Share

บท3

Penulis: Jammy Witty
last update Tanggal publikasi: 2026-01-25 20:08:32

บท 3

 

"เธอมีแฟนนี่ เล่าความรู้สึกให้ฉันฟังหน่อยสิ มันเป็นยังไงอะ" ฉันนั่งรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อที่จะได้เก็บข้อมูล แล้วเอามาเขียนนิยายให้มันฟิน ๆ

"อืม.....มันก็....จะว่ายังไงอะ มันจะตื่นเต้นมาก ๆ เหมือนมีผีเสื้อมาบินวนอยู่ในท้องอะ อธิบายไม่ถูกหรอก" อลันทำท่านึกคิดถึงอารมณ์ตอนที่กำลังพลอดรักกัน แต่มันก็อธิบายเป็นคำพูดยากอะ

"โถ่ ช่วยเพื่อนคนนี้สักครั้งเถอะนะ ถ้าเธอช่วยฉัน เธอจะขออะไรฉันก็ได้หนึ่งอย่าง"

"เรื่องแบบนี้เธอต้องเจอกับตัวเองสิ จะให้บอกได้ไงเล่า"

"ช่วยฉันเถอะ อะไรก็ได้นะๆๆๆ" ฉันเข้าไปกอดขาอลันแล้วพยายามทำตัวน่ารักๆ ไว้ เผื่ออลันจะเห็นใจ

เธอทำท่าคิดสักพัก เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผู้หญิงซกมกอย่างเพื่อนเธอจะหาแฟนได้ยังไง นี่ถ้าไม่ติดว่าหลวมตัวเข้ามาละก็ ฉันก็ไม่คบยัยนี่เหมือนกันนั่นแหละ

"ก็ได้ ๆ เลิกเกาะแข้งเกาะขาฉันสักที ปล่อยได้แล้ว" อลันสะบัดขาเพื่อให้ฉันหลุดออกไป

"จะช่วยฉันจริง ๆ เหรอ ฉันรักเธอที่สุดเลยอลันนนน" ฉันเปลี่ยนจากการเกาะขา เป็นกอดแทน

"โอ๊ย!! ถ้ายังไม่หยุด ฉันจะไม่ช่วยแล้วนะ" เสียงตวาดดังขึ้น ในน้ำเสียงนั้น เริ่มเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

"หยุดแล้วจ้า" ฉันหยุดแทบจะทันที ค่อย ๆ เดินออกห่างและเว้นระยะเอาไว้ เพราะกลัวว่าเธอจะโมโหแล้วไม่ช่วยฉัน เธอคือความหวังเดียว อย่าพึ่งไปยั่วโมโหดีกว่า

"อย่างแรก เธอต้องหาแฟนให้ได้ก่อน"

"แล้วฉันจะไปหาที่ไหนอะ ฉันไม่ค่อยรู้จักคนมากมายซะด้วยสิ" วัน ๆ ก็อยู่แต่ในห้อง จะเอาเวลาที่ไหนไปทำความรู้จักใครละ

"งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ไปหาพี่ฉันกัน เผื่อเขาจะแนะนำได้"

"ต้องหาแฟนก่อนสินะ" ฉันยืนทำหน้าครุ่นคิด ว่าฉันจะหาแฟนยังไงดีนะ

ผู้ชายในสเปกฉันเหรอ ต้องเป็นผู้ชายอบอุ่น มีความเป็นผู้ใหญ่ ปกป้องฉันได้ พูดจาน่ารักกับฉันเสมอ ไม่เจ้าชู้ หลายใจ    ถ้าฉันได้คนแบบนี้เป็นสามี ทั้งชีวิตนี้ก็ไม่ขออะไรแล้วละ

"ไม่ใช่"

"อะไรไม่ใช่?" อยู่ดี ๆ อลันก็มาพูดขึ้นมาช็อตฟิลฉัน ถ้าไม่ใช่หาแฟน แล้วต้องทำอะไรอะ

"หาแฟนยังไม่ใช่ตอนนี้ และตอนนี้ที่เธอต้องทำก็คือ.....มาเก็บขยะพวกนี้ออกไปซะ!!"

