ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง

ยอดบุตรตรีสกุลเหอแห่งหมู่บ้านเป่าหนิง

last updateDernière mise à jour : 2026-03-19
Par:  ซินเสวี่ยComplété
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
10
2 Notes. 2 commentaires
61Chapitres
8.7KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

บิดาบาดเจ็บจนขาเป๋ มารดาเองก็ถูกรังแก พี่ชายทั้งสองของนางต่างก็ถูกเหยียดหยาม ชีวิตใหม่นางช่างบัดซบสิ้นดี! แล้วพวกเจ้าจะต้องเสียใจที่ทำกับครอบครัวของข้า!!

Voir plus

Chapitre 1

ตื่นมาก็เจอเรื่องน่าปวดหัวเสียแล้ว

"นังตัวเกียจคร้าน! แกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปจนถึงเมื่อไหร่กันหะ!" เสียงแหลมของป้าสะใภ้ใหญ่ของเด็กสาวที่ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายที่มีต่อป้าสะใภ้ที่น่ารำคาญผู้นี้ยิ่งนัก

"เฮ้อ...ช่างเป็นป้าสะใภ้ที่น่ารำคาญเสียจริง" น้ำพริ้งหรือที่ตอนนี้ได้เข้ามาอยู่ในร่างของเหอฟ่านชิง เด็กสาวที่มีอายุเพียงแค่ 14 หนาวเมื่อวานที่ผ่านมา

แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กสาวคนนี้ตายจากไปแล้วดวงวิญญาณของหญิงสาวอายุ 32 ปี จากยุค 2024 ได้เข้ามาอยู่แทนก็คือ เมื่อราว ๆ ห้าวันก่อนนั้นเด็กสาวได้ไปซักผ้าตามคำสั่งของผู้เป็นป้าสะใภ้ใหญ่หรือก็คือเจ้าของเสียงที่กำลังแหกปากตะโกนด่าทอนางอยู่ในตอนนี้นั่นเอง

เนื่องจากบิดาของเหอฟ่านชิงนั้นเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัวเหอที่มีผู้เฒ่า เหอหานตง อายุ 67 ปี และมีนาง จางซือเหมี่ยว อายุ 65 ปี เป็นภรรยา ทั้งสองคนนั้นมีลูกชายด้วยกันทั้งหมดสามคน ซึ่งบิดาของเด็กสาวนั้นเป็นบุตรชายคนที่สามที่ถูกหมางเมินไม่ใส่ใจแถมยังถูกใช้ให้ทำงานหาเลี้ยงทั้งครอบครัวอย่างน่าเวทนา

ส่วนบุตรชายทั้งสองของพวกเขานั้นต่างก็อยู่สุขสบายไม่ต้องทำงานหนักอะไรมากมาย จน เหอหลานซาน หรือบิดาของฟ่านชิงได้แต่งงานกับนางมี่ซือที่เป็นเพียงหญิงสาวความจำเสื่อมที่ได้รับบาดเจ็บมาจนบิดาของเด็กสาวไปพบเข้าและได้ช่วยเหลือ

หลังจากได้ใกล้ชิดกันไม่นานคนทั้งคู่ก็ได้มีความรู้สึกที่ดีต่อกันจนแต่งงานและมีลูกชายสองคนและนางเป็นลูกสาวคนเล็ก เพียงแต่การแต่งงานในครั้งนี้นั้นนางจางซือหรือท่านย่าของเด็กสาวไม่ค่อยจะพอใจนัก เพราะสะใภ้ทั้งสองคนที่ผ่านมานั้นล้วนเป็นหญิงสาวที่ถือว่าทางบ้านนั้นก็พอจะมีฐานะอยู่บ้าง

แต่กับมารดาของเด็กสาวนั้นไม่รู้แม้แต่แซ่ของตนเอง ดังนั้นมารดาของเด็กสาวจึงมักจะถูกรังแกจากทั้งแม่สามีและเหล่าพี่สะใภ้ทั้งสองของผู้เป็นสามีอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเมื่อนางมี่ซือให้กำเนิดบุตรสาวคนเล็กออกมานางและบุตรสาวก็ยิ่งถูกเหล่าป้าสะใภ้และลูก ๆ ของพวกนางข่มเหงรังแก ส่วนสามีกับบุตรชายทั้งสองก็ถูกให้ไปใช้แรงงานในการทำไร่ทำนาเพื่อหาผลผลิตให้กับครอบครัวเรื่อยมาโดยที่ไม่สามารถถกเถียงสิ่งใดได้ ด้วยผู้ที่ออกคำสั่งนั้นเป็นบิดาและมารดาผู้ให้กำเนิด

