เข้าสู่ระบบบท 8
ระหว่างที่ฉันนั่งรอมาประมาณสามชั่วโมงกว่า ๆ ฉันก็ได้เข้าสอบสัมภาษณ์สักที หลังจากที่ส่งใบสมัคร เขาก็ตรวจทันทีเลยว่าผ่านหรือไม่ผ่าน จากที่มีคนมาสมัครประมาณร้อยกว่าคน ตอนนี้เหลือไม่ถึงห้าสิบแล้วละ รอสอบสัมภาษณ์แล้วจะประกาศผลในตอนเย็นผ่านหน้าเว็บไซต์บริษัท พรุ่งนี้เริ่มงานได้เลย หรือใครมีเหตุที่เริ่มงานพรุ่งนี้ไม่ได้ ให้เข้ามาแจ้งก่อน ฉันเดินเข้าไปในห้อง ก็เห็นว่ามีผู้หญิงอายุราว ๆ 30ปี นั่งกันอยู่สองคน ฉันเลยเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ด้านหน้าที่พวกเขาน่าจะจัดเตรียมไว้ "สวัสดีค่ะ" ฉันกล่าวทักทายพร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อม พวกเขาสองคนก็พยักหน้ารับ "ทำไมถึงอยากจะเข้าทำงานที่บริษัทนี้คะ?" หนึ่งในสองคน เปิดคำถาม ฉันต้องตอบว่าอะไรดีนะ ถ้าบอกว่ามาหาผู้ชายมันจะเป็นการดูไม่ดีสักเท่าไหร่ แถมผู้ชายคนนั้นยังเป็นประธานบริษัทเขาอีก "อยากลองอะไรใหม่ ๆ น่ะค่ะ" ตอบไปแบบนี้คงได้มั้ง ไม่เคยสอบสัมภาษณ์งานซะด้วยสิ ปกติเขาตอบกันยังไงอะ "ในเรซูเม่ที่ส่งมาให้ ไม่มีประวัติการทำงานเลยนี่คะ จบมาหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอ" อีกคนนึงที่นั่งดูเรซูเม่ฉันเป็นคนถาม "ค่ะ พอดีว่าทำอาชีพอื่นที่ไม่ได้อยู่ในสารบบน่ะค่ะ" อาชีพนักเขียนนิยายต้องอยู่ภายใต้ชื่อนามปากกาเท่านั้น คนภายนอกห้ามรู้ว่าเราเป็นใครเด็ดขาด เดี๋ยวมันไม่ลึกลับ "งั้นทำอะไรเป็นบ้างคะ จบบริหารธุรกิจมาใช่ไหม" ถามเยอะจริง ๆ เลยแฮะ "พิมพ์เร็ว ความจำดีค่ะ" ฉันตอบออกไปอย่างรวดเร็ว ข้อดีของฉันก็คือพิมพ์เร็วนี่แหละ เป็นนักเขียนนิยายถ้าพิมพ์ไม่เร็ว พล็อตในหัวก็หายหมดน่ะสิ "เอ่อ....คำถามสุดท้ายนะคะ" พนักงานคนนึงดูกระอักกระอ่วนที่จะถาม "ค่ะ ถามมาได้เลยค่ะ" ถามอะไรมาฉันก็พร้อมที่จะตอบอยู่แล้ว เชิญถามมาได้เลยค่ะ "ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้มาสมัครงานงั้นเหรอคะ?" ".......คะ?" ห๊ะ มีปัญหาอะไรกับการแต่งตัวของฉันรึไง "ก็ปกติเห็นว่าหนุ่มสาวเดี๋ยวนี้เขาก็ไม่ค่อยได้ใส่เสื้อแขนยาว กระโปรงยาวกันแล้วนะคะ" พนักงานอีกคน รีบอธิบายให้ฉันเข้าใจ "อ๋อ.....