Share

บท4

Penulis: Jammy Witty
last update Tanggal publikasi: 2026-01-25 20:08:51

บท 4

 

พวกเราเผลอหลับกันไปนานมาก ๆ พอตื่นขึ้นมาก็ปรากฏว่าฟ้ามืดแล้ว

"ไปเตรียมตัวได้แล้ว จะได้ไปกัน สองทุ่มแล้ว" ลินเร่งฉันเพราะมันสองทุ่มแล้ว เดี๋ยวพี่เธอจะไปซะก่อน

"ไปชุดนี้แหละ"

"ไปผับชุดนี้เนี่ยนะ โห เธอนี่สุดยอดจริง ๆ" ลินทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ ว่าฉันจะกล้าใส่ชุดนี้ไปผับ มีใครที่ไหนใส่ชุดอย่างกับป้าไปเที่ยว แถมยังเป็นผับชื่อดังอีก ทนเห็นไม่ได้จริง ๆ

"ก็ใส่สบายดีออก จะใส่รัด ๆ ให้มันไม่สบายตัวทำไมละ" ฉันไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรมากหรอก เพราะเสื้อผ้าก็มีแต่โทนเดิม ซ้ำ ๆ ไม่ใช่สายแฟชั่น ก็เลยไม่ค่อยทันเทรนสมัยนี้สักเท่าไหร่

"ไม่....ไม่ได้ ฉันทนเห็นไม่ได้ ไปที่บ้านฉันก่อนเลย ตามมาเร็ว ๆ เลย" สายแฟชั่นอย่างเธอทนเห็นความอดสูนี้ไม่ไหว คงต้องจับแปลงโฉมกันสักหน่อยแล้ว

"โถ่ ไปชุดนี้ก่อนก็ได้ คราวหน้าค่อยเปลี่ยนใหม่ไง" ฉันเกิดอาการอิดออดไม่อยากไป เพราะมันจะเสียเวลา ฉันอยากหาแฟนได้เร็ว ๆ อะ

"ตาม! มา! เร็ว!" ฉันจำใจต้องเดินตามอลันไปที่รถ

ทันทีที่ลงมาถึงรถ พวกเราก็ขับออกไปทันที อลินตรงกลับไปที่บ้านก่อน เพราะต้องการที่จะแปลงโฉมฉัน และได้โทรไปบอกพี่อลันไว้แล้ว ว่าให้รอก่อน เดี๋ยวไปหาและปรึกษาอะไร      นิดหน่อย

พี่ลันหรืออลัน เป็นเจ้าของผับ แต่เขามักจะอยู่ผับไม่นานหรอก เพราะต้องกลับไปดูแลลูกเมียที่บ้านเขา ลูกเขากำลังน่ารักเลยละ ฉันเคยเจอหลายครั้งอยู่ ชื่อน้อง ป๊อปปี้ น่ารัก สดใสสุด ๆ ฉันอยากได้ลูกแบบนี้แหละ

"อ่าว วี่ก็มาด้วยเหรอจ๊ะ จะมานอนกลับลินเหรอ มาซะดึกเชียว"

"สวัสดีค่ะคุณแม่ พอดีมาทำธุระกับลันนิดหน่อยค่ะ เดี๋ยวก็จะออกไปกันแล้ว" ฉันกล่าวทักทายคุณแม่ของลิน ตอนอยู่มหา'ลัย ฉันมาค้างที่นี่บ่อย ๆ คุณแม่ก็เอ็นดูฉันมาก ๆ เพราะลินเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตที่ฉันเผชิญมาให้ท่านฟัง ท่านเลยสงสารและคอยช่วยฉันเสมอ

อย่างเช่น ค่าเทอม มีเทอมนึงฉันหาจ่ายไม่ทันจริง ๆ ท่านก็ให้ยืมเงินไปจ่ายก่อน มีเมื่อไหร่ก็ค่อยคืน แต่ฉันก็ได้เงินจากการแต่งนิยายนี่แหละ

ตอนนี้ก็คืนท่านไปหมดแล้ว ถึงแม้ว่าตอนแรกท่านจะไม่ค่อยอยากรับเท่าไหร่ก็เถอะ แต่ทนลูกอ้อนฉันไม่ได้หรอก สุดท้ายก็ต้องยอมรับเงินก้อนนี้ไป แต่หลังจากนั้นก็ขยันฝากของมาให้ฉันเหลือเกิน

