بيت / รักโบราณ / ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย / บทที่ 6 เช้าตรู่ในเรือนคุณชาย

مشاركة

บทที่ 6 เช้าตรู่ในเรือนคุณชาย

مؤلف: moonlight -mini
last update آخر تحديث: 2025-12-10 14:13:08

บทที่ 6 เช้าตรู่ในเรือนคุณชาย

เสียงเคาะประตูดังอยู่หน้าเรือนคุณชายเพียงคนเดียวของจวนเจ้าปกครองเมืองไม่ขาดสาย แต่ด้านในกลับเงียบสนิทราวกับไร้คนอยู่

ความผิดปกตินี้ทำให้สาวใช้ต้องไปรายงานต่อนายท่านเพราะคุณชายหลิงจงนั้นเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวอีกทั้งยังเป็นทายาทที่มีสิทธิ์สืบทอด หากเกิดเรื่องกับหลิงจง จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในทันที

เจ้าปกครองเมืองเร่งรุดมาถึงหน้าเรือนของบุตรชายด้วยสีหน้าหนักใจก่อนจะสั่งให้คนพังประตูเข้าไปด้านใน

“เขายังไม่เปิดประตูอีกรึ”

“ยังเลยเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็พังเข้าไป”

“จะดีหรือเจ้าคะท่านพี่” ฮูหยินใหญ่แสร้งทำสีหน้ากังวล แต่ในใจกลับยินดี เพราะอยากหาเรื่องเล่นงานหลิงจงอยู่แล้ว นางเสียดายที่ไร้วาสนาให้กำเนิดเพียงบุตรสาวคนเดียว และเมื่อไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีก จึงพยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับบุตรชายของสามี แต่หลิงจงกลับเย็นชาใส่จนทำให้นางไม่ชอบขี้หน้าเขายิ่งนัก

“ต้องดีอยู่แล้ว พังเข้าไป! มีอะไรข้ารับผิดชอบเอง”

เสียงไม้ประตูถูกกระแทกจนเปิดออก ทว่าคนทั้งเรือนกลับยังคงหลับใหล

“ตายแล้ว! บัดสีบัดเถลิง!” ฮูหยิงใหญ่ร้องออกมาเสียงดังแล้วเอามือยกขึ้นปิดหน้าทำเป็นเขินอาย

“เลิกทำทีไร้เดียงสาเถอะ เจ้ามีบุตรแล้วนะ”

เสียงของเจ้าเมืองเอ่ยตักเตือนนางอย่างไม่พอใจ ไม่เห็นด้วยกับการแสดงเกินจริงของนาง เขาไม่รู้ว่านี่จะเป็นปัญหาอะไร ดีเสียอีกที่บุตรชายของเขาเริ่มได้เลือดของเขาไปบ้างแล้ว สำหรับเขา เรื่องนี้กลับทำให้โล่งใจอยู่ลึก ๆ บุตรชายที่เคยไม่แลสตรีสักนาง เริ่มมีเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลบ้างเสียทีแต่เรื่องที่ยินดีกับเรื่องที่บุตรชายไปคว้าใครมานอนด้วยก็ไม่รู้นั้นเป็นคนล่ะเรื่อง

“หลิงจง! เจ้าตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้!” คนเป็นพ่อพยักเพยิกให้คนของตนเข้าไปสะกิดบุตรชายที่ยังคงหลับสนิทไม่มีท่าทีจะตื่นต่างกับสตรีข้าง ๆ ที่เลยขยับตัวเล็กน้อยแล้ว

บ่าวไพร่รีบเข้าไปเขย่าปลุก ชายหนุ่มขมวดคิ้วรำคาญ

“รบกวนข้านัก…”

“ตื่นเดี๋ยวนี้ “เจ้ามิอายหรืออย่างไร!”หลิงจง”

เสียงของบิดาทำให้ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาแต่แทนที่เขาจะตอบกลับดึงร่างของนางที่นอนอยู่ข้าง ๆ ให้เข้ามาหาตัวมากขึ้นและนั่นก็ทำให้หลี่เหลี่ยงหรงตื่นขึ้นมาด้วย เสียงของบิดาทำให้เขาลืมตา ก่อนจะดึงร่างสตรีข้างกายมากอดแนบแน่น หลี่เลี่ยงหรง ลืมตาขึ้นมาเห็นคนมากมายในเรือนก็รีบดึงผ้าห่มคลุมตัว

