Se connecterบิดาบาดเจ็บจนขาเป๋ มารดาเองก็ถูกรังแก พี่ชายทั้งสองของนางต่างก็ถูกเหยียดหยาม ชีวิตใหม่นางช่างบัดซบสิ้นดี! แล้วพวกเจ้าจะต้องเสียใจที่ทำกับครอบครัวของข้า!!
Voir plusหลังจากที่นางจูซือและเหอลี่ถิงถูกจับตัวไปนั้นก็ได้รับโทษโบยคนละสี่สิบไม้ ก่อนที่นำตัวไปขังยังคุกตลอดชีวิต ด้วยข้อหาที่นางสองแม่ลูกได้จ้างวานฆ่าผู้อื่นนั้นมีโทษหนักเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องของเหอลี่ถิงนี้เองที่ทำให้นางจางนั้นเป็นทุกข์อย่างมาก แต่นางก็ยังคงใช้ชีวิตเช่นเดิมของตนเองต่อไปส่วนเหอซือไฉกับบุตรชายของเขานั้นต่างก็ใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากด้วยถูกผู้คนนั้นพูดจาดูถูกเหยียดหยาม และนินทาลับหลัง แต่พวกเขาก็ต้องฝืนใช้ชีวิตอยู่ต่อไป จนในที่สุดพวกเขาก็ทนไม่ได้จนต้องกลับมาให้นางจางผู้เป็นมารดานั้นเลี้ยงดูอีกครั้งส่วนเหอหานตงเองหลังจากจบเรื่องของสะใภ้คนโตเขาก็ได้จัดการเรื่องแยกบ้านให้กับบุตรชายคนรองเพื่อให้พวกเขานั้นสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากเดิม ส่วนตัวเขาเองก็ได้ไปอาศัยอยู่กับบุตรชายคนเล็กตามคำชักชวนของบุตรชาย ด้วยเขานั้นไม่สามารถอยู่ที่บ้านหลังนั้นได้อีกต่อไป ด้วยว่านางจางนั้นยิ่งนับวันจะยิ่งมีนิสัยที่เลวร้ายลงไปทุกวันจนเขาทนอยู่ต่อไปอีกไม่ไหวด้านนางมี่ซือเองหลังจากที่ฟืนคืนสติกลับมาอีกครั้งนางก็จดจำได้แล้วว่าตนเองนั้นเคยเป็นใครมาก่อน เพียงแต่นางกลับเลือกที่จะไม่เอ่ย
"ถิงเอ๋อร์!"นางจางที่เห็นว่าหลานสาวสุดรักถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาก็รีบวิ่งเข้าไปดูอาการของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับส่งเสียงเรียกอีกฝ่ายด้วยความตกใจ"อย่าคิดที่จะทำร้ายชิงเอ๋อร์!"หยางฉีไม่ได้สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นเขากลับยิ่งมองร่างของเหอลี่ถิงด้วยสายตาเหยียบเย็นพร้อมกับเอ่ยวาจาที่ทำเอาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับหนาวสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อรังสีที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่มผู้มาใหม่"สารเลว! เจ้ามันเป็นบุรุษประสาอะไรถึงได้กล้ารังแกสตรีไร้ทางสู้เช่นนี้กัน!"คงมีเพียงแค่นางจางเท่านั้นที่ไม่ได้รับรู้ถึงความน่ากลัวที่แฝงอยู่ในคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้า มิหนำซ้ำหญิงชรายังเอ่ยต่อว่าหยางฉีอย่างไม่พอใจ"ไร้ทางสู้?.....เมื่อครู่นางยังตั้งใจจะเข้ามาทำร้ายชิงเอ๋อร์อยู่เลยมิใช่รึ แบบนั้นข้าไม่คิดว่านางจะเป็นสตรีที่บอบบางไร้ทางสู้หรอกนะขอรับท่านย่าจาง"หยางฉีเอ่ยตอบหญิงชราอย่างเย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไปก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย"ใครเป็นย่าของเจ้ากัน! แล้วเจ้าเป็นใครถึงได้มาเสนอหน้าออกรับแทนนังเด็กโสโครกนั้นกัน นางมีคู่หมั้นอยู่แล้วเจ้าไม่รู้หรืออย่างไรกัน หรือว่านางไปล่อลวงเ
หลังจากเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้นก็ผ่านมาแล้วสามวันที่นางมี่ซือยังคงนอนหลับไม่ได้สติ สร้างความปวดใจให้กับครอบครัวเหอบ้านเล็กเป็นอย่างมากเหอฟ่านชิงเองหลังจากที่กลับออกมาจากป่าได้นางก็รีบจัดการกับตัวเองแล้วเร่งเดินทางเข้ามาในตัวเมืองเพื่อดุอาการของมารดาพร้อมกับเหอชงหยวนเมื่อเหอหลวนซานและเหอชงอี้เห็นหญิงสาวก็ถึงกับโผล่เข้ามาสวมกอดด้วยความดีใจที่หญิงสาวกลับมาได้อย่างปลอดภัยจากนั้นเหอหลวนซานจึงได้เอ่ยบอกอาการของภรรยารักให้กับลูกทั้งสองได้รับรู้ จนในตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วถึงสามวันแต่ก็ยังไร้วี่แววว่านางมี่ซือจะลืมตาฟื้นขึ้นมาจากการนอนหลับใหลแต่ครอบครัวเหอบ้านเล็กก็ยังคงมีความหวังว่านางมี่ซือจะต้องตื่นขึ้นมาในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน หลังจากเกิดเรื่องขึ้นกับครอบครัวสกุลเหอบ้านเล็กรุ่งเช้ามาทั่วทั้งหมู่บ้านเป่าหนิงจึงได้พูดคุยกันและแวะเวียนมาสอบถามความเป็นอยู่ของพวกเขาเพื่อแสดงถึงความเห็นใจเป็นจำนวนมาก แม้แต่นางจางเองก็ยังอุตส่าห์ติดตามสามีมาดูว่าครอบครัวของบุตรชายคนเล็กนั้นเป็นเช่นไรบ้างเพราะถึงแม้นางจะไม่ได้รักใคร่ครอบครัวของบุตรชายคนเล็กมากมายนัก แต่พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นก็ทำให้นางจางต้องมาแสดง
เพียงแต่ยังไม่ทันที่เหอฟ่านชิงจะได้ทำอะไรต่อไป มือหนาของชายหนุ่มก็วางทาบทับลงมาที่ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของนาง ก่อนที่เขาจะบังคับให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับตนเองเสี้ยวนาทีที่ดวงตาของเหอฟ่านชิงสบเข้ากับชายหนุ่มนั้นหยางฉีก็ได้โน้มใบหน้าหล่อเหลาของเขาลงมาประกบจูบลงที่ริมฝีปากบางของเหอฟ่านชิงในทันทีจากนั้นชายหนุ่มก็ได้ตักตวงเอาความหวานจากปากของหญิงสาวครั้งแล้วครั้งเล่าอย่าเอาแต่ใจ ส่วนเหอฟ่านชิงที่ตั้งรับไม่ทันก็รู้สึกตกใจกับการกระทำของชายหนุ่มเป็นอย่างมากแต่ไม่นานนางก็ยอมตามใจของอีกฝ่ายเพราะรู้หัวใจตัวเองดีว่าเจ้าของร่างหนาตรงหน้านั้นได้เข้ามาเป็นเจ้าของหัวใจของนางจนเต็มไปหมดทั้งดวงแล้วนั่นเองส่วนหยางฉีเองก็รู้สึกไม่ต่างจากที่เหอฟ่านชิงรู้สึก เพราะเขานั้นได้มอบหัวใจทั้งดวงให้กับคนตัวเล็กในอ้อมกอดไปตั้งนานแล้วยิ่งเกิดเรื่องขึ้นเมื่อคืนในตอนที่เขาตามหาหญิงสาวไม่พบนั้นเขารู้สึกถึงอาการบีบรัดที่หน้าอกของตัวเองราวกับว่ามันกำลังถูกสิ่งที่มองไม่เห็นบีบรัดจนหายใจแทบไม่ออกนั้นได้อย่างชัดเจนและภาพที่ร่างของเหอฟ่านชิงตกลงไปในน้ำก็ยังคงเด่นชัดอยู่ภายในหัวของเขาตลอด ความรู้สึกในตอนที่เห็นร
"ชิงเอ๋อร์..." บุรุษภายในบ้านทั้งสามเองต่างก็รู้สึกตกใจและเสียใจในเวลาเดียวกันด้วยพวกเขานั้นไม่คาดคิดว่าความไม่เอาไหนของตนเองเกือบจะทำให้ต้องสูญเสียเด็กสาวอันเป็นที่รักไปตลอดกาล"ก็ช่างมันเถิดเจ้าค่ะ ถึงยังไงตอนนี้ข้าก็กลับมาหาพวกท่านแล้ว ตอนนี้เราควรจะสนใจเรื่องปากท้องกันเสียก่อน" เหอฟ่านชิงเองที่
หลังจากที่ครอบครัวของเหอฟ่านชิงแยกออกมาอยู่ยังกระท่อมที่สร้างขึ้นใหม่ในที่ดินของตนเองแล้วนั้นพวกเขาทั้ง 5 คนต่างก็ช่วยกันระดมความคิดว่าจะเอาเช่นไรต่อไปดีซึ่งเหอฟ่านชิงนั้นในชาติก่อนนางก็ถือได้ว่าใช้ชีวิตมาไม่น้อยก่อนที่นางจะตายลงไปในวัย 32 ปีด้วยอุบัติเหตุครั้งล่าสุด อย่างน้อย ๆ นางก็ถือว่ามีความส
"พี่จงท่านมาก็ดีแล้วข้าต้องการทำเรื่องแยกบ้านให้กับอาซานพี่ช่วยดำเนินการให้ข้าทีขอรับ" เหอหานตงที่มีอายุน้อยกว่าอีกฝ่ายอีกทั้งเขาเองก็นับถือชายชราตรงหน้าเป็นอย่างมากเอ่ยบอกกับอีกฝ่าย"ได้สิ เพียงแต่ภรรยาของเจ้ากับคนในตระกูลคนอื่น ๆ เล่าเจ้าจะทำเช่นไร" จงฟานตู้เองก็รับรู้มาโดยตลอดถึงชีวิตที่ยากลำบาก
"ส่วนเจ้านางจูซือ อย่าทำอะไรตามอำเภอใจให้มันมากนักถึงยังไงอาซานก็ยังเป็นบุตรชายของข้าอยู่มิใช่ใครที่ไหน ที่ข้าเงียบไม่ได้แปลว่าข้าไม่สนใจเขา ถึงอย่างไรเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นบุตรชายคนเล็กของข้าเหอหานตงผู้นี้!" ชายชราที่เห็นว่าหลานสาวนั้นยังมีหัวคิดอยู่จึงได้หันไปเอ่ยกับลูกสะใภ้ที่ทำตัวไม่ไว้หน้าเขาในคร












commentaires