"โถ่อลันน ค่อยทำพรุ่งนี้ก็ได้"

"ไม่ได้ ลุกขึ้นมาทำเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่ทำฉันจะไม่พาเธอไปและจะไม่ช่วยเธอด้วย"

"อ้ากกกกก" สั่งอย่างกับแม่ เธอเอาจุดอ่อนฉันมาขู่แบบนี้ได้ยังไง ช่างเลือดเย็นจริง ๆ เลย ฮือ ๆ ๆ

พวกเราช่วยกันเคลียร์ของในห้องและทำความสะอาดเพื่อให้มันน่าอยู่ยิ่งขึ้น

เราใช้เวลาไปประมาณสามชั่วโมงกว่าๆ เพราะขะ...ของในห้องก็ไม่ใช่น้อย ๆ ต้องใช้เวลาสักหน่อย ก็แหมฉันก็แค่นาน ๆ ทีจะออกจากห้องสักทีไง จะให้เดินไปทุกวี่ทุกวันก็ไม่ได้ไหมล่ะ เดียวไอเดียในหัวหายหมด

"เฮ้ออ เสร็จสักที เหนื่อยจะแย่" ฉันล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความเหนื่อย ใครจะไปคิดว่าการเคลียร์ของในห้องเล็ก ๆ นี่จะใช้เวลาขนาดนี้ ห้องฉันมันก็ไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร เป็นห้องในอพาร์ทเมนท์ถูก ๆ ทั่วไป หนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ก็คือห้องนอนก็คือห้องนั่งเล่น ห้องนั่งเล่นก็คือห้องนอน เปิดประตูมาก็เห็นฉันนอนเลย อะไรทำนองนั้น

"ทีหลังก็หัดเคลียร์ห้องซะบ้าง จะได้ไม่หมักหมมแบบนี้" ตลอดการเคลียร์ห้อง อลันก็ยังไม่หยุดบ่นฉัน บ่น ๆ ๆ จนตอนนี้หูฉันดับไปละ สำนึกไม่ทัน

"เธอบ่นฉันมาทั้งวันแล้วนะ หยุดเถอะอลัน ฉันสำนึกไม่ทันนน" ฉันนอนงอแงอยู่บนเตียง ฉันว่าถ้าอลันเอาไม้มาตีฉันได้คงทำไปแล้ว

"หยุดเลย ๆ ทำตัวเป็นเด็กไปได้ ต้องให้คอยห่วงอยู่เรื่อยเลย ทำตัวดี ๆ หน่อยสิ ฉันคอยเป็นห่วงเธอไปทั้งชีวิตไม่ได้หรอกนะกีวี่" อลันลงมานอนข้าง ๆ ฉัน ด้วยท่าทางที่เหนื่อยกาย ไม่ใช่ น่าจะเหนื่อยใจมากกว่า

"เธอเป็นเพื่อนฉันนะ ถ้าเธอไม่ห่วงฉัน แล้วเธอจะไปห่วงใครกันเล่า" ฉันเข้าไปกอดอลันไว้

"ฮ่า ๆ ๆ ยัยบ๊อง นั่นสินะ ถ้าฉันไม่มีเธอ ชีวิตฉันก็คงไม่ดูวุ่นวายขนาดนี้ แต่ก็ดีเหมือนกัน ไม่เหงาดี" พวกเรานอนเล่นกันอยู่อย่างนั้น

ฉันรู้จักอลันตั้งแต่วันที่เข้ามหา'ลัยปีหนึ่ง วันแรกเลย เราได้ทำกิจกรรมคู่กัน ก็เลยทำความรู้จักกันไว้ จนเริ่มสนิทกัน มาเช่าอยู่ห้องเดียวกัน จริง ๆ เธอไม่ต้องมาหารค่าเช่ากับฉันก็ได้ เพราะบ้านเธอรวยอยู่แล้ว

แต่เพราะฉันที่พึ่งจะออกมาอยู่ตัวคนเดียว ต้องคอยทำงานพาร์ทไทม์จ่ายค่าเทอม ค่าห้อง ไหนจะค่ากินอีก ถ้าจ่ายคนเดียวทั้งหมดก็คงไม่ไหว เธอเลยบอกว่าจะมาอยู่กับฉัน ช่วยหารค่าห้อง ส่วนของกิน เธอก็คอยซื้ออาหารมาใส่ไว้ มีทั้งของสดและอาหารกึ่งสำเร็จรูป ช่วยฉันได้เยอะเลยละ