“อ้าวท่านพ่อ”

“ยังจะมาพูดจาไม่ดูสถานการณ์อีก เจ้าไปฉุดสตรีที่ไหนมา”

“สตรี” หลิงจงทำเป็นนึกก่อนจะหันไปมองหลี่เหลี่ยงหรงที่ลืมตาขึ้นมาและเมื่อเจอกับคนมากมายก็ได้แต่ดึงผ้าปิดตนเองเอาไว้

“นางหรือ… บุตรสาวของอาจารย์ข้า”

“พวกเจ้าแต่งตัวแล้วออกมาคุยกับข้าให้รู้เรื่อง”

หลิงจงก้มลงมองคนที่อยู่ในอ้อมกอดของตน

“จะอยู่…หรือตาย!”

เสียงของเขาเย็นยะเยือก ราวกับคมดาบกรีดลึกลงในหัวใจนาง

“หากเลือกตายมิใช่เพียงเจ้าที่ตาย แต่บิดาเจ้าก็จะต้องพลอยดับตามไปด้วย”

ริมฝีปากหนานั้นยกยิ้มบาง รอยยิ้มที่ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่คือการบีบคั้นให้สิ้นหนทาง

สายตาของเขามองนางอย่างผู้ถือไพ่เหนือสุด ขณะที่ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสับสนและสิ้นหวัง

“แต่หากเลือกอยู่…เจ้ากับบิดายังจะมีลมหายใจ” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนทิ่มแทงซ้ำด้วยเสียงต่ำ “เพียงแต่ตั้งแต่นี้ไป เจ้าจะต้องไร้อิสระไปชั่วชีวิต”

หลีเหลียงหรงน้ำตาคลอหน่วย หัวใจของนางสั่นสะท้านเหมือนนกที่ถูกขังอยู่ในกรงเหล็กที่ไม่มีทางออก เขาเหมือนมอบทางเลือกให้นาง แต่แท้จริงแล้วทุกประตูคือกำแพง ไม่ว่าจะก้าวไปทางใด…ก็ล้วนคือการสูญเสียแต่หากการสูญเสียนั่นคือการที่บิดานางยังคงมีชีวิตอยู่

นางยอมแล้ว

ต่อให้ชีวิตหลังจากนี้ไร้ความรักจากเขาก็ช่างมัน นางจะไม่ฝืนไขว่คว้า ไม่คาดหวังอีกต่อไป ทุกสิ่งถูกปล่อยวางในวันที่นางรู้ความจริง ว่านางถูกเลือกให้เป็นสตรีที่ต้องบูชายัน ไม่ใช่เพราะคุณสมบัติอันสูงส่งของนาง ไม่ใช่เพราะสวรรค์กำหนด แต่เพียงเพราะบิดาของนางเป็นเพียงบัณฑิตคนหนึ่ง ที่เดินทางมาจากเมืองอื่น ไร้เส้นสาย ไร้กำลังหนุนหลัง

นางถูกเลือกให้ ตาย! เพียงเพราะครอบครัวของนางอ่อนแอเกินกว่าจะต่อรองชะตาชีวิต และเขาชายผู้เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของเจ้าปกครองเมือง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำราวกับว่านางเป็นเพียงเศษผ้าที่ใช้แล้วทิ้ง ไม่มีค่าแม้แต่ให้เหลียวแล

เช่นนั้นแล้ว… ไม่ว่านับจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น นางก็จะไม่หวาดหวั่นอีกต่อไป ขอเพียงบิดาของนางยังมีลมหายใจอยู่ นางก็พร้อมจะยอมรับทุกสิ่งที่ชะตาจะเหวี่ยงโยนมา

เจ้าปกครองเมืองก็เดินออกจากเรือนของบุตรชายแล้วไปนั่งอยู่ที่ลานกลางเรือน ราวกับเรื่องนี้จะต้องมีการจัดการให้เด็ดขาด

“สตรีผู้นั้นต้องหลอกลวงหลิงจงแน่ ๆ”

“แต่ดูเขาก็ไม่ได้ร้อนใจอะไรนี่ ฟังเขาก่อนค่อยตัดสินใจ แต่ที่แน่ ๆ ก็คงจะต้องเตรียมเรือนเอาไว้ให้”

“แค่ห้องสักห้องในเรือนของหลิงจงก็พอมั้งเจ้าคะ”

