Accueil / รักโบราณ / ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย / บทที่ 4 เมื่อความฝันถึงกาลสิ้นสุด

Partager

บทที่ 4 เมื่อความฝันถึงกาลสิ้นสุด

last update Date de publication: 2025-12-03 13:38:34

บทที่ 4 เมื่อความฝันถึงกาลสิ้นสุด

หลี่เลี่ยงหรงมองหลิงจง บุตรชายเพียงคนเดียวของเจ้าปกครองเมือง สายตาของเขายังคงเย่อหยิ่งดังเดิม แม้ยามนี้นางมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย เขาก็ยังไม่ยิ้มให้นางสักครา

ทั้งที่นางเคยเชื่อว่าหากอยู่ใกล้เขา ต่อให้เพียงเล็กน้อย วันหนึ่งหัวใจเขาอาจอ่อนลง ดั่งหยดน้ำที่รินลงบนก้อนหินทุกวันย่อมทำให้หินกร่อน แต่หัวใจของหลิงจงนั้นกลับแข็งดั่งศิลายิ่งกว่าก้อนหิน ไม่เคยแม้แต่จะโอนเอนเพราะการกระทำของนางแม้สักครั้ง

หลี่เลี่ยงหรงมิใช่สตรีต่ำต้อย แต่นางกรู้ดีว่าย่อมไม่คู่ควรกับบุตรชายเจ้าปกครองเมือง แต่ก็หาใช่ว่าไร้ค่าดังที่เขาแสดงต่อหน้า

เป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว…

นางคิดในใจ ขณะที่ความทรงจำทั้งหลายพรั่งพรูตั้งแต่เด็กจนโต นางเฝ้าฟังสิ่งที่เขาอยากได้ และแอบหามาให้ แม้จะไม่เหมือนเสียทีเดียว แต่ก็ทำด้วยใจหวังเพียงให้เขาได้ยิ้มสักครั้ง

ทว่าสิ่งเหล่านั้นกลับกลายเป็นเพียงสิ่งไร้ค่าที่น่ารำคาญในสายตาหลิงจง เขาไม่เพียงไม่ซาบซึ้ง หากยังมองนางเป็นตัวปัญหา รกหูรกตาเสียจนอยากกำจัดให้พ้นสายตา

นางรู้จักเขาตั้งแต่วัยเยาว์ เพราะเขาเป็นศิษย์ของบิดา ต้องมาเรียนหนังสือที่เรือนทุกวัน จากการแอบมองเพียงแวบกลายเป็นความเคยชินที่ฝังลึก

เมื่อก่อนเขายังพอมีไมตรี ยิ้มและพูดคุยกับนางบ้าง แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในวันที่สหายของนางถามความในใจ และนางเผลอสารภาพว่าหลงรักเขา หลิงจงเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าราบเรียบ เอ่ยเพียงให้หยุดความคิดที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเสีย ไม่ให้คิดเกินตัว

แต่จะทำอย่างไรได้ นางได้หลงรักเขาไปแล้ว

ครั้งนี้ หลี่เลี่ยงหรงเชิดหน้าขึ้น เดินผ่านเขาช้า ๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่นางเมินเฉยต่อเขา หาใช่เพราะใจแข็งขึ้น แต่เพราะนางไม่มีเวลาให้ฝันอีกแล้ว

“หากไม่เป็นการลำบากเกินไป โปรดช่วยดูแลบิดาของข้า…จนกว่าเขาจะสิ้นลมหายใจ”

นางเอ่ยเสียงเรียบ หลิงจงได้ยินถ้อยคำทุกคำ แต่เขากลับไม่แม้แต่จะตอบรับ

ไม่นานหลังจากนั้น นางถูกส่งขึ้นรถม้าตรงสู่ศาลหลักเมือง ถูกแต่งตั้งให้เป็นธิดาเทพพิธีการมากมายถูกจัดขึ้น แต่จิตใจของนางกลับไม่ได้พะวงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วัน