จนในวันที่ครอบครัวของเด็กสาวพบกับเรื่องราวเลวร้ายโดยบิดาของฟ่านชิงนั้นได้รับบาดเจ็บต้นไม้ที่ตัดเพื่อนำมาต่อเติมบ้านนั้นล้มทับจนทำให้ขาข้างซ้ายใช้การไม่ได้ นั่นจึงเป็นจุดที่ทำให้ครอบครัวของเด็กสาวได้รับการปฏิบัติที่แสนจะเลวร้ายยิ่งขึ้น ทั้งปู่กับย่าแท้ ๆ ที่ชอบด่าทอบิดาและพี่ชายทั้งสองของนางว่านอกจากจะพิการแล้วยังไร้ประโยชน์อีก สร้างความเจ็บช้ำให้กับเหอหลวนซานเป็นอย่างมาก

อีกทั้งยังเกิดเรื่องร้ายกับบุตรสาวของเขาโดยที่พอรู้ว่าใครเป็นคนทำนอกจากบิดามารดาจะไม่กล่าวโทษแล้วยังพูดจาเลวร้ายให้กับบุตรสาวที่จมน้ำจนเกือบตายของเขาอีก ช่างน่าเสียใจยิ่งนักที่ผ่านมาเขาอุตส่าห์ทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อหาเลี้ยงทุกคนในครอบครัว แต่พอเกิดเรื่องที่ทำให้เขาไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป คนในครอบครัวกลับพูดจาดูถูกเหยียบหยามเขาจนแทบจะไม่ใช่คนอยู่แล้ว

แต่เขาเองก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้ ด้วยภรรยาและลูก ๆ ยังต้องการอาหารและที่ซุกหัวนอนอยู่เขาจึงต้องกล้ำกลืนความขมขื่นลงไปในท้องแล้วตีหน้าทำเป็นไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่แทนที่คนเห็นแก่ตัวเหล่านั้นจะหยุดกลับกลายเป็นได้ใจมากขึ้นและรังแกภรรยาและลูก ๆ ของเขามากขึ้น จนในวันนี้ที่เขาเองก็เริ่มรู้สึกหมดความอดทนแล้ว

"พี่สะใภ้ใหญ่ท่านมีสิ่งใดกับชิงเอ๋อร์หรือ?" เหอหลวนซานที่ได้ยินเสียงร้องตะโกนเรียกบุตรสาวที่ยังไม่หายดีจากอาการป่วยจึงได้เดินกระโผลกกระเผลก มาที่หน้าประตูพร้อมกับเปิดออกแล้วพบว่าเป็นใครจึงได้เอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"หึ! คนขาเป๋อย่างเจ้ามีค่าพอจะมาเอ่ยกับข้าเช่นนั้นรึ นอกจากจะไร้ประโยชน์แล้วยังเป็นภาระของครอบครัวเราอีก" นางจูซือที่เห็นว่าใครเป็นคนเปิดประตูห้องออกมาก็รู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก นางจึงใช้สายตาจ้องมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของน้องชายของสามี ก่อนที่นางจูซือจะเอ่ยคำร้ายกาจออกมา ทำให้ฟ่านชิงที่กำลังเดินมาจะถึงหน้าประตูได้ยินคำร้ายกาจที่หญิงวัยกลางคนเอ่ยต่อผู้เป็นบิดาความโกรธก็พุ่งสูงขึ้นในทันที

"ท่านป้าใหญ่ ท่านพ่อของข้าเพียงแค่ถามท่านด้วยไม่รู้ว่าท่านมาหาข้าเพื่อสิ่งใด เหตุใดท่านถึงต้องพูดจาร้ายกาจกับท่านพ่อของข้าถึงเพียงนั้นกัน" ฟ่านชิงเอ่ยกับหญิงวัยกลางคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจเช่นเดียวกัน

"ชิชะนังเด็กไร้ประโยชน์! นี่แกกล้าทำสีหน้าไม่พอใจเช่นนั้นใส่ข้าอย่างนั้นรึ?" นางจูซือที่เห็นสีหน้าไม่พอใจของเด็กสาวก็ยิ่งรู้สึกว่าความโกรธยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนเอ่ยตะคอกอีกฝ่ายไปเสียงดังทำให้พวกชาวบ้านที่อยู่ไม่ไกลต่างก็ได้ยินเสียงของนางจูและเริ่มมาดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันอีก

