แชร์

บท9

ผู้เขียน: Jammy Witty
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-26 20:31:46

บท 9

 

“เลขาฝึกหัด?”

“ใช่จ่ะ เลขาฝึกหัด พอดีงานเลขาที่นี่เปลี่ยนคนค่อนข้างบ่อย สองสามเดือนเปลี่ยนทีน่ะ เลยต้องฝึกไว้ก่อน” เธอรู้ดีว่างานเลขาที่นี่ไม่ค่อยได้ทำงานบริษัท แต่ทำงานอย่างอื่นซะมากกว่า เลยต้องรับสมัครบ่อย ๆ แถมเธอยังโดนนายหญิงใหญ่ของที่นี่สั่งมาอีก ว่าให้หาคนที่คิดจะมาทำงานจริง ๆ หน่อย ไม่ใช่ว่าเบื่อแล้วก็เขี่ยทิ้ง แต่ท่านประธานก็ไม่เคยฟังเลยสักครั้ง ผลกรรมเลยมาตกที่เธอแทน

“ฝึกเป็นเลขาของใครเหรอคะ” ฉันถามออกไป เพราะคงไม่ได้เป็นอย่างที่ฉันคิดหรอกเนอะ อะไรมันจะง่ายดายขนาดนั้น พระเจ้าจะช่วยฉันจริง ๆ เหรอ

ฉันพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ตัวเอง ที่อาจจะออกเกินหน้าเกินตาไป เพราะในใจฉันตอนนี้มันตื่นเต้นมาก ๆ

“ท่านประธานจ่ะ” ที่เธอเลือกคนนี้ ก็เป็นเพราะว่า ในตัวของเธอไม่ตรงสเปคท่านประธานเลยสักนิด น่าจะอยู่ได้นาน เธอก็จะได้ไม่ต้องโดนนายหญิงใหญ่บ่นอีก

“อ๋อค่ะ” ขอบคุณนะคะพระเจ้า อร้ายยยยย

“งั้นงานแรก ก็ทำความเข้าใจเอกสารพวกนี้ละกันจ่ะ”

“ทะ.....ทั้งหมดนี้เลยเหรอคะ?” ที่ฉันต้องถามออกไปแบบนี้เพราะว่ากองเอกสารที่ได้จัดวางอยู่บนโต๊ะ ย้ำว่า กองเอกสาร คือโต๊ะอยู่ระดับเอวฉัน แต่ไอ้กองเอกสารนี่เนี่ย มันอยู่สูงจนแทบจะเท่าหัวไหล่ฉันแล้ว

“ใช่จ่ะ พี่ยังไม่รู้จักชื่อเธอเลยนะ”

“ชื่อ กีวี่ค่ะ เรียกวี่เฉย ๆ ก็ได้ค่ะ”

“โอเคจ่ะ อ่านและทำความเข้าใจเอกสารพวกนี้เสร็จเมื่อไหร่ ก็มาหาพี่นะ พี่จะได้ให้งานต่อไป ไม่ต้องรีบอ่านก็ได้นะ พี่ไม่รีบ พี่ไปทำงานก่อนนะ สู้ ๆ” พี่ลิตามาทิ้งระเบิดให้ฉันเสร็จแล้วก็เดินจากไปด้วยรอยยิ้ม

“สะ....สู้ ๆ ค่ะ” ฉันได้แต่ยืนส่งยิ้มกลับไป แต่ในใจฉันไม่ได้ยิ้มด้วยเลยสักนิด

โต๊ะทำงานฉันตั้งอยู่เดี่ยว ๆ โล่ง ๆ ไม่มีใครมาสุงสิงด้วย ก็เป็นส่วนตัวดีแหละ แต่มันเหงา ห้องพี่ลิตาก็อยู่ห่างจากฉันไปอีก บริษัทมันใหญ่เกินไปสินะ ถึงได้มีพื้นที่ให้นั่งห่างกันเป็นกิโลแบบนี้

“เอาวะ จะทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด!” ฉันนั่งลงและเริ่มหยิบเอกสารมาอ่านทีละหน้าอย่างละเอียด ส่วนมากเอกสารทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับบริษัท ซึ่งต้องเก็บเป็นความลับสุดยอด

ฉันไม่คิดเลยนะ งานแรกก็ได้เป็นเลขาเลย ไม่ได้อยากทำงานยากขนาดนี้ แต่เท่าที่คิดได้ ก็คงมีงานนี้งานเดียวนี่แหละที่พอจะเข้าใกล้เซอร์เวย์ได้บ้าง แต่งานนี้มันยากเกินไปจริง ๆ นะ

..........................................................................................................

