Masukบิดาบาดเจ็บจนขาเป๋ มารดาเองก็ถูกรังแก พี่ชายทั้งสองของนางต่างก็ถูกเหยียดหยาม ชีวิตใหม่นางช่างบัดซบสิ้นดี! แล้วพวกเจ้าจะต้องเสียใจที่ทำกับครอบครัวของข้า!!
Lihat lebih banyak"นังตัวเกียจคร้าน! แกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปจนถึงเมื่อไหร่กันหะ!" เสียงแหลมของป้าสะใภ้ใหญ่ของเด็กสาวที่ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายที่มีต่อป้าสะใภ้ที่น่ารำคาญผู้นี้ยิ่งนัก
"เฮ้อ...ช่างเป็นป้าสะใภ้ที่น่ารำคาญเสียจริง" น้ำพริ้งหรือที่ตอนนี้ได้เข้ามาอยู่ในร่างของเหอฟ่านชิง เด็กสาวที่มีอายุเพียงแค่ 14 หนาวเมื่อวานที่ผ่านมา
แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กสาวคนนี้ตายจากไปแล้วดวงวิญญาณของหญิงสาวอายุ 32 ปี จากยุค 2024 ได้เข้ามาอยู่แทนก็คือ เมื่อราว ๆ ห้าวันก่อนนั้นเด็กสาวได้ไปซักผ้าตามคำสั่งของผู้เป็นป้าสะใภ้ใหญ่หรือก็คือเจ้าของเสียงที่กำลังแหกปากตะโกนด่าทอนางอยู่ในตอนนี้นั่นเอง
เนื่องจากบิดาของเหอฟ่านชิงนั้นเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัวเหอที่มีผู้เฒ่า เหอหานตง อายุ 67 ปี และมีนาง จางซือเหมี่ยว อายุ 65 ปี เป็นภรรยา ทั้งสองคนนั้นมีลูกชายด้วยกันทั้งหมดสามคน ซึ่งบิดาของเด็กสาวนั้นเป็นบุตรชายคนที่สามที่ถูกหมางเมินไม่ใส่ใจแถมยังถูกใช้ให้ทำงานหาเลี้ยงทั้งครอบครัวอย่างน่าเวทนา
ส่วนบุตรชายทั้งสองของพวกเขานั้นต่างก็อยู่สุขสบายไม่ต้องทำงานหนักอะไรมากมาย จน เหอหลานซาน หรือบิดาของฟ่านชิงได้แต่งงานกับนางมี่ซือที่เป็นเพียงหญิงสาวความจำเสื่อมที่ได้รับบาดเจ็บมาจนบิดาของเด็กสาวไปพบเข้าและได้ช่วยเหลือ
หลังจากได้ใกล้ชิดกันไม่นานคนทั้งคู่ก็ได้มีความรู้สึกที่ดีต่อกันจนแต่งงานและมีลูกชายสองคนและนางเป็นลูกสาวคนเล็ก เพียงแต่การแต่งงานในครั้งนี้นั้นนางจางซือหรือท่านย่าของเด็กสาวไม่ค่อยจะพอใจนัก เพราะสะใภ้ทั้งสองคนที่ผ่านมานั้นล้วนเป็นหญิงสาวที่ถือว่าทางบ้านนั้นก็พอจะมีฐานะอยู่บ้าง
แต่กับมารดาของเด็กสาวนั้นไม่รู้แม้แต่แซ่ของตนเอง ดังนั้นมารดาของเด็กสาวจึงมักจะถูกรังแกจากทั้งแม่สามีและเหล่าพี่สะใภ้ทั้งสองของผู้เป็นสามีอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเมื่อนางมี่ซือให้กำเนิดบุตรสาวคนเล็กออกมานางและบุตรสาวก็ยิ่งถูกเหล่าป้าสะใภ้และลูก ๆ ของพวกนางข่มเหงรังแก ส่วนสามีกับบุตรชายทั้งสองก็ถูกให้ไปใช้แรงงานในการทำไร่ทำนาเพื่อหาผลผลิตให้กับครอบครัวเรื่อยมาโดยที่ไม่สามารถถกเถียงสิ่งใดได้ ด้วยผู้ที่ออกคำสั่งนั้นเป็นบิดาและมารดาผู้ให้กำเนิด