"พี่สะใภ้ใหญ่ชิงเอ๋อร์ยังไม่หายดีอาจจะยังไม่ค่อยได้สติท่านก็ได้โปรดอย่าถือสานางเลยนะ" เป็นเหอหลวนซานที่กลัวว่าสตรีตรงหน้าจะโมโหจนขาดสติแล้วพุ่งเข้ามาทุบตีบุตรสาวของตนจึงได้เอ่ยแก้ตัวให้บุตรสาวเพื่อหวังให้ภรรยาของพี่ชายคนโตนั้นอารมณ์เย็นลง

เพราะถ้าเกิดการปะทะกันขึ้นมาจริง ๆ บุตรสาวของเขาจะต้องเจ็บตัวมากเป็นแน่ เพราะอีกฝ่ายนั้นมีรูปร่างที่อวบอ้วนด้วยไม่เคยทำงานหนักมีเพียงนั่งกินนอนกินเท่านั้น ต่างจากบุตรสาวของเขาที่ร่างกายนั้นเล็กแถมยังซูบผอมด้วยขาดสารอาหาร อีกทั้งในตอนนี้เขาเองก็ไม่ได้ครบสามสิบสองเหมือนเช่นเคยจึงไม่สามารถสู้กับเรี่ยวแรงมหาศาลของสตรีตรงหน้าได้อย่างแน่นอน

"หุบปากไปไอ้พิการ ไร้ประโยชน์ ข้ากำลังพูดกับนังเด็กสารเลวนี้อยู่แกจะมาขัดทำไมกัน!" นอกจากจะไม่สนใจคำพูดของน้องสามีแล้วนางจูซือยังพูดจาต่อว่าที่ทำเอาผู้ที่ยืนฟังอยู่ถึงกับมองไปยังร่างอวบอ้วนด้วยสายตาเหลือเชื่อ

"ท่านป้าใหญ่มันจะมากเกินไปแล้วนะเจ้าคะ! คำก็พิการ สองคำก็ขาเป๋ ท่านลืมไปแล้วหรือว่าที่ท่านพ่อข้าต้องเป็นเช่นนี้ก็เพราะใครกัน ไม่ใช่เพราะพวกท่านต้องการที่จะต่อเติมห้องให้กับบุตรชายคนโตของท่านหรอกหรือจึงทำให้บิดาของข้าต้องเข้าป่าไปตัดไม้มาจนเกิดเหตุเช่นนี้นะ นอกจากท่านจะไม่ขอโทษท่านพ่อของข้าแล้ว ท่านกลับมาคอยพูดจาไม่ดีเช่นนี้กับท่านพ่อของข้าอีกหรือเจ้าคะ นี่ท่านยังมีความเมตตาอยู่บ้างหรือไม่กัน" ฟ่านชิง(ที่วิญญาณเป็นน้ำพริ้ง)เอ่ยขึ้นอย่างหมดความอดทนที่มีต่อหญิงวัยกลางคนตรงหน้า

เพียะ! ตุบ! 

"ชิงเอ๋อร์!" เสียงร้องด้วยความตกใจของเหอหลวนซานที่หลังจากบุตรสาวเอ่ยจบฝ่ามือหนาของนางจูซือก็ฟาดลงไปที่ใบหน้าเล็ก ๆ ของบุตรสาวตนอย่างเต็มแรงจนเด็กสาวถึงกับล้มพับลงไปนั่งกุมหน้าของตนเองอยู่บนพื้น จากนั้นเขาก็รีบหอบร่างที่ไม่สมประกอบของตนเองเข้าไปหาผู้เป็นบุตรสาวด้วยหัวใจที่ปวดหนึบ

"นี่สำหรับความปากดีของแก! เป็นเพียงตัวไร้ประโยชน์อย่าคิดอ่านมาต่อปากต่อคำกับข้าจำเอาไว้!" นางจูซือที่จ้องมองภาพสองพ่อลูกกำลังกอดพยุงกันลุกขึ้นตรงหน้าก็เอ่ยขึ้นอย่างไร้ความรู้สึกผิดแถมยังไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทำเอาเหล่าชาวบ้านที่กำลังมองภาพสองพ่อลูกที่ถูกกระทำด้วยความรู้สึกสงสารและเวทนา

"พอได้แล้วท่านป้าใหญ่!" เสียงเอ่ยดังขึ้นจากทางด้านหลังของนางจูซือก่อนที่ร่างของชายหนุ่มอายุ 18 หนาวจะรีบตรงไปยังร่างของสองพ่อลูกด้วยความเป็นห่วงอย่างสุดหัวใจ

