LOGINบท 3
"เธอมีแฟนนี่ เล่าความรู้สึกให้ฉันฟังหน่อยสิ มันเป็นยังไงอะ" ฉันนั่งรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อที่จะได้เก็บข้อมูล แล้วเอามาเขียนนิยายให้มันฟิน ๆ "อืม.....มันก็....จะว่ายังไงอะ มันจะตื่นเต้นมาก ๆ เหมือนมีผีเสื้อมาบินวนอยู่ในท้องอะ อธิบายไม่ถูกหรอก" อลันทำท่านึกคิดถึงอารมณ์ตอนที่กำลังพลอดรักกัน แต่มันก็อธิบายเป็นคำพูดยากอะ "โถ่ ช่วยเพื่อนคนนี้สักครั้งเถอะนะ ถ้าเธอช่วยฉัน เธอจะขออะไรฉันก็ได้หนึ่งอย่าง" "เรื่องแบบนี้เธอต้องเจอกับตัวเองสิ จะให้บอกได้ไงเล่า" "ช่วยฉันเถอะ อะไรก็ได้นะๆๆๆ" ฉันเข้าไปกอดขาอลันแล้วพยายามทำตัวน่ารักๆ ไว้ เผื่ออลันจะเห็นใจ เธอทำท่าคิดสักพัก เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผู้หญิงซกมกอย่างเพื่อนเธอจะหาแฟนได้ยังไง นี่ถ้าไม่ติดว่าหลวมตัวเข้ามาละก็ ฉันก็ไม่คบยัยนี่เหมือนกันนั่นแหละ "ก็ได้ ๆ เลิกเกาะแข้งเกาะขาฉันสักที ปล่อยได้แล้ว" อลันสะบัดขาเพื่อให้ฉันหลุดออกไป "จะช่วยฉันจริง ๆ เหรอ ฉันรักเธอที่สุดเลยอลันนนน" ฉันเปลี่ยนจากการเกาะขา เป็นกอดแทน "โอ๊ย!! ถ้ายังไม่หยุด ฉันจะไม่ช่วยแล้วนะ" เสียงตวาดดังขึ้น ในน้ำเสียงนั้น เริ่มเต็มไปด้วยความไม่พอใจ "หยุดแล้วจ้า" ฉันหยุดแทบจะทันที ค่อย ๆ เดินออกห่างและเว้นระยะเอาไว้ เพราะกลัวว่าเธอจะโมโหแล้วไม่ช่วยฉัน เธอคือความหวังเดียว อย่าพึ่งไปยั่วโมโหดีกว่า "อย่างแรก เธอต้องหาแฟนให้ได้ก่อน" "แล้วฉันจะไปหาที่ไหนอะ ฉันไม่ค่อยรู้จักคนมากมายซะด้วยสิ" วัน ๆ ก็อยู่แต่ในห้อง จะเอาเวลาที่ไหนไปทำความรู้จักใครละ "งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ไปหาพี่ฉันกัน เผื่อเขาจะแนะนำได้" "ต้องหาแฟนก่อนสินะ" ฉันยืนทำหน้าครุ่นคิด ว่าฉันจะหาแฟนยังไงดีนะ ผู้ชายในสเปกฉันเหรอ ต้องเป็นผู้ชายอบอุ่น มีความเป็นผู้ใหญ่ ปกป้องฉันได้ พูดจาน่ารักกับฉันเสมอ ไม่เจ้าชู้ หลายใจ ถ้าฉันได้คนแบบนี้เป็นสามี ทั้งชีวิตนี้ก็ไม่ขออะไรแล้วละ "ไม่ใช่" "อะไรไม่ใช่?" อยู่ดี ๆ อลันก็มาพูดขึ้นมาช็อตฟิลฉัน ถ้าไม่ใช่หาแฟน แล้วต้องทำอะไรอะ "หาแฟนยังไม่ใช่ตอนนี้ และตอนนี้ที่เธอต้องทำก็คือ.....มาเก็บขยะพวกนี้ออกไปซะ!!" "โถ่อลันน ค่อยทำพรุ่งนี้ก็ได้" "ไม่ได้ ลุกขึ้นมาทำเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่ทำฉันจะไม่พาเธอไปและจะไม่ช่วยเธอด้วย" "อ้ากกกกก" สั่งอย่างกับแม่ เธอเอาจุดอ่อนฉันมาขู่แบบนี้ได้ยังไง ช่างเลือดเย็นจริง ๆ เลย ฮือ ๆ ๆ พวกเราช่วยกันเคลียร์ของในห้องและทำความสะอาดเพื่อให้มันน่าอยู่ยิ่งขึ้น เราใช้เวลาไปประมาณสามชั่วโมงกว่าๆ เพราะขะ...