จนตอนประมาณปีสามได้มั้ง ฉันเริ่มมีจินตนาการและคิดไปเรื่อยเปื่อย เลยลองเอาความคิดนี้มาแต่งนิยายดู และปรากฏว่ามันดังขึ้นมาจริง ๆ จนฉันแทบไม่อยากจะเชื่อ เดือนแรกที่ฉันทำเงินได้ ประมาณสามหมื่นกว่าบาท ฉันดีใจมาก ๆ ฉันแต่งนิยายส่งตัวเองจนเรียนจบ สถานะการเงินถือว่าดี เลยยึดเป็นอาชีพหลัก เรียนจบมาก็มาแต่งนิยายต่อ ทั้ง ๆ ที่ก็เรียนบริหารธุรกิจมาแต่ก็ไม่ได้ใช้เลย

ฉันก็แต่งมันมาต่อเรื่อย ๆ จนตอนนี้เริ่มที่จะเข้าขั้นวิกฤตแล้ว คนเริ่มไม่อ่านแนวที่ฉันเขียน แต่หันไปอ่านแนวที่ฉันไม่เคยมี การที่จะเปลี่ยนแนวเขียนได้ มันไม่ง่ายเลย แต่ฉันก็ต้องพยายาม เพราะถ้าฉันไม่เปลี่ยน เงินที่เหลืออยู่ไม่เท่าไหร่นี้ ก็คงจะยื้อไปได้อีกไม่กี่เดือน ยอดขายก็ลดลงไปทุกวัน ฉันก็เลยต้องศึกษาแนวนี้ให้ดีซะก่อน ถ้าไม่ศึกษาก็จะเป็นแบบเรื่องแรกที่แต่งนั่นแหละ มีแต่  คนด่า

ฉันอ่อนไหว รับไม่ด้ายยยยย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ“ยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม.......สวยมากครับ อีกรูปนะครับ........” เสียงตากล้องสั่งโพสท่าทางอย่างมืออาชีพ เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัว ๆ ราวกับว่าอยากจะเก็บภาพทุกช็อตทั้งวันนี้ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าคนรู้จักเยอะจริง ๆ ส่วนมากไม่ใช่ของฉันหรอก เป็นทางฝั่งเขาซะมากกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของฉันที่ดองมากว่าห้าปี เพราะไหนจะรอคลอดลูก รอรักษาหุ่น รอลูกวิ่งได้ แต่เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปตรวจเจอว่าท้องลูกคนที่สองอีก ไม่ต้องรักษาแล้วหุ่นอะไรนั่นน่ะ จัด ๆ ไปเถอะ เอาลูกเข้าเฟรมให้หมดทุกคนไปเลย“วันนี้เพื่อนฉันสวยที่สุด! ไม่มีใครสวยได้เท่าแกแล้วคุณแม่ลูกสอง” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอรับแขกที่มาร่วมงานงานแต่ง ยัยลินก็เดินถือแก้วน้ำมาให้ฉัน เพราะตั้งแต่งานเริ่มฉันก็เอาแต่นั่งถ่ายรูปมาหลายชั่วโมงแล้ว“เหนื่อยสุด ๆ เลย นั่งจนเมื่อยก้นแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้เข้าพิธีสักทีนะ อยากกลับไปนอนจะแย่” ฉันนั่งทุบ ๆ ไหล่ตัวเองไปมา ช่วงนี้คนน่าจะมากันใกล้หมดแล้วละ มีเวลาได้พักหายใจหายคอหน่อย“อีกครึ่งชั่วโมงก็เข้าพิธีแล้ว ทนอีกนิดนะ........” อลินซับเหงื่อตามใบหน้าให้ฉันและแต่งเติมเพิ่มเข้าไ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END