“กีวี่ เที่ยงแล้วนะ ไปพักทานข้าวก่อนไหม เดี๋ยวพี่พาไป” ฉันละสายตาจากเอกสารตรงหน้าและไปสนใจผู้ที่มาใหม่แทน

“เที่ยงแล้วเหรอคะ หิวพอดีเลยค่ะ” ท้องฉันมันร้องโครกครกต้องการที่จะให้เอาอาหารมาใส่ลงไปในท้องแบบด่วน ๆ

“งั้นก็ไปกันเถอะ”

“ค่ะ ๆ” ฉันรีบหยิบกระเป๋าและเดินตามพี่ลิตาไป

พี่ลิตาพาฉันเดินมาที่ร้านอาหาร ที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทมากนัก ร้านนี้เป็นร้านขายอาหาร มีทั้งอาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยว ดูภายนอกเป็นร้านที่น่าเข้ามานั่งทานมาก ๆ ข้างในร้านสะอาดสะอ้าน โต๊ะจัดวางเป็นระเบียบ

“สวัสดีครับพี่ลิตา วันนี้ทานอะไรดี” ฉันและพี่ลิตาจัดแจงหาที่นั่ง ฉันเลือกเป็นมุมติดหน้าต่าง เพื่อที่จะได้ดูวิวข้างนอกระหว่างทานอาหารด้วย

“เชี่ยย.....อุ๊บ” ทันทีที่ฉันเงยหน้าขึ้นมองพนักงานร้านที่เข้ามารับออเดอร์ ฉันก็ต้องตกใจถึงขั้นอุทานขึ้นมาเสียงดัง และพึ่งจะนึกขึ้นได้ว่าพี่ลิตามาด้วย จึงต้องรีบเอามือมาอุดปากไว้ จนเกือบจะไม่ทัน

“อ๊ะ! น้องกีวี่ใช่ไหม” เขาทำท่านึกสักพักนึง แล้วก็ทักฉันขึ้นมา

“จำฉันได้ด้วยเหรอคะ?” ฉันกัดฟันพูดออกไป เพื่อที่จะสะกดอารมณ์ไว้ ไม่ให้ระเบิดตอนนี้

“ทั้งสองคนรู้จักกันเหรอจ๊ะ” พี่ลิตาเอ่ยถามขึ้นมา ในระหว่างที่มองหน้าฉันสลับกับพนักงานคนนั้น

“ค่ะ เป็นรุ่นพี่ที่มหา’ลัยน่ะค่ะ แค่คนเคยรู้จัก” ฉันหันไปตอบพี่ลิตา

“ชะ....ใช่ครับ” ทำไมฉันจะไม่รู้จักเขาละ ก็เขานี่แหละที่ฉันกับฉันได้เจ็บแสบมาก คนนี้นี่แหละที่เป็นแฟนเก่าคนนั้นของฉัน เล่นซะฉันเข็ดกับความรักไปสักพักเลย

“อ๋อ ดีเลย ๆ พี่เป็นน้าของมาร์คเอง โลกกลมดีเนอะ” ฉันได้แต่ยิ้มตอบพี่ลิตาไปอย่างนั้น โดยที่ไม่หันไปมองพี่มาร์คอีก แค่เห็นหน้าก็ทำให้นึกถึงวันนั้นแล้วอะ โมโห!!!