นางเพียงนึกย้อนไปถึงอดีตของตนชีวิตที่ใช้ไปอย่างไร้ค่า ไม่เคยมองใครนอกจากเขา วัน ๆ เฝ้าเพ้อฝันว่าตนอาจได้แต่งกับหลิงจง ต่อให้นางเป็นเพียงอนุ ก็ดีกว่าไม่ได้อยู่ข้างเขาเลย เพราะรู้ว่าตนต่ำต้อย นางจึงเจียมตัว แต่การเจียมตัวมิได้หมายความว่านางจะเลิกรัก

ตระกูลบัณฑิตของบิดานางตกต่ำเรื่อยมา เพราะเมืองนี้มิได้ให้คุณค่ากับการศึกษา ขุนนางไม่ต้องสอบ หรือแม้จะสอบก็เป็นเพียงการคัดเลือกโดยเจ้าปกครองเมือง ทำให้ผู้คนไม่ใส่ใจวิชาใด ๆ

“รู้อย่างนี้ แต่งกับใครสักคนไปนานแล้วก็ดี ท่านพ่อจะได้มีหลาน ครานี้ข้ากลายเป็นต้นเหตุให้ตระกูลต้องสิ้นชื่อ…”

นางคิดขณะนั่งอยู่ในศาล ชำระกายใจเพื่อรอพิธีแต่ระหว่างที่นางกำลังนั่งอยู่ในศาลเพื่อชำระกายใจก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ เสียงฝีเท้าดังขึ้น ทำให้นางเงยหน้ามอง

“นั่นใครน่ะ” หลี่เหลี่ยงหรงเอ่ยถามออกไปแต่กลับได้ยินเพียงความเงียบเป็นคำตอบ นางไม่ได้ใส่ใจและนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยต่อเพราะนี่เป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่จะยังได้ใช้ชีวิต

“ข้างนอกมีใครหรือไม่” นางถามอีกครั้ง ครานี้เสียงตอบมาจากด้านนอก

“มี จะเอาอะไร”

“ข้าอยากได้พู่กัน กระดาษ และหมึก”

หลี่เหลี่ยงหรงอยากเขียนอะไรสักอย่างสั่งเสียคนที่นางรู้จักและสนิท

“เอ๊า พู่กันกระดาษหมึกที่ขอ” คนที่นำของมาให้มองนางด้วยสายตาสงสารปนเหยียด แล้วกระซิบกับสหาย

“เพราะไม่มีเงิน ถึงได้ต้องเป็นนาง”

“ก็จริง ครอบครัวที่มีเงินต่างยัดของกำนัลให้เจ้าศาลหลักเมืองกันหมด มีแค่บิดานางที่ซื่อเกินไป”

หลี่เหลี่ยงหรงได้ยินทั้งหมด นางย่อมรู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าการเลือกครั้งนี้ไม่ใช่เพราะสวรรค์เลือกแต่เจาะจงมาที่นาง แต่ไม่คิดที่จะหลีกหนีชะตานี้

นางรู้ดีมันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน และต่อให้บิดาของนางเอาเงินไปให้จริง เจ้าศาลก็ไม่มีทางช่วยเหลือเพราะเขาไม่ชอบบิดาของนางที่ขัดขาเขาหลายต่อหลายครั้ง

แม้ว่าบิดาของนางจะไร้ที่พึ่ง แต่อย่างไรเขาก็ยังเป็นอาจารย์ของหลิงจงที่เป็นบุตรชายที่เจ้าปกครองเมืองรักมากที่สุด บางครั้งบิดาของนางก็ชนะ ด้วยเหตุและผล แต่คนอย่างเจ้าศาลนี่ไม่สนใจหรอก กลับเก็บงำความแค้นเอาไว้

