Share

บท8

Penulis: Jammy Witty
last update Tanggal publikasi: 2026-01-26 20:31:31

บท 8

 

ระหว่างที่ฉันนั่งรอมาประมาณสามชั่วโมงกว่า ๆ ฉันก็ได้เข้าสอบสัมภาษณ์สักที หลังจากที่ส่งใบสมัคร เขาก็ตรวจทันทีเลยว่าผ่านหรือไม่ผ่าน จากที่มีคนมาสมัครประมาณร้อยกว่าคน ตอนนี้เหลือไม่ถึงห้าสิบแล้วละ รอสอบสัมภาษณ์แล้วจะประกาศผลในตอนเย็นผ่านหน้าเว็บไซต์บริษัท พรุ่งนี้เริ่มงานได้เลย หรือใครมีเหตุที่เริ่มงานพรุ่งนี้ไม่ได้ ให้เข้ามาแจ้งก่อน

ฉันเดินเข้าไปในห้อง ก็เห็นว่ามีผู้หญิงอายุราว ๆ 30ปี นั่งกันอยู่สองคน ฉันเลยเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ด้านหน้าที่พวกเขาน่าจะจัดเตรียมไว้

"สวัสดีค่ะ" ฉันกล่าวทักทายพร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อม พวกเขาสองคนก็พยักหน้ารับ

"ทำไมถึงอยากจะเข้าทำงานที่บริษัทนี้คะ?" หนึ่งในสองคน เปิดคำถาม

ฉันต้องตอบว่าอะไรดีนะ ถ้าบอกว่ามาหาผู้ชายมันจะเป็นการดูไม่ดีสักเท่าไหร่ แถมผู้ชายคนนั้นยังเป็นประธานบริษัทเขาอีก

"อยากลองอะไรใหม่ ๆ น่ะค่ะ" ตอบไปแบบนี้คงได้มั้ง ไม่เคยสอบสัมภาษณ์งานซะด้วยสิ ปกติเขาตอบกันยังไงอะ

"ในเรซูเม่ที่ส่งมาให้ ไม่มีประวัติการทำงานเลยนี่คะ จบมาหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอ" อีกคนนึงที่นั่งดูเรซูเม่ฉันเป็นคนถาม

"ค่ะ พอดีว่าทำอาชีพอื่นที่ไม่ได้อยู่ในสารบบน่ะค่ะ" อาชีพนักเขียนนิยายต้องอยู่ภายใต้ชื่อนามปากกาเท่านั้น คนภายนอกห้ามรู้ว่าเราเป็นใครเด็ดขาด เดี๋ยวมันไม่ลึกลับ

"งั้นทำอะไรเป็นบ้างคะ จบบริหารธุรกิจมาใช่ไหม" ถามเยอะจริง ๆ เลยแฮะ

"พิมพ์เร็ว ความจำดีค่ะ" ฉันตอบออกไปอย่างรวดเร็ว ข้อดีของฉันก็คือพิมพ์เร็วนี่แหละ เป็นนักเขียนนิยายถ้าพิมพ์ไม่เร็ว พล็อตในหัวก็หายหมดน่ะสิ

"เอ่อ....คำถามสุดท้ายนะคะ" พนักงานคนนึงดูกระอักกระอ่วนที่จะถาม

"ค่ะ ถามมาได้เลยค่ะ" ถามอะไรมาฉันก็พร้อมที่จะตอบอยู่แล้ว เชิญถามมาได้เลยค่ะ

"ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้มาสมัครงานงั้นเหรอคะ?"

".......คะ?" ห๊ะ มีปัญหาอะไรกับการแต่งตัวของฉันรึไง

"ก็ปกติเห็นว่าหนุ่มสาวเดี๋ยวนี้เขาก็ไม่ค่อยได้ใส่เสื้อแขนยาว กระโปรงยาวกันแล้วนะคะ" พนักงานอีกคน รีบอธิบายให้ฉันเข้าใจ

"อ๋อ.....มันใส่สบายน่ะค่ะ ไม่ต้องกลัวกระโปรงเปิดด้วย" วันนี้ฉันตั้งใจใส่กระโปรงยาวกับเสื้อแขนยาวมาเลยนะ ก็วันนี้แดดมันร้อน ลมก็แรงอีก ฉันแต่งแบบนี้มา ก็เดินสบายเลย ไม่ต้องกังวลอะไรอีก แปลกตรงไหน

"อ๋องั้นเหรอคะ ฮ่าๆๆๆ สงสัยคงต้องลองบ้างแล้ว" บรรยากาศแปลก ๆ แฮะ หรือเราคิดไปเอง

"ถ้างั้นไปรอฟังผลตอนเย็นได้เลยนะคะ กลับบ้านได้เลยค่ะ"

“ขอบคุณค่ะ จะรอฟังข่าวดีนะคะ” ฉันกล่าวลาและเดินออกมาด้านนอก เพื่อที่จะกลับบ้านไปรอฟังผล

ระหว่างทางที่ฉันกำลังออกจากบริษัทไป ก็นึกอะไรได้บางอย่าง

“ไหน ๆ ก็มาแล้ว ขอเดินดูให้ทั่ว ๆ หน่อยละกัน” ฉันเดินดูรอบ ๆ บริษัท

บริษัทนี้ เป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ๆ และมีหลายชั้น วันนี้ฉันก็คงเดินไม่ทั่วหรอก เดินไปได้นิดหน่อยฉันก็เหนื่อยแล้ว ปกติไม่ค่อยได้เดินไกลแบบนี้ไง เวลานี้ปกติฉันก็นอนอยู่ในห้อง

“กลับห้องดีกว่า เหนื่อย!!!!” ฉันตัดสินใจกลับ ไม่ดงไม่ดูมันแล้ว ขี้เกียจ!!

ก่อนกลับฉันแวะซื้อของกินไปนิดหน่อย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องออกมาอีก หลับยาว ๆ ไปเลยดีกว่า หิวเมื่อไหร่ค่อยลุกขึ้นมากิน

“โอยยยย ไม่คิดว่าจะเหนื่อยขนาดนี้เลย แล้วฉันต้องไปทำงานเนี่ยนะ มันท้าทายกว่าการเขียนนิยายอีกมั้งเนี่ย นี่ฉันหาเรื่องใส่หัวตัวเองใช่ไหมมมมม” เมื่อมาถึงห้อง ฉันก็รีบพุ่งตัวไปที่เตียงทันที เพราะเหนื่อยกับวันนี้มาก ๆ

ฉันไม่อยู่รอฟังผลอะไรนั่นละ ขอนอนก่อนดีกว่า ตั้งห้าสิบกว่าคน เอาแค่สิบคน ฉันจะไปผ่านได้ยังไง พรุ่งนี้ค่อยไปคิดพล็อตใหม่ละกัน แค่เริ่มฉันก็หมดหวังแล้ว

ฉันเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น เรื่องของเซอร์เวย์ฉันว่าตัดใจไปเลยดีกว่า ยังไงก็คงสู้คนอื่นเขาไม่ได้อยู่แล้ว เอกลักษณ์ฉันก็ไม่มีสักอย่าง สวยก็ไม่สวย ถ้าเทียบกับคนที่ไปสมัครงานมาวันนี้ คนสวย ๆ เต็มเลยละ

ถึงจะเข้าไปทำงานได้ ก็ใช่ว่าฉันจะได้เจอเขานี่นา

ไม่สนแล้วว!!!!

 

……………………………………………………………………………………………

 

ซะที่ไหนกันละ ฮุฮุ

 

สองชั่วโมงที่แล้ว

 

“โอ๊ย ทำไมตื่นมาเวลานี้เนี่ย ยังง่วงอยู่เลย หาวววว” ฉันลุกขึ้นมานั่งงัวเงียอยู่บนเตียง เพราะทำไมถึงมาตื่นตอนหกโมงเช้าก็ไม่รู้ ปกติฉันไม่ตื่นหรอกนะเวลานี้อะ

