ เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนฉันต้องรีบตื่นและลุกหนี “ไปแล้ว มืดค่ำแล้วยังจะพาไปไหนอีก..........” ระหว่างที่เดินไปห้องน้ำ ฉันก็บ่นไปตลอดท

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท58

    บท 58“หมอที่โรงพยาบาลนี้ดีไหมลูกหรือจะหาโรงพยาบาลใหม่ดี............” ระหว่างทางที่กำลังขับรถกลับบริษัท คุณนายที่นั่งอยู่ ข้าง ๆ ฉันก็เอาแต่พูดไม่หยุด สภาพฉันตอนนี้ก็คือโดนล้อมด้านข้างไปหมดแล้ว ทั้งแม่ทั้งลูกเลย“โรงพยาบาลนี้นี่แหละใกล้ดี จะให้ไปไหนอีก.....” สองแม่ลูกคู่นี้ก็ยังคงคอนเซ็ปท์ เถียงก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท57

    บท 57 “ถึงแล้วค่ะ ลงไปกันไหวไหมคะ? วี่เดี๋ยวพี่ช่วยพยุง” ลิตาใช้เวลาขับรถไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาล ที่เธอต้องซิ่งมาเร็วขนาดนี้ก็เพราะว่าบนรถเหมือนจะมีคนไข้ถึงสองคน แถมอีกคนก็ยังเป็นท่านประธานอีก “คุณลงไปไหวไหมคะ?” ฉันสะกิดให้เซอร์เวย์และสอบถามว่าอาการเป็นยังไงบ้าง พอเดินเองไหวรึเปล่า ตอนนี้ฉันก็

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status