“ไม่ได้ ที่นี่เป็นจวนเจ้าเมือง ต่อให้เป็นอนุหรือสาวใช้อุ่นเตียงก็ต้องอยู่ให้สมฐานะของพวกนาง”

ฮูหยินใหญ่แสดงสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็พูดอะไรไม่ได้

ไม่นานนัก ทั้งสองออกมาเผชิญหน้าที่ลานกลางเรือน หลี่เลี่ยงหรงคุกเข่าเงียบงัน ไม่กล้าสบตาใคร ส่วนหลิงจงเพียงเอ่ยสั้น ๆ

ขณะเดียวกันหลิงจงก็ไม่ได้แก้ตัวอะไร เพียงแค่บอกกับบิดานางว่าเป็นของข้าแล้วก็รับเข้ามาเท่านั้น

“นางเป็นของข้าแล้ว ข้าจะรับเข้ามา”

เจ้าปกครองเมืองเลิกคิ้ว “เจ้าพูดง่ายนี่”

“ก็ไม่ใช่เรื่องยากอันใดนิท่านพ่อ”

“เช่นนั้นก็รับนางมาเป็นอนุของเจ้าก็แล้วกัน”

คิ้วของหลิงจงขมวดน้อย ๆ

“เจ้ายังไม่ได้ตบแต่งภรรยาเอกก็รับอนุแล้ว ที่จริงไม่เหมาะแต่ก็ช่างเถิด ดีกว่าเจ้ามิแลสตรีเลยสักนาง”

“แต่ท่านเจ้าเมือง บางทีนางอาจจะ...” ฮูหยินใหญ่ที่ไม่ถูกชะตากับสตรีนางนี้พยายามพูดคัดค้าน

“คำที่ข้าพูดไปแล้วหรือว่าจบตามนั้น” น้ำเสียงหนักแน่นตัดบททุกคน เจ้าปกครองเมืองกำลังจะลุกขึ้นแต่แต่ยังไม่ทันจบเรื่อง คนของศาลหลักเมืองก็มาถึงที่จวนเข้าเสียก่อน

“ท่านเจ้าเมืองเกิดเรื่องแล้วขอรับ เทพธิดาที่พาตัวมาเมื่อวานหายไป ข้าจะขอให้ท่านใช้กองกำลังตามหา...นาง” คำสุดท้ายเจ้าศาลหลักเมืองชี้ไปยังสตรีที่คุกเข่าอยู่ข้าง ๆ กันนั้นมีหลิงจงยืนอย่างไม่สบอารมณ์ ซึ่งใครก็รู้ว่าเขาเป็นบุตรชายคนโปรดของเจ้าปกครองเมือง ขัดใจไม่ได้

“นางไหน” หลิงจงหันขวับ สายตาเย็นเฉียบ ถามอีกฝ่ายเสียงนิ่ง

““นาง…นางนั่นแหละ!” เป็นนางที่ข้าตามหาอยู่”

เจ้าปกครองเมืองขมวดคิ้ว “นางเป็นอนุของบุตรชายข้าจะเป็นเทพธิดาที่บริสุทธิ์ได้อย่างไง”

“แต่ว่า...”

“ไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น เรื่องนี้จบเพียงเท่านี้!”

เจ้าศาลหลักเมืองกำมือแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว คิดว่ากำจัดหนามยอกอกแล้วแท้ ๆ แต่กลับกลายเป็นว่านางกลับเข้ามาอยู่ในจวนเจ้าเมืองอย่างสมศักดิ์ศรี

“ยังจะยืนรออะไรอยู่”

“ขอรับข้าจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”

เจ้าศาลหลักเมืองจากไปแล้ว คนสลายตัว หลี่เลี่ยงหรงยังคงคุกเข่านิ่ง ไม่รู้ว่าควรจะโล่งใจหรือหวาดหวั่น นางไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกเช่นไรกับสถานการณ์นี้

“ข้าจะกลับไปหาท่านพ่อ”

“ข้าจะให้คนพาไป และไปขนของของเจ้ามาด้วย”

หลิงจงหันไปหาฮูหยินใหญ่ ก่อนจะเอ่ยบอกนาง “รบกวนแม่ใหญ่จัดกาช่วยหาคนดูแลนาง และจัดเรือนให้นางอยู่ใกล้ข้าหน่อย ข้าไม่อยากเดินไกล”