“ไหน ๆ ก็ตื่นมาละ เช็กหน่อยละกัน” ฉันลุกมาเปิดคอมพิวเตอร์และเช็กอะไรบางอย่าง

ระหว่างที่นั่งพิมพ์ชื่อตัวเองอยู่ ฉันก็ใจสั่นแปลก อีกใจก็อยากผ่าน แต่อีกใจก็ไม่อยากผ่าน เพราะถ้าเข้าไปได้ แล้วจะให้ฉันตัดใจจากเขายังไงเล่า แต่ถ้าได้งานนี้ฉันก็จะไม่อดตายแน่ ๆ เพราะฉันก็จะมีงานประจำ แต่ถ้าไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ลองกลับมาแต่งนิยายดู แต่ถ้ามันไปไม่รอดจริง ๆ ลองไปสมัครงานที่อื่นดูก็ไม่เสียหาย

‘นางสาว ภัสสร ธาวัลย์ คุณผ่านการสอบสัมภาษณ์ค่ะ ขอให้เข้ามาทำงานอย่างมีความสุขนะคะ’

“กรี๊ดดดดดดดดด ฉันผ่านเหรอเนี่ย แต่งตัว ๆ ชุด ใช่...ฉันต้องหาชุด ดีนะที่ตื่นทัน.....” หลังจากที่ฉันดีใจจนเสร็จแล้ว ฉันก็ต้องวิ่งวุ่นกับการหาชุด เพื่อที่จะไปทำงานวันแรก

ขอบคุณพระเจ้านะคะ ที่ทำให้ฉันตื่นเวลานี้

กลับมาที่ปัจจุบัน

ฉันมองดูตัวเองในกระจก เพื่อเตรียมความพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างกับการทำงานวันแรก ปรับตรงนู้นนิด ปรับตรงนี้หน่อย ฉันยืนปรับมาจะเกือบชั่วโมงแล้ว มันยังไม่เป๊ะเลยอะ

......ว่าแต่

ทำไมเขาถึงรับฉันเข้าทำงานละ

..........................................................................................................

 

“ทำไมถึงรับเข้าทำงานเหรอ เพราะการแต่งตัวของเธอมั้ง ฮ่าๆๆ ไม่ต้องสนใจหรอก ตามมา ๆ จะพาไปที่โต๊ะทำงานจ่ะ อ่อ พี่แนะนำตัวก่อนนะ พี่ชื่อพี่ลิตา พี่จะเป็นพี่เลี้ยงเธอตลอดการทดลองงานนี้นะ” เพราะการแต่งตัวเธอดูเชยน่ะสิและดูใสซื่อ คงไม่ได้คิดจะมาอ่อยท่านประธานอย่างเดียว เพราะว่ามักจะมีพวกที่ไม่คิดจะมาทำงาน จ้องแต่จะมาจับผู้ มันจะกลายเป็นจ้างเสียเงินเดือนซะเปล่า ๆ เธอว่าคนนี้แหละ ต้องตั้งใจมาทำงานแน่ ๆ

..........คิดผิดแล้วค่ะ คุณพี่ลิตา คนนี้แหละค่ะ ที่คิดจะมาจับท่านประธานของคุณให้อยู่มัด

ฉันที่พึ่งจะได้รับคำตอบมาอย่างงง ๆ ก็ได้ยืนอย่างงงๆ อยู่อย่างนั้น เพราะฉันผ่านเพราะการแต่งตัวเนี่ยนะ เหตุผลแค่นี้น่ะเหรอ

หลังจากที่ฉันพึ่งจะดึงสติตัวเองให้กลับมาได้ ฉันก็รีบเดินตามพี่ลิตาไป เพราะเขาบอกว่าจะพาไปดูโต๊ะทำงาน ฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ทำงานเกี่ยวกับอะไร.............