"หนูพาไอ้วี่มาเปลี่ยนเสื้อผ้าอะ ว่าจะพาไปหาพี่ลัน ขอให้ช่วยหาแฟนให้หน่อย" ลินอธิบายให้คุณแม่ฟัง

"งั้นให้แม่ช่วยแนะนำไหม แม่รู้จักเยอะนะ" คุณแม่เสนอตัวที่จะช่วยหาแฟนให้ฉัน ฉันรีบโบกไม้โบกมือ เป็นเชิงว่า ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูหากันเอง

"ไม่ต้องเลย คนของแม่แต่ละคนนะ ไม่ได้เรื่อง เก็บคนของแม่ไว้แนะนำคนอื่นเถอะ อย่ามารังแกวี่วี่ ของหนูนะ"

"แกตาไม่ถึงเองละสิ ยังจะมาว่าแม่อีก" สองลูกเถียงกัน  ไปมา

ฉันรู้ทุกอย่างนั่นแหละ สิ่งที่ลินพูดมาเป็นความจริงทุกอย่าง ทุกครั้งที่ลินไปนัดบอดนะ เธอจะต้องโมโหกลับมาหาฉันทุกรอบ ลูกแหง่บางละ ปากหมาบ้างละ กวนตีนบ้างละ แต่ละคนวีรกรรมเยอะสุด ๆ เธอเลยต้องไปหาเอง เพื่อที่จะให้แม่หยุดจับคู่เธอสักที

"พอเลย หนูไปละ อย่ามาแนะนำคนประเภทนั้นให้วี่เด็ดขาดเลยนะ" ลินพูดจบ ก็ดึงฉันให้ขึ้นไปชั้นบนทันที ฉันก็ได้แต่ส่งยิ้มไปให้คุณแม่ แล้วเดินตามลินขึ้นไป

"แกนี่ก็เถียงกับคุณแม่ไม่เลิกเลยนะ พ่อแกทนฟังแบบนี้ทุกวันได้ยังไงเนี่ย" ฉันมากี่รอบ ๆ ก็ต้องได้ยินสองคนนี้เถียงกันตลอด เดี๋ยวเถียงกันเรื่องนี้ เรื่องนั้น เรื่องนู้น โอ๊ย เยอะแยะไปหมด ถ้าวันไหนสองคนนี้ไม่เถียงกัน แปลว่าวันนั้นฝนจะตก ฟ้าจะแปรปรวน ชัวร์!!

"ยังไม่ชินอีกรึไง มาเปลี่ยนชุดได้แล้ว" ลันเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วรื้อ ๆ หาชุดเพื่อเอามาให้ฉันเปลี่ยน

"เอาชุดดี ๆ นะ ฉันไม่ชอบใส่โป๊ ๆ"

"รู้แล้วน่า" ฉันต้องห้ามไว้ก่อน เพราะสไตล์การแต่งตัวของยัยนี่นะ เปิดตรงไหนได้เปิดหมด เห็นยัยนี่ออกงานหรือไปเที่ยวแต่ละที ฉันก็สงสารแฟนมันจริง ๆ ห้ามแล้วห้ามอีก ถึงกับต้องไหว้ขอให้มันไปเปลี่ยนชุดเถอะ ยัยนี่ก็ยังเถียง บอกว่า เกิดมาทั้งทีก็ต้องโชว์สิ จะเก็บไว้ทำไม แล้วก็โนสนโนแคร์ต่อไป

"จะได้ยังเนี่ย จะหลับแล้วนะ" ฉันรอเธอเลือกชุดมายี่สิบกว่านาทีแล้ว ยังหาไม่ได้ เพราะต้องหาชุดที่เรียบร้อยที่สุด ซึ่งในตู้นี้แทบจะไม่มีเลย

"เจอแล้ว ๆ ชุดนี้ละกัน ไปเปลี่ยนเลยเร็ว ๆ" ลินดึงฉันให้ลุกออกจากเตียง และดันฉันไปทางห้องน้ำเพื่อให้เปลี่ยนชุด

ฉันก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสร็จเรียบร้อยและชุดที่ฉันได้ก็คือ กางเกงยีนขายาวขาด ๆ ทรงเดฟ เสื้อครอปคอเต่าสีดำรัดรูป เสื้อนี่ก็จะรัดไปไหนก็ไม่รู้อึดอัดไปหมด กางเกงนี่ก็ขาดจนมันแทบจะหลุดออกจากกันอยู่แล้ว