จนในวันที่ครอบครัวของเด็กสาวพบกับเรื่องราวเลวร้ายโดยบิดาของฟ่านชิงนั้นได้รับบาดเจ็บต้นไม้ที่ตัดเพื่อนำมาต่อเติมบ้านนั้นล้มทับจนทำให้ขาข้างซ้ายใช้การไม่ได้ นั่นจึงเป็นจุดที่ทำให้ครอบครัวของเด็กสาวได้รับการปฏิบัติที่แสนจะเลวร้ายยิ่งขึ้น ทั้งปู่กับย่าแท้ ๆ ที่ชอบด่าทอบิดาและพี่ชายทั้งสองของนางว่านอกจากจะพิการแล้วยังไร้ประโยชน์อีก สร้างความเจ็บช้ำให้กับเหอหลวนซานเป็นอย่างมาก
อีกทั้งยังเกิดเรื่องร้ายกับบุตรสาวของเขาโดยที่พอรู้ว่าใครเป็นคนทำนอกจากบิดามารดาจะไม่กล่าวโทษแล้วยังพูดจาเลวร้ายให้กับบุตรสาวที่จมน้ำจนเกือบตายของเขาอีก ช่างน่าเสียใจยิ่งนักที่ผ่านมาเขาอุตส่าห์ทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อหาเลี้ยงทุกคนในครอบครัว แต่พอเกิดเรื่องที่ทำให้เขาไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป คนในครอบครัวกลับพูดจาดูถูกเหยียบหยามเขาจนแทบจะไม่ใช่คนอยู่แล้ว
แต่เขาเองก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้ ด้วยภรรยาและลูก ๆ ยังต้องการอาหารและที่ซุกหัวนอนอยู่เขาจึงต้องกล้ำกลืนความขมขื่นลงไปในท้องแล้วตีหน้าทำเป็นไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่แทนที่คนเห็นแก่ตัวเหล่านั้นจะหยุดกลับกลายเป็นได้ใจมากขึ้นและรังแกภรรยาและลูก ๆ ของเขามากขึ้น จนในวันนี้ที่เขาเองก็เริ่มรู้สึกหมดความอดทนแล้ว
"พี่สะใภ้ใหญ่ท่านมีสิ่งใดกับชิงเอ๋อร์หรือ?" เหอหลวนซานที่ได้ยินเสียงร้องตะโกนเรียกบุตรสาวที่ยังไม่หายดีจากอาการป่วยจึงได้เดินกระโผลกกระเผลก มาที่หน้าประตูพร้อมกับเปิดออกแล้วพบว่าเป็นใครจึงได้เอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"หึ! คนขาเป๋อย่างเจ้ามีค่าพอจะมาเอ่ยกับข้าเช่นนั้นรึ นอกจากจะไร้ประโยชน์แล้วยังเป็นภาระของครอบครัวเราอีก" นางจูซือที่เห็นว่าใครเป็นคนเปิดประตูห้องออกมาก็รู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก นางจึงใช้สายตาจ้องมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของน้องชายของสามี ก่อนที่นางจูซือจะเอ่ยคำร้ายกาจออกมา ทำให้ฟ่านชิงที่กำลังเดินมาจะถึงหน้าประตูได้ยินคำร้ายกาจที่หญิงวัยกลางคนเอ่ยต่อผู้เป็นบิดาความโกรธก็พุ่งสูงขึ้นในทันที