หากนางไม่ยอมรับชะตา พวกเขาย่อมหาทางใส่ร้ายนางและบิดาให้ตายตกไปทั้งคู่

ดังนั้นนางจึงเลือกเดินออกมาเพียงลำพัง อย่างน้อยบิดายังมีชีวิตอยู่ เพื่อสั่งสอนให้ผู้คนในเมืองนี้รู้จักวิชา

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3ทั้งสองไปหาท่านปู่ของเด็ก ๆ ทว่าในเรือนกลับไม่ได้มีเพียงอดีตเจ้าเมือง หากยังมีหลานชายสองคนรออยู่ก่อนแล้ว“อ้าวท่านพ่อท่านแม่ มาหาท่านปู่เหมือนกับหรือขอรับ” หลิงซ่งและน้องชาย หลิงซู่ นั่งอยู่ตรงนั้นพวกเขากำลังคุยด้วยสีหน้าเหมือนจะเคร่งเครียด แต่ทุกอย่างคงกระจ่างแล้วเพราะคนมีอายุหัวเราะและชี้หน้าหลานชายอย่างเหลืออด“อย่าบอกนะว่ามาเรื่องเดียวกัน” แม้จะอายุมากขึ้น แต่น้ำเสียงก็ยังดูมีอำนาจ“เรื่องอะไรหรือขอรับ ท่านพ่อ” หลิงจงถาม“ก็แม่หนูหลิวอวี้นั่นอย่างไรเล่า”“ท่านพ่อรู้แล้วหรือขอรับ”“ก็ไม่ได้อยากจะรู้หรอก แต่เจ้าหลานตัวดีมาบอกว่าจะไม่แต่งงาน อีกทั้งยังไม่ยอมเป็นทายาทด้วย หากไม่ได้คนนี้”“เช่นนั้นแสดงว่าท่านพ่อ”“ก็ต้องยอมน่ะสิ อีกอย่าง อาซ่งพาอาซู่มาเตรียมรอเอาไว้เรียบร้อย”หลิงซู่ยิ้มเจื่อน “หากท่านพี่ไม่มีปัญหา ข้าก็ไม่อยากรับตำแหน่งเจ้าปกครองเมืองหรอกขอรับ”คำตอบทำให้ผู้ใหญ่ในเรือนพยักหน้าลูกหลานตระกูลหลิงเติบโตมากับหน้าที่ แต่ก็รู้จักเลือกทางที่ตนถนัด ไม่หวงอำนาจโดยไร้เหตุผล ทุกคนก็ส่ายหัวน้อย ๆ เพราะบางเมืองทุกคนแย่งกันจะเป็นผู้สืบทอด แต่เพราะการเลี้ยงดูของหลิงจงและเ

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2หลิวอวี้เปิดดูหนังสือตำนานเจ้าปกครองเมืองหลิงจงและแม่เมืองหลี่เหลี่ยงหรงแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะในนั้นมีการแก้ไข หลายจุด ตามริมบันทึกมีอักษรลายมือแข็งแรงเขียนกำกับเอาไว้ว่า“ตรงนี้ไม่เป็นความจริงสักนิด แต่ข้าบอกได้อย่างว่าพวกท่านรักกัน” หลายครั้งจะเห็นข้อความเช่นนี้ถูกเขียนกำกับเอาไว้ หญิงสาวกัดริมฝีปากเบา ๆ “จะมาทำลายความฝันข้าทำไมกัน” หลิวอวี้บ่นอย่างไม่พอใจ แต่นางก็ยังอ่านไปเรื่อย ๆ ยิ่งอ่านก็ยิ่งพบความจริงที่ถูกเปิดเผยทีละเล็กทีละน้อย เรื่องราวบางตอนที่ไม่เคยมีใครรู้ถูกเล่าไว้ในนี้อย่างละเอียดจนหัวใจของนางสั่นไหว ความสงสัยและความอยากรู้พลุ่งพล่านยิ่งกว่าตอนอ่านตำนานเดิมเสียอีก“มาทำให้ข้าอยากรู้เข้าไปอีก…”หลิวอวี้เผลออ่านทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน และมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวยามนี้นางวนอ่านแล้วจินตนาการไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ๆ หากเป็นอย่างที่หลิงซ่งบอก ความรักของทั้งสองก็มิใช่ว่ายิ่งลำบากหรือ “จี้ซุน หากข้าอยากจะติดต่อกับคุณชายซ่งจะต้องทำเช่นไร” สาวใช้รีบส่ายหัว “ไม่เหมาะเจ้าค่ะ อีกอย่างหากนายท่านรู้เข้าจะต้องไม่พอใจแน่ ๆ”“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แค่