ของในห้องก็ไม่ใช่น้อย ๆ ต้องใช้เวลาสักหน่อย ก็แหมฉันก็แค่นาน ๆ ทีจะออกจากห้องสักทีไง จะให้เดินไปทุกวี่ทุกวันก็ไม่ได้ไหมล่ะ เดียวไอเดียในหัวหายหมด "เฮ้ออ เสร็จสักที เหนื่อยจะแย่" ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความเหนื่อย ใครจะไปคิดว่าการเคลียร์ของในห้องเล็ก ๆ นี่จะใช้เวลาขนาดนี้ ห้องฉันมันก็ไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร เป็นห้องในอพาร์ทเมนท์ถูก ๆ ทั่วไป หนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ก็คือห้องนอนก็คือห้องนั่งเล่น ห้องนั่งเล่นก็คือห้องนอน เปิดประตูมาก็เห็นฉันนอนเลย อะไรทำนองนั้น "ทีหลังก็หัดเคลียร์ห้องซะบ้าง จะได้ไม่หมักหมมแบบนี้" ตลอดการเคลียร์ห้อง อลันก็ยังไม่หยุดบ่นฉัน บ่น ๆ ๆ จนตอนนี้หูฉันดับไปละ สำนึกไม่ทัน "เธอบ่นฉันมาทั้งวันแล้วนะ หยุดเถอะอลัน ฉันสำนึกไม่ทันนน" ฉันนอนงอแงอยู่บนเตียง ฉันว่าถ้าอลันเอาไม้มาตีฉันได้คงทำไปแล้ว "หยุดเลย ๆ ทำตัวเป็นเด็กไปได้ ต้องให้คอยห่วงอยู่เรื่อยเลย ทำตัวดี ๆ หน่อยสิ ฉันคอยเป็นห่วงเธอไปทั้งชีวิตไม่ได้หรอกนะกีวี่" อลันลงมานอนข้าง ๆ ฉัน ด้วยท่าทางที่เหนื่อยกาย ไม่ใช่ น่าจะเหนื่อยใจมากกว่า "เธอเป็นเพื่อนฉันนะ ถ้าเธอไม่ห่วงฉัน แล้วเธอจะไปห่วงใครกันเล่า" ฉันเข้าไปกอดอลันไว้ "ฮ่า ๆ ๆ ยัยบ๊อง นั่นสินะ ถ้าฉันไม่มีเธอ ชีวิตฉันก็คงไม่ดูวุ่นวายขนาดนี้ แต่ก็ดีเหมือนกัน ไม่เหงาดี" พวกเรานอนเล่นกันอยู่อย่างนั้น ฉันรู้จักอลันตั้งแต่วันที่เข้ามหา'ลัยปีหนึ่ง วันแรกเลย เราได้ทำกิจกรรมคู่กัน ก็เลยทำความรู้จักกันไว้ จนเริ่มสนิทกัน มาเช่าอยู่ห้องเดียวกัน จริง ๆ เธอไม่ต้องมาหารค่าเช่ากับฉันก็ได้ เพราะบ้านเธอรวยอยู่แล้ว แต่เพราะฉันที่พึ่งจะออกมาอยู่ตัวคนเดียว ต้องคอยทำงานพาร์ทไทม์จ่ายค่าเทอม ค่าห้อง ไหนจะค่ากินอีก ถ้าจ่ายคนเดียวทั้งหมดก็คงไม่ไหว เธอเลยบอกว่าจะมาอยู่กับฉัน ช่วยหารค่าห้อง ส่วนของกิน เธอก็คอยซื้ออาหารมาใส่ไว้ มีทั้งของสดและอาหารกึ่งสำเร็จรูป ช่วยฉันได้เยอะเลยละ จนตอนประมาณปีสามได้มั้ง ฉันเริ่มมีจินตนาการและคิดไปเรื่อยเปื่อย เลยลองเอาความคิดนี้มาแต่งนิยายดู และปรากฏว่ามันดังขึ้นมาจริง ๆ จนฉันแทบไม่อยากจะเชื่อ เดือนแรกที่ฉันทำเงินได้ ประมาณสามหมื่นกว่าบาท ฉันดีใจมาก ๆ ฉันแต่งนิยายส่งตัวเองจนเรียนจบ สถานะการเงินถือว่าดี เลยยึดเป็นอาชีพหลัก เรียนจบมาก็มาแต่งนิยายต่อ ทั้ง ๆ ที่ก็เรียนบริหารธุรกิจมาแต่ก็ไม่ได้ใช้เลย ฉันก็แต่งมันมาต่อเรื่อย ๆ จนตอนนี้เริ่มที่จะเข้าขั้นวิกฤตแล้ว คนเริ่มไม่อ่านแนวที่ฉันเขียน แต่หันไปอ่านแนวที่ฉันไม่เคยมี การที่จะเปลี่ยนแนวเขียนได้ มันไม่ง่ายเลย แต่ฉันก็ต้องพยายาม เพราะถ้าฉันไม่เปลี่ยน เงินที่เหลืออยู่ไม่เท่าไหร่นี้ ก็คงจะยื้อไปได้อีกไม่กี่เดือน ยอดขายก็ลดลงไปทุกวัน ฉันก็เลยต้องศึกษาแนวนี้ให้ดีซะก่อน ถ้าไม่ศึกษาก็จะเป็นแบบเรื่องแรกที่แต่งนั่นแหละ มีแต่ คนด่า ฉันอ่อนไหว รับไม่ด้ายยยยยตอนพิเศษ“ยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม.......