"ท่านป้าใหญ่ ท่านพ่อของข้าเพียงแค่ถามท่านด้วยไม่รู้ว่าท่านมาหาข้าเพื่อสิ่งใด เหตุใดท่านถึงต้องพูดจาร้ายกาจกับท่านพ่อของข้าถึงเพียงนั้นกัน" ฟ่านชิงเอ่ยกับหญิงวัยกลางคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจเช่นเดียวกัน
"ชิชะนังเด็กไร้ประโยชน์! นี่แกกล้าทำสีหน้าไม่พอใจเช่นนั้นใส่ข้าอย่างนั้นรึ?" นางจูซือที่เห็นสีหน้าไม่พอใจของเด็กสาวก็ยิ่งรู้สึกว่าความโกรธยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนเอ่ยตะคอกอีกฝ่ายไปเสียงดังทำให้พวกชาวบ้านที่อยู่ไม่ไกลต่างก็ได้ยินเสียงของนางจูและเริ่มมาดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันอีก
"พี่สะใภ้ใหญ่ชิงเอ๋อร์ยังไม่หายดีอาจจะยังไม่ค่อยได้สติท่านก็ได้โปรดอย่าถือสานางเลยนะ" เป็นเหอหลวนซานที่กลัวว่าสตรีตรงหน้าจะโมโหจนขาดสติแล้วพุ่งเข้ามาทุบตีบุตรสาวของตนจึงได้เอ่ยแก้ตัวให้บุตรสาวเพื่อหวังให้ภรรยาของพี่ชายคนโตนั้นอารมณ์เย็นลง
เพราะถ้าเกิดการปะทะกันขึ้นมาจริง ๆ บุตรสาวของเขาจะต้องเจ็บตัวมากเป็นแน่ เพราะอีกฝ่ายนั้นมีรูปร่างที่อวบอ้วนด้วยไม่เคยทำงานหนักมีเพียงนั่งกินนอนกินเท่านั้น ต่างจากบุตรสาวของเขาที่ร่างกายนั้นเล็กแถมยังซูบผอมด้วยขาดสารอาหาร อีกทั้งในตอนนี้เขาเองก็ไม่ได้ครบสามสิบสองเหมือนเช่นเคยจึงไม่สามารถสู้กับเรี่ยวแรงมหาศาลของสตรีตรงหน้าได้อย่างแน่นอน
"หุบปากไปไอ้พิการ ไร้ประโยชน์ ข้ากำลังพูดกับนังเด็กสารเลวนี้อยู่แกจะมาขัดทำไมกัน!" นอกจากจะไม่สนใจคำพูดของน้องสามีแล้วนางจูซือยังพูดจาต่อว่าที่ทำเอาผู้ที่ยืนฟังอยู่ถึงกับมองไปยังร่างอวบอ้วนด้วยสายตาเหลือเชื่อ
"ท่านป้าใหญ่มันจะมากเกินไปแล้วนะเจ้าคะ! คำก็พิการ สองคำก็ขาเป๋ ท่านลืมไปแล้วหรือว่าที่ท่านพ่อข้าต้องเป็นเช่นนี้ก็เพราะใครกัน ไม่ใช่เพราะพวกท่านต้องการที่จะต่อเติมห้องให้กับบุตรชายคนโตของท่านหรอกหรือจึงทำให้บิดาของข้าต้องเข้าป่าไปตัดไม้มาจนเกิดเหตุเช่นนี้นะ นอกจากท่านจะไม่ขอโทษท่านพ่อของข้าแล้ว ท่านกลับมาคอยพูดจาไม่ดีเช่นนี้กับท่านพ่อของข้าอีกหรือเจ้าคะ นี่ท่านยังมีความเมตตาอยู่บ้างหรือไม่กัน" ฟ่านชิง(ที่วิญญาณเป็นน้ำพริ้ง)เอ่ยขึ้นอย่างหมดความอดทนที่มีต่อหญิงวัยกลางคนตรงหน้า
เพียะ! ตุบ!