"ฉันบอกว่าไม่เอารัดรูปไง เอามาให้ฉันทำไมเนี่ย" ฉันเดินโวยวายออกมาจากห้องน้ำ กางเกงอะพอรับได้ แต่เสื้อนี่ไม่ได้จริง ๆ ฉันไม่ชอบให้ใครมามองนมฉัน

"ว้าว นมนี่จะทิ่มหน้าฉันอยู่แล้ว นี่แน่ะๆๆ" ลินไม่พูดเปล่า ยังยกมือขึ้นมาบีบอีก ยัยนี่เผลอทีไรต้องคอยมาแกล้งฉันอยู่    เรื่อยเลย

"หยุดเลย ๆ ไปหาเสื้อแจ็คเก็ตให้ฉันเลย"

"ได้ค่ะ นายหญิง" ลินเดินไปหยิบเสื้อแจ็คเก็ตยีนมา แล้วยื่นให้ฉัน

"ไปได้แล้ว" ฉันรับแจ็คเก็ตมาใส่แล้วติดกระดุมปิดไปเลย ไม่มีใครเห็นแน่นอน

พวกเราสองคนตรงไปที่ผับของพี่อลัน ตอนนี้ก็ใกล้จะสี่ทุ่มแล้ว เดี๋ยวพี่อลันจะรอนาน

 

ผับPopPy Bar

 

พอพวกเรามาถึง ฉันก็ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน เดี๋ยวตาม  ขึ้นไป

"โอ๊ย กว่าจะฝ่าคนเข้ามาได้ ดึกดื่นป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับบ้านกันอีกเนี่ย" ฉันบ่นและรีบเดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระให้เสร็จ จริง ๆ ก็เข้าข้างบนได้แหละ แต่มันอั้นจะไม่ไหวแล้ว เลยเลือกข้างล่างดีกว่า แต่ก็เกือบไม่รอดเหมือนกันแฮะ

"วันนี้ฉันได้ยินว่า มีประธานบริษัทแบรนด์S.V.มาด้วยแหละ" ในขณะที่ฉันกำลังทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วและกำลังจะเปิดประตูออกไป แต่ก็ต้องชะงักไว้เพราะมีเสียงคุยกันตรงบริเวณอ่างล้างมือ ฉันเลยปิดฝาชักโครกและนั่งฟังพวกเธอคุยกันต่อ

"แบรนด์เสื้อผ้าเซ็กซี่ ๆ น่ะเหรอ เห็นว่ามาแรงมากเลยนะช่วงนี้ หล่อและดูสุภาพบุรุษสุด ๆ เลย"

"เห็นว่ารู้จักกับเจ้าของผับล่ะ เลยมาที่นี่ แกว่าฉันลองไปอ่อยเขาดีปะ"

"เขากลับไปแล้วรึยังเถอะ"

"นั่นสินะ น่าจะกลับไปแล้วละ อดเลยฉัน" เสียดายอะ อยากเห็นจัง เป็นคนยังไงนะ

ฉันนั่งรออยู่ในห้องน้ำสักพัก พวกเธอก็ออกไป ทำอะไรกันนานขนาดนี้เนี่ย ขาฉันจะเป็นตะคริวอยู่แล้ว

แล้วฉันจะรอพวกเธอให้ออกไปก่อนทำไมนะ เฮ้อออ

ฉันค่อย ๆ เดินออกมา เพราะเดินเร็วไม่ได้เหน็บกิน

 

พึ่บ!!

 