สวยมากครับ อีกรูปนะครับ........” เสียงตากล้องสั่งโพสท่าทางอย่างมืออาชีพ เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัว ๆ ราวกับว่าอยากจะเก็บภาพทุกช็อตทั้งวันนี้ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าคนรู้จักเยอะจริง ๆ ส่วนมากไม่ใช่ของฉันหรอก เป็นทางฝั่งเขาซะมากกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของฉันที่ดองมากว่าห้าปี เพราะไหนจะรอคลอดลูก รอรักษาหุ่น รอลูกวิ่งได้ แต่เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปตรวจเจอว่าท้องลูกคนที่สองอีก ไม่ต้องรักษาแล้วหุ่นอะไรนั่นน่ะ จัด ๆ ไปเถอะ เอาลูกเข้าเฟรมให้หมดทุกคนไปเลย“วันนี้เพื่อนฉันสวยที่สุด! ไม่มีใครสวยได้เท่าแกแล้วคุณแม่ลูกสอง” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอรับแขกที่มาร่วมงานงานแต่ง ยัยลินก็เดินถือแก้วน้ำมาให้ฉัน เพราะตั้งแต่งานเริ่มฉันก็เอาแต่นั่งถ่ายรูปมาหลายชั่วโมงแล้ว“เหนื่อยสุด ๆ เลย นั่งจนเมื่อยก้นแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้เข้าพิธีสักทีนะ อยากกลับไปนอนจะแย่” ฉันนั่งทุบ ๆ ไหล่ตัวเองไปมา ช่วงนี้คนน่าจะมากันใกล้หมดแล้วละ มีเวลาได้พักหายใจหายคอหน่อย“อีกครึ่งชั่วโมงก็เข้าพิธีแล้ว ทนอีกนิดนะ........” อลินซับเหงื่อตามใบหน้าให้ฉันและแต่งเติมเพิ่มเข้าไ
บท 67 THE END “กีวี่!!! มาช่วยน้าใช่ไหม น้าไม่ได้เป็นคนทำ” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมา ฉันมองไปทางที่มาของเสียงก็พบกับสองผัวเมียและผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ในห้องขัง “มันเป็นคนขับไปชน น้าแค่โดนบังคับ มัน........อั่ก!!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางนั่นก็กระเด็นไปติดกำแพงอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้คนบริเวณนั้นไม่น้อย “เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คาบข่าวเกี่ยวกับเงินมาบอกกู มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างไม่ใช่รึไง!!” พอถึงเวลาก็โยนขี้ใส่กัน น่าสมเพชจริง ๆ เลยนะคนพวกนี้ ฉันเดินหนีไปโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก วันนี้ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าเอาเรื่องในชีวิตจริงของฉันมาแต่งเป็นนิยายให้คนทั่วไปได้อ่านมันคงจะน่าอดสูไม่น้อยเลย พ่อแม่ตาย ฉันก็ดันมาความจำเสื่อมไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฆาตกรที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่อีก คงไม่มีใครดวงกุดไปกว่าฉันแล้วละ แต่ก็ยังมีเรื่องที่นับว่าโชคดี อย่างเรื่องที่ฉันได้เจอคนดี ๆ อย่างพี่ลัน ยัยลินและครอบครัวพวกเขาดีกับฉันทุกอย่างเหมือนคนในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ และอีกห