    บท 67 THE END “กีวี่!!! มาช่วยน้าใช่ไหม น้าไม่ได้เป็นคนทำ” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมา ฉันมองไปทางที่มาของเสียงก็พบกับสองผัวเมียและผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ในห้องขัง “มันเป็นคนขับไปชน น้าแค่โดนบังคับ มัน........อั่ก!!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางนั่นก็กระเด็นไปติดกำแพงอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้คนบริเวณนั้นไม่น้อย “เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คาบข่าวเกี่ยวกับเงินมาบอกกู มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างไม่ใช่รึไง!!” พอถึงเวลาก็โยนขี้ใส่กัน น่าสมเพชจริง ๆ เลยนะคนพวกนี้ ฉันเดินหนีไปโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก วันนี้ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าเอาเรื่องในชีวิตจริงของฉันมาแต่งเป็นนิยายให้คนทั่วไปได้อ่านมันคงจะน่าอดสูไม่น้อยเลย พ่อแม่ตาย ฉันก็ดันมาความจำเสื่อมไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฆาตกรที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่อีก คงไม่มีใครดวงกุดไปกว่าฉันแล้วละ แต่ก็ยังมีเรื่องที่นับว่าโชคดี อย่างเรื่องที่ฉันได้เจอคนดี ๆ อย่างพี่ลัน ยัยลินและครอบครัวพวกเขาดีกับฉันทุกอย่างเหมือนคนในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ และอีกห

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66

    บท 66“มึงเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งตัวเกร็งและเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย“แล้วมึงละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านหลังนี้” ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปใกล้กว่าเดิม เพื่อหมายจะเอาชีวิต“กะ.....กูเป็นญาติเจ้าของบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าเพราะเกิดจากความเครียดและความกลัวตาย“งั้นเหรอ.......”“คุณคะ ทำไมไม่ขึ้นมานอนสักที พรุ่งนี้..........นี่มันอะไรกัน....” ยังไม่ทันที่เซอร์เวย์จะได้พูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อนเธอมองเข้ามาในความมืดเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นสามีของเธอกำลังนั่งอยู่และมีผู้ชายอีกคนที่กำลังจ่อกระบอกปืนไปที่หัวของผู้ที่เป็นสามีของเธอ“บอสครับ เราได้หลักฐานมาแล้วครับ แล้วคนคนนั้นก็ยอมรับผิดแล้ว” เอเดนเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เจ้านายฟัง“หลักฐานบ้าอะไรของแกวะ....”“อย่าขยับเยอะสิเดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก ไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมา” เอเดนทำตามคำสั่งของเจ้านายและเดินไปจับตัวหญิงวัยกลางคนไว้“แกจะมายุ่งกับฉันทำไม!!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เธอเอาแต่โวยวายและไม่ยอมให้เอเดนจับและคว้าไม้กวา

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท65

    บท 65 “เธอกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไปแย่งมาตอนไหน.........” “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปสิฟาง ใครกันแน่ที่ทำตัวเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นพี่มันก็โง่เองแหละที่ปล่อยกีวี่ให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ พี่ไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกมาบังคับให้พี่ต้องเลิกกับวี่” มาร์คระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่าน ที่เขาต้องคอยมาโทษตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ เพียงเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว “หึ พี่พูดอย่างนี้เพราะอยากจะตัดขาดกับฟางเหรอคะ? พี่อย่าลืมสิถ้าพ่อฟางถอนหุ้นออกให้หมด บริษัทของพ่อพี่มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ลืมไปแล้วเหรอ?” “เธออยากจะบอกให้พ่อเธอถอนออกไปก็แล้วแต่ โทรเลยสิพี่รอฟังอยู่......” พี่มาร์คทำหน้าท้าทายให้เธอรีบ ๆ กดโทรไปบอกพ่อเธอซะ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวก็เอาเลยสิ “นี่มัน มันเรื่องอะไรกัน หนูฟางทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ หนูเป็นอะไรไปทำไมถึงไปพูดขู่พี่เขาแบบนั้น........มาร์ค” คุณป้าได้แต่ยืนอึ้งกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะให้มาเป็นลูกสะใภ้ที่สวย เรียบร้อย อ่อนน้อมเหมือนที่เธอแสดงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท64