มันใส่สบายน่ะค่ะ ไม่ต้องกลัวกระโปรงเปิดด้วย" วันนี้ฉันตั้งใจใส่กระโปรงยาวกับเสื้อแขนยาวมาเลยนะ ก็วันนี้แดดมันร้อน ลมก็แรงอีก ฉันแต่งแบบนี้มา ก็เดินสบายเลย ไม่ต้องกังวลอะไรอีก แปลกตรงไหน "อ๋องั้นเหรอคะ ฮ่าๆๆๆ สงสัยคงต้องลองบ้างแล้ว" บรรยากาศแปลก ๆ แฮะ หรือเราคิดไปเอง "ถ้างั้นไปรอฟังผลตอนเย็นได้เลยนะคะ กลับบ้านได้เลยค่ะ" “ขอบคุณค่ะ จะรอฟังข่าวดีนะคะ” ฉันกล่าวลาและเดินออกมาด้านนอก เพื่อที่จะกลับบ้านไปรอฟังผล ระหว่างทางที่ฉันกำลังออกจากบริษัทไป ก็นึกอะไรได้บางอย่าง “ไหน ๆ ก็มาแล้ว ขอเดินดูให้ทั่ว ๆ หน่อยละกัน” ฉันเดินดูรอบ ๆ บริษัท บริษัทนี้ เป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ๆ และมีหลายชั้น วันนี้ฉันก็คงเดินไม่ทั่วหรอก เดินไปได้นิดหน่อยฉันก็เหนื่อยแล้ว ปกติไม่ค่อยได้เดินไกลแบบนี้ไง เวลานี้ปกติฉันก็นอนอยู่ในห้อง “กลับห้องดีกว่า เหนื่อย!!!!” ฉันตัดสินใจกลับ ไม่ดงไม่ดูมันแล้ว ขี้เกียจ!! ก่อนกลับฉันแวะซื้อของกินไปนิดหน่อย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องออกมาอีก หลับยาว ๆ ไปเลยดีกว่า หิวเมื่อไหร่ค่อยลุกขึ้นมากิน “โอยยยย ไม่คิดว่าจะเหนื่อยขนาดนี้เลย แล้วฉันต้องไปทำงานเนี่ยนะ มันท้าทายกว่าการเขียนนิยายอีกมั้งเนี่ย นี่ฉันหาเรื่องใส่หัวตัวเองใช่ไหมมมมม” เมื่อมาถึงห้อง ฉันก็รีบพุ่งตัวไปที่เตียงทันที เพราะเหนื่อยกับวันนี้มาก ๆ ฉันไม่อยู่รอฟังผลอะไรนั่นละ ขอนอนก่อนดีกว่า ตั้งห้าสิบกว่าคน เอาแค่สิบคน ฉันจะไปผ่านได้ยังไง พรุ่งนี้ค่อยไปคิดพล็อตใหม่ละกัน แค่เริ่มฉันก็หมดหวังแล้ว ฉันเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น เรื่องของเซอร์เวย์ฉันว่าตัดใจไปเลยดีกว่า ยังไงก็คงสู้คนอื่นเขาไม่ได้อยู่แล้ว เอกลักษณ์ฉันก็ไม่มีสักอย่าง สวยก็ไม่สวย ถ้าเทียบกับคนที่ไปสมัครงานมาวันนี้ คนสวย ๆ เต็มเลยละ ถึงจะเข้าไปทำงานได้ ก็ใช่ว่าฉันจะได้เจอเขานี่นา ไม่สนแล้วว!!!! …………………………………………………………………………………………… ซะที่ไหนกันละ ฮุฮุ สองชั่วโมงที่แล้ว “โอ๊ย ทำไมตื่นมาเวลานี้เนี่ย ยังง่วงอยู่เลย หาวววว” ฉันลุกขึ้นมานั่งงัวเงียอยู่บนเตียง เพราะทำไมถึงมาตื่นตอนหกโมงเช้าก็ไม่รู้ ปกติฉันไม่ตื่นหรอกนะเวลานี้อะ “ไหน ๆ ก็ตื่นมาละ เช็กหน่อยละกัน” ฉันลุกมาเปิดคอมพิวเตอร์และเช็กอะไรบางอย่าง ระหว่างที่นั่งพิมพ์ชื่อตัวเองอยู่ ฉันก็ใจสั่นแปลก อีกใจก็อยากผ่าน แต่อีกใจก็ไม่อยากผ่าน เพราะถ้าเข้าไปได้ แล้วจะให้ฉันตัดใจจากเขายังไงเล่า แต่ถ้าได้งานนี้ฉันก็จะไม่อดตายแน่ ๆ เพราะฉันก็จะมีงานประจำ แต่ถ้าไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ลองกลับมาแต่งนิยายดู แต่ถ้ามันไปไม่รอดจริง ๆ ลองไปสมัครงานที่อื่นดูก็ไม่เสียหาย ‘นางสาว ภัสสร ธาวัลย์ คุณผ่านการสอบสัมภาษณ์ค่ะ ขอให้เข้ามาทำงานอย่างมีความสุขนะคะ’ “กรี๊ดดดดดดดดด ฉันผ่านเหรอเนี่ย แต่งตัว ๆ ชุด ใช่...