************************************************************************************************

โอ้โห เปิดมาตอนแรกยัยน้องก็เจอจัดหนักซะแล้ว แล้วแบบนี้ยัยน้องจะทำยังไงต่อไปกันนะ

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentaires

Jj Jj Ok
Jj Jj Ok
สนุกดีคะขอบคุณคะ
2026-05-07 04:18:55
1
0
กฤษดาพร ส.
กฤษดาพร ส.
สนุกมากๆๆ น่าติดตามทุกตอนค่า
2026-03-25 23:16:36
1
0
61
ตื่นมาก็เจอเรื่องน่าปวดหัวเสียแล้ว
"นังตัวเกียจคร้าน! แกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปจนถึงเมื่อไหร่กันหะ!" เสียงแหลมของป้าสะใภ้ใหญ่ของเด็กสาวที่ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายที่มีต่อป้าสะใภ้ที่น่ารำคาญผู้นี้ยิ่งนัก"เฮ้อ...ช่างเป็นป้าสะใภ้ที่น่ารำคาญเสียจริง" น้ำพริ้งหรือที่ตอนนี้ได้เข้ามาอยู่ในร่างของเหอฟ่านชิง เด็กสาวที่มีอายุเพียงแค่ 14 หนาวเมื่อวานที่ผ่านมาแต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กสาวคนนี้ตายจากไปแล้วดวงวิญญาณของหญิงสาวอายุ 32 ปี จากยุค 2024 ได้เข้ามาอยู่แทนก็คือ เมื่อราว ๆ ห้าวันก่อนนั้นเด็กสาวได้ไปซักผ้าตามคำสั่งของผู้เป็นป้าสะใภ้ใหญ่หรือก็คือเจ้าของเสียงที่กำลังแหกปากตะโกนด่าทอนางอยู่ในตอนนี้นั่นเองเนื่องจากบิดาของเหอฟ่านชิงนั้นเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัวเหอที่มีผู้เฒ่า เหอหานตง อายุ 67 ปี และมีนาง จางซือเหมี่ยว อายุ 65 ปี เป็นภรรยา ทั้งสองคนนั้นมีลูกชายด้วยกันทั้งหมดสามคน ซึ่งบิดาของเด็กสาวนั้นเป็นบุตรชายคนที่สามที่ถูกหมางเมินไม่ใส่ใจแถมยังถูกใช้ให้ทำงานหาเลี้ยงทั้งครอบครัวอย่างน่าเวทนาส่วนบุตรชายทั้งสองของพวกเขานั้นต่างก็อยู่สุขสบายไม่ต้องทำงานหนักอะไรมากมาย จน เหอหลานซาน หรือบิดาของฟ่านชิงได้แต่งงานกับนางมี
Read More
ไสหัวไป!
ร่างของเหอชงหยวน บุตรชายคนโตของเหอหลวนซาน ที่ปีนี้เขาอายุได้ 18 ปีพอดีรีบตรงดิ่งเข้าไปช่วยผู้เป็นบิดาและน้องสาวเพียงคนเดียวให้ลุกขึ้นจากพื้นด้วยหัวใจที่เจ็บปวด สำหรับชายหนุ่มแล้วนั้นครอบครัวของเขาล้วนก็ต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำมาตั้งแต่เขาจำความได้จนในตอนนี้เขาโตพอที่จะปกป้องครอบครัวได้แล้วแต่เขากลับยังคงไม่สามารถปกป้องคนที่เขารักได้ ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจสำหรับชายหนุ่มยิ่งนัก"หึ แกคิดว่าตัวเองอยู่ในฐานะที่จะมามีปากเสียงกับข้าอย่างนั้นรึเจ้าชงหยวน อย่าลืมว่าที่พวกเจ้าทั้งครอบครัวยังคงอยู่ดีมีสุขอยู่ในบ้านหลังนี้ได้ก็เพราะสามีของข้าที่เป็นคนหาเลี้ยงพวกเจ้านะ"นางจูซือที่เห็นว่ามีผู้มาสมทบก็ไม่ได้คิดหวาดกลัวต่ออีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อยด้วยนางนั้นยังคงมั่นใจว่าถึงอย่างไรพ่อแม่ของสามีก็ย่อมต้องเข้าข้างนางที่เป็นภรรยาสุดที่รักของบุตรชายสุดที่รักของพวกเขาอยู่แล้วจึงได้เอ่ยวาจาถากถางครอบครัวของชายหนุ่มไปอย่างไม่หวาดหวั่นซึ่งประโยคนี้เองที่ทำให้สองพ่อลูกแซ่เหอถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความอัดอั้น