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1“เจ้าปกครองเมืองซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงทายาท ขี่ม้าข้ามวันข้ามคืนเพื่อกลับมาเจอกับภรรยาที่รักเป็นครั้งสุดท้าย แต่สวรรค์กลับเมตตาเมื่อเขามาถึงเมือง ก็ได้รับการรักษาจากหมอเทวดาจนปลอดภัย หลังจากนั้นเจ้าปกครองเมืองผู้เป็นบิดา เหน็ดเหนื่อยจากการดูแลบ้านเมือง พอเห็นบุตรชายเติบโตพร้อม จึงยกหน้าที่การปกครองเมืองนี้ให้แก่เจ้าปกครองเมืองหลิงจงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”เสียงพากย์ของละครเงาดังไปทั่วลาน ผู้คนเบียดเสียดเข้ามาชม หลิวอวี้ คุณหนูบุตรขุนนางชั้นสูงนั่งฟังด้วยดวงตาเป็นประกาย นางถึงกับตบมือเบา ๆ อย่างตื่นเต้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตนแอบหลบออกมาจากเรือนโดยไม่บอกบิดาเพราะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก หลิวอวี้ไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน วัน ๆ ได้เพียงอ่านตำราและเรื่องเล่าในตำนาน และเรื่องราวของเจ้าปกครองเมืองหลิงจงกับแม่เมืองหลี่เหลี่ยงหรงก็คือสิ่งที่นางโปรดที่สุด“เจ้าปกครองเมืองกับแม่เมืองสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ทำให้พวกเราไม่ต้องเผชิญกับภัยดินฟ้าอากาศ ได้มีความรู้และวิชาการมากขึ้น… ช่างเป็นตำนานความรักที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องยอมแพ้จริง ๆ“ยังไม่ทันขาดคำ เสียงหัวเราะหยันก็ดังขึ้นจากด

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 34 ครอบครัว

    บทที่ 34 ครอบครัวหลิงจงตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ร่างกายยังมีเหงื่อเย็นจับทั่วตัวแต่พิษในเลือดจางลงมากแล้ว กลิ่นยาสมุนไพรยังอบอวลในห้อง นัยน์ตาคมทอดมองคนที่นั่งพับเพียบหลับคาเตียง มือบางยังจับข้อมือเขาแน่นราวกลัวว่าหากปล่อยแล้วเขาจะหายไป“เจ้าจะเฝ้าข้าทั้งคืนเลยหรือ” เขาเอ่ยแผ่วเบาหลี่เหลี่ยงหรงลืมตาขึ้น เห็นเขาตื่นก็รีบยิ้มบาง “ท่านพี่…ดีเหลือเกินที่ท่านฟื้นแล้ว”คำเรียก ท่านพี่ ที่เพิ่งออกมาจากปากนางทำให้หลิงจงหัวเราะเบา ๆ “เมื่อครู่เรียกข้าว่าท่านพี่อีกแล้วนะ คราวนี้ไม่ใช่เพราะข้าบังคับใช่ไหม”“ก็เพราะข้าอยากเรียกเอง” นางก้มหน้าตอบเบา ๆ แก้มแดงระเรื่อหลิงจงยกมือจับมือของนางไว้ “ข้าไม่อยากให้เจ้ามีเพียงหน้าที่ของภรรยา แต่ให้เจ้ามีความสุขในฐานะสตรีที่ข้ารักที่สุด”หลี่เหลี่ยงหรงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา นางเห็นความจริงใจที่เปล่งประกายในดวงตาคู่นั้น “ข้าก็อยากมีความสุขเช่นนั้นเจ้าค่ะ… ข้าจะพยายามไม่กั้นหัวใจตนเองอีก”หลายวันต่อมา หลิงจงถูกสั่งห้ามออกไปค่ายทหาร เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในเรือนนอน ฟังเสียงบุตรหัวเราะคิกคักอยู่ในสวน และมองเหลี่ยงหรงเดินตรวจดูงานในจวน“เจ้าทำงานมากไปแล้วหรือไม่ เหลี่ย