ลิตาสังเกตได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสองคนนี้ไปรู้จักกันได้ยังไงหรือมีเรื่องอะไรที่ผิดใจกันรึเปล่า บรรยากาศมันถึงได้เป็นแบบนี้

“แล้ววันนี้พนักงานไปไหนหมดล่ะ ทำไมมารับออเดอร์เอง” ลิตาตัดสินใจเปิดบทสนทนา เพื่อปรับบรรยากาศให้มันดีขึ้น ถ้าเธอไม่พูด ก็เกรงว่าคงไม่มีใครคิดที่จะพูดแล้วละ

......มารับออเดอร์เอง?

“วันนี้พนักงานลาน่ะพี่ เหลือแต่เชฟ ผมเลยต้องมาช่วยหน้าร้าน”

“พี่เป็นเจ้าของร้านเหรอคะ?”

“ใช่ครับ พี่เป็นเจ้าของร้านเอง สั่งมาได้เลย เดี๋ยวพี่เลี้ยง” หึจะกินให้สาสมกับที่ทำฉันไว้เลย

“เอาทุกอย่างที่แพงที่สุดในร้านค่ะ ทุกอย่าง” จะกินให้วันนี้ขาดทุนไปเลย คอยดู

“ดะ....ได้สิ พี่ละครับ เอาอะไรดี” พี่มาร์คหันมารับออเดอร์ฉันเสร็จแล้ว ก็ไปรับออเดอร์ของพี่ลิตาต่อ

“พี่เอาเส้นเล็กน้ำตกจ่ะ” ลิตาสั่งอาหารโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเราอีก เพราะเธอคิดว่าเรื่องของคนสองคน ให้เขาไปเคลียร์กันเองดีกว่า

ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ ฉันกับพี่ลิตาก็คุยเรื่องสัพเพเหระไปทั่ว ฉันก็ถามนู่นนี่ที่เกี่ยวกับบริษัทเพื่อเป็นความรู้

“บริษัทนี้นะ ทำเกี่ยวกับเสื้อผ้า ส่วนมากเป็นแนวเซ็กซี่และพวกชุดว่ายน้ำ คู่แข่งมีไม่มาก แต่ก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวเหมือนกัน ฉะนั้นห้ามทำข้อมูลบริษัทรั่วไหลเด็ดขาด เพราะเคยมีคนเอาข้อมูลบริษัทไปขายให้บริษัทคู่แข่ง แล้วโดนท่านประธานจับได้ โดนฟ้องไปเรียบร้อยแล้ว”

“เป็นคนเด็ดขาดสินะคะ” ฉันรีบจดข้อมูลทั้งหมดลงสมุดบันทึกเล่มเล็กที่มีอยู่ติดกระเป๋าไว้ เป็นนักเขียนต้องมีติดตัวอยู่แล้ว เพราะว่าจะนึกพล็อตเรื่องออกเมื่อไหร่จะได้หยิบขึ้นมาบันทึกทันที ไม่งั้นลืมแน่นอน

“อาหารมาส่งแล้วครับ นี่ครับพี่ลิตา นี่ของวี่นะ พี่รวมมาให้ในชามเดียวแล้ว มีแต่ของที่วี่ชอบทั้งนั้นเลย” ระหว่างที่ฉันกำลังคุยกับพี่ลิตาอยู่ พี่มาร์ก็เอาก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟ

“วี่เลิกชอบไปแล้วค่ะ แต่ถ้าให้กินก็ได้อยู่” หน้าพี่มาร์คดูซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

“งะ.....งั้นเหรอ”

“ค่ะ พี่ไปทำงานเถอะค่ะ วี่จะรีบกินและรีบกลับ”

 

 

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ“ยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม.......สวยมากครับ อีกรูปนะครับ........” เสียงตากล้องสั่งโพสท่าทางอย่างมืออาชีพ เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัว ๆ ราวกับว่าอยากจะเก็บภาพทุกช็อตทั้งวันนี้ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าคนรู้จักเยอะจริง ๆ ส่วนมากไม่ใช่ของฉันหรอก เป็นทางฝั่งเขาซะมากกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของฉันที่ดองมากว่าห้าปี เพราะไหนจะรอคลอดลูก รอรักษาหุ่น รอลูกวิ่งได้ แต่เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปตรวจเจอว่าท้องลูกคนที่สองอีก ไม่ต้องรักษาแล้วหุ่นอะไรนั่นน่ะ จัด ๆ ไปเถอะ เอาลูกเข้าเฟรมให้หมดทุกคนไปเลย“วันนี้เพื่อนฉันสวยที่สุด! ไม่มีใครสวยได้เท่าแกแล้วคุณแม่ลูกสอง” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอรับแขกที่มาร่วมงานงานแต่ง ยัยลินก็เดินถือแก้วน้ำมาให้ฉัน เพราะตั้งแต่งานเริ่มฉันก็เอาแต่นั่งถ่ายรูปมาหลายชั่วโมงแล้ว“เหนื่อยสุด ๆ เลย นั่งจนเมื่อยก้นแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้เข้าพิธีสักทีนะ อยากกลับไปนอนจะแย่” ฉันนั่งทุบ ๆ ไหล่ตัวเองไปมา ช่วงนี้คนน่าจะมากันใกล้หมดแล้วละ มีเวลาได้พักหายใจหายคอหน่อย“อีกครึ่งชั่วโมงก็เข้าพิธีแล้ว ทนอีกนิดนะ........” อลินซับเหงื่อตามใบหน้าให้ฉันและแต่งเติมเพิ่มเข้าไ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 2/2

    “เซอร์เวย์.........”“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการให้เอง” ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปากขอร้องออกไป เซอร์เวย์ก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะขอและหันไปสั่งให้เอเดนจัดการ “การเรียนเธอเป็นยังไง?”“ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ”“หางานตำแหน่งที่ว่างในบริษัทให้เธอ ที่พักด้วย........”“ครับบอส....”“คุณ....จะให้ฉันทำงานในบริษัทจริง ๆ เหรอคะ! ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ฉันสัญญาว่าจะกลับตัวและไม่ทำเรื่องแบบนั้นอีก” หญิงสาวแววตาเปลี่ยนทันที เพราะการที่ครอบครัวของเธอมีประวัติแบบนี้ก็คงจะหางานทำได้ยาก ยิ่งเธอต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้อีกคงได้อดตายกันก่อนพอดี“เธอก็ตั้งใจทำงานซะ นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอ รักษามันไว้ให้ดีล่ะ” ฉันทนเห็นญาติผู้น้องคนนี้อดตายไปไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าเรื่องสมัยก่อนเธอจะทำฉันไว้เจ็บแสบก็เถอะ แต่เดี๋ยวฉันค่อยไปเอาคืนทีหลังก็ได้ ยังมีเวลาอีกเยอะ“ขอบคุณนะกีวี่” ขอแค่เพียงให้เธอได้เจอโลกใบใหม่ ฉันก็เชื่อว่าเธอต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้แน่นอน“กลับบ้านกันเถอะ” เซอร์เวย์ยื่นมือมาที่ด้านหน้าของฉันและมองด้วยสายตาที่อ่อนโยนราวกับว่าต้องการให้ฉันละลายลงไปที่พื้นให้ได้“อื้ม......กลับบ้านของเราก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 1/2

    บท 67 THE END “กีวี่!!! มาช่วยน้าใช่ไหม น้าไม่ได้เป็นคนทำ” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมา ฉันมองไปทางที่มาของเสียงก็พบกับสองผัวเมียและผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ในห้องขัง “มันเป็นคนขับไปชน น้าแค่โดนบังคับ มัน........อั่ก!!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางนั่นก็กระเด็นไปติดกำแพงอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้คนบริเวณนั้นไม่น้อย “เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คาบข่าวเกี่ยวกับเงินมาบอกกู มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างไม่ใช่รึไง!!” พอถึงเวลาก็โยนขี้ใส่กัน น่าสมเพชจริง ๆ เลยนะคนพวกนี้ ฉันเดินหนีไปโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก วันนี้ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าเอาเรื่องในชีวิตจริงของฉันมาแต่งเป็นนิยายให้คนทั่วไปได้อ่านมันคงจะน่าอดสูไม่น้อยเลย พ่อแม่ตาย ฉันก็ดันมาความจำเสื่อมไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฆาตกรที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่อีก คงไม่มีใครดวงกุดไปกว่าฉันแล้วละ แต่ก็ยังมีเรื่องที่นับว่าโชคดี อย่างเรื่องที่ฉันได้เจอคนดี ๆ อย่างพี่ลัน ยัยลินและครอบครัวพวกเขาดีกับฉันทุกอย่างเหมือนคนในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ และอีกห