บท 66“มึงเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งตัวเกร็งและเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย“แล้วมึงละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านหลังนี้” ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปใกล้กว่าเดิม เพื่อหมายจะเอาชีวิต“กะ.....กูเป็นญาติเจ้าของบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าเพราะเกิดจากความเครียดและความกลัวตาย“งั้นเหรอ.......”“คุณคะ ทำไมไม่ขึ้นมานอนสักที พรุ่งนี้..........นี่มันอะไรกัน....” ยังไม่ทันที่เซอร์เวย์จะได้พูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อนเธอมองเข้ามาในความมืดเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นสามีของเธอกำลังนั่งอยู่และมีผู้ชายอีกคนที่กำลังจ่อกระบอกปืนไปที่หัวของผู้ที่เป็นสามีของเธอ“บอสครับ เราได้หลักฐานมาแล้วครับ แล้วคนคนนั้นก็ยอมรับผิดแล้ว” เอเดนเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เจ้านายฟัง“หลักฐานบ้าอะไรของแกวะ....”“อย่าขยับเยอะสิเดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก ไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมา” เอเดนทำตามคำสั่งของเจ้านายและเดินไปจับตัวหญิงวัยกลางคนไว้“แกจะมายุ่งกับฉันทำไม!!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เธอเอาแต่โวยวายและไม่ยอมให้เอเดนจับและคว้าไม้กวา
บท 65 “เธอกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไปแย่งมาตอนไหน.........” “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปสิฟาง ใครกันแน่ที่ทำตัวเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นพี่มันก็โง่เองแหละที่ปล่อยกีวี่ให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ พี่ไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกมาบังคับให้พี่ต้องเลิกกับวี่” มาร์คระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่าน ที่เขาต้องคอยมาโทษตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ เพียงเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว “หึ พี่พูดอย่างนี้เพราะอยากจะตัดขาดกับฟางเหรอคะ? พี่อย่าลืมสิถ้าพ่อฟางถอนหุ้นออกให้หมด บริษัทของพ่อพี่มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ลืมไปแล้วเหรอ?” “เธออยากจะบอกให้พ่อเธอถอนออกไปก็แล้วแต่ โทรเลยสิพี่รอฟังอยู่......” พี่มาร์คทำหน้าท้าทายให้เธอรีบ ๆ กดโทรไปบอกพ่อเธอซะ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวก็เอาเลยสิ “นี่มัน มันเรื่องอะไรกัน หนูฟางทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ หนูเป็นอะไรไปทำไมถึงไปพูดขู่พี่เขาแบบนั้น........มาร์ค” คุณป้าได้แต่ยืนอึ้งกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะให้มาเป็นลูกสะใภ้ที่สวย เรียบร้อย อ่อนน้อมเหมือนที่เธอแสดงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้
