หน้าหลัก / รักโบราณ / ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย / บทที่ 5 ราตรีที่เปลี่ยนชะตา

แชร์

บทที่ 5 ราตรีที่เปลี่ยนชะตา

ผู้เขียน: moonlight -mini
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-03 13:38:52

บทที่ 5 ราตรีที่เปลี่ยนชะตา

หลี่เลี่ยงหรงนั่งเขียนจดหมายเกือบครึ่งคืน กระดาษกองแล้วกองเล่าเต็มไปด้วยถ้อยคำที่ถูกขีดฆ่า นางได้ยินเสียงคนเฝ้ายามผลัดเวรอยู่ด้านนอก แต่เพียงปรายตามองแล้วกลับก้มเขียนต่อ

ทว่าจดหมายที่สำคัญที่สุดกลับเขียนไม่ออก ชื่อของหลิงจงอยู่บนนั้น แต่ไม่รู้จะบอกอะไรดี รักแรกและรักเดียวของนาง นางอยากเขียนคำลา แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน

เสียงกุกกักดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครานี้เมื่อเอ่ยถามออกไปแม้แต่เสียงด้านนอกก็เงียบสนิท

นางลุกขึ้นเดินไปที่ประตู

“มีใครอยู่ไหม” ไร้เสียงตอบกลับ

เมื่อหันกลับมาที่โต๊ะ นางชะงัก ชายหนุ่มที่นางคิดถึงมากที่สุดยืนอยู่ตรงนั้น มิหนำซ้ำเขายังถือจดหมายที่นางกำลังจะเขียนถึงเขาอยู่อยู่ในมือแต

“หากมีอะไรก็พูดกับข้าเสียตอนนี้” หลี่เลี่ยงหรงเม้มปาก ไม่รู้จะเอ่ยอะไรดี ก่อนตัดสินใจพูดเพียงสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด สิ่งหนึ่งที่นางสามารถให้เขาช่วยได้แล้วเขาคงเต็มใจ

“ก็คงมีแต่เรื่องของท่านพ่อนั่นแหละที่ข้าอยากจะให้คุณชายช่วย”

หลิงจงยกคิ้ว

“เรียกข้าเช่นนี้ได้ด้วยหรือ ไม่นึกว่าจะเรียกหลิงจง ๆ เหมือนแต่ก่อน”

“วันเวลาผ่านไป ข้าเข้าใจแล้วว่าเราต่างกันเพียงใด”

“ก็แค่ลมปาก หากเจ้ารู้ว่าบิดาเจ้าร้องขอให้ข้าช่วยอะไร เจ้าคงดีใจนัก”

“ไม่ว่าท่านพ่อจะเอ่ยอะไร ท่านก็อย่าได้ใส่ใจเลย แค่จากนี้ช่วยดูแลท่านหน่อยก็แล้วกัน อย่างไรท่านพ่อก็เป็นอาจารย์ของท่าน ทำในส่วนของศิษย์ คงไม่ถือว่าเป็นคำข้อร้องที่มากไป”

“แล้วเหตุใดเจ้าไม่อยู่ดูแลเองเล่า”

“พูดล้อเล่นแล้ว อีกไม่กี่วันข้าก็ต้องทำหน้าที่ของตนเอง”

หลิงจงจ้องนางครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยช้า ๆ “แค่เจ้าตกลง ข้าก็ช่วยเจ้าได้”

“เช่นไรหรือ”

“เป็นของข้า...นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้ารอคอยหรือ แค่เพียงเจ้านอนกับข้าตัดเยื่อพรมจารีของเจ้า เท่านี้เจ้าก็จะไม่ถูกบูชายันแล้ว”

หลี่เลี่ยงหรงหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นเต็มไปด้วยความสมเพชตนเอง

“สายเกินไปแล้ว...” นางเอ่ยอย่างเลื่อนลอย ราวหมดแรงต่อต้าน ดูเหมือนนางไม่คิดจะหนีแล้วจริง ๆ

หลิงจงก้าวเข้าใกล้ สายตานั้นแข็งกร้าว ปลายนิ้วเขาแตะจุดสำคัญ ทำให้นางหมดสติไปทันที

“ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเจ้าไม่ยินดี ข้าก็ต้องใช้วิธีอื่น”

หลี่เลี่ยงหรงลืมตาขึ้นอีกครั้ง รู้สึกมึนงงและไม่รู้ว่าตนอยู่ที่ใด ลำคอแห้งผากทำให้นางมองหาน้ำ

