مشاركة

บท10

مؤلف: Jammy Witty
last update تاريخ النشر: 2026-01-26 20:32:05

บท 10

 

พี่มาร์คและพี่ลิตาได้แต่ทำหน้าเจื่อน ๆ และได้แยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง พี่ลิตาก็ก้มหน้าลงทานก๋วยเตี๋ยวโดยที่ไม่ได้ถามอะไรฉันทั้งนั้น ทั้งที่ฉันพึ่งจะทำกิริยาแบบนั้นออกไป

ฉันรู้ว่าเป็นกิริยาที่ไม่น่ารัก แต่จะให้ฉันแสร้งทำเป็นยิ้มต่อหน้าคนที่เคยทำฉันเจ็บไว้ไม่ได้หรอก ฉันเล่นละครไม่เก่ง

ช่วงเวลาที่ได้คบกับพี่มาร์ค มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขจริง ๆ ถึงตอนนั้นเขาจะเสแสร้งทำก็เถอะ แต่มันก็ทำให้ฉันคลั่งเขาได้ แต่พอรู้ความจริงทั้งหมด ฉันก็ยิ่งเจ็บไปอีก คนที่แสนดีกับฉันแบบนั้น กล้าทำกับฉันได้ยังไง มาทำลายความรู้สึกดี ๆ ที่ฉันมีให้เขาได้ยังไง ตอนนี้ฉันก็ยังไม่หายโกรธเขาเลย มันฝังเรื่องราวนั้นลงไปในสมองฉันแล้ว

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ โดยที่พี่มาร์คก็ไม่ได้คิดเงินแม้แต่บาทเดียว ฉันกับพี่ลิตาก็พากันเดินกลับบริษัท

ฉันก็กลับไปอ่านเอกสารต่อ จนถึงเวลาเลิกงาน ฉันก็ขอเอาเอกสารไปอ่านต่อที่บ้าน พี่ลิตาเชื่อใจฉันก็เลยให้เอากลับไปได้

เมื่อกลับมาถึงห้อง ฉันก็ยังนั่งอ่านเอกสารอยู่อย่างนั้น ตั้งใจทำงานขนาดนี้ต้องได้โล่พนักงานดีเด่นแล้วไหมล่ะ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“วี่!!! ฉันซื้อขนมมาฝาก” เสียงเคาะประตูดังขึ้นและมาพร้อมกับเสียงเรียกชื่อฉันอย่างดัง ไม่ต้องถามก็รู้ว่าใคร เสียงดังขนาดนี้

“เข้ามาเลย” ฉันตอบกลับไปแต่เสียง ส่วนตัวและหน้าของฉันก็ยังจ้องอ่านเอกสารอยู่อย่างไม่ละสายตา

“ทำไมไม่ล็อกประตูละ มันอันตรายนะ” ลินเปิดประตูเข้ามาตามคำที่ฉันพึ่งตอบไปเมื่อครู่

“ลืมอะ” ฉันตอบออกไปแต่ก็ยังไม่ละจากเอกสารอยู่ดี

“ทำอะไรอยู่น่ะ เอกสารอะไรเนี่ย ทำไมมันเยอะแบบนี้ละ” ลินเดินเข้ามาหาฉัน เพราะสงสัยว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ถึงไม่หันมามองเธอเลย

“ทำงานไง เธอบอกให้ฉันหางานทำไม่ใช่เหรอ นี่ไงงานฉัน” ฉันละสายตาจากเอกสารที่พึ่งจะอ่านหมดเล่ม แล้วหันมาคุยกับลินแทน

“อย่างเธอเนี่ยนะที่จะหางานทำง่าย ๆ ปกติอิดออดจะตาย แล้วไปทำที่ไหนเนี่ย ทำไมไม่มาทำบริษัทพ่อฉันละ” ลินพูดเหมือนไม่เชื่อว่าฉันจะออกไปหางานทำได้ง่ายดายแบบนี้ เพราะไม่ว่าลินจะมาไล่ให้ฉันไปทำงานกี่รอบ ๆ ฉันก็ไม่ยอมไป เธอเลยค่อนข้างที่จะเชื่อได้ยากว่าฉันมีงานทำแล้วจริง ๆ