กล่าวจบเขาก็เดินจากไปโดยไม่หันมามองหญิงสาวที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่เลย

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 3

    ตอนพิเศษ 3ทั้งสองไปหาท่านปู่ของเด็ก ๆ ทว่าในเรือนกลับไม่ได้มีเพียงอดีตเจ้าเมือง หากยังมีหลานชายสองคนรออยู่ก่อนแล้ว“อ้าวท่านพ่อท่านแม่ มาหาท่านปู่เหมือนกับหรือขอรับ” หลิงซ่งและน้องชาย หลิงซู่ นั่งอยู่ตรงนั้นพวกเขากำลังคุยด้วยสีหน้าเหมือนจะเคร่งเครียด แต่ทุกอย่างคงกระจ่างแล้วเพราะคนมีอายุหัวเราะและชี้หน้าหลานชายอย่างเหลืออด“อย่าบอกนะว่ามาเรื่องเดียวกัน” แม้จะอายุมากขึ้น แต่น้ำเสียงก็ยังดูมีอำนาจ“เรื่องอะไรหรือขอรับ ท่านพ่อ” หลิงจงถาม“ก็แม่หนูหลิวอวี้นั่นอย่างไรเล่า”“ท่านพ่อรู้แล้วหรือขอรับ”“ก็ไม่ได้อยากจะรู้หรอก แต่เจ้าหลานตัวดีมาบอกว่าจะไม่แต่งงาน อีกทั้งยังไม่ยอมเป็นทายาทด้วย หากไม่ได้คนนี้”“เช่นนั้นแสดงว่าท่านพ่อ”“ก็ต้องยอมน่ะสิ อีกอย่าง อาซ่งพาอาซู่มาเตรียมรอเอาไว้เรียบร้อย”หลิงซู่ยิ้มเจื่อน “หากท่านพี่ไม่มีปัญหา ข้าก็ไม่อยากรับตำแหน่งเจ้าปกครองเมืองหรอกขอรับ”คำตอบทำให้ผู้ใหญ่ในเรือนพยักหน้าลูกหลานตระกูลหลิงเติบโตมากับหน้าที่ แต่ก็รู้จักเลือกทางที่ตนถนัด ไม่หวงอำนาจโดยไร้เหตุผล ทุกคนก็ส่ายหัวน้อย ๆ เพราะบางเมืองทุกคนแย่งกันจะเป็นผู้สืบทอด แต่เพราะการเลี้ยงดูของหลิงจงและเ

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2หลิวอวี้เปิดดูหนังสือตำนานเจ้าปกครองเมืองหลิงจงและแม่เมืองหลี่เหลี่ยงหรงแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เพราะในนั้นมีการแก้ไข หลายจุด ตามริมบันทึกมีอักษรลายมือแข็งแรงเขียนกำกับเอาไว้ว่า“ตรงนี้ไม่เป็นความจริงสักนิด แต่ข้าบอกได้อย่างว่าพวกท่านรักกัน” หลายครั้งจะเห็นข้อความเช่นนี้ถูกเขียนกำกับเอาไว้ หญิงสาวกัดริมฝีปากเบา ๆ “จะมาทำลายความฝันข้าทำไมกัน” หลิวอวี้บ่นอย่างไม่พอใจ แต่นางก็ยังอ่านไปเรื่อย ๆ ยิ่งอ่านก็ยิ่งพบความจริงที่ถูกเปิดเผยทีละเล็กทีละน้อย เรื่องราวบางตอนที่ไม่เคยมีใครรู้ถูกเล่าไว้ในนี้อย่างละเอียดจนหัวใจของนางสั่นไหว ความสงสัยและความอยากรู้พลุ่งพล่านยิ่งกว่าตอนอ่านตำนานเดิมเสียอีก“มาทำให้ข้าอยากรู้เข้าไปอีก…”หลิวอวี้เผลออ่านทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน และมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวยามนี้นางวนอ่านแล้วจินตนาการไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ๆ หากเป็นอย่างที่หลิงซ่งบอก ความรักของทั้งสองก็มิใช่ว่ายิ่งลำบากหรือ “จี้ซุน หากข้าอยากจะติดต่อกับคุณชายซ่งจะต้องทำเช่นไร” สาวใช้รีบส่ายหัว “ไม่เหมาะเจ้าค่ะ อีกอย่างหากนายท่านรู้เข้าจะต้องไม่พอใจแน่ ๆ”“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แค่