เพียงแต่พวกเขาเองก็ยังคงไม่มีความกล้ามากพอที่จะเสี่ยงทำให้นางจูซือไม่พอใจด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะนำเรื่องนี้มา
Read More
แยกบ้าน
"ส่วนเจ้านางจูซือ อย่าทำอะไรตามอำเภอใจให้มันมากนักถึงยังไงอาซานก็ยังเป็นบุตรชายของข้าอยู่มิใช่ใครที่ไหน ที่ข้าเงียบไม่ได้แปลว่าข้าไม่สนใจเขา ถึงอย่างไรเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นบุตรชายคนเล็กของข้าเหอหานตงผู้นี้!" ชายชราที่เห็นว่าหลานสาวนั้นยังมีหัวคิดอยู่จึงได้หันไปเอ่ยกับลูกสะใภ้ที่ทำตัวไม่ไว้หน้าเขาในครั้งนี้ในทันที ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็สร้างความแปลกใจให้กับทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างยิ่ง แต่สำหรับเหอหลวนซานแล้วนั้นเขาถึงกับรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่บิดาที่เขาเคารพรักนั้นยังคงมองเห็นว่าเขายังเป็นบุตรชายอยู่และยังออกหน้าปกป้องตนอยู่บ้างไม่ได้ไร้หัวใจเหมือนอย่างที่เขาคิด"เจ้าค่ะท่านพ่อ.." นางจูซือที่หายจากอาการตกตะลึงกับคำพูดของพ่อสามีก็ได้เอ่ยขานรับออกไปอย่างไม่ค่อยจะพอใจนักแต่ด้วยสายตาที่น่ากลัวของชายชราที่กำลังจ้องมองมายังร่างของตนเองนั้นทำให้นางต้องเอ่ยตอบรับออกมาอย่างช่วยไม่ได้"ส่วนเรื่องการแยกบ้านเจ้ามีความคิดเห็นว่าอย่างไรเล่าเจ้าเล็ก ถ้าเจ้าต้องการข้าก็พร้อมจะทำเรื่องแยกบ้านให้" เมื่อไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดขึ้นมาอีกเหอหานตงจึงได้หันกลับไปเอ่ยถามกับบุตรชายคนเล็กของตนเองเกี่ยวกับเรื
Read More
ข้อสรุปเรื่องการแยกบ้าน
"พี่จงท่านมาก็ดีแล้วข้าต้องการทำเรื่องแยกบ้านให้กับอาซานพี่ช่วยดำเนินการให้ข้าทีขอรับ" เหอหานตงที่มีอายุน้อยกว่าอีกฝ่ายอีกทั้งเขาเองก็นับถือชายชราตรงหน้าเป็นอย่างมากเอ่ยบอกกับอีกฝ่าย"ได้สิ เพียงแต่ภรรยาของเจ้ากับคนในตระกูลคนอื่น ๆ เล่าเจ้าจะทำเช่นไร" จงฟานตู้เองก็รับรู้มาโดยตลอดถึงชีวิตที่ยากลำบากของครอบครัวเหอบ้านเล็ก เพียงแต่เขาเองก็เป็นคนนอกไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้มากจึงทำได้เพียงเฝ้ามองดูอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น"ข้าเป็นผู้นำตระกูลข้าสามารถตัดสินใจเองได้เลยขอรับพี่จง ส่วนใครที่ไม่เห็นด้วยก็ช่างหัวพวกเขา!" เหอหานตงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังจนทำให้นางจางที่เป็นภรรยาและชอบออกคำสั่งกับผู้เป็นสามีนั้นแทบจะไม่กล้าส่งเสียงออกมาด้วยนี่เป็นครั้งแรกที่สามีของตนนั้นมีสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังถึงเพียงนี้"ข้าไม่ติดที่อาซานจะแยกบ้านออกไป...