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 33 ศึกที่ต้องชนะ

    บทที่ 33 ศึกที่ต้องชนะ“ท่านแม่ทัพ! เสบียงมาถึงแล้วขอรับ และมีจดหมายจากเรือนใหญ่ส่งมาด้วย” หลิงจงรีบรับจดหมายมาเปิดอ่าน ใบแรกเป็นคำแนะนำอย่างสุขุมของบิดา เตือนให้เขาอย่าสู้แบบคนเถื่อนเพราะจะเสียเปรียบ ทั้งความทนหิว ความหนาวร้อน และความโหดเหี้ยม คนเหล่านั้นย่อมมีมากกว่า แต่หากใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสม ชัยชนะจะอยู่ไม่ไกลใบที่สองเมื่อเห็นลายมือ เขาก็อดยิ้มไม่ได้ เป็นจดหมายของหลี่เหลี่ยงหรง“รีบชนะศึกกลับมาได้แล้ว หากกลับมาได้เร็ว ข้าจะยอมเรียกท่านว่าท่านพี่สักครา” หลิงจงหัวเราะเบา ๆ ในคอ คำเพียงประโยคนั้นกลับทำให้เขารู้สึกว่าต้องชนะ ไม่เพียงเพื่อเมือง แต่เพื่อสตรีที่รอคอยเขา“พวกมันคิดว่าเรามีคนเพียงแค่นี้ไม่มีทางมีคนมาเติม” หลิงจงพูดกับตัวเองเบา ๆ “เรียกรองแม่ทัพมา!”เมื่อคนสนิทมาถึง หลิงจงก็สั่งให้ตั้งวงประชุม “เมื่อวานเจ้าบอกว่ามีคนของมันมาซุ่มดูตอนที่เราขนเสบียงใช่หรือไม่”“ขอรับท่านแม่ทัพ”“ดี ข้ามีแผนแล้ว และครานี้จะพลาดไม่ได้แม้เพียงก้าวเดียว”หลังจากพูดคุยกันอยู่สองชั่วยาม แผนการที่ฟังดูได้ผลก็ถูกเริ่มให้ดำเนินการตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเขาให้กองกำลังเสริมวิ่งมาตามทางที่เมื่อวาน มีการส