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1“เจ้าปกครองเมืองซึ่งตอนนั้นยังเป็นเพียงทายาท ขี่ม้าข้ามวันข้ามคืนเพื่อกลับมาเจอกับภรรยาที่รักเป็นครั้งสุดท้าย แต่สวรรค์กลับเมตตาเมื่อเขามาถึงเมือง ก็ได้รับการรักษาจากหมอเทวดาจนปลอดภัย หลังจากนั้นเจ้าปกครองเมืองผู้เป็นบิดา เหน็ดเหนื่อยจากการดูแลบ้านเมือง พอเห็นบุตรชายเติบโตพร้อม จึงยกหน้าที่การปกครองเมืองนี้ให้แก่เจ้าปกครองเมืองหลิงจงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”เสียงพากย์ของละครเงาดังไปทั่วลาน ผู้คนเบียดเสียดเข้ามาชม หลิวอวี้ คุณหนูบุตรขุนนางชั้นสูงนั่งฟังด้วยดวงตาเป็นประกาย นางถึงกับตบมือเบา ๆ อย่างตื่นเต้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตนแอบหลบออกมาจากเรือนโดยไม่บอกบิดาเพราะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก หลิวอวี้ไม่ค่อยได้ออกจากบ้าน วัน ๆ ได้เพียงอ่านตำราและเรื่องเล่าในตำนาน และเรื่องราวของเจ้าปกครองเมืองหลิงจงกับแม่เมืองหลี่เหลี่ยงหรงก็คือสิ่งที่นางโปรดที่สุด“เจ้าปกครองเมืองกับแม่เมืองสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ทำให้พวกเราไม่ต้องเผชิญกับภัยดินฟ้าอากาศ ได้มีความรู้และวิชาการมากขึ้น… ช่างเป็นตำนานความรักที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องยอมแพ้จริง ๆ“ยังไม่ทันขาดคำ เสียงหัวเราะหยันก็ดังขึ้นจากด

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 34 ครอบครัว

    บทที่ 34 ครอบครัวหลิงจงตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ร่างกายยังมีเหงื่อเย็นจับทั่วตัวแต่พิษในเลือดจางลงมากแล้ว กลิ่นยาสมุนไพรยังอบอวลในห้อง นัยน์ตาคมทอดมองคนที่นั่งพับเพียบหลับคาเตียง มือบางยังจับข้อมือเขาแน่นราวกลัวว่าหากปล่อยแล้วเขาจะหายไป“เจ้าจะเฝ้าข้าทั้งคืนเลยหรือ” เขาเอ่ยแผ่วเบาหลี่เหลี่ยงหรงลืมตาขึ้น เห็นเขาตื่นก็รีบยิ้มบาง “ท่านพี่…ดีเหลือเกินที่ท่านฟื้นแล้ว”คำเรียก ท่านพี่ ที่เพิ่งออกมาจากปากนางทำให้หลิงจงหัวเราะเบา ๆ “เมื่อครู่เรียกข้าว่าท่านพี่อีกแล้วนะ คราวนี้ไม่ใช่เพราะข้าบังคับใช่ไหม”“ก็เพราะข้าอยากเรียกเอง” นางก้มหน้าตอบเบา ๆ แก้มแดงระเรื่อหลิงจงยกมือจับมือของนางไว้ “ข้าไม่อยากให้เจ้ามีเพียงหน้าที่ของภรรยา แต่ให้เจ้ามีความสุขในฐานะสตรีที่ข้ารักที่สุด”หลี่เหลี่ยงหรงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา นางเห็นความจริงใจที่เปล่งประกายในดวงตาคู่นั้น “ข้าก็อยากมีความสุขเช่นนั้นเจ้าค่ะ… ข้าจะพยายามไม่กั้นหัวใจตนเองอีก”หลายวันต่อมา หลิงจงถูกสั่งห้ามออกไปค่ายทหาร เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในเรือนนอน ฟังเสียงบุตรหัวเราะคิกคักอยู่ในสวน และมองเหลี่ยงหรงเดินตรวจดูงานในจวน“เจ้าทำงานมากไปแล้วหรือไม่ เหลี่ย