“ทำที่บริษัทเอสวีน่ะ” ฉันบอกออกไปพร้อมกับหยิบเอกสารเล่มใหม่มาอ่านต่อ ฉันเอามาประมาณหกเล่ม นี่ก็อ่านไปได้สี่เล่มแล้ว กะว่าอ่านนี่หมด แล้วค่อยนอน

“บริษัท เอสวี เหรอ.............อย่าบอกนะว่า เป็นบริษัทของ.......” ลินทำท่านึกอยู่สักพัก ถึงเธอจะไม่มีงานทำ แต่ยังไงครอบครัวเธอก็ทำธุรกิจอยู่ เธอก็พอจะรู้จักบริษัทพวกนี้อยู่บ้าง และเธอก็จำได้ว่าเป็นบริษัทของคน ๆ นั้น

“ใช่ เซอร์เวย์” ฉันตอบออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า

“โอมายก็อต ถ้าพี่ลันรู้แกโดนเละแน่ พี่เขาไม่ได้หมายความว่าให้แกเข้ามาทำงานที่บริษัทเขาแบบนี้นะเว้ย” ลินตกใจกับคำตอบมาก ๆ ไม่คิดว่าเพื่อนเธอจะบ้าบิ่นแบบนี้ พี่ลันก็เตือนว่าเขาอันตราย แต่เธอก็ยังเข้าไปพัวพันกับเขาถึงที่ ช่างไม่กลัวอะไรเลยจริง ๆ

“แกก็อย่าบอกพี่ลันสิ ช่วยฉันเก็บเป็นความลับก่อน สัญญาว่าจะทำไม่นาน เดี๋ยวแป๊บเดียวก็ออก ช่วยฉันเถอะนะ..น้าาาาา” ฉันวางเอกสารลงและเข้าไปอ้อนลินให้ช่วยฉันเก็บความลับนี้ไว้ก่อน ก็อย่างที่ลินบอก ถ้าพี่ลันรู้ฉันโดนสวดยับแน่ ๆ และคงจะบังคับให้ฉันไปลาออกทันที นิสัยพี่ลันคือ ถ้าอ่อนโยนก็จะกลายเป็นผู้ชายที่อบอุ่น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่โกรธหรือโมโหก็จะกลายร่างเป็นปีศาจร้ายทันที

 

ยัยลินเคยโดนมาแล้ว เหตุการณ์ก็คือ วันนั้นฉันกับลินไปดื่มกันมาหนักมาก ๆ ถึงขนาดที่ลินขับรถไม่ได้เด็ดขาด ฉันที่ยังพอมีสติอยู่ ก็เลยโทรให้พี่ลันมารับ พอพี่ลันมาก็จัดการด่าก่อนไปฉากหนึ่ง ว่าทำไมดื่มกันเมาเละแบบนี้ ยัยลินก็ยังเถียงไม่หยุด ตามประสาคนเมานั่นแหละ

พอกำลังจะขึ้น ยัยนี่กลับมีอาการอยากจะอ้วก แต่ก็นั่นแหละ ไม่ทัน ทุกอย่างลงที่รถพี่ลันเต็ม ๆ หลังจากวันนั้น ยัยลินก็โดนพี่ลันด่าไปสามวันเจ็ดวัน แถมโดนหักเงินค่าขนมอีก

“แกนี่มันจริง ๆ เลยนะ ช่วยเบา ๆ หน่อยเถอะ ความบ้าบิ่นของเธอน่ะ” ลินได้แต่นั่งถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะถึงเธอพูดไป ยัยนี่ก็ไม่ฟังอยู่ดี เธอก็คงทำได้แค่ช่วยเธอไปก่อน

“เอาน่า อย่าพึ่งบ่นฉันเลย มากินขนมที่เธอซื้อมาให้ดีกว่า” ฉันลากลินให้มานั่งกินขนมด้วยกัน เธออยู่คุยเล่นกับฉันสักพักก็กลับไป ส่วนฉันก็มานั่งอ่านเอกสารต่อ ใช้เวลาสักพักฉันก็อ่านจบทั้งหมด

ตอนนี้ก็ตีสามแล้ว ฉันเลยตัดสินใจนอนหลับเลยดีกว่า ค่อยอาบน้ำตอนเช้าทีเดียว

..........................................................................................................