“หิวน้ำหรือ” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น หลิงจงนั่งอยู่ตรงหน้า

“นี่ท่าน ที่นี่…ที่ใด”

“ข้าเองแล้วทำไมหรือ” หลี่เหลี่ยงหรงมองไปรอบ ๆ มันไม่ใช่ที่ที่นางถูกให้กักตัว แต่เป็นที่ใดนั้นนางไม่อาจจะรู้ได้

“ไม่ต้องห่วง เจ้าไม่อยู่ที่ศาลแล้ว”

“พาข้ามาที่นี่ทำไม” น้ำเสียงของนางแข็งขึ้น ไม่ใช่เพราะใจไม่หวั่นไหว แต่เพราะนางไม่อยากให้เขาเห็นความกลัวนาง

นานนับสิบปีตัดใจไม่ได้ แต่ยามนี้เมื่อเหลือเวลาอยู่เพียงไม่กี่ชั่วยามหากนับเป็นวันนางกลัวว่ามันจะดูรันทนจนเกินไปจึงเอ่ยปลอบใจตนเองเช่นนั้น และในทุกชั่วยามนี้ นางจะไม่สนใจคนที่ทำให้นางต้องใช้ชีวิตไร้ค่าอยู่นับสิบปี

“เจ้าไม่ต้องห่วง ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก หากเจ้าไม่เรียกร้อง นี่น้ำของเจ้า” หลี่เหลี่ยงหรงเอื้อมมือมาเทน้ำลงในจอกก่อนจะดื่มเข้าไปเต็มที่เพราะรู้สึกหิวน้ำ แต่เมื่อดื่มนางก็แทบสำลักเพราะมันไม่ใช่น้ำแต่กลับเป็นสุรา

“นี่มัน...”

“อะไรหรือ” ไม่เพียงแค่เป็นสุรา แต่หลี่เหลี่ยงหรงกลับรู้สึกแปลก ๆ

“ท่านใส่อะไรลงไปในกานี้”

“ก็แค่สุราเรื่องชื่อของโรงเตี๊ยมในเมือง” หลิงจงพูดพลางเทเขายกขึ้นดื่มเองอย่างไม่ใส่ใจ ท่าทางร้อนรนของหลี่เหลี่ยงหรงแม้เพียงนิด

“เจ้าดื่มไม่ได้หรือ”

“ข้าต้องการดื่มน้ำ หาได้ต้องการดื่มสุรา” เหลี่ยงหรงพูดจบก็ลุกขึ้นคล้ายจะมองหากาน้ำชาแต่ก็ไม่พบแม้สักหยด

หลิงจงถอนหายใจ คล้ายเสียเวลาไปมากแล้ว ก่อนจะยกกาสุราขึ้นกรอกปากตนเอง แล้วดึงหญิงสาวเข้ามาประกบจูบ บังคับให้นางดื่มผ่านริมฝีปากเขา

ไม่ใช่แค่หนึ่งครั้ง หรือสอง แต่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกาสุราหมดเกลี้ยง หลี่เหลี่ยงหรงที่ไม่คุ้นชินกับการดื่มสุราถึงกับตัวอ่อนราวร่างไร้กระดูก

ชายหนุ่มเห็นว่านางไม่ต่อต้านแล้วเขาก็อุ้มนางไปยังเตียงที่ปูผ้าขาวเอาไว้อย่างจงใจ

“อย่าโทษข้าเลยนะ” ชายหนุ่มค่อย ๆ ก้มลงบรรจงจูบไปที่ริมฝีปากที่เผยอออกด้วยเพราะความร้อนในร่างกาย

มือเรียวที่เผลอไผลเอื้อมไปรั้งคอของชายหนุ่มเอาไว้ตามใจของตน ทั้งสองต่างตอบสนองกันอย่างไม่มีใครห้ามใคร กว่าจะมีใครรู้ว่าเทพธิดาที่พวกเขาหมายใจจะใช้บูชายันไม่มีคุณสมบัติพร้อม ราตรีก็เลื่อนหาย และดวงอาทิตย์ก็โผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว

ข่าวลือกระจายทั่วเมือง

“เทพธิดาหายไป” เสียงของคนจากศาลโวยวายไปทั่ว พวกเขาตรวจพบว่าเมื่อวานมีคนบุกเข้ามาแต่กลับไม่รู้ว่าเป็นใคร