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 32 สงคราม

    บทที่ 32 สงครามสิ่งที่หลิงจงพูดกับบิดาในวันนั้นไม่ใช่คำขู่ลอย ๆ ชายแดนเริ่มมีปัญหามากขึ้นทุกวัน ราวกับพายุใหญ่ที่รอเพียงเวลาเหมาะสมจะถาโถมเข้าใส่ เขาเองก็เตรียมตัวรบมาตลอด เพียงแต่รอให้ข้าศึกเคลื่อนไหวก่อนช่วงหลัง ๆ นอกจากออกไปฝึกกองทัพ เขาก็ใช้เวลาอยู่กับบุตร ๆ และหลี่เหลี่ยงหรงให้มากที่สุด“ช่วงนี้มีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ ข้าเห็นเหล่าขุนนางพูดคุยถึงแคว้นอื่นบ่อย ๆ หากจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็ต้องแจ้งข้านะเจ้าคะ จะได้ตุนข้าวของเอาไว้ ไม่เพียงแค่สำหรับคนในจวน แต่ต้องคิดเผื่อชาวเมืองด้วย”หลิงจงหันมามองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง “เจ้าเป็นห่วงทุกคน แล้วเป็นห่วงข้าหรือไม่”“ย่อมต้องเป็นห่วงสิเจ้าคะ ท่านเป็นบิดาของลูก ๆ ของข้า”“หาใช่คนรักของเจ้าหรือ” เหลี่ยงหรงเงียบไปครู่ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องนั้น…ท่านพยายามอยู่ไม่ใช่หรือ”คำพูดนั้นทำให้หลิงจงยิ้มบาง ๆ จริงอยู่ ช่วงนี้เขาทั้งหัดทำขนม วาดภาพ และแต่งกลอนให้กับนางราวกับกำลังเกี้ยวพา แต่มันเป็นการเกี้ยวที่เกิดขึ้นช้ากว่าปกติ ช้ากว่าจนพวกเขามีลูกแล้วถึงห้าคน “เหลี่ยงหรง ข้าพูดจริงนะ หากศึกครั้งนี้เริ่มขึ้น ข้าจะต้องออกนำรบด้วยตนเอง”“ท่านทำหน้าที่

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 28 ความรักที่ไม่เหมือนเดิม

    บทที่ 28 ความรักที่ไม่เหมือนเดิม“วันนี้เจ้าอยู่คนเดียวหรือ” เสียงทุ้มนิ่งของหลิงจงดังขึ้นเมื่อก้าวเข้าสู่เรือน“เจ้าค่ะ หลิงซ่งถูกปู่ของเขาเอาไปอีกแล้ว ข้าเลยให้จางซี่ไปเฝ้า ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ลูกกลับมาในคืนนี้”“ลูกไม่อยู่เจ้าก็ไม่คิดจะทำอย่างอื่นกับข้าหรือ พวกเราไม่ได้นอนด้วยกันนานแค่ไหนแล้ว เจ้

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 23 ศาลเมืองล่ม

    บทที่ 23 ศาลเมืองล่ม“เจ้าปกครองเมือง! เจ้าทำกับข้าเช่นนี้ทำไม!”เสียงเจ้าศาลหลักเมืองตะโกนโหยหวน แต่สายตาของเจ้าปกครองเมืองกลับเย็นเยียบ “ทำทำไมหรือ เจ้าลองคิดดูเองเถอะว่าเจ้ากระทำสิ่งใดไว้กับสายเลือดตระกูลข้า!”ฮูหยินที่เดินมาที่ลานกลางจวนก็ต้องหน้าซีดเผือดไปในทันทีเมื่อเห็นเจ้าศาลปกครองเมืองนอน

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 18 รักฝังแน่น

    บทที่ 18 รักฝังแน่นหลังจากคำถามคืนนั้น ความเงียบระหว่างทั้งสองปกคลุมไปทั้งห้อง บรรยากาศอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลี่เหลี่ยงหรงยังคงนิ่งเฉย ราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น แต่หลิงจงกลับไม่อาจปัดความคิดในหัวให้หายไปได้ยามค่ำคืน เมื่อสตรีข้างกายหลับสนิท ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นเดินสำรวจห้องอย่างเงียบงันเร

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 16 เงาที่คืบคลาน

    บทที่ 16 เงาที่คืบคลานหลังจากเรื่องราววุ่นวายผ่านไป จวนเจ้าปกครองเมืองก็กลับคืนสู่ความสงบนิ่ง…หรืออาจเป็นเพียงความสงบแบบคลื่นใต้น้ำที่รอวันปะทุ“พอกินยาที่หมอจัดให้แล้วร่างกายดีขึ้นหรือไม่” นี่กลายเป็นคำถามประจำของหลิงจงไปเสียแล้ว และคำตอบของหลี่เหลี่ยงหรงก็คล้าย ๆ กันทุกวัน “ดีกว่าเมื่อวานเจ้าค่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status