สองวันผ่านไป

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

"เข้ามาได้จ้ะ" ทันทีที่ได้ยินเสียงคนด้านในอนุญาต ฉันก็ผลักประตูเข้าไปทันที

"พี่ลิตาคะ หนูอ่านเอกสารหมดแล้วนะคะ" ฉันเข้ามาเพื่อที่จะบอกเรื่องนี้แหละ ฉันอ่านเอกสารทั้งหมดแล้ว

"ห๊ะ!! หมดแล้ว จริงเหรอ" ลิตาตกใจทันทีที่เธอบอกว่าอ่านหมดแล้ว เธอใช้เวลาแค่สี่วันกับการอ่านเอกสารที่เกี่ยวกับบริษัททั้งหมด ซึ่งคนก่อน ๆ นั้น กว่าจะอ่านจบก็ปาไปเป็นอาทิตย์กว่า ๆ บางคนสองอาทิตย์ยังอ่านไม่หมดเลย ไม่รู้ว่าเยอะเกินไปหรือพวกหล่อนขี้เกียจอ่านกันแน่

"จริงสิคะ ฉันอ่านหมดแล้วค่ะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามมาได้เลยค่ะ" ฉันมั่นใจที่จะตอบมาก ๆ มันคือความภาคภูมิในความเป็นนักเขียนของฉันเลยละ ฉันอ่านเร็ว พิมพ์เร็ว จดเร็ว แถมยังอ่านแล้วจำได้แม่นอีกต่างหาก

ก็นะฉันอ่านนิยายมามากกว่าพันเรื่อง ทำไมเรื่องแค่นี้ฉันจะทำไม่ได้ละ และฉันเชื่อว่าฉันทำได้ดีแน่นอน

"สถานการณ์ของบริษัทปีที่แล้วเป็นยังไง" พี่ลิตายิงคำถามใส่ฉันทันที

"ตอนต้นปีค่อนข้างกระท่อนกระแท่น เพราะแบบที่กำลังลงขายกลับโดนตัดหน้า ทำให้ไม่สามารถลงขายได้ เพราะมันจะเสี่ยงเกินไป เลยสั่งออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมีท่านประธานเป็นคนคุมการออกแบบเอง เพื่อกันการรั่วไหลอีกครั้ง ทันทีที่วางขายกลับทำกำไรได้มหาศาล ตอกหน้าบริษัทคู่แข่งไปเต็ม ๆ ด้วยกำไรสุทธิที่ห้าร้อยกว่าล้านบาทค่ะ" ฉันย้อนความคิดสักพักนึง แล้วก็ตอบออกไปด้วยความมั่นใจ เพราะฉันจำเรื่องนี้ได้ เพราะเป็นปีที่โดนบริษัทคู่แข่งตัดหน้าไปทั้ง ๆ ที่ผลิตสินค้าไว้แล้วเรียบร้อย จึงต้องหยุดการวางจำหน่ายและนำกลับมาแก้ใหม่ทั้งหมด

ท่านประธานก็เก่งเหมือนกันนะ ถ้ารอบออกแบบใหม่มันไม่ปัง ก็จะหมายความว่าสินค้าล็อตนั้นจะขาดทุนย่อยยับเลยละ

 