คนของศาลหลักเมืองวิ่งพล่าน ตรวจสอบทั่วทั้งเมือง

แม้แต่เรือนบัณฑิตหลี่ก็ไม่เว้น แต่พบเพียงความว่างเปล่า บิดาของนางกำลังนั่งขอพรอยู่ที่วัด เพื่อขอให้มีอะไรสักอย่างเปลี่ยนแปลงชะตาของบุตรสาวในครั้งนี้

เมื่อรายงานถึงจวนเจ้าปกครองเมือง ทุกคนไม่คาดคิดเลยว่า ธิดาเทพจะปรากฏตัวอยู่ในที่แห่งนั้น…

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3ทั้งสองไปหาท่านปู่ของเด็ก ๆ ทว่าในเรือนกลับไม่ได้มีเพียงอดีตเจ้าเมือง หากยังมีหลานชายสองคนรออยู่ก่อนแล้ว“อ้าวท่านพ่อท่านแม่ มาหาท่านปู่เหมือนกับหรือขอรับ” หลิงซ่งและน้องชาย หลิงซู่ นั่งอยู่ตรงนั้นพวกเขากำลังคุยด้วยสีหน้าเหมือนจะเคร่งเครียด แต่ทุกอย่างคงกระจ่างแล้วเพราะคนมีอายุหัวเราะและชี้หน้าหลานชายอย่างเหลืออด“อย่าบอกนะว่ามาเรื่องเดียวกัน” แม้จะอายุมากขึ้น แต่น้ำเสียงก็ยังดูมีอำนาจ“เรื่องอะไรหรือขอรับ ท่านพ่อ” หลิงจงถาม“ก็แม่หนูหลิวอวี้นั่นอย่างไรเล่า”“ท่านพ่อรู้แล้วหรือขอรับ”“ก็ไม่ได้อยากจะรู้หรอก แต่เจ้าหลานตัวดีมาบอกว่าจะไม่แต่งงาน อีกทั้งยังไม่ยอมเป็นทายาทด้วย หากไม่ได้คนนี้”“เช่นนั้นแสดงว่าท่านพ่อ”“ก็ต้องยอมน่ะสิ อีกอย่าง อาซ่งพาอาซู่มาเตรียมรอเอาไว้เรียบร้อย”หลิงซู่ยิ้มเจื่อน “หากท่านพี่ไม่มีปัญหา ข้าก็ไม่อยากรับตำแหน่งเจ้าปกครองเมืองหรอกขอรับ”คำตอบทำให้ผู้ใหญ่ในเรือนพยักหน้าลูกหลานตระกูลหลิงเติบโตมากับหน้าที่ แต่ก็รู้จักเลือกทางที่ตนถนัด ไม่หวงอำนาจโดยไร้เหตุผล ทุกคนก็ส่ายหัวน้อย ๆ เพราะบางเมืองทุกคนแย่งกันจะเป็นผู้สืบทอด แต่เพราะการเลี้ยงดูของหลิงจงและเ

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2หลิวอวี้เปิดดูหนังสือตำนานเจ้าปกครองเมืองหลิงจงและแม่เมืองหลี่เหลี่ยงหรงแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะในนั้นมีการแก้ไข หลายจุด ตามริมบันทึกมีอักษรลายมือแข็งแรงเขียนกำกับเอาไว้ว่า“ตรงนี้ไม่เป็นความจริงสักนิด แต่ข้าบอกได้อย่างว่าพวกท่านรักกัน” หลายครั้งจะเห็นข้อความเช่นนี้ถูกเขียนกำกับเอาไว้ หญิงสาวกัดริมฝีปากเบา ๆ “จะมาทำลายความฝันข้าทำไมกัน” หลิวอวี้บ่นอย่างไม่พอใจ แต่นางก็ยังอ่านไปเรื่อย ๆ ยิ่งอ่านก็ยิ่งพบความจริงที่ถูกเปิดเผยทีละเล็กทีละน้อย เรื่องราวบางตอนที่ไม่เคยมีใครรู้ถูกเล่าไว้ในนี้อย่างละเอียดจนหัวใจของนางสั่นไหว ความสงสัยและความอยากรู้พลุ่งพล่านยิ่งกว่าตอนอ่านตำนานเดิมเสียอีก“มาทำให้ข้าอยากรู้เข้าไปอีก…”หลิวอวี้เผลออ่านทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน และมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวยามนี้นางวนอ่านแล้วจินตนาการไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ๆ หากเป็นอย่างที่หลิงซ่งบอก ความรักของทั้งสองก็มิใช่ว่ายิ่งลำบากหรือ “จี้ซุน หากข้าอยากจะติดต่อกับคุณชายซ่งจะต้องทำเช่นไร” สาวใช้รีบส่ายหัว “ไม่เหมาะเจ้าค่ะ อีกอย่างหากนายท่านรู้เข้าจะต้องไม่พอใจแน่ ๆ”“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แค่