 

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ“ยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม.......สวยมากครับ อีกรูปนะครับ........” เสียงตากล้องสั่งโพสท่าทางอย่างมืออาชีพ เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัว ๆ ราวกับว่าอยากจะเก็บภาพทุกช็อตทั้งวันนี้ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าคนรู้จักเยอะจริง ๆ ส่วนมากไม่ใช่ของฉันหรอก เป็นทางฝั่งเขาซะมากกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของฉันที่ดองมากว่าห้าปี เพราะไหนจะรอคลอดลูก รอรักษาหุ่น รอลูกวิ่งได้ แต่เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปตรวจเจอว่าท้องลูกคนที่สองอีก ไม่ต้องรักษาแล้วหุ่นอะไรนั่นน่ะ จัด ๆ ไปเถอะ เอาลูกเข้าเฟรมให้หมดทุกคนไปเลย“วันนี้เพื่อนฉันสวยที่สุด! ไม่มีใครสวยได้เท่าแกแล้วคุณแม่ลูกสอง” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอรับแขกที่มาร่วมงานงานแต่ง ยัยลินก็เดินถือแก้วน้ำมาให้ฉัน เพราะตั้งแต่งานเริ่มฉันก็เอาแต่นั่งถ่ายรูปมาหลายชั่วโมงแล้ว“เหนื่อยสุด ๆ เลย นั่งจนเมื่อยก้นแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้เข้าพิธีสักทีนะ อยากกลับไปนอนจะแย่” ฉันนั่งทุบ ๆ ไหล่ตัวเองไปมา ช่วงนี้คนน่าจะมากันใกล้หมดแล้วละ มีเวลาได้พักหายใจหายคอหน่อย“อีกครึ่งชั่วโมงก็เข้าพิธีแล้ว ทนอีกนิดนะ........” อลินซับเหงื่อตามใบหน้าให้ฉันและแต่งเติมเพิ่มเข้าไ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 2/2

    “เซอร์เวย์.........”“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการให้เอง” ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปากขอร้องออกไป เซอร์เวย์ก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะขอและหันไปสั่งให้เอเดนจัดการ “การเรียนเธอเป็นยังไง?”“ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ”“หางานตำแหน่งที่ว่างในบริษัทให้เธอ ที่พักด้วย........”“ครับบอส....”“คุณ....จะให้ฉันทำงานในบริษัทจริง ๆ เหรอคะ! ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ฉันสัญญาว่าจะกลับตัวและไม่ทำเรื่องแบบนั้นอีก” หญิงสาวแววตาเปลี่ยนทันที เพราะการที่ครอบครัวของเธอมีประวัติแบบนี้ก็คงจะหางานทำได้ยาก ยิ่งเธอต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้อีกคงได้อดตายกันก่อนพอดี“เธอก็ตั้งใจทำงานซะ นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอ รักษามันไว้ให้ดีล่ะ” ฉันทนเห็นญาติผู้น้องคนนี้อดตายไปไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าเรื่องสมัยก่อนเธอจะทำฉันไว้เจ็บแสบก็เถอะ แต่เดี๋ยวฉันค่อยไปเอาคืนทีหลังก็ได้ ยังมีเวลาอีกเยอะ“ขอบคุณนะกีวี่” ขอแค่เพียงให้เธอได้เจอโลกใบใหม่ ฉันก็เชื่อว่าเธอต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้แน่นอน“กลับบ้านกันเถอะ” เซอร์เวย์ยื่นมือมาที่ด้านหน้าของฉันและมองด้วยสายตาที่อ่อนโยนราวกับว่าต้องการให้ฉันละลายลงไปที่พื้นให้ได้“อื้ม......กลับบ้านของเราก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 1/2

    บท 67 THE END “กีวี่!!! มาช่วยน้าใช่ไหม น้าไม่ได้เป็นคนทำ” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมา ฉันมองไปทางที่มาของเสียงก็พบกับสองผัวเมียและผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ในห้องขัง “มันเป็นคนขับไปชน น้าแค่โดนบังคับ มัน........อั่ก!!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางนั่นก็กระเด็นไปติดกำแพงอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้คนบริเวณนั้นไม่น้อย “เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คาบข่าวเกี่ยวกับเงินมาบอกกู มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างไม่ใช่รึไง!!” พอถึงเวลาก็โยนขี้ใส่กัน น่าสมเพชจริง ๆ เลยนะคนพวกนี้ ฉันเดินหนีไปโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก วันนี้ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าเอาเรื่องในชีวิตจริงของฉันมาแต่งเป็นนิยายให้คนทั่วไปได้อ่านมันคงจะน่าอดสูไม่น้อยเลย พ่อแม่ตาย ฉันก็ดันมาความจำเสื่อมไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฆาตกรที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่อีก คงไม่มีใครดวงกุดไปกว่าฉันแล้วละ แต่ก็ยังมีเรื่องที่นับว่าโชคดี อย่างเรื่องที่ฉันได้เจอคนดี ๆ อย่างพี่ลัน ยัยลินและครอบครัวพวกเขาดีกับฉันทุกอย่างเหมือนคนในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ และอีกห