ฉันต้องหาชุด ดีนะที่ตื่นทัน.....” หลังจากที่ฉันดีใจจนเสร็จแล้ว ฉันก็ต้องวิ่งวุ่นกับการหาชุด เพื่อที่จะไปทำงานวันแรก ขอบคุณพระเจ้านะคะ ที่ทำให้ฉันตื่นเวลานี้ กลับมาที่ปัจจุบัน ฉันมองดูตัวเองในกระจก เพื่อเตรียมความพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างกับการทำงานวันแรก ปรับตรงนู้นนิด ปรับตรงนี้หน่อย ฉันยืนปรับมาจะเกือบชั่วโมงแล้ว มันยังไม่เป๊ะเลยอะ ......ว่าแต่ ทำไมเขาถึงรับฉันเข้าทำงานละ .......................................................................................................... “ทำไมถึงรับเข้าทำงานเหรอ เพราะการแต่งตัวของเธอมั้ง ฮ่าๆๆ ไม่ต้องสนใจหรอก ตามมา ๆ จะพาไปที่โต๊ะทำงานจ่ะ อ่อ พี่แนะนำตัวก่อนนะ พี่ชื่อพี่ลิตา พี่จะเป็นพี่เลี้ยงเธอตลอดการทดลองงานนี้นะ” เพราะการแต่งตัวเธอดูเชยน่ะสิและดูใสซื่อ คงไม่ได้คิดจะมาอ่อยท่านประธานอย่างเดียว เพราะว่ามักจะมีพวกที่ไม่คิดจะมาทำงาน จ้องแต่จะมาจับผู้ มันจะกลายเป็นจ้างเสียเงินเดือนซะเปล่า ๆ เธอว่าคนนี้แหละ ต้องตั้งใจมาทำงานแน่ ๆ ..........คิดผิดแล้วค่ะ คุณพี่ลิตา คนนี้แหละค่ะ ที่คิดจะมาจับท่านประธานของคุณให้อยู่มัด ฉันที่พึ่งจะได้รับคำตอบมาอย่างงง ๆ ก็ได้ยืนอย่างงงๆ อยู่อย่างนั้น เพราะฉันผ่านเพราะการแต่งตัวเนี่ยนะ เหตุผลแค่นี้น่ะเหรอ หลังจากที่ฉันพึ่งจะดึงสติตัวเองให้กลับมาได้ ฉันก็รีบเดินตามพี่ลิตาไป เพราะเขาบอกว่าจะพาไปดูโต๊ะทำงาน ฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ทำงานเกี่ยวกับอะไร.............ตอนพิเศษ“ยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม.......สวยมากครับ อีกรูปนะครับ........” เสียงตากล้องสั่งโพสท่าทางอย่างมืออาชีพ เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัว ๆ ราวกับว่าอยากจะเก็บภาพทุกช็อตทั้งวันนี้ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าคนรู้จักเยอะจริง ๆ ส่วนมากไม่ใช่ของฉันหรอก เป็นทางฝั่งเขาซะมากกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของฉันที่ดองมากว่าห้าปี เพราะไหนจะรอคลอดลูก รอรักษาหุ่น รอลูกวิ่งได้ แต่เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปตรวจเจอว่าท้องลูกคนที่สองอีก ไม่ต้องรักษาแล้วหุ่นอะไรนั่นน่ะ จัด ๆ ไปเถอะ เอาลูกเข้าเฟรมให้หมดทุกคนไปเลย“วันนี้เพื่อนฉันสวยที่สุด! ไม่มีใครสวยได้เท่าแกแล้วคุณแม่ลูกสอง” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอรับแขกที่มาร่วมงานงานแต่ง ยัยลินก็เดินถือแก้วน้ำมาให้ฉัน เพราะตั้งแต่งานเริ่มฉันก็เอาแต่นั่งถ่ายรูปมาหลายชั่วโมงแล้ว“เหนื่อยสุด ๆ เลย นั่งจนเมื่อยก้นแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้เข้าพิธีสักทีนะ อยากกลับไปนอนจะแย่” ฉันนั่งทุบ ๆ ไหล่ตัวเองไปมา ช่วงนี้คนน่าจะมากันใกล้หมดแล้วละ มีเวลาได้พักหายใจหายคอหน่อย“อีกครึ่งชั่วโมงก็เข้าพิธีแล้ว ทนอีกนิดนะ........” อลินซับเหงื่อตามใบหน้าให้ฉันและแต่งเติมเพิ่มเข้าไ
“เซอร์เวย์.........”“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการให้เอง” ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปากขอร้องออกไป เซอร์เวย์ก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะขอและหันไปสั่งให้เอเดนจัดการ “การเรียนเธอเป็นยังไง?”“ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ”“หางานตำแหน่งที่ว่างในบริษัทให้เธอ ที่พักด้วย........”“ครับบอส....”“คุณ....จะให้ฉันทำงานในบริษัทจริง ๆ เหรอคะ! ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ฉันสัญญาว่าจะกลับตัวและไม่ทำเรื่องแบบนั้นอีก” หญิงสาวแววตาเปลี่ยนทันที เพราะการที่ครอบครัวของเธอมีประวัติแบบนี้ก็คงจะหางานทำได้ยาก ยิ่งเธอต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้อีกคงได้อดตายกันก่อนพอดี“เธอก็ตั้งใจทำงานซะ นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอ รักษามันไว้ให้ดีล่ะ” ฉันทนเห็นญาติผู้น้องคนนี้อดตายไปไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าเรื่องสมัยก่อนเธอจะทำฉันไว้เจ็บแสบก็เถอะ แต่เดี๋ยวฉันค่อยไปเอาคืนทีหลังก็ได้ ยังมีเวลาอีกเยอะ“ขอบคุณนะกีวี่” ขอแค่เพียงให้เธอได้เจอโลกใบใหม่ ฉันก็เชื่อว่าเธอต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้แน่นอน“กลับบ้านกันเถอะ” เซอร์เวย์ยื่นมือมาที่ด้านหน้าของฉันและมองด้วยสายตาที่อ่อนโยนราวกับว่าต้องการให้ฉันละลายลงไปที่พื้นให้ได้“อื้ม......กลับบ้านของเราก