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1“เจ้าปกครองเมืองซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงทายาท ขี่ม้าข้ามวันข้ามคืนเพื่อกลับมาเจอกับภรรยาที่รักเป็นครั้งสุดท้าย แต่สวรรค์กลับเมตตาเมื่อเขามาถึงเมือง ก็ได้รับการรักษาจากหมอเทวดาจนปลอดภัย หลังจากนั้นเจ้าปกครองเมืองผู้เป็นบิดา เหน็ดเหนื่อยจากการดูแลบ้านเมือง พอเห็นบุตรชายเติบโตพร้อม จึงยกหน้าที่การปกครองเมืองนี้ให้แก่เจ้าปกครองเมืองหลิงจงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”เสียงพากย์ของละครเงาดังไปทั่วลาน ผู้คนเบียดเสียดเข้ามาชม หลิวอวี้ คุณหนูบุตรขุนนางชั้นสูงนั่งฟังด้วยดวงตาเป็นประกาย นางถึงกับตบมือเบา ๆ อย่างตื่นเต้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตนแอบหลบออกมาจากเรือนโดยไม่บอกบิดาเพราะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก หลิวอวี้ไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน วัน ๆ ได้เพียงอ่านตำราและเรื่องเล่าในตำนาน และเรื่องราวของเจ้าปกครองเมืองหลิงจงกับแม่เมืองหลี่เหลี่ยงหรงก็คือสิ่งที่นางโปรดที่สุด“เจ้าปกครองเมืองกับแม่เมืองสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ทำให้พวกเราไม่ต้องเผชิญกับภัยดินฟ้าอากาศ ได้มีความรู้และวิชาการมากขึ้น… ช่างเป็นตำนานความรักที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องยอมแพ้จริง ๆ“ยังไม่ทันขาดคำ เสียงหัวเราะหยันก็ดังขึ้นจากด

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 34 ครอบครัว

    บทที่ 34 ครอบครัวหลิงจงตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ร่างกายยังมีเหงื่อเย็นจับทั่วตัวแต่พิษในเลือดจางลงมากแล้ว กลิ่นยาสมุนไพรยังอบอวลในห้อง นัยน์ตาคมทอดมองคนที่นั่งพับเพียบหลับคาเตียง มือบางยังจับข้อมือเขาแน่นราวกลัวว่าหากปล่อยแล้วเขาจะหายไป“เจ้าจะเฝ้าข้าทั้งคืนเลยหรือ” เขาเอ่ยแผ่วเบาหลี่เหลี่ยงหรงลืมตาขึ้น เห็นเขาตื่นก็รีบยิ้มบาง “ท่านพี่…ดีเหลือเกินที่ท่านฟื้นแล้ว”คำเรียก ท่านพี่ ที่เพิ่งออกมาจากปากนางทำให้หลิงจงหัวเราะเบา ๆ “เมื่อครู่เรียกข้าว่าท่านพี่อีกแล้วนะ คราวนี้ไม่ใช่เพราะข้าบังคับใช่ไหม”“ก็เพราะข้าอยากเรียกเอง” นางก้มหน้าตอบเบา ๆ แก้มแดงระเรื่อหลิงจงยกมือจับมือของนางไว้ “ข้าไม่อยากให้เจ้ามีเพียงหน้าที่ของภรรยา แต่ให้เจ้ามีความสุขในฐานะสตรีที่ข้ารักที่สุด”หลี่เหลี่ยงหรงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา นางเห็นความจริงใจที่เปล่งประกายในดวงตาคู่นั้น “ข้าก็อยากมีความสุขเช่นนั้นเจ้าค่ะ… ข้าจะพยายามไม่กั้นหัวใจตนเองอีก”หลายวันต่อมา หลิงจงถูกสั่งห้ามออกไปค่ายทหาร เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในเรือนนอน ฟังเสียงบุตรหัวเราะคิกคักอยู่ในสวน และมองเหลี่ยงหรงเดินตรวจดูงานในจวน“เจ้าทำงานมากไปแล้วหรือไม่ เหลี่ย