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 33 ศึกที่ต้องชนะ

    บทที่ 33 ศึกที่ต้องชนะ“ท่านแม่ทัพ! เสบียงมาถึงแล้วขอรับ และมีจดหมายจากเรือนใหญ่ส่งมาด้วย” หลิงจงรีบรับจดหมายมาเปิดอ่าน ใบแรกเป็นคำแนะนำอย่างสุขุมของบิดา เตือนให้เขาอย่าสู้แบบคนเถื่อนเพราะจะเสียเปรียบ ทั้งความทนหิว ความหนาวร้อน และความโหดเหี้ยม คนเหล่านั้นย่อมมีมากกว่า แต่หากใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสม ชัยชนะจะอยู่ไม่ไกลใบที่สองเมื่อเห็นลายมือ เขาก็อดยิ้มไม่ได้ เป็นจดหมายของหลี่เหลี่ยงหรง“รีบชนะศึกกลับมาได้แล้ว หากกลับมาได้เร็ว ข้าจะยอมเรียกท่านว่าท่านพี่สักครา” หลิงจงหัวเราะเบา ๆ ในคอ คำเพียงประโยคนั้นกลับทำให้เขารู้สึกว่าต้องชนะ ไม่เพียงเพื่อเมือง แต่เพื่อสตรีที่รอคอยเขา“พวกมันคิดว่าเรามีคนเพียงแค่นี้ไม่มีทางมีคนมาเติม” หลิงจงพูดกับตัวเองเบา ๆ “เรียกรองแม่ทัพมา!”เมื่อคนสนิทมาถึง หลิงจงก็สั่งให้ตั้งวงประชุม “เมื่อวานเจ้าบอกว่ามีคนของมันมาซุ่มดูตอนที่เราขนเสบียงใช่หรือไม่”“ขอรับท่านแม่ทัพ”“ดี ข้ามีแผนแล้ว และครานี้จะพลาดไม่ได้แม้เพียงก้าวเดียว”หลังจากพูดคุยกันอยู่สองชั่วยาม แผนการที่ฟังดูได้ผลก็ถูกเริ่มให้ดำเนินการตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเขาให้กองกำลังเสริมวิ่งมาตามทางที่เมื่อวาน มีการส

  • ท่านปันใจใยข้าต้องอาลัย   บทที่ 32 สงคราม

    บทที่ 32 สงครามสิ่งที่หลิงจงพูดกับบิดาในวันนั้นไม่ใช่คำขู่ลอย ๆ ชายแดนเริ่มมีปัญหามากขึ้นทุกวัน ราวกับพายุใหญ่ที่รอเพียงเวลาเหมาะสมจะถาโถมเข้าใส่ เขาเองก็เตรียมตัวรบมาตลอด เพียงแต่รอให้ข้าศึกเคลื่อนไหวก่อนช่วงหลัง ๆ นอกจากออกไปฝึกกองทัพ เขาก็ใช้เวลาอยู่กับบุตร ๆ และหลี่เหลี่ยงหรงให้มากที่สุด“ช่วงนี้มีอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ ข้าเห็นเหล่าขุนนางพูดคุยถึงแคว้นอื่นบ่อย ๆ หากจะเกิดอะไรขึ้นท่านก็ต้องแจ้งข้านะเจ้าคะ จะได้ตุนข้าวของเอาไว้ ไม่เพียงแค่สำหรับคนในจวน แต่ต้องคิดเผื่อชาวเมืองด้วย”หลิงจงหันมามองนางด้วยสายตาลึกซึ้ง “เจ้าเป็นห่วงทุกคน แล้วเป็นห่วงข้าหรือไม่”“ย่อมต้องเป็นห่วงสิเจ้าคะ ท่านเป็นบิดาของลูก ๆ ของข้า”“หาใช่คนรักของเจ้าหรือ” เหลี่ยงหรงเงียบไปครู่ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องนั้น…ท่านพยายามอยู่ไม่ใช่หรือ”คำพูดนั้นทำให้หลิงจงยิ้มบาง ๆ จริงอยู่ ช่วงนี้เขาทั้งหัดทำขนม วาดภาพ และแต่งกลอนให้กับนางราวกับกำลังเกี้ยวพา แต่มันเป็นการเกี้ยวที่เกิดขึ้นช้ากว่าปกติ ช้ากว่าจนพวกเขามีลูกแล้วถึงห้าคน “เหลี่ยงหรง ข้าพูดจริงนะ หากศึกครั้งนี้เริ่มขึ้น ข้าจะต้องออกนำรบด้วยตนเอง”“ท่านทำหน้าที่

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status