บท 67 THE END “กีวี่!!! มาช่วยน้าใช่ไหม น้าไม่ได้เป็นคนทำ” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมา ฉันมองไปทางที่มาของเสียงก็พบกับสองผัวเมียและผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ในห้องขัง “มันเป็นคนขับไปชน น้าแค่โดนบังคับ มัน........อั่ก!!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางนั่นก็กระเด็นไปติดกำแพงอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้คนบริเวณนั้นไม่น้อย “เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คาบข่าวเกี่ยวกับเงินมาบอกกู มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างไม่ใช่รึไง!!” พอถึงเวลาก็โยนขี้ใส่กัน น่าสมเพชจริง ๆ เลยนะคนพวกนี้ ฉันเดินหนีไปโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก วันนี้ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าเอาเรื่องในชีวิตจริงของฉันมาแต่งเป็นนิยายให้คนทั่วไปได้อ่านมันคงจะน่าอดสูไม่น้อยเลย พ่อแม่ตาย ฉันก็ดันมาความจำเสื่อมไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฆาตกรที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่อีก คงไม่มีใครดวงกุดไปกว่าฉันแล้วละ แต่ก็ยังมีเรื่องที่นับว่าโชคดี อย่างเรื่องที่ฉันได้เจอคนดี ๆ อย่างพี่ลัน ยัยลินและครอบครัวพวกเขาดีกับฉันทุกอย่างเหมือนคนในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ และอีกห
“เรื่องสิบสี่ปีก่อนกูโง่เองแหละที่ยอมทำตามคำสั่งของมึง มันฝังใจกูมาตลอดที่ไปช่วยคนชั่วอย่างมึง แล้วตอนนี้มึงก็ยังจะไปฆ่าเด็กคนนั้นอีก กูทนต่อไปไม่ไหวแล้วว่ะ กลับตัวตอนนี้มันก็ยังไม่สาย มึงยอมรับสารภาพซะเถอะ” บทสนทนาของสองพี่น้องยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆการที่ได้เป็นพ่อคนมันทำให้เขาสำนึกขึ้นมาได้ว่าในตอนนั้นเขาได้ทำสิ่งที่มันร้ายแรงที่สุดลงไป แต่จะให้กลับไปแก้ไขอะไรตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือยอมรับผิดและรับโทษในสิ่งที่ได้ทำลงไปและที่สำคัญที่สุดคือ เขาจะต้องขอโทษเด็กคนนั้นให้ได้“ไอ้น้องทรยศ!!!” คุณตำรวจได้แต่นั่งถอนหายใจกับพฤติกรรมของพี่ชายที่ถูกเลี้ยงอย่างเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กไม่ว่าเขาจะเอาอะไร คนในบ้านก็จะหามาให้ทุกอย่าง พอไม่ได้ดั่งใจก็จะโวยวาย จนคนในครอบครัวไม่มีใครกล้าขัด มันคงเป็นสันดานเสียที่เริ่มต้นจากพื้นฐานครอบครัวนี่แหละ“พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ ขอบคุณที่ยอมรับผิดและมอบหลักฐานให้นะครับ” หลังจากที่เอเดนพาสองผัวเมียคู่นั้นมาส่งไว้ที่สถานีตำรวจที่มีนายตำรวจคนนั้นประจำการอยู่ เอามาฝากขังไว้ ก่อนที่จะลากลับไป แต่ก็ยังคงให้ลูกน้องเฝ้าบริเวณโดยรอบเอาไว้........