"ชิงเอ๋อร์!" เสียงร้องด้วยความตกใจของเหอหลวนซานที่หลังจากบุตรสาวเอ่ยจบฝ่ามือหนาของนางจูซือก็ฟาดลงไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ของบุตรสาวตนอย่างเต็มแรงจนเด็กสาวถึงกับล้มพับลงไปนั่งกุมหน้าของตนเองอยู่บนพื้น จากนั้นเขาก็รีบหอบร่างที่ไม่สมประกอบของตนเองเข้าไปหาผู้เป็นบุตรสาวด้วยหัวใจที่ปวดหนึบ
"นี่สำหรับความปากดีของแก! เป็นเพียงตัวไร้ประโยชน์อย่าคิดอ่านมาต่อปากต่อคำกับข้าจำเอาไว้!" นางจูซือที่จ้องมองภาพสองพ่อลูกกำลังกอดพยุงกันลุกขึ้นตรงหน้าก็เอ่ยขึ้นอย่างไร้ความรู้สึกผิดแถมยังไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทำเอาเหล่าชาวบ้านที่กำลังมองภาพสองพ่อลูกที่ถูกกระทำด้วยความรู้สึกสงสารและเวทนา
"พอได้แล้วท่านป้าใหญ่!" เสียงเอ่ยดังขึ้นจากทางด้านหลังของนางจูซือก่อนที่ร่างของชายหนุ่มอายุ 18 หนาวจะรีบตรงไปยังร่างของสองพ่อลูกด้วยความเป็นห่วงอย่างสุดหัวใจ
************************************************************************************************
โอ้โห เปิดมาตอนแรกยัยน้องก็เจอจัดหนักซะแล้ว แล้วแบบนี้ยัยน้องจะทำยังไงต่อไปกันนะ
หลังจากที่นางจูซือและเหอลี่ถิงถูกจับตัวไปนั้นก็ได้รับโทษโบยคนละสี่สิบไม้ ก่อนที่นำตัวไปขังยังคุกตลอดชีวิต ด้วยข้อหาที่นางสองแม่ลูกได้จ้างวานฆ่าผู้อื่นนั้นมีโทษหนักเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องของเหอลี่ถิงนี้เองที่ทำให้นางจางนั้นเป็นทุกข์อย่างมาก แต่นางก็ยังคงใช้ชีวิตเช่นเดิมของตนเองต่อไปส่วนเหอซือไฉกับบุตรชายของเขานั้นต่างก็ใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากด้วยถูกผู้คนนั้นพูดจาดูถูกเหยียดหยาม และนินทาลับหลัง แต่พวกเขาก็ต้องฝืนใช้ชีวิตอยู่ต่อไป จนในที่สุดพวกเขาก็ทนไม่ได้จนต้องกลับมาให้นางจางผู้เป็นมารดานั้นเลี้ยงดูอีกครั้งส่วนเหอหานตงเองหลังจากจบเรื่องของสะใภ้คนโตเขาก็ได้จัดการเรื่องแยกบ้านให้กับบุตรชายคนรองเพื่อให้พวกเขานั้นสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากเดิม ส่วนตัวเขาเองก็ได้ไปอาศัยอยู่กับบุตรชายคนเล็กตามคำชักชวนของบุตรชาย ด้วยเขานั้นไม่สามารถอยู่ที่บ้านหลังนั้นได้อีกต่อไป ด้วยว่านางจางนั้นยิ่งนับวันจะยิ่งมีนิสัยที่เลวร้ายลงไปทุกวันจนเขาทนอยู่ต่อไปอีกไม่ไหวด้านนางมี่ซือเองหลังจากที่ฟืนคืนสติกลับมาอีกครั้งนางก็จดจำได้แล้วว่าตนเองนั้นเคยเป็นใครมาก่อน เพียงแต่นางกลับเลือกที่จะไม่เอ่ย