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 2/2

    “เรื่องสิบสี่ปีก่อนกูโง่เองแหละที่ยอมทำตามคำสั่งของมึง มันฝังใจกูมาตลอดที่ไปช่วยคนชั่วอย่างมึง แล้วตอนนี้มึงก็ยังจะไปฆ่าเด็กคนนั้นอีก กูทนต่อไปไม่ไหวแล้วว่ะ กลับตัวตอนนี้มันก็ยังไม่สาย มึงยอมรับสารภาพซะเถอะ” บทสนทนาของสองพี่น้องยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆการที่ได้เป็นพ่อคนมันทำให้เขาสำนึกขึ้นมาได้ว่าในตอนนั้นเขาได้ทำสิ่งที่มันร้ายแรงที่สุดลงไป แต่จะให้กลับไปแก้ไขอะไรตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือยอมรับผิดและรับโทษในสิ่งที่ได้ทำลงไปและที่สำคัญที่สุดคือ เขาจะต้องขอโทษเด็กคนนั้นให้ได้“ไอ้น้องทรยศ!!!” คุณตำรวจได้แต่นั่งถอนหายใจกับพฤติกรรมของพี่ชายที่ถูกเลี้ยงอย่างเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กไม่ว่าเขาจะเอาอะไร คนในบ้านก็จะหามาให้ทุกอย่าง พอไม่ได้ดั่งใจก็จะโวยวาย จนคนในครอบครัวไม่มีใครกล้าขัด มันคงเป็นสันดานเสียที่เริ่มต้นจากพื้นฐานครอบครัวนี่แหละ“พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ ขอบคุณที่ยอมรับผิดและมอบหลักฐานให้นะครับ” หลังจากที่เอเดนพาสองผัวเมียคู่นั้นมาส่งไว้ที่สถานีตำรวจที่มีนายตำรวจคนนั้นประจำการอยู่ เอามาฝากขังไว้ ก่อนที่จะลากลับไป แต่ก็ยังคงให้ลูกน้องเฝ้าบริเวณโดยรอบเอาไว้........

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 1/2

    บท 66 “มึงเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งตัวเกร็งและเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “แล้วมึงละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านหลังนี้” ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปใกล้กว่าเดิม เพื่อหมายจะเอาชีวิต “กะ.....กูเป็นญาติเจ้าของบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าเพราะเกิดจากความเครียดและความกลัวตาย “งั้นเหรอ.......” “คุณคะ ทำไมไม่ขึ้นมานอนสักที พรุ่งนี้..........นี่มันอะไรกัน....” ยังไม่ทันที่เซอร์เวย์จะได้พูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน เธอมองเข้ามาในความมืดเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นสามีของเธอกำลังนั่งอยู่และมีผู้ชายอีกคนที่กำลังจ่อกระบอกปืนไปที่หัวของผู้ที่เป็นสามีของเธอ “บอสครับ เราได้หลักฐานมาแล้วครับ แล้วคนคนนั้นก็ยอมรับผิดแล้ว” เอเดนเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เจ้านายฟัง “หลักฐานบ้าอะไรของแกวะ....” “อย่าขยับเยอะสิเดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก ไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมา” เอเดนทำตามคำสั่งของเจ้านายและเดินไปจับตัวหญิงวัยกลางคนไว้ “แกจะมายุ่งกับฉันทำไม!!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เธอเอาแต่โวยวายและไม่ยอมให้เอเดนจับและ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท65