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 2/2

    “เรื่องสิบสี่ปีก่อนกูโง่เองแหละที่ยอมทำตามคำสั่งของมึง มันฝังใจกูมาตลอดที่ไปช่วยคนชั่วอย่างมึง แล้วตอนนี้มึงก็ยังจะไปฆ่าเด็กคนนั้นอีก กูทนต่อไปไม่ไหวแล้วว่ะ กลับตัวตอนนี้มันก็ยังไม่สาย มึงยอมรับสารภาพซะเถอะ” บทสนทนาของสองพี่น้องยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆการที่ได้เป็นพ่อคนมันทำให้เขาสำนึกขึ้นมาได้ว่าในตอนนั้นเขาได้ทำสิ่งที่มันร้ายแรงที่สุดลงไป แต่จะให้กลับไปแก้ไขอะไรตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือยอมรับผิดและรับโทษในสิ่งที่ได้ทำลงไปและที่สำคัญที่สุดคือ เขาจะต้องขอโทษเด็กคนนั้นให้ได้“ไอ้น้องทรยศ!!!” คุณตำรวจได้แต่นั่งถอนหายใจกับพฤติกรรมของพี่ชายที่ถูกเลี้ยงอย่างเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กไม่ว่าเขาจะเอาอะไร คนในบ้านก็จะหามาให้ทุกอย่าง พอไม่ได้ดั่งใจก็จะโวยวาย จนคนในครอบครัวไม่มีใครกล้าขัด มันคงเป็นสันดานเสียที่เริ่มต้นจากพื้นฐานครอบครัวนี่แหละ“พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ ขอบคุณที่ยอมรับผิดและมอบหลักฐานให้นะครับ” หลังจากที่เอเดนพาสองผัวเมียคู่นั้นมาส่งไว้ที่สถานีตำรวจที่มีนายตำรวจคนนั้นประจำการอยู่ เอามาฝากขังไว้ ก่อนที่จะลากลับไป แต่ก็ยังคงให้ลูกน้องเฝ้าบริเวณโดยรอบเอาไว้........

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 1/2

    บท 66 “มึงเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งตัวเกร็งและเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “แล้วมึงละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านหลังนี้” ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปใกล้กว่าเดิม เพื่อหมายจะเอาชีวิต “กะ.....กูเป็นญาติเจ้าของบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าเพราะเกิดจากความเครียดและความกลัวตาย “งั้นเหรอ.......” “คุณคะ ทำไมไม่ขึ้นมานอนสักที พรุ่งนี้..........นี่มันอะไรกัน....” ยังไม่ทันที่เซอร์เวย์จะได้พูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน เธอมองเข้ามาในความมืดเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นสามีของเธอกำลังนั่งอยู่และมีผู้ชายอีกคนที่กำลังจ่อกระบอกปืนไปที่หัวของผู้ที่เป็นสามีของเธอ “บอสครับ เราได้หลักฐานมาแล้วครับ แล้วคนคนนั้นก็ยอมรับผิดแล้ว” เอเดนเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เจ้านายฟัง “หลักฐานบ้าอะไรของแกวะ....” “อย่าขยับเยอะสิเดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก ไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมา” เอเดนทำตามคำสั่งของเจ้านายและเดินไปจับตัวหญิงวัยกลางคนไว้ “แกจะมายุ่งกับฉันทำไม!!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เธอเอาแต่โวยวายและไม่ยอมให้เอเดนจับและ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท65