"ถิงเอ๋อร์!"นางจางที่เห็นว่าหลานสาวสุดรักถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาก็รีบวิ่งเข้าไปดูอาการของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายด้วยความตกใจ"อย่าคิดที่จะทำร้ายชิงเอ๋อร์!"หยางฉีไม่ได้สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นเขากลับยิ่งมองร่างของเหอลี่ถิงด้วยสายตาเหยียบเย็นพร้อมกับเอ่ยวาจาที่ทำเอาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับหนาวสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อรังสีที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่มผู้มาใหม่"สารเลว! เจ้ามันเป็นบุรุษประสาอะไรถึงได้กล้ารังแกสตรีไร้ทางสู้เช่นนี้กัน!"คงมีเพียงแค่นางจางเท่านั้นที่ไม่ได้รับรู้ถึงความน่ากลัวที่แฝงอยู่ในคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า มิหนำซ้ำหญิงชรายังเอ่ยต่อว่าหยางฉีอย่างไม่พอใจ"ไร้ทางสู้?.....เมื่อครู่นางยังตั้งใจจะเข้ามาทำร้ายชิงเอ๋อร์อยู่เลยมิใช่รึ แบบนั้นข้าไม่คิดว่านางจะเป็นสตรีที่บอบบางไร้ทางสู้หรอกนะขอรับท่านย่าจาง"หยางฉีเอ่ยตอบหญิงชราอย่างเย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไปก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย"ใครเป็นย่าของเจ้ากัน! แล้วเจ้าเป็นใครถึงได้มาเสนอหน้าออกรับแทนนังเด็กโสโครกนั้นกัน นางมีคู่หมั้นอยู่แล้วเจ้าไม่รู้หรืออย่างไรกัน หรือว่านางไปล่อลวงเ
หลังจากเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้นก็ผ่านมาแล้วสามวันที่นางมี่ซือยังคงนอนหลับไม่ได้สติ สร้างความปวดใจให้กับครอบครัวเหอบ้านเล็กเป็นอย่างมากเหอฟ่านชิงเองหลังจากที่กลับออกมาจากป่าได้นางก็รีบจัดการกับตัวเองแล้วเร่งเดินทางเข้ามาในตัวเมืองเพื่อดุอาการของมารดาพร้อมกับเหอชงหยวนเมื่อเหอหลวนซานและเหอชงอี้เห็นหญิงสาวก็ถึงกับโผล่เข้ามาสวมกอดด้วยความดีใจที่หญิงสาวกลับมาได้อย่างปลอดภัยจากนั้นเหอหลวนซานจึงได้เอ่ยบอกอาการของภรรยารักให้กับลูกทั้งสองได้รับรู้ จนในตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วถึงสามวันแต่ก็ยังไร้วี่แววว่านางมี่ซือจะลืมตาฟื้นขึ้นมาจากการนอนหลับใหลแต่ครอบครัวเหอบ้านเล็กก็ยังคงมีความหวังว่านางมี่ซือจะต้องตื่นขึ้นมาในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน หลังจากเกิดเรื่องขึ้นกับครอบครัวสกุลเหอบ้านเล็กรุ่งเช้ามาทั่วทั้งหมู่บ้านเป่าหนิงจึงได้พูดคุยกันและแวะเวียนมาสอบถามความเป็นอยู่ของพวกเขาเพื่อแสดงถึงความเห็นใจเป็นจำนวนมาก แม้แต่นางจางเองก็ยังอุตส่าห์ติดตามสามีมาดูว่าครอบครัวของบุตรชายคนเล็กนั้นเป็นเช่นไรบ้างเพราะถึงแม้นางจะไม่ได้รักใคร่ครอบครัวของบุตรชายคนเล็กมากมายนัก แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นก็ทำให้นางจางต้องมาแสดง