บท 66 “มึงเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งตัวเกร็งและเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “แล้วมึงละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านหลังนี้” ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปใกล้กว่าเดิม เพื่อหมายจะเอาชีวิต “กะ.....กูเป็นญาติเจ้าของบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าเพราะเกิดจากความเครียดและความกลัวตาย “งั้นเหรอ.......” “คุณคะ ทำไมไม่ขึ้นมานอนสักที พรุ่งนี้..........นี่มันอะไรกัน....” ยังไม่ทันที่เซอร์เวย์จะได้พูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน เธอมองเข้ามาในความมืดเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นสามีของเธอกำลังนั่งอยู่และมีผู้ชายอีกคนที่กำลังจ่อกระบอกปืนไปที่หัวของผู้ที่เป็นสามีของเธอ “บอสครับ เราได้หลักฐานมาแล้วครับ แล้วคนคนนั้นก็ยอมรับผิดแล้ว” เอเดนเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เจ้านายฟัง “หลักฐานบ้าอะไรของแกวะ....” “อย่าขยับเยอะสิเดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก ไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมา” เอเดนทำตามคำสั่งของเจ้านายและเดินไปจับตัวหญิงวัยกลางคนไว้ “แกจะมายุ่งกับฉันทำไม!!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เธอเอาแต่โวยวายและไม่ยอมให้เอเดนจับและ
บท 65 “เธอกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไปแย่งมาตอนไหน.........” “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปสิฟาง ใครกันแน่ที่ทำตัวเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นพี่มันก็โง่เองแหละที่ปล่อยกีวี่ให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ พี่ไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกมาบังคับให้พี่ต้องเลิกกับวี่” มาร์คระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่าน ที่เขาต้องคอยมาโทษตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ เพียงเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว “หึ พี่พูดอย่างนี้เพราะอยากจะตัดขาดกับฟางเหรอคะ? พี่อย่าลืมสิถ้าพ่อฟางถอนหุ้นออกให้หมด บริษัทของพ่อพี่มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ลืมไปแล้วเหรอ?” “เธออยากจะบอกให้พ่อเธอถอนออกไปก็แล้วแต่ โทรเลยสิพี่รอฟังอยู่......” พี่มาร์คทำหน้าท้าทายให้เธอรีบ ๆ กดโทรไปบอกพ่อเธอซะ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวก็เอาเลยสิ “นี่มัน มันเรื่องอะไรกัน หนูฟางทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ หนูเป็นอะไรไปทำไมถึงไปพูดขู่พี่เขาแบบนั้น........มาร์ค” คุณป้าได้แต่ยืนอึ้งกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะให้มาเป็นลูกสะใภ้ที่สวย เรียบร้อย อ่อนน้อมเหมือนที่เธอแสดงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้
บท 56 เพี้ยะ!!!! เสียงตบครั้งที่สองดังขึ้น พร้อมกับที่ฮือฮาดังกว่าเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ที่ใบหน้าของฉัน แต่เป็นใบหน้าของมนุษย์ป้าที่กล้ามา ตบฉัน “ตอนนี้กับตอนนั้นมันไม่เหมือนกันแล้วนะคะ หัดเจียมตัวเองซะบ้าง แก่แล้วก็ควรจะเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน แต่ฉันว่าเคสนี้ควรให้ลูกเลี้ยงอยู่ที่บ้านแทนนะคะ จะ
บท 55“นี่เอกสารทั้งหมดที่ค้างไว้ เซ็นให้หมดเลยนะคะ” หลังจากที่หมดวันลาแล้ว ฉันก็กลับมาทำงานปกติ แต่กว่าจะกลับมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ปัญหาก็ติดอยู่ที่ประธานบริษัทนี่แหละ ดื้อดึงไม่ยอมกลับ จนฉันต้องใช้ไม้แข็งโดยการที่จะขับกลับคนเดียวและปล่อยให้เขาอยู่พักผ่อนตามที่ต้องการแต่หลังจากที่ฉันเก็บของเ
บท 54ติ้ง ติ้งข้อความทยอยส่งมาเรื่อย ๆ ทางอีเมล มีส่งเอกสารมาหนึ่งฉบับและรายละเอียดอีกเล็ก ๆ น้อย ๆ ฉันกดเข้าไปที่เอกสารจ่าหน้าว่ากรมธรรม์ประกันชีวิต“เอกสารประกันชีวิตของใคร.........”..........................................................................................................ผ
บท 47“เอ่อ.....คุณป้าหมายถึงหนูเหรอคะ?” คงจะพูดกับใครไม่ได้นอกจากฉันแล้วละ เพราะฉันคือผู้ที่มาใหม่ของบ้านนี้ แต่เขาทักขึ้นมาเหมือนจะเคยเจอฉันมาก่อน“สิบกว่าปีก่อนใช่ไหมนะ ป้าเสียใจด้วยนะที่ป้าช่วยไว้ไม่ทัน” หน้าของคุณป้าดูเศร้าลงมาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่ากำลังพูดเรื่องที่สะเทือนอย่างหนัก“พูดถ