"ว้าย!!!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษ“ยิ้มนะครับ หนึ่ง สอง สาม.......สวยมากครับ อีกรูปนะครับ........” เสียงตากล้องสั่งโพสท่าทางอย่างมืออาชีพ เสียงชัตเตอร์ที่ดังรัว ๆ ราวกับว่าอยากจะเก็บภาพทุกช็อตทั้งวันนี้ฉันยิ้มจนกรามจะค้างอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าคนรู้จักเยอะจริง ๆ ส่วนมากไม่ใช่ของฉันหรอก เป็นทางฝั่งเขาซะมากกว่าวันนี้เป็นงานแต่งงานของฉันที่ดองมากว่าห้าปี เพราะไหนจะรอคลอดลูก รอรักษาหุ่น รอลูกวิ่งได้ แต่เมื่อสี่เดือนที่แล้วไปตรวจเจอว่าท้องลูกคนที่สองอีก ไม่ต้องรักษาแล้วหุ่นอะไรนั่นน่ะ จัด ๆ ไปเถอะ เอาลูกเข้าเฟรมให้หมดทุกคนไปเลย“วันนี้เพื่อนฉันสวยที่สุด! ไม่มีใครสวยได้เท่าแกแล้วคุณแม่ลูกสอง” ในขณะที่ฉันกำลังนั่งรอรับแขกที่มาร่วมงานงานแต่ง ยัยลินก็เดินถือแก้วน้ำมาให้ฉัน เพราะตั้งแต่งานเริ่มฉันก็เอาแต่นั่งถ่ายรูปมาหลายชั่วโมงแล้ว“เหนื่อยสุด ๆ เลย นั่งจนเมื่อยก้นแล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะได้เข้าพิธีสักทีนะ อยากกลับไปนอนจะแย่” ฉันนั่งทุบ ๆ ไหล่ตัวเองไปมา ช่วงนี้คนน่าจะมากันใกล้หมดแล้วละ มีเวลาได้พักหายใจหายคอหน่อย“อีกครึ่งชั่วโมงก็เข้าพิธีแล้ว ทนอีกนิดนะ........” อลินซับเหงื่อตามใบหน้าให้ฉันและแต่งเติมเพิ่มเข้าไ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 2/2

    “เซอร์เวย์.........”“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการให้เอง” ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยปากขอร้องออกไป เซอร์เวย์ก็เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะขอและหันไปสั่งให้เอเดนจัดการ “การเรียนเธอเป็นยังไง?”“ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ”“หางานตำแหน่งที่ว่างในบริษัทให้เธอ ที่พักด้วย........”“ครับบอส....”“คุณ....จะให้ฉันทำงานในบริษัทจริง ๆ เหรอคะ! ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ฉันสัญญาว่าจะกลับตัวและไม่ทำเรื่องแบบนั้นอีก” หญิงสาวแววตาเปลี่ยนทันที เพราะการที่ครอบครัวของเธอมีประวัติแบบนี้ก็คงจะหางานทำได้ยาก ยิ่งเธอต้องอยู่ตัวคนเดียวแบบนี้อีกคงได้อดตายกันก่อนพอดี“เธอก็ตั้งใจทำงานซะ นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอ รักษามันไว้ให้ดีล่ะ” ฉันทนเห็นญาติผู้น้องคนนี้อดตายไปไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าเรื่องสมัยก่อนเธอจะทำฉันไว้เจ็บแสบก็เถอะ แต่เดี๋ยวฉันค่อยไปเอาคืนทีหลังก็ได้ ยังมีเวลาอีกเยอะ“ขอบคุณนะกีวี่” ขอแค่เพียงให้เธอได้เจอโลกใบใหม่ ฉันก็เชื่อว่าเธอต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นได้แน่นอน“กลับบ้านกันเถอะ” เซอร์เวย์ยื่นมือมาที่ด้านหน้าของฉันและมองด้วยสายตาที่อ่อนโยนราวกับว่าต้องการให้ฉันละลายลงไปที่พื้นให้ได้“อื้ม......กลับบ้านของเราก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท67 THE END 1/2

    บท 67 THE END “กีวี่!!! มาช่วยน้าใช่ไหม น้าไม่ได้เป็นคนทำ” ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปในสถานีตำรวจ เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมา ฉันมองไปทางที่มาของเสียงก็พบกับสองผัวเมียและผู้ชายอีกหนึ่งคนกำลังนั่งอยู่ในห้องขัง “มันเป็นคนขับไปชน น้าแค่โดนบังคับ มัน........อั่ก!!” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยค ร่างบอบบางนั่นก็กระเด็นไปติดกำแพงอย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้คนบริเวณนั้นไม่น้อย “เป็นแกไม่ใช่เหรอที่คาบข่าวเกี่ยวกับเงินมาบอกกู มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างไม่ใช่รึไง!!” พอถึงเวลาก็โยนขี้ใส่กัน น่าสมเพชจริง ๆ เลยนะคนพวกนี้ ฉันเดินหนีไปโดยที่ไม่ได้สนใจพวกเขาอีก วันนี้ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาทำตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าเอาเรื่องในชีวิตจริงของฉันมาแต่งเป็นนิยายให้คนทั่วไปได้อ่านมันคงจะน่าอดสูไม่น้อยเลย พ่อแม่ตาย ฉันก็ดันมาความจำเสื่อมไปอาศัยอยู่ที่บ้านของฆาตกรที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของแม่อีก คงไม่มีใครดวงกุดไปกว่าฉันแล้วละ แต่ก็ยังมีเรื่องที่นับว่าโชคดี อย่างเรื่องที่ฉันได้เจอคนดี ๆ อย่างพี่ลัน ยัยลินและครอบครัวพวกเขาดีกับฉันทุกอย่างเหมือนคนในครอบครัว มีเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ และอีกห