เพียงแต่ยังไม่ทันที่เหอฟ่านชิงจะได้ทำอะไรต่อไป มือหนาของชายหนุ่มก็วางทาบทับลงมาที่ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของนาง ก่อนที่เขาจะบังคับให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับตนเองเสี้ยวนาทีที่ดวงตาของเหอฟ่านชิงสบเข้ากับชายหนุ่มนั้นหยางฉีก็ได้โน้มใบหน้าหล่อเหลาของเขาลงมาประกบจูบลงที่ริมฝีปากบางของเหอฟ่านชิงในทันทีจากนั้นชายหนุ่มก็ได้ตักตวงเอาความหวานจากปากของหญิงสาวครั้งแล้วครั้งเล่าอย่าเอาแต่ใจ ส่วนเหอฟ่านชิงที่ตั้งรับไม่ทันก็รู้สึกตกใจกับการกระทำของชายหนุ่มเป็นอย่างมากแต่ไม่นานนางก็ยอมตามใจของอีกฝ่ายเพราะรู้หัวใจตัวเองดีว่าเจ้าของร่างหนาตรงหน้านั้นได้เข้ามาเป็นเจ้าของหัวใจของนางจนเต็มไปหมดทั้งดวงแล้วนั่นเองส่วนหยางฉีเองก็รู้สึกไม่ต่างจากที่เหอฟ่านชิงรู้สึก เพราะเขานั้นได้มอบหัวใจทั้งดวงให้กับคนตัวเล็กในอ้อมกอดไปตั้งนานแล้วยิ่งเกิดเรื่องขึ้นเมื่อคืนในตอนที่เขาตามหาหญิงสาวไม่พบนั้นเขารู้สึกถึงอาการบีบรัดที่หน้าอกของตัวเองราวกับว่ามันกำลังถูกสิ่งที่มองไม่เห็นบีบรัดจนหายใจแทบไม่ออกนั้นได้อย่างชัดเจนและภาพที่ร่างของเหอฟ่านชิงตกลงไปในน้ำก็ยังคงเด่นชัดอยู่ภายในหัวของเขาตลอด ความรู้สึกในตอนที่เห็นร
"แต่นั่นสำหรับหมอธรรมดา ๆ ไม่ใช่สำหรับข้าที่เป็นหมอที่ชำนาญมาทางด้านนี้โดยเฉพาะ อาการบาดเจ็บของท่านอานั้นเพียงแค่ฝังเข็มเปิดจุดเส้นเลือดที่มันอุดตันให้ไหลออกมา ควบคู่กับการกินยาเพียงสองเดือนก็กลับมาเดินได้ดังปกติแล้วขอรับ"จางเซวียนเอ่ยขึ้นอีกครั้งและคำตอบของเขาในครั้งนี้สร้างความปีติยินดีให้กับสมา
เมื่อแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้านั้นเป็นเจ้าก้อนทองจริง ๆ เหอฟ่านชิงก็ไม่รอช้ารีบเดินกลับไปเอามีดมาแกะเจ้าก้อนทองทั้งหมดออกมาจากผนังถ้ำด้วยความรวดเร็วและชำนาญ จนในที่สุดนางก็สามารถแกะเจ้าก้อนหินที่กลายเป็นทองคำออกมาได้จนหมดตามจำนวนมีเจ้าก้อนทองขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว สี่ก้อนและก้อนที่มีขนาดใหญ่เท
ร่างของเหอชงหยวน บุตรชายคนโตของเหอหลวนซาน ที่ปีนี้เขาอายุได้ 18 ปีพอดีรีบตรงดิ่งเข้าไปช่วยผู้เป็นบิดาและน้องสาวเพียงคนเดียวให้ลุกขึ้นจากพื้นด้วยหัวใจที่เจ็บปวด สำหรับชายหนุ่มแล้วนั้นครอบครัวของเขาล้วนก็ต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำมาตั้งแต่เขาจำความได้จนในตอนนี้เขาโตพอที่จะปกป้องครอบครัวได้แล้วแต่เขากลับยัง
"นังตัวเกียจคร้าน! แกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปจนถึงเมื่อไหร่กันหะ!" เสียงแหลมของป้าสะใภ้ใหญ่ของเด็กสาวที่ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายที่มีต่อป้าสะใภ้ที่น่ารำคาญผู้นี้ยิ่งนัก"เฮ้อ...ช่างเป็นป้าสะใภ้ที่น่ารำคาญเสียจริง" น้ำพริ้งหรือที่ตอนนี้ได้เข้ามาอยู่ในร่างของเหอฟ่านชิง เด็กสาวที่มีอายุเพียงแ












Ulasan-ulasan