    บท 65 “เธอกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไปแย่งมาตอนไหน.........” “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปสิฟาง ใครกันแน่ที่ทำตัวเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นพี่มันก็โง่เองแหละที่ปล่อยกีวี่ให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ พี่ไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกมาบังคับให้พี่ต้องเลิกกับวี่” มาร์คระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่าน ที่เขาต้องคอยมาโทษตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ เพียงเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว “หึ พี่พูดอย่างนี้เพราะอยากจะตัดขาดกับฟางเหรอคะ? พี่อย่าลืมสิถ้าพ่อฟางถอนหุ้นออกให้หมด บริษัทของพ่อพี่มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ลืมไปแล้วเหรอ?” “เธออยากจะบอกให้พ่อเธอถอนออกไปก็แล้วแต่ โทรเลยสิพี่รอฟังอยู่......” พี่มาร์คทำหน้าท้าทายให้เธอรีบ ๆ กดโทรไปบอกพ่อเธอซะ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวก็เอาเลยสิ “นี่มัน มันเรื่องอะไรกัน หนูฟางทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ หนูเป็นอะไรไปทำไมถึงไปพูดขู่พี่เขาแบบนั้น........มาร์ค” คุณป้าได้แต่ยืนอึ้งกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะให้มาเป็นลูกสะใภ้ที่สวย เรียบร้อย อ่อนน้อมเหมือนที่เธอแสดงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท61 2/2

    ‘ฉันไม่ได้อยากจะทำแบบนี้เลยนะ แต่มันก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ ...........’ เด็กสาวที่อยู่ในอาการสะลึมสะลือจากการได้รับแรงกระแทกเมื่อสักครู่ ส่งผลทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาดูว่าใครเป็นคนเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา‘พี่ต้องยกโทษให้ฉันนะ ถ้าฉันไม่ได้มันล่ะก็ฉันตายแน่ ๆ ‘เสียงพูดยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง แต่เธอก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท59

    บท 59 “อะไร......” ตอนแรกกะว่าจะไม่ตื่น แต่พอได้ยินแบบนั้นแล้ว ก็ลืมตาให้หน่อยนึงก็ได้ “อยากรู้ไหมล่ะ ถ้าอยากรู้ก็นอนต่อสิ” เซอร์เวย์ก้าวขาขึ้นมาบนเตียงและค่อย ๆ เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนฉันต้องรีบตื่นและลุกหนี “ไปแล้ว มืดค่ำแล้วยังจะพาไปไหนอีก..........” ระหว่างที่เดินไปห้องน้ำ ฉันก็บ่นไปตลอดท

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท58

    บท 58“หมอที่โรงพยาบาลนี้ดีไหมลูกหรือจะหาโรงพยาบาลใหม่ดี............” ระหว่างทางที่กำลังขับรถกลับบริษัท คุณนายที่นั่งอยู่ ข้าง ๆ ฉันก็เอาแต่พูดไม่หยุด สภาพฉันตอนนี้ก็คือโดนล้อมด้านข้างไปหมดแล้ว ทั้งแม่ทั้งลูกเลย“โรงพยาบาลนี้นี่แหละใกล้ดี จะให้ไปไหนอีก.....” สองแม่ลูกคู่นี้ก็ยังคงคอนเซ็ปท์ เถียงก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท57

    บท 57 “ถึงแล้วค่ะ ลงไปกันไหวไหมคะ? วี่เดี๋ยวพี่ช่วยพยุง” ลิตาใช้เวลาขับรถไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาล ที่เธอต้องซิ่งมาเร็วขนาดนี้ก็เพราะว่าบนรถเหมือนจะมีคนไข้ถึงสองคน แถมอีกคนก็ยังเป็นท่านประธานอีก “คุณลงไปไหวไหมคะ?” ฉันสะกิดให้เซอร์เวย์และสอบถามว่าอาการเป็นยังไงบ้าง พอเดินเองไหวรึเปล่า ตอนนี้ฉันก็

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status