เพียงแต่สมบัติและเงินทองข้าคงให้ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพราะพวกบ้านใหญ่เองก็มีอีกหลายชีวิตที่ต้องเลี้ยงดู เจ้าคงจะเข้าใจแม่ใช่หรือไม่อาซาน" แต่นางจางก็ยังคงเป็นนางจางอยู่วันยังค่ำมีหรือที่นางจะยอมเสียผลประโยชน์ที่ควรจะเป็นของตนเองไปนางจึงได้กล้าเอ
Read More
บอกความจริง
หลังจากที่ครอบครัวของเหอฟ่านชิงแยกออกมาอยู่ยังกระท่อมที่สร้างขึ้นใหม่ในที่ดินของตนเองแล้วนั้นพวกเขาทั้ง 5 คนต่างก็ช่วยกันระดมความคิดว่าจะเอาเช่นไรต่อไปดีซึ่งเหอฟ่านชิงนั้นในชาติก่อนนางก็ถือได้ว่าใช้ชีวิตมาไม่น้อยก่อนที่นางจะตายลงไปในวัย 32 ปีด้วยอุบัติเหตุครั้งล่าสุด อย่างน้อย ๆ นางก็ถือว่ามีความสามารถทางด้านการยิงธนูมาไม่น้อย ด้วยสมัยยังเรียนอยู่มัธยมปลายนางเคยเป็นตัวแทนนักกีฬายิงธนูของจังหวัดไปแข่งระดับประเทศจนสามารถคว้าแชมป์ระดับประเทศมาได้เพียงแต่หลังจากจบการแข่งขันในครั้งนั้นเหอฟ่านชิงก็เลิกเล่นกีฬายิงธนูแล้วหันกลับมาตั้งใจเรียนเพื่อสอบเข้ามหาลัย แต่ถ้ามีเวลาว่างนางก็มักจะไปฝึกฝีมืออยู่บ้างเพื่อไม่ให้หลงลืมวิชาไป โดยเหอฟ่านชิงนั้นเรียนจบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมโยธาและได้ไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านเครื่องสำอางและความงามจากประเทศจีน หลังเรียนจบหญิงสาวจึงได้สร้างแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเองจนมีชื่อเสียงโด่งดังภายหลังเมื่อหญิงสาวอายุได้ 30 ปีจึงได้ผันตัวกลายมาเป็นยูทูบเบอร์ทำช่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตธรรมดา ๆ ในประเทศจีนตามที่ตนเองชื่นชอบและชอบดู มีทั้งวิธีการทำอาหารและงานฝีมือต่าง ๆ จนอ
Read More
ท่านลุงหยาง
"ชิงเอ๋อร์..." บุรุษภายในบ้านทั้งสามเองต่างก็รู้สึกตกใจและเสียใจในเวลาเดียวกันด้วยพวกเขานั้นไม่คาดคิดว่าความไม่เอาไหนของตนเองเกือบจะทำให้ต้องสูญเสียเด็กสาวอันเป็นที่รักไปตลอดกาล"ก็ช่างมันเถิดเจ้าค่ะ ถึงยังไงตอนนี้ข้าก็กลับมาหาพวกท่านแล้ว ตอนนี้เราควรจะสนใจเรื่องปากท้องกันเสียก่อน" เหอฟ่านชิงเองที่ไม่อยากเห็นสีหน้าเศร้าเสียใจของทุกคนจึงได้บอกปัดเรื่องในอดีตพร้อมกับบอกถึงเป้าหมายที่พวกเขาต้องให้ความสำคัญในตอนนี้แทน"เช่นนั้นเจ้ารองเจ้าพาน้องสาวของเจ้าไปพบท่านลุงหยางที่บ้านเพื่อสั่งทำธนูตามที่นางต้องการเสียหน่อยเถิด" เหอหลวนซานเอ่ยบอกกับบุตรชายคนรอง เพราะทั่วทั้งหมู่บ้านเป่าหนิงแห่งนี้มีเพียงบ้านหยางเท่านั้นที่มีความสามารถในการทำอาวุธด้วยหยางเฟิงนั้นมีอาชีพเป็นนายพรานล่าสัตว์เพียงบ้านเดียวเท่านั้น"ขอรับท่านพ่อ เช่นนั้นข้ากับน้องเล็กขอตัวไปหาท่านลุงหยางก่อนนะขอรับ" เหอชงอี้เอ่ยตอบรับคำของบิดาก่อนจะรีบเอ่ยขอตัวจากไปด้วยเกรงว่าถ้าสายไปกว่านี้ท่านลุงหยางอาจจะไม่อยู่ที่บ้านแล้วความจริงแล้วเหอหลวนซานกับหยางเฟิงนั้นถือได้ว่าเป็นสหายที่สนิทกันที่สุดด้วยคอบครัวของหยางเฟิงนั้นเป็นคนต่างถิ่นที่พ