บท 64“ป้าว่าจะถามตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว หนูเป็นอะไรกับมาร์คเหรอจ๊ะ มีเบอร์ป้าได้ยังไง?” คุณป้าเอ่ยถามในขณะที่ตอนนี้พี่มาร์คได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องพิเศษแล้ว แต่ฉันว่าจะรอเขาฟื้นก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยกลับ“หนูเป็นรุ่นน้องที่มหา’ ลัยน่ะค่ะ” ฉันตอบออกไปตามความจริง“แล้วนั่น ประธานบริษัทเอสวีใช่ไหมจ๊ะ ป้าเคยเห็นในทีวีบ่อย ๆ แล้วทั้งสองคน..........” คุณมองฉันและเซอร์เวย์สลับกันไปมา เพราะเห็นทั้งสองคนนี้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แทบจะไม่ห่าง กันเลย“ใช่ครับ ผมเป็นประธานบริษัทเอสวีและก็เป็นแฟนของกีวี่ด้วยครับ” เซอร์เวย์แนะนำตัวเองด้วยมาดของประธานบริษัท แต่ร่างกายกลับมอมแมมเต็มไปด้วยคราบเลอะเทอะมากมาย เพราะยังไม่ได้กลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย“อ๋อจ่ะ ป้าขอบคุณพวกคุณสองคนมาก ๆ เลยนะ ที่อุตส่าห์อยู่เฝ้าลูกมาร์คของฉันตั้งนานสองนาน เอาเป็นว่าพวกคุณกลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ ป้ามีเบอร์ของหนูแล้ว ถ้ามาร์คฟื้นเมื่อไหร่ ป้าจะโทรไปบอกเองไม่ต้องห่วง” คุณป้าเห็นว่าเราสองคนอยู่เฝ้ากันมาตั้งนานแล้ว คงจะเหนื่อยและเพลียมาก จึงอยากให้กลับไปพักผ่อนเสีย ถ้าเกิดล้มหมอนนอนเสื่อเพิ่มมาอีกคงแย่แน่ ๆ“เอ่อ........
บท 63 “ขอทางด้วยค่ะ!!!” บุรุษพยาบาลเข็นเตียงที่มีมาร์คนอนอยู่บนนั้น เข้าไปในห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว จนฉันแทบจะวิ่งตามไม่ทัน “ญาติรอด้านนอกนะคะ” พยาบาลรีบหยุดฉันไว้และปิดประตูห้องห้ามคนนอกเข้าทันที ตอนนี้ฉันไม่มีสติจะสนใจอะไรแล้วทั้งนั้น ในหัวว่างเปล่า ไม่รู้จะสั่งให้ตัวเองทำอะไร ยืนอยู่ตรงไหนหรือต้องโทรแจ้งใคร “ฉัน.....ฉันจะทำยังไงดี เซอร์เวย์ ฮือ ๆ ถ้าพี่มาร์คเขา......เขาช่วยฉันไว้ ฮึก.....ฮืออออออ” ฉันปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายคนรอบข้าง ฉันซบหน้าลงไปที่อกของเซอร์เวย์แล้วระเบิดน้ำตาออกมาอย่างไม่ขาดสาย เขาก็กอดปลอบฉันอย่างอ่อนโยนและพยายามทำให้ฉันใจเย็นลงกว่านี้ “ถึงมือหมอแล้ว เธอตั้งสติก่อนนะ แล้วเธอเจ็บตรงไหนรึเปล่า ให้หมอไปเช็กหน่อยเถอะ” “อยู่รอดูเขาสักแป๊บนะคะ เดี๋ยวฉันไป แต่นั่งรอกับฉันตรงนี้ก่อนเถอะ......นะ” ฉันดึงเซอร์เวย์ให้มานั่งรอด้วยกันที่เก้าอี้หน้าประตูห้องฉุกเฉิน เขาก็ตามมานั่งตามที่ฉันขอร้องโดยไม่เซ้าซี้ คอยนั่งอยู่ข้าง ๆ ฉัน มันทำให้ฉันใจเย็นขึ้นมากเลยละ ฉันนั่งรออยู่น่าห้องแบบนั้น จ้องมองไปที่ประตูอย่างไม่กล้าละสายตา ขอแค่หมอเปิดประตูออกมาบอกฉันว่าทุกอย่างผ่






![คำสาปราคะคุณหนูตัวร้าย 3P [Nc20+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