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 2/2

    “เรื่องสิบสี่ปีก่อนกูโง่เองแหละที่ยอมทำตามคำสั่งของมึง มันฝังใจกูมาตลอดที่ไปช่วยคนชั่วอย่างมึง แล้วตอนนี้มึงก็ยังจะไปฆ่าเด็กคนนั้นอีก กูทนต่อไปไม่ไหวแล้วว่ะ กลับตัวตอนนี้มันก็ยังไม่สาย มึงยอมรับสารภาพซะเถอะ” บทสนทนาของสองพี่น้องยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆการที่ได้เป็นพ่อคนมันทำให้เขาสำนึกขึ้นมาได้ว่าในตอนนั้นเขาได้ทำสิ่งที่มันร้ายแรงที่สุดลงไป แต่จะให้กลับไปแก้ไขอะไรตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือยอมรับผิดและรับโทษในสิ่งที่ได้ทำลงไปและที่สำคัญที่สุดคือ เขาจะต้องขอโทษเด็กคนนั้นให้ได้“ไอ้น้องทรยศ!!!” คุณตำรวจได้แต่นั่งถอนหายใจกับพฤติกรรมของพี่ชายที่ถูกเลี้ยงอย่างเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กไม่ว่าเขาจะเอาอะไร คนในบ้านก็จะหามาให้ทุกอย่าง พอไม่ได้ดั่งใจก็จะโวยวาย จนคนในครอบครัวไม่มีใครกล้าขัด มันคงเป็นสันดานเสียที่เริ่มต้นจากพื้นฐานครอบครัวนี่แหละ“พรุ่งนี้เช้าเจอกันครับ ขอบคุณที่ยอมรับผิดและมอบหลักฐานให้นะครับ” หลังจากที่เอเดนพาสองผัวเมียคู่นั้นมาส่งไว้ที่สถานีตำรวจที่มีนายตำรวจคนนั้นประจำการอยู่ เอามาฝากขังไว้ ก่อนที่จะลากลับไป แต่ก็ยังคงให้ลูกน้องเฝ้าบริเวณโดยรอบเอาไว้........

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท66 1/2

    บท 66 “มึงเป็นใครวะ เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายหนุ่มได้แต่นั่งตัวเกร็งและเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย “แล้วมึงละเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรเข้ามาในบ้านหลังนี้” ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าไปใกล้กว่าเดิม เพื่อหมายจะเอาชีวิต “กะ.....กูเป็นญาติเจ้าของบ้าน” ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างตะกุกตะกัก เหงื่อผุดขึ้นมาตามใบหน้าเพราะเกิดจากความเครียดและความกลัวตาย “งั้นเหรอ.......” “คุณคะ ทำไมไม่ขึ้นมานอนสักที พรุ่งนี้..........นี่มันอะไรกัน....” ยังไม่ทันที่เซอร์เวย์จะได้พูดจบ เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงวัยกลางคนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะซะก่อน เธอมองเข้ามาในความมืดเห็นผู้ชายที่น่าจะเป็นสามีของเธอกำลังนั่งอยู่และมีผู้ชายอีกคนที่กำลังจ่อกระบอกปืนไปที่หัวของผู้ที่เป็นสามีของเธอ “บอสครับ เราได้หลักฐานมาแล้วครับ แล้วคนคนนั้นก็ยอมรับผิดแล้ว” เอเดนเดินเข้ามารายงานความคืบหน้าทั้งหมดให้เจ้านายฟัง “หลักฐานบ้าอะไรของแกวะ....” “อย่าขยับเยอะสิเดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก ไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมา” เอเดนทำตามคำสั่งของเจ้านายและเดินไปจับตัวหญิงวัยกลางคนไว้ “แกจะมายุ่งกับฉันทำไม!!!! ปล่อยเดี๋ยวนี้!!!” เธอเอาแต่โวยวายและไม่ยอมให้เอเดนจับและ