Read More
ขึ้นเขาครั้งแรก
หลังจากกลับมาจากบ้านของหยางเฟิงเหอฟ่านชิงก็ได้เตรียมตัวขึ้นเขาเป็นครั้งแรก ดังนั้นนางจึงได้เตรียมตะกร้าสะพายหลังพร้อมทั้งยังมีเสียมติดตัวไปด้วย ทางด้านพี่ชายทั้งสองของนางเองก็ทำเช่นเดียวกันคือสะพายตะกร้าใบใหญ่เอาไว้ที่ด้านหลังพร้อมกับมีมีดพร้าอีกคนละหนึ่งเล่มด้วยไม่รู้ว่าน้องสาวของตนนั้นต้องการจะทำสิ่งใดจึงได้นำถังนำใบไม่ใหญ่มากติดตะกร้าไปด้วยพร้อมกับทั้งสามคนได้ออกเดินทางขึ้นเขาไปในช่วงสาย ๆ ในทันที ซึ่งตลอดทางที่เดินไปนั้นก็มีทั้งต้นหญ้าที่ขึ้นรกบ้างและยังมีต้นไม้อีกประปรายเพียงแต่ภายในใจของเหอฟ่านชิงนั้นยังคงมีภาพใบหน้าของใครบางคนลอยวนไปมารบกวนจิตใจของนางอยู่ไม่น้อย'ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันนะ' นี่คือความคิดของเหอฟ่านชิงหลังจากที่สลัดใบหน้าของบุรุษที่นางเพิ่งจะพบมาจากบ้านของท่านลุงหยางนั่นเอง"ชิงเอ๋อร์..นั่นไงป่าไผ่ที่เจ้าถามถึง" เสียงทุ้มน่าฟังของเหอชงหยวนเอ่ยบอกกับผู้เป็นน้องสาวที่ทำสีหน้าแปลกประหลาด"ไหนเจ้าคะ?" เมื่อได้สติจากการเรียกของพี่ชายคนโตเหอฟ่านชิงก็ได้หันมาสนใจสิ่งที่ตนเองต้องทำในตอนนี้ทันทีจนหลงลืมใบหน้าของใครบางคนไปอย่างสนิทราวกับไม่เคยพบเจอกันมาก่อน"นั่นไง" เป็นเห
Read More
ดักปลาครั้งแรก
"สิ่งนี้รึที่เรียกว่าจอมปลวก" เหอชงหยวนเอ่ยขึ้นหลังจากที่พวกเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าสิ่งที่ตามหา"ใช่แล้วเจ้าค่ะ พี่รองท่านช่วยขุดสิ่งนี้ออกมาให้ข้าทีเจ้าค่ะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบพี่ชายคนโตก่อนที่นางจะหันไปหาพี่ชายคนรองพร้อมกับเอ่ยบอกอีกฝ่าย"ได้ ๆ " หลังจากเอ่ยตอบรับคำของน้องสาวเหอชงอี้ก็วางตะกร้าที่สะพายเอาไว้ด้านหลังลงก่อนจะใช้มือหยิบเสียมที่นำติดตัวมาด้วยออกมาแล้วลงมือขุดจอมปลวกที่น้องสาวต้องการในทันที หลังจากขุดจอมปลวกเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเหอฟ่านชิงก็เดินนำพี่ชายทั้งสองไปยังลำธารก่อนจะใช้สายตาสำรวจหาจุดที่คิดว่ามีปลาแหวกว่ายมากที่สุด เมื่อได้จุดที่ต้องการแล้วเหอฟ่านชิงก็เอ่ยบอกพี่ชายทั้งสองให้ทำตามคำพูดของตนเอง"พี่ใหญ่ข้าขอยืมตะกร้าของท่านหน่อยสิเจ้าคะ""ได้สิ" จบคำเหอชงหยวนก็ปลดตะกร้าที่สะพายไว้บนหลังลงมาให้กับน้องสาวของตนเองในทันที ถึงแม้ว่าภายในใจของเขาจะมีคำถามมากมายผุดขึ้นมาก็ตามทีเมื่อเหอฟ่านชิงรับตะกร้ามาแล้วนั้นนางก็ใช้มีดพร้าในมือฟันให้จอมปลวกมีขนาดเล็ก ๆ ใส่ลงไปในตะกร้าใบใหญ่ เสร็จแล้วร่างบอบบางก็ถือตะกร้าเดินลงไปในลำธารตรงจุดที่นางคิดว่ามีปลาเยอะที่สุด ท่ามกลางความตกใ