    บท 64“ป้าว่าจะถามตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว หนูเป็นอะไรกับมาร์คเหรอจ๊ะ มีเบอร์ป้าได้ยังไง?” คุณป้าเอ่ยถามในขณะที่ตอนนี้พี่มาร์คได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้องพิเศษแล้ว แต่ฉันว่าจะรอเขาฟื้นก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยกลับ“หนูเป็นรุ่นน้องที่มหา’ ลัยน่ะค่ะ” ฉันตอบออกไปตามความจริง“แล้วนั่น ประธานบริษัทเอสวีใช่ไหมจ๊ะ ป้าเคยเห็นในทีวีบ่อย ๆ แล้วทั้งสองคน..........” คุณมองฉันและเซอร์เวย์สลับกันไปมา เพราะเห็นทั้งสองคนนี้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แทบจะไม่ห่าง กันเลย“ใช่ครับ ผมเป็นประธานบริษัทเอสวีและก็เป็นแฟนของกีวี่ด้วยครับ” เซอร์เวย์แนะนำตัวเองด้วยมาดของประธานบริษัท แต่ร่างกายกลับมอมแมมเต็มไปด้วยคราบเลอะเทอะมากมาย เพราะยังไม่ได้กลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย“อ๋อจ่ะ ป้าขอบคุณพวกคุณสองคนมาก ๆ เลยนะ ที่อุตส่าห์อยู่เฝ้าลูกมาร์คของฉันตั้งนานสองนาน เอาเป็นว่าพวกคุณกลับไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ ป้ามีเบอร์ของหนูแล้ว ถ้ามาร์คฟื้นเมื่อไหร่ ป้าจะโทรไปบอกเองไม่ต้องห่วง” คุณป้าเห็นว่าเราสองคนอยู่เฝ้ากันมาตั้งนานแล้ว คงจะเหนื่อยและเพลียมาก จึงอยากให้กลับไปพักผ่อนเสีย ถ้าเกิดล้มหมอนนอนเสื่อเพิ่มมาอีกคงแย่แน่ ๆ“เอ่อ........

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท63

    บท 63 “ขอทางด้วยค่ะ!!!” บุรุษพยาบาลเข็นเตียงที่มีมาร์คนอนอยู่บนนั้น เข้าไปในห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว จนฉันแทบจะวิ่งตามไม่ทัน “ญาติรอด้านนอกนะคะ” พยาบาลรีบหยุดฉันไว้และปิดประตูห้องห้ามคนนอกเข้าทันที ตอนนี้ฉันไม่มีสติจะสนใจอะไรแล้วทั้งนั้น ในหัวว่างเปล่า ไม่รู้จะสั่งให้ตัวเองทำอะไร ยืนอยู่ตรงไหนหรือต้องโทรแจ้งใคร “ฉัน.....ฉันจะทำยังไงดี เซอร์เวย์ ฮือ ๆ ถ้าพี่มาร์คเขา......เขาช่วยฉันไว้ ฮึก.....ฮืออออออ” ฉันปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายคนรอบข้าง ฉันซบหน้าลงไปที่อกของเซอร์เวย์แล้วระเบิดน้ำตาออกมาอย่างไม่ขาดสาย เขาก็กอดปลอบฉันอย่างอ่อนโยนและพยายามทำให้ฉันใจเย็นลงกว่านี้ “ถึงมือหมอแล้ว เธอตั้งสติก่อนนะ แล้วเธอเจ็บตรงไหนรึเปล่า ให้หมอไปเช็กหน่อยเถอะ” “อยู่รอดูเขาสักแป๊บนะคะ เดี๋ยวฉันไป แต่นั่งรอกับฉันตรงนี้ก่อนเถอะ......นะ” ฉันดึงเซอร์เวย์ให้มานั่งรอด้วยกันที่เก้าอี้หน้าประตูห้องฉุกเฉิน เขาก็ตามมานั่งตามที่ฉันขอร้องโดยไม่เซ้าซี้ คอยนั่งอยู่ข้าง ๆ ฉัน มันทำให้ฉันใจเย็นขึ้นมากเลยละ ฉันนั่งรออยู่น่าห้องแบบนั้น จ้องมองไปที่ประตูอย่างไม่กล้าละสายตา ขอแค่หมอเปิดประตูออกมาบอกฉันว่าทุกอย่างผ่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status