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท65

    บท 65 “เธอกำลังพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉันไปแย่งมาตอนไหน.........” “อย่าสำคัญตัวเองผิดไปสิฟาง ใครกันแน่ที่ทำตัวเรียกร้องความสนใจ ตอนนั้นพี่มันก็โง่เองแหละที่ปล่อยกีวี่ให้หลุดมือไปได้ง่าย ๆ พี่ไม่คิดว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกมาบังคับให้พี่ต้องเลิกกับวี่” มาร์คระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจตลอดหลายปีที่ผ่าน ที่เขาต้องคอยมาโทษตัวเองที่ไม่สามารถรักษาคนรักของตัวเองไว้ได้ เพียงเพราะผู้หญิงแค่คนเดียว “หึ พี่พูดอย่างนี้เพราะอยากจะตัดขาดกับฟางเหรอคะ? พี่อย่าลืมสิถ้าพ่อฟางถอนหุ้นออกให้หมด บริษัทของพ่อพี่มันจะเกิดอะไรขึ้น พี่ลืมไปแล้วเหรอ?” “เธออยากจะบอกให้พ่อเธอถอนออกไปก็แล้วแต่ โทรเลยสิพี่รอฟังอยู่......” พี่มาร์คทำหน้าท้าทายให้เธอรีบ ๆ กดโทรไปบอกพ่อเธอซะ ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น ถ้าบริษัทมันจะเจ๊งเพราะผู้หญิงแค่คนเดียวก็เอาเลยสิ “นี่มัน มันเรื่องอะไรกัน หนูฟางทำไมถึงทำตัวแบบนี้ได้ล่ะ หนูเป็นอะไรไปทำไมถึงไปพูดขู่พี่เขาแบบนั้น........มาร์ค” คุณป้าได้แต่ยืนอึ้งกับพฤติกรรมของหญิงสาวที่เธอคิดว่าจะให้มาเป็นลูกสะใภ้ที่สวย เรียบร้อย อ่อนน้อมเหมือนที่เธอแสดงมาโดยตลอด แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นแบบนั้

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท61 2/2

    ‘ฉันไม่ได้อยากจะทำแบบนี้เลยนะ แต่มันก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ ...........’ เด็กสาวที่อยู่ในอาการสะลึมสะลือจากการได้รับแรงกระแทกเมื่อสักครู่ ส่งผลทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาดูว่าใครเป็นคนเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา‘พี่ต้องยกโทษให้ฉันนะ ถ้าฉันไม่ได้มันล่ะก็ฉันตายแน่ ๆ ‘เสียงพูดยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง แต่เธอก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท59

    บท 59 “อะไร......” ตอนแรกกะว่าจะไม่ตื่น แต่พอได้ยินแบบนั้นแล้ว ก็ลืมตาให้หน่อยนึงก็ได้ “อยากรู้ไหมล่ะ ถ้าอยากรู้ก็นอนต่อสิ” เซอร์เวย์ก้าวขาขึ้นมาบนเตียงและค่อย ๆ เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนฉันต้องรีบตื่นและลุกหนี “ไปแล้ว มืดค่ำแล้วยังจะพาไปไหนอีก..........” ระหว่างที่เดินไปห้องน้ำ ฉันก็บ่นไปตลอดท

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท58

    บท 58“หมอที่โรงพยาบาลนี้ดีไหมลูกหรือจะหาโรงพยาบาลใหม่ดี............” ระหว่างทางที่กำลังขับรถกลับบริษัท คุณนายที่นั่งอยู่ ข้าง ๆ ฉันก็เอาแต่พูดไม่หยุด สภาพฉันตอนนี้ก็คือโดนล้อมด้านข้างไปหมดแล้ว ทั้งแม่ทั้งลูกเลย“โรงพยาบาลนี้นี่แหละใกล้ดี จะให้ไปไหนอีก.....” สองแม่ลูกคู่นี้ก็ยังคงคอนเซ็ปท์ เถียงก

  • ท่านประธานสุดกวนกับยัยนักเขียนสุดแสบ   บท57

    บท 57 “ถึงแล้วค่ะ ลงไปกันไหวไหมคะ? วี่เดี๋ยวพี่ช่วยพยุง” ลิตาใช้เวลาขับรถไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาล ที่เธอต้องซิ่งมาเร็วขนาดนี้ก็เพราะว่าบนรถเหมือนจะมีคนไข้ถึงสองคน แถมอีกคนก็ยังเป็นท่านประธานอีก “คุณลงไปไหวไหมคะ?” ฉันสะกิดให้เซอร์เวย์และสอบถามว่าอาการเป็นยังไงบ้าง พอเดินเองไหวรึเปล่า ตอนนี้ฉันก็

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status