    บท 65 “เธอกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไปแย่งมาตอนไหน.........” “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปสิฟาง ใครกันแน่ที่ทำตัวเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นพี่มันก็โง่เองแหละที่ปล่อยกีวี่ให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ พี่ไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกมาบังคับให้พี่ต้องเลิกกับวี่” มาร์คระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่าน ที่เขาต้องคอยมาโทษตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ เพียงเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว “หึ พี่พูดอย่างนี้เพราะอยากจะตัดขาดกับฟางเหรอคะ? พี่อย่าลืมสิถ้าพ่อฟางถอนหุ้นออกให้หมด บริษัทของพ่อพี่มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ลืมไปแล้วเหรอ?” “เธออยากจะบอกให้พ่อเธอถอนออกไปก็แล้วแต่ โทรเลยสิพี่รอฟังอยู่......” พี่มาร์คทำหน้าท้าทายให้เธอรีบ ๆ กดโทรไปบอกพ่อเธอซะ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวก็เอาเลยสิ “นี่มัน มันเรื่องอะไรกัน หนูฟางทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ หนูเป็นอะไรไปทำไมถึงไปพูดขู่พี่เขาแบบนั้น........มาร์ค” คุณป้าได้แต่ยืนอึ้งกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะให้มาเป็นลูกสะใภ้ที่สวย เรียบร้อย อ่อนน้อมเหมือนที่เธอแสดงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท61 2/2

    ‘ฉันไม่ได้อยากจะทำแบบนี้เลยนะ แต่มันก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ ...........’ เด็กสาวที่อยู่ในอาการสะลึมสะลือจากการได้รับแรงกระแทกเมื่อสักครู่ ส่งผลทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาดูว่าใครเป็นคนเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา‘พี่ต้องยกโทษให้ฉันนะ ถ้าฉันไม่ได้มันล่ะก็ฉันตายแน่ ๆ ‘เสียงพูดยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง แต่เธอก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท59

    บท 59 “อะไร......” ตอนแรกกะว่าจะไม่ตื่น แต่พอได้ยินแบบนั้นแล้ว ก็ลืมตาให้หน่อยนึงก็ได้ “อยากรู้ไหมล่ะ ถ้าอยากรู้ก็นอนต่อสิ” เซอร์เวย์ก้าวขาขึ้นมาบนเตียงและค่อย ๆ เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนฉันต้องรีบตื่นและลุกหนี “ไปแล้ว มืดค่ำแล้วยังจะพาไปไหนอีก..........” ระหว่างที่เดินไปห้องน้ำ ฉันก็บ่นไปตลอดท

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท58

    บท 58“หมอที่โรงพยาบาลนี้ดีไหมลูกหรือจะหาโรงพยาบาลใหม่ดี............” ระหว่างทางที่กำลังขับรถกลับบริษัท คุณนายที่นั่งอยู่ ข้าง ๆ ฉันก็เอาแต่พูดไม่หยุด สภาพฉันตอนนี้ก็คือโดนล้อมด้านข้างไปหมดแล้ว ทั้งแม่ทั้งลูกเลย“โรงพยาบาลนี้นี่แหละใกล้ดี จะให้ไปไหนอีก.....” สองแม่ลูกคู่นี้ก็ยังคงคอนเซ็ปท์ เถียงก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท57

    บท 57 “ถึงแล้วค่ะ ลงไปกันไหวไหมคะ? วี่เดี๋ยวพี่ช่วยพยุง” ลิตาใช้เวลาขับรถไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาล ที่เธอต้องซิ่งมาเร็วขนาดนี้ก็เพราะว่าบนรถเหมือนจะมีคนไข้ถึงสองคน แถมอีกคนก็ยังเป็นท่านประธานอีก “คุณลงไปไหวไหมคะ?” ฉันสะกิดให้เซอร์เวย์และสอบถามว่าอาการเป็นยังไงบ้าง พอเดินเองไหวรึเปล่า ตอนนี้ฉันก็

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status