Read More
มันกินได้
เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดเหอฟ่านชิงก็เอ่ยบอกกับพี่ชายทั้งสองของตนเองเกี่ยวกับเห็ดหูหนูดำที่อยู่ตรงหน้าเพื่อให้ทั้งสองคนนั้นคลายความตึงเครียดลงไป"ทานพี่เจ้าคะ เห็ดที่อยู่ตรงหน้าพวกเรานั้นมีชื่อเรียกว่า เห็นหูหนูมันสามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายมาก อีกทั้งเจ้าเห็ดนี่ยังมีประโยชน์ไม่น้อย พวกท่านเชื่อข้านะเจ้าคะว่ามันสามารถกินได้""แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่ามันกินได้น่ะ" เหอชงอี้เอ่ยถามกับเด็กสาวตรงหน้าพวกเขา"พวกท่านลืมไปแล้วหรือเจ้าคะว่าข้าเคยไปที่ไหนมา ที่นั่นเองก็มีเห็นแบบนี้อีกทั้งผู้คนยังกินมันอย่างเอร็ดอร่อยมากเลยนะเจ้าคะ" เหอฟ่านชิงเอ่ยตอบด้วยสีหน้าผ่อนคลาย"ถ้าเป็นอย่างที่ชิงเอ๋อร์ว่ามางั้นพวกเราก็ลองเก็บพวกมันกลับไปทานดูก็คงไม่เป็นอะไรหรอก" เหอชงหยวนที่เชื่อคำพูดของน้องสาวตนเองมากเอ่ยขึ้นเพื่อเป็นการตัดสินใจในเรื่องนี้"เช่นนั้นก็เอาตามที่พี่ใหญ่เอ่ยมาก็ได้ขอรับ""ขอบคุณพี่ใหญ่ที่เชื่อข้าเจ้าค่ะ" คำพูดจากน้องสาวน้องชายที่เอ่ยออกมาหลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบ เมื่อได้ข้อสรุปที่ตรงกันแล้วเหอฟ่านชิงจึงได้นั่งลงไปเก็บเห็ดหูหนูตรงหน้าใส่ในตะกร้าด้านหลังที่แบกเอาไว้จนหมด จากนั้นทั้งสามคนก็ร
Read More
ต้นนุ่น
หลังจากที่ครอบครัวเหอทานข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเหอฟ่านชิงก็ให้ทุกคนนั่งรออยู่ที่หน้าบ้านเพื่อเอ่ยเรื่องสำคัญที่จะปรึกษาหารือ จนเมื่อนางจัดการเก็บครัวเสร็จแล้วก็ได้เดินออกมาสมทบกับทุกคนและเริ่มพูดเข้าเรื่องที่จะบอกทุกคนในทันที"คืออย่างนี้เจ้าค่ะข้าคิดว่ากระท่อมหลังเพียงเท่านี้คงไม่สามารถพาพวกเราทุกคนผ่านหน้าหนาวที่แสนจะโหดร้ายนี้ไปได้อย่างแน่นอน ข้าจึงคิดว่าพวกเราต้องสร้างบ้านใหม่เพียงแต่ข้าอยากรู้ว่าพวกเราควรจะสร้างห้องนอนกี่ห้องดีจะเอา 3หรือ4 ห้องเจ้าคะ""ชิงเอ๋อร์แต่บ้านของพวกเราไม่มีเงินมากพอที่จะสร้างบ้านใหม่หรอกนะลูก" เหอหลวนซานรีบเอ่ยทักบุตรสาวของตนด้วยในตอนนี้บ้านของพวกเขามีเงินอยู่เพียงแค่ไม่ถึงห้าตำลึงเลยด้วยซ้ำจะสร้างบ้านใหม่ได้อย่างไรกัน"เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาเจ้าค่ะ ข้าเพียงอยากจะถามว่าต้นไผ่ที่ภูเขา เราสามารถนำมาใช้ได้เลยหรือไม่ หรือว่าต้องขออนุญาตจากหัวหน้าหมู่บ้านก่อนเจ้าคะ?" เหอฟ่านชิงไม่ได้คิดที่จะใช้เงินที่มีอยู่น้อยนิดของบ้านมาสร้างบ้านใหม่อยู่แล้วจึงไม่ได้สนใจเรื่องนั้น เพียงแต่นางกลับถามคำถามที่ต้องการจะรู้ในตอนนี้แทน"ป่าไผ่นั่นเป็นของสวนรวมใครที่ต้องการจะใช้
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status