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 33 ศึกที่ต้องชนะ

    บทที่ 33 ศึกที่ต้องชนะ“ท่านแม่ทัพ! เสบียงมาถึงแล้วขอรับ และมีจดหมายจากเรือนใหญ่ส่งมาด้วย” หลิงจงรีบรับจดหมายมาเปิดอ่าน ใบแรกเป็นคำแนะนำอย่างสุขุมของบิดา เตือนให้เขาอย่าสู้แบบคนเถื่อนเพราะจะเสียเปรียบ ทั้งความทนหิว ความหนาวร้อน และความโหดเหี้ยม คนเหล่านั้นย่อมมีมากกว่า แต่หากใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสม ชัยชนะจะอยู่ไม่ไกลใบที่สองเมื่อเห็นลายมือ เขาก็อดยิ้มไม่ได้ เป็นจดหมายของหลี่เหลี่ยงหรง“รีบชนะศึกกลับมาได้แล้ว หากกลับมาได้เร็ว ข้าจะยอมเรียกท่านว่าท่านพี่สักครา” หลิงจงหัวเราะเบา ๆ ในคอ คำเพียงประโยคนั้นกลับทำให้เขารู้สึกว่าต้องชนะ ไม่เพียงเพื่อเมือง แต่เพื่อสตรีที่รอคอยเขา“พวกมันคิดว่าเรามีคนเพียงแค่นี้ไม่มีทางมีคนมาเติม” หลิงจงพูดกับตัวเองเบา ๆ “เรียกรองแม่ทัพมา!”เมื่อคนสนิทมาถึง หลิงจงก็สั่งให้ตั้งวงประชุม “เมื่อวานเจ้าบอกว่ามีคนของมันมาซุ่มดูตอนที่เราขนเสบียงใช่หรือไม่”“ขอรับท่านแม่ทัพ”“ดี ข้ามีแผนแล้ว และครานี้จะพลาดไม่ได้แม้เพียงก้าวเดียว”หลังจากพูดคุยกันอยู่สองชั่วยาม แผนการที่ฟังดูได้ผลก็ถูกเริ่มให้ดำเนินการตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเขาให้กองกำลังเสริมวิ่งมาตามทางที่เมื่อวาน มีการส

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 32 สงคราม

    บทที่ 32 สงครามสิ่งที่หลิงจงพูดกับบิดาในวันนั้นไม่ใช่คำขู่ลอย ๆ ชายแดนเริ่มมีปัญหามากขึ้นทุกวัน ราวกับพายุใหญ่ที่รอเพียงเวลาเหมาะสมจะถาโถมเข้าใส่ เขาเองก็เตรียมตัวรบมาตลอด เพียงแต่รอให้ข้าศึกเคลื่อนไหวก่อนช่วงหลัง ๆ นอกจากออกไปฝึกกองทัพ เขาก็ใช้เวลาอยู่กับบุตร ๆ และหลี่เหลี่ยงหรงให้มากที่สุด“ช่วงนี้มีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ ข้าเห็นเหล่าขุนนางพูดคุยถึงแคว้นอื่นบ่อย ๆ หากจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็ต้องแจ้งข้านะเจ้าคะ จะได้ตุนข้าวของเอาไว้ ไม่เพียงแค่สำหรับคนในจวน แต่ต้องคิดเผื่อชาวเมืองด้วย”หลิงจงหันมามองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง “เจ้าเป็นห่วงทุกคน แล้วเป็นห่วงข้าหรือไม่”“ย่อมต้องเป็นห่วงสิเจ้าคะ ท่านเป็นบิดาของลูก ๆ ของข้า”“หาใช่คนรักของเจ้าหรือ” เหลี่ยงหรงเงียบไปครู่ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องนั้น…ท่านพยายามอยู่ไม่ใช่หรือ”คำพูดนั้นทำให้หลิงจงยิ้มบาง ๆ จริงอยู่ ช่วงนี้เขาทั้งหัดทำขนม วาดภาพ และแต่งกลอนให้กับนางราวกับกำลังเกี้ยวพา แต่มันเป็นการเกี้ยวที่เกิดขึ้นช้ากว่าปกติ ช้ากว่าจนพวกเขามีลูกแล้วถึงห้าคน “เหลี่ยงหรง ข้าพูดจริงนะ หากศึกครั้งนี้เริ่มขึ้น ข้าจะต้องออกนำรบด้วยตนเอง”“ท่านทำหน้าที่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status