 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ“ยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม.......สวยมากครับ อีกรูปนะครับ........” เสียงตากล้องสั่งโพสท่าทางอย่างมืออาชีพ เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัว ๆ ราวกับว่าอยากจะเก็บภาพทุกช็อตทั้งวันนี้ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าคนรู้จักเยอะจริง ๆ ส่วนมากไม่ใช่ของฉันหรอก เป็นทางฝั่งเขาซะมากกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของฉันที่ดองมากว่าห้าปี เพราะไหนจะรอคลอดลูก รอรักษาหุ่น รอลูกวิ่งได้ แต่เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปตรวจเจอว่าท้องลูกคนที่สองอีก ไม่ต้องรักษาแล้วหุ่นอะไรนั่นน่ะ จัด ๆ ไปเถอะ เอาลูกเข้าเฟรมให้หมดทุกคนไปเลย“วันนี้เพื่อนฉันสวยที่สุด! ไม่มีใครสวยได้เท่าแกแล้วคุณแม่ลูกสอง” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอรับแขกที่มาร่วมงานงานแต่ง ยัยลินก็เดินถือแก้วน้ำมาให้ฉัน เพราะตั้งแต่งานเริ่มฉันก็เอาแต่นั่งถ่ายรูปมาหลายชั่วโมงแล้ว“เหนื่อยสุด ๆ เลย นั่งจนเมื่อยก้นแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้เข้าพิธีสักทีนะ อยากกลับไปนอนจะแย่” ฉันนั่งทุบ ๆ ไหล่ตัวเองไปมา ช่วงนี้คนน่าจะมากันใกล้หมดแล้วละ มีเวลาได้พักหายใจหายคอหน่อย“อีกครึ่งชั่วโมงก็เข้าพิธีแล้ว ทนอีกนิดนะ........” อลินซับเหงื่อตามใบหน้าให้ฉันและแต่งเติมเพิ่มเข้าไ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 2/2

    “เซอร์เวย์.........”“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการให้เอง” ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปากขอร้องออกไป เซอร์เวย์ก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะขอและหันไปสั่งให้เอเดนจัดการ “การเรียนเธอเป็นยังไง?”“ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ”“หางานตำแหน่งที่ว่างในบริษัทให้เธอ ที่พักด้วย........”“ครับบอส....”“คุณ....จะให้ฉันทำงานในบริษัทจริง ๆ เหรอคะ! ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ฉันสัญญาว่าจะกลับตัวและไม่ทำเรื่องแบบนั้นอีก” หญิงสาวแววตาเปลี่ยนทันที เพราะการที่ครอบครัวของเธอมีประวัติแบบนี้ก็คงจะหางานทำได้ยาก ยิ่งเธอต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้อีกคงได้อดตายกันก่อนพอดี“เธอก็ตั้งใจทำงานซะ นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอ รักษามันไว้ให้ดีล่ะ” ฉันทนเห็นญาติผู้น้องคนนี้อดตายไปไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าเรื่องสมัยก่อนเธอจะทำฉันไว้เจ็บแสบก็เถอะ แต่เดี๋ยวฉันค่อยไปเอาคืนทีหลังก็ได้ ยังมีเวลาอีกเยอะ“ขอบคุณนะกีวี่” ขอแค่เพียงให้เธอได้เจอโลกใบใหม่ ฉันก็เชื่อว่าเธอต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้แน่นอน“กลับบ้านกันเถอะ” เซอร์เวย์ยื่นมือมาที่ด้านหน้าของฉันและมองด้วยสายตาที่อ่อนโยนราวกับว่าต้องการให้ฉันละลายลงไปที่พื้นให้ได้“อื้ม......กลับบ้านของเราก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 1/2

    บท 67 THE END “กีวี่!!! มาช่วยน้าใช่ไหม น้าไม่ได้เป็นคนทำ” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมา ฉันมองไปทางที่มาของเสียงก็พบกับสองผัวเมียและผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ในห้องขัง “มันเป็นคนขับไปชน น้าแค่โดนบังคับ มัน........อั่ก!!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางนั่นก็กระเด็นไปติดกำแพงอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้คนบริเวณนั้นไม่น้อย “เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คาบข่าวเกี่ยวกับเงินมาบอกกู มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างไม่ใช่รึไง!!” พอถึงเวลาก็โยนขี้ใส่กัน น่าสมเพชจริง ๆ เลยนะคนพวกนี้ ฉันเดินหนีไปโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก วันนี้ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าเอาเรื่องในชีวิตจริงของฉันมาแต่งเป็นนิยายให้คนทั่วไปได้อ่านมันคงจะน่าอดสูไม่น้อยเลย พ่อแม่ตาย ฉันก็ดันมาความจำเสื่อมไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฆาตกรที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่อีก คงไม่มีใครดวงกุดไปกว่าฉันแล้วละ แต่ก็ยังมีเรื่องที่นับว่าโชคดี อย่างเรื่องที่ฉันได้เจอคนดี ๆ อย่างพี่ลัน ยัยลินและครอบครัวพวกเขาดีกับฉันทุกอย่างเหมือนคนในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ และอีกห

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 2/2

    “เรื่องสิบสี่ปีก่อนกูโง่เองแหละที่ยอมทำตามคำสั่งของมึง มันฝังใจกูมาตลอดที่ไปช่วยคนชั่วอย่างมึง แล้วตอนนี้มึงก็ยังจะไปฆ่าเด็กคนนั้นอีก กูทนต่อไปไม่ไหวแล้วว่ะ กลับตัวตอนนี้มันก็ยังไม่สาย มึงยอมรับสารภาพซะเถอะ” บทสนทนาของสองพี่น้องยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆการที่ได้เป็นพ่อคนมันทำให้เขาสำนึกขึ้นมาได้ว่าในตอนนั้นเขาได้ทำสิ่งที่มันร้ายแรงที่สุดลงไป แต่จะให้กลับไปแก้ไขอะไรตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือยอมรับผิดและรับโทษในสิ่งที่ได้ทำลงไปและที่สำคัญที่สุดคือ เขาจะต้องขอโทษเด็กคนนั้นให้ได้“ไอ้น้องทรยศ!!!” คุณตำรวจได้แต่นั่งถอนหายใจกับพฤติกรรมของพี่ชายที่ถูกเลี้ยงอย่างเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กไม่ว่าเขาจะเอาอะไร คนในบ้านก็จะหามาให้ทุกอย่าง พอไม่ได้ดั่งใจก็จะโวยวาย จนคนในครอบครัวไม่มีใครกล้าขัด มันคงเป็นสันดานเสียที่เริ่มต้นจากพื้นฐานครอบครัวนี่แหละ“พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ ขอบคุณที่ยอมรับผิดและมอบหลักฐานให้นะครับ” หลังจากที่เอเดนพาสองผัวเมียคู่นั้นมาส่งไว้ที่สถานีตำรวจที่มีนายตำรวจคนนั้นประจำการอยู่ เอามาฝากขังไว้ ก่อนที่จะลากลับไป แต่ก็ยังคงให้ลูกน้องเฝ้าบริเวณโดยรอบเอาไว้........

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 1/2

    บท 66 “มึงเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งตัวเกร็งและเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “แล้วมึงละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านหลังนี้” ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปใกล้กว่าเดิม เพื่อหมายจะเอาชีวิต “กะ.....กูเป็นญาติเจ้าของบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าเพราะเกิดจากความเครียดและความกลัวตาย “งั้นเหรอ.......” “คุณคะ ทำไมไม่ขึ้นมานอนสักที พรุ่งนี้..........นี่มันอะไรกัน....” ยังไม่ทันที่เซอร์เวย์จะได้พูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน เธอมองเข้ามาในความมืดเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นสามีของเธอกำลังนั่งอยู่และมีผู้ชายอีกคนที่กำลังจ่อกระบอกปืนไปที่หัวของผู้ที่เป็นสามีของเธอ “บอสครับ เราได้หลักฐานมาแล้วครับ แล้วคนคนนั้นก็ยอมรับผิดแล้ว” เอเดนเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เจ้านายฟัง “หลักฐานบ้าอะไรของแกวะ....” “อย่าขยับเยอะสิเดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก ไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมา” เอเดนทำตามคำสั่งของเจ้านายและเดินไปจับตัวหญิงวัยกลางคนไว้ “แกจะมายุ่งกับฉันทำไม!!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เธอเอาแต่โวยวายและไม่ยอมให้เอเดนจับและ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท65

    บท 65 “เธอกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไปแย่งมาตอนไหน.........” “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปสิฟาง ใครกันแน่ที่ทำตัวเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นพี่มันก็โง่เองแหละที่ปล่อยกีวี่ให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ พี่ไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกมาบังคับให้พี่ต้องเลิกกับวี่” มาร์คระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่าน ที่เขาต้องคอยมาโทษตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ เพียงเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว “หึ พี่พูดอย่างนี้เพราะอยากจะตัดขาดกับฟางเหรอคะ? พี่อย่าลืมสิถ้าพ่อฟางถอนหุ้นออกให้หมด บริษัทของพ่อพี่มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ลืมไปแล้วเหรอ?” “เธออยากจะบอกให้พ่อเธอถอนออกไปก็แล้วแต่ โทรเลยสิพี่รอฟังอยู่......” พี่มาร์คทำหน้าท้าทายให้เธอรีบ ๆ กดโทรไปบอกพ่อเธอซะ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวก็เอาเลยสิ “นี่มัน มันเรื่องอะไรกัน หนูฟางทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ หนูเป็นอะไรไปทำไมถึงไปพูดขู่พี่เขาแบบนั้น........มาร์ค” คุณป้าได้แต่ยืนอึ้งกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะให้มาเป็นลูกสะใภ้ที่สวย เรียบร้อย อ่อนน้อมเหมือนที่เธอแสดงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท46

    บท 46“มันต้องผ่านขั้นแฟนก่อนสิคะ จะข้ามไปขั้นไหนอีก”“เธอไม่อยากแต่งเหรอ?” เขากลายเป็นคนพูดตรงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ“ก็ไม่ใช่อย่างนั้น แต่มันก็ดูเหมือนจะเร็วเกินไปนะคะ” ฉันพึ่งจะเข้ามาทำงานที่บริษัทยังไม่ถึงหนึ่งปีด้วยซ้ำเอี๊ยด!!!เซอร์เวย์จอดรถเข้าข้างทางอย่างกะทันหัน ซึ่งมันทำให้ฉันตกใ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท44

    บท 44“ฮึก....กระทืบเขาเลยค่ะพี่ลัน ไม่ต้องไปรอฟังไอ้ผู้ชายบ้ากามนี่ค่ะ ไอ้บ้านิสัยไม่ดีฮึก ๆ.......แง” ฉันร้องไห้จนตัวโยน ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงร้องออกมาได้ขนาดนี้เหมือนกัน อยู่ดี ๆ น้ำตามันก็ไหลแบบหยุดไม่อยู่ มาร้องไห้งอแงแบบเด็กต่อหน้าเขาซะได้ ทำไมรู้สึกว่าตัวเองอ่อนไหวง่ายทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นม

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท43

    บท 43“โอ๊ย กว่าจะเคลียร์งานเสร็จเหนื่อยจริง ๆ เลย” งานจบตั้งแต่หกโมงเย็น แต่กว่าจะได้กลับก็ปาไปจะสองทุ่มแล้ว ปวดเนื้อปวดตัวไปหมด อยากกลับไปนอนจะแย่แล้วส่วนท่านประธานน่ะเหรอ กลับไปตั้งแต่ตอนงานจบแล้วละ บอกว่ามีธุระต้องไปทำต่อ ก็เลยกลับไปก่อนกริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง-พี่ลัน-“พี่ลันโทรมางั้นเหรอ ปกต

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท42

    บท 42“แค่ก ๆ ๆ สงสัยช่วงนี้อากาศไม่ค่อยดีน่ะ เหมือนจะเป็นหวัดเลย แหะ ๆ” โคตรจะไม่เนียนเลย ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย โดนจับได้แน่ ๆ เจอในสภาพอื่นก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้ามาเจอฉันในสภาพที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้นเลยมันก็เกินไปนะ ฉันจะเอาหน้าที่ไหนไปมองพี่ลิตากันละ“แต่เมื่อกี๊มันเหมือนเสียงของผู้